๑. ปาราชิกกณฺโฑ
๑. ปฐมปาราชิกํ
สุทินฺนภาณวารวณฺณนา
๒๔. วิกฺกายิกภณฺฑสฺส วิกฺกิณนํ อิณทานญฺจ ภณฺฑปฺปโยชนํ นาม. เอวํ ปโยชิตสฺส มูลสฺส สห วฑฺฒิยา คหณวายาโม อุทฺธาโร นาม. อสุกทิวเส ทินฺนนฺติอาทินา ปมุฏฺฐสฺส สตุปฺปาทนาทิ สารณํ นาม. จตุพฺพิธายาติ ขตฺติยพฺราหฺมณคหปติสมณานํ วเสน, ภิกฺขุอาทีนํ วา วเสน จตุพฺพิธาย. ทิสฺวานสฺส เอตทโหสีติ เหตุอตฺเถ อยํ ทิสฺวาน-สทฺโท อสมานกตฺตุกตฺตา, ยถา ฆตํ ปิวิตฺวา พลํ โหตีติ, เอวมญฺญตฺถาปิ เอวรูเปสุ. ภพฺพกุลปุตฺโตติ อุปนิสฺสยมตฺตสภาเวน วุตฺตํ, น ปจฺฉิมภวิกตาย. เตเนวสฺส มาตาทิอกลฺยาณมิตฺตสมาโยเคน กตวีติกฺกมนํ นิสฺสาย อุปฺปนฺนวิปฺปฏิสาเรน อธิคมนฺตราโย ชาโต. ปจฺฉิมภวิกานํ ปุพฺพพุทฺธุปฺปาเทสุ ลทฺธพฺยากรณานํ น สกฺกา เกนจิ อนฺตรายํ กาตุํ. เตเนว องฺคุลิมาลตฺเถราทโย อกุสลํ กตฺวาปิ อธิคมสมฺปนฺนา เอว อเหสุนฺติ. จริมกจิตฺตนฺติ จุติจิตฺตํ. สงฺขํ วิย ลิขิตํ ฆํสิตฺวา โธวิตํ สงฺขลิขิตนฺติ อาห โธตอิจฺจาทิ. อชฺฌาวสตาติ อธิ-สทฺทโยเคน อคารนฺติ ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนนฺติ อาห ‘‘อคารมชฺเฌ’’ติ. กสายรสรตฺตานิ กาสายานีติ อาห ‘‘กสายรสปีตตายา’’ติ. กสายโต นิพฺพตฺตตาย จ หิ รโสปิ ‘‘กสายรโส’’ติ วุจฺจติ.
๒๖. ยทา ชานาติ-สทฺโท โพธนตฺโถ น โหติ, ตทา ตสฺส ปโยเค สปฺปิโน ชานาติ มธุโน ชานาตีติอาทีสุ วิย กรณตฺเถ สามิวจนํ สทฺทสตฺถวิทู อิจฺฉนฺตีติ อาห ‘‘กิญฺจิ ทุกฺเขน นานุโภสี’’ติ. เกนจิ ทุกฺเขน นานุโภสีติ อตฺโถ, กิญฺจีติ เอตฺถาปิ หิ กรณตฺเถ สามิวจนสฺส โลโป กโต, เตเนว วกฺขติ ‘‘วิกปฺปทฺวเยปิ ปุริมปทสฺส อุตฺตรปเทน สมานวิภตฺติโลโป ทฏฺฐพฺโพ’’ติ. ยทา ปน ชานาติ-สทฺโท สรณตฺโถ โหติ, ตทา มาตุ สรตีติอาทีสุ วิย อุปโยคตฺเถ สามิวจนํ สทฺทสตฺถวิทู วทนฺตีติ อาห ‘‘อถ วา กิญฺจิ ทุกฺขํ นสฺสรตีติ อตฺโถ’’ติ, กสฺสจิ ทุกฺขสฺส อนนุภูตตาย นสฺสรตีติ อตฺโถ. วิกปฺปทฺวเยปีติ อนุภวนสรณตฺถวเสน วุตฺเต ทุติยตติยวิกปฺปทฺวเย. ปุริมปทสฺสาติ กิญฺจีติ ปทสฺส. อุตฺตรปเทนาติ ทุกฺขสฺสาติปเทน. สมานาย สามิวจนภูตาย วิภตฺติยา ‘‘กสฺสจิ ทุกฺขสฺสา’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘กิญฺจิ ทุกฺขสฺสา’’ติ โลโปติ ทฏฺฐพฺโพ. มรเณนปิ มยํ เตติ เอตฺถ เตติ ปทสฺส สหตฺเถ กรณวเสนปิ อตฺถํ ทสฺเสตุํ ตยา วิโยคํ วา ปาปุณิสฺสามาติ อตฺถนฺตรํ วุตฺตํ.
๒๘. คนฺธพฺพา นาม คายนกา. นฏา นาม รงฺคนฏา. นาฏกา ลงฺฆนกาทโย. สุขูปกรเณหิ อตฺตโน ปริจรณํ กโรนฺโต ยสฺมา ลฬนฺโต กีฬนฺโต นาม โหติ, ตสฺมา ทุติเย อตฺถวิกปฺเป ลฬาติอาทิ วุตฺตํ. ทานปฺปทานาทีนีติ เอตฺถ นิจฺจทานํ ทานํ นาม, วิเสสทานํ ปทานํ นาม, อาทิ-สทฺเทน สีลาทีนิ สงฺคณฺหาติ.
๓๐. จุทฺทส ภตฺตานีติ สงฺฆภตฺตํ อุทฺเทสภตฺตํ นิมนฺตนํ สลากํ ปกฺขิกํ อุโปสถิกํ ปาฏิปทิกํ อาคนฺตุกํ คมิกํ คิลานํ คิลานุปฏฺฐากํ วิหาร-ธุร-วารภตฺตนฺติ อิมานิ จุทฺทส ภตฺตานิ. เอตฺถ จ เสนาสนาทิปจฺจยตฺตยนิสฺสิเตสุ อารญฺญกงฺคาทิปธานงฺคานํ คหณวเสน เสสธุตงฺคานิปิ คหิตาเนว โหนฺตีติ เวทิตพฺพํ. วชฺชีนนฺติ วชฺชีราชูนํ. วชฺชีสูติ ชนปทาเปกฺขํ พหุวจนํ, วชฺชีนามเก ชนปเทติ อตฺโถ. ปญฺจกามคุณาเยว อุปภุญฺชิตพฺพโต ปริภุญฺชิตพฺพโต จ อุปโภคปริโภคา, อิตฺถิวตฺถาทีนิ จ ตทุปกรณานีติ อาห ‘‘เยหิ เตส’’นฺติอาทิ. อุกฺกฏฺฐปิณฺฑปาติกตฺตาติ เสสธุตงฺคปริวาริเตน อุกฺกฏฺฐปิณฺฑปาติกธุตงฺเคน สมนฺนาคตตฺตา, เตนาห ‘‘สปทานจารํ จริตุกาโม’’ติ.
๓๑. โทสาติ รตฺติ. ตตฺถ อภิวุตฺถํ ปริวุสิตํ อาภิโทสิกํ, อภิโทสํ วา ปจฺจูสกาลํ คโต ปตฺโต อติกฺกนฺโต อาภิโทสิโก, เตนาห เอกรตฺตาติกฺกนฺตสฺส วาติอาทิ.
๓๒. อุทกกญฺชิยนฺติ ปานียปริโภชนียอุทกญฺจ ยาคุ จ. ตถาติ สมุจฺจยตฺเถ.อโนกปฺปนํ อสทฺทหนํ, อมริสนํ อสหนํ.
๓๔. ตทฺธิตโลปนฺติ ปิตามหโต อาคตํ ‘‘เปตามห’’นฺติ วตฺตพฺเพ ตทฺธิตปจฺจยนิมิตฺตสฺส เอ-การสฺส โลปํ กตฺวาติ อตฺโถ. เยสํ สนฺตกํ ธนํ คหิตํ, เต อิณายิกา. ปลิพุทฺโธติ ‘มา คจฺฉ มา ภุญฺชา’ติอาทินา กตาวรโณ, ปีฬิโตติ อตฺโถ.
๓๕. อตฺตนาติ สยํ. สปติโน ธนสามิโน อิทํ สาปเตยฺยํ, ธนํ. ตเทว วิภโว.
๓๖. ภิชฺชนฺตีติ อคหิตปุพฺพา เอว ภิชฺชนฺติ. ทินฺนาปิ ปฏิสนฺธีติ ปิตรา ทินฺนํ สุกฺกํ นิสฺสาย อุปฺปนฺนสฺส สตฺตสฺส ปฏิสนฺธิปิ เตน ทินฺนา นาม โหตีติ วุตฺตํ. สุกฺกเมว วา อิธ ปฏิสนฺธินิสฺสยตฺตา ‘‘ปฏิสนฺธี’’ติ วุตฺตํ, เตนาห ‘‘ขิปฺปํ ปติฏฺฐาตี’’ติ. น หิ ปิตุ สํโยคกฺขเณเยว สตฺตสฺส อุปฺปตฺตินิยโม อตฺถิ สุกฺกเมว ตถา ปติฏฺฐานนิยมโต. สุกฺเก ปน ปติฏฺฐิเต ยาว สตฺต ทิวสานิ, อฑฺฒมาสมตฺตํ วา, ตํ คพฺภสณฺฐานสฺส เขตฺตเมว โหติ มาตุ มํสสฺส โลหิตเลสสฺส สพฺพทาปิ วิชฺชมานตฺตา. ปุพฺเพปิ ปญฺญตฺตสิกฺขาปทานํ สพฺภาวโต อปญฺญตฺเต สิกฺขาปเทติ อิมสฺส ปฐมปาราชิกสิกฺขาปเท อฏฺฐปิเตติ อตฺโถ วุตฺโต. เอวรูปนฺติ เอวํ ครุกสภาวํ, ปาราชิกสงฺฆาทิเสสวตฺถุภูตนฺติ อตฺโถ, เตนาห ‘‘อวเสเส ปญฺจขุทฺทกาปตฺติกฺขนฺเธ เอว ปญฺญเปสี’’ติ. ยํ อาทีนวนฺติ สมฺพนฺโธ. กายวิญฺญตฺติโจปนโตติ กายวิญฺญตฺติยา นิพฺพตฺตจลนโต.
เตเนวาติ อวธารเณน ยานิ คพฺภคฺคหณการณานิ นิวตฺติตานิ, ตานิปิ ทสฺเสตุํ กึ ปนาติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อุภเยสํ ฉนฺทราควเสน กายสํสคฺโค วุตฺโต. อิตฺถิยา เอว ฉนฺทราควเสน นาภิปรามสนํ วิสุํ วุตฺตํ. สามปณฺฑิตสฺส หิ มาตา ปุตฺตุปฺปตฺติยา สญฺชาตาทรา นาภิปรามสนกาเล กามราคสมากุลจิตฺตา อโหสิ, อิตรถา ปุตฺตุปฺปตฺติยา เอว อสมฺภวโต. ‘‘สกฺโก จสฺสา กามราคสมุปฺปตฺตินิมิตฺตานิ อกาสี’’ติปิ วทนฺติ, วตฺถุวเสน วา เอตํ นาภิปรามสนํ กายสํสคฺคโต วิสุํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. มาตงฺคปณฺฑิตสฺส ทิฏฺฐมงฺคลิกาย นาภิปรามสเนน มณฺฑพฺยสฺส นิพฺพตฺติ อโหสิ. จณฺฑปชฺโชตมาตุ นาภิยํ วิจฺฉิกา ผริตฺวา คตา, เตน จณฺฑปชฺโชตสฺส นิพฺพตฺติ อโหสีติ อาห เอเตเนว นเยนาติอาทิ.
อยนฺติ สุทินฺนสฺส ปุราณทุติยิกา. ยํ สนฺธายาติ ยํ อชฺฌาจารํ สนฺธาย. มาตาปิตโร จ สนฺนิปติตา โหนฺตีติ อิมินา สุกฺกสฺส สมฺภวํ ทีเปติ, มาตา จ อุตุนี โหตีติ อิมินา โสณิตสฺส. คนฺธพฺโพติ ตตฺรุปโค สตฺโต อธิปฺเปโต, คนฺตพฺโพติ วุตฺตํ โหติ, ต-การสฺส เจตฺถ ธ-กาโร กโต. อถ วา คนฺธพฺพา นาม รงฺคนฏา, เต วิย ตตฺร ตตฺร ภเวสุ นานาเวสคฺคหณโต อยมฺปิ ‘‘คนฺธพฺโพ’’ติ วุตฺโต, โส มาตาปิตูนํ สนฺนิปาตกฺขณโต ปจฺฉาปิ สตฺตาหพฺภนฺตเร ตตฺร อุปปนฺโน ‘‘ปจฺจุปฏฺฐิโต’’ติ วุตฺโต. คพฺภสฺสาติ กลลรูปสหิตสฺส ปฏิสนฺธิวิญฺญาณสฺส. ตญฺหิ อิธ ‘‘คพฺโภ’’ติ อธิปฺเปตํ สา เตน คพฺภํ คณฺหีติอาทีสุ (ปารา. ๓๖) วิย. อสฺส ตํ อชฺฌาจารนฺติ สมฺพนฺโธ. ปาฬิยํ นิรพฺพุโท วต โภ ภิกฺขุสงฺโฆ นิราทีนโวติ อิมสฺส อนนฺตรํ ตสฺมึ ภิกฺขุสงฺเฆติ อชฺฌาหริตฺวา สุทินฺเนน…เป… อาทีนโว อุปฺปาทิโตติ โยชนา เวทิตพฺพา. อิติหาติ นิปาตสมุทายสฺส เอวนฺติ อิทํ อตฺถภวนํ. มุหุตฺเตนาติ อิทํ ขเณนาติ ปทสฺส เววจนํ. ยาว พฺรหฺมโลกา อพฺภุคฺคโตปิ เทวานํ ตาวมหนฺโต สทฺโท เตสํ รูปํ วิย มนุสฺสานํ โคจโร น โหติ. ตสฺมา ปจฺฉา สุทินฺเนน วุตฺเต เอว ชานึสูติ ทฏฺฐพฺพํ.
๓๗. มคฺคพฺรหฺมจริยนฺติ มคฺคปทฏฺฐานํ สิกฺขตฺตยเมว อุปจารโต วุตฺตํ ตสฺเสว ยาวชีวํ จริตพฺพตฺตา. อวิปฺผาริโกติ อุทฺเทสาทีสุ อพฺยาวโฏ. วหจฺฉินฺโนติ ฉินฺนปาโท, ฉินฺนขนฺโธ วา. จินฺตยีติ อิมินา ปชฺฌายีติ ปทสฺส กิริยาปทตฺตํ ทสฺเสติ. เตน ‘‘กิโส อโหสิ…เป… ปชฺฌายิ จา’’ติ จ-การํ อาเนตฺวา ปาฬิโยชนา กาตพฺพา.
๓๘. คเณ ชนสมาคเม สนฺนิปาตนํ คณสงฺคณิกา, สาว ปปญฺจา, เตน คณสงฺคณิกาปปญฺเจน. ยสฺสาติ เย อสฺส. กถาผาสุกาติ วิสฺสาสิกภาเวน ผาสุกกถา, สุขสมฺภาสาติ อตฺโถ. อุปาทารูปํ ภูตรูปมุเขเนว มนฺทนํ ปีนนญฺจ โหตีติ อาห ปสาทอิจฺจาทิ. ทานีติ นิปาโต อิธ ปน-สทฺทตฺเถ วตฺตติ ตกฺกาลวาจิโน เอตรหิ-ปทสฺส วิสุํ วุจฺจมานตฺตาติ อาห ‘‘โส ปน ตฺว’’นฺติ. โน-สทฺโทปิ นุ-สทฺโท วิย ปุจฺฉนตฺโถติ อาห ‘‘กจฺจิ นุ ตฺว’’นฺติ. ตเมวาติ คิหิภาวปตฺถนาลกฺขณเมว. อนภิรติเมวาติ เอว-กาเรน นิวตฺติตาย ปน ตทญฺญาย อนภิรติยา วิชฺชมานตฺตํ ทสฺเสตุํ อธิกุสลานนฺติอาทิ วุตฺตํ, สมถวิปสฺสนา อธิกุสลา นาม. อิทํ ปนาติอาทิ อุปริ วตฺตพฺพวิเสสทสฺสนํ. ปริยายวจนมตฺตนฺติ สทฺทตฺถกถนมตฺตํ.
ตสฺมินฺติ ธมฺเม, เอวํ วิราคาย เทสิเต สตีติ อตฺโถ. นามาติ ครหายํ. โลกุตฺตรนิพฺพานนฺติ วิราคายาติอาทินา วุตฺตกิเลสกฺขยนิพฺพานโต วิเสเสติ. ชาตึ นิสฺสาย อุปฺปชฺชนกมาโน เอว มทชนนฏฺเฐน มโทติ มานมโท. ‘‘อหํ ปุริโส’’ติ ปวตฺโต มาโน ปุริสมโท. ‘‘อสทฺธมฺมเสวนาสมตฺถตํ นิสฺสาย มาโน, ราโค เอว วา ปุริสมโท’’ติ เกจิ. อาทิ-สทฺเทน พลมทาทึ สงฺคณฺหาติ. เตภูมกวฏฺฏนฺติ ตีสุ ภูมีสุ กมฺมกิเลสวิปากา ปวตฺตนฏฺเฐน วฏฺฏํ. วิรชฺชตีติ วิคจฺฉติ. โยนิโยติ อณฺฑชาทโย, ตา ปน ยวนฺติ ตาหิ สตฺตา อมิสฺสิตาปิ สมานชาติตาย มิสฺสิตา โหนฺตีติ ‘‘โยนิโย’’ติ วุตฺตา.
ญาตตีรณปหานวเสนาติ เอตฺถ ลกฺขณาทิวเสน สปฺปจฺจยนามรูปปริคฺคโห ญาตปริญฺญา นาม. กลาปสมฺมสนาทิวเสน ปวตฺตา โลกิยวิปสฺสนา ตีรณปริญฺญา นาม. อริยมคฺโค ปหานปริญฺญา นาม. อิธ ปน ญาตตีรณกิจฺจานมฺปิ อสมฺโมหโต มคฺคกฺขเณ สิชฺฌนโต อริยมคฺคเมว สนฺธาย ติวิธาปิ ปริญฺญา วุตฺตา, เตเนว ‘‘โลกุตฺตรมคฺโคว กถิโต’’ติ วุตฺตํ. กาเมสุ ปาตพฺยตานนฺติ วตฺถุกาเมสุ ปาตพฺยตาสงฺขาตานํ สุภาทิอาการานํ ตทาการคาหิกานํ ตณฺหานนฺติ อตฺโถ. วิสยมุเขน เหตฺถ วิสยิโน คหิตา. ตีสุ ฐาเนสูติ ‘‘วิราคาย ธมฺโม เทสิโต…เป… โน สอุปาทานายา’’ติ เอวํ วุตฺเตสุ.
๓๙. กลิสาสนาโรปนตฺถายาติ โทสาโรปนตฺถาย. กลีติ โกธสฺส นามํ, ตสฺส สาสนํ กลิสาสนํ, โกธวเสน วุจฺจมานา ครหา. อชฺฌาจาโรว วีติกฺกโม. สมณกรณานํ ธมฺมานนฺติ สมณภาวกรานํ หิโรตฺตปฺปาทิธมฺมานํ. ปาฬิยํ กถํ-สทฺทโยเคน น สกฺขิสฺสสีติ อนาคตวจนํ กตํ, ‘‘นาม-สทฺทโยเคนา’’ติปิ วทนฺติ. อติวิย ทุกฺขวิปากนฺติ คหฏฺฐานํ นาติสาวชฺชมฺปิ กมฺมํ ปพฺพชิตานํ ภควโต อาณาวีติกฺกมโต เจว สมาทินฺนสิกฺขตฺตยวินาสนโต จ มหาสาวชฺชํ โหตีติ วุตฺตํ. อุทเก ภวํ โอทกํ, โธวนกิจฺจนฺติ อาห อุทกกิจฺจนฺติอาทิ. สมาปชฺชิสฺสสีติ อนาคตวจนํ นาม-สทฺทโยเคน กตนฺติ อาห ‘‘นาม-สทฺเทน โยเชตพฺพ’’นฺติ. ทุพฺภรตาทีนํ เหตุภูโต อสํวโร อิธ ทุพฺภรตาทิ-สทฺเทน วุตฺโต การเณ การิโยปจาเรนาติ อาห ‘‘ทุพฺภรตาทีนํ วตฺถุภูตสฺส อสํวรสฺสา’’ติ. อตฺตาติ อตฺตภาโว. ทุพฺภรตนฺติ อตฺตนา อุปฏฺฐาเกหิ จ ทุกฺเขน ภริตพฺพตํ. สตฺเตหิ กิเลเสหิ จ สงฺคณนํ สโมธานํ สงฺคณิกาติ อาห คณสงฺคณิกายาติอาทิ. อฏฺฐกุสีตวตฺถุปาริปูริยาติ เอตฺถ กมฺมํ กาตพฺพนฺติ เอกํ, ตถา อกาสินฺติ, มคฺโค คนฺตพฺโพติ อคมาสินฺติ, นาลตฺถํ โภชนสฺส ปาริปูรินฺติ, อลตฺถนฺติ, อุปฺปนฺโน เม อาพาโธติ, อจิรวุฏฺฐิโต เคลญฺญาติ เอกนฺติ อิมานิ อฏฺฐ กุสีตวตฺถูนิ นาม. เอตฺถ จ โกสชฺชํ กุสีต-สทฺเทน วุตฺตํ. วินาปิ หิ ภาวโชตนปจฺจยํ ภาวตฺโถ วิญฺญายติ ยถา ปฏสฺส สุกฺกนฺติ. สพฺพกิเลสาปจยภูตาย วิวฏฺฏายาติ ราคาทิสพฺพกิเลสานํ อปจยเหตุภูตาย นิพฺพานาย, นิพฺพานตฺถนฺติ อตฺโถ. สํวรปฺปหานปฏิสํยุตฺตนฺติ สีลสํวราทีหิ ปญฺจหิ สํวเรหิ เจว ตทงฺคปฺปหานาทีหิ ปญฺจหิ ปหาเนหิ จ อุเปตํ. อสุตฺตนฺต วินิพทฺธนฺติ ตีสุ ปิฏเกสุ ปาฬิสงฺขาตสุตฺตนฺตวเสน อรจิตํ, สงฺคีติกาเรหิ จ อนาโรปิตํ, เตนาห ‘‘ปาฬิวินิมุตฺต’’นฺติ. เตน จ อฏฺฐกถาสุ ยถานุรูปํ สงฺคหิตนฺติ ทสฺเสติ. เอวรูปา หิ ปกิณฺณกเทสนา อฏฺฐกถาย มูลํ. โอกฺกนฺติกธมฺมเทสนา นาม ตสฺมึ ตสฺมึ ปสงฺเค โอตาเรตฺวา โอตาเรตฺวา นานานเยหิ กถิยมานา ธมฺมเทสนา, เตนาห ภควา กิราติอาทิ. ปฏิกฺขิปนาธิปฺปายาติ ปญฺญตฺตมฺปิ สิกฺขาปทํ ‘‘กิเมเตนา’’ติ มทฺทนจิตฺตา.
วุตฺตตฺถวเสนาติ ปติฏฺฐาอธิคมุปายวเสน. สิกฺขาปทวิภงฺเค ยา ตสฺมึ สมเย กาเมสุมิจฺฉาจารา อารติ วิรตีติอาทินา (วิภ. ๗๐๖) นิทฺทิฏฺฐวิรติโย เจว, ยา ตสฺมึ สมเย เจตนา สญฺเจตนาติอาทินา (วิภ. ๗๐๔) นิทฺทิฏฺฐเจตนา จ, กาเมสุมิจฺฉาจารา วิรมนฺตสฺส ผสฺโส…เป… อวิกฺเขโปติอาทินา (วิภ. ๗๐๕) นิทฺทิฏฺฐผสฺสาทิธมฺมา จ สิกฺขาปทนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘อยญฺจ อตฺโถ สิกฺขาปทวิภงฺเค วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ’’ติ วุตฺตํ. ‘‘โย ตตฺถ นามกาโย ปทกาโยติ อิทํ มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ. นามกาโยติ นามสมูโห นามปญฺญตฺติเยว, เสสานิปิ ตสฺเสว เววจนานิ. สิกฺขาโกฏฺฐาโสติ วิรติอาทโย วุตฺตา ตปฺปกาสกญฺจ วจนํ.
อตฺถวเสติ หิตวิเสเส อานิสํสวิเสเส, เต จ สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา เหตูติ อาห ‘‘การณวเส’’ติ. สุขวิหาราภาเว สหชีวนสฺส อภาวโต สหชีวิตาติ สุขวิหาโรว วุตฺโต. ทุสฺสีลปุคฺคลาติ นิสฺสีลา ทูสิตสีลา จ. ปาราชิกสิกฺขาปทปฺปสงฺเค หิ นิสฺสีลา อธิปฺเปตา, เสสสิกฺขาปทปสงฺเค เตหิ เตหิ วีติกฺกเมหิ ขณฺฑฉิทฺทาทิภาวปฺปตฺติยา ทูสิตสีลา อธิปฺเปตา. อุภเยนปิ อลชฺชิโนว อิธ ‘‘ทุสฺสีลา’’ติ วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. สพฺพสิกฺขาปทานมฺปิ ทส อตฺถวเส ปฏิจฺเจว ปญฺญตฺตตฺตา อุปริ ทุสฺสีลปุคฺคเล นิสฺสายาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย, เตเนว ‘‘เย มงฺกุตํ…เป… นิคฺคเหสฺสตี’’ติ สพฺพสิกฺขาปทสาธารณวเสน อตฺโถ วุตฺโต. ตตฺถ มงฺกุตนฺติ นิตฺเตชตํ อโธมุขตํ. ธมฺเมนาติอาทีสุ ธมฺโมติ ภูตํ วตฺถุ. วินโยติ โจทนา เจว สารณา จ. สตฺถุสาสนนฺติ ญตฺติสมฺปทา เจว อนุสาวนสมฺปทา จ. สนฺทิฏฺฐมานาติ สํสยํ อาปชฺชมานา. อุพฺพาฬฺหาติ ปีฬิตา. ทุสฺสีลปุคฺคเล นิสฺสาย หิ อุโปสโถ น ติฏฺฐติ, ปวารณา น ติฏฺฐติ, สงฺฆกมฺมานิ นปฺปวตฺตนฺติ, สามคฺคี น โหตีติ อิมินา อลชฺชีหิ สทฺธึ อุโปสถาทิสกลสงฺฆกมฺมํ กาตุํ น วฏฺฏติ ธมฺมปริโภคตฺตาติ ทสฺเสติ. อุโปสถปวารณานํ นิยตกาลิกตาย จ อวสฺสํ กตฺตพฺพตฺตา สงฺฆกมฺมโต วิสุํ คหณํ เวทิตพฺพํ. อกิตฺติ ครหา. อยโส ปริวารหานิ.
จุทฺทส ขนฺธกวตฺตานิ นาม วตฺตกฺขนฺธเก (จูฬว. ๓๕๖ อาทโย) วุตฺตานิ อาคนฺตุกวตฺตํ อาวาสิกคมิกอนุโมทนภตฺตคฺคปิณฺฑจาริกอารญฺญกเสนาสนชนฺตาฆรวจฺจกุฏิอุปชฺฌายสทฺธิวิหาริกอาจริยอนฺเตวาสิกวตฺตนฺติ อิมานิ จุทฺทส วตฺตานิ, เอตานิ จ สพฺเพสํ ภิกฺขูนํ สพฺพทา จ ยถารหํ จริตพฺพานิ. เทฺว อสีติ มหาวตฺตานิ ปน ตชฺชนียกมฺมกตาทิกาเลเยว จริตพฺพานิ, น สพฺพทา. ตสฺมา วิสุํ คณิตานิ. ตานิ ปน ‘‘ปาริวาสิกานํ ภิกฺขูนํ วตฺตํ ปญฺญเปสฺสามี’’ติ (จูฬว. ๗๕) อารภิตฺวา ‘‘น อุปสมฺปาเทตพฺพํ…เป… น ฉมาย จงฺกมนฺเต จงฺกเม จงฺกมิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตาวสานานิ ฉสฏฺฐิ, ตโต ปรํ ‘‘น, ภิกฺขเว, ปาริวาสิเกน ภิกฺขุนา ปาริวาสิเกน วุฑฺฒตเรน ภิกฺขุนา สทฺธึ, มูลายปฏิกสฺสนารเหน, มานตฺตจาริเกน, มานตฺตารเหน, อพฺภานารเหน ภิกฺขุนา สทฺธึ เอกจฺฉนฺเน อาวาเส วตฺถพฺพ’’นฺติอาทินา (จูฬว. ๘๒) วุตฺตวตฺตานิ ปกตตฺเตน จริตพฺเพหิ อนญฺญตฺตา วิสุํ อคเณตฺวา ปาริวาสิกวุฑฺฒตราทีสุ ปุคฺคลนฺตเรสุ จริตพฺพตฺตา เตสํ วเสน สมฺปิณฺเฑตฺวา เอเกกํ กตฺวา คณิตานิ ปญฺจาติ เอกสตฺตติวตฺตานิ จ อุกฺเขปนียกมฺมกตวตฺเตสุ จ วุตฺตํ ‘‘น ปกตตฺตสฺส ภิกฺขุโน อภิวาทนํ ปจฺจุฏฺฐานํ…เป… นหาเน ปิฏฺฐิปริกมฺมํ สาทิตพฺพ’’นฺติ (จูฬว. ๘๖) อิทํ อภิวาทนาทีนํ อสาทิยนํ เอกํ, ‘‘น ปกตตฺโต ภิกฺขุ สีลวิปตฺติยา อนุทฺธํเสตพฺโพ’’ติอาทีนิ (จูฬว. ๕๑) จ ทสาติ เอวํ ทฺวาสีติ วตฺตานิ โหนฺติ, เอเตเสฺวว ปน กานิจิ ตชฺชนียกมฺมาทิวตฺตานิ กานิจิ ปาริวาสิกาทิวตฺตานีติ อคฺคหิตคฺคหเณน ทฺวาสีติเยว. อญฺญตฺถ ปน อฏฺฐกถาปเทเส อปฺปกํ อูนมธิกํ วา คณนูปคํ น โหตีติ อสีติขนฺธกวตฺตานีติ อาคตํ. อถ วา ปุริเมหิ จุทฺทสวตฺเตหิ อสงฺคหิตานิ วินยาคตานิ สพฺพานิ วตฺตานิ ยถา ทฺวาสีติ วตฺตานิ, อสีติ วตฺตานิ เอว วา โหนฺติ, ตถา สงฺคเหตฺวา ญาตพฺพานิ.
สํวรวินโยติ สีลสํวโร สติสํวโร ญาณสํวโร ขนฺติสํวโร วีริยสํวโรติ ปญฺจวิโธปิ สํวโร ยถาสกํ สํวริตพฺพานํ วิเนตพฺพานญฺจ กายทุจฺจริตาทีนํ สํวรณโต สํวโร, วินยนโต วินโยติ วุจฺจติ. ปหานวินโยติ ตทงฺคปฺปหานํ วิกฺขมฺภนปฺปหานํ สมุจฺเฉทปฺปหานํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิปฺปหานํ นิสฺสรณปฺปหานนฺติ ปญฺจวิธมฺปิ ปหานํ, ยสฺมา จาคฏฺเฐน ปหานํ, วินยนฏฺเฐน วินโย, ตสฺมา ‘‘ปหานวินโย’’ติ วุจฺจติ. สมถวินโยติ สตฺต อธิกรณสมถา. ปญฺญตฺติวินโยติ สิกฺขาปทเมว. ตมฺปิ หิ ภควโต สิกฺขาปทปญฺญตฺติยาว อนุคฺคหิตํ โหติ ตพฺภาเว เอว ภาวโต. สงฺขลิกนยํ กตฺวา ทสกฺขตฺตุํ โยชนญฺจ กตฺวา ยํ วุตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถ ปุริมปุริมปทสฺส อนนฺตรปเทเนว โยชิตตฺตา อโยสงฺขลิกสทิสนฺติ ‘‘สงฺขลิกนย’’นฺติ วุตฺตํ. ทสสุ ปเทสุ เอกเมกํ ปทํ ตทวเสเสหิ นวนวปเทหิ โยชิตตฺตา ‘‘เอเกกปทมูลิก’’นฺติ วุตฺตํ.
