๒. ทุติยปาราชิกสิกฺขาปทวณฺณนา

‘‘กิสฺส ปน ตฺวํ อยฺเย ชานํ ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปนฺน’’นฺติ วจนโต, ‘‘อฏฺฐนฺนํ ปาราชิกานํ อญฺญตรํ ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺน’’นฺติ (ปาจิ. ๖๖๖) วจนโต, อนฺเต ‘‘อุทฺทิฏฺฐา โข อยฺยาโย อฏฺฐ ปาราชิกา ธมฺมา’’ติอาทิวจนโต (ปาจิ. ๖๗๗), ปริวาเร ‘‘สาธารณปญฺญตฺติ อุภโตปญฺญตฺตี’’ติ (ปริ. ๒๐๑) วจนโต จ ภิกฺขุนิวิภงฺคํ ปตฺวา ภควา สาธารณานิ สิกฺขาปทานิ ภิกฺขูนํ อุปฺปนฺนวตฺถุสฺมึเยว ‘‘ยา ปน ภิกฺขุนี ฉนฺทโส เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสเวยฺย อนฺตมโส ติรจฺฉานคเตนปิ ปาราชิกา โหติ อสํวาสา’’ติอาทินา นเยน สวิเสสมฺปิ อวิเสสมฺปิ มาติกํ นิกฺขิปิตฺวา อนุกฺกเมน ปทภาชนํ, อาปตฺติเภทํ, ติกจฺเฉทํ, อนาปตฺติวารญฺจ อนวเสสํ วตฺวา วิตฺถาเรสิ. สงฺคีติการเกหิ ปน อสาธารณปญฺญตฺติโยเยว อิธ วิตฺถาริตาติ เวทิตพฺพา.

๖๖๖. ตตฺถ ‘‘อฏฺฐนฺนํ ปาราชิกาน’’นฺติ อิทํ เกวลํ สงฺคีติการกานํเยว นยโต นิกฺขิตฺตวจนํ อิโต ปุพฺเพ ฉฏฺฐสตฺตมฏฺฐมานํ ปาราชิกานํ อปญฺญตฺตตฺตา. ภควตา ปน อิทํ ปญฺญาปิตมาทิสิกฺขาปทมฺปิ อุปาทาย ‘‘ฉนฺนํ ปาราชิกาน’’นฺติ วุตฺตํ สิยา. อิโต อุทฺธํ ปญฺญตฺตานิปิ อุปาทาย ‘‘อฏฺฐนฺนํ ปาราชิกาน’’นฺติ วจนํ อปรภาเค อุปฺปนฺนนฺติ เอกจฺเจ อาจริยา. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘อิทญฺจ ปาราชิกํ ปจฺฉา ปญฺญตฺตํ, ตสฺมา ‘อฏฺฐนฺน’นฺติ วิภงฺเค วุตฺต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ, ตสฺมา อฏฺฐกถาจริยานํ มเตน สิทฺธเมตํ ยถาปญฺญตฺตานุกฺกมวเสเนว สงฺคีตานีติ. ‘‘อญฺญาสิ’’นฺติ ปาโฐ. อญฺญาสีติ น คเหตพฺโพ. ‘‘ทุฏฺฐุลฺลสิกฺขาปเท วุตฺตนเยเนวา’’ติ วจนโต วชฺชปฏิจฺฉาทิกํ ยา ปฏิจฺฉาเทติ, สาปิ วชฺชปฏิจฺฉาทิกอาเยวาติ สิทฺธํ. กิญฺจาปิ วชฺชปฏิจฺฉาทนํ เปมวเสน โหติ, ตถาปิ สิกฺขาปทวีติกฺกมจิตฺตํ โทมนสฺสิกเมว โหตีติ กตฺวา ‘‘ทุกฺขเวทน’’นฺติ วุตฺตํ.

ทุติยปาราชิกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.