เอกุตฺตริกนยวณฺณนา

เอกกวารวณฺณนา

๓๒๑. เอกุตฺตริกนเย อาปตฺติ ชานิตพฺพาติ เอตฺถ อาปตฺติ นาม กึ ปรมตฺถสภาวา, อุทาหุ น วตฺตพฺพสภาวาติ? น วตฺตพฺพสภาวา. วุตฺตญฺหิ ปริวาเร ‘‘วตฺถุ ชานิตพฺพํ, โคตฺตํ ชานิตพฺพํ, นามํ ชานิตพฺพํ, อาปตฺติ ชานิตพฺพา’’ติ เอเตสํ ปทานํ วิภงฺเค ‘‘เมถุนธมฺโมติ วตฺถุ จ โคตฺตญฺจ. ปาราชิกนฺติ นามญฺเจว อาปตฺติ จา’’ติ. นามญฺจ โคตฺตญฺจ ‘‘นามโคตฺตํ น ชีรตี’’ติ (สํ. นิ. ๑.๗๖) วจนโต สมฺมุติมตฺตํ, ตสฺมา ‘‘กุสลตฺติกวินิมุตฺตา น วตฺตพฺพธมฺมภูตา เอกจฺจา สมฺมุติ เอวา’’ติ วุตฺตํ. ยํ ปน วุตฺตํ สมถกฺขนฺธเก ‘‘อาปตฺตาธิกรณํ สิยา อกุสลํ, สิยา อพฺยากต’’นฺติ (จูฬว. ๒๒๒), ตํ ‘‘วิวาทาธิกรณํ สิยา กุสลํ, สิยา อกุสลํ, สิยา อพฺยากต’’นฺติ (จูฬว. ๒๒๐) เอตฺถ วิย ปริยายโต วุตฺตํ. อตฺถโต หิ วิวาโท นาม เอกจฺโจ สมฺมุติวิเสโส. โย จิตฺตสมงฺคิโน, โส ‘‘ตํ จิตฺตปริยาเยน ปน สิยา กุสล’’นฺติอาทิ โวหารลทฺโธ, ตถา อาปตฺตาธิกรณมฺปีติ ทฏฺฐพฺพํ. เตเนว วุตฺตํ อฏฺฐกถายํ ‘‘อาปตฺตึ อาปชฺชมาโน หิ อกุสลจิตฺโต วา อาปชฺชติ กุสลาพฺยากตจิตฺโต วา’’ติ (กงฺขา. อฏฺฐ. ปฐมปาราชิกวณฺณนา). อญฺญถา สมเถหิ อธิกรณียตา น สมฺภวติ. น หิ สมถา กุสลาทึ อกุสลาทึ วา อธิกิจฺจปวตฺตนฺติ, สมถวเสน วา กุสลาทิ สมฺมติ. น จ กุสลสฺส วิวาทสฺส, อนุวาทสฺส วา กุสลาทิสมเถหิ วูปสเมตพฺพตา อาปชฺชตีติ เตสํ อธิกรณมตฺตเมว น สมฺภเวยฺย, ตสฺมา อธิกรณานํ, สมถานญฺจ กุสลาทิภาโว ปริยายเทสนาย ลพฺภติ, โน อญฺญถา, เตเนว สมฺมุขาวินเย วิย อาปตฺตาธิกรเณ ติกํ น ปูริตํ. สญฺจิจฺจ อาปตฺตึ อาปชฺชมานสฺส ยสฺมา สญฺเจตนา เอกนฺตโต อกุสลาว โหติ. อิตรสฺส สจิตฺตกสฺส วา อจิตฺตกสฺส วา ตทาภาวมตฺตํ อุปาทาย ‘‘อพฺยากต’’นฺติ วุตฺตํ. ยถา หิ ‘‘ติกฺขตฺตุํ โจทยมาโน ตํ จีวรํ อภินิปฺผาเทยฺย, อิจฺเจตํ กุสล’’นฺติอาทีสุ (ปารา. ๕๓๘) น กุสลสทฺโท สุขวิปาโก, ‘‘สมฺปรายิกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ ปฏิฆาตายา’’ติอาทีสุ (ปริ. ๔๙๘) น อกุสลา วา โหติ. อิตรสฺส สจิตฺตกสฺส วา อจิตฺตกสฺส วา ตทาภาวมตฺตํ อุปาทาย ‘‘อพฺยากต’’นฺติ วุตฺตํ. ยถา หิ ทฺวิกฺขตฺตุํ โจทยมาโน ตํ จีวรํ อภินิปฺผาเทยฺย, ยํ ปเนตฺถ ‘‘อาปตฺตาธิกรณํ อกุสล’’นฺติ วุตฺตํ, ตสฺส วเสน ตทกุสลโต สตฺต วินีตวตฺถูนิ เวทิตพฺพานิ, ตโต จีวรนฺติ สมฺภวโต อจีวรกา, อนฺตราปตฺติกา จ. อนนฺตริกลกฺขณปฺปตฺตสฺส วเสน นิยตา จ นามาติ เวทิตพฺพํ. สมฺมุตินิทฺเทเส ครุกลหุกนิทฺเทโสปิ สมฺภวติ. อญฺญถา ‘‘อนนฺตรายิกา ปณฺณตฺติวชฺชา, อนวชฺชาปณฺณตฺตี’’ติ จ วุตฺตา. กุฏิการมหลฺลกาปตฺติ อนฺตรายิกา โลกวชฺชสาวชฺชปณฺณตฺติโต. สมฺปชานมุสาวาโท โอมสวาทาทิโต ครุกาทิ น สมฺภเวยฺย, ตโต วา อยํ ลหุกาทีติ อิทํ สพฺพํ เอกจฺจานํ อาจริยานํ มตํ, ‘‘สพฺพํ อยุตฺต’’นฺติ วทนฺติ. กสฺมา? ยสฺมา ‘‘ปาราชิกนฺติ นามญฺเจว อาปตฺติจา’’ติ วจเนน เจ อาปตฺติ น วตฺตพฺพธมฺโม สิยา, วตฺถุ จ น วตฺตพฺพธมฺโม สิยา โคตฺเตน สมานาธิกรณภาเวน วุตฺตตฺตา, ตสฺมา ‘‘เมถุนธมฺโม’’ติ ปทํ อชฺฌาจารสงฺขาตํ วตฺถุญฺจ ทีเปติ. อชฺฌาจารวเสเนว อาปตฺติยา ลทฺธนามํ อสาธารณนามตฺตา ‘‘โคตฺต’’นฺติ จ วุจฺจตีติ อยํ ตตฺถ อตฺโถ.

‘‘อาปตฺตาธิกรณสฺส กึ ปุพฺพงฺคมนฺติ? โลโภ ปุพฺพงฺคโม, โทโส, โมโห, อโลโภ, อโทโส, อโมโห ปุพฺพงฺคโม’’ติ ‘‘กติ เหตูติ? ฉ เหตู ตโย อกุสลเหตู, ตโย อพฺยากตเหตู’’ติ จ วุตฺตตฺตา นิปฺปริยาเยเนว ‘‘อาปตฺตาธิกรณํ สิยา อกุสลํ, สิยา อพฺยากต’’นฺติ วุตฺตํ. สมถกฺขนฺธเก ปน สนฺธายภาสิตวเสน ตถา เอว วุตฺตํ. ตสฺมา อาปตฺตาธิกรณํ สภาวโต นิปฺปริยาเยเนว อกุสลา จตฺตาโร ขนฺธา, รูปอพฺยากตา จ โหนฺติ. ‘‘นตฺถิ อาปตฺตาธิกรณํ กุสล’’นฺติ (จูฬว. ๒๒๒) วุตฺตตฺตา กุสลเมว ปฏิกฺขิตฺตํ, ขีณาสวานํ กิริยาพฺยากตํ นาม โหตีติ กุสเล ปฏิกฺขิตฺเต กิริยาพฺยากตมฺปิ ปฏิกฺขิตฺตเมว โหติ. ตสฺมึ ปฏิกฺขิตฺเต สพฺพถา อวาวฏํ วิปากาพฺยากตํ ปฏิกฺขิตฺตเมว โหติ. นิพฺพานาพฺยากเต วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ เอเก, ตํ อยุตฺตํ ‘‘ฉ เหตุโย’’ติ วุตฺตตฺตา. กิญฺจาปิ วุตฺตํ สามญฺเญน, ตถาปิ วิปากเหตุเยว ตตฺถ อธิปฺเปโต, น กิริยาเหตุ, เต หิ กุสลสภาวา จ, ตสฺมา รูปํ, วิปากาพฺยากตญฺจาปตฺติ. ตตฺถ อกุสลาปตฺติโต วินีตวตฺถูนิ. อิตรสฺสาปิ อาทิโต ฉาทนา กุสลจิตฺตโตติ วุตฺตํ โหติ. อนฺตรายิกนิยตสาวชฺชปญฺญตฺติภาโวปิ จสฺสา เววจนวเสน เวทิตพฺโพ ปณฺณตฺติวชฺชาย, สญฺจิจฺจ อาปนฺนาย จ, ตสฺมา ‘‘ชีวิตินฺทฺริยํ สิยา สารมฺมณํ สิยา อนารมฺมณ’’นฺติ วจนํ วิย เอกนฺตากุสลํ อเนกนฺตากุสลญฺจ โลกวชฺชํ, เอกนฺตาพฺยากตํ ภูตาโรจนํ อเนกนฺตาพฺยากตญฺจ เสสํ ปณฺณตฺติวชฺชํ เอกโต สมฺปิณฺเฑตฺวา ‘‘อาปตฺตาธิกรณํ สิยา อกุสลํ สิยาพฺยากต’’นฺติ วุตฺตํ. สมถกฺขนฺธเก ปน ปณฺณตฺติวชฺชเมว สนฺธาย ตถา วุตฺตํ. วุตฺตเญฺหตํ อฏฺฐกถายํ, คณฺฐิปเท จ ‘‘อาปตฺตาธิกรณํ สิยา อกุสลํ, สิยา อพฺยากตํ, นตฺถิ อาปตฺตาธิกรณํ กุสล’นฺติ เอตฺถ สนฺธายภาสิตวเสน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ยสฺมิญฺหิ ปถวิขณนาทิเก อาปตฺตาธิกรเณ อปกตญฺญุโน สนฺธาย อปฺปหริตกรณาทิกาเล กุสลจิตฺตํ องฺคํ โหติ, ขณนาทิปโยคสงฺขาตํ รูปาพฺยากตํ อาปตฺติสมุฏฺฐาเปนฺตํ โหตีติ อธิปฺปาโย’’ติ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อตฺถาปตฺติ กุสลจิตฺโต อาปชฺชติ, กุสลจิตฺโต วุฏฺฐาตี’’ติอาทิ. ตสฺมิญฺหิ สติ น สกฺกา วตฺตุํ ‘‘นตฺถิ อาปตฺตาธิกรณํ กุสล’’นฺติ. ยสฺมา อาปตฺติสมุฏฺฐาปกํ จิตฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ น โหติ, ตสฺมา น ยิทํ องฺคปฺปโหนกจิตฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ. ยทิ ตํ สนฺธาย วุตฺตํ, ‘‘สิยา กุสล’’นฺติ จ วตฺตพฺพํ ภเวยฺย, น จ วุตฺตํ. ตสฺมา อิทํ ปน สนฺธาย วุตฺตํ – ยํ ตาว อาปตฺตาธิกรณํ โลกวชฺชํ, ตํ เอกนฺตโต อกุสลเมว, ตตฺถ ‘‘สิยา อกุสล’’นฺติ วิกปฺโป นตฺถิ. ยํ ปน ปณฺณตฺติวชฺชํ, ตํ ยสฺมา สญฺจิจฺจ ‘‘อิมํ อาปตฺตึ วีติกฺกมามี’’ติ วีติกฺกมนฺตสฺเสว อกุสลํ โหติ, อสญฺจิจฺจ ปน กิญฺจิ อชานนฺตสฺส สหเสยฺยาทิวเสน อาปชฺชโต รูปวิปากํ อพฺยากตํ โหติ อนุฏฺฐานโต. ตสฺมา ตสฺส ปณฺณตฺติวชฺชสฺส สญฺจิจฺจาสญฺจิจฺจวเสน อิมํ วิกปฺปภาวํ สนฺธาย อิทํ วุตฺตํ ‘‘อาปตฺตาธิกรณํ สิยา อกุสลํ, สิยา อพฺยากตํ, นตฺถิ อาปตฺตาธิกรณํ กุสล’’นฺติ.

