๑. ปฐมปาราชิกสิกฺขาปทวณฺณนา

๖๕๖-๗. ตตฺถ ตตฺถ ฐานุปฺปตฺติกปญฺญา วีมํสา. ปทปฏิปาฏิยา เอวาติ มาติกาปทปฏิปาฏิยา เอว. ‘‘วุตฺตนฺติ สงฺคีติกานํ อุปสงฺกปฺปนานํ วิภาชนํ วุตฺต’’นฺติ ลิขิตํ.

๖๕๘. ‘‘เอหิภิกฺขุนีติ ภิกฺขุนี, ตีหิ สรณคมเนหิ อุปสมฺปนฺนาติ ภิกฺขุนี’’ติ อิทํ ปน เทสนาวิลาสวเสน วุตฺตนฺติ เอเก. อญฺญพุทฺธกาเล อตฺถีติ เอเก, ตํ น ยุตฺตํ วิย ทิสฺสติ อมฺหากมฺปิ พุทฺธกาเล สมฺภวปฺปสงฺคโต, เอหิภิกฺขุนิยา ปฏิเสธฉายาทิสฺสนโต จ. ยถาห ธมฺมปเท วิสาขาวตฺถุสฺมึ (ธ. ป. อฏฺฐ. ๑. วิสาขาวตฺถุ) ‘‘ตสฺส จีวรทานสฺส นิสฺสนฺเทน อิมํ มหาลตาปสาธนํ ลภิ. อิตฺถีนญฺหิ จีวรทานํ มหาลตาปสาธนภณฺเฑน มตฺถกํ ปปฺโปติ, ปุริสานํ อิทฺธิมยปตฺตจีวเรนา’’ติ. ตีหิ สรณคมเนหิ อุปสมฺปนฺนาย ปน ภิกฺขุนิยา สมฺภโว อญฺญพุทฺธกาเล กทาจิ สิยา, นตฺเถว อมฺหากํ พุทฺธกาเล. เทสนาวิลาเสน ปน ภิกฺขุเทสนากฺกเมเนว ภิกฺขุนินิทฺเทโส วุตฺโต, เตเนว ภิกฺขุสงฺฆวเสน เอกโตอุปสมฺปนฺนา ภิกฺขุนิโย วิชฺชมานาปิ ตตฺถ น วุตฺตา. ตาสํ อตฺถิตา อิมาย ปริวารกถาย เวทิตพฺพา –

‘‘อุโภ เอกโต อุปสมฺปนฺนา,

อุภินฺนํ หตฺถโต จีวรํ ปฏิคฺคเณฺหยฺย;

สิยา อาปตฺติโย นานา,

ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา’’ติ. (ปริ. ๔๗๙);

อถ วา ปุถุชฺชนกาเล เอหิภิกฺขุสรณคมเนน อุปสมฺปนฺโนว อิตฺถิลิงฺคปาตุภาเวน ภิกฺขุนิภาเว ฐิตา ปุริสูปสมฺปนฺนํ อุปาทาย ‘‘เอหิภิกฺขุนี’’ติ, ‘‘ตีหิ สรณคมเนหิ อุปสมฺปนฺนา ภิกฺขุนี’’ติ จ สงฺขฺยํ คจฺฉติ. โน เจ, ตํ วจนํ วิรุชฺเฌยฺยาติ เอเก, วิจาเรตฺวา คเหตพฺพํ. ‘‘วิญฺญู ปฏิพโล’’ติ ทฺวินฺนํ อวสฺสวภาวสฺส อิชฺฌนโต วุตฺตํ. เอตฺถ ยสฺมา ยํ กิญฺจิ อามิสํ ปฏิคฺคณฺหนฺตีนํ อคฺคหตฺถา ปุริสานํ หตฺเถหิ กทาจิ มิสฺสีภาวํ คจฺฉนฺติ, วนฺทนฺตานํ วา ปุริสานํ สิรานิ อคฺคปาเทหิ มิสฺสิตานิ กทาจิ โหนฺติ, เกสจฺเฉทนกาเล วา สิรํ ปุริสานํ หตฺเถหิ มิสฺสิตํ โหติ, จิตฺตํ นาเมตํ อติรทฺธคเวสิ, ทุรกฺขิยํ วา, ตสฺมา ‘‘มา อติลหุํ ปาราชิกาปตฺติ ภิกฺขุนีนํ โหตู’’ติ พุทฺธา ภควนฺโต การุญฺเญน ปาราชิกกฺเขตฺตปริจฺเฉทํ, ถุลฺลจฺจยกฺเขตฺตปริจฺเฉทญฺจ วิสุํ วิสุํ เทเสสุนฺติ เวทิตพฺพํ.