อตฺถสตํ ธมฺมสตนฺติ เอตฺถ โย หิ โส ปริวาเร (ปริ. ๓๓๔) ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ, ตํ สงฺฆผาสูติ อาทึกตฺวา ยํ สทฺธมฺมฏฺฐิติยา, ตํ วินยานุคฺคหายาติ ปริโยสานํ ขณฺฑจกฺกวเสเนว สงฺขลิกนโย วุตฺโต, ตสฺมึ เอกมูลกนเย อาคตพทฺธจกฺกนเยน ยํ วินยานุคฺคหาย, ตํ สงฺฆสุฏฺฐูติ อิทมฺปิ โยเชตฺวา พทฺธจกฺเก กเต ปุริมปุริมานิ ทส ธมฺมปทานิ, ปจฺฉิมปจฺฉิมานิ ทส อตฺถปทานิ จาติ วีสติ ปทานิ โหนฺติ. เอกมูลกนเย ปน เอกสฺมึ วาเร นเวว อตฺถปทานิ ลพฺภนฺติ. เอวํ ทสหิ วาเรหิ นวุติ อตฺถปทานิ นวุติ ธมฺมปทานิ จ โหนฺติ, ตานิ สงฺขลิกนเย วุตฺเตหิ ทสหิ อตฺถปเทหิ ทสหิ ธมฺมปเทหิ จ สทฺธึ โยชิตานิ ยถาวุตฺตํ อตฺถสตํ ธมฺมสตญฺจ โหนฺตีติ เวทิตพฺพํ. ยํ ปเนตฺถ สารตฺถทีปนิยํ (สารตฺถ ฏี. ปาราชิกกณฺฑ ๒.๓๙) สงฺขลิกนเยปิ เอกมูลกนเยปิ ปจฺเจกํ อตฺถสตสฺส ธมฺมสตสฺส โยชนามุขํ วุตฺตํ, ตํ ตถา สิทฺเธปิ อตฺถสตํ ธมฺมสตนฺติ (ปริ. ๓๓๔) คาถาย น สเมติ เทฺว อตฺถสตานิ เทฺว ธมฺมสตานิ จตฺตาริ นิรุตฺติสตานิ อฏฺฐ ญาณสตานีติ วตฺตพฺพโต. ตสฺมา อิธ วุตฺตนเยเนว อตฺถสตํ ธมฺมสตนฺติ วุตฺตนฺติ คเหตพฺพํ. เทฺว จ นิรุตฺติสตานีติ อตฺถโชติกานํ นิรุตฺตีนํ วเสน นิรุตฺติสตํ, ธมฺมภูตานํ นิรุตฺตีนญฺจ วเสน นิรุตฺติสตนฺติ เทฺว นิรุตฺติสตานิ. จตฺตาริ จ ญาณสตานีติ อตฺถสเต ญาณสตํ, ธมฺมสเต ญาณสตํ, ทฺวีสุ นิรุตฺติสเตสุ เทฺว ญาณสตานีติ จตฺตาริ ญาณสตานิ. อติเรกานยนตฺโถติ อวุตฺตสมุจฺจยตฺโถ.
ปฐมปญฺญตฺติกถาวณฺณนานโย นิฏฺฐิโต.
สุทินฺนภาณวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
มกฺกฏีวตฺถุกถาวณฺณนา
๔๐. ปจุรตฺเถ หิ วตฺตมานวจนนฺติ เอกทา ปฏิเสวิตฺวา ปจฺฉา อโนรมิตฺวา ทิวเส ทิวเส เสวนิจฺฉาย วตฺตมานตฺตา เสวนาย อภาวกฺขเณปิ อิห มลฺลา ยุชฺฌนฺตีติอาทีสุ วิย อพฺโพจฺฉินฺนตํ พาหุลฺลวุตฺติตญฺจ อุปาทาย ปฏิเสวตีติ วตฺตมานวจนํ กตนฺติ อตฺโถ. อาหิณฺฑนฺตาติ วิจรนฺตา.
๔๑. สโหฑฺฒคฺคหิโตติ สภณฺฑคฺคหิโต, อยเมว วา ปาโฐ. ตํ สิกฺขาปทํ ตเถว โหตีติ มนุสฺสามนุสฺสาทิปุคฺคลวิเสสํ กิญฺจิ อนุปาทิยิตฺวา สามญฺญโต ‘‘โย ปน ภิกฺขุ เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสเวยฺยา’’ติ (ปารา. ๓๙) วุตฺตตฺตา มนุสฺสามนุสฺสติรจฺฉานคตานํ อิตฺถิปุริสปณฺฑกอุภโตพฺยญฺชนานํ ตึสวิเธปิ มคฺเค เมถุนํ เสวนฺตสฺส ตํ สิกฺขาปทํ มูลจฺเฉชฺชกรํ โหติ เอวาติ อธิปฺปาโย. เอเตน ยํ อนุปญฺญตฺติมูลปญฺญตฺติยา เอว อธิปฺปายปฺปกาสนวเสน สุโพธตฺถาย วตฺถุวเสน ปวตฺตานํ วิเสสตฺถโชตกวเสนาติ ทสฺสิตํ โหติ. อามสนํ อามฏฺฐมตฺตํ. ตโต ทฬฺหตรํ ผุสนํ. ฆฏฺฏนํ ปน ตโต ทฬฺหตรํ กตฺวา สรีเรน สรีรสฺส สงฺฆฏฺฏนํ. ตํ สพฺพมฺปีติ อนุราเคน ปวตฺติตํ ทสฺสนาทิสพฺพมฺปิ.
๔๒. ปาณาติปาตาทิสจิตฺตกสิกฺขาปทานํ สุราปานาทิอจิตฺตกสิกฺขาปทานญฺจ (ปาจิ. ๓๒๖ อาทโย) เอเกเนว ลกฺขณวจเนน โลกวชฺชตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยสฺส สจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ อกุสลเมว โหติ, ตํ โลกวชฺชํ นามา’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ สจิตฺตกปกฺเขติ อิทํ กิญฺจาปิ อจิตฺตกสิกฺขาปทํ สนฺธาเยว วตฺตุํ ยุตฺตํ ตสฺเสว สจิตฺตกปกฺขสมฺภวโต, ตถาปิ สจิตฺตกสิกฺขาปทานมฺปิ อสญฺจิจฺจ จงฺกมนาทีสุ โลเก ปาณฆาตโวหารสมฺภเวน อจิตฺตกปกฺขํ ปริกปฺเปตฺวา อุภินฺนมฺปิ สจิตฺตกาจิตฺตกสิกฺขาปทานํ สาธารณวเสน ‘‘สจิตฺตกปกฺเข’’ติ วุตฺตํ. อิตรถา สจิตฺตกสิกฺขาปทานํ อิมสฺมึ วาเกฺย โลกวชฺชตาลกฺขณํ น วุตฺตํ สิยา. ‘‘สจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ อกุสลเมวา’’ติ วุตฺเต ปน สจิตฺตกสิกฺขาปทานํ จิตฺตํ อกุสลเมว, อิตเรสํ สจิตฺตกปกฺเขเยว อกุสลนิยโม, น อจิตฺตกปกฺเข. ตตฺถ ปน ยถาสมฺภวํ กุสลํ วา สิยา, อกุสลํ วา, อพฺยากตํ วาติ อยมตฺโถ สามตฺถิยโต สิชฺฌตีติ เวทิตพฺพํ. สจิตฺตกปกฺเขติ วตฺถุวีติกฺกมวิชานนจิตฺเตน สจิตฺตกปกฺเขติ คเหตพฺพํ, น ปณฺณตฺติวิชานนจิตฺเตน ตถา สติ สพฺพสิกฺขาปทานมฺปิ โลกวชฺชตาปสงฺคโต. ‘‘ปฏิกฺขิตฺตมิทํ กาตุํ น วฏฺฏตี’’ติ ชานนฺตสฺส หิ ปณฺณตฺติวชฺเชปิ อนาทริยวเสน ปฏิฆจิตฺตเมว อุปฺปชฺชติ, ตสฺมา อิทํ วากฺยํ นิรตฺถกเมว สิยา สพฺพสิกฺขาปทานิปิ โลกวชฺชานีติ เอตฺตกมตฺตสฺเสว วตฺตพฺพตาปสงฺคโต.
เอตฺถ จ สจิตฺตกปกฺเขเยว จิตฺตํ อกุสลนฺติ นิยมสฺส อกตตฺตา สุราปานาทีสุ อจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ อกุสลํ น โหเตวาติ น สกฺกา นิยเมตุํ, เกวลํ ปน สจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ อกุสลเมว, น กุสลาทีติ เอวเมตฺถ นิยโม สิชฺฌติ, เอวญฺจ สุราติ อชานิตฺวา ปิวนฺตานมฺปิ อกุสลจิตฺเตเนว ปานํ คนฺธวณฺณกาทิภาวํ อชานิตฺวา ลิมฺปนฺตีนํ ภิกฺขุนีนํ วินาปิ อกุสลจิตฺเตน ลิมฺปนญฺจ, อุภยตฺถาปิ อาปตฺติสมฺภโว จ สมตฺถิโต โหติ. ยํ ปน สารตฺถทีปนิยํ (สารตฺถ. ฏี. ปาราชิกกณฺฑ ๒.๔๒) ‘‘สจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ อกุสลเมวาติ วจนโต อจิตฺตกสฺส วตฺถุอชานนวเสน อจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ อกุสลเมวาติ อยํ นิยโม นตฺถีติ วิญฺญายตี’’ติ วุตฺตํ, ตํ น ยุตฺตํ. อจิตฺตเกสุ หิ เตรสสุ โลกวชฺเชสุ สุราปานสฺเสว อจิตฺตกปกฺเขปิ อกุสลจิตฺตนิยโม, น อิตเรสํ ทฺวาทสนฺนํ อกุสลาทิจิตฺเตนาปิ อาปชฺชิตพฺพโต. ยํ ปน เอวํ เกนจิ อนิจฺฉมานํ สทฺทโตปิ อปตียมานมิมํ นิยมํ ปราธิปฺปายํ กตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘ยทิ หิ อจิตฺตกสฺส อจิตฺตกปกฺเขปิ จิตฺตํ อกุสลเมว สิยา, สจิตฺตกปกฺเขติ อิทํ วิเสสนํ นิรตฺถกํ สิยา’’ติอาทิ วุตฺตํ, ตํ นิรตฺถกเมว เอวํ นิยมสฺส เกนจิ อนธิปฺเปตตฺตา. น หิ โกจิ สทฺทสตฺถวิทู นิยมํ อิจฺฉติ, เยน สจิตฺตกปกฺเขติ อิทํ วิเสสนํ นิรตฺถกํ สิยาติอาทิ วุตฺตํ ภเวยฺย, กินฺตุ สจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ อกุสลเมว, อจิตฺตกปกฺเข ปน จิตฺตํ อนิยตํ อกุสลเมว วา สิยา, กุสลาทีสุ วา อญฺญตรนฺติ เอวเมว อิจฺฉติ. เตน สจิตฺตกปกฺเขติ วิเสสนมฺปิ สาตฺถกํ สิยา. อจิตฺตกสิกฺขาปทานํ สจิตฺตกปกฺเขสุ อกุสลนิยเมน โลกวชฺชตา จ สิชฺฌติ. เตสุ จ สุราปานสฺเสว อจิตฺตกปกฺเขปิ โลกวชฺชตา อกุสลจิตฺตตา จ, อิตเรสํ ปน สจิตฺตกปกฺเข เอวาติ วาโทปิ น วิรุชฺฌตีติ น กิญฺเจตฺถ อนุปปนฺนํ นาม.
ยํ ปเนตฺถ ‘‘สุราติ อชานิตฺวา ปิวนฺตสฺส…เป… วินาปิ อกุสลจิตฺเตน อาปตฺติสมฺภวโต…เป… สุราปานาทิอจิตฺตกสิกฺขาปทานํ โลกวชฺชตา น สิยา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยญฺจ ตมตฺถํ สาเธตุํ คณฺฐิปเทสุ อาคตวจนํ ทสฺเสตฺวา พหุํ ปปญฺจิตํ, ตํ น สารโต ปจฺเจตพฺพํ อฏฺฐกถาหิ วิรุทฺธตฺตา. ตถา หิ ‘‘วตฺถุอชานนตาย เจตฺถ อจิตฺตกตา เวทิตพฺพา อกุสเลเนว ปาตพฺพตาย โลกวชฺชตา’’ติ วุตฺตํ. ยญฺเจตสฺส ‘‘สจิตฺตกปกฺเข อกุสเลเนว ปาตพฺพโต โลกวชฺชตา’’ติ วุตฺตํ อฏฺฐกถาวจนํ, ตํ น สุนฺทรํ. ‘‘สจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ อกุสลเมวา’’ติ สพฺเพสํ โลกวชฺชานํ อิเธว ปาราชิกฏฺฐกถาย สามญฺญโต วตฺวา สุราปานสิกฺขาปทฏฺฐกถายํ ‘‘อกุสเลเนว ปาตพฺพตายา’’ติ เอวํ อจิตฺตกปกฺเขปิ อกุสลจิตฺตตาย วิเสเสตฺวา วุตฺตตฺตา. น หิ ‘‘สามญฺญโต อิธ วุตฺโตว อตฺโถ ปุน สุราปานฏฺฐกถายมฺปิ วุตฺโต’’ติ สกฺกา วตฺตุํ วุตฺตสฺเสว ปุน วจเน ปโยชนาภาวา, ตทญฺเญสุปิ อจิตฺตกโลกวชฺเชสุ วตฺตพฺพตาปสงฺคโต จ, นาปิ เอกตฺถ วุตฺโต นโย ตทญฺเญสุปิ เอกลกฺขณตาย วุตฺโต เอว โหตีติ ‘‘สุราปานสิกฺขาปเทเยว (ปาจิ. ๓๒๖ อาทโย) วุตฺโต’’ติ สกฺกา วตฺตุํ อจิตฺตกโลกวชฺชานํ สพฺพปฐเม อุยฺยุตฺตสิกฺขาปเทเยว (ปาจิ. ๓๑๑ อาทโย) วตฺตพฺพโต, สุราปานสิกฺขาปเทเยว วา วตฺวา เอเสว นโย เสเสสุ อจิตฺตกโลกวชฺเชสุปีติ อติทิสิตพฺพโต จ.
อปิจ วุตฺตเมวตฺถํ วทนฺเตน ‘‘สจิตฺตกปกฺเข อกุสเลเนว ปาตพฺพตายา’’ติ ปุพฺเพ วุตฺตกฺกเมเนว วตฺตพฺพํ สนฺเทหาทิวิคมตฺถตฺตา ปุน วจนสฺส. สิกฺขาปทวิสเย จ วิเสสิตพฺพํ วิเสเสตฺวาว วุจฺจติ, อิตรถา อาปตฺตานาปตฺตาทิเภทสฺส ทุวิญฺเญยฺยตฺตา. ตถา หิ ภิกฺขุนีวิภงฺคฏฺฐกถายํ ‘‘วินาปิ จิตฺเตน อาปชฺชิตพฺพตฺตา อจิตฺตกานิ, จิตฺเต ปน สติ อกุสเลเนว อาปชฺชิตพฺพตฺตา โลกวชฺชานิ เจว อกุสลจิตฺตานิ จา’’ติ คิรคฺคสมชฺชาทีนํ สจิตฺตกปกฺเข เอว โลกวชฺชตา อกุสลจิตฺตตา จ วิเสเสตฺวา วุตฺตา, น เอวํ สุราปานสฺส. ตสฺส ปน ปกฺขทฺวยสฺสาปิ สาธารณวเสน ‘‘อกุสเลเนว ปาตพฺพตายา’’ติ วุตฺตํ, น ปน ‘‘สจิตฺตกปกฺเข’’ติ วิเสเสตฺวา. ตสฺมา อิทํ สุราปานํ สจิตฺตกาจิตฺตกปกฺขทฺวเยปิ โลกวชฺชํ อกุสลจิตฺตญฺจาติ ทสฺเสตุเมว ‘‘อกุสเลเนว ปาตพฺพตาย โลกวชฺชตา’’ติ วิสุํ วุตฺตนฺติ สุฏฺฐุ สิชฺฌติ. เอเตเนว ยํ สารตฺถทีปนิยํ ‘‘สจิตฺตกปกฺเข อกุสเลเนว ปาตพฺพตาย โลกวชฺชตา’’ติ วุตฺตสฺส อิมสฺเสว อธิปฺปายสฺส ปฏิปาทกเมตนฺติ สญฺญาย อิมินา เอว หิ อธิปฺปาเยน อญฺเญสุปิ โลกวชฺเชสุ อจิตฺตกสิกฺขาปเทสุ อกุสลจิตฺตตา เอว วุตฺตา, น ปน ติจิตฺตตา. เตเนว ภิกฺขุนีวิภงฺคฏฺฐกถายํ วุตฺตํ ‘‘คิรคฺคสมชฺชํ จิตฺตาคารสิกฺขาปทํ สงฺฆาณิ อิตฺถาลงฺกาโร คนฺธวณฺณโก วาสิตกปิญฺญาโก ภิกฺขุนีอาทีหิ อุมฺมทฺทนปริมทฺทนานีติ อิมานิ ทส สิกฺขาปทานิ อจิตฺตกานิ อกุสลจิตฺตานิ, อยํ ปเนตฺถ อธิปฺปาโย วินาปิ จิตฺเตน อาปชฺชิตพฺพตฺตา อจิตฺตกานิ, จิตฺเต ปน สติ อกุสเลเนว อาปชฺชิตพฺพตฺตา โลกวชฺชานิ เจว อกุสลจิตฺตานิ จา’’ติ วุตฺตํ, ตมฺปิ ปฏิสิทฺธํ โหติ ตพฺพิปรีตสฺเสว อตฺถสฺส ยถาวุตฺตนเยน สาธนโต. ตสฺมา สุราปานสฺส อจิตฺตกปกฺเขปิ จิตฺตํ อกุสลเมวาติ อิมํ วิเสสํ ทสฺเสตุเมว อิทํ วจนํ วุตฺตนฺติ คเหตพฺพํ. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ วตฺถุอชานนตาย เจตฺถาติ เอตฺถ จ-กาโร วิเสสตฺถโชตโก อปิจาติ อิมินา สมานตฺโถ. ตสฺมา ยทิทํ อญฺเญสุ อจิตฺตกโลกวชฺเชสุ วินาปิ จิตฺเตน อาปชฺชิตพฺพตฺตา อจิตฺตกานิ, จิตฺเต ปน สติ อกุสเลเนว อาปชฺชิตพฺพตฺตา โลกวชฺชานิ เจว อกุสลจิตฺตานิ จาติ โลกวชฺชตาย อกุสลจิตฺตตาย จ ลกฺขณํ วุจฺจติ, ตํ เอตฺถ สุราปานสิกฺขาปเท นาคจฺฉติ, อิธ ปน วิเสโส อตฺถีติ วุตฺตํ โหติ. โส กตโรติ เจ? วตฺถุอชานนตาย เอว วตฺถุชานนจิตฺเตน วินาปิ อาปชฺชิตพฺพตาย เอว อจิตฺตกตา เวทิตพฺพา, นตฺเถตฺถ อจิตฺตกตาย วิเสโส. กินฺตุ วตฺถุอชานนสงฺขาตอจิตฺตกปกฺเขปิ อกุสลจิตฺเตเนว สุราเมรยสฺส อชฺโฌหริตพฺพตายาติ อิมสฺส สิกฺขาปทสฺส สจิตฺตกปกฺเขปิ อจิตฺตกปกฺเขปิ โลกวชฺชตา อกุสลจิตฺตตา จ เวทิตพฺพาติ อยเมตฺถ วิเสโส. อิธ หิ ‘‘จิตฺเต ปน สตี’’ติ อวิเสเสตฺวา ‘‘อกุสเลเนวา’’ติ สามญฺญโต วุตฺตตฺตา อุภยปกฺเขปิ โลกวชฺชตา อกุสลจิตฺตตา จ สิทฺธาติ เวทิตพฺพา. เตเนว ปรมตฺถโชติกาย (ขุ. ปา. อฏฺฐ. ๒.ปจฺฉิมปญฺจสิกฺขาปทวณฺณนา) ขุทฺทกฏฺฐกถาย สิกฺขาปทวณฺณนาย ‘‘สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานํ กายโต จ กายจิตฺตโต จาติ ทฺวิสมุฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตํ. สุราติ ชานนจิตฺตาภาเวเนว เหตฺถ จิตฺตงฺควิรหิโต เกวโลปิ กาโย เอกสมุฏฺฐานํ วุตฺโต, ตสฺมิญฺจ เอกสมุฏฺฐานกฺขเณปิ ยาย เจตนาย ปิวติ, สา เอกนฺตอกุสลา เอว โหติ. เตเนว ตตฺเถว อฏฺฐกถายํ ‘‘ปฐมา เจตฺถ ปญฺจ เอกนฺตอกุสลจิตฺตสมุฏฺฐานตฺตา ปาณาติปาตาทีนํ ปกติวชฺชโต เวรมณิโย, เสสา ปณฺณตฺติวชฺชโต’’ติ เอวํ ปญฺจนฺนมฺปิ สามญฺญโต อกุสลจิตฺตตา โลกวชฺชตาสงฺขาตา ปกติวชฺชตา จ วุตฺตา. องฺเคสุ จ ชานนงฺคํ น วุตฺตํ. ตถา หิ ‘‘สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานสฺส ปน สุราทีนํ อญฺญตรํ โหติ มทนียํ, ปาตุกามตาจิตฺตญฺจ ปจฺจุปฏฺฐิตํ โหติ, ตชฺชญฺจ วายามํ อาปชฺชติ, ปีเต จ ปวิสตีติ อิมานิ จตฺตาริ องฺคานี’’ติ วุตฺตํ, น ปน สุราติ ชานนงฺเคน สทฺธึ ปญฺจาติ. ยทิ หิ สุราติ ชานนมฺปิ องฺคํ สิยา, อวสฺสเมว ตํ วตฺตพฺพํ สิยา, น จ วุตฺตํ. ยถา เจตฺถ, เอวํ อญฺญาสุปิ สุตฺตปิฏกาทิอฏฺฐกถาสุ กตฺถจิ ชานนงฺคํ น วุตฺตํ. ตสฺมา ‘‘อกุสเลเนว ปาตพฺพตาย โลกวชฺชตา’’ติ อิมสฺส อฏฺฐกถาปาฐสฺส อจิตฺตกปกฺเขปิ ‘‘อกุสเลเนว ปาตพฺพตาย โลกวชฺชตา’’ติ เอวเมว อตฺโถติ นิฏฺฐเมตฺถ คนฺตพฺพํ.
อปิจ ยํ คณฺฐิปเทสุ ‘‘เอตํ สตฺตํ มาเรสฺสามีติ ตสฺมึเยว ปเทเส นิปนฺนํ อญฺญํ มาเรนฺตสฺส ปาณสามญฺญสฺส อตฺถิตาย ยถา ปาณาติปาโต โหติ, เอวํ เอตํ มชฺชํ ปิวิสฺสามีติ อญฺญํ มชฺชํ ปิวนฺตสฺส มชฺชสามญฺญสฺส อตฺถิตาย อกุสลเมว โหติ, ยถา ปน กฏฺฐสญฺญาย สปฺปํ ฆาเตนฺตสฺส ปาณาติปาโต น โหติ, เอวํ นาฬิเกรปานสญฺญาย มชฺชํ ปิวนฺตสฺส อกุสลํ น โหตี’’ติ ปาณาติปาเตน สทฺธึ สพฺพถา สมานตฺเตน อุปเมตฺวา วุตฺตํ, ตํ อติวิย อยุตฺตํ สพฺเพสํ สิกฺขาปทานํ ปาณาติปาตาทิอกุสลานญฺจ อญฺญมญฺญํ สมานตาย นิยมาภาวา. ปาณาติปาโต หิ ปริยาเยนาปิ สิชฺฌติ, น ตถา อทินฺนาทานํ. ตํ ปน อาณตฺติยาปิ สิชฺฌติ, น จ เมถุนาทีสุ. ตสฺมา ปโยคงฺคาทีหิปิ ภินฺนานเมว สํสฏฺฐํ สพฺพถา สมีกรณํ อยุตฺตเมว. ‘‘ปาณาติปาโต วิย อทินฺนาทานเมถุนาทีนิปิ ปริยายกถาทีหิ สิชฺฌนฺตี’’ติ เกนจิ วุตฺเต ตํ กินฺติ น คยฺหติ ตถา วจนาภาวาติ เจ? อิธาปิ ‘‘ตถา ปาณาติปาตสทิสํ สุราปาน’’นฺติ วจนาภาวา อิทมฺปิ น คเหตพฺพเมว. กิญฺจิ อฏฺฐกถาวจเนเนว สิทฺธเมวตฺถํ ปฏิพาหนฺเตน วินยญฺญุนา สุตฺตสุตฺตานุโลมาทีหิ ตสฺส วิโรธํ ทสฺเสตฺวา ปฏิพาเหตพฺพํ, น ปน ปโยคงฺคาทีหิ อจฺจนฺตวิภินฺเนน สิกฺขาปทนฺตเรน สห สมีกรณมตฺเตน. น หิ ‘‘สุราติ อชานิตฺวา ปิวนฺตสฺสาปิ อกุสลเมวา’’ติ เอตฺถ สุตฺตาทิวิโรโธ อตฺถิ, วินยปิฏเก ตาว เอตสฺส อตฺถสฺส วิรุทฺธํ สุตฺตาทิกํ น ทิสฺสติ, นาปิ สุตฺตปิฏกาทีสุ.
ยํ ปเนตฺถ เกจิ วทนฺติ ‘‘มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมาติ (ธ. ป. ๑, ๒) วุตฺตตฺตา สพฺพานิ อกุสลานิ ปุพฺเพ วีติกฺกมวตฺถุํ ชานนฺตสฺเสว โหนฺตี’’ติ. ตํ เตสํ สุตฺตาธิปฺปายานภิญฺญาตเมว ปกาเสติ. น หิ ‘‘มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา’’ติ อิทํ วจนํ ปุพฺเพ วีติกฺกมวตฺถุํ ชานนฺตสฺเสว อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ อิมมตฺถํ ทีเปติ, อถ โข กุสลากุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชมานา อุปฺปาทปจฺจยฏฺเฐน ปุพฺพงฺคมภูตํ สหชาตจิตฺตํ นิสฺสาเยว อุปฺปชฺชนฺติ, น วินา จิตฺเตนาติ อิมมตฺถํ ทีเปติ. น เหตฺถ ‘‘สุราติ อชานิตฺวา ปิวนฺตสฺส อกุสลเมวา’’ติ วุตฺเต สหชาตจิตฺตํ วินาปิ โลภาทิอกุสลเจตสิกา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ อยมตฺโถ อาปชฺชติ. เยน ตํ นิเสธาย อิทํ สุตฺตํ อาหรณียํ สิยา, อภิธมฺมวิโรโธเปตฺถ นตฺถิ ปุพฺเพ นามชาติอาทิวเสน อชานนฺตสฺเสว ปญฺจวิญฺญาณวีถิยํ กุสลากุสลชวนุปฺปตฺติวจนโต.
อปิจ พาลปุถุชฺชนานํ ฉสุ ทฺวาเรสุ อุปฺปชฺชมานานิ ชวนานิ เยภุยฺเยน อกุสลาเนว อุปฺปชฺชนฺติ. กุสลานิ ปน เตสํ กลฺยาณมิตฺตาทิอุปนิสฺสยพเลน อปฺปกาเนว อุปฺปชฺชนฺติ, ตุณฺหีภูตานมฺปิ นิทฺทายิตฺวา สุปินํ ปสฺสนฺตานมฺปิ อุทฺธจฺจาทิอกุสลชวนสฺเสว เยภุยฺยปฺปวตฺติโต กุสลากุสลวิรหิตสฺส ชวนสฺส เตสํ อภาวา. อกุสลา หิ วิสยานุคุณํ วาสนานุคุณญฺจ ยถาปจฺจยํ สมุปฺปชฺชนฺติ, ตตฺถ กึ ปุพฺเพ ชานนาชานนนิพทฺเธน. เย ปน ชานนาทิองฺคสมฺปนฺนา ปาณาติปาตาทโย, เย จ ชานนาทึ วินาปิ สิชฺฌมานา สุราปานมิจฺฉาทิฏฺฐิอาทโย, เต เต ตถา ตถา ยาถาวโต ญตฺวา สมฺมาสมฺพุทฺเธน นิทฺทิฏฺฐา, เตสญฺจ ยถานิทฺทิฏฺฐวเสน คหเณ โก นาม อภิธมฺมวิโรโธ. เอวํ สุตฺตาทิวิโรธาภาวโต, อฏฺฐกถาย จ วุตฺตตฺตา ยถาวุตฺตวเสเนเวตฺถ อตฺโถ คเหตพฺโพ. ยทิ เอวํ กสฺมา ‘‘สามเณโร ชานิตฺวา ปิวนฺโต สีลเภทํ อาปชฺชติ, น อชานิตฺวา’’ติ อฏฺฐกถายํ วุตฺตนฺติ? นายํ โทโส สีลเภทสฺส ภควโต อาณายตฺตตฺตา อุกฺขิตฺตานุวตฺติกาทีนํ สีลเภโท วิย. น หิ ตาสํ อกุสลุปฺปตฺติยา เอว สีลเภโท โหติ สงฺฆายตฺตสมนุภาสนานนฺตเรเยว วิหิตตฺตา. เอวมิธาปิ ชานิตฺวา ปิวเน เอว วิหิโต, น อชานิตฺวา ปิวเน. อญฺโญ หิ สิกฺขาปทวิสโย, อญฺโญ อกุสลวิสโย. เตเนว สามเณรานํ ปุริเมสุ ปญฺจสุ สิกฺขาปเทสุ เอกสฺมึ ภินฺเน สพฺพานิปิ สิกฺขาปทานิ ภิชฺชนฺติ. อกุสลํ ปน ยํ ภินฺนํ, เตน เอเกเนว โหติ, นาญฺเญหิ. ตสฺมา สามเณรสฺส อชานิตฺวา ปิวนฺตสฺส สีลเภทาภาเวปิ กมฺมปถปฺปตฺตํ อกุสลเมวาติ คเหตพฺพํ.
ยํ ปน สารตฺถทีปนิยํ (สารตฺถ. ฏี. ปาราชิกกณฺฑ ๒.๔๒) ‘‘สามเณรสฺส สุราติ อชานิตฺวา ปิวนฺตสฺส ปาราชิกํ นตฺถิ, อกุสลํ ปน โหตี’’ติ เกหิจิ วุตฺตวจนํ ‘‘ตํ เตสํ มติมตฺต’’นฺติ ปฏิกฺขิปิตฺวา ‘‘ภิกฺขุโน อชานิตฺวาปิ พีชโต ปฏฺฐาย มชฺชํ ปิวนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ. สามเณโร ชานิตฺวา ปิวนฺโต สีลเภทํ อาปชฺชติ, น อชานิตฺวาติ เอตฺตกเมว หิ อฏฺฐกถายํ วุตฺตํ, อกุสลํ ปน โหตีติ น วุตฺต’’นฺติ ตตฺถ การณํ วุตฺตํ, ตํ อการณํ. น หิ อฏฺฐกถายํ สามเณรานํ ชานิตฺวา ปิวเน เอว สีลเภโท, น อชานิตฺวาติ สีลเภทกถนฏฺฐาเน อกุสลํ ปน โหตีติ อวจนํ อชานนปกฺเข อกุสลาภาวสฺส การณํ โหติ, ตตฺถ ปสงฺคาภาวา, วตฺตพฺพฏฺฐาเน เอว ‘‘อกุสเลเนว ปาตพฺพตาย โลกวชฺชตา’’ติ วุตฺตตฺตา จ. น จ เต ‘‘อกุสลํ ปน โหตี’’ติ วทนฺตา อาจริยา อิมํ สามเณรานํ สีลเภทปฺปกาสกํ ขนฺธกฏฺฐกถาปาฐเมว คเหตฺวา อโวจุํ, เยน ‘‘เอตฺตกเมว อฏฺฐกถายํ วุตฺต’’นฺติ วตฺตพฺพํ สิยา, อถ โข สุราปานฏฺฐกถาคตํ สุตฺตปิฏกฏฺฐกถาคตญฺจ อเนกวิธํ วจนํ, มหาวิหารวาสีนํ ปรมฺปโรปเทสญฺจ คเหตฺวา อโวจุํ. ภินฺนลทฺธิกานํ อภยคิริกาทีนํ มตเญฺหตํ, ยทิทํ ชานิตฺวา ปิวนฺตสฺเสว อกุสลนฺติ คหณํ. ตสฺมา ยํ วุตฺตํ เกหิจิ ‘‘สามเณรสฺส สุราติ อชานิตฺวา ปิวนฺตสฺส ปาราชิกํ นตฺถิ, อกุสลํ ปน โหตี’’ติ, ตํ สุวุตฺตนฺติ คเหตพฺพํ.
ยญฺจ สารตฺถทีปนิยํ (สารตฺถ. ฏี. ปาราชิกกณฺฑ ๒.๔๒) ‘‘อชานิตฺวา ปิวนฺตสฺสาปิ โสตาปนฺนสฺส มุขํ สุรา น ปวิสติ กมฺมปถปฺปตฺตอกุสลจิตฺเตเนว ปาตพฺพโต’’ติ เกหิจิ วุตฺตวจนํ ‘‘น สุนฺทร’’นฺติ ปฏิกฺขิปิตฺวา ‘‘โพธิสตฺเต กุจฺฉิคเต โพธิสตฺตมาตุ สีลํ วิย หิ อิทมฺปิ อริยสาวกานํ ธมฺมตาสิทฺธนฺติ เวทิตพฺพ’’นฺติ วตฺวา ธมฺมตาสิทฺธตฺตํเยว สมตฺเถตุํ ‘‘ภวนฺตเรปิ หิ อริยสาวโก ชีวิตเหตุปิ เนว ปาณํ หนติ, น สุรํ ปิวติ. สเจ ปิสฺส สุรญฺจ ขีรญฺจ มิสฺเสตฺวา มุเข ปกฺขิปนฺติ, ขีรเมว ปวิสติ, น สุรา. ยถา กึ? ยถา โกญฺจสกุณานํ ขีรมิสฺสเก อุทเก ขีรเมว ปวิสติ, น อุทกํ. อิทํ โยนิสิทฺธนฺติ เจ, อิทมฺปิ ธมฺมตาสิทฺธนฺติ เวทิตพฺพ’’นฺติ อิทํ อฏฺฐกถาวจนํ ทสฺสิตํ, ตมฺปิ น ยุตฺตเมว. ยถา หิ โพธิสตฺตมาตุ สีลํ วิย อริยสาวกานํ ธมฺมตาสิทฺธนฺติ เอตฺถ โพธิสตฺตมาตุ ธมฺมตา นาม โพธิสตฺตสฺส จ อตฺตโน จ ปารมิตานุภาเวน อกุสลานุปฺปตฺตินิยโม เอว. ตถา อริยสาวกานมฺปิ ภวนฺตเร ปาณาติปาตาทีนํ ทสนฺนํ กมฺมปถานํ อญฺเญสญฺจ อปายเหตุกานํ อกุสลานํ อจฺจนฺตปฺปหายกสฺส มคฺคสฺส อานุภาเวน ตํตํสีลวีติกฺกมเหตุกสฺส อกุสลสฺส อนุปฺปตฺตินิยโม เอว ธมฺมตา. น หิ สภาววาทีนํ ธมฺมตา วิย อเหตุกตา อิธ ธมฺมตา นาม. ยถา วา เอวํธมฺมตานเย การณสฺส ภาเว อภาเว จ การิยสฺส ภาโว อภาโว จ ธมฺมตา, น อเหตุอปฺปจฺจยาภาวาภาโว, เอวมิธาปิ ปาณาติปาตาทิกมฺมปถานํ เหตุภูตสฺส กิเลสสฺส อจฺจนฺตาภาเวน เตสํ อภาโว, ตทวเสสานํ อกุสลานํ เหตุโน ภาเวน ภาโว จ ธมฺมตา, น อเหตุกตา. ตสฺมา อปายเหตุโน ราคสฺส อภาเวเนว อริยานํ อชานิตฺวาปิ สุราย อนชฺโฌหรณนฺติ สุวุตฺตเมวิทํ เกหิจิ ‘‘อชานิตฺวา ปิวนฺตสฺสาปิ โสตาปนฺนสฺส มุขํ สุรา น ปวิสติ กมฺมปถปฺปตฺตอกุสลจิตฺเตเนว ปาตพฺพโต’’ติ, ตํ เกน เหตุนา น สุนฺทรํ ชาตนฺติ น ญายติ, ธมฺมตาสิทฺธนฺติ วา กถเนน กถํ ตํ ปฏิกฺขิตฺตนฺติ.
ยมฺปิ ทีฆนิกายฏฺฐกถายํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๓๕๒) ‘‘สุรญฺจ ขีรญฺจ มิสฺเสตฺวา…เป… อิทํ ธมฺมตาสิทฺธ’’นฺติ วจนํ, ตมฺปิ สุราปานสฺส อจิตฺตกปกฺเขปิ อกุสลจิตฺตญฺเญว สาเธติ. ตถา หิ ‘‘ภวนฺตเรปิ หิ อริยสาวโก ชีวิตเหตุปิ ปาณํ น หนติ, นาทินฺนํ อาทิยติ…เป… น สุรํ ปิวตี’’ติ วุตฺเต ‘‘ปุริมานํ ตาว จตุนฺนํ กมฺมปถานํ สจิตฺตกตฺตา วิรมณํ สุกรํ, ปจฺฉิมสฺส ปน สุราปานสฺส อจิตฺตกตฺตา กถํ วิรมณํ ภเวยฺยา’’ติ โจทนาสมฺภวํ มนสิกตฺวา วตฺถุอชานนวเสน อจิตฺตกตฺเตปิ ยสฺมา กมฺมปถปฺปตฺตอกุสเลเนว สุรา อชฺโฌหริตพฺพา, ตาทิสี จ อกุสลปฺปวตฺติ อริยสาวกสฺส มคฺเคเนว หตา, ตสฺมาสฺส ปรคลํ สุราย ปวิสนํ นตฺถีติ อตฺถโต คมฺยมานตฺถํ ปริหารวจนํ วทตา ‘‘สเจ ปิสฺส สุรญฺจ ขีรญฺจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ขีรเมว ปวิสติ, น สุราติ อิทํ สุราย สพฺพถาปิ ปรคลปฺปเวสาภาวทสฺสนปรํ, น ปน สุรามิสฺสขีรสฺส สุราย วิโยชนสามตฺถิยทสฺสนปรํ. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – ยทิ หิ สุรามิสฺเส ขีเร กิญฺจิ ปวิเสยฺย, ขีรเมว ปวิเสยฺย, น สุรา. ขีเร ปน สุราย อวิยุตฺเต น กิญฺจิ ปวิสตีติ. อิทํ โยนิสิทฺธนฺติ อุทกสฺส มุเข อปฺปวิสนํ โยนิสิทฺธํ. โยนีติ เจตฺถ ชาติ อธิปฺเปตา. ตสฺมา โกญฺจชาติกานํ มุขตุณฺฑสงฺขาตานํ รูปธมฺมานํ ขีรมิสฺสอุทกชฺโฌหรณเหตุตฺตาภาเวน ตํ อปฺปวิสนํ สิทฺธนฺติ อตฺโถ. อิทมฺปิ หิ ขีรมิสฺสาย สุราย ขีเร ปวิสนฺเตปิ ปรคลาปวิสนนฺติ. ธมฺมตาสิทฺธนฺติ อริยสาวกสฺส อรูปธมฺมานํ สุราปิวนเหตุภูตกิเลสสหิตตฺตาภาวสงฺขาตาย ธมฺมตาย สิทฺธํ. เอวเมตฺถ อจิตฺตกปกฺเขปิ สุราย อกุสลจิตฺเตเนว ปาตพฺพโต อริยสาวกานํ อปิวนํ สมตฺถิตนฺติ เวทิตพฺพํ. อถาปิ สิยา อชานนปกฺเข อกุสลจิตฺเตน วินาว ปาตพฺพตฺเตปิ สุราย อปิวนํ อริยานํ ธมฺมตาติ สมตฺถนปรเมตนฺติ, ตํ น, อฏฺฐกถาวจนนฺตเรหิ วิรุชฺฌนโต. ยถา หิ วจนนฺตเรหิ น วิรุชฺฌติ, ตถาเยว อตฺโถ คเหตพฺโพ.
อปิจ ปาณาติปาตาทีนํ ปญฺจนฺนํ กมฺมปถานํ ภวนฺตเรปิ อกรณํ อริยานํ ธมฺมตาสีลเมว, เตสญฺจ ยทิ สจิตฺตกตํ สมานํ. สุราปานํ วิย อิตรานิปิ จตฺตาริ อชานนฺเตนาปิ อริยสาวเกน น กตฺตพฺพานิ สิยุํ, ตถา จ อชานนฺตานํ อริยานํ กุสลาพฺยากตจิตฺเตหิปิ วิรมณปรมารณปรสนฺตกคหณาทีสุ กายวจีปวตฺติ น สมฺปชฺเชยฺย, โน เจ สมฺปชฺชติ, จกฺขุปาลตฺเถรสฺส จงฺกมเนน ปาณวิโยคสฺส, อุปฺปลวณฺณตฺเถริยา พลกฺกาเรน มคฺเคนมคฺคผุสนสฺส จ ปวตฺตตฺตา. ตสฺมา สุราปานสฺส อจิตฺตกปกฺเขปิ อกุสเลเนว ปาตพฺพตาย สุรา อริยานํ ปรคลํ น ปวิสตีติ วิเสเสตฺวา วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.
นนุ วตฺถุํ ชานนฺตสฺเสว สพฺเพ กมฺมปถา วุตฺตาติ? น, มิจฺฉาทิฏฺฐิยา วิปรีตคฺคหเณเนว ปวตฺตตฺตา. กถญฺหิ นาม อสพฺพญฺญุํ สพฺพญฺญุโต, อนิจฺจาทึ นิจฺจาทิโต จ คหณนฺตี ทิฏฺฐิ วตฺถุํ วิชานาติ. ยทิ หิ ชาเนยฺย, มิจฺฉาทิฏฺฐิเยว น สิยา. สา จ กมฺมปเถสุ คณิตาติ กุโต ชานนฺตสฺเสว กมฺมปถปฺปวตฺตินิยโม. อถ สพฺพญฺญุํ สพฺพญฺญูติ คณฺหนฺตีปิ ‘‘อยํ สตฺโต’’ติ ตสฺส สรูปคฺคหณโต ทิฏฺฐิปิ วตฺถุํ วิชานาตีติ เจ? น, สุราปานสฺสปิ ‘‘อยํ น สุรา’’ติ สรูปคฺคหณสฺส สมานตฺตา. ‘‘อย’’นฺติ จ วตฺถุปรามสเนปิ ‘‘สุรา’’ติ วิเสสวิชานนาภาวา น ชานาตีติ เจ? ‘‘อย’’นฺติ ปุคฺคลตฺตํ ชานนฺตีปิ ‘‘อสพฺพญฺญู’’ติปิ วิเสสชานนาภาวา ทิฏฺฐิปิ วตฺถุํ น ชานาตีติ สมานเมว. เอวญฺหิ เตสํ พุทฺธาติ อหิโตติ อหิตํ วา ปูรณกสฺสปาทึ หิโต ปฏิฆสฺส วา อนุนยสฺส วา อุปฺปาทเนปิ เอเสว นโย. วิปลฺลาสปุพฺพกญฺหิ สพฺพํ อกุสลํ.
อปิจ สุราย ปียมานาย นิยเมน อกุสลุปฺปาทนํ สภาโว ปีตาย วิย. ขีราทิสญฺญาย ปีตสุรสฺส ปุคฺคลสฺส มาตุภคินิอาทีสุปิ ราคโทสาทิอกุสลปฺปพนฺโธ วตฺถุสภาเวเนว อุปฺปชฺชติ, เอวํ ปียมานกฺขเณปิ ติขิโณ ราโค อุปฺปชฺชเตว, เตเนว สาคตตฺเถรสฺส อชานิตฺวา ปิวนกาเล ปญฺจาภิญฺญาทิฌานปริหานิ, ปจฺฉา จ พุทฺธาทีสุ อคารวาทิอกุสลปฺปพนฺโธ ยาว สุราวิคมา ปวตฺติตฺถ. เตเนว ภควาปิ ตสฺส อคารวาทิอกอุสลปฺปวตฺติทสฺสนมุเขน สุราโทสํ ปกาเสตฺวา สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสิ. น หิ ปญฺจนีวรณุปฺปตฺตึ วินา ฌานปริหานิ โหติ. ตสฺมา อชานนฺตสฺสาปิ สุรา ปียมานา ปีตา จ อตฺตโน สภาเวเนว อกุสลุปฺปาทิกาติ อยมตฺโถ สาคตตฺเถรสฺส ฌานปริหานิยา อนฺวยโตปิ, อริยานํ กิเลสาภาเวน มุเขน สุราย อปฺปเวสสงฺขาตพฺยติเรกโตปิ สิชฺฌตีติ นิฏฺฐเมตฺถ คนฺตพฺพํ, เอวํ คหณเมว หิ วิภชฺชวาทีมตานุสารํ.
ยํ ปน ‘‘ชานิตฺวา ปิวนฺตสฺเสว อกุสล’’นฺติ คหณํ, ตํ ภินฺนลทฺธิกานํ อภยคิริกาทีนเมว มตํ, ตํ ปน คณฺฐิปทการกาทีหิ ‘‘ปรวาโท’’ติ อชานนฺเตหิ อตฺตโน มติยา สํสนฺทิตฺวา ลิขิตํ วิภชฺชวาทีมณฺฑลมฺปิ ปวิสิตฺวา ยาวชฺชตนา สาสนํ ทูเสติ, ปุราปิ กิร อิมสฺมิมฺปิ ทมิฬรฏฺเฐ โกจิ ภินฺนลทฺธิโก นาคเสโน นาม เถโร กุณฺฑลเกสีวตฺถุํ ปรวาทมถนนยทสฺสนตฺถํ ทมิฬกพฺพรูเปน กาเรนฺโต ‘‘อิมํ สุราปานสฺส ชานิตฺวาว ปิวเน อกุสลนยํ, อญฺญญฺจ เทสกาลาทิเภเทน อนนฺตมฺปิ เญยฺยํ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ สลกฺขณวเสเนว ญาตุํ น สกฺโกติ ญาเณน ปริจฺฉินฺนตฺเตน เญยฺยสฺส อนนฺตตฺตหานิปฺปสงฺคโต. อนิจฺจาทิสามญฺญลกฺขณวเสเนว ปน ญาตุํ สกฺโกตี’’ติ จ, ‘‘ปรมตฺถธมฺเมสุ นามรูปนฺติอาทิเภโท วิย ปุคฺคลาทิสมฺมุติปิ วิสุํ วตฺถุเภโท เอวา’’ติ จ เอวมาทิกํ พหุํ วิปรีตตฺถนยํ กพฺพาการสฺส กวิโน อุปทิสิตฺวา ตสฺมึ ปพนฺเธ การณาภาเสหิ สตึ สมฺโมเหตฺวา ปพนฺธาเปสิ, ตญฺจ กพฺพํ นิสฺสาย อิมํ ภินฺนลทฺธิกมตํ อิธ วิภชฺชวาทีมเต สมฺมิสฺสํ จิรํ ปวตฺติตฺถ. ตํ ปน ปจฺฉา อาจริยพุทฺธปฺปิยมหาเถเรน พาหิรพฺภริกํ ทิฏฺฐิชาลํ วิฆาเฏตฺวา อิธ ปริสุทฺธํ สาสนํ ปติฏฺฐาเปนฺเตน โสธิตมฺปิ สารตฺถทีปนิยา (สารตฺถ. ฏี. ปาราชิกกณฺฑ ๒.๔๒) วินยฏีกาย สุราปานสฺส สจิตฺตกปกฺเขเยว จิตฺตํ อกุสลนฺติ สมตฺถนวจนํ นิสฺสาย เกหิจิ วิปลฺลตฺตจิตฺเตหิ ปุน อุกฺขิตฺตสิรํ ชาตํ, ตญฺจ มหาเถเรหิ วินิจฺฉินิตฺวา คารยฺหวาทํ กตฺวา มทฺทิตฺวา ลทฺธิคาหเก จ ภิกฺขู วิโยเชตฺวา ธมฺเมน วินเยน สตฺถุสาสเนน จิเรเนว วูปสมิตํ. เตเนเวตฺถ มยํ เอวํ วิตฺถารโต อิทํ ปฏิกฺขิปิมฺห ‘‘มา อญฺเญปิ วิภชฺชวาทิโน อยํ ลทฺธิ ทูเสสี’’ติ. ตสฺมา อิธ วุตฺตานิ อวุตฺตานิ จ การณานิ สุฏฺฐุ สลฺลกฺเขตฺวา ยถา อาคมวิโรโธ น โหติ, ตถา อตฺโถ คเหตพฺโพ.
เสสนฺติ ยสฺส วตฺถุวิชานนจิตฺเตน สจิตฺตกปกฺเขปิ จิตฺตํ อกุสลเมวาติ นิยโม นตฺถิ, ตํ สพฺพนฺติ อตฺโถ. รุนฺธนฺตีติ ‘‘ติรจฺฉานคติตฺถิยา โทโส นตฺถี’’ติอาทินา อนาปตฺติยา เลสคฺคหณํ นิวาเรนฺตี. ทฺวารํ ปิทหนฺตีติ ‘‘ตญฺจ โข มนุสฺสิตฺถิยา’’ติอาทินา (ปารา. ๔๑) เลสคฺคหณสฺส การณสงฺขาตํ ทฺวารํ ปิทหนฺตี. โสตํ ปจฺฉินฺทมานาติ ตทุภยเลสคฺคหณทฺวารานํ วเสน อวิจฺฉินฺนํ วีติกฺกมโสตํ ปจฺฉินฺทมานา. คาฬฺหตรํ กโรนฺตีติ ยถาวุตฺเตหิ การเณหิ ปฐมปญฺญตฺติสิทฺธํ อาปตฺติญฺเญว ทฬฺหํ กโรนฺตี, อนาปตฺติยา โอกาสํ อททมานาติ อตฺโถ. สา จ ยสฺมา วีติกฺกมาภาเว, อวิสยตาย อพฺโพหาริเก วีติกฺกเม จ โลกวชฺเชปิ สิถิลํ กโรนฺตี อุปฺปชฺชติ, ตสฺมา ตถา อุปฺปตฺตึ อุปฺปตฺติการณญฺจ ทสฺเสนฺโต อาห อญฺญตฺร อธิมานาติอาทิ. อญฺญตฺร อธิมานาติ อิมิสฺสา อนุปญฺญตฺติยา ‘‘วีติกฺกมาภาวา’’ติ การณํ วุตฺตํ. อญฺญตฺร สุปินนฺตาติ อิมิสฺสา ‘‘อพฺโพหาริกตฺตา’’ติ การณํ วุตฺตํ. ตตฺถ วีติกฺกมาภาวาติ ปาปิจฺฉาย อวิชฺชมานสฺส อุตฺตริมนุสฺสธมฺมสฺส วิชฺชมานโต ปกาสนวสปฺปวตฺตวิสํวาทนาธิปฺปายสงฺขาตสฺส วีติกฺกมสฺส อภาวโต. อธิมานิกสฺส หิ อนธิคเต อธิคตสญฺญิตาย ยถาวุตฺตวีติกฺกโม นตฺถิ. อพฺโพหาริกตฺตาติ ‘‘อตฺเถสา, ภิกฺขเว, เจตนา, สา จ โข อพฺโพหาริกา’’ติ (ปารา. ๒๓๕) วจนโต โมจนสฺสาทเจตนาย อุปกฺกมนสฺส จ วิชฺชมานตฺเตปิ ถินมิทฺเธน อภิภูตตาย อวสตฺเตน อพฺโพหาริกตฺตา, อาปตฺติการณโวหาราภาวาติ อตฺโถ. วา-สทฺโท เจตฺถ สมุจฺจยตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ, ‘‘อพฺโพหาริกตฺตา จา’’ติ วา ปาโฐ. วุตฺตาติ ทุวิธาปิ เจสา อนุปญฺญตฺติ อนาปตฺติกรา วุตฺตาติ อธิปฺปาโย.
อกเต วีติกฺกเมติ อาปทาสุปิ ภิกฺขูหิ สิกฺขาปทวีติกฺกเม อกเต, กุกฺกุจฺจา น ภุญฺชึสูติอาทีสุ วิย วีติกฺกมํ อกตฺวา ภิกฺขูหิ อตฺตโน ทุกฺขุปฺปตฺติยา อาโรจิตายาติ อตฺโถ. สิถิลํ กโรนฺตีติ ปฐมํ สามญฺญโต พทฺธสิกฺขาปทํ โมเจตฺวา อตฺตโน วิสเย อนาปตฺติกรณวเสน สิถิลํ กโรนฺตี. ทฺวารํ ททมานาติ อนาปตฺติยา ทฺวารํ ททมานา. อปราปรมฺปิ อนาปตฺตึ กุรุมานาติ ทินฺเนน เตน ทฺวาเรน อุปรูปริ อนาปตฺติภาวํ ทีเปนฺตี. ปญฺญตฺเตปิ สิกฺขาปเท อุทายินา ‘‘มุหุตฺติกาย เวสิยา น โทโส’’ติ เลเสน วีติกฺกมิตฺวา สญฺจริตฺตาปชฺชนวตฺถุสฺมึ (ปารา. ๒๙๖ อาทโย) ปญฺญตฺตตฺตา ‘‘กเต วีติกฺกเม’’ติ วุตฺตํ. ปญฺญตฺติคติกาติ อตฺถโต มูลปญฺญตฺติเยวาติ อธิปฺปาโย.
มกฺกฏีวตฺถุกถาวณฺณนานโย นิฏฺฐิโต.
สนฺถตภาณวาโร
วชฺชิปุตฺตกวตฺถุกถาวณฺณนา
๔๓-๔๔. วชฺชิปุตฺตกวตฺถุกถาย ปาฬิยํ ‘‘เวสาลิกา…เป… เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวึสู’’ติ เอตฺถ เต ญาติกุลํ คนฺตฺวา คิหิลิงฺคํ คเหตฺวา ‘‘คิหิภูตา มย’’นฺติ สญฺญาย เมถุนํ ปฏิเสวึสูติ คเหตพฺพํ, เตนาห ญาติพฺยสเนนปิ ผุฏฺฐาติอาทิ. ญาตีนํ วินาโส ราชทณฺฑาทิการเณน โหตีติ อาห ราชทณฺฑอิจฺจาทิ. ธญฺญหิรญฺญทาสิทาสโคมหึสาทิธนานิ โภคา นาม, เตสมฺปิ ราชทณฺฑาทินาว วินาโสติ อาห ‘‘เอส นโย ทุติยปเทปี’’ติ. น สพฺพญฺญุพุทฺโธติอาทินา ตีสุ วตฺถูสุ อปฺปสนฺนาว สาสเน อภพฺพาติ สญฺญาย อตฺตโน ภพฺพตํ ปกาเสนฺตา น มยนฺติอาทิมาหํสูติ เวทิตพฺพํ. ‘‘อฏฺฐตึสารมฺมเณสู’’ติ ปาฬิยํ อนาคเต อาโลกากาสกสิเณ วชฺเชตฺวา วุตฺตํ, เตหิ ปน สทฺธึ จตฺตาลีส โหนฺติ. วิภตฺตา กุสลา ธมฺมาติ ‘‘อิมสฺมึ อารมฺมเณ อิทํ โหตี’’ติ วิภาคโส ทสฺสิตา สอุปจารชฺฌานา มหคฺคตกุสลา ธมฺมา. คิหิปลิโพธนฺติ สหโสกิตาทิวเสน คิหีสุ พฺยาวฏตํ. อาวาสปลิโพธนฺติ เสนาสเนสุ นวกมฺมาทิวเสน นิจฺจพฺยาวฏตํ. ทุปฺปริจฺจาคานํ อิเมสํ ทฺวินฺนํ ปลิโพธานํ วเสน สพฺเพปิ ปลิโพธา สงฺคหิตา เอวาติ เวทิตพฺพํ.
เยนาติ การเณน. อสํวาโสติ อิทํ ตสฺมึ อตฺตภาเว เกนจิปิ ปริยาเยน ภิกฺขุ หุตฺวา ภิกฺขูหิ สทฺธึ สํวาสํ นารหตีติ อิมมตฺถํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ อาห ‘‘อสํวาโส’’ติ. ปญฺญตฺตํ สมูหเนยฺยาติ ‘‘โส อาคโต น ปพฺพาเชตพฺโพ’’ติ อวตฺวา ‘‘น อุปสมฺปาเทตพฺโพ’’ติ เอตฺตกสฺเสว วุตฺตตฺตา ปาราชิกสฺส สามเณรภูมิ อนุญฺญาตาติ วิญฺญายติ, เตนาห สามเณรภูมิยํ ปน ฐิโตติอาทิ. ‘‘โย ปน ภิกฺขู’’ติ วุตฺตตฺตา (ปารา. ๓๙) ปจฺจกฺขาตสิกฺโข ยสฺมา ภิกฺขุ น โหติ, เมถุนเสวเน จ ปาราชิกํ นาปชฺชติ, ตสฺมาสฺส ‘‘อาคโต อุปสมฺปาเทตพฺโพ’’ติ อุปสมฺปทํ อนุชานนฺโต ปาราชิกํ น สมูหนติ นาม, เตนาห ‘‘ภิกฺขุภาเว ฐตฺวา อวิปนฺนสีลตายา’’ติ. อุตฺตมตฺถํ อรหตฺตํ, นิพฺพานเมว วา.
จตุพฺพิธวินยาทิกถาวณฺณนา
๔๕. นีหริตฺวาติ ปาฬิโต อุทฺธริตฺวา, ตถา หิ ‘‘ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา นานุยุญฺชิตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? สุตฺตํ น ชานาติ, สุตฺตานุโลมํ น ชานาตี’’ติอาทิปาฬิโต สุตฺตํ สุตฺตานุโลมญฺจ นีหรึสุ. ‘‘อนาปตฺติ เอวํ อมฺหากํ อาจริยานํ อุคฺคโห ปริปุจฺฉาติ ภณตี’’ติ เอวมาทิโต อาจริยวาทํ. ‘‘อายสฺมา อุปาลิ เอวมาห – ‘อนาปตฺติ, อาวุโส, สุปินนฺเตนา’ติ’’ เอวมาทิโต อตฺตโน มตึ นีหรึสุ, สา จ เถรสฺส อตฺตโนมติ สุตฺเตน สงฺคหิตตฺตา สุตฺตํ ชาตํ, เอวมญฺญาปิ สุตฺตาทีหิ สงฺคหิตาว คเหตพฺพา, เนตราติ เวทิตพฺพํ. อถ วา นีหริตฺวาติ วิภชิตฺวา สาฏฺฐกถํ สกลํ วินยปิฏกํ สุตฺตาทีสุ จตูสุ ปเทเสสุ ปกฺขิปิตฺวา จตุธา วิภชิตฺวา วินยํ ปกาเสสุํ ตพฺพินิมุตฺตสฺส อภาวาติ อธิปฺปาโย. วุตฺตนฺติ นาคเสนตฺเถเรน มิลินฺทปเญฺห วุตฺตํ. กณฺฐาทิวณฺณุปฺปตฺติฏฺฐานกรณาทีหิ อาหริตฺวา อตฺตโน วจีวิญฺญตฺติยาว ภาสิตวจนํ อาหจฺจปทํ. รโสติ สาโร ‘‘ปตฺตรโส’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๖๒๘-๖๓๐) วิย, ปฏิกฺขิตฺตอนุญฺญาตสุตฺตสาโรติ อตฺโถ, รโสติ วา ลกฺขณํ ปฏิวตฺถุกํ อนุทฺธริตฺวา ลกฺขณานุโลเมน วุตฺตตฺตา. ธมฺมสงฺคาหกาทิอาจริยวํเสน อาภตา อฏฺฐกถา อาจริยวํโสติ อาห ‘‘อาจริยวํโสติ อาจริยวาโท’’ติ.
วินยปิฏเก ปาฬีติ อิธ อธิการวเสน วุตฺตํ. เสสปิฏเกสุปิ สุตฺตาทิจตุนยา ยถานุรูปํ ลพฺภนฺเตว. มหาปเทสาติ มหาโอกาสา มหาวิสยา, เต อตฺถโต ‘‘ยํ, ภิกฺขเว’’ติอาทิปาฬิวเสน อกปฺปิยานุโลมโต กปฺปิยานุโลมโต จ ปุคฺคเลหิ นยโต ตถา ตถา คยฺหมานา อตฺถนยา เอว. เต หิ ภควตา สรูปโต อวุตฺเตสุปิ ปฏิกฺขิตฺตานุโลเมสุ, อนุญฺญาตานุโลเมสุ จ เสเสสุ กิจฺเจสุ นิวตฺติปวตฺติเหตุตาย มหาโคจราติ ‘‘มหาปเทสา’’ติ วุตฺตา, น ปน ‘‘ยํ, ภิกฺขเว, มยา อิทํ น กปฺปตี’’ติอาทินา วุตฺตา สาธิปฺปายา ปาฬิเยว ตสฺสา สุตฺเต ปวิฏฺฐตฺตา. ‘‘สุตฺตานุโลมมฺปิ สุตฺเต โอตาเรตพฺพํ…เป… สุตฺตเมว พลวตร’’นฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๔๕) หิ วุตฺตํ, น เหสา สาธิปฺปายา ปาฬิ สุตฺเต โอตาเรตพฺพา, น คเหตพฺพา วา โหติ, เยนายํ สุตฺตานุโลมํ สิยา. ตสฺมา อิมํ ปาฬิอธิปฺปายํ นิสฺสาย ปุคฺคเลหิ คหิตา ยถาวุตฺตอตฺถาว สุตฺตานุโลมํ. ตปฺปกาสกตฺตา ปน อยํ ปาฬิปิ สุตฺตานุโลมนฺติ คเหตพฺพํ, เตนาห เย ภควตา เอวํ วุตฺตาติอาทิ. ยํ ภิกฺขเวติอาทิปาฬินเยน หิ ปุคฺคเลหิ คเหตพฺพา เย อกปฺปิยานุโลมาทโย อตฺถา วุตฺตา, เต มหาปเทสาติ อตฺโถ.
ภควโต ปกิณฺณกเทสนาภูตา จ สุตฺตานุโลมภูตา จ อฏฺฐกถา. ยสฺมา ธมฺมสงฺคาหกตฺเถเรหิ ปาฬิวณฺณนากฺกเมน สงฺคเหตฺวา วุตฺตา, ตสฺมา ‘‘อาจริยวาโท’’ติ วุตฺตา, เอเตน จ อฏฺฐกถา สุตฺตสุตฺตานุโลเมสุ อตฺถโต สงฺคยฺหตีติ เวทิตพฺพา. ยถา จ เอสา, เอวํ อตฺตโนมติปิ ปมาณภูตา. น หิ ภควโต วจนํ วจนานุโลมญฺจ อนิสฺสาย อคฺคสาวกาทโยปิ อตฺตโน ญาณพเลน สุตฺตาภิธมฺมวินเยสุ กญฺจิ สมฺมุติปรมตฺถเภทํ อตฺถํ วตฺตุํ สกฺโกนฺติ, ตสฺมา สพฺพมฺปิ วจนํ สุตฺเต สุตฺตานุโลเม จ สงฺคยฺหติ. วิสุํ ปน อฏฺฐกถาทีนํ สงฺคหิตตฺตา ตทวเสสํ สุตฺตสุตฺตานุโลมโต คเหตฺวา จตุธา วินโย นิทฺทิฏฺโฐ. สุตฺตาทโย นิสฺสาเยว ปวตฺตาปิ อตฺตโนมติ เตสุ สรูเปน อนาคตตฺตา วุตฺตํ ‘‘สุตฺตสุตฺตานุโลมอาจริยวาเท มุญฺจิตฺวา’’ติ, เตนาห ‘‘อนุพุทฺธิยา นยคฺคาเหนา’’ติ. ตตฺถ สุตฺตาทีนิ อนุคตาย เอว พุทฺธิยา เตหิ ลทฺธนยคฺคาเหน จาติ อตฺโถ.
เถรวาโทติ มหาสุมตฺเถราทีนํ คาโห. สุตฺตาทึ นิสฺสาเยว วิปรีตโตปิ อตฺตโนมติ อุปฺปชฺชตีติ อาห ตํ ปนาติอาทิ. อตฺเถนาติ อตฺตนา นยคฺคหิเตน อตฺเถน. ปาฬินฺติ อตฺตโน คาหสฺส นิสฺสยภูตํ สาฏฺฐกถํ ปาฬึ. ปาฬิยาติ ตปฺปฏิกฺเขปตฺถํ ปเรนาหฏาย สาฏฺฐกถาย ปาฬิยา, อตฺตนา คหิตํ อตฺถํ นิสฺสาย ปาฬิญฺจ สํสนฺทิตฺวาติ อตฺโถ. อาจริยวาเทติ อตฺตนา ปเรน จ สมุทฺธฏอฏฺฐกถาย. โอตรติ เจว สเมติ จาติ อตฺตนา อุทฺธเฏหิ สํสนฺทนวเสน โอตรติ, ปเรน อุทฺธเฏน สเมติ. สพฺพทุพฺพลาติ อสพฺพญฺญุปุคฺคลสฺส โทสวาสนาย ยาถาวโต อตฺถสมฺปฏิปตฺติอภาวโต วุตฺตํ. ปมาทปาฐวเสน อาจริยวาทสฺส สุตฺตานุโลเมน อสํสนฺทนาปิ สิยาติ อาห ‘‘อิตโร น คเหตพฺโพ’’ติ.
สเมนฺตเมว คเหตพฺพนฺติ เย สุตฺเตน สํสนฺทนฺติ, เอวรูปาว อตฺถา มหาปเทสโต อุทฺธริตพฺพาติ ทสฺเสติ ตถา ตถา อุทฺธฏอตฺถานเมว สุตฺตานุโลมตฺตา, เตนาห ‘‘สุตฺตานุโลมโต หิ สุตฺตเมว พลวตร’’นฺติ. อปฺปฏิวตฺติยนฺติ อปฺปฏิพาหิยํ. การกสงฺฆสทิสนฺติ ปมาณตฺตา สงฺคีติการกสงฺฆสทิสํ. พุทฺธานํ ฐิตกาลสทิสนฺติ ธรมานกพุทฺธสทิสนฺติ อตฺโถ. สกวาที สุตฺตํ คเหตฺวา กเถตีติอาทีสุ โย ยถาภูตมตฺถํ คเหตฺวา กถนสีโล, โส สกวาที. สุตฺตนฺติ สงฺคีติตฺตยารุฬฺหํ ปาฬิวจนํ. ปรวาทีติ มหาวิหารวาสี วา โหตุ อญฺญนิกายวาสี วา, โย วิปรีตโต อตฺถํ คเหตฺวา กถนสีโล, โสว อิธ ‘‘ปรวาที’’ติ วุตฺโต. สุตฺตานุโลมนฺติ สงฺคีติตฺตยารุฬฺหํ วา อนารุฬฺหํ วา ยํกิญฺจิ วิปลฺลาสโต วา วญฺจนาย วา ‘‘สงฺคีติตฺตยาคตมิท’’นฺติ ทสฺสิยมานํ สุตฺตานุโลมํ. เกจิ ‘‘อญฺญนิกาเย สุตฺตานุโลม’’นฺติ วทนฺติ, ตํ น ยุตฺตํ สกวาทีปรวาทีนํ อุภินฺนมฺปิ สงฺคีติตฺตยารุฬฺหสุตฺตาทีนํ เอว คเหตพฺพโต. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘ติสฺโส สงฺคีติโย อารุฬฺหํ ปาฬิอาคตํ ปญฺญายติ, คเหตพฺพ’’นฺติอาทิ. น หิ สกวาที อญฺญนิกายสุตฺตาทึ ปมาณโต คณฺหาติ, เยน เตสุ สุตฺตาทีสุ ทสฺสิเตสุ ตตฺถ ฐาตพฺพํ ภเวยฺย, วกฺขติ จ ‘‘ปโร ตสฺส อกปฺปิยภาวสาธกํ สุตฺตโต พหุํ การณญฺจ วินิจฺฉยญฺจ ทสฺเสติ…เป… ‘สาธู’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา อกปฺปิเยเยว ฐาตพฺพ’’นฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๔๕). ตสฺมา ปรวาทินาปิ สงฺคีติตฺตเย อนารุฬฺหมฺปิ อนารุฬฺหมิจฺเจว ทสฺสียติ, เกวลํ ตสฺส ตสฺส สุตฺตาทิโน สงฺคีติตฺตเย อนาคตสฺส กูฏตา, อาคตสฺส จ พฺยญฺชนจฺฉายาย อญฺญถา อธิปฺปายโยชนา จ วิเสโส. ตตฺถ จ ยํ กูฏํ, ตํ อปนียติ. ยํ อญฺญถา โยชิตํ, ตสฺส วิปรีตตาสนฺทสฺสนตฺถํ ตทญฺเญน สุตฺตาทินา สํสนฺทนา กรียติ. โย ปน ปรวาทินา คหิโต อธิปฺปาโย สุตฺตนฺตาทินา สํสนฺทติ, โส สกวาทินาปิ อตฺตโน คาหํ วิสฺสชฺเชตฺวา คเหตพฺโพติ อุภินฺนมฺปิ สงฺคีติตฺตยาคตเมว สุตฺตาทิปมาณนฺติ เวทิตพฺพํ. เตเนว กถาวตฺถุปฺปกรเณ สกวาเท ปญฺจ สุตฺตสตานิ ปรวาเท ปญฺจาติ (ธ. ส. อฏฺฐ. นิทานกถา; กถา. อฏฺฐ. นิทานกถา) สุตฺตสหสฺสมฺปิ อธิปฺปายคฺคหณนานตฺเตน สงฺคีติตฺตยาคตเมว คหิตํ, น นิกายนฺตเร กิญฺจีติ.
เขปนฺติ ‘‘กึ อิมินา’’ติ ปฏิกฺเขปํ ฉฑฺฑนํ. ครหนฺติ ‘‘กิเมส พาโล ชานาตี’’ติ นินฺทนํ. สุตฺเต โอตาเรตพฺพนฺติ ยสฺส สุตฺตสฺส อนุโลมนโต อิทํ สุตฺตานุโลมํ อกาสิ, ตสฺมึ, ตทนุรูเป วา อญฺญตรสฺมึ สุตฺเต อตฺตนา คหิตํ สุตฺตานุโลมํ อตฺถโต สํสนฺทนวเสน โอตาเรตพฺพํ, ‘‘อิมินา จ อิมินา จ การเณน อิมสฺมึ สุตฺเต สํสนฺทตี’’ติ สํสนฺทิตฺวา ทสฺเสตพฺพนฺติ อตฺโถ. อยนฺติ สกวาที. ปโรติ ปรวาที. อาจริยวาโท สุตฺเต โอตาเรตพฺโพติ ยสฺส สุตฺตสฺส วณฺณนาวเสน อยํ อาจริยวาโท ปวตฺโต, ตสฺมึ, ตาทิเส จ อญฺญตรสฺมึ สุตฺเต ปุพฺพาปรอตฺถสํสนฺทนวเสน โอตาเรตพฺพํ. คารยฺหาจริยวาโทติ ปมาทลิขิโต, ภินฺนลทฺธิเกหิ วา ฐปิโต, เอส นโย สพฺพตฺถ.
ยํ กิญฺจิ กูฏสุตฺตํ พาหิรกสุตฺตาทิวจนํ น คเหตพฺพนฺติ ทสฺเสตุํ สุตฺตํ สุตฺตานุโลเม โอตาเรตพฺพนฺติอาทิ วุตฺตํ. คุฬฺหเวสฺสนฺตราทีนิ มหาสงฺฆิกาทิภินฺนลทฺธิกานํ ปกรณานิ. อาทิ-สทฺเทน คุฬฺหอุมฺมคฺคาทีนํ คหณํ. สกวาที สุตฺตํ คเหตฺวา กเถติ, ปรวาทีปิ สุตฺตนฺติอาทินา อญฺเญปิ วาทาลมฺพนา วุตฺตนเยน สกฺกา ญาตุนฺติ อิธ น วุตฺตา.
เอวํ สุตฺตสุตฺตานุโลมาทิมุเขน สามญฺญโต วิวาทํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ วิเสสโต วิวาทวตฺถุํ ตพฺพินิจฺฉยมุเขน สุตฺตาทีนญฺจ ทสฺเสตุํ อถ ปนายํ กปฺปิยนฺติอาทิ วุตฺตํ. สุตฺเต จ สุตฺตานุโลเม จาติ เอตฺถ จ-กาโร วิกปฺปตฺโถ, เตน อาจริยวาทาทีนมฺปิ สงฺคโห, เตนาห ‘‘การณญฺจ วินิจฺฉยญฺจ ทสฺเสตี’’ติ. ตตฺถ การณนฺติ สุตฺตาทินยํ นิสฺสาย อตฺตโนมติยา อุทฺธฏํ เหตุํ. วินิจฺฉยนฺติ อฏฺฐกถาวินิจฺฉยํ. การณจฺฉายาติ สุตฺตาทีสุ ‘‘กปฺปิย’’นฺติ คาหสฺส, ‘‘อกปฺปิย’’นฺติ คาหสฺส จ นิมิตฺตภูตํ กิจฺเฉน ปฏิปาทนียํ อวิภูตการณํ การณจฺฉายา, การณปติรูปกนฺติ อตฺโถ. วินยญฺหิ ปตฺวาติ อิมสฺส วิวรณํ กปฺปิยากปฺปิยวิจารณมาคมฺมาติ. รุนฺธิตพฺพนฺติ กปฺปิยสญฺญาย วีติกฺกมกรณํ รุนฺธิตพฺพํ, ตํนิวารณจิตฺตํ ทฬฺหตรํ กาตพฺพํ. โสตํ ปจฺฉินฺทิตพฺพนฺติ ตตฺถ วีติกฺกมปฺปวตฺติ ปจฺฉินฺทิตพฺพา. ครุกภาเวติ อกปฺปิยภาเว. สุตฺตวินิจฺฉยการเณหีติ สุตฺเตน อฏฺฐกถาวินิจฺฉเยน จ ลทฺธการเณหิ. เอวนฺติอาทิ ยถาวุตฺตสฺส อตฺถสฺส นิคมนวจนํ. อติเรกการณนฺติ สุตฺตาทีสุ ปุริมํ ปุริมํ อติเรกการณํ นาม, พหุการณํ วา.
วาจุคฺคตนฺติ วาจาย อุคฺคตํ, ตตฺถ นิรนฺตรํ ฐิตนฺติ อตฺโถ. ‘‘สุตฺตํ นาม สกลํ วินยปิฏก’’นฺติ วุตฺตตฺตา ปุน สุตฺตโตติ ตทตฺถปฏิปาทกํ สุตฺตาภิธมฺมปาฬิวจนํ อธิปฺเปตํ. อนุพฺยญฺชนโตติ อิมสฺส วิวรณํ ปริปุจฺฉโต จ อฏฺฐกถาโต จาติ. ตตฺถ ปริปุจฺฉาติ อาจริยสฺส สนฺติกา ปาฬิยา อตฺถสวนํ. อฏฺฐกถาติ ปาฬิมุตฺตกวินิจฺฉโย. ตทุภยมฺปิ หิ ปาฬึ อนุคนฺตฺวา อตฺถสฺส พฺยญฺชนโต ‘‘อนุพฺยญฺชน’’นฺติ วุตฺตํ. วินเยติ วินยาจาเร, เตเนว วกฺขติ วินยํ อวิชหนฺโต อโวกฺกมนฺโตติอาทิ. ตตฺถ ปติฏฺฐานํ นาม สญฺจิจฺจ อาปตฺติยา อนาปชฺชนาทิ โหตีติ อาห ‘‘ลชฺชีภาเวน ปติฏฺฐิโต’’ติ, เตน ลชฺชี โหตีติ วุตฺตํ โหติ. วินยธรสฺส ลกฺขเณ วตฺตพฺเพ กึ อิมินา ลชฺชีภาเวนาติ อาห อลชฺชี หีติอาทิ. ตตฺถ พหุสฺสุโตปีติ อิมินา ปฐมลกฺขณสมนฺนาคมํ ทสฺเสติ. ลาภครุตายาติอาทินา วินเย ฐิตตาย อภาเว ปฐมลกฺขณโยโค กิจฺจกโร น โหติ, อถ โข อกิจฺจกโร อนตฺถกโร เอวาติ ทสฺเสติ. สงฺฆเภทสฺส ปุพฺพภาโค กลโห สงฺฆราชิ.
วิตฺถุนตีติ วิตฺถมฺภติ, นิตฺถุนติ วา สนฺติฏฺฐิตุํ น สกฺโกติ, เตนาห ยํ ยนฺติอาทิ. อาจริยปรมฺปราติ อาจริยานํ วินิจฺฉยปรมฺปรา, เตเนว วกฺขติ ‘‘อตฺตโน มตึ ปหาย…เป… ยถา อาจริโย จ อาจริยาจริโย จ ปาฬิญฺจ ปริปุจฺฉญฺจ วทนฺติ, ตถา ญาตุํ วฏฺฏตี’’ติ. น หิ อาจริยานํ นามมตฺตโต ปรมฺปราชานเน ปโยชนมตฺถิ. ปุพฺพาปรานุสนฺธิโตติ ปุพฺพวจนสฺส อปรวจเนน สห อตฺถสมฺพนฺธชานนโต. อตฺถโตติ ปทตฺถปิณฺฑตฺถอธิปฺเปตตฺถาทิโต. การณโตติ ตทตฺถุปปตฺติโต. เถรวาทงฺคนฺติ เถรวาทปฏิปาฏึ, เตสํ วินิจฺฉยปฏิปาฏินฺติ อตฺโถ.
อิเมหิ จ ปน ตีหิ ลกฺขเณหีติ เอตฺถ ปฐเมน ลกฺขเณน วินยสฺส สุฏฺฐุ อุคฺคหิตภาโว วุตฺโต. ทุติเยนสฺส ลชฺชีภาเวน เจว อจลตาย จ ปติฏฺฐิตตา. ตติเยน ปาฬิอฏฺฐกถาสุ อนุรูเปน อนาคตมฺปิ ตทนุโลมโต อาจริเยหิ ทินฺนนยโต วินิจฺฉินิตุํ สมตฺถตา. โอติณฺเณ วตฺถุสฺมินฺติ โจทนาวเสน วีติกฺกมวตฺถุสฺมึ สงฺฆมชฺเฌ โอติณฺเณ. โจทเกน จุทิตเกน จ วุตฺเต วตฺตพฺเพติ เอวํ โอติณฺเณ วตฺถุํ นิสฺสาย โจทเกน ‘‘ทิฏฺฐํ สุต’’นฺติอาทินา จุทิตเกน ‘‘อตฺถิ นตฺถี’’ติอาทินา จ ยํ วตฺตพฺพํ, ตสฺมึ วตฺตพฺเพ วุตฺเตติ อตฺโถ. ถุลฺลจฺจยทุพฺภาสิตานํ มาติกาย อนาคตตฺตา ‘‘ปญฺจนฺนํ อาปตฺตีน’’นฺติ วุตฺตํ. ติกทุกฺกฏนฺติ ‘‘อนุปสมฺปนฺเน อุปสมฺปนฺนสญฺญี อุชฺฌายติ วา ขียติ วา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติอาทินา (ปาจิ. ๑๐๖ โถกํ วิสทิสํ) อาคตํ ติกทุกฺกฏํ. อญฺญตรํ วา อาปตฺตินฺติ ‘‘กาเล วิกาลสญฺญี อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส, กาเล เวมติโก อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติอาทิกํ (ปาจิ. ๒๕๐) ทุกทุกฺกฏํ สนฺธาย วุตฺตํ. อนฺตราปตฺตินฺติ ตสฺมึ ตสฺมึ สิกฺขาปเท อาคตวตฺถุวีติกฺกมํ วินา อญฺญสฺมึ วตฺถุวีติกฺกเม นิทานโต ปภุติ วินีตวตฺถุปริโยสานา อนฺตรนฺตรา วุตฺตํ อาปตฺตึ. อิธ ปน ‘‘วตฺถุํ โอโลเกตี’’ติ วิสุํ คหิตตฺตา ตทวเสสา อนฺตราปตฺตีติ คหิตา. ปฏิลาตํ อุกฺขิปตีติ อิทํ วิสิพฺพนสิกฺขาปเท (ปาจิ. ๓๕๐-๓๕๑) อาคตํ. ตตฺถ ฑยฺหมานํ อลาตํ อคฺคิกปาลาทิโต พหิ ปติตํ อวิชฺฌาตเมว ปฏิอุกฺขิปติ, ปุน ยถาฐาเน ฐเปตีติ อตฺโถ. วิชฺฌาตํ ปน ปกฺขิปนฺตสฺส ปาจิตฺติยเมว. อนาปตฺตินฺติ เอตฺถ อนฺตรนฺตรา วุตฺตา อนาปตฺติปิ อตฺถิ, ‘‘อนาปตฺติ, ภิกฺขเว, อิทฺธิมสฺส อิทฺธิวิสเย’’ติอาทิ (ปารา. ๑๕๙) วิย สาปิ สงฺคยฺหติ.
ปาราชิกาปตฺตีติ น ตาว วตฺตพฺพนฺติ อิทํ อาปนฺนปุคฺคเลน ลชฺชีธมฺเม ฐตฺวา ยถาภูตํ อาวิกรเณปิ ทุพฺพินิจฺฉยํ อทินฺนาทานาทึ สนฺธาย วุตฺตํ. ยํ ปน เมถุนาทีสุ วิชานนํ, ตํ วตฺตพฺพเมว, เตนาห เมถุนธมฺมวีติกฺกโม หีติอาทิ. โย ปน อลชฺชิตาย ปฏิญฺญํ อทตฺวา วิกฺเขปํ กโรติ, ตสฺส อาปตฺติ น สกฺกา โอฬาริกาปิ วินิจฺฉินิตุํ, ยาว โส ยถาภูตํ นาวิ กโรติ, สงฺฆสฺส จ อาปตฺติสนฺเทโห น วิคจฺฉติ, ตาว นาสิตโกว ภวิสฺสติ. สุขุมาติ จิตฺตปริวตฺติยา สุขุมตาย สุขุมา. เตนาห ‘‘จิตฺตลหุกา’’ติ, จิตฺตํ ตสฺส ลหุกนฺติ อตฺโถ. เตติ วีติกฺกเม. ตํวตฺถุกนฺติ อทินฺนาทานาทิมูลกํ. ยํ อาจริโย ภณติ, ตํ กโรหีติอาทิ สพฺพํ ลชฺชีเปสลํ กุกฺกุจฺจกเมว สนฺธาย วุตฺตํ. โย ยาถาวโต ปกาเสตฺวา สุทฺธิเมว คเวสติ, เตนาปิ, ปาราชิโกสีติ น วตฺตพฺโพติ อนาปตฺติโกฏิยาปิ สงฺกิยมานตฺตา วุตฺตํ, เตเนว ‘‘ปาราชิกจฺฉายา’’ติ วุตฺตํ. สีลานิ โสเธตฺวาติ ยสฺมึ วีติกฺกเม ปาราชิกาสงฺกา วตฺตติ, ตตฺถ ปาราชิกาภาวปกฺขํ คเหตฺวา เทสนาวุฏฺฐานคามินีนํ อาปตฺตีนํ โสธนวเสน สีลานิ โสเธตฺวา. ทฺวตฺตึสาการนฺติ ปากฏภาวโต อุปลกฺขณวเสน วุตฺตํ, ยํ กิญฺจิ อภิรุจิตํ มนสิกาตุํ วฏฺฏเตว. กมฺมฏฺฐานํ ฆฏิยตีติ วิปฺปฏิสารมูลเกน วิกฺเขเปน อนฺตรนฺตรา ขณฺฑํ อทสฺเสตฺวา ปพนฺธวเสน จิตฺเตน สงฺฆฏิยติ. สงฺขาราติ วิปสฺสนากมฺมฏฺฐานวเสน วุตฺตํ. สาปตฺติกสฺส หิ ปคุณมฺปิ กมฺมฏฺฐานํ น สุฏฺฐุ อุปฏฺฐาติ, ปเคว ปาราชิกสฺส. ตสฺส หิ วิปฺปฏิสารนินฺนตาย จิตฺตํ เอกคฺคํ น โหติ. เอกสฺส ปน วิตกฺกวิกฺเขปาทิพหุลสฺส สุทฺธสีลสฺสปิ จิตฺตํ น สมาธิยติ, ตํ อิธ ปาราชิกมูลกนฺติ น คเหตพฺพํ. กตปาปมูลเกน วิปฺปฏิสาเรเนเวตฺถ จิตฺตสฺส อสมาธิยนํ สนฺธาย ‘‘กมฺมฏฺฐานํ น ฆฏิยตี’’ติ วุตฺตํ, เตนาห วิปฺปฏิสารคฺคินาติอาทิ. อตฺตนาติ จิตฺเตน กรณภูเตน ปุคฺคโล กตฺตา ชานาติ, ปจฺจตฺเต วา กรณวจนํ, อตฺตา สยํ ปชานาตีติ อตฺโถ.
จตุพฺพิธวินยาทิกถาวณฺณนานโย นิฏฺฐิโต.
ปทภาชนียวณฺณนา
โย วิย ทิสฺสตีติ ยาทิโส, ยํ-สทฺทตฺเถ ยถา-สทฺโท วตฺตตีติ อาห ‘‘เยน วา เตน วา ยุตฺโต’’ติ. เยน เตนาติ หิ ปททฺวเยน อนิยมโต ยํ-สทฺทตฺโถว ทสฺสิโต. วาสธุรยุตฺโตติ วิปสฺสนาธุรยุตฺโต. ยา ชาติ อสฺสาติ ยํชาติ, ปุคฺคโล, โสว ยํชจฺโจ สกตฺเถ ยปจฺจยํ กตฺวา. โคตฺตวเสน เยน วา เตน วา โคตฺเตน ยถาโคตฺโต วา ตถาโคตฺโต วา โหตูติ สมฺพนฺโธ. สีเลสูติ ปกตีสุ. อถ โขติ อิทํ กินฺตูติ อิมสฺมึ อตฺเถ. กึ วุตฺตํ โหตีติ อตฺโถ. อิมสฺมึ อตฺเถติ อิมสฺมึ ปาราชิกวิสเย. เอโสติ ยถาวุตฺเตหิ ปกาเรหิ ยุตฺโต. อริยายาติ ‘‘อุทฺทิสฺส อริยา ติฏฺฐนฺติ, เอสา อริยานํ ยาจนา’’ติ เอวํ วุตฺตาย, น, ‘‘เทหิ เม’’ติ กปณาย. ลิงฺคสมฺปฏิจฺฉเนนาติ ‘‘ภิกฺขํ จริสฺสามี’’ติ จิตฺตาภาเวปิ ภิกฺขาหารนิสฺสิตปพฺพชฺชาลิงฺคสฺส สมฺปฏิจฺฉเนน. กาชภตฺตนฺติ กาเชหิ อานีตภตฺตํ. อธมฺมิกายาติ อธิสีลสิกฺขาทิภิกฺขุคุณาภาวโต วุตฺตํ, เตนาห ‘‘อภูตายา’’ติ. ‘‘มยํ ภิกฺขู’’ติ วทนฺตา ปฏิญฺญามตฺเตเนว ภิกฺขู, น อตฺถโตติ อตฺโถ. อิทญฺจ ‘‘มยํ ภิกฺขู’’ติ ปฏิชานนสฺสาปิ สมฺภวโต วุตฺตํ. ‘‘มยํ ภิกฺขู’’ติ อปฺปฏิชานนฺตาปิ หิ ภิกฺขุโวหารนิมิตฺตสฺส ลิงฺคสฺส คหเณน เจว ภิกฺขูนํ ทินฺนปจฺจยภาคคฺคหณาทินา จ ภิกฺขุปฏิญฺญา เอว นาม โหนฺติ. ตถา หิ วุตฺตํ ปุคฺคลปญฺญตฺติอฏฺฐกถายํ –
‘‘‘อพฺรหฺมจารี พฺรหฺมจาริปฏิญฺโญ’ติ อญฺเญ พฺรหฺมจาริโน สุนิวตฺเถ สุปารุเต สุมฺภกปตฺตธเร คามนิคมชนปทราชธานีสุ ปิณฺฑาย จริตฺวา ชีวิกํ กปฺเปนฺเต ทิสฺวา สยมฺปิ ตาทิเสน อากาเรน ตถา ปฏิปชฺชนโต ‘อหํ พฺรหฺมจารี’ติ ปฏิญฺญํ เทนฺโต วิย โหติ. ‘อหํ ภิกฺขู’ติ วตฺวา อุโปสถคฺคาทีนิ ปวิสนฺโต ปน พฺรหฺมจาริปฏิญฺโญ โหติเยว, ตถา สงฺฆิกํ ลาภํ คณฺหนฺโต’’ติ (ปุ. ป. อฏฺฐ. ๙๑).
ตสฺมา เอวรูเปหิ ปฏิญฺญาย ภิกฺขูหิ โคตฺรภุปริโยสาเนหิ สทฺธึ สมฺโภคปริโภโค น วฏฺฏติ, อลชฺชีปริโภโคว โหติ. สญฺจิจฺจ อาปตฺติอาปชฺชนาทิอลชฺชีลกฺขณํ ปน อุกฺกฏฺฐานํ ภิกฺขูนํ วเสน วุตฺตํ สามเณราทีนมฺปิ อลชฺชีโวหารทสฺสนโต. ‘‘อลชฺชีสามเณเรหิ หตฺถกมฺมมฺปิ น กาเรตพฺพ’’นฺติ หิ วุตฺตํ. ยถาวิหิตปฏิปตฺติยํ อติฏฺฐนญฺหิ สพฺพสาธารณํ อลชฺชีลกฺขณํ. ทุสฺสีลา ลิงฺคคฺคหณโต ปฏฺฐาย ยถาวิหิตปฏิปตฺติยา อภาวโต เอกนฺตา ลชฺชิโนว มหาสงฺฆิกาทินิกายนฺตริกา วิย, ลิงฺคตฺเถนกาทโย วิย, จ. ยาว ๑๑ จ เตสํ ภิกฺขุปฏิญฺญา อนุวตฺตติ, ตาว ภิกฺขุ เอว, เตหิ จ ปริโภโค อลชฺชิปอโภโคว, เตสญฺจ ภิกฺขุสงฺฆสญฺญาย ทินฺนํ สงฺเฆ ทินฺนํ นาม โหติ. วุตฺตญฺหิ ภควตา –
‘‘ภวิสฺสนฺติ โข ปนานนฺท, อนาคตมทฺธานํ โคตฺรภุโน กาสาวกณฺฐา ทุสฺสีลา ปาปธมฺมา, เตสุ ทุสฺสีเลสุ สงฺฆํ อุทฺทิสฺส ทานํ ทสฺสนฺติ, ตทาปาหํ, อานนฺท, สงฺฆคตํ ทกฺขิณํ อสงฺเขฺยยฺยํ อปฺปเมยฺยํ วทามี’’ติ (ม. นิ. ๓.๓๘๐).
ภควโต สงฺฆํ อุทฺทิสฺส ทินฺนตฺตา ทกฺขิณา อสงฺเขฺยยฺยา อปฺปเมยฺยา ชาตา. ทุสฺสีลานํ ทินฺนตฺตา นาติ เจ? น, เตสุ สงฺฆํ อุทฺทิสฺสาติ โคตฺรภูนํ ปฏิคฺคาหกตฺเตน ปรามฏฺฐตฺตา, อิตรถา ‘‘เยสุ เกสุจิ คหฏฺเฐสุ วา ปพฺพชิเตสุ วา สงฺฆํ อุทฺทิสฺสา’’ติ วตฺตพฺพตาปสงฺคโต, ตถา จ ‘‘ตทาปาหํ, อานนฺทา’’ติ เหฏฺฐิมโกฏิทสฺสนสฺส ปโยชนํ น สิยา. ตสฺมา โคตฺรภูนมฺปิ อภาเว สงฺฆํ อุทฺทิสฺส ทานํ นตฺถิ, เหฏฺฐิมโกฏิยา เตสุปิ ทินฺนา สงฺฆคตา ทกฺขิณา อสงฺเขฺยยฺยา, น ตโต ปรํ สิชฺฌตีติ เตปิ ปฏิญฺญาย ภิกฺขุ เอวาติ คเหตพฺพํ.
พฺรหฺมโฆสนฺติ อุตฺตมโฆสํ, พฺรหฺมุโน โฆสสทิสํ วา โฆสํ. เอหิ ภิกฺขูติ ‘‘ภิกฺขู’’ติสมฺโพธนํ. สํสาเร ภยอิกฺขก ตสฺส ภยสฺส สพฺพโส วินาสนตฺถํ ติสรณํ, สาสนํ วา เอหิ มนสา ‘‘ตาณํ เลณ’’นฺติ ปวิส อุปคจฺฉ. อุปคนฺตฺวาปิ จร พฺรหฺมจริยนฺติ สาสนพฺรหฺมจริยํ มคฺคพฺรหฺมจริยญฺจ จรสฺสุ. ภณฺฑูติ มุณฺฑิตเกโส. วาสีติ ทนฺตกฏฺฐาทิจฺเฉทนวาสิ. พนฺธนนฺติ กายพนฺธนํ. ยุตฺโต โยโค สมาธิปญฺญาวเสน โส ยุตฺตโยโค, ตสฺส อฏฺเฐเต ปริกฺขาราติ เสโส. สรีเร ปฏิมุกฺเกหิเยว อุปลกฺขิโตติ เสโส. ‘‘ตีณิ สตานี’’ติ วตฺตพฺเพ คาถาพนฺธสุขตฺถํ ‘‘ตีณิ สต’’นฺติ วุตฺตํ.
ตสฺมาติ ภควา เหฏฺฐา วุตฺตํ ปรามสติ. เหฏฺฐา หิ ‘‘อหํ โข ปน, กสฺสป, ชานญฺเญว วทามิ ‘ชานามี’ติ, ปสฺสญฺเญว วทามิ ‘ปสฺสามี’’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๕๔) วุตฺตํ, ตํ ปรามสติ, ยสฺมา อหํ ชานํ วทามิ, ตสฺมาติ อตฺโถ. อิหาติ อิมสฺมึ สาสเน. ติพฺพนฺติ มหนฺตํ. ปจฺจุปฏฺฐิตํ ภวิสฺสตีติ เถราทิอุปสงฺกมนโต ปุเรตรเมว เตสุ ยํนูน เม หิโรตฺตปฺปํ อุปฏฺฐิตํ ภวิสฺสตีติ อตฺโถ. กุสลูปสํหิตนฺติ อนวชฺชธมฺมนิสฺสิตํ. อฏฺฐึ กตฺวาติ อตฺตานํ เตน ธมฺเมน อฏฺฐิกํ กตฺวา, ตํ วา ธมฺมํ ‘‘เอส เม อตฺโถ’’ติ อตฺถํ กตฺวา. โอหิตโสโตติ ธมฺเม นิหิตโสโต. เอวญฺหิ เต, กสฺสป, สิกฺขิตพฺพนฺติ ญาณโสตญฺจ ปสาทโสตญฺจ โอทหิตฺวา ‘‘ธมฺมํ สกฺกจฺจเมว สุณิสฺสามี’’ติ เอวเมว ตยา สิกฺขิตพฺพํ. สาตสหคตา จ เม กายคตาสตีติ อสุเภสุ เจว อานาปาเน จ ปฐมชฺฌานวเสน สุขสมฺปยุตฺตกายคตาสติ. ยํ ปเนตสฺส โอวาทสฺส สกฺกจฺจปฏิคฺคหณํ, อยเมว เถรสฺส ปพฺพชฺชา จ อุปสมฺปทา จ อโหสิ (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒.๑๕๔).
อุทฺธุมาตกปฏิภาคารมฺมณํ ฌานํ อุทฺธุมาตกสญฺญา. กสิณารมฺมณํ รูปาวจรชฺฌานํ รูปสญฺญา. อิเมติ สญฺญาสีเสน นิทฺทิฏฺฐา อิเม เทฺว ฌานธมฺมา. โสปาโก จ ภควตา ปุฏฺโฐ ‘‘รูปาวจรภาเวน เอกตฺถา, พฺยญฺชนเมว นาน’’นฺติ อาห. อารทฺธจิตฺโตติ อาราธิตจิตฺโต. ครุธมฺมปฏิคฺคหณาทิอุปสมฺปทา อุปริ สยเมว อาวิ ภวิสฺสติ.
สพฺพนฺติเมน ปริยาเยนาติ สพฺพนฺติเมน ปริจฺเฉเทน. ญตฺติจตุตฺถา กมฺมวาจา อุปสมฺปทากมฺมสฺส การณตฺตา ฐานํ, ตสฺส ฐานสฺส อรหํ อนุจฺฉวิกนฺติ วตฺถุโทสาทิวินิมุตฺตกมฺมํ ‘‘ฐานารห’’นฺติ วุตฺตํ วตฺถาทิโทสยุตฺตสฺส กมฺมสฺส สภาวโต กมฺมวาจารหตฺตาภาวา. อถ วา ฐานนฺติ นิพฺพานปฺปตฺติเหตุโต สิกฺขตฺตยสงฺคหํ สาสนํ วุจฺจติ, ตสฺส อนุจฺฉวิกํ กมฺมํ ฐานารหํ. ยถาวิหิตลกฺขเณน หิ กมฺเมน อุปสมฺปนฺโนว สกลํ สาสนํ สมาทาย ปริปูเรตุมรหติ. ตสฺมา ปริสุทฺธกมฺมวาจาปริโยสานํ สพฺพํ สงฺฆกิจฺจํ ฐานารหํ นาม, เตนาห ‘‘สตฺถุสาสนารเหนา’’ติ, สีลาทิสกลสาสนปริปุณฺณสฺส อนุจฺฉวิเกนาติ อตฺโถ. อยํ อิมสฺมึ อตฺเถติ ญตฺติจตุตฺถกมฺเมน อุปสมฺปนฺนสฺเสว สพฺพสิกฺขาปเทสุ วุตฺตตฺตา กิญฺจาปิ เอหิภิกฺขูปสมฺปทาทีหิ อุปสมฺปนฺนานํ สุทฺธสตฺตานํ ปณฺณตฺติวชฺชสิกฺขาปทวีติกฺกเมปิ อภพฺพตา วา โทสาภาโว วา สทฺทโต ปญฺญายติ, ตถาปิ อตฺถโต เตสมฺปิ ปณฺณตฺติวชฺเชสุ, โลกวชฺเชสุปิ วา สุราปานาทิลหุเกสุ มคฺคุปฺปตฺติโต ปุพฺเพ อสญฺจิจฺจาทินา อาปตฺติอาปชฺชนํ สิชฺฌติเยว. ตถา หิ ‘‘เทฺว ปุคฺคลา อภพฺพา อาปตฺตึ อาปชฺชิตุํ พุทฺธา จ ปจฺเจกพุทฺธา จ. เทฺว ปุคฺคลา ภพฺพา อาปตฺตึ อาปชฺชิตุํ ภิกฺขู จ ภิกฺขุนิโย จา’’ติ (ปริ. ๓๒๒) วุตฺตํ. ญตฺติจตุตฺเถน กมฺเมน อุปสมฺปนฺโนติ อิทํ ปน สพฺพสิกฺขาปทวีติกฺกมารเห สพฺพกาลิเก จ ภิกฺขู คเหตฺวา เยภุยฺยวเสน วุตฺตํ. นิรุตฺติวเสนาติ นิพฺพจนวเสน. อภิลาปวเสนาติ โวหารวเสน. คุณวเสนาติ ภิกฺขุโวหารนิมิตฺตานํ คุณานํ วเสน.
สาชีวปทภาชนียวณฺณนา
วิวฏฺฏูปนิสฺสยา สีลาทโย โลกิเยหิ อภิวิสิฏฺฐตฺตา อธิสีลาทิโวหาเรน วุตฺตาติ ทสฺเสตุํ กตมํ ปนาติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ปญฺจงฺคทสงฺคสีลนฺติ อพุทฺธุปฺปาทกาเล สีลํ สนฺธาย วุตฺตํ ตสฺส วิวฏฺฏูปนิสฺสยตฺตาภาวา. ยํ ปน พุทฺธุปฺปาเท รตนตฺตยคุณํ ตถโต ญตฺวา สาสเน สุนิวิฏฺฐสทฺธาหิ อุปาสโกปาสิกาหิ เจว สามเณรสิกฺขมานาหิ จ รกฺขิยมานํ ปญฺจงฺคอฏฺฐงฺคทสงฺคสีลํ, ตมฺปิ อธิสีลเมว มคฺคุปฺปตฺติเหตุโต. วิปสฺสนามคฺคุปฺปตฺตินิมิตฺตตาย หิ ปาติโมกฺขสํวรสีลํ โลกิยานํ สีเลหิ อธิสีลํ ชาตํ อธิจิตฺตํ วิย. น หิ วิปสฺสนามคฺคนิมิตฺตตํ มุญฺจิตฺวา โลกิยจิตฺตโต อธิจิตฺตสฺส อญฺโญ โกจิ วิเสโส อุปลพฺภติ, ตทุภยญฺจ อนาทิมโต สํสารวฏฺฏสฺส อตฺตาทิสารวิรหิตตาย ติลกฺขณพฺภาหตตฺตํ, ‘‘อหํ มมา’’ติ อากาเรน ปวตฺตอวิชฺชาตณฺหาทิโทสมูลกตฺตญฺจ, ตํโทสมูลวิทฺธํสนสมตฺถาย สีลจิตฺตพโลปตฺถทฺธาย วิปสฺสนาย อุกฺกํเสเนว ตสฺส สํสารวฏฺฏสฺส วิคมญฺจ, ตทุปเทสกสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สพฺพญฺญุตาทิอปริมิตคุณคณโยเคน อวิปรีตสทฺธมฺมเทสกตฺตญฺจ ยาถาวโต ญตฺวา ปฏิปนฺเนน สมาทาย สิกฺขิตพฺพตาย วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ ชาตํ, น อญฺเญน การเณน, ตญฺจ วิวฏฺฏูปนิสฺสยตฺตํ ยทิ สาสเน ปญฺจสีลาทิสฺสาปิ สมานํ, กิมิทํ อธิสีลํ น สิยา. ปญฺจสีลาทิมตฺเต ฐิตานญฺหิ อนาถปิณฺฑิกาทีนํ คหฏฺฐานมฺปิ มคฺโค อุปฺปชฺชติ. น หิ อธิสีลาธิจิตฺตํ วินา มคฺคุปฺปตฺติ โหติ, ตญฺจ กิญฺจาปิ เกสญฺจิ อนุปนิสฺสยตาย ตสฺมึ อตฺตภาเว มคฺคุปฺปตฺติยา เหตุ น โหติ, ตถาปิ ภวนฺตเร อวสฺสํ โหเตวาติ อธิสีลเมว กาลํ กโรนฺตานํ กลฺยาณปุถุชฺชนานํ ปาติโมกฺขสํวรสีลํ วิย, เตนาห พุทฺธุปฺปาเทเยว จ ปวตฺตตีติอาทิ. วิวฏฺฏํ ปตฺเถตฺวา รกฺขิยมานมฺปิ ปญฺจสีลาทิ พุทฺธุปฺปาเทเยว ปวตฺตติ. น หิ ตํ ปญฺญตฺตินฺติอาทิ ปน อุกฺกฏฺฐวเสน สพฺพํ ปาติโมกฺขํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตเทกเทสภูตมฺปิ หิ ปาณาติปาตาทินฺนาทานาทิคหฏฺฐสีลมฺปิ. พุทฺธาเยว วินเย ปาราชิกสุตฺตวิภงฺคาทีสุ อาคตวเสน สพฺพโส กายวจีทฺวาเรสุ มคฺคุปฺปตฺติยา วิพนฺธกอชฺฌาจารโสตํ วิจฺฉินฺทิตฺวา มคฺคุปฺปตฺติยา ปทฏฺฐานภาเวน ปญฺญเปตุํ สกฺโกนฺติ, น อญฺเญ. มคฺคุปฺปตฺตึ สนฺธาย หิสฺส อธิสีลตา วุตฺตา. เตนาห ‘‘ปาติโมกฺขสํวรโตปิ จ มคฺคผลสมฺปยุตฺตเมว สีลํ อธิสีล’’นฺติ. ตสฺเสว หิ อธิสีลนฺติ อพฺยวธาเนน มคฺคาธิฏฺฐานาติ. อิธ อนธิปฺเปตนฺติ อิมสฺมึ ปฐมปาราชิกวิสเย ‘‘สิกฺขา’’ติ อนธิปฺเปตํ.
โลกิยอฏฺฐสมาปตฺติจิตฺตานีติ สาสนสภาวํ อชานนฺเตหิ โลกิยชเนหิ สมาปชฺชิตพฺพานิ อฏฺฐ รูปารูปชฺฌานสมฺปยุตฺตจิตฺตานิ สนฺธาย วุตฺตํ. น หิ มหคฺคเตสุ โลกิยโลกุตฺตรเภโท อตฺถิ, เยน โลกิยวิเสสนํ โลกุตฺตรนิวตฺตนํ สิยา. ตสฺมา สาสนิเกหิ สมาปชฺชิตพฺพมหคฺคตชฺฌานนิวตฺตนเมว โลกิยวิเสสนํ กตํ. ยถา เจตฺถ, เอวํ กามาวจรานิ ปน อฏฺฐ กุสลจิตฺตานีติ เอตฺถาปิ โลกิยวิเสสนํ กาตพฺพเมว. อยเมว หิ อธิจิตฺตโต จิตฺตสฺส เภโท, ยํ สาสนํ อชานนฺตสฺส ปุคฺคลสฺส สมุปฺปชฺชนํ. เอวญฺจ อพุทฺธุปฺปาเทปิ สาสนสภาวํ ชานนฺตานํ ปจฺเจกพุทฺธาทีนมฺปิ สีลจิตฺตานํ อธิสีลาธิจิตฺตตา สมตฺถิตา โหติ. น วินา พุทฺธุปฺปาทาติ อิทํ ปน อญฺเญสํ อภิสมยเหตุภาเวน ปจฺเจกพุทฺธโพธิสตฺตาทีนํ เทสนาสามตฺถิยาภาวโต วุตฺตํ. อายตึ วาสนาเหตุํ ปน สีลจิตฺตํ เตปิ เทเสนฺติเยว, ตญฺจ มคฺคเหตุตาย อธิสีลาธิจิตฺตมฺปิ โหนฺตํ อปฺปกตาย วิปฺผาริกตาพาหุชญฺญตฺตาภาเวน อพฺโพหาริกนฺติ ‘‘พุทฺธุปฺปาเทเยวา’’ติ อวธารณํ กตนฺติ เวทิตพฺพํ. น หิ ตํสมาปนฺโนติอาทิอฏฺฐกถาวจเนหิ อิธ อธิจิตฺตนิทฺเทเส, อุปริ อธิปญฺญานิทฺเทเส จ มคฺคผลสมฺปยุตฺตอธิจิตฺตอธิปญฺญานเมว ปฏิกฺเขปโต โลกิยาธิจิตฺตาธิปญฺญานํ อิธ อธิปฺเปตตา, ตํ ทฺวยํ สมาปนฺนสฺสาปิ เมถุนธมฺมสมาปชฺชนสภาโว จ วิญฺญายติ, ปาฬิยํ ปน ‘‘ยายํ อธิสีลสิกฺขา, อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปตา สิกฺขา’’ติ วุตฺตตฺตา โลกิยาปิ อธิจิตฺตาธิปญฺญา อนธิปฺเปตาติ วิญฺญายติ. ตสฺมา ปาฬิยํ อฏฺฐกถายญฺจ เอวมธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ – ‘‘เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวิสฺสามี’’ติ จิตฺเต อุปฺปนฺนมตฺเต โลกิยํ อธิจิตฺตํ อธิปญฺญา จ ปริหายติ, อธิสีลํ ปน จิตฺตุปฺปาทมตฺเตน น ปริหายตีติ ปาฬิยํ อธิสีลสิกฺขาว วุตฺตา. อฏฺฐกถายํ ปน ปฏิลทฺธโลกุตฺตรมคฺคสฺส ภิกฺขุโน ‘‘เมถุนํ ปฏิเสวิสฺสามี’’ติ จิตฺตมฺปิ น อุปฺปชฺชติ สพฺพโส อกุปฺปธมฺมตฺตา, ปุถุชฺชนานํ สมาปตฺติลาภีนมฺปิ เกนจิ การเณน อุปฺปชฺชติ กุปฺปธมฺมตฺตาติ อิมํ วิเสสํ ทสฺเสตุํ ‘‘น หิ ตํสมาปนฺโน’’ติ โลกุตฺตราว ปฏิกฺขิตฺตาติ เวทิตพฺพํ.
อตฺถิ ทินฺนนฺติ เอตฺถ ทินฺนนฺติ ทานเจตนา อธิปฺเปตา, ตสฺส ทินฺนสฺส ผลํ อตฺถีติ อตฺโถ. เอส นโย อตฺถิ ยิฏฺฐนฺติ เอตฺถาปิ. อาทิ-สทฺเทน หุตาทีนํ สงฺคโห. ตตฺถ ยิฏฺฐนฺติ มหายาโค สพฺพสาธารณํ มหาทานเมว. หุตนฺติ ปโหนกสกฺกาโร, อตฺตโน วา โหตุ, ปเรสํ วา ทส อกุสลกมฺมปถา, สพฺเพปิ วา อกุสลา ธมฺมา อนตฺถุปฺปาทนโต น สกํ กมฺมํ นาม, ตพฺพิปรีตา กุสลา ธมฺมา สกํ นาม, ตทุภยมฺปิ วา กุสลากุสลํ กมฺมสฺสโกมฺหีติอาทิวจนโต สติ สํสารปฺปวตฺติยํ อธิมุจฺจนฏฺเฐน สตฺตานํ สกนฺติ เอวํ กมฺมสฺสกตาย สกภาเว อตฺตโน สนฺตกตาย อุปฺปชฺชนกญาณํ กมฺมสฺสกตญฺญาณํ, อุปลกฺขณมตฺตญฺเจตํ. สาสนนิสฺสิตา ปน สพฺพาปิ วฏฺฏคามินิกุสลปญฺญา กมฺมสฺสกตญฺญาเณ ปวิฏฺฐา. สาสนนิสฺสิตา หิ วิวฏฺฏคามินี สพฺพาปิ ปญฺญา ‘‘สจฺจานุโลมิกญาณ’’นฺติ วุจฺจติ. สา เอว จ อธิปญฺญา ตทวเสสํ สพฺพํ กมฺมสฺสกตญฺญาณนฺติ เวทิตพฺพํ, เตเนว ภควา ‘‘กมฺมสฺสกตญฺญาณํ สจฺจานุโลมิกญาณํ มคฺคสมงฺคิสฺส ญาณํ ผลสมงฺคิสฺส ญาณ’’นฺติ สพฺพมฺปิ ญาณจตุกฺเกเยว สงฺคเหสิ. ติลกฺขณาการปริจฺเฉทกํ ปน วิปสฺสนาญาณนฺติ อิทํ ปน มคฺคสฺส อาสนฺนปจฺจยตาย อุกฺกฏฺฐวเสน วุตฺตํ. ตทิตราสญฺหิ รตนตฺตยานุสฺสรณาทิปญฺญานมฺปิ มคฺคเหตุตาย อธิปญฺญตา สมานาวาติ คเหตพฺพํ.
สาชีวปทภาชนียวณฺณนานโย นิฏฺฐิโต.
ปจฺจกฺขานวิภงฺควณฺณนา
ทุพฺพเลฺย อาวิกเตติ ยํนูนาหํ พุทฺธํ ปจฺจกฺเขยฺยนฺติอาทินา ทุพฺพลภาเว ปกาสิเต. มุขารุฬฺหตาติ โลกชนานํ สตฺตฏฺฐาติอาทีสุ มุขารุฬฺหญาเยนาติ อธิปฺปาโย. ทิรตฺตติรตฺตนฺติ (ปาจิ. ๕๒) เอตฺถ ยถา อนฺตรนฺตรา สหเสยฺยาวเสน ติรตฺตํ อคฺคเหตฺวา นิรนฺตรเมว ติสฺโส รตฺติโย อนุปสมฺปนฺเนน สทฺธึ สหเสยฺยาย อรุณุฏฺฐาปนวเสน ติรตฺตคฺคหณตฺถํ ‘‘ทิรตฺตติรตฺต’’นฺติ อพฺยวธาเนน วุตฺตนฺติ ทิรตฺตคฺคหณสฺส ปโยชนมฺปิ สกฺกา คเหตุํ, เอวมิธาปิ ทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวาติ อิมสฺสาปิ คหณสฺส ปโยชนมตฺเถวาติ ทสฺเสตุํ ยสฺมา วา สิกฺขาปจฺจกฺขานสฺสาติอาทิ วุตฺตํ.
อิทานิ ทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวาติ อิมสฺส ปุริมปทสฺเสว วิวรณภาวํ วินาปิ วิสุํ อตฺถสพฺภาวํ ทสฺเสตุํ อปิจาติอาทิ วุตฺตํ. วิเสสาวิเสสนฺติ เอตฺถ เยน วาเกฺยน ทุพฺพลฺยาวิกมฺมเมว โหติ, น สิกฺขาปจฺจกฺขานํ, ตตฺถ สิกฺขาปจฺจกฺขานทุพฺพลฺยาวิกมฺมานํ อญฺญมญฺญํ วิเสโส โหติ. เยน ปน วจเนน ตทุภยมฺปิ โหติ, ตตฺถ เนวตฺถิ วิเสโส อวิเสโสปิ, ตํ วิเสสาวิเสสํ. ‘‘กฐ กิจฺฉชีวเน’’ติ ธาตูสุ ปฐิตตฺตา วุตฺตํ ‘‘กิจฺฉชีวิกปฺปตฺโต’’ติ. อุกฺกณฺฐนญฺหิ อุกฺกณฺฐา, ตํ อิโต คโตติ อุกฺกณฺฐิโต, กิจฺฉชีวิกํ ปตฺโตติ อตฺโถ. อุทฺธํ คโต กณฺโฐ เอติสฺสาติ อุกฺกณฺฐา, อนภิรติยา วเช นิรุทฺธโคคโณ วิย คมนมคฺคํ คเวสนฺโต ปุคฺคโล อุกฺกณฺโฐ โหติ, ตํ อุกฺกณฺฐํ. อนภิรตึ อิโตติปิ อุกฺกณฺฐิโตติ อตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘อุทฺธํ กณฺฐํ กตฺวา วิหรมาโน’’ติ. สา จ อุกฺกณฺฐตา วิกฺเขเปเนวาติ วิกฺขิตฺโตติอาทิ วุตฺตํ.
สมณภาวโตติ อุปสมฺปทโต. ภาววิกปฺปากาเรนาติ ภิกฺขุภาวโต จวิตฺวา ยํ ยํ คิหิอาทิภาวํ ปตฺตุกาโม ‘‘อหํ อสฺส’’นฺติ อตฺตโน ภวนํ วิกปฺเปติ, เตน เตน คิหิอาทิอากาเรน, อตฺตโน ภวนสฺส วิกปฺปนากาเรนาติ อธิปฺปาโย.
๔๖. ปาฬิยํ ยทิ ปนาหนฺติ อหํ ยทิ พุทฺธํ ปจฺจกฺเขยฺยํ, สาธุ วตสฺสาติ อตฺโถ. อปาหํ, หนฺทาหนฺติ เอตฺถาปิ วุตฺตนเยเนว อตฺโถ คเหตพฺโพ. ‘‘โหติ เม พุทฺธํ ปจฺจกฺเขยฺย’’นฺติ มม จิตฺตํ อุปฺปชฺชตีติ วทติ.
๕๐. น รมามีติ ปพฺพชฺชาย ทุกฺขพหุลตาย สุขาภาวํ ทสฺเสติ. นาภิรมามีติ ปพฺพชฺชาย วิชฺชมาเนปิ อนวชฺชสุเข อตฺตโน อภิรติอภาวํ ทสฺเสติ.
๕๑. เตเนว วจีเภเทนาติ วจีเภทํ กตฺวาปิ อญฺเญน กายปฺปโยเคน วิญฺญาปนํ นิวตฺเตติ. อยํ สาสนํ ชหิตุกาโมติอาทินา ภาสาโกสลฺลาภาเวน สพฺพโส ปทตฺถาวโพธาภาเวปิ ‘‘อยํ อตฺตโน ปพฺพชิตภาวํ ชหิตุกาโม อิมํ วากฺยเภทํ กโรตี’’ติ เอตฺตกํ อธิปฺเปตตฺถมตฺตํ เจปิ โส ตาว ชานาติ, ปจฺจกฺขานเมว โหตีติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘เอตฺตกมตฺตมฺปิ ชานาตี’’ติ. ปทปจฺฉาภฏฺฐนฺติ ปทปราวตฺติ, มาคธภาสโต อวสิฏฺฐา สพฺพาปิ ภาสา ‘‘มิลกฺขภาสา’’ติ เวทิตพฺพา. เขตฺตเมว โอติณฺณนฺติ สิกฺขาปจฺจกฺขานสฺส รุหนฏฺฐานภูตํ เขตฺตเมว โอติณฺณํ.
ทูตนฺติ มุขสาสนํ. สาสนนฺติ ปณฺณสาสนํ, ภิตฺติถมฺภาทีสุ อกฺขรํ วา ฉินฺทิตฺวา ทสฺเสติ. ปจฺจกฺขาตุกามตาจิตฺเต ธรนฺเตเยว วจีเภทสมุปฺปตฺตึ สนฺธาย ‘‘จิตฺตสมฺปยุตฺต’’นฺติ วุตฺตํ, จิตฺตสมุฏฺฐานนฺติ อตฺโถ. นิยมิตานิยมิตวเสน วิชานนเภทํ ทสฺเสตุมาห ยทิ อยเมว ชานาตูติอาทิ. อยญฺจ วิภาโค วทติ วิญฺญาเปตีติ เอตฺถ ยสฺส วทติ, ตสฺเสว วิชานนํ อธิปฺเปตนฺติ อิมินา วุตฺตนเยน ลทฺโธติ ทฏฺฐพฺพํ, น เหตฺถ เอกสฺส วทติ อญฺญสฺส วิญฺญาเปตีติ อยมตฺโถ สมฺภวติ. ‘‘เตสุ เอกสฺมึ ชานนฺเตปี’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘เทฺวเยว ชานนฺตุ เอโก มา ชานาตู’’ติ เอวํ ทฺวินฺนมฺปิ ชนานํ นิยเมตฺวา อาโรจิเตปิ เตสุ เอกสฺมิมฺปิ ชานนฺเต ปจฺจกฺขานํ โหติเยวาติ คเหตพฺพํ. ปริสงฺกมาโนติ ‘‘วาเรสฺสนฺตี’’ติ อาสงฺกมาโน. สมยญฺญูติ สาสนสงฺเกตญฺญู, อิธ ปน อธิปฺปายมตฺตชานเนนาปิ สมยญฺญู นาม โหติ, เตนาห อุกฺกณฺฐิโตติอาทิ. ตสฺมา พุทฺธํ ปจฺจกฺขามีติอาทิเขตฺตปทานํ สพฺพโส อตฺถํ ญตฺวาปิ สเจ ‘‘ภิกฺขุภาวโต จวิตุกามตาย เอส วทตี’’ติ อธิปฺปายํ น ชานาติ, อปฺปจฺจกฺขาตาว โหติ สิกฺขา. อตฺถํ ปน อชานิตฺวาปิ ‘‘อุกฺกณฺฐิโต วทตี’’ติ ตํ ชานาติ, ปจฺจกฺขาตาว โหติ สิกฺขา. โสตวิญฺญาณวีถิยา สทฺทมตฺตคฺคหณเมว, อตฺถคฺคหณํ ปน มโนวิญฺญาณวีถิปรมฺปรายาติ อาห ตงฺขณญฺเญวาติอาทิ.
๕๓. วณฺณปฏฺฐานนฺติ สตฺถุคุณวณฺณปฺปกาสกํ ปกรณํ. อุปาลิคาถาสูติ อุปาลิสุตฺเต อุปาลิคหปตินา ธีรสฺส วิคตโมหสฺสาติอาทินา วุตฺตคาถาสุ. ยถารุตนฺติ ปาฬิยํ วุตฺตเมวาติ อตฺโถ. อนนฺตพุทฺธีติอาทีนิ วณฺณปฏฺฐาเน อาคตนามานิ. ธีรนฺติอาทีนิ (ม. นิ. ๒.๗๖) ปน อุปาลิคาถาสุ. ตตฺถ โพธิ วุจฺจติ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ, สา ชานนเหตุตฺตา ปญฺญาณํ เอตสฺสาติ โพธิปญฺญาโณ. สฺวากฺขาตํ ธมฺมนฺติอาทีสุ ธมฺม-สทฺโท สฺวากฺขาตาทิปทานํ ธมฺมเววจนภาวํ ทสฺเสตุํ วุตฺโต. ตสฺมา สฺวากฺขาตํ ปจฺจกฺขามีติอาทินา วุตฺเตเยว เววจเนน ปจฺจกฺขานํ นาม โหติ. ธมฺม-สทฺเทน สห โยเชตฺวา วุตฺเต ปน ยถารุตวเสน ปจฺจกฺขานนฺติ เวทิตพฺพํ. สุปฺปฏิปนฺนํ สงฺฆนฺติอาทีสุปิ เอเสว นโย. กุสลํ ธมฺมนฺติอาทีนิปิ กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมาติอาทิธมฺมเมว (ธ. ส. ติกมาติกา ๑) สนฺธาย วุตฺตนามานิ, อิตรถา อกุสลธมฺมปจฺจกฺขาเน โทสาภาวปฺปสงฺคโตติ, เตนาห จตุราสีติธมฺมกฺขนฺธสหสฺเสสูติอาทิ. ปฐมปาราชิกนฺติอาทินา สิกฺขาปทานํเยว คหณํ เวทิตพฺพํ, น อาปตฺตีนํ.
ยสฺส มูเลนาติ ยสฺส สนฺติเก. อาจริยเววจเนสุ โย อุปชฺฌํ อทตฺวา อาจริโยว หุตฺวา ปพฺพาเชสิ, ตํ สนฺธาย ‘‘โย มํ ปพฺพาเชสี’’ติ วุตฺตํ. ตสฺส มูเลนาติ ตสฺส สนฺติเก. โอกลฺลโกติ ขุปฺปิปาสาทิทุกฺขาตุรานํ กิสลูขสรีรเวสานํ คหฏฺฐมนุสฺสานํ อธิวจนํ. โมฬิพทฺโธติ พทฺธเกสกลาโป คหฏฺโฐ. กุมารโกติ กุมาราวตฺโถ อติวิย ทหโร สามเณโร. เจลฺลโกติ ตโต กิญฺจิ มหนฺโต. เจฏโกติ มชฺฌิโม. โมฬิคลฺโลติ มหาสามเณโร. สมณุทฺเทโสติ อวิเสสโต สามเณราธิวจนํ. อสุจิสงฺกสฺสรสมาจาโรติ อสุจิ หุตฺวา ‘‘มยา กตํ ปเร ชานนฺติ นุ โข, น นุ โข’’ติ อตฺตนา, ‘‘อสุเกน นุ โข อิทํ กต’’นฺติ ปเรหิ จ สงฺกาย สริตพฺเพน อนุสฺสริตพฺเพน สมาจาเรน ยุตฺโต. สญฺชาตราคาทิกจวรตฺตา กสมฺพุชาโต. โกณฺโฐติ ทุสฺสีลาธิวจนเมตํ.
๕๔. ติเหตุกปฏิสนฺธิกาติ อติขิปฺปํ ชานนสมตฺเถ สนฺธาย วุตฺตํ, น ทุเหตุกานํ ตตฺถ อสมฺภวโต. สภาคสฺสาติ ปุริสสฺส. วิสภาคสฺสาติ มาตุคามสฺส. โปตฺถกรูปสทิสสฺสาติ มตฺติกาทีหิ กตรูปสทิสสฺส. ครุเมธสฺสาติ อารมฺมเณสุ ลหุปฺปวตฺติยา อภาวโต ทนฺธคติกตาย ครุปญฺญสฺส, มนฺทปญฺญสฺสาติ วุตฺตํ โหติ.
อิทาเนตฺถ สิกฺขาปจฺจกฺขานวารสฺส ปาฬิยํ อฏฺฐกถายญฺจ วุตฺตนยานํ สมฺปิณฺฑนตฺถวเสน เอวํ วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ – ตตฺถ หิ สามญฺญา จวิตุกาโมติอาทีหิ ปเทหิ จิตฺตนิยมํ ทสฺเสติ. พุทฺธนฺติอาทีหิ ปเทหิ เขตฺตนิยมํ, ปจฺจกฺขามิ ธาเรตีติ เอเตน กาลนิยมํ, วทตีติ อิมินา ปโยคนิยมํ, อลํ เม พุทฺเธน, กึ นุ เม, น มมตฺโถ, สุมุตฺตาหนฺติอาทีหิ อนามฏฺฐกาลวเสนปิ ปจฺจกฺขานํ โหตีติ ทสฺเสติ, วิญฺญาเปตีติ อิมินา วิชานนนิยมํ, อุมฺมตฺตโก สิกฺขํ ปจฺจกฺขาติ อุมฺมตฺตกสฺส สนฺติเกติอาทีหิ ปุคฺคลนิยมํ, โส จ นปฺปฏิวิชานาตีติอาทีหิ วิชานนนิยมาภาเวน ปจฺจกฺขานาภาวํ ทสฺเสติ, ทวายาติอาทีหิ จิตฺตนิยมาภาเวน, สาเวตุกาโม น สาเวตีติ อิมินา ปโยคนิยมาภาเวน, อวิญฺญุสฺส สาเวติ วิญฺญุสฺส น สาเวตีติ เอเตหิ ยํ ปุคฺคลํ อุทฺทิสฺส สาเวติ, ตสฺเสว สวเน สีสํ เอติ, นาญฺญสฺสาติ. สพฺพโส วา ปน น สาเวติ อปฺปจฺจกฺขาตา โหติ สิกฺขาติ อิทํ ปน จิตฺตาทินิยเมเนว สิกฺขาปจฺจกฺขานํ โหติ, น อญฺญถาติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ตสฺมา จิตฺตเขตฺตกาลปโยคปุคฺคลวิชานนวเสน สิกฺขาย ปจฺจกฺขานํ ญตฺวา ตทภาเวน อปฺปจฺจกฺขานํ เวทิตพฺพํ.
กถํ? อุปสมฺปนฺนภาวโต จวิตุกามตาจิตฺเตเนว หิ สิกฺขาปจฺจกฺขานํ โหติ, น ทวา วา รวา วา ภณนฺตสฺส. เอวํ จิตฺตวเสน สิกฺขาปจฺจกฺขานํ โหติ, น ตทภาเวน. ตถา พุทฺธํ ปจฺจกฺขามีติอาทินา วุตฺตานํ พุทฺธาทีนํ สพฺรหฺมจาริปริโยสานานํ จตุทฺทสนฺนญฺเจว คิหีติ มํ ธาเรหีติอาทินา วุตฺตานํ คิหิอาทีนํ อสกฺยปุตฺติยปริโยสานานํ อฏฺฐนฺนญฺจาติ อิเมสํ ทฺวาวีสติยา เขตฺตปทานํ ยสฺส กสฺสจิ สเววจนสฺส วเสน เตสุ ยํ กิญฺจิ วตฺตุกามสฺส ยํ กิญฺจิ วทโตปิ สิกฺขาปจฺจกฺขานํ โหติ. เอวํ เขตฺตวเสน สิกฺขาปจฺจกฺขานํ โหติ, น ตทภาเวน. ตตฺถ ยเทตํ ‘‘ปจฺจกฺขามีติ จ มํ ธาเรหีติ จา’’ติ วุตฺตํ วตฺตมานกาลวจนํ, ยานิ จ ‘‘อลํ เม พุทฺเธน, กึ นุ เม พุทฺเธน, น มมตฺโถ พุทฺเธน, สุมุตฺตาหํ พุทฺเธนา’’ติอาทินา นเยน อาขฺยาตวเสน กาลํ อนามสิตฺวา ปุริเมหิ จุทฺทสหิ ปเทหิ สทฺธึ โยเชตฺวา วุตฺตานิ อลํ เมติอาทีนิ จตฺตาริ ปทานิ, เตสํเยว จ สเววจนานํ วเสน ปจฺจกฺขานํ โหติ, น ปน ‘‘ปจฺจกฺขาสิ’’นฺติ วา, ‘‘ปจฺจกฺขิสฺส’’นฺติ วา, ‘‘มํ ธาเรสี’’ติ วา, ‘‘มํ ธาเรสฺสสี’’ติ วา, ‘‘ยํนูน ปจฺจกฺเขยฺย’’นฺติ วาติอาทีนิ อตีตานาคตปริกปฺปวจนานิ ภณนฺตสฺส. เอวํ วตฺตมานกาลวเสน เจว อนามฏฺฐกาลวเสน จ ปจฺจกฺขานํ โหติ, น ตทภาเวน. ปโยโค ปน ทุวิโธ กายิโก วาจสิโก, ตตฺถ พุทฺธํ ปจฺจกฺขามีติอาทินา นเยน ยาย กายจิ ภาสาย วจีเภทํ กตฺวา วาจสิกปโยเคเนว ปจฺจกฺขานํ โหติ, น อกฺขรลิขนํ วา หตฺถมุทฺทาทิทสฺสนํ วา กายปโยคํ กโรนฺตสฺส. เอวํ วาจสิกปโยเคเนว ปจฺจกฺขานํ โหติ, น ตทภาเวน.
ปุคฺคโล ปน ทุวิโธ โย จ ปจฺจกฺขาติ, ยสฺส จ ปจฺจกฺขาติ, ตตฺถ โย ปจฺจกฺขาติ, โส สเจ อุมฺมตฺตกขิตฺตจิตฺตเวทนฏฺฏานํ อญฺญตโร น โหติ, ยสฺส ปน ปจฺจกฺขาติ, โส สเจ มนุสฺสชาติโก โหติ, น จ อุมฺมตฺตกาทีนํ อญฺญตโร สมฺมุขีภูโต จ, สิกฺขาปจฺจกฺขานํ โหติ. น หิ อสมฺมุขีภูตสฺส ทูเตน วา ปณฺเณน วา อาโรจนํ รุหติ. เอวํ ยถาวุตฺตปุคฺคลวเสน ปจฺจกฺขานํ โหติ, น ตทภาเวน. วิชานนมฺปิ นิยมิตานิยมิตวเสน ทุวิธํ. ตตฺถ ยสฺส เยสํ วา นิยเมตฺวา อิมสฺส อิเมสํ วา อาโรเจมีติ วทติ, สเจ เต ยถา ปกติยา โลเก มนุสฺสา วจนํ สุตฺวา อาวชฺชนสมเย ชานนฺติ, เอวํ ตสฺส วจนานนฺตรเมว ‘‘อยํ อุกฺกณฺฐิโต’’ติ วา, ‘‘คิหิภาวํ ปตฺถยตี’’ติ วา เยน เกนจิ อากาเรน มนุสฺสชาติโก วจนตฺถํ ชานาติ, ปจฺจกฺขาตาว โหติ สิกฺขา. อถ อปรภาเค ‘‘กึ อิมินา วุตฺต’’นฺติ จินฺเตตฺวา ชานนฺติ, อญฺเญ วา ชานนฺติ, อปฺปจฺจกฺขาตาว โหติ. อนิยเมตฺวา อาโรเจนฺตสฺส ปน สเจ วุตฺตนเยน โย โกจิ มนุสฺสชาติโก วจนตฺถํ ชานาติ, ปจฺจกฺขาตา โหติ สิกฺขา, เอวํ ชานนวเสน ปจฺจกฺขานํ โหติ, น ตทภาเวน. อิติ อิเมสํ วุตฺตปฺปการานํ จิตฺตาทีนํ วเสเนว สิกฺขาปจฺจกฺขานํ โหติ, น อญฺญถาติ ทฏฺฐพฺพํ.
สิกฺขาปจฺจกฺขานวณฺณนานโย นิฏฺฐิโต.
มูลปญฺญตฺติวณฺณนา
๕๕. อิโต ปฏฺฐายาติ ทุฏฺฐุลฺลปทโต ปฏฺฐาย. เมถุนธมฺโม ยถา สรูเปเนว ทุฏฺฐุลฺลํ, เอวํ ทสฺสนาทิทุฏฺฐุลฺลธมฺมปริวารตฺตาปิ ทุฏฺฐุลฺลนฺติ ทสฺเสตุํ ยสฺมาติอาทิ วุตฺตํ. อวสฺสุตานนฺติ เมถุนราเคน ตินฺตานํ. ปริยุฏฺฐิตานนฺติ เมถุนราเคน อภิภูตจิตฺตานํ. เมถุน-สทฺทสฺส สทิสสทฺทปอยายตฺตา วุตฺตํ ‘‘สทิสาน’’นฺติ, รตฺตตาทีหิ สทิสานนฺติ อตฺโถ. อิทญฺจ เยภุยฺยโต วุตฺตํ อุโภสุ อญฺญตรสฺส ราคาภาเวปิ อิตรสฺส เมถุนเสวนสํสิทฺธิโต. เมถุน-สทฺโท วา อุภยสทฺทปอยาโย, เมถุนํ ยุคฬํ ยมกํ อุภยนฺติ หิ อตฺถโต เอกํ, เตนาห ‘‘อุภินฺนํ รตฺตาน’’นฺติ. ‘‘ทฺวยํทฺวยสมาปตฺตี’’ติ หิ ปาฬิยมฺปิ วุตฺตํ. นิมิตฺเตนาติ ภุมฺมตฺเถ กรณวจนํ, อิตฺถินิมิตฺเต อตฺตโน นิมิตฺตํ ปเวเสตีติ อตฺโถ. นิมิตฺตํ องฺคชาตนฺติ อตฺถโต เอกํ. ติลผลนฺติ สาสปมตฺตํ ติลพีชํ อธิปฺเปตํ, น โกสสหิตํ ผลนฺติ อาห ‘‘ติลพีชมตฺตมฺปี’’ติ. อลฺโลกาเสติ สภาเวน ปิหิตสฺส นิมิตฺตสฺส ปกติวาเตน อสมฺผุฏฺเฐ ตินฺตปฺปเทเส. ตาทิโส ปเทโส สเจปิ เกนจิ วาตาทิวิกาเรน สุกฺขติ, ตถาปิ อนลฺโลกาโสติ อุปกฺกมโต ปาราชิกเมว.
เวมชฺฌนฺติ ยถา จตฺตาริ ปสฺสานิ อผุสนฺโต ปเวเสติ, เอวํ กตวิวรสฺส อิตฺถินิมิตฺตสฺส อพฺภนฺตรตลํ วุจฺจติ. ปุริสนิมิตฺเต ปน มชฺฌนฺติ อคฺคโกฏึ สนฺธาย วทติ. อุปรีติ มชฺฌิมปพฺเพน สมิญฺชิตฺวา ปเวสิยมานสฺส องฺคชาตสฺส สมิญฺชิตงฺคุลิยา มชฺฌิมปพฺพปิฏฺฐิสทิสอคฺคโกฏิเยว. เหฏฺฐา ปเวเสนฺโตติ อิตฺถินิมิตฺตสฺส เหฏฺฐาภาเคน ฉุปิยมานํ ปเวเสนฺโต, ยถา อิตฺถินิมิตฺตสฺส อลฺโลกาสํ เหฏฺฐิมตลํ ติลพีชมตฺตมฺปิ อตฺตโน นิมิตฺเตน ฉุปติ, เอวํ ปเวเสนฺโตติ อตฺโถ. ฉุปนเมว เหตฺถ ปเวสนํ, เอวํ เสเสสุปิ. มชฺเฌน ปเวเสนฺโตติ อพฺภนฺตรตเลน ฉุปิยมานํ ปเวเสนฺโต, ยถา อพฺภนฺตรตลํ ฉุปติ, เอวํ ปเวเสนฺโตติ อตฺโถ. กตฺถจิ อจฺฉุปนฺตํ ปเวเสตฺวา อากาสคตเมว นีหรนฺตสฺส นตฺถิ ปาราชิกํ, ทุกฺกฏํ ปน โหติ ฉินฺนสีสวตฺถุสฺมึ (ปารา. ๗๓) วิย. มชฺเฌเนว ฉุปนฺตํ ปเวเสนฺโตติ อคฺคโกฏิยา ฉุปนฺตํ ปเวเสนฺโต. มชฺฌิมปพฺพปิฏฺฐิยา สงฺโกเจตฺวาติ นิมิตฺตํ อตฺตโน มชฺฌิมปพฺพปิฏฺฐิยา สมิญฺชิตฺวา อุปริภาเคน ฉุปนฺตํ ปเวเสนฺโตปิ. กึ วิย? สมิญฺชิตงฺคุลิ วิยาติ โยชนา. อถ วา มชฺฌิมปพฺพปิฏฺฐิยา สมิญฺชิตงฺคุลิ วิยาติ สมฺพนฺโธ, สมิญฺชิตงฺคุลึ วา มชฺฌิมปพฺพปิฏฺฐิยา ปเวเสนฺโต วิยาติปิ โยเชตพฺพํ. อุปริภาเคนาติ สงฺโกจิตสฺส นิมิตฺตสฺส อุปริโกฏิยา.
อิทานิ ปุริสนิมิตฺตสฺส เหฏฺฐา วุตฺเตสุ ฉสุ ‘‘อุปรี’’ติ วุตฺตสฺส ฉฏฺฐสฺส ฐานสฺส วเสน วิสุํ จตฺตาริ ปสฺสานิ คเหตฺวา ปุริสนิมิตฺเต ทสฏฺฐานเภทํ ทสฺเสนฺโต ตตฺถาติอาทิมาห. เหฏฺฐา ปน อคหิตคฺคหณวเสน ฉ ฐานานิ วุตฺตานิ. ตุลาทณฺฑสทิสํ ปเวเสนฺตสฺสาปีติ อสมิญฺชิตฺวา อุชุกํ ปเวเสนฺตสฺส. จมฺมขีลนฺติ เอฬกาทีนํ คีวาย วิย นิมิตฺเต ชาตํ จมฺมงฺกุรํ, ‘‘อุณฺณิคณฺโฑ’’ติปิ วทนฺติ. ‘‘อุปหตกายปฺปสาท’’นฺติ อวตฺวา นฏฺฐกายปฺปสาทนฺติ วจเนน อุปาทินฺนภาเว สติ เกนจิ ปจฺจเยน อุปหเตปิ กายปฺปสาเท อุปหตินฺทฺริยวตฺถุสฺมึ (ปารา. ๗๓) วิย ปาราชิกเมวาติ ทสฺเสติ. อิตฺถินิมิตฺตสฺส ปน นฏฺเฐปิ อุปาทินฺนภาเว สติ มตสรีเร วิย ปาราชิกกฺเขตฺตตา น วิชหตีติ เวทิตพฺพา. เมถุนสฺสาเทนาติ อิทํ กายสํสคฺคราเค สติ สงฺฆาทิเสโส โหตีติ วุตฺตํ. พีชานีติ อณฺฑานิ.
มุขํ อปิธายาติ ปมาเทน สมุปฺปนฺนมฺปิ หาสํ พีชนิยา ปฏิจฺฉาทนมฺปิ อกตฺวา นิสีทนํ อคารวนฺติ วุตฺตํ. อถ วา อปิธายาติ ปิทหิตฺวา, พีชนิยา มุขํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา หสมาเนน น นิสีทิตพฺพนฺติ อตฺโถ. ทนฺตวิทํสกนฺติ ทนฺเต ทสฺเสตฺวา. คพฺภิเตนาติ ‘‘อยุตฺตกถา’’ติ สงฺโกจํ อนาปชฺชนฺเตน, นิรวเสสาธิปฺปายกถเน สญฺชาตุสฺสาเหนาติ อตฺโถ.
อนุปญฺญตฺติวณฺณนา
ปาราชิกวตฺถุภูตาติ เยสํ ตีสุ มคฺเคสุ ติลพีชมตฺตมฺปิ นิมิตฺตสฺส ปเวโสกาโส โหติ, เต อิตฺถิปุริสาทิเภทา สพฺเพ สงฺคยฺหนฺติ, น อิตเร. อิธ ปน ติรจฺฉานคตายาติ-ปาฬิปทานุรูปโต น สพฺพาติอาทินา อิตฺถิลิงฺควเสน วุตฺตํ. โคนสาติ สปฺปวิเสสา, เยสํ ปิฏฺฐีสุ มหนฺตมหนฺตานิ มณฺฑลานิ โหนฺติ. กจฺฉปมณฺฑูกานํ จตุปฺปทตฺเตปิ โอทกตาสามญฺเญน อปเทหิ สห คหณํ. มุขสณฺฐานนฺติ โอฏฺฐจมฺมสณฺฐานํ. วณสงฺเขปนฺติ วณสงฺคหํ. วเณ ถุลฺลจฺจยญฺจ ‘‘อมคฺเคน อมคฺคํ ปเวเสติ, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ (ปารา. ๖๖) อิมสฺส สุตฺตสฺส วเสน เวทิตพฺพํ. มงฺคุสาติ นกุลา. เอตเมว หิ อตฺถนฺติ โย นํ อชฺฌาปชฺชติ, ตํ ปราเชตีติ อิมมตฺถํ วุตฺตานํเยว ปาราชิกาทิสทฺทานํ นิพฺพจนปฺปสงฺเค อิมิสฺสา ปริวารคาถาย ปวตฺตตฺตา. ภฏฺโฐติ สาสนโต ปริหีโน. นิรงฺกโตติ นิรากโต. เอตนฺติ อาปตฺติรูปํ ปาราชิกํ. ฉินฺโนติ อนฺตราขณฺฑิโต.
ปกตตฺเตหิ ภิกฺขูหีติ เอตฺถ ปกตตฺตา นาม ปาราชิกํ อนาปนฺนา อนุกฺขิตฺตา จ. เกจิ ปน ‘‘ปกตตฺเตหิ ภิกฺขูหิ เอกโต กตฺตพฺพตฺตาติ อฏฺฐกถายํ วุตฺตตฺตา ปกตตฺตภูเตหิ อลชฺชีหิปิ สทฺธึ อุโปสถาทิสงฺฆกมฺมกรเณ โทโส นตฺถี’’ติ วทนฺติ, ตํ น ยุตฺตํ, อิมินา วจเนน ตสฺส อตฺถสฺส อสิชฺฌนโต. ยทิ หิ สงฺฆกมฺมํ กรียติ, ปกตตฺเตเหว กรียติ, น อปกตตฺเตหีติ เอวํ อปกตตฺเตหิ สหสํวาสปฏิกฺเขปปรํ อิทํ วจนํ, น ปน ปกตตฺเตหิ สพฺเพหิ อลชฺชีอาทีหิ เอกโต สงฺฆกมฺมํ กตฺตพฺพเมวาติ. เอวํ สํวาสวิธานปรํ ปกตตฺเตสุปิ สภาคาปตฺตึ อาปนฺเนหิ อญฺญมญฺญญฺจ อลชฺชีหิ จ สทฺธึ เอกโต กมฺมกรณสฺส ปฏิกฺขิตฺตตฺตา. วุตฺตญฺหิ ‘‘สเจ สพฺโพ สงฺโฆ สภาคาปตฺติยา สติ วุตฺตวิธึ อกตฺวา อุโปสถํ กโรติ, วุตฺตนเยเนว สพฺโพ สงฺโฆ อาปตฺตึ อาปชฺชตี’’ติอาทิ (กงฺขา. อฏฺฐ. นิทานวณฺณนา). ‘‘ยตฺถ อามิสปริโภโค วฏฺฏติ, ธมฺมปริโภโคปิ ตตฺถ วฏฺฏตี’’ติ อลชฺชีหิ สห ปริโภโค จ อฏฺฐกถายํ ปฏิกฺขิตฺโต เอกโต กมฺมกรณสฺสาปิ ธมฺมปริโภคตฺตา. ตสฺมา ยถา หิ ปาฬิยํ ปาราชิกาปตฺติอาปชฺชนกปุคฺคลนิยมตฺถํ ยฺวายํ ญตฺติจตุตฺเถน กมฺเมน…เป… อุปสมฺปนฺโน, อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปโต ภิกฺขูติ อิมสฺมึ วจเน สพฺเพปิ ญตฺติจตุตฺถกมฺเมน อุปสมฺปนฺนา ปาราชิกาปชฺชนกปุคฺคลาเยวาติ นิยโม น สิชฺฌติ ปาราชิกานาปชฺชนกานมฺปิ เสกฺขาทีนํ สมฺภวา, อถ โข ญตฺติจตุตฺถกมฺเมน อุปสมฺปนฺเนสุเยว ปาราชิกาปตฺติอาปชฺชนกา อลชฺชี พาลปุถุชฺชนา ลพฺภนฺติ, น ปน เอหิภิกฺขุอาทีสูติ เอวํ นิยโม สิชฺฌติ, เอวมิธาปิ ปกตตฺเตสุเยว เอกโต กมฺมกรณารหา อนาปตฺติกา ลชฺชี กุกฺกุจฺจกา สิกฺขากามา อุปลพฺภนฺติ, น อปกตตฺเตสูติ เอวเมว นิยโม สิชฺฌติ อปกตตฺตานํ คณปูรณตฺตาภาเวน อสํวาสิกตฺตนิยมโต. อลชฺชิโน ปน คณปูรกา หุตฺวา กมฺมสฺส สาธนโต อสํวาสิเกสุ น คหิตา กตฺตพฺพวิธึ อกตฺวา เตหิ สห มทฺทิตฺวา กมฺมํ กโรนฺตานํ อาปตฺติ อลชฺชิตา จ น วิคจฺฉตีติ เวทิตพฺพํ. ‘‘เอโก อลชฺชี อลชฺชีสตมฺปิ กโรตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๘๕) หิ วุตฺตํ, เตเนว วกฺขติ ‘‘สพฺเพปิ ลชฺชิโน เอเตสุ กมฺมาทีสุ สห วสนฺตี’’ติอาทิ. อยญฺจตฺโถ อุปริ วิตฺถารโต อาวิ ภวิสฺสติ.
ตถาติ สีมาปริจฺฉินฺเนหีติอาทึ ปรามสติ. เอกโต วนฺทนภุญฺชนคามปฺปเวสนวตฺตาปฏิวตฺตกรณอุคฺคหปริปุจฺฉาสชฺฌายกรณาทิสามคฺคิกิริยาวเสน ภควตา ปญฺญตฺตสิกฺขาปทสิกฺขนํ สมสิกฺขตา นาม, ตญฺจ ลชฺชีเหว สมํ สิกฺขิตพฺพํ, น อลชฺชีหีติ ทสฺเสตุํ ‘‘ปญฺญตฺตํ ปน…เป… สมสิกฺขตา นามา’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ อนติกฺกมนวเสน อุคฺคหปริปุจฺฉาทิวเสน จ ลชฺชีปุคฺคเลหิ สมํ เอกโต สิกฺขิตพฺพา สมสิกฺขาติ สิกฺขาปทานิ วุตฺตานิ, ตาสํ สมสิกฺขนํ ยถาวุตฺตนเยน ลชฺชีหิ สิกฺขิตพฺพภาโว สมสิกฺขตา นามาติ อธิปฺปาโย. ยถาวุตฺเตสุ เอกกมฺมาทีสุ อลชฺชีนํ ลชฺชิธมฺเม อโนกฺกนฺเต ลชฺชีหิ สห สํวาโส นตฺถิ, ตโต พหิเยว เต สนฺทิสฺสนฺตีติ อาห สพฺเพปิ ลชฺชิโนติอาทิ.
๕๖. ยํ ตํ วุตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. วตฺถุเมว น โหตีติ สุวณฺณาทีหิ กตอิตฺถิรูปานํ องฺคชาเตสุปิ นิมิตฺตโวหารทสฺสนโต ตตฺถ ปาราชิกาสงฺกานิวตฺตนตฺถํ วุตฺตํ. เตเนว วินีตวตฺถูสุ เลปจิตฺตาทิวตฺถูสุ สญฺชาตกุกฺกุจฺจสฺส ปาราชิเกน อนาปตฺติ วุตฺตา.
ปฐมจตุกฺกวณฺณนา
๕๗. อสฺสาติ อาขฺยาตปทนฺติ ตสฺส อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘โหตี’’ติ อาห, ภเวยฺยาติ อตฺโถ, โหตีติ วุตฺตํ โหติ. ทุติเย อตฺถวิกปฺเป ‘‘โหตี’’ติ อิทํ วจนเสโส.
๕๘. สาทิยนฺตสฺเสวาติ เอตฺถ สาทิยนํ นาม เสเวตุกามตาจิตฺตสฺส อุปฺปาทนเมวาติ อาห ‘‘ปฏิเสวนจิตฺตสมงฺคิสฺสา’’ติ. ปฏิปกฺขนฺติ อนิฏฺฐํ อหิตํ. ‘‘ภิกฺขูนํ ปจฺจตฺถิกา ภิกฺขุปจฺจตฺถิกา’’ติ วุตฺเต อุปริ วุจฺจมานา ราชปจฺจตฺถิกาทโยปิ อิเธว ปวิสนฺตีติ ตํ นิวตฺตนตฺถํ ภิกฺขู เอว ปจฺจตฺถิกาติ ราชปจฺจตฺถิกานุรูเปน อตฺโถ ทสฺสิโต. ตสฺมึ ขเณติ ปเวสนกฺขเณ. อคฺคโต หิ ยาว มูลา ปเวสนกิริยาย วตฺตมานกาโล ปเวสนกฺขโณ นาม. ปวิฏฺฐกาเลติ องฺคชาตสฺส ยตฺตกํ ฐานํ ปเวสนารหํ, ตตฺตกํ อนวเสสโต ปวิฏฺฐกาเล, ปเวสนกิริยาย นิฏฺฐิตกฺขเณติ อตฺโถ. เอวํ ปวิฏฺฐสฺส อุทฺธรณารมฺภโต อนฺตรา ฐิตกาเล ฐิตํ องฺคชาตํ, ตสฺส ฐิติ วา ฐิตํ นาม, อฏฺฐกถายํ ปน มาตุคามสฺส สุกฺกวิสฺสฏฺฐึ ปตฺวา สพฺพถา วายามโต โอรมิตฺวา ฐิตกาลํ สนฺธาย ‘‘สุกฺกวิสฺสฏฺฐิสมเย’’ติ วุตฺตํ, ตทุภยมฺปิ ฐิตเมวาติ คเหตพฺพํ. อุทฺธรณํ นาม ยาว อคฺคา นีหรณกิริยาย วตฺตมานกาโลติ อาห ‘‘นีหรณกาเล ปฏิเสวนจิตฺตํ อุปฏฺฐาเปตี’’ติ.
เอตฺถ จ ยสฺมา ปเรหิ อุปกฺกมิยมานสฺส องฺคชาตาทิกายจลนสฺส วิชฺชมานตฺตา เสวนจิตฺเต อุปฏฺฐิตมตฺเต ตสฺมึ ขเณ จิตฺตชรูเปน สญฺชายมานํ องฺคชาตาทิจลนํ อิมินา เสวนจิตฺเตน อุปฺปาทิตเมว โหติ. อปิจ เสวนจิตฺเต อุปฺปนฺเน ปเรหิ อนุปกฺกมิยมานสฺสาปิ องฺคชาเต จลนํ โหเตว, ตญฺจ เตน กตํ นาม โหติ, ตสฺมา กายจิตฺตโต สมุฏฺฐิตํ ปาราชิกาปตฺตึ โส อาปชฺชติเยว อุพฺภชาณุมณฺฑลิกา (ปาจิ. ๖๕๗-๖๕๘) วิย. ตตฺถาปิ หิ ‘‘อธกฺขกํ อุพฺภชาณุมณฺฑลํ อามสนํ วา…เป… ปฏิปีฬนํ วา สาทิเยยฺยา’’ติ (ปาจิ. ๖๕๗) สาทิยนมตฺเตเยว อาปตฺติ วุตฺตา, ภิกฺขุโน กายสํสคฺเค ปน ‘‘กายสํสคฺคํ สมาปชฺเชยฺยา’’ติ (ปารา. ๒๗๐) อตฺตโน อุปกฺกมสฺส อาปตฺตินิมิตฺตภาเวน วุตฺตตฺตา อิตฺถิยา ผุสิยมานสฺส กายสํสคฺคราเค จ อิตฺถิยา สญฺชนิตกายจลเน จ วิชฺชมาเนปิ อตฺตโน ปโยคาภาเวน อนาปตฺติเยว วุตฺตาติ คเหตพฺพํ. เกจิ ปน ‘‘ปฐมสงฺฆาทิเสสวิสเยปิ ปเรหิ พลกฺกาเรน หตฺถาทีหิ อุปกฺกมิยมานสฺส โมจนสฺสาโท จ อุปฺปชฺชติ, เตน จ อสุจิมฺหิ มุตฺเต สงฺฆาทิเสโส, อมุตฺเต ถุลฺลจฺจยํ เอวา’’ติ วทนฺติ. องฺคารกาสุนฺติ องฺคารราสึ, องฺคารปุณฺณาวาฏํ วา. อิตฺถิยา อุปกฺกมิยมาเน อสาทิยนํ นาม น สพฺเพสํ วิสโยติ อาห อิมญฺหีติอาทิ. เอกาทสหิ อคฺคีหีติ ราคโทสโมหชาติชรามรณโสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสสงฺขาเตหิ เอกาทสคฺคีหิ. อสฺสาติ อสาทิยนฺตสฺส. จตุกฺกํ นีหริตฺวา ฐเปสีติ เอตฺถ เอกปุคฺคลวิสยตาย เอโกปิ อนาปตฺติวาโร ปเวสนปวิฏฺฐฐิตอุทฺธรณสงฺขอาตานํ จตุนฺนํ ปทานํ วเสน ‘‘จตุกฺก’’นฺติ วุตฺโต. ปฐมจตุกฺกกถาติ เอตฺถ ปน อนาปตฺติวาเรน สทฺธึ ปญฺจนฺนํ วารานํ วุตฺตนเยน ‘‘ปญฺจ จตุกฺกา’’ติ วตฺตพฺเพปิ เอกมคฺควิสยตาย เตสํ เอกตฺตํ อาโรเปตฺวา ปฐมจตุกฺกตา วุตฺตา. เตเนว วกฺขติ ติณฺณํ มคฺคานํ วเสน ตีณิ สุทฺธิกจตุกฺกานีติอาทิ.
เอกูนสตฺตติทฺวิสตจตุกฺกกถาวณฺณนา
๕๙-๖๐. มตฺตนฺติ สุราทีหิ มตฺตํ. อกฺขายิตนิมิตฺตา อิธ อุตฺตรปทโลเปน อกฺขายิตสทฺเทน วุตฺตาติ อาห ‘‘อกฺขายิตนิมิตฺต’’นฺติ. ชาครนฺตินฺติอาทิ วิเสสนรหิตตฺตา ‘‘สุทฺธิกจตุกฺกานี’’ติ วุตฺตํ. สมานาจริยกาเถราติ เอกาจริยสฺส อุทฺเทสนฺเตวาสิกา. คงฺคาย อปรภาโค อปรคงฺคํ. วตเรติ ครหตฺเถ นิปาโต. เอวํ วินยครุกานนฺติ อิมินา อุปริ อุปติสฺสตฺเถเรน วุจฺจมานวินิจฺฉยสฺส ครุกรณียตาย การณํ วุตฺตํ. สพฺพํ ปริยาทิยิตฺวาติ สพฺพํ ปาราชิกเขตฺตํ อนวเสสโต คเหตฺวา. ยทิ หิ สาวเสสํ กตฺวา ปญฺญเปยฺย, อลชฺชีนํ ตตฺถ เลเสน อชฺฌาจารโสโต ปวตฺตตีติ อาห ‘‘โสตํ ฉินฺทิตฺวา’’ติ. สหเสยฺยาทิปณฺณตฺติวชฺชสิกฺขาปเทสุเยว (ปาจิ. ๔๙-๕๑) สาวเสสํ กตฺวาปิ ปญฺญาปนํ สมฺภวติ, น โลกวชฺเชสูติ อาห อิทญฺหีติอาทิ. สหเสยฺยสิกฺขาปเท หิ (ปาจิ. ๔๙ อาทโย) กิญฺจาปิ เยภุยฺยจฺฉนฺเน เยภุยฺยปริจฺฉนฺเน เหฏฺฐิมปริจฺเฉทโต ปาจิตฺติยํ ทสฺสิตํ, อุปฑฺฒจฺฉนฺเน อุปฑฺฒปริจฺฉนฺเน ทุกฺกฏํ, ตถาปิ สาวเสสตฺตา ปญฺญตฺติยา เยภุยฺยจฺฉนฺนอุปฑฺฒปริจฺฉนฺนาทีสุปิ อฏฺฐกถายํ ปาจิตฺติยเมว ทสฺสิตํ. อิธ ปน นิรวเสสตฺตา ปญฺญตฺติยา ภควตา ทสฺสิตํ เยภุยฺเยน อกฺขายิตนิมิตฺตโต เหฏฺฐา ปาราชิกกฺเขตฺตํ นตฺถิ, ถุลฺลจฺจยาทิเมว ตตฺถ ลพฺภติ.
อุปติสฺสตฺเถเรน วุตฺตสฺเสว วินิจฺฉยสฺส อญฺญมฺปิ อุปตฺถมฺภการณํ ทสฺเสนฺโต อปิจาติอาทิมาห. นิมิตฺเต อปฺปมตฺติกาปิ มํสราชิ สเจ อวสิฏฺฐา โหติ, ตํ เยภุยฺยกฺขายิตเมว โหติ, ตโต ปรํ ปน สพฺพโส ขายิเต นิมิตฺเต ทุกฺกฏเมวาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ตโต ปรํ ถุลฺลจฺจยํ นตฺถี’’ติ. เกจิ ปเนตฺถ วจฺจมคฺคาทึ จตฺตาโร โกฏฺฐาเส กตฺวา ‘‘เตสุ เทฺว โกฏฺฐาเส อติกฺกมฺม ยาว ตติยโกฏฺฐาสสฺส ปริโยสานา ขายิตํ เยภุยฺยกฺขายิตํ นาม, ตโต ปรํ ถุลฺลจฺจยํ นตฺถิ, ยาว จตุตฺถโกฏฺฐาสสฺส ปริโยสานา ขายิตํ, ตมฺปิ ทุกฺกฏวตฺถุเยวา’’ติ จ วทนฺติ, ตํ น ยุตฺตํ. มตสรีรสฺมึเยว เวทิตพฺพนฺติ มตํ เยภุยฺเยน อกฺขายิตนฺติอาทิวจนโต วุตฺตํ. ยทิปิ นิมิตฺตนฺติอาทิ ชีวมานกสรีรเมว สนฺธาย วุตฺตํ ตสฺเสว อธิกตตฺตา. เตเนว มาติกาฏฺฐกถายํ (กงฺขา. อฏฺฐ. ปฐมปาราชิกวณฺณนา) ‘‘ชีวมานกสรีรสฺส วุตฺตปฺปกาเร มคฺเค สเจปิ ตจาทีนิ อนวเสเสตฺวา สพฺพโส ฉินฺเน’’ติอาทิ วุตฺตํ. สพฺพโส ขายิตนฺติ นิมิตฺตมํสํ สพฺพํ ฉินฺนนฺติ อตฺโถ. นิมิตฺตสณฺฐานนฺติ ฉินฺนมํสสฺส อนฺโต ยาว มุตฺตวตฺถิโกสา ฉิทฺทากาโร อพฺภนฺตรฉวิจมฺมมตฺโต อิตฺถินิมิตฺตากาโร, เตนาห ‘‘ปเวสนํ ชายตี’’ติ. นิมิตฺตสณฺฐานํ ปน อนวเสเสตฺวาติ ปเวสนารหฉิทฺทากาเรน ฐิตอพฺภนฺตรมํสาทึ อนวเสเสตฺวา. เอเตน ยาว ปเวโส ลพฺภติ, ตาว มคฺโคเยวาติ ทสฺเสติ. นิมิตฺตโต ปติตาย มํสเปสิยาติ อิทํ นิมิตฺตสณฺฐานวิรหิตํ อพฺภนฺตรมํสขณฺฑํ สนฺธาย วุตฺตํ. นิมิตฺตสณฺฐานํ อโกเปตฺวา สมนฺตโต ฉินฺทิตฺวา อุทฺธฏมํสเปสิยา ปน มตสรีเร เยภุยฺเยน อกฺขายิตนิมิตฺเต วิย อุปกฺกมนฺตสฺส ปาราชิกเมว.
เอวํ ชีวมานกมนุสฺสสรีเร ลพฺภมานวิเสสํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ มตสรีเร ทสฺเสตุํ มตสรีเร ปนาติอาทิมาห. วตฺถิโกเสสูติ ปุริสานํ องฺคชาตโกสจมฺเมสุ. ‘‘นวทฺวาโร มหาวโณ’’ติอาทิ (มิ. ป. ๒.๖.๑) วจนโต มนุสฺสานํ อกฺขินาสาทีนิ วณสงฺเขเปน ถุลฺลจฺจยกฺเขตฺตานีติ เตสุปิ ถุลฺลจฺจยํ วุตฺตํ, เอวํ มนุสฺสานํ มตสรีเรปิ, เตนาห มเต อลฺลสรีเรติอาทิ. ตตฺถ อลฺลสรีเรติ อกุถิตํ สนฺธาย วุตฺตํ. ปาราชิกกฺเขตฺเตติ เยภุยฺเยน อกฺขายิตมฺปิ สนฺธาย วุตฺตํ. ถุลฺลจฺจยกฺเขตฺเตติ อุปฑฺฒกฺขายิตาทิมฺปิ สนฺธาย วุตฺตํ. เอตฺถ จ อกฺขินาสาทิถุลฺลจฺจยกฺเขตฺเตสุ เยภุยฺเยน อกฺขายิเตสุปิ ถุลฺลจฺจยํ, อุปฑฺฒกฺขายิตาทีสุ ทุกฺกฏนฺติ เวทิตพฺพํ. สพฺเพสมฺปีติ ยถาวุตฺตหตฺถิอาทีหิ อญฺเญสํ ติรจฺฉานานํ สงฺคณฺหนตฺถํ วุตฺตํ. ติรจฺฉานคตานํ อกฺขิกณฺณวเณสุ ทุกฺกฏํ ปน อฏฺฐกถาปฺปมาเณน คเหตพฺพํ, ‘‘อมคฺเคน อมคฺคํ ปเวเสติ, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ (ปารา. ๖๖) หิ สามญฺญโต วุตฺตํ, น ปน มนุสฺสานนฺติ วิเสเสตฺวา. ยทิ หิ มนุสฺสานญฺเญว วเณสุ ถุลฺลจฺจยํ สิยา, หตฺถิอสฺสาทีนํ นาสวตฺถิโกเสสุปิ ปฏงฺคมุขมณฺฑูกสฺส มุขสณฺฐาเนปิ จ วณสงฺเขปโต ถุลฺลจฺจยํ น วตฺตพฺพํ สิยา, วุตฺตญฺจ. ตสฺมา อฏฺฐกถาจริยา เอเวตฺถ ปมาณํ. มตานํ ติรจฺฉานคตานนฺติ มตเกน สมฺพนฺโธ.
เมถุนราเคน วตฺถิโกสํ ปเวเสนฺตสฺส ถุลฺลจฺจยํ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘วตฺถิโกสํ อปฺปเวเสนฺโต’’ติ. เมถุนราโค จ นาม กายสํสคฺคราคํ โมจนสฺสาทญฺจ มุญฺจิตฺวา วิสุํ ทฺวยํทฺวยสมาปตฺติยา ราโค, โส จ ปุริสาทีสุปิ อุปฺปชฺชติ, เตน จ อปาราชิกกฺเขตฺเต อิตฺถิสรีเรปิ อุปกฺกมนฺตสฺส อสุจิมฺหิ มุตฺเตปิ สงฺฆาทิเสโส น โหติ, เขตฺตานุรูปํ ถุลฺลจฺจยทุกฺกฏเมว โหตีติ เวทิตพฺพํ. อปฺปเวเสนฺโตติ อิมินา ตีสุ มคฺเคสุ ปเวสนาธิปฺปาเย อสติปิ เมถุนราเคน พหิ ฆฏฺฏนํ สมฺภวตีติ ทสฺเสติ, เตเนว ถุลฺลจฺจยํ วุตฺตํ, อิตรถา ปเวสนาธิปฺปาเยน พหิ ฉุปนฺตสฺส เมถุนสฺส ปุพฺพปโยคตฺตา ทุกฺกฏเมว วตฺตพฺพํ สิยา. นิมิตฺเตน นิมิตฺตํ ฉุปติ ถุลฺลจฺจยนฺติ อิทญฺจ ‘‘น จ, ภิกฺขเว, รตฺตจิตฺเตน องฺคชาตํ ฉุปิตพฺพํ, โย ฉุเปยฺย, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ (มหาว. ๒๕๒) อิมสฺส จมฺมกฺขนฺธเก อาคตสฺส สุตฺตสฺส วเสน วุตฺตํ. ตตฺถ จ เกสญฺจิ อญฺญถาปิ อตฺถวิกปฺปสฺส พีชํ ทสฺเสนฺโต มหาอฏฺฐกถายํ ปนาติอาทิมาห. มุเขเนว ฉุปนํ สนฺธายาติ โอฏฺฐชิวฺหาทิมุขาวยเวน ฉุปนํ สนฺธาย. โอฬาริกตฺตาติ อชฺฌาจารสฺส ถุลฺลตฺตา. ตํ สนฺธายภาสิตนฺติ ตํ ยถาวุตฺตสุตฺตํ. สุตฺตญฺหิ อชฺฌาจารํ สนฺธาย ปฏิจฺจ วุตฺตตฺตา ‘‘สนฺธายภาสิต’’นฺติ วุจฺจติ. สุฏฺฐุสลฺลกฺเขตฺวาติ ปิฏฺฐึ อภิรุหนฺตานํ องฺคชาตมุเขเนว นิมิตฺตฉุปนสฺส สมฺภวํ เมถุนราคีนญฺจ องฺคชาเตน ฉุปนสฺเสว อนุรูปตญฺจ สุตฺเต จ ‘‘มุเขนา’’ติ อวุตฺตตญฺจ อญฺญญฺจ นยํ ยถาพลํ สุฏฺฐุ สลฺลกฺเขตฺวาติ อตฺโถ. สงฺฆาทิเสโสติ มนุสฺสิตฺถึ สนฺธาย วุตฺตํ. ปสฺสาวมคฺคนฺติ อิทํ จมฺมกฺขนฺธเก นิทานวเสน วุตฺตํ. อิตรมคฺคทฺวยํ ปน นิมิตฺตมุเขน ฉุปนฺตสฺส วณสงฺเขเปน ถุลฺลจฺจยเมว. วุตฺตนเยเนวาติ เมถุนราเคเนว. นิมิตฺตมุเขน ปน วินา เมถุนราเคน มนุสฺสิตฺถิยา วา ติรจฺฉานคติตฺถิยา วา ปสฺสาวมคฺคํ ปกติมุเขน ฉุปนฺตสฺส ทุกฺกฏเมว ปกติมุเขน ปกติมุขฉุปเน วิย, อิตรถา ตตฺถาปิ ถุลฺลจฺจเยน ภวิตพฺพํ, ตญฺจ น ยุตฺตํ ขนฺธกสุตฺเตปิ ตถา อวุตฺตตฺตา. กายสํสคฺคราเคน ทุกฺกฏนฺติ นิมิตฺตมุเขน วา ปกติมุขาทึ อิตรกาเยน วา กายสํสคฺคราเคน ฉุปนฺตสฺส ทุกฺกฏเมว.
เอตฺถ จ กายสํสคฺคราเคน พหินิมิตฺเต อุปกฺกมโต อชานนฺตสฺเสว องฺคชาตํ ยทิ ปาราชิกกฺเขตฺตํ ฉุปติ, ตตฺถ กึ โหตีติ? เกจิ ตาว ‘‘เมถุนราคสฺส อภาวา มนุสฺสิตฺถิยา สงฺฆาทิเสโส, เสเสสุ วตฺถุวเสน ถุลฺลจฺจยทุกฺกฏานี’’ติ วทนฺติ. อญฺเญ ปน ‘‘ปเวสนกฺขเณ ผสฺสสฺส สาทิยนสมฺภวโต พลกฺกาเรน อุปกฺกมนกฺขเณ วิย ปาราชิกเมวา’’ติ วทนฺติ, อิทเมว ยุตฺตตรํ. มคฺคตฺตยโต หิ อญฺญสฺมึ ปเทเสเยว กายสํสคฺคาทิราคเภทโต อาปตฺติเภโท ลพฺภติ, น มคฺคตฺตเย. ตตฺถ ปน เยน เกนจิ อากาเรน ผสฺสสฺส สาทิยนกฺขเณ ปาราชิกเมว, เตเนว ปโรปกฺกเมน ปเวสนาทีสุ ราคเภทํ อนุทฺธริตฺวา สาทิยนมตฺเตน ปาราชิกํ วุตฺตํ.
สนฺถตจตุกฺกเภทกถาวณฺณนา
๖๑-๒. ปฏิปนฺนกสฺสาติ อารทฺธวิปสฺสกสฺส. อุปาทินฺนกนฺติ กายินฺทฺริยํ สนฺธาย วุตฺตํ. อุปาทินฺนเกน ผุสตีติ อุปาทินฺนกสรีเรน ผุสียตีติ กมฺมสาธเนน อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อถ วา เอวํ กโรนฺโต ภิกฺขุ กิญฺจิ อุปาทินฺนกํ อุปาทินฺนเกน น ผุสตีติ อตฺโถ. เลสํ โอฑฺเฑสฺสนฺตีติ เลสํ ฐเปสฺสนฺติ, ปริกปฺเปสฺสนฺตีติ อตฺโถ. สนฺถตาทิเภเทหิ ภินฺทิตฺวาติ สนฺถตาทิวิเสสเนหิ วิเสเสตฺวา. สนฺถตายาติ สมุทาเย เอกเทสโวหาโร ทฑฺฒสฺส ปฏสฺส ฉิทฺทนฺติอาทีสุ วิย. ยถา หิ ปฏสฺส เอกเทโสว วตฺถโต ทฑฺโฒติ วุจฺจติ, ตํ เอกเทสโวหารํ สมุทาเย ปเฏ อุปจารโต อาโรเปตฺวา ปุน ตํ สมุทายํ ทฑฺฒปฺปเทสสงฺขาตฉิทฺทสมฺพนฺธีภาเวน ‘‘ทฑฺฒสฺส ปฏสฺส ฉิทฺท’’นฺติ โวหรนฺติ, เอวมิธาปิ อิตฺถิยา มคฺคปฺปเทสโวหารํ สมุทายภูตาย อิตฺถิยา อาโรเปตฺวา ปุน ตํ อิตฺถึ สนฺถตมคฺคสมฺพนฺธินึ กตฺวา สนฺถตาย อิตฺถิยา วจฺจมคฺเคนาติอาทิ วุตฺตํ. สารตฺถทีปนิยํ (สารตฺถ. ฏี. ปาราชิกกณฺฑ ๒.๖๑-๖๒) ปเนตฺถ ‘‘เอกเทเส สมุทายโวหาโร’’ติ วุตฺตํ, ตํ น ยุตฺตํ อวยวโวหาเรน สมุทายสฺเสว ปตียมานตฺตา. อิตรถา หิ สนฺถตาย วจฺจมคฺเคนาติ อิตฺถิลิงฺคตา มคฺคสมฺพนฺธิตา จ น สิยา, เอกเทเส สมุทาโยปจารสฺส ปน เอกเทโสว อตฺโถ สาขาย ฉิชฺชมานาย รุกฺโข ฉิชฺชตีติอาทีสุ วิย.
วตฺถาทีนิ มคฺคสฺส อนฺโต อปฺปเวเสตฺวา พหิเยว เวฐนํ สนฺธาย ‘‘ปลิเวเฐตฺวา’’ติ วุตฺตํ. สมุทาเย อวยวูปจาเรเนว ภิกฺขุปิ สนฺถโต นามาติอาทิ วุตฺตํ. ยตฺตเก ปวิฏฺเฐติ ติลพีชมตฺเต ปวิฏฺเฐ. อกฺขินาสาทีนํ สนฺถตตฺเตปิ ยถาวตฺถุกเมวาติ อาห ถุลฺลจฺจยกฺเขตฺเต ถุลฺลจฺจยนฺติอาทิ. ขาณุํ ฆฏฺเฏนฺตสฺส ทุกฺกฏนฺติ อิตฺถินิมิตฺตสฺส อนฺโต ขาณุํ ปเวเสตฺวา สมตลํ, อติริตฺตํ วา ฐิตํ ขาณุํ สเจ ฆฏฺเฏติ, ฆฏฺเฏนฺตสฺส ทุกฺกฏํ ปเวสาภาวโต. สเจ ปน อีสกํ อนฺโต อลฺโลกาเส ปเวเสตฺวา ฐิตํ อนุปาทินฺนเมว ขาณุสีสํ องฺคชาเตน ฉุปติ, ปาราชิกเมว. ตสฺส ตลนฺติ เวฬุนฬาทิกสฺส อนฺโตตลํ. พหิทฺธา ขาณุเกติ อนฺโต ปเวสิตเวฬุปพฺพาทิกสฺส พหิ นิกฺขนฺตสีสํ สนฺธาย วุตฺตํ. ยถา จ อิตฺถินิมิตฺเตติอาทีสุ ยถา อิตฺถิยา ปสฺสาวมคฺเค ขาณุํ กตฺวา ฆฏฺฏนาทิกํ วุตฺตํ, เอวํ สพฺพตฺถ วจฺจมคฺคาทีสุปิ ลกฺขณํ เวทิตพฺพนฺติ อตฺโถ.
ราชปจฺจตฺถิกาทิจตุกฺกเภทกถาวณฺณนา
๖๕. เกราฏิกาติ วญฺจกา. ปฐมํ อิตฺถิธุตฺตเมว ทสฺเสตฺวา อิทานิ อิตรธุตฺเตปิ สงฺคเหตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘อิตฺถิธุตฺตสุราธุตฺตาทโย วา’’ติ วุตฺตํ.
อาปตฺตานาปตฺติวารวณฺณนา
๖๖. ปฏิญฺญาตกรณํ นตฺถิ เสเวตุกามตา มคฺเคน มคฺคปฺปฏิปตฺตีติ ทฺวินฺนํ องฺคานํ สิทฺธตฺตา. ทูสิตสฺส ปน มคฺเคน มคฺคปฺปฏิปตฺติ เอวเมกํ องฺคํ สิทฺธํ, เสเวตุกามตาสงฺขาตํ สาทิยนํ อสิทฺธํ. ตสฺมา โส ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สาทิยิ’’นฺติ วุตฺตปฏิญฺญาย นาเสตพฺโพ. ตตฺเถวาติ เวสาลิยํ มหาวเน เอว. สพฺพงฺคคตนฺติ สพฺพกายคตํ. ‘‘โลหิตํ วิยา’’ติ วุตฺตตฺตา เกสาทีนํ วินิมุตฺตฏฺฐาเน สพฺพตฺถาติ คเหตพฺพํ. นิจฺจเมว อุมฺมตฺตโก โหตีติ ยสฺส ปิตฺตโกสโต ปิตฺตํ จลิตฺวา สพฺพทา พหิ นิกฺขนฺตํ โหติ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ. ยสฺส ปน ปิตฺตํ จลิตฺวา ปิตฺตโกเสเยว ฐิตํ โหติ, กทาจิ วา นิกฺขนฺตํ ปุน นิกฺขมติ, โสปิ อนฺตรนฺตรา สญฺญํ ปฏิลภติ เภสชฺเชน จ ปกติอาโรคฺยํ ปฏิลภตีติ เวทิตพฺพํ.
ปทภาชนียวณฺณนานโย นิฏฺฐิโต.
ปกิณฺณกกถาวณฺณนา
ปกิณฺณกนฺติ โวมิสฺสกนยํ. สมุฏฺฐานนฺติ อุปฺปตฺติการณํ. กิริยาติอาทิ นิทสฺสนมตฺตํ อกิริยาทีนมฺปิ สงฺคหโต. เวทนาย สห กุสลญฺจ เวทิตพฺพนฺติ โยเชตพฺพํ. สพฺพสงฺคาหกวเสนาติ สพฺเพสํ สิกฺขาปทานํ สงฺคาหกวเสน ‘‘กาโย วาจา กายวาจา กายจิตฺตํ วาจาจิตฺตํ กายวาจาจิตฺต’’นฺติ เอวํ วุตฺตานิ ฉ อาปตฺติสมุฏฺฐานานิ. สมุฏฺฐานาทโย หิ อาปตฺติยา เอว โหนฺติ, น สิกฺขาปทสฺส. ตํตํสิกฺขาปทสฺส นิยตอาปตฺติยา เอว คหณตฺถํ ปน สิกฺขาปทสีเสน สมุฏฺฐานาทีนํ กถนํ. เอวญฺหิ อาปตฺติวิเสโส ปญฺญายติ อาปตฺติ-สทฺทสฺส สพฺพาปตฺติสาธารณตฺตา, อิเมสุ ปน ฉสุ สมุฏฺฐาเนสุ ปุริมานิ ตีณิ อจิตฺตกานิ, ปจฺฉิมานิ สจิตฺตกานิ. สมาสโต ตํ อิมํ ปกิณฺณกํ วิทิตฺวา เวทิตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ. ฉ สมุฏฺฐานานิ เอตสฺสาติ ฉสมุฏฺฐานํ. เอวํ เสเสสุปิ.
อตฺถิ กถินสมุฏฺฐานนฺติอาทิ สมุฏฺฐานสีสวเสน ทฺวิสมุฏฺฐานเอกสมุฏฺฐานานํ ทสฺสนํ. เตรส หิ สมุฏฺฐานสีสานิ ปฐมปาราชิกสมุฏฺฐานํ อทินฺนาทานสมุฏฺฐานํ สญฺจริตฺตสมุฏฺฐานํ สมนุภาสนสมุฏฺฐานํ กถินสมุฏฺฐานํ เอฬกโลมสมุฏฺฐานํ ปทโสธมฺมสมุฏฺฐานํ อทฺธานสมุฏฺฐานํ เถยฺยสตฺถสมุฏฺฐานํ ธมฺมเทสนาสมุฏฺฐานํ ภูตาโรจนสมุฏฺฐานํ โจรีวุฏฺฐาปนสมุฏฺฐานํ อนนุญฺญาตสมอุฏฺฐานนฺติ. ตตฺถ อตฺถิ ฉสมุฏฺฐานนฺติ อิมินา สญฺจริตฺตสมุฏฺฐานํ วุตฺตํ, ปญฺจสมุฏฺฐานสฺส อภาวโต ‘‘อตฺถิ ปญฺจสมุฏฺฐาน’’นฺติ อวตฺวา ‘‘อตฺถิ จตุสมุฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตํ, อิมินา จ อทฺธานสมุฏฺฐานํ อนนุญฺญาตสมุฏฺฐานญฺจ สงฺคหิตํ. ยญฺหิ ปฐมตติยจตุตฺถฉฏฺเฐหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ, อิทํ อทฺธานสมุฏฺฐานํ. ยํ ปน ทุติยตติยปญฺจมฉฏฺเฐหิ สมุฏฺฐาติ, อิทํ อนนุญฺญาตสมุฏฺฐานํ. อตฺถิ ติสมุฏฺฐานนฺติ อิมินา อทินฺนาทานสมุฏฺฐานํ ภูตาโรจนสมุฏฺฐานญฺจ สงฺคหิตํ. ยญฺหิ สจิตฺตเกหิ ตีหิ สมุฏฺฐาติ, อิทํ อทินฺนาทานสมุฏฺฐานํ. ยํ ปน อจิตฺตเกหิ ตีหิ สมุฏฺฐาติ, อิทํ ภูตาโรจนสมุฏฺฐานํ. อตฺถิ กถินสมุฏฺฐานนฺติอาทินา ปน อวเสสสมอุฏฺฐานสีสวเสน ทฺวิสมุฏฺฐานํ เอกสมุฏฺฐานญฺจ สงฺคณฺหาติ. ตตฺถ หิ ยํ ตติยฉฏฺเฐหิ สมุฏฺฐาติ, อิทํ กถินสมุฏฺฐานํ นาม. ยํ ปน ปฐมจตุตฺเถหิ สมุฏฺฐาติ, อิทํ เอฬกโลมสมุฏฺฐานํ. ยํ ฉฏฺเฐเนว สมุฏฺฐาติ, อิทํ ธุรนิกฺเขปสมุฏฺฐานํ, ‘‘สมนุภาสนสมอุฏฺฐาน’’นฺติปิ ตสฺเสว นามํ. อิติ สรูเปน อฏฺฐ อาปตฺติสีสานิ ทสฺสิตานิ. อาทิสทฺเทน ปเนตฺถ อวเสสานิ ปฐมปาราชิกสมุฏฺฐานปทโสธมฺมเถยฺยสตฺถธมฺมเทสนาโจรีวุฏฺฐาปนสมุฏฺฐานานิ ปญฺจปิ สมุฏฺฐานสีสานิ สงฺคหิตานิ. ตตฺถ ยํ กายจิตฺตโต สมุฏฺฐาติ, อิทํ ปฐมปาราชิกสมุฏฺฐานํ. ยํ ทุติยปญฺจเมหิ สมุฏฺฐาติ, อิทํ ปทโสธมฺมสมุฏฺฐานํ. ยํ จตุตฺถฉฏฺเฐหิ สมุฏฺฐาติ, อิทํ เถยฺยสตฺถสมุฏฺฐานํ. ยํ ปญฺจเมเนว สมุฏฺฐาติ, อิทํ ธมฺมเทสนาสมอุฏฺฐานํ. ยํ ปญฺจมฉฏฺเฐหิ สมุฏฺฐาติ, อิทํ โจรีวุฏฺฐาปนสมุฏฺฐานํ. เอตฺถ จ ปจฺฉิเมสุ ตีสุ สจิตฺตกสมุฏฺฐาเนสุ เอเกกสมุฏฺฐานวเสน เอกสมุฏฺฐานานิ ติวิธานิ. ทฺวิสมุฏฺฐานานิ ปน ปฐมจตุตฺเถหิ วา ทุติยปญฺจเมหิ วา ตติยฉฏฺเฐหิ วา จตุตฺถฉฏฺเฐหิ วา ปญฺจมฉฏฺเฐหิ วา สมุฏฺฐานวเสน ปญฺจวิธานีติ เวทิตพฺพานิ.
เอวํ สมุฏฺฐานวเสน สพฺพสิกฺขาปทานิ เตรสธา ทสฺเสตฺวา อิทานิ กิริยาวเสน ปญฺจธา ทสฺเสตุํ ตตฺราปีติอาทิ วุตฺตํ. กิญฺจีติ สิกฺขาปทํ. กิริยโตติ ปถวีขณนาทิ (ปาจิ. ๘๔-๘๕) วิย กายวจีวิญฺญตฺติชนิตกมฺมโต. อกิริยโตติ ปฐมกถินาทิ (ปารา. ๔๕๙ อาทโย) วิย กตฺตพฺพสฺส อกรเณเนว. กิริยากิริยโตติ อญฺญาติกาย ภิกฺขุนิยา หตฺถโต จีวรปฏิคฺคหณาทิ (ปารา. ๕๐๘ อาทโย) วิย. สิยา กิริยโต, สิยา อกิริยโต รูปิยปฏิคฺคหณาทิ (ปารา. ๕๘๒ อาทโย) วิย, สิยา กิริยโต, สิยา กิริยากิริยโต กุฏิการาทิ (ปารา. ๓๔๒) วิย. วีติกฺกมสญฺญาย อภาเวน วิโมกฺโข อสฺสาติ สญฺญาวิโมกฺขนฺติ มชฺเฌปทโลปีสมาโส ทฏฺฐพฺโพ. จิตฺตงฺคํ ลภติ สจิตฺตกสมุฏฺฐาเนเหว สมุฏฺฐหนโต. อิตรนฺติ ยสฺส จิตฺตงฺคนิยโม นตฺถิ, ตํ, อนาปตฺติมุเขน เจตํ สญฺญาทุกํ วุตฺตํ, อาปตฺติมุเขน สจิตฺตกทุกนฺติ เอตฺตกเมว วิเสโส, อตฺถโต สมานาว.
กายวจีทฺวาเรหิ อาปชฺชิตพฺพมฺปิ กายกมฺเม วา วจีกมฺเม วา สงฺคยฺหติ. ตตฺถ พาหุลฺลวุตฺติโต อทินฺนาทานมุสาวาทาทโย วิยาติ อตฺถิ สิกฺขาปทํ กายกมฺมนฺติอาทินา กายกมฺมํ วจีกมฺมญฺจาติ ทุกเมว วุตฺตํ, วิภาคโต ปน กายวจีกมฺเมน สทฺธึ ติกเมว โหติ. เตเนว มาติกาฏฺฐกถายํ (กงฺขา. อฏฺฐ. ปฐมปาราชิกวณฺณนา) วุตฺตํ ‘‘สพฺพา จ กายกมฺมวจีกมฺมตทุภยวเสน ติวิธา โหนฺตี’’ติ. ตโตเยว อิธาปิ อทินฺนาทานาทีสุ (ปารา. ๘๙) กายกมฺมวจีกมฺมนฺติ ตทุภยวเสน ทสฺสิตํ. อตฺถิ ปน สิกฺขาปทํ กุสลนฺติอาทิ อาปตฺติสมุฏฺฐาปกจิตฺตวเสน การิเย การโณปจาเรน วุตฺตํ, น ปน อาปตฺติยา กุสลาทิปรมตฺถธมฺมตาวเสน อาปตฺติยา สมฺมุติสภาวตฺตา. กุสลากุสลาทิปรมตฺถธมฺเม อุปาทาย หิ ภควตา อาปตฺติสมฺมุติ ปญฺญตฺตา. วกฺขติ หิ ‘‘ยํ กุสลจิตฺเตน อาปชฺชติ, ตํ กุสล’’นฺติอาทิ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๖๖ ปกณฺณกกถา). น หิ ภควโต อาณายตฺตา อาปตฺติ กุสลาทิปรมตฺถสภาวา โหติ อนุปสมฺปนฺนานํ อาทิกมฺมิกานญฺจ อาปตฺติปฺปสงฺคโต, ตสฺสา เทสนาทีหิ วิสุทฺธิอภาวปฺปสงฺคโต จ. น หิ การณพเลน อุปฺปชฺชมานา กุสลาทิสภาวา อาปตฺติ อนุปสมฺปนฺนาทีสุ นิวตฺตติ, อุปฺปนฺนาย จ ตสฺสา เกนจิ วินาโส น สมฺภวติ. สรสวินาสโต เทสนาทินา จ อาปตฺติ วิคจฺฉตีติ วจนมตฺถิ, น ปน เตน อกุสลาทิ วิคจฺฉติ. ปิตุฆาตาทิกมฺเมน หิ ปาราชิกํ อาปนฺนสฺส ภิกฺขุโน คิหิลิงฺคํ คเหตฺวา ภิกฺขุภาวปริจฺจาเคน ปาราชิกาปตฺติ วิคจฺฉติ, น ปาณาติปาตาทิอกุสลํ อานนฺตริยาทิภาวโต. ตสฺมา ทุมฺมงฺกูนํ นิคฺคหาทิทสอตฺถวเส (ปารา. ๓๙; ปริ. ๒) ปฏิจฺจ ภควตา ยถาปจฺจยํ สมุปฺปชฺชมาเน กุสลากุสลาทินามรูปธมฺเม อุปาทาย ปญฺญตฺตา สมฺมุติเยว อาปตฺติ, สา จ ยถาวิธิปฏิกมฺมกรเณน วิคตา นาม โหตีติ เวทิตพฺพํ, เตนาห ทฺวตฺตึเสว หิ อาปตฺติสมุฏฺฐาปกจิตฺตานีติอาทิ. อาปตฺติสมุฏฺฐาปกตฺเตเนว เหตฺถ กุสลาทีนํ อาปตฺติโต เภโท สิทฺโธ. น หิ ตํสมุฏฺฐิตสฺส ตโต อเภโท ยุตฺโต สมุฏฺฐานสมุฏฺฐิตเภทพฺยวหารุปจฺเฉทปฺปสงฺคโต. สารตฺถทีปนิยํ (สารตฺถ. ฏี. ปาราชิกกณฺฑ ๒.๖๖ ปกิณฺณกกถาวณฺณนา) ปน อาปตฺติยา ปรมตฺถโต กุสลตฺตเมว น สมฺภวติ ‘‘อาปตฺตาธิกรณํ สิยา อกุสลํ, สิยา อพฺยากตํ, นตฺถิ อาปตฺตาธิกรณํ กุสล’’นฺติ วจนโต, ‘‘อกุสลตฺตํ ปน อพฺยากตตฺตญฺจ อาปตฺติยา สมฺภวตี’’ติ สญฺญาย กุสลจิตฺตสมุฏฺฐานกฺขเณปิ รูปาพฺยากตตฺตํ อาปตฺติยา สมตฺเถตุํ ยํ กุสลจิตฺเตน อาปชฺชติ, ตํ กุสลํ, อิตเรหิ อิตรนฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๖๖ ปกิณฺณกกถา) อิมํ อฏฺฐกถาวจนํ นิสฺสาย วุตฺตํ ‘‘ยํ กุสลจิตฺเตน อาปชฺชตีติ ยํ สิกฺขาปทสีเส คหิตํ อาปตฺตึ กุสลจิตฺตสมงฺคี อาปชฺชติ, อิมินา ปน วจเนน ตํ กุสลนฺติ อาปตฺติยา วุจฺจมาโน กุสลภาโว ปริยายโต, น ปรมตฺถโตติ ทสฺเสติ. กุสลจิตฺเตน หิ อาปตฺตึ อาปชฺชนฺโต สวิญฺญตฺติกํ อวิญฺญตฺติกํ วา สิกฺขาปทวีติกฺกมาการปฺปวตฺตํ รูปกฺขนฺธสงฺขาตํ อพฺยากตาปตฺตึ อาปชฺชตี’’ติ. ตตฺถ ยํ กุสลจิตฺเตน อาปชฺชตีติ อิมํ วจนํ อุทฺทิสฺส ‘‘อิมินา ปน วจเนน ตํ กุสลนฺติ อาปตฺติยา วุจฺจมาโน กุสลภาโว ปริยายโต, น ปรมตฺถโตติ ทสฺเสตี’’ติ วุตฺตํ, เอวํ อิตเรหิ อิตรนฺติ วจเนน ‘‘ยํ อกุสลจิตฺเตน อาปชฺชหิ, ตํ อกุสลํ, ยํ อพฺยากตจิตฺเตน อาปชฺชติ, ตํ อพฺยากต’’นฺติ อิมสฺส อตฺถสฺส วุตฺตตฺตา อิตเรหีติ วจนํ อุทฺทิสฺส ‘‘อิมินาปิ วจเนน อิตรนฺติ อาปตฺติยา วุจฺจมาโน อกุสลภาโว อพฺยากตภาโว จ ปริยายโต ทสฺเสตี’’ติ วตฺตพฺพํ. เอวํ อวตฺวา กุสลปกฺเข เอว กถนสฺส การณํ น ปสฺสาม. ยํ ปน อาปตฺตาธิกรณํ สิยา อกุสลนฺติอาทิวจนํ การณตฺเตน วุตฺตํ, ตมฺปิ อการณํ ยํ อกุสลจิตฺเตน อาปชฺชติ, ตํ อกุสลนฺติอาทินา เหฏฺฐา วุตฺตนเยน อกุสลาทิภาวสฺส ปริยายเทสิตตฺตา, อาปตฺติยา กุสลโวหารสฺส อยุตฺตตาย นตฺถิ อาปตฺตาธิกรณํ กุสลนฺติ วุตฺตตฺตา จ. อาปตฺติยา หิ กุสลจิตฺตสมุฏฺฐิตตฺเตปิ ภควตา ปฏิกฺขิตฺตภาเวน สาวชฺชธมฺมตฺตา การณูปจาเรนาปิ อนวชฺชกุสลโวหาโร น ยุตฺโต สาวชฺชานวชฺชานํ อญฺญมญฺญวิรุทฺธตฺตา. ยถา อากาสาทิสมฺมุติสจฺจานํ อุปฺปนฺนตาทิโวหาโร วิย ชาติชราภงฺคานํ อุปฺปนฺนตาทิโวหาโร อนวฏฺฐานาทิเทสโต อยุตฺโต, เอวมิธาปิ กุสลโวหาโร อยุตฺโต วิรุทฺธตฺตา. อกุสลาทิโวหาโร ปน ยุตฺโต, การณูปจาเรน ปน อกุสลาทิสภาวตา ยถาวุตฺตโทสานติวตฺตนโต. สุตฺตสฺสาปิ หิ ยถา สุตฺตสุตฺตานุโลมาทีหิ วิโรโธ น โหติ, ตเถว อตฺโถ คเหตพฺโพ.
ยํ ปน วุตฺตํ ‘‘กุสลจิตฺเตน หิ อาปตฺตึ อาปชฺชนฺโต…เป… รูปกฺขนฺธสงฺขาตํ อพฺยากตาปตฺตึ อาปชฺชตี’’ติ, ตํ อยุตฺตเมว รูปกฺขนฺธสฺส ขณิกตาย อาปตฺติยาปิ เทสนาทิปฏิกมฺมํ วินาว ปฏิปสฺสทฺธิปฺปสงฺคโต. รูปปรมฺปรา อาปตฺตีติ เจ? ตนฺน, ปฏิกมฺเมนาปิ อวิคมปฺปสงฺคโต. น หิ รูปสนฺตติเทสนาทีหิ วิคจฺฉติ สการณายตฺตตฺตา, อิติ สพฺพถา อาปตฺติยา ปรมตฺถตา อยุตฺตา, เอเตเนว ยํ วุตฺตํ ‘‘นิปชฺชิตฺวา นิโรธสมาปนฺนสฺส สหเสยฺยวเสน ตถาการปฺปวตฺตรูปธมฺมสฺเสว อาปตฺติภาวโต’’ติอาทิ, ตมฺปิ ปฏิสิทฺธนฺติ เวทิตพฺพํ. อิธ ปน นิโรธสมาปนฺนานํ รูปธมฺมเมว ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนตฺตา อาปตฺติ อจิตฺตา อเวทนา, อญฺญตฺถ ปน สจิตฺตา สเวทนาว, สพฺพตฺถาปิ ปญฺญตฺติสภาวาติ เวทิตพฺพา. เตเนว ทุฏฺฐโทสสิกฺขาปทฏฺฐกถายํ อาปตฺติยา อกุสลาทิสภาวํ ปรปริกปฺปิตํ นิเสเธตุํ ‘‘อาทิกมฺมิกสฺส อนาปตฺติวจนโต…เป… ปณฺณตฺติมตฺตเมว อาปตฺตาธิกรณนฺติ เวทิตพฺพ’’นฺติ สยเมว วกฺขติ, ตสฺมา ‘‘ตํตํกุสลาทิธมฺมสมุปฺปตฺติยา ภควตา ปญฺญตฺตา อาปตฺติสมฺมุติ สมุฏฺฐิตา’’ติ จ, ‘‘ยาว ปฏิปฺปสฺสทฺธิการณา ติฏฺฐตี’’ติ จ, ‘‘ปฏิปฺปสฺสทฺธิการเณหิ วินสฺสตี’’ติ จ โวหรียติ. อาปตฺติยา จ สมฺมุติสภาวตฺเตปิ หิ สญฺจิจฺจ ตํ อาปชฺชนฺตสฺส, ปฏิกิริยํ อกโรนฺตสฺส จ อนาทเร อกุสลราสิ เจว สคฺคมคฺคนฺตราโย จ โหตีติ ลชฺชิโน ยถาวิธึ นาติกฺกมนฺติ, อนติกฺกมนปฺปจฺจยา จ เตสํ อนนฺตปฺปเภทา สีลาทโย ธมฺมา ปริวฑฺฒนฺตีติ คเหตพฺพํ. ทฺวตฺตึเสวาติ นิยโม อาปตฺตินิมิตฺตานํ กายวจีวิญฺญตฺตีนํ เอเตเหว สมุปฺปชฺชนโต กโต, น ปน สพฺพาปตฺตีนมฺปิ เอเตเหว สมุปฺปชฺชนโต. นิปชฺชิตฺวา นิทฺทายนฺตานญฺหิ ฌานนิโรธสมาปนฺนานญฺจ อวิญฺญตฺติชนเกหิ วิปากอปฺปนาจิตฺเตหิ เจว รูปธมฺเมหิ จ สหเสยฺยาทิอาปตฺติ สมฺภวติ.
ทสาติ กิริยาเหตุกมโนวิญฺญาณธาตุทฺวเยน สห อฏฺฐ มหากิริยจิตฺตานิ. ปญฺญตฺตึ อชานิตฺวา อิทฺธิวิกุพฺพนาทีสุ อภิญฺญานํ อาปตฺติสมุฏฺฐาปกตฺตํ เวทิตพฺพํ. เอตฺถ จ กิญฺจิ สิกฺขาปทํ อกุสลจิตฺตเมว, กิญฺจิ กุสลาพฺยากตวเสน ทฺวิจิตฺตํ, กิญฺจิ ติจิตฺตนฺติ อยเมว เภโท ลพฺภติ, นาญฺโญติ เวทิตพฺพํ. กิริยาสมุฏฺฐานนฺติ ปรูปกฺกเมน ชายมานํ องฺคชาตาทิจลนํ สาทิยนจิตฺตสงฺขาเต เสวนจิตฺเต อุปฺปนฺเน เตน จิตฺเตน สมุปฺปาทิตเมว โหตีติ วุตฺตํ อิตรถา ‘‘สิยา กิริยสมุฏฺฐานํ, สิยา อกิริยสมุฏฺฐาน’’นฺติ วตฺตพฺพโต.
ยํ ปน สารตฺถทีปนิยํ (สารตฺถ. ฏี. ปาราชิกกณฺฑ ๒.๖๖ ปกิณฺณกกถาวณฺณนา) วุตฺตํ ‘‘กิริยสมุฏฺฐานนฺติ อิทํ เยภุยฺยวเสน วุตฺตํ ปรูปกฺกเม สติ สาทิยนฺตสฺส อกิริยสมุฏฺฐานภาวโต’’ติอาทิ, ตํ น คเหตพฺพํ ปฐมปาราชิกสฺส อกิริยสมุฏฺฐานตาย ปาฬิอฏฺฐกถาสุ อวุตฺตตฺตา. ‘‘มโนทฺวาเร อาปตฺติ นาม นตฺถี’’ติ (กงฺขา. อฏฺฐ. ปฐมปาราชิกวณฺณนา; ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๘๓-๔) หิ วุตฺตํ. กถญฺหิ นาม ปรูปกฺกเมน เมถุนํ สาทิยนฺโต อตฺตโน องฺคชาตาทิกายจลนํ น สาทิเยยฺย, สาทิยนจิตฺตานุคุณเมว ปน สกลสรีเร จิตฺตชรูปสมุปฺปตฺติยา วิญฺญตฺติปิ สุขุมา สมุปฺปนฺนา เอว โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ, เตนาห กายทฺวาเรเนว สมุฏฺฐานโต กายกมฺมนฺติอาทิ. จิตฺตํ ปเนตฺถ องฺคมตฺตํ โหตีติ กายวิญฺญตฺติ เอว กายกมฺมภาเว การณํ, น จิตฺตํ. ตํ ปเนตฺถ กายสงฺขาตาย วิญฺญตฺติยาเยว องฺคมตฺตํ, น กายกมฺมภาวสฺส, อิตรถา เมถุนสฺส ‘‘มโนกมฺม’’นฺติ วตฺตพฺพโต, เตนาห ‘‘น ตสฺส วเสน กมฺมภาโว ลพฺภตี’’ติ. กมฺมภาโวติ กายกมฺมภาโว. สพฺพญฺเจตนฺติ เอตํ สมุฏฺฐานาทิกํ. สิกฺขาปทสีเสนาติ ตํตํสิกฺขาปทนิยตอาปตฺติยา เอว คหณตฺถํ สิกฺขาปทมุเขน.
ปกิณฺณกกถาวณฺณนานโย นิฏฺฐิโต.
วินีตวตฺถุวณฺณนา
อิทํ กินฺติ กเถตุกามตาปุจฺฉา. อิมาติอาทิ วิสฺสชฺชนํ. วินีตานิ อาปตฺตึ ตฺวํ ภิกฺขุ อาปนฺโนติอาทินา (ปารา. ๖๗) ภควตา วินิจฺฉินิตานิ วตฺถูนิ วินีตวตฺถูนิ. ตํ ตํ วตฺถุํ อุทฺธริตฺวา ทานโต ทสฺสนโต อุทฺทานภูตา คาถา อุทฺทานคาถา, สงฺคหคาถา, อุทฺเทสคาถาติ วุตฺตํ โหติ. วตฺถุ คาถาติ เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขูติอาทิกา วินีตวตฺถุปาฬิเยว เตสํ เตสํ วินีตวตฺถูนํ คนฺถนโต ‘‘วตฺถุคาถา’’ติ วุตฺตา, น ฉนฺโทวิจิติลกฺขเณน. อุทฺทานคาถานํ วตฺถุ วตฺถุคาถาติ เอวํ วา เอตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เอตฺถาติ วินีตวตฺถูสุ. ทุติยาทีนนฺติ ทุติยปาราชิกาทีนํ. ยํ ปสฺสิตฺวา จิตฺตการาทโย สิปฺปิกา จิตฺตกมฺมาทีนิ สิกฺขนฺติ, ตํ ปฏิจฺฉนฺนกรูปํ, ปฏิมารูปนฺติ อตฺโถ.
๖๗. ปุริมานิ เทฺวติ มกฺกฏีวชฺชิปุตฺตกวตฺถูนิ เทฺว. ตานิปิ ภควตา วินีตภาเวน ปุน วินีตวตฺถูสุ ปกฺขิตฺตานิ. ตตฺถ ตสฺส กุกฺกุจฺจํ อโหสีติอาทิ ปน กิญฺจาปิ เตสํ ปฐมํ กุกฺกุจฺจํ น อุปฺปนฺนํ, ภิกฺขูหิ ปน ภควตา จ ครหิตฺวา วุตฺตวจนํ สนฺธาย ปจฺฉา อุปฺปนฺนตฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุนฺติอาทิ จ ภิกฺขูหิ อานนฺทตฺเถเรน จ ปฐมํ ภควโต อาโรจิเต, ภควตา จ เตสํ ปาราชิกตฺเต ปกาสิเต ภีตา เต สยมฺปิ คนฺตฺวา อตฺตโน กุกฺกุจฺจํ ปจฺฉา อาโรเจนฺติ เอว. ‘‘สจฺจํ กิร ตฺว’’นฺติอาทินา ภควตา ปุฏฺฐา ปน ‘‘สจฺจํ ภควา’’ติ ปฏิชานนวเสนาปิ อาโรเจนฺติ. ภควาปิ อาปตฺตึ ตฺวนฺติอาทินา เตสํ ปาราชิกตฺตํ วินิจฺฉิโนติ เอว. อนุปญฺญตฺติกถายํ ปน ตํ สพฺพํ อวตฺวา อนุปญฺญตฺติยา อนุคุณเมว กิญฺจิมตฺตํ วุตฺตํ, อิธาปิ เตสํ วตฺถูนํ ภควตา วินีตภาวทสฺสนตฺถํ เอวํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. เกจิ อิมํ อธิปฺปายํ อมนสิกตฺวา ‘‘อญฺญาเนเวตานิ วตฺถูนี’’ติ วทนฺติ. กุเสติ กุสติณานิ. เกเสหีติ มนุสฺสเกเสหิ.
๖๘. วณฺณโปกฺขรตายาติ เอตฺถ โปกฺขลํ นาม สมิทฺธํ สุนฺทรญฺจ, ตสฺส ภาโว ‘‘โปกฺขรตา’’ติ ร-การํ กตฺวา วุตฺโต, สมิทฺธตา สุนฺทรตาติ อตฺโถ. ปธํเสสีติ อภิภวิ. น ลิมฺปตีติ น อลฺลียติ.
๖๙. เอวรูปา ปริวตฺตลิงฺคา ภิกฺขุนิโย อตฺถโต เอกโต อุปสมฺปนฺนาปิ อุภโตสงฺเฆ อุปสมฺปนฺนาสุเยว สงฺคยฺหนฺติ ภิกฺขูปสมฺปทาย ภิกฺขุนีอุปสมฺปทโตปิ อุกฺกฏฺฐตฺตา. ปาฬิยํ ‘‘ตาหิ อาปตฺตีหิ อนาปตฺติ’’นฺติ อุปโยควจนํ กตฺวา อนุชานามีติ ปเทน สมฺพนฺธิตพฺพํ. อิตฺถิลิงฺคนฺติ ถนาทิกํ อิตฺถิสณฺฐานํ วุตฺตนฺติ อาห – ‘‘ปุริส…เป… อิตฺถิสณฺฐานํ อุปฺปนฺน’’นฺติ. ตํ นานนฺตริกโต ปน ‘‘ปุริสินฺทฺริยมฺปิ อนฺตรหิตํ, อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปนฺน’’นฺติ วุตฺตเมว โหติ, เอวํ อุปริปิ ลิงฺคคฺคหเณเนว อิตฺถินฺทฺริยาทิคฺคหณํ เวทิตพฺพํ. ตาติ อาปตฺติโย, ตสฺส วุฏฺฐาตุนฺติ อิมินา สมฺพนฺโธ, ตาหิ อาปตฺตีหิ วุฏฺฐาเปตุนฺติ อตฺโถ. กถนฺติ อาห ตา สพฺพาปิ ภิกฺขุนีหิ กาตพฺพนฺติอาทิ. เตน ปฏิจฺฉนฺนายปิ อปฺปฏิจฺฉนฺนายปิ ครุกาปตฺติยา ปกฺขมานตฺตจรณาทิกํ วิธึ ทสฺเสติ.
โอกฺกนฺติกวินิจฺฉโยติ ปสงฺคานุคุณํ โอตรณกวินิจฺฉโย. พลวอกุสเลนาติ ปรทาริกกมฺมาทินา. ทุพฺพลกุสเลนาติ ยถาวุตฺตพลวากุสโลปหตสตฺตินา ตโต เอว ทุพฺพลภูเตน กุสเลน. ทุพฺพลอกุสเลนาติ ปุริสภาวุปฺปาทกพฺรหฺมจริยาทิพลวกุสโลปหตสตฺตินา ตโต เอว ทุพฺพลภูเตน ปรทาริกาทิอกุสเลน. สุคติยํ ภาวทฺวยสฺส กุสลกมฺมชตฺตา อกุสเลเนว วินาโส กุสเลเนว อุปฺปตฺตีติ อาห อุภยมฺปีติอาทิ. ทุคฺคติยํ ปน อกุสเลเนว อุภินฺนมฺปิ อุปฺปตฺติ จ วินาโส จ, ตตฺถ ทุพฺพลพลวภาโวว วิเสโส.
‘‘เอหิ มยํ คมิสฺสามา’’ติ ภิกฺขุนิยา สทฺธึ สํวิธาย เอกทฺธานคมเน ปาจิตฺติยาปตฺติปริหารตฺถํ วุตฺตํ ‘‘สํวิทหนํ ปริโมเจตฺวา’’ติ. เตน เอกคามกฺเขตฺเตปิ พหิคามโต อนฺตรฆรํ สํวิธาย คมนมฺปิ อาปตฺติกรเมวาติ ทสฺเสติ. ปริโมจนวิธึ ทสฺเสนฺโต อาห มยนฺติอาทิ. พหิคาเมติ คามนฺตเร. ทุติยิกา ภิกฺขุนี ปกฺกนฺตา วา โหตีติอาทินา (ปาจิ. ๖๙๓) วุตฺตอนาปตฺติลกฺขณํ อนุโลเมตีติ วุตฺตํ ‘‘คามนฺตร…เป… อนาปตฺตี’’ติ. โกเปตฺวาติ ปริจฺจชิตฺวา. ลชฺชินิโย…เป… ลพฺภตีติ ลิงฺคปริวตฺตนทุกฺขปีฬิตสฺส สงฺคเหปิ อสติ หีนายาวตฺตนมฺปิ ภเวยฺยาติ ‘‘อาปทาสู’’ติ วุตฺตอนาปตฺติอนุโลเมน วุตฺตํ. ตาย ทุติยิกํ คเหตฺวาว คนฺตพฺพํ. อลชฺชินิโย…เป… ลพฺภตีติ อลชฺชินีหิ สทฺธึ เอกกมฺมาทิสํวาเส อาปตฺติสมฺภวโต ตา อสนฺตปกฺขํ ภชนฺตีติ วุตฺตํ, อิมินาเปตํ เวทิตพฺพํ ‘‘อลชฺชินีหิ สทฺธึ ปริโภโค น วฏฺฏตี’’ติ. ยทิ หิ วฏฺเฏยฺย, ตโตปิ ทุติยิกํ วินา คามนฺตรคมนาทีสุ อาปตฺติ เอว สิยา สงฺคาหิกตฺตา ตาสํ สงฺคาหิกลชฺชินิคณโต วิย. ญาติกา น โหนฺติ…เป… วฏฺฏตีติ วทนฺตีติ อิมินา อฏฺฐกถาสุ อนาคตภาวํ ทีเปติ. ตตฺถาปิ วิสฺสาสิกญาติกภิกฺขุนิโย วินา ภิกฺขุนิภาเว อรมนฺตสฺส มานปกติกสฺส อาปทาฏฺฐานสมฺภเวน ตํ วจนํ อปฺปฏิกฺขิตฺตมฺปิ ตทญฺเญสํ น วฏฺฏติเยวาติ คเหตพฺพํ. ภิกฺขุภาเวปีติ ภิกฺขุกาเลปิ. ตํ นิสฺสายาติ ตํ นิสฺสยาจริยํ กตฺวา. อุปชฺฌา คเหตพฺพาติ อุปสมฺปทาคหณตฺถํ อุปชฺฌา คเหตพฺพา.
วินยกมฺมนฺติ วิกปฺปนํ สนฺธาย วุตฺตํ. ปุน กาตพฺพนฺติ ปุน วิกปฺเปตพฺพํ. ปุน ปฏิคฺคเหตฺวา สตฺตาหํ วฏฺฏตีติ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุนีนํ สนฺนิธึ ภิกฺขูหิ, ภิกฺขูนํ สนฺนิธึ ภิกฺขุนีหิ จ ปฏิคฺคาหาเปตฺวา ปริภุญฺชิตุ’’นฺติ (จูฬว. ๔๒๑) วจนโต ปุน ปฏิคฺคเหตฺวา ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏตีติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. สตฺตเม ทิวเสติ อิทญฺจ นิสฺสคฺคิยํ อนาปชฺชิตฺวาว ปุนปิ สตฺตาหํ ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏตีติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ปกตตฺโตติ อปริวตฺตลิงฺโค. รกฺขตีติ ตํ ปฏิคฺคหณวิชหนโต รกฺขติ, อวิภตฺตตาย ปฏิคฺคหณํ น วิชหตีติ อธิปฺปาโย.
สามํ คเหตฺวาน นิกฺขิเปยฺยาติ สหตฺเถน ปฏิคฺคเหตฺวาน นิกฺขิเปยฺย. ปริภุญฺชนฺตสฺส อาปตฺตีติ ลิงฺคปริวตฺเต ชาเต ปุน อปฺปฏิคฺคเหตฺวา ปริภุญฺชนฺตสฺส อาปตฺติ.
หีนายาวตฺตเนนาติ เอตฺถ เกจิ ‘‘ปกตตฺตสฺส ภิกฺขุโน สิกฺขํ อปฺปจฺจกฺขาย ‘คิหี ภวิสฺสามี’ติ คิหิลิงฺคคฺคหณํ หีนายาวตฺตน’’นฺติ วทนฺติ, ตํ น ยุตฺตํ ตตฺตเกน ภิกฺขุภาวสฺส อวิชหนโต. อญฺเญ ปน ‘‘ปาราชิกํ อาปนฺนสฺส ภิกฺขุปฏิญฺญํ ปหาย คิหิลิงฺคภาวูปคมนมฺปิ หีนายาวตฺตน’’นฺติ วทนฺติ, ตํ ยุตฺตเมว. ปาราชิกํ อาปนฺโน หิ ตํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา ยาว ภิกฺขุปฏิญฺโญ โหติ, ตาว ภิกฺขุ เอว โหติ ภิกฺขูนเมว ปาราชิกสฺส ปญฺญตฺตตฺตา. ‘‘โย ปน ภิกฺขู’’ติ หิ วุตฺตํ. ตถา หิ โส สํวาสํ สาทิยนฺโตปิ เถยฺยสํวาสโก น โหติ, สหเสยฺยาทิอาปตฺติญฺจ น ชเนติ, อตฺตานํ โอมสนฺตสฺส ปาจิตฺติยญฺจ ชเนติ. วุตฺตญฺหิ –
‘‘อสุทฺโธ โหติ ปุคฺคโล อญฺญตรํ ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปนฺโน, ตญฺเจ สุทฺธทิฏฺฐิ สมาโน โอกาสํ การาเปตฺวา อกฺโกสาธิปฺปาโย วเทติ, อาปตฺติ โอมสวาทสฺสา’’ติ (ปารา. ๓๘๙).
เอเก ปน ‘‘ปาราชิกํ อาปนฺนานํ โทสํ ปฏิชานิตฺวา คิหิลิงฺคคฺคหณํ นาม สิกฺขาปจฺจกฺขาเน สโมธานํ คจฺฉติ เตนาปิ ปฏิญฺญาย ภิกฺขุภาวสฺส วิชหนโต. เตเนว วินยวินิจฺฉยาทีสุ หีนายาวตฺตนํ สิกฺขาปจฺจกฺขาเน สโมธาเนตฺวา วิสุํ ตํ น วุตฺตํ. ตสฺมา ภิกฺขุนีนํ วิพฺภมิตุกามตาย คิหิลิงฺคคฺคหณํ อิธ หีนายาวตฺตนํ ตาสํ สิกฺขาปจฺจกฺขานสฺส อภาวโต. ตาสํ ปฏิคฺคหณวิชหนสฺสาปิ สพฺพโส วตฺตพฺพตฺตา’’ติ วทนฺติ, ตมฺปิ อปฺปฏิพาหิยเมว. ตสฺมา ปาราชิกานํ ภิกฺขุนีนญฺจ ‘‘อุปฺปพฺพชิสฺสามี’’ติ คิหิลิงฺคคฺคหณํ หีนายาวตฺตนนฺติ คเหตพฺพํ. วิพฺภโมติปิ เอตสฺเสว นามํ, เตเนว ตํ ขุทฺทสิกฺขายํ ‘‘อจฺเฉทวิสฺสชฺชนคาหวิพฺภมา’’ติ อธิฏฺฐานวิชหเน วิพฺภมนาเมน วุตฺตํ.
อนเปกฺขวิสฺสชฺชเนนาติ อญฺญสฺส อทตฺวาว อนตฺถิกสฺเสว ปฏิคฺคหิตวตฺถูนํ พหิ ฉฑฺฑเนน. เกจิ ‘‘ปฏิคฺคหิตวตฺถูสุ สาเปกฺขสฺส ปุเร ปฏิคฺคหิตภาวโต ปริโมจนตฺถํ ตตฺถ ปฏิคฺคหมตฺตสฺส วิสฺสชฺชนมฺปิ อนเปกฺขวิสฺสชฺชนเมว จีวราทิอธิฏฺฐานปจฺจุทฺธาโร วิยา’’ติ วทนฺติ, ตํ น สุนฺทรํ ตถาวจนาภาวา. ยเถว หิ จีวราทีสุ อนเปกฺขวิสฺสชฺชเนน อธิฏฺฐานวิชหนํ วตฺวาปิ วิสุํ ปจฺจุทฺธาโร จ วุตฺโต, เอวมิธาปิ วตฺตพฺพํ, ยถา จ จีวราทีสุ กายปฏิพทฺเธสุปิ ปจฺจุทฺธาเรน อธิฏฺฐานํ วิคจฺฉติ, น เอวมิธ. อิธ ปน ปฏิคฺคหิตวตฺถุสฺมึ อนเปกฺขสฺสาปิ กายโต มุตฺเตเยว ตสฺมึ ปฏิคฺคหณํ วิชหติ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘สตกฺขตฺตุมฺปิ ปริจฺจชตุ, ยาว อตฺตโน หตฺถคตํ ปฏิคฺคหิตเมวา’’ติ. อนเปกฺขวิสฺสชฺชเนนาติ เอตฺถ จ ‘‘อนเปกฺขายา’’ติ เอตฺตกเมว วตฺตพฺพํ อนเปกฺขตํ มุญฺจิตฺวา อิธ วิสุํ วิสฺสชฺชนสฺส อภาวา. น เหตฺถ ปจฺจุทฺธาเร วิย วิสฺสชฺชนวิธานมตฺถิ. อปิจ ปฏิคฺคหณมตฺตวิสฺสชฺชเน สติ ปุเร ปฏิคฺคหิโตปิ อาหาโร ภุญฺชิตุกมฺยตาย อุปฺปนฺนาย ปฏิคฺคหณมตฺตํ วิสฺสชฺเชตฺวา ปุน ปฏิคฺคเหตฺวา ยถาสุขํ ภุญฺชิตพฺโพ สิยาติ, ตถา จ สนฺนิธิการกสิกฺขาปเท วุตฺตา สพฺพาปิ วินิจฺฉยเภทา นิรตฺถกา เอว สิยุํ. วุตฺตญฺหิ ตตฺถ –
‘‘คณฺฐิกปตฺตสฺส วา คณฺฐิกนฺตเร เสฺนโห ปวิฏฺโฐ โหติ…เป… ตาทิเส ปตฺเตปิ ปุนทิวเส ภุญฺชนฺตสฺส ปาจิตฺติย’’นฺติอาทิ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๒๕๓).
ตตฺถ ปน ‘‘ปฏิคฺคหณํ อนเปกฺขจิตฺเตน วิสฺสชฺเชตฺวา ภุญฺชิตพฺพ’’นฺติ เอตฺตกเมว วตฺตพฺพํ, น จ วุตฺตํ. กตฺถจิ อีทิเสสุ จ คณฺฐิกปตฺตาทีสุ ปฏิคฺคหเณ อเปกฺขา กสฺสจิปิ นตฺเถว ตปฺปหานาย วายามโต, ตถาปิ ตตฺถคตอามิเส ปฏิคฺคหณํ น วิคจฺฉติ. กสฺมา? ภิกฺขุสฺส ปตฺเต ปุน ภุญฺชิตุกามตาเปกฺขาย วิชฺชมานตฺตา ปตฺตคติเก อาหาเรปิ ตสฺสา วตฺตนโต. น หิ ปตฺตํ อวิสฺสชฺเชตฺวา ตคฺคติกํ อาหารํ วิสฺสชฺเชตุํ สกฺกา, นาปิ อาหารํ อวิสฺสชฺเชตฺวา ตคฺคติกํ ปฏิคฺคหณํ วิสฺสชฺเชตุํ. ตสฺมา วตฺถุโน วิสฺสชฺชนเมว อนเปกฺขวิสฺสชฺชนํ, น ปฏิคฺคหณสฺสาติ นิฏฺฐเมตฺถ คนฺตพฺพํ. เตเนว สนฺนิธิสิกฺขาปทสฺส อนาปตฺติวาเร –
‘‘อนฺโตสตฺตาหํ อธิฏฺเฐติ, วิสฺสชฺเชติ, นสฺสติ, วินสฺสติ, ฑยฺหติ, อจฺฉินฺทิตฺวา คณฺหนฺติ, วิสฺสาสํ คณฺหนฺติ, อนุปสมฺปนฺนสฺส จตฺเตน วนฺเตน มุตฺเตน อนเปกฺโข ทตฺวา ปฏิลภิตฺวา ปริภุญฺชตี’’ติ –
เอวํ สพฺพตฺถ วตฺถุวิสฺสชฺชนเมว วุตฺตํ. เอตฺถ จ ‘‘อนฺโตสตฺตาหํ อธิฏฺเฐตี’’ติ พาหิรปริโภคาย อธิฏฺฐานวจนโต วตฺถุํ อวิสฺสชฺเชตฺวาปิ เกวลํ อนชฺโฌหริตุกามตาย สุทฺธจิตฺเตน พาหิรปริโภคตฺถาย นิยมนมฺปิ วิสุํ เอกํ ปฏิคฺคหณวิชหนการณเมว, อิทญฺจ สนฺธาย ปฏิคฺคหณมตฺตวิสฺสชฺชนํ วุตฺตํ สิยา, สุวุตฺตเมว สิยา, ตถา จ ‘‘ปุน ปฏิคฺคเหตฺวา ปริภุญฺชิสฺสามี’’ติ ปฏิคฺคหณวิสฺสชฺชนํ น วตฺตพฺพํ สิยา พาหิรปริโภคาธิฏฺฐานสฺส อิธาธิปฺเปตตฺตา.
สารตฺถทีปนิยญฺหิ (สารตฺถ. ที. ปาราชิกกณฺฑ ๒.๖๙) ‘‘อนเปกฺขวิสฺสชฺชเนนาติ เอตฺถ อญฺญสฺส อทตฺวาว อนตฺถิกตาย ‘นตฺถิ อิมินา กมฺมํ น ทานิ นํ ปริภุญฺชิสฺสามี’ติ วตฺถูสุ วา, ‘ปุน ปฏิคฺคเหตฺวา ปฏิภุญฺชิสฺสามี’ติ ปฏิคฺคหเณ วา อนเปกฺขวิสฺสชฺชเนนา’’ติ เอวํ ปริภุญฺชิตุกามสฺเสว ปฏิคฺคหณมตฺตวิสฺสชฺชนมฺปิ ปฏิคฺคหณวิชหนการณํ วุตฺตํ, ตํ น คเหตพฺพํ. ปุริมเมว ปน พาหิรปริโภคาธิฏฺฐานํ คเหตพฺพํ. อิทํ ปน อฏฺฐกถาสุ ‘‘อนเปกฺขวิสฺสชฺชนสงฺขาเต วิสฺสชฺเชตี’’ติ วุตฺตปาฬิปทตฺเถ สงฺคเหตฺวา วิสุํ น วุตฺตํ. นสฺสติ, วินสฺสติ, ฑยฺหติ, วิสฺสาสํ วา คณฺหนฺตีติ อิมานิ ปน ปทานิ อจฺฉินฺทิตฺวา คณฺหนฺตีติ อิมสฺมึ ปเท สงฺคหิตานีติ เวทิตพฺพํ.
อจฺฉินฺทิตฺวา คหเณนาติ อนุปสมฺปนฺนานํ พลกฺการาทินา อจฺฉินฺทิตฺวา คหเณน. อุปสมฺปนฺนานญฺหิ อจฺฉินฺทนวิสฺสาสคฺคาเหสุ ปฏิคฺคหณํ น วิชหติ. เอตฺถาติ ภิกฺขุวิหาเร. อุปโรปกาติ เตน โรปิตา รุกฺขคจฺฉา. เตรสสุ สมฺมุตีสูติ ภตฺตุทฺเทสกเสนาสนปญฺญาปกภณฺฑาคาริกจีวรปฏิคฺคาหกจีวรภาชกยาคุภาชกผลภาชกขชฺชภาชกอปฺปมตฺตกวิสฺสชฺชกสาทิยคาหาปกปตฺตคาหาปกอารามิกเปสกสามเณรเปสกสมฺมุติสงฺขาตาสุ เตรสสุ สมฺมุตีสุ.