สเจ ปน โกจิ วินเย อปกตญฺญู ‘‘ยํ กุสลจิตฺโต อาปชฺชติ, อิทํ วุจฺจติ อาปตฺตาธิกรณํ กุสล’’นฺติ วเทยฺย, ตสฺเสวํวาทิโน อจิตฺตกานํ เอฬกโลมาทิสมุฏฺฐานานมฺปิ กุสลจิตฺตสมงฺคิกาเล ตาสํ อาปตฺตีนํ กุสลจิตฺโต อาปชฺเชยฺย, น วา อาปชฺชติ. กึการณํ? น จ ตตฺถ วิชฺชมานมฺปิ กุสลจิตฺตํ อาปตฺติยา องฺคํ. อตฺตภาโว สภาโว ปกตีติ วุตฺตํ โหติ. กตรํ ปน ตสฺสา อาปตฺติยา ตทา องฺคสภาโวติ? วุจฺจเต – กายวจีวิญฺญตฺติวเสน ปน จลิตสฺส กายสฺส, ปวตฺตาย วาจาย จาติ เอเตสํ ทฺวินฺนํ จลิตปฺปวตฺตานํ กายวาจานํ อญฺญตรเมว องฺคสภาโว, ตญฺจ รูปกฺขนฺธปริยาปนฺนตฺตา อพฺยากตนฺติ. กึ วุตฺตํ โหติ? กาโย, วาจา จ ตทา อาปตฺตาธิกรณนฺติ วุตฺตํ โหติ. ยา ปเนตฺถ อกุสลาปตฺติกฺขเณ กายวาจาโย อพฺยากตภาโว, ตา อพฺโพหาริกา โหนฺติ กายวจีกมฺมกาเล มโนกมฺมํ วิย. ตทา หิ กายวาจาโย อาปตฺติกราทิฏฺฐาเน ติฏฺฐนฺติ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อาปตฺติกรา ธมฺมา ชานิตพฺพา. กติ มูลานีติ ฉ อาปตฺติสมุฏฺฐานานิ มูลานี’’ติอาทิ. ยทา ปน กายวาจาโย อาปตฺติยา องฺคเมว โหนฺติ, ตทา ‘‘จิตฺตํ จิตฺตาธิปเตยฺย’’นฺติ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑ กามาวจรกุสลวณฺณนา) วจนํ วิย ปุพฺพปโยคานํ อปรปโยคสฺส ปจฺจยภาวโต อาปตฺติกราทิปญฺญตฺตึ น วิชหนฺติ. ยถา ตพฺภาเวปิ ‘‘อาปตฺตาธิกรณสฺส กติ วตฺถูนีติ? สตฺต อาปตฺติกฺขนฺธา วตฺถูนิ. กติ ภูมิโยติ? สตฺต อาปตฺติกฺขนฺธา ภูมิโย’’ติ วุตฺตํ. ตถา ตพฺภาเวปิ อาปตฺติกรา ‘‘อาปตฺติสมุฏฺฐานา’’อิจฺเจว วุจฺจนฺตีติ เวทิตพฺพา. เอตฺตาวตา อาปตฺติ นาม จตฺตาโร อกุสลกฺขนฺธา สญฺจิจฺจ วีติกฺกมกาเล ภูตาโรจนํ ฐเปตฺวา สพฺพาปิ อวิเสสโต, วิเสสโต ปน สพฺพาปิ เอกนฺตากุสลา อกุสลา, อเนกนฺตากุสลา ปน คิรคฺคสมชฺชจิตฺตาคารสงฺฆานิอิตฺถาลงฺการคนฺธวณฺณกวาสิตปิญฺญากปฺปเภทา, ภิกฺขุนิอาทีนํ อุมฺมทฺทนปริมทฺทนปฺปเภทา จาติ ทสปฺปเภทา สกนาเมหิ ปริจฺฉินฺทิตฺวา วตฺถุชานนสจิตฺตกกาเล เอว อกุสลา, ตทภาวโต อจิตฺตกกาเล วินา อนาปตฺตาธิกรเณน กมฺมฏฺฐานาทิสีเสน กุสลจิตฺเตน ตํ ตํ วตฺถุํ วีติกฺกมนฺตสฺส อาปตฺติ เกวลํ รูปอพฺยากตเมว.

เกจิ ปเนตฺถ ‘‘อปฺปกาเส ฐาเน กฏิสุตฺตกสญฺญาย สงฺฆาณึ, มตฺติกาสญฺญาย คนฺธวณฺณกาทึ วา ธาเรนฺติยาปิ อาปตฺติ, ตสฺมา อจิตฺตกาเยวา’’ติ วณฺณยนฺติ. เต ‘‘สงฺฆาณิยา อสงฺฆาณิสญฺญาย ธาเรติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ ปาฐาภาวํ ทสฺเสตฺวา ปฏิกฺขิปิตพฺพา. สุราปานาปตฺติ ปน อจิตฺตกาปิ เอกนฺตากุสลาว. เตเนว ‘‘มชฺเช อมชฺชสญฺญี ปิวติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ (ปาจิ. ๓๒๘) วุตฺตํ. ยสฺมา ปเนตฺถ อาพาธปจฺจยาปิ น สกฺกา วินา อกุสเลน สุราปานํ ปาตุํ, ตสฺมา ยถาวุตฺเตสุ อเนกนฺตากุสเลสุ วิย โลกวชฺเชสุ อิธ ‘‘สุราปาเนสุ อนาปตฺติ อาพาธปจฺจยา’’ติ น วุตฺตํ. สูปสํปากาทิ ปน อมชฺชเมว. ตตฺถ กุกฺกุจฺจวิโนทนตฺถํ ‘‘อนาปตฺตี’’ติ วุตฺตํ อุทกทนฺตโปเณ วิย. ภูตาโรจนาปตฺติ รูปาพฺยากตเมว, อจิตฺตกกาเล สหเสยฺยาทิ รูปวิปากาพฺยากตเมว, ตตฺถ สุปินนฺโต วิชฺชมานมฺปิ อกุสลํ อนงฺคตฺตา อพฺโพหาริกํ โหติ. กุสเล กถาว นตฺถิ อนาปตฺติ สภาวตฺตา กุสลสฺส. ตถา กิริยาติ อิมินา นเยน สพฺพตฺถ ยถาสมฺภวํ อกุสลํ วา สุทฺธรูปํ วา สวิปากํ วาติ ติธา ภิชฺชตีติ อยมตฺโถ ทสฺสิโต โหติ.

ตตฺถ ฐเปตฺวา สุราปานํ เอกจฺจญฺจ ปณฺณตฺติวชฺชํ, เอกนฺตากุสลญฺจ สจิตฺตกเมว, ภูตาโรจนํ อจิตฺตกเมว, เสสํ สห สุราปาเนน อเนกนฺตากุสลํ โลกวชฺชญฺจ อเนกนฺตาพฺยากตํ ปณฺณตฺติวชฺชญฺจ เยภุยฺเยน สจิตฺตกาจิตฺตกนฺติ สพฺพสิกฺขาปทํ ติปฺปเภทํ โหติ. ยํ ปเนตฺถ สจิตฺตกเมว, ตํ เมถุนาทิวตฺถุชานนจิตฺเตเนว สจิตฺตกํ, สพฺพํ เสขิยํ ปณฺณตฺติชานนจิตฺเตเนว สจิตฺตกํ ‘‘อนาทริยํ ปฏิจฺจา’’ติ วจนโตติ สจิตฺตกํ ทุวิธํ โหติ. เอกนฺตาจิตฺตกํ ปณฺณตฺติชานนจิตฺตาภาเวน, น วตฺถุชานนจิตฺตาภาเวน. ตทภาวโต เอกนฺตากุสลํ สุราปานํ, เอกนฺตาพฺยากตํ สญฺจริตฺตํ, วตฺถุชานนจิตฺตสฺส วา ปณฺณตฺติชานนจิตฺตสฺส วา อุภินฺนํ อภาเวน อจิตฺตกภาเวน อจิตฺตกํ โหติ. สุราปานํ ปน สจิตฺตกํ โหติ วตฺถุชานนจิตฺเตเนว. อริยปุคฺคลานํ อิตเรสํ อุภินฺนํ วา อญฺญตรสฺส ภาเวน เสสํ จิตฺตกาจิตฺตกํ. วิเสสโต จ วตฺถุชานนจิตฺตาภาเวน, อปกตญฺญุโน ปณฺณตฺติชานนจิตฺตาภาเวน วา อจิตฺตกภาเวน อจิตฺตกํ โหติ. ตตฺถ เอกนฺตาจิตฺตกญฺจ สจิตฺตกญฺจ ‘‘อจิตฺตก’’มิจฺเจว วุจฺจติ. อยํ ตาว ‘‘อาปตฺติ ชานิตพฺพา’’ติ เอตฺถ วินิจฺฉโย.

มูลวิสุทฺธิยา อนฺตราปตฺตีติ อนฺตราปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา มูลายปฏิกสฺสนํ กตฺวา ฐิเตน อาปนฺนาปตฺติ. อยํ อคฺฆวิสุทฺธิยา อนฺตราปตฺตีติ สมฺพหุลา อาปตฺติโย อาปชฺชิตฺวา ตาสุ สพฺพจิรปฏิจฺฉนฺนวเสน อคฺฆสโมธานํ คเหตฺวา วสนฺเตน อาปนฺนาปตฺติ. ‘‘ปุนปิ อาปชฺชิสฺสามี’’ติ สอุสฺสาเหเนว จิตฺเตน. ‘‘อยํ ภิกฺขุนิยา เอวา’’ติ ลิขิตํ. ‘‘ปาราชิกเมวา’’ติ อิทญฺจ ภูตวเสน ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ‘‘เอวํ เทสิเต ปน ยา กาจิ อาปตฺติ น วุฏฺฐาตีติ อปเร, ตํ น คเหตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘ธมฺมิกสฺส ปฏิสฺสวสฺส อสจฺจาปเน’’ติ วุตฺตตฺตา อธมฺมิกปฏิสฺสเว ทุกฺกฏํ น โหติ. ‘‘ปุพฺเพ สุทฺธจิตฺตสฺส ‘ตุเมฺห วิพฺภมถา’ติ วุตฺเต ‘สาธู’ติ ปฏิสฺสุณิตฺวา สเจ น วิพฺภมติ อนาปตฺติ, เอวํ สพฺพตฺถา’’ติ จ วุตฺตํ. ‘‘อาวิกโร ชานิตพฺโพ’’ติปิ ปาฬิ. กาเลน วกฺขามิ, โน อกาเลนา’’ติอาทีสุ ปญฺจทสสุ ธมฺเมสุ. ภพฺพาปตฺติกา นาม อาปตฺตึ อาปชฺชิตุํ ภพฺพา.

ทุกวารวณฺณนา

๓๒๒. นิทหเน อาตเป. ‘‘เอกรตฺตมฺปิ เจ ภิกฺขุ ติจีวเรน วิปฺปวเสยฺย (ปารา. ๔๗๒). ฉารตฺตปรมํ เตนา’’ติอาทินา (ปารา. ๖๕๓) วุตฺตาปตฺติโก คณปูรโก หุตฺวาปิ กมฺมํ โกเปติ นานาสํวาสกตฺตา. กมฺเมน วา สลากคฺคาเหน วาติ เอตฺถ อุทฺเทโส เจว กมฺมญฺจ เอกนฺติ เอตฺถ ปาติโมกฺขุทฺเทโสติ วา กมฺมนฺติ วา อตฺถโต เอกเมว, เตสุ ยํ กิญฺจิ กเต สงฺฆเภโท โหตีติ อตฺโถ. ปุพฺพภาคาติ สงฺฆเภทโต ปุพฺพภาคา. ‘‘ปมาณ’’นฺติ อิเมสํ ทฺวินฺนํ อญฺญตเรน เภโท โหติ, น อิตเรหีติ วุตฺตํ. วินเย สิทฺธา วินยสิทฺธา, โรมชนปเท ชาตํ โรมกํ, อนุญฺญาตโลณตฺตา ทุเกสุ วุตฺตาติ.

ติกวารวณฺณนา

๓๒๓. โว ตุเมฺหหิ น สมุทาจริตพฺพํ. วจีสมฺปยุตฺตํ กายกิริยํ กตฺวาติ กาเยน นิปจฺจการํ กตฺวาติ อตฺโถ. อุปฆาเตติ วินาเสติ. โอมทฺทิตฺวาติ อภิภวิตฺวา. วทโตติ วทนฺตสฺส. ‘‘พาลสฺส นิสฺสโย ทาตพฺโพ’’ติ ทุเก อาคตํ, อิธ ปน ‘‘น ทาตพฺโพ’’ติ วุตฺตํ, อาปตฺติพาหุลฺลํ สนฺธาย นาทาตพฺพํ, ‘‘อิมสฺมา วิหารา ปรํ มา นิกฺขมาหิ, วินยธรานํ วา สนฺติกํ อาคจฺฉ วินิจฺฉยํ ทาตุ’’นฺติ วุตฺเต ตสฺส วจนํ น คเหตพฺพนฺติ อตฺโถ. ติกโภชนํ นาม สเจ ตโย หุตฺวา ภุญฺชนฺติ, คณโภชเนน อนาปตฺติ, อิทํ สนฺธาย ติกํ. ‘‘ปสุตฺโต’’ติ พาหุลฺลโต วุตฺตํ. อถ วา นิปชฺชิตฺวาติ อตฺโถ. ‘‘อิทํ ฐเปตฺวา คจฺฉามิ, ตาวกาลิกํ ภนฺเต เทถาติ วุตฺเต ‘นวกมฺมาทิอตฺถํ วินา ทาตุํ น วฏฺฏตี’’ติ ลิขิตํ. วิกปฺเปตฺวา ฐปิตํ วสฺสิกสาฏิกํ ปจฺฉิเม ปาฏิปททิวเส นิวาเสนฺโต ทุกฺกฏํ อาปชฺชตีติ อตฺโถ. อปจฺจุทฺธริตฺวาติ ปจฺจุทฺธรณํ อกตฺวาติ อตฺโถ. ‘‘วิกปฺเปตุ’’นฺติ วจนโต อวิกปฺปนปจฺจยา อาปตฺติ เหมนฺเต อาปชฺชติ, วิกปฺปนา ปน กตฺติกปุณฺณมทิวเส กาตพฺพาติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตนฺติ ญาตพฺพํ. อยํ นโย อวิกปฺปนํ สนฺธาย, ปุริโม วิกปฺปิตปริโภคปจฺจยาปตฺตึ สนฺธาย. วตฺถปฏิจฺฉาทิ สพฺพกปฺปิยตายาติ วตฺถปฏิจฺฉาทิ สพฺพตฺถ