๑. ลสุณวคฺโค

๑. ปฐมลสุณสิกฺขาปทวณฺณนา

๗๙๓-๗. อหํ ลสุเณนาติ เอตฺถ ‘‘ปวาเรมี’’ติ ปาฐเสโส. พทรสาฬวํ กิร พทรผลานิ สุกฺขาเปตฺวา จุณฺเณตฺวา กตฺตพฺพา ขาทนียวิกติ.

ปฐมลสุณสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. ทุติยสิกฺขาปทวณฺณนา

๘๐๐. สํหราเปยฺยาติ ‘‘สํหรติ วา สํหราเปติ วา’’ติ ปทภาชนํ เวทิตพฺพํ. กิญฺจาปิ เอตฺถ อาปตฺติเภโท น ทสฺสิโต, ตถาปิ ขุรสณฺฑาสกตฺตริอาทิปริเยสนฆํสนาทีสุ ปุพฺพปโยเคสุ ทุกฺกฏํ ยุชฺชติ, ยถา เจตฺถ, เอวํ ตลฆาตกาทิมฺหิ จ อาปตฺติเภโท ปาฬิยํ น วุตฺโต. ยถาสมฺภวํ ปน ปุพฺพปโยเคสุ ทุกฺกฏํ สมฺภวติ. เอวํ ภิกฺขุสฺส เอตฺถ จ ลสุเณ จ ทุกฺกฏํ. อิทํ กิริยากิริยนฺติ โปราณา. ตตฺถ ‘‘กิริยากิริย’’นฺติ น วุตฺตํ.

ทุติยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘๐๒-๖. ตติยจตุตฺถสิกฺขาปทํ อุตฺตานตฺถเมว.

๕. ปญฺจมสิกฺขาปทวณฺณนา

๘๑๒. ปญฺจเม อุทกสุทฺธิปจฺจเย สติปิ ผสฺสสาทิยเน ยถาวุตฺตปริจฺเฉเท อนาปตฺติ. ตตฺถ ทฺวินฺนํ ปพฺพานนฺติ ‘‘ทฺวินฺนํ องฺคุลานํ สหปเวสเน เอเกกองฺคุลสฺส เอเกกํ ปพฺพํ กตฺวา เทฺว ปพฺพา, เอกงฺคุลปฺปเวสเน ทฺวินฺนํ ปพฺพานํ อุปริ น วฏฺฏตีติ เวทิตพฺพํ. มหาปจฺจริยมฺปิ อยเมว นโย ทสฺสิโต’’ติ ลิขิตํ.

ปญฺจมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘๑๕. ฉฏฺฐสิกฺขาปทํ อุตฺตานตฺถเมว.

๗. สตฺตมสิกฺขาปทวณฺณนา

๘๒๐-๘๒๒. ‘‘นครํ อติหรนฺตี’’ติ ปาโฐ. ‘‘นครทฺวาเร อติหรนฺตี’’ติ กตฺถจิ, ตตฺถ ทฺวาเรนาติ อตฺโถ. อยเมว วา ปาโฐ. ตํ ปุพฺพาปรวิรุทฺธนฺติ ‘‘ปุนปิ วุตฺต’’นฺติ วุตฺตํ วาทํ สนฺธาย, น ตโต ปุพฺเพ ตตฺถ วุตฺตํ วาทํ. เอตฺถ ‘‘มาตรมฺปิ วิญฺญาเปตฺวาติ วจเนน วิรุชฺฌตี’’ติ ลิขิตํ, ตํ ทุลฺลิขิตํ, น หิ เตน วิโรธํ สนฺธาย อิทํ วุตฺตนฺติ. กรเณ เจ ปาจิตฺติยํ, การาปเนปิ ปาจิตฺติเยเนว ภวิตพฺพํ. อถ การาปเน ทุกฺกฏํ, กรเณปิ ทุกฺกเฏเนว ภวิตพฺพํ. น หิ กรเณ วา การาปเน วา วิเสโส อตฺถิ อาปชฺชเน สตีติ อธิปฺปาโย.

๘๒๓. สมฺปฏิจฺฉิตุํ วฏฺฏตีติ อปฺปฏิกฺขิปิตฺวา ‘‘สาธู’’ติ วตฺตุํ วฏฺฏตีติ อธิปฺปาโย. น หิ ปฏิคฺคเหตุํ วฏฺฏติ. อนามาสตฺตา ‘‘อามกธญฺญํ ปน ญาตกปวาริตฏฺฐาเนปิ น วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. อนุคณฺฐิปเท ปน ‘‘กปฺปิเยน ลทฺธํ ธญฺญํ ภชฺชิตฺวา ภุญฺชนฺติยา ทุกฺกฏํ. อปรณฺเณปิ เอเสว นโย’’ติ จ ‘‘อนาปตฺติ อาพาธปจฺจยาติ วจนโต สตฺต ธญฺญานิปิ อนามาสานีติ สิทฺธํ, เตเนว เหฏฺฐา อฏฺฐกถายํ ทุกฺกฏวตฺถุมฺหิ สตฺต ธญฺญานิปิ คหิตานิ อนามาสานี’’ติ จ วุตฺตานิ. อามาสานิ กปฺปิยวตฺถูนิ จ ยทิ ภเวยฺยุํ, ยถา ญาตกปวาริเต สนฺธาย ‘‘อปรณฺณํ วิญฺญาเปตี’’ติ อวิเสเสน วุตฺตํ, เอวํ ‘‘อนาปตฺติ ญาตกานํ ปวาริตานํ อญฺญสฺส อตฺถาย วิญฺญาเปติ, อุมฺมตฺติกาย อาทิกมฺมิกายา’’ติ วตฺตพฺพํ. ยสฺมา ทุกฺกฏวตฺถุตฺตา จ อนามาสตฺตา จ มาตรมฺปิ สตฺตวิธํ ธญฺญํ วิญฺญาเปตุํ น วฏฺฏติ, ตสฺมา ตทตฺถทีปนตฺถํ สตฺตวิธํ ธญฺญํ สนฺธาย ‘‘อนาปตฺติ อาพาธปจฺจยา’’ติ วุตฺตํ, ยถา ภิกฺขุนิยา อาพาธปจฺจยา วฏฺฏติ, ตถา ภิกฺขุสฺสาปีติ จ. ยถา วา ปน ภิกฺขุนิยา ภชฺชนาทีนิ การาเปตุํ น วฏฺฏติ, เอวํ ภิกฺขุสฺสาปิ. วุตฺตมฺปิ เจตํ อนฺธกฏฺฐกถายํ ‘‘อญฺญตโร พาลภิกฺขุ กปฺปิยํ อชานนฺโต เอตทโวจ ‘อามกธญฺญํ สมฺปฏิจฺฉิตุํ ภิกฺขูนํ น วฏฺฏติ. เอตํ ธญฺญํ ภชฺชิตฺวา โกฏฺเฏตฺวา ปจิตฺวา ยาคุขชฺชกํ ภตฺตญฺจ เทถา’ติ, อาณาปกสฺเสว ภิกฺขุสฺส อาปตฺติ, สพฺเพสํ อนาปตฺตี’’ติ. ตสฺมา ‘‘สงฺฆวาริกานํ ธญฺญํ โกฏฺเฏถา’’ติ อารามิกานํ วตฺตุญฺจ น วฏฺฏติ. ‘‘ทิวสํ ปริพฺพยํ คณฺหถ, ตณฺฑุเล สมฺปาเทถ, ตฺวํ เอตฺตเก คณฺห, ตฺวํ เอตฺตเก’’ติ เอวมาทีนิ ปน วตฺตุํ วฏฺฏตีติ จ. ยํ ปน ‘‘อวิญฺญตฺติยา ลพฺภมานํ ปน นวกมฺมตฺถาย สมฺปฏิจฺฉิตุํ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ, ตมฺปิ เหฏฺฐา ‘‘อิมํ ตฬากํ เขตฺตํ วตฺถุํ วิหารสฺส เทมา’ติ วุตฺเต ‘สมฺปฏิจฺฉิตุํ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ นยํ สนฺธาย วุตฺตตฺตา สุวุตฺตเมว. ‘‘นวกมฺมตฺถาย ธญฺญํ เทมา’’ติ วุตฺเต ‘‘สาธู’’ติ วตฺตพฺพํ. ยํ ปน เหฏฺฐา ‘‘ตตฺถ นิสฺสคฺคิยวตฺถุํ อตฺตโน วา สงฺฆคณปุคฺคลเจติยานํ วา อตฺถาย สมฺปฏิจฺฉิตุํ น วฏฺฏติ…เป… ทุกฺกฏวตฺถุํ สพฺเพสมฺปิ อตฺถาย สมฺปฏิจฺฉโต ทุกฺกฏเมวา’’ติ วุตฺตํ, ตมฺปิ สุวุตฺตเมว. กสฺมา? ‘‘เจติยสฺส อตฺถาย ธญฺญํ ทาตุกาโมมฺหิ, ตุเมฺห ภนฺเต ตทตฺถาย สมฺปฏิจฺฉถา’’ติ วุตฺเต ปฏิคฺคเหตุํ อกปฺปิยตฺตา. ‘‘อิทํ ปน ตาทิสํ น โหตี’’ติ จ วุตฺตํ. สพฺโพปายํ อุปติสฺสตฺเถรวาโท กิร. ธมฺมสิริตฺเถโร ปเนวมาห ‘‘ปุพฺเพปิ นวกมฺมตฺถาย ปฏิคฺคโห น วาริโต, สงฺฆสฺสตฺถาย ปฏิคฺคหิตมฺปิ ปฏิคฺคาหกสฺเสว อกปฺปิย’’นฺติ.

สตฺตมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. อฏฺฐมสิกฺขาปทวณฺณนา

๘๒๔. โปราณา ‘‘นิพฺพิฏฺฐราชภโฏ’’ติ ปฐนฺติ. ตสฺสตฺโถ วาริตภตฺตเวตโน ราชภโฏติ. ‘‘ตญฺเญว ภฏปถนฺติ ตํเยว ภตฺตเวตน’’นฺติ อตฺถํ วทนฺติ. อุมฺมุกนฺติ อลาตํ.

๘๒๖. เอตฺถ ฉฑฺฑิตํ กิริยา. อโนโลกนํ อกิริยา.

อฏฺฐมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. นวมสิกฺขาปทวณฺณนา

๘๓๒. ‘‘สามิเก อปโลเกตฺวา ฉฑฺเฑตี’’ติ กตฺถจิ โปตฺถเก นตฺถิ, กตฺถจิ อตฺถิ, อตฺถิภาโวว เสยฺโย กิริยากิริยตฺตา สิกฺขาปทสฺส. อิธ เขตฺตปาลกา, อารามาทิโคปกา จ สามิกา เอว. ‘‘สงฺฆสฺส เขตฺเต, อาราเม จ ตตฺถ กจวรํ น ฉฑฺเฑตพฺพนฺติ กติกา เจ นตฺถิ, ภิกฺขุสฺส ฉฑฺเฑตุํ วฏฺฏติ สงฺฆปริยาปนฺนตฺตา, น ภิกฺขุนีนํ. ตาสมฺปิ ภิกฺขุนิสงฺฆสนฺตเก วุตฺตนเยน วฏฺฏติ, น ตตฺถ ภิกฺขุสฺส, เอวํ สนฺเตปิ สารุปฺปวเสเนว กาตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ.

นวมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. ทสมสิกฺขาปทวณฺณนา

๘๓๓. สาธุกีฬิตคีตํ วาติ เอตฺถ ปาจิณฺณคีตมฺปิ โสตุํ น วฏฺฏติ. ‘‘คีตุปสญฺหิตํ ปน ธมฺมํ โสตุํ วฏฺฏตีติ ทีฆนิกายฏฺฐกถายํ วุตฺต’’นฺติ วุตฺตํ. โปราณคณฺฐิปเท ปน ‘‘ธมฺมคีตมฺปิ น วฏฺฏตี’’ติ วตฺวา ‘‘พุทฺธสฺส คายาม วาเทมาติ วุตฺเต สมฺปฏิจฺฉิตุํ น วฏฺฏติ, ทุกฺกฏํ โหตี’’ติ วุตฺตํ, ‘‘ปูชํ กโรม, ชาตกํ วา วตฺถุํ วา เทเสมาติ วุตฺเต ‘สาธู’ติ สมฺปฏิจฺฉิตุํ วฏฺฏตี’’ติ จ วุตฺตํ.

๘๓๖. เอกปโยโค นาม เอกทิวสาวโลกนํ. เตสํเยวาติ เยสํ นจฺจํ ปสฺสติ. ‘‘ภิกฺขุนี สยมฺปิ นจฺจิตุํ วา คายิตุํ วา วาทิตุํ วา น ลภตี’’ติอาทิ อิธ สิกฺขาปเท นตฺถิ. กสฺมา? เอฬกโลมสมุฏฺฐานตฺตา. ยทิ เอวํ กสฺมา วุตฺตนฺติ เจ? สุตฺตานุโลมมหาปเทสโต. ยทิ นจฺจาทีนิ ปสฺสิตุํ วา โสตุํ วา น ลภติ, ปเคว อตฺตนา กาตุนฺติ นยโต ลพฺภมานตฺตา วุตฺตํ. อิตรถา มหาปเทสา นิรตฺถกา สิยุํ. เอวมญฺญตฺถาปิ นโย เนตพฺโพ. ‘‘สมุฏฺฐานมฺปิ อิธ วุตฺตเมว อคฺคเหตฺวา ฉสมุฏฺฐานวเสน คเหตพฺพ’’นฺติ ลิขิตํ. ตํ ‘‘อญฺเญ นจฺจ, คาย, วาเทหี’’ติ วตฺตุํ น ลพฺภตีติอาทิวจีกมฺมํ สนฺธาย ลิขิตญฺเจ, ตํ สุลิขิตํ เอฬกโลมสมุฏฺฐาเน วาจาย อภาวโต. ‘‘สยมฺปิ นจฺจิตุ’’นฺติอาทิกายกมฺมญฺเจ สนฺธาย ลิขิตํ, ทุลฺลิขิตํ. เอฬกโลมสมุฏฺฐานญฺหิ เอกนฺตโต กายกมฺมํ โหติ, ตสฺมา อุทฺธฏํ อคฺคเหตฺวา อาทิสทฺเทน สงฺคหิตเมว อิธ คเหตพฺพนฺติ. เอตํ เอฬกโลมสมุฏฺฐานตฺตาติ เอตฺถ การณวจเน สุตฺตานุโลมมหาปเทสโตติ เอตฺถ ปน อุทฺธฏํ คเหตพฺพํ, เอวํ ยถาลาภวเสน ตํ ลิขิตนฺติ เวทิตพฺพํ. ‘‘อาหจฺจภาสิตสิกฺขาปทวเสน เอฬกโลมสมุฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตนฺติ อุปติสฺสตฺเถโร. ‘‘เอฬกโลมสมุฏฺฐานญฺเจ อิทํ สิกฺขาปทํ, อาณาปโก มุจฺเจยฺย, น จ มุจฺจตี’’ติ วุตฺตํ. ตํ ‘‘กสฺมา’’ติ วุตฺเต ‘‘สพฺพอฏฺฐกถาสุ วุตฺต’’นฺติ อฏฺฐกถาจริโย อาหาติ ธมฺมสิริตฺเถโร.

๘๓๗. อาราเม ฐตฺวาติ น เกวลํ ฐตฺวา, ตโต คนฺตฺวา ปน สพฺพิริยาปเถหิปิ ลภติ. ‘‘อาราเม ฐิตาติ ปน อารามปริยาปนฺนาติ อตฺโถ, อิตรถา นิสินฺนาปิ น ลเภยฺยา’’ติ ลิขิตํ, ตํ สุลิขิตเมว.

ทสมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ลสุณวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.