๖๕๙. ตพฺพหุลนเยน สา วุตฺตาติ เอตฺถ อยมนุคณฺฐิปทกฺกโม – เยภุยฺเยน กิริยสมุฏฺฐานตฺตา ‘‘กิริยสมุฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘กายสํสคฺคํ สมาปชฺเชยฺยา’’ติ อวตฺวา ปน ‘‘สาทิเยยฺยา’’ติ วุตฺตตฺตา อกิริยโตปิ สมุฏฺฐาตีติ เวทิตพฺพํ. ยถา เจตฺถ, เอวํ เหฏฺฐา ‘‘มนุสฺสิตฺถิยา ตโย มคฺเค เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวนฺตสฺส อาปตฺติ ปาราชิกสฺสา’’ติอาทินา นเยน กิริยสมุฏฺฐานตํ วตฺวา ตทนนฺตรํ ‘‘ภิกฺขุปจฺจตฺถิกา…เป… โส เจ ปเวสนํ สาทิยติ, อาปตฺติ ปาราชิกสฺสา’’ติอาทินา (ปารา. ๕๖) นเยน อกิริยสมุฏฺฐานตายปิ วุตฺตตฺตา ปฐมปาราชิกสฺสาปิ ตพฺพหุลนเยเนว กิริยสมุฏฺฐานตา เวทิตพฺพา. น หิ ปเวสนสาทิยนาทิมฺหิ กิริยสมุฏฺฐานตา ทิสฺสติ. องฺคชาตจลนญฺเจตฺถ น สารโต ทฏฺฐพฺพํ ‘‘โส เจ ปเวสนํ น สาทิยติ, ปวิฏฺฐํ น สาทิยติ, ฐิตํ น สาทิยติ, อุทฺธรณํ สาทิยติ, อาปตฺติ ปาราชิกสฺสา’’ติ (ปารา. ๕๘) เอตฺถ ฐิต น สาทิยเน ปกติยาปิ ปริปุณฺณจลนตฺตา. สาทิยนปจฺจยา หิ เสวนจลนญฺเจตฺถ น ทิสฺสเตวาติ ตพฺพหุลนเยเนว กิริยสมุฏฺฐานตา คเหตพฺพา. ตตฺถ ตตฺถ อฏฺฐกถาสุ กสฺมา ตพฺพหุลนโย อวุตฺโตติ เจ? ‘‘โย ปน ภิกฺขุ เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสเวยฺยา’’ติ (ปารา. ๓๙, ๔๒) มาติกายํ กิริยสมุฏฺฐานสฺส สรูเปน วุตฺตตฺตา ตทนุรูปวเสน วิภงฺคนยมโนโลเกตฺวา ‘‘กิริยสมุฏฺฐาน’’มิจฺเจว วุตฺตํ. ยถา เจเตสุ ตพฺพหุลนเยน กิริยสมุฏฺฐานตา วุตฺตา, ตถา สุราทีนํ อกุสเลเนว ปาตพฺพตา, น อิตรถา ‘‘ยํ อกุสเลเนว อาปชฺชติ, อยํ โลกวชฺชา, เสสา ปณฺณตฺติวชฺชา’’ติ (กงฺขา. อฏฺฐ. ปฐมปาราชิกวณฺณนา) วุตฺเต โลกวชฺชปณฺณตฺติวชฺชานํ นิยมนลกฺขณสิทฺธิ โหติ, ตถา ตํ อวตฺวา ‘‘ยสฺสา สจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ อกุสลเมว โหติ, อยํ โลกวชฺชา. เสสา ปณฺณตฺติวชฺชา’’ติ วุตฺเต โลกวชฺชวจนํ นิรตฺถกํ สิยา วตฺถุอชานนปกฺเขปิ อกุสเลเนว ปาตพฺพตฺตา. ยสฺมา ตตฺถ สุราปานวีติกฺกมสฺส อกุสลจิตฺตุปฺปาโท นตฺถิ, ตสฺมา ขนฺธกฏฺฐกถายํ (มหาว. อฏฺฐ. ๑๐๘) ‘‘มชฺชปาเน ปน ภิกฺขุโน อชานิตฺวาปิ พีชโต ปฏฺฐาย มชฺชํ ปิวนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ, สามเณโร ชานิตฺวา ปิวนฺโต สีลเภทํ อาปชฺชติ, น อชานิตฺวา’’ติ วุตฺตํ, น วุตฺตํ ‘‘วตฺถุอชานนปกฺเข ปาณาติปาตาทีนํ สิทฺธิกรอกุสลจิตฺตุปฺปาทสทิเส จิตฺตุปฺปาเท สติปิ สามเณโร สีลเภทํ นาปชฺชตี’’ติ. อภินิเวสวจนํ ปาณาติปาตาทีหิ สมานชาติกตฺตา สามเณรานํ สุราปานสฺส. ‘‘สุราทโย ปนิเม’’ติ วตฺถุํ ชานิตฺวา ปาตพฺพตาทิวเสน วีติกฺกมนฺตสฺส อกุสลสฺส อสมฺภโว นตฺถิ. เตน วุตฺตํ ‘‘ยสฺส สจิตฺตกปกฺเข’’ติอาทิ.

กิญฺเจตฺถ ยุตฺติวจเนน อรหนฺตานํ อปฺปวิสนโต สจิตฺตกาจิตฺตกปกฺเขสุ อกุสลนิยโมติ เจ? น, ธมฺมตาวเสน เสกฺขานมฺปิ อปฺปวิสนโต. อจิตฺตกปกฺเข อกุสลนิยมาภาวทสฺสนตฺถํ สุปนฺตสฺส มุเข ปกฺขิตฺตชลพินฺทุมิว สุราพินฺทุอาทโย อุทาหริตพฺพาติ. ตพฺพหุลนเยน หิ อตฺเถ คหิเต ปุพฺเพนาปรํ อฏฺฐกถาย สเมติ. ‘‘สทฺธึ ปาฬิยา อวิเสสตฺโถ ปรโต อาวิ ภวิสฺสตีติ อปเร’’ติ วุตฺตํ. อิทเมตฺถ วิจาเรตพฺพํ. ยทิ วตฺถุชานนปกฺเข วินา อกุสเลน มชฺชปานํ สิยา, กสฺมา นาฬิมชฺฌํ นาติกฺกมติ อริยานํ ปานกาทิสญฺญีนนฺติ? สีลเภทวตฺถุวีติกฺกโม วินาปิ จิตฺเตน อริยานํ ธมฺมตาวเสเนว น สมฺภวตีติ เจ, น, จกฺขุปาลตฺเถรวตฺถุ (ธ. ป. อฏฺฐ. ๑.๑) อาทิวิโรธโตติ. อปิจ ภิกฺขุโนปิ สามเณรสฺส วิย สุราปานํ สจิตฺตกเมว กสฺมา น ชาตนฺติ? อปฺปติรูปตฺตาติ เจ, สามเณรานมฺปิ อปฺปติรูปเมว. สหธมฺมิกา เอว หิ เต. มหาสาวชฺชตฺตาติ เจ? สามเณรานมฺปิ ตาทิสเมว. สามเณรานํ สจิตฺตกเมว ปาราชิกํ, อิตรํ ทณฺฑกมฺมวตฺถูติ เจ? ภิกฺขูนมฺปิ มชฺชปาเน นตฺถิ. เอตฺถ ติกปาจิตฺติเยน น ภวิตพฺพํ. มชฺเช อมชฺชสญฺญิสฺส ทุกฺกฏาปตฺติ ปญฺญาเปตพฺพา สิยา. ภิกฺขุสฺส ปาจิตฺติยวตฺถุ สามเณรานํ ปาราชิกํ โหติ ติรจฺฉานคตสามเณรานํ วิยาติ เจ? อจิตฺตกมฺปิ มชฺชปานาทีนํ สามเณรานํ ปาราชิกํ ปญฺญาเปตพฺพํ สิยา. นาจิตฺตกํ ปาราชิกํ สมฺภวตีติ เจ? น, ปณฺณตฺติวชฺชมฺปิ ปาราชิกํ สมฺภวตีติ. นิกายนฺตรปกฺเข อยเมว โทโส. อมฺหากญฺหิ โลกวชฺชเมว มชฺชปานนฺติ. กสฺมา ปเนตฺถ สุราปานเมว ธมฺมตาวเสน อริยา น กโรนฺตีติ? น เกวลํ สุราปานเมว ธมฺมตาวเสน อริยา น กโรนฺติ, ปาเณสุปิ โกธวเสน ปาณสญฺญิตาย สีสจฺเฉทนาทีนิ น กโรนฺติ, สทารสญฺญาย ปรทารํ น วีติกฺกมนฺติ, อนตฺถภญฺชกสญฺญาย อตฺถภญฺชกมุสา น วทนฺติ, สมฺมาทิฏฺฐิสญฺญาย มิจฺฉาทิฏฺฐึ น ปฏิปชฺชนฺตีติ เวทิตพฺพา. อาจริยาปิ สุราปาเน อกุสลนิยมาภาวเมว วทนฺติ, ตสฺมา เอว มาติกาฏฺฐกถาย คณฺฐิปเท โลกวชฺชปณฺณตฺติวชฺชาธิกาเร ‘‘สจิตฺตกปกฺเขอกุสลนฺติ สุราปานาทิสงฺคหตฺถํ, อิตรถา ยสฺส อกุสลเมวาติ วเทยฺยา’’ติ ลิขิตํ. กิริยสมุฏฺฐานตา ปนสฺส ตพฺพหุลนยเมว, น ปฐมปาราชิเก. กถํ? กายสํสคฺคสิกฺขาปทํ ปฐมปาราชิกสมุฏฺฐานํ. เอตฺถ ภิกฺขุสฺส จ ภิกฺขุนิยา จ กายสํสคฺคภาเว สติ ภิกฺขุนี กายงฺคมโจปยมานาปิ จิตฺเตเนว อธิวาเสนฺตี อาปชฺชติ, น เอวํ ภิกฺขุ. ภิกฺขุ ปน โจปยมาโนว อาปชฺชติ, เอวเมว ปฐมปาราชิเกปิ โจปเน สติ เอว อาปชฺชติ, นาสติ. ปเวสนํ สาทิยตีติ เอตฺถ ปเวสนสาทิยนํ นาม เสวนจิตฺตสฺสุปฺปาทนนฺติ, เอวํ สนฺเตปิ ‘‘วีมํสิตฺวา คเหตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ.

ปฐมปาราชิกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.