๑. ปฐมสิกฺขาปทวณฺณนา

๘๓๙. ‘‘ทิวาปิ อนฺธการํ อตฺถิ, ตปฺปฏิเสธนตฺถํ ‘รตฺตนฺธกาเร’ติ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ โปราณา. สนฺติฏฺเฐยฺยาติ เอตฺถ ฐานาปเทเสน จตุพฺพิโธปิ อิริยาปโถ สงฺคหิโต, ตสฺมา ปุริสสฺส หตฺถปาเส เตน สทฺธึ จงฺกมนาทึ กโรนฺติยา ปาจิตฺติยเมว. ‘‘สลฺลเปยฺย วา’’ติ เกวลํ นิทานวเสน วุตฺตํ วิเสสาภาวโต. ‘‘สลฺลเปยฺยวาติ ปุริสสฺส หตฺถปาเส ฐิตา สลฺลปติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ หิ วุตฺตํ, ตํ น ยุตฺตนฺติ เอเก. กสฺมา? ยสฺมา ตสฺส ปุริสสฺส หตฺถปาเส ฐิเตเนว เอกํ ปาจิตฺติยํ. สลฺลปเนนปิ อปรมฺปิ เอกํ อาปชฺชตีติ นาปชฺชติ, กถํ ปญฺญายตีติ? องฺควเสน. อิมสฺส หิ รตฺตนฺธการตา, ปุริสสฺส หตฺถปาเส ฐานํ วา สลฺลปนํ วา, สหายาภาโว, รโหเปกฺขตาติ อิมานิ จตฺตาริ องฺคานิ วุตฺตานิ. ตตฺถ ยทิ ฐานปจฺจยา เอกา อาปตฺติ วิสุํ สิยา, ตสฺสา จตฺตาริ องฺคานิ สิยุํ. ยทิ สลฺลปนปจฺจยา เอกา, ตสฺสาปิ ปญฺจ องฺคานิ สิยุํ. ตสฺมา มาติกาฏฺฐกถายํ ‘‘จตฺตาริ วา ปญฺจ วา องฺคานี’’ติ วตฺตพฺพํ สิยา, น จ วุตฺตํ, ตสฺมา สลฺลปนปจฺจยา วิสุํ นตฺถีติ. อตฺถิเยว, มาติกาฏฺฐกถาวจนญฺจ ตทตฺถเมวาติ เอเก. กถํ? สหุปฺปตฺติโต ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ. กึ วุตฺตํ โหติ? สลฺลปเน สติ ฐานปจฺจยา อาปชฺชิตพฺพํ จตุรงฺคิกํ, สลฺลปนปจฺจยา อาปชฺชิตพฺพํ จตุรงฺคิกนฺติ เทฺว ปาจิตฺติยานิ สหุปฺปนฺนานิ เอกโต อาปชฺชนฺตีติ. อิทํ อยุตฺตํ ปาฬิวิโรธโต. ปาฬิยญฺหิ ‘‘สลฺลเปยฺย วาติ ปุริสสฺส หตฺถปาเส ฐิตา สลฺลปติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ วุตฺตํ. ยทิ เทฺว สิยุํ, ‘‘อาปตฺติ ทฺวินฺนํ ปาจิตฺติยาน’’นฺติ น วตฺตพฺพตา สิยาติ. อยํ นโย ทุติยาทีสุปิ ยถาโยคํ เวทิตพฺโพ. เอตฺถ ทุติเยนาปิ สทฺธึ ยทิ ภิกฺขุนิยา รโหเปกฺขตา อตฺถิ, โส เจ ปุริโส, น ทุติโย, ปุริสคณนาย อาปตฺติโย. อถ ทุติยา ภิกฺขุนี โหติ, ตสฺสา จ เตน ปุริเสน สทฺธึ รโหเปกฺขตา อตฺถิ, สา จ ภิกฺขุนี น ทุติยา โหติ. อุภินฺนมฺปิ อาปชฺชตีติ เอเก, วิจาเรตฺวา ปน คเหตพฺพํ. โปราณคณฺฐิปเท ปน วุตฺตํ ‘‘หตฺถปาเส ฐาเนน ทุกฺกฏ’’นฺติ, ตํ ปาฬิยา วิรุชฺฌติ. ‘‘ปุริสสฺส หตฺถปาเส ติฏฺฐติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ หิ ปาฬิ, กึพหุนา. จตุตฺถสิกฺขาปเท มาติกาฏฺฐกถายํ (กงฺขา. อฏฺฐ. ทุติยิกอุยฺโยชนสิกฺขาปทวณฺณนา) ‘‘สนฺติฏฺฐนาทีสุ ตีณิ ปาจิตฺติยานี’’ติอาทิวจนโต วตฺถุคณนาย อาปตฺติ เวทิตพฺพา. ‘‘องฺคานิ เจตฺถ จตฺตาริ ปญฺจ วา’’ติ วตฺตพฺพนฺติ สนฺนิฏฺฐานํ.

ปฐมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.