๒. อนฺธการวคฺควณฺณนา

๑. ปฐมสิกฺขาปทวณฺณนา

๘๓๙. ‘‘ทิวาปิ อนฺธการํ อตฺถิ, ตปฺปฏิเสธนตฺถํ ‘รตฺตนฺธกาเร’ติ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ โปราณา. สนฺติฏฺเฐยฺยาติ เอตฺถ ฐานาปเทเสน จตุพฺพิโธปิ อิริยาปโถ สงฺคหิโต, ตสฺมา ปุริสสฺส หตฺถปาเส เตน สทฺธึ จงฺกมนาทึ กโรนฺติยา ปาจิตฺติยเมว. ‘‘สลฺลเปยฺย วา’’ติ เกวลํ นิทานวเสน วุตฺตํ วิเสสาภาวโต. ‘‘สลฺลเปยฺยวาติ ปุริสสฺส หตฺถปาเส ฐิตา สลฺลปติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ หิ วุตฺตํ, ตํ น ยุตฺตนฺติ เอเก. กสฺมา? ยสฺมา ตสฺส ปุริสสฺส หตฺถปาเส ฐิเตเนว เอกํ ปาจิตฺติยํ. สลฺลปเนนปิ อปรมฺปิ เอกํ อาปชฺชตีติ นาปชฺชติ, กถํ ปญฺญายตีติ? องฺควเสน. อิมสฺส หิ รตฺตนฺธการตา, ปุริสสฺส หตฺถปาเส ฐานํ วา สลฺลปนํ วา, สหายาภาโว, รโหเปกฺขตาติ อิมานิ จตฺตาริ องฺคานิ วุตฺตานิ. ตตฺถ ยทิ ฐานปจฺจยา เอกา อาปตฺติ วิสุํ สิยา, ตสฺสา จตฺตาริ องฺคานิ สิยุํ. ยทิ สลฺลปนปจฺจยา เอกา, ตสฺสาปิ ปญฺจ องฺคานิ สิยุํ. ตสฺมา มาติกาฏฺฐกถายํ ‘‘จตฺตาริ วา ปญฺจ วา องฺคานี’’ติ วตฺตพฺพํ สิยา, น จ วุตฺตํ, ตสฺมา สลฺลปนปจฺจยา วิสุํ นตฺถีติ. อตฺถิเยว, มาติกาฏฺฐกถาวจนญฺจ ตทตฺถเมวาติ เอเก. กถํ? สหุปฺปตฺติโต ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ. กึ วุตฺตํ โหติ? สลฺลปเน สติ ฐานปจฺจยา อาปชฺชิตพฺพํ จตุรงฺคิกํ, สลฺลปนปจฺจยา อาปชฺชิตพฺพํ จตุรงฺคิกนฺติ เทฺว ปาจิตฺติยานิ สหุปฺปนฺนานิ เอกโต อาปชฺชนฺตีติ. อิทํ อยุตฺตํ ปาฬิวิโรธโต. ปาฬิยญฺหิ ‘‘สลฺลเปยฺย วาติ ปุริสสฺส หตฺถปาเส ฐิตา สลฺลปติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ วุตฺตํ. ยทิ เทฺว สิยุํ, ‘‘อาปตฺติ ทฺวินฺนํ ปาจิตฺติยาน’’นฺติ น วตฺตพฺพตา สิยาติ. อยํ นโย ทุติยาทีสุปิ ยถาโยคํ เวทิตพฺโพ. เอตฺถ ทุติเยนาปิ สทฺธึ ยทิ ภิกฺขุนิยา รโหเปกฺขตา อตฺถิ, โส เจ ปุริโส, น ทุติโย, ปุริสคณนาย อาปตฺติโย. อถ ทุติยา ภิกฺขุนี โหติ, ตสฺสา จ เตน ปุริเสน สทฺธึ รโหเปกฺขตา อตฺถิ, สา จ ภิกฺขุนี น ทุติยา โหติ. อุภินฺนมฺปิ อาปชฺชตีติ เอเก, วิจาเรตฺวา ปน คเหตพฺพํ. โปราณคณฺฐิปเท ปน วุตฺตํ ‘‘หตฺถปาเส ฐาเนน ทุกฺกฏ’’นฺติ, ตํ ปาฬิยา วิรุชฺฌติ. ‘‘ปุริสสฺส หตฺถปาเส ติฏฺฐติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ หิ ปาฬิ, กึพหุนา. จตุตฺถสิกฺขาปเท มาติกาฏฺฐกถายํ (กงฺขา. อฏฺฐ. ทุติยิกอุยฺโยชนสิกฺขาปทวณฺณนา) ‘‘สนฺติฏฺฐนาทีสุ ตีณิ ปาจิตฺติยานี’’ติอาทิวจนโต วตฺถุคณนาย อาปตฺติ เวทิตพฺพา. ‘‘องฺคานิ เจตฺถ จตฺตาริ ปญฺจ วา’’ติ วตฺตพฺพนฺติ สนฺนิฏฺฐานํ.

ปฐมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒-๓-๔. ทุติยตติยจตุตฺถสิกฺขาปทวณฺณนา

๘๔๒-๖. ทุติยตติยจตุตฺถานิ อุตฺตานานิ. สพฺพตฺถ ‘‘สลฺลปตีติ ยํ กิญฺจิ ติรจฺฉานกถํ กเถตี’’ติ โปราณคณฺฐิปเท วุตฺตํ.

๘๕๒. จตุตฺเถ ปนายํ วิเสโส – ‘‘เอเกเนกา’’ติ ปฐมํ วุตฺตตฺตา ทุติยิกํ วา ภิกฺขุนีนํ อุยฺโยเชยฺย, ปาจิตฺติยํ น สมฺภวตีติ เจ? สมฺภวติ. กสฺมา? สนฺติฏฺฐนาทิตฺตยมตฺตาเปกฺขตฺตา, ตสฺส วจนสฺสาปิ วา อญฺญายปิ รโหเปกฺขนสฺสาทสมฺภเว สติ อุภินฺนํ เอกตฺถสมฺภวโต จ สาธิตเมตํ. ‘‘หตฺถปาสํ วิชหิตฺวา สนฺติฏฺฐติ วา สลฺลปติ วา’’ติ เอตฺตกเมว วุตฺตํ. กสฺมา ‘‘นิกณฺณิกํ วา ชปฺเปตี’’ติ น วุตฺตํ? หตฺถปาสาติกฺกเม อสมฺภวโต. ตสฺส ตติยสฺส ปทสฺส ปจฺฉินฺนตฺตา สมฺภวนฺตมฺปิ ‘‘ทุติยิกํ วา อุยฺโยเชตี’’ติ น วุตฺตํ, ตสฺมา อตฺถโต หตฺถปาสํ วิชหิตฺวา สนฺติฏฺฐติ วา สลฺลปติ วา ทุติยิกํ วา อุยฺโยเชติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ วุตฺตํ โหติ. เอส นโย ยกฺเขน วาติอาทีสุปิ. ตตฺถ ‘‘หตฺถปาเส’’ติ วา ‘‘หตฺถปาสํ วิชหิตฺวา’’ติ วา น วุตฺตํ อุภยตฺถ ทุกฺกฏตฺตา. อนาปตฺติวาเรปิ อสมฺภวโต ‘‘นิกณฺณิกํ วา ชปฺเปตี’’ติ น วุตฺตนฺติ เจ? สมฺภวติ สติ กรณีเย นิกณฺณิกํ วา ชปฺเปตีติ สมฺภวโต. อถ กสฺมา เอวํ น วุตฺตนฺติ เจ? อนวชฺชกถายํ นิกณฺณิกชปฺปเน ปโยชนาภาวา, ธมฺมกถายมฺปิ อุทายึ อารพฺภ ปฏิสิทฺธตฺตา จ.

ทุติยตติยจตุตฺถสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. ปญฺจมสิกฺขาปทวณฺณนา

๘๕๖. ‘‘กุลํ นาม จตฺตาริ กุลานี’’ติ วุตฺตตฺตา ติตฺถิยาราเม กปฺปติ ตสฺส กุลโวหาราภาวโตติ เอเก. ติตฺถิยานํ ขตฺติยาทิปริยาปนฺนตฺตา น กปฺปตีติ เอเก. ตสฺส กปฺปิยภูมิตฺตา น ยุตฺตนฺติ เจ? น, ยถาวุตฺตขตฺติยาทีนํ สมฺภวโต. ตถาปิ โคจรกุลํ อิธาธิปฺเปตํ. ‘‘อุปจาโร ทฺวาทสหตฺโถ’’ติ ลิขิตํ.

ปญฺจมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. ฉฏฺฐสิกฺขาปทวณฺณนา

๘๖๐. ‘‘นิสีทนฺติยา เอกา, นิปชฺชนฺติยา เอกา’’ติ อวตฺวา ‘‘นิสีทิตฺวา คจฺฉนฺติยา’’ติอาทิ น วตฺตพฺพํ. น หิ คมนปจฺจยา เอสา อาปตฺตีติ? น, ปริโยสานาธิปฺปายวเสน วุตฺตตฺตา. ‘‘นิสีทิตฺวา นิปชฺชนฺติยา เทฺว’’ติ วจเนนปิ คมนํ อิธ นาธิปฺเปตนฺติ ทสฺสิตํ โหติ, ตถา ‘‘นิปชฺชิตฺวา นิสีทนฺติยา เทฺว’’ติปิ วตฺตพฺพํ. ยทิ เอวํ ‘‘ตสฺมึ อภินิปชฺชติ, อาปตฺติ ทฺวินฺนํ ปาจิตฺติยาน’’นฺติ กสฺมา น วุตฺตนฺติ เจ? อนิสีทิตฺวาปิ นิปชฺชนสมฺภวโต. นิปชฺชนตฺถาย นิสีทิตฺวา นิปชฺชนฺติยา นิปชฺชนกปโยคตฺตา เอกา อาปตฺตีติ เกจิ.

ฉฏฺฐสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. สตฺตมสิกฺขาปทวณฺณนา

๘๖๗. อนาปตฺติวาเร ‘‘ธุวปญฺญตฺเต’’ติ น วุตฺตํ ‘‘สนฺถริตฺวา วา สนฺถราเปตฺวา วา’’ติ วุตฺตตฺตา. อิธ ฉฏฺเฐ วุตฺตนเยน ปกติยา ปญฺญตฺเต อภินิสีทติ วา อภินิปชฺชติ วา, ปาจิตฺติยเมว. อญฺญตฺถ ธุวปญฺญตฺตํ. อิธ วุตฺตนเยน สนฺถริตฺวา วา สนฺถราเปตฺวา วา อภินิสีทติ วา อภินิปชฺชติ วา, ปาจิตฺติยเมว. อุภยตฺถาปิ ปญฺจเม วุตฺตนเยน อนาปุจฺฉา ปกฺกเมยฺย, ปาจิตฺติยเมว, อนาปตฺติวาเร มาติกายํ วุตฺตกาลโต อญฺญกาลสฺส อปรามฏฺฐตฺตาติ โน ตกฺโกติ อาจริโย. อปิจ อตฺถาปตฺติกาเล อาปชฺชติ, โน วิกาเลติอาทิตฺติเก, อตฺถาปตฺติ รตฺตึ อาปชฺชติ, โน ทิวาติอาทิตฺติเก จ อฏฺฐกถายํ อิธ ปญฺจมฉฏฺฐสตฺตมสิกฺขาปเทหิ สงฺคหิตาปตฺตีนํ อปรามฏฺฐตฺตา ยถาสมฺภวํ ติวิธกาเล ติวิธเมตํ โยเชตฺวา ทสฺเสตุํ วฏฺฏติ เอว มหาปเทสนยานุโลมโต.

สตฺตมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. อฏฺฐมสิกฺขาปทวณฺณนา

๘๖๙. อฏฺฐเม ภิกฺขุสฺส ทุกฺกฏํ สมฺภวติ.

อฏฺฐมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. นวมสิกฺขาปทวณฺณนา

๘๗๕-๗. ทุคฺคาหวเสน วา สุคฺคาหวเสน วา ยถาวุตฺตนเยน สปถกรเณ อาปตฺตีติ เวทิตพฺพํ. ยสฺมา มาติกายํ ‘‘อตฺตานํ วา ปรํ วา’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา ยา อตฺตานเมว อารพฺภ สปถํ กเรยฺย, ตสฺสา เอกา. ปรเมวารพฺภ ตสฺสา เอกา. อุโภปิ อารพฺภ ตสฺสา เทฺว อาปตฺติโย สมฺภวนฺติ. ติกจฺเฉโท ปเนตฺถ ปรเมวารพฺภ สปถกรณํ สนฺธาย ปวตฺโต.

นวมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. ทสมสิกฺขาปทวณฺณนา

๘๘๒. ทสเม อนาปตฺติวาโร โรทนสฺเสว, น วธสฺส, ตสฺมา ญาติพฺยสนาทีหิ ผุฏฺฐาปิ อตฺตานํ วธติ เอว, น โรทติ, ทุกฺกฏเมว.

ทสมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อนฺธการวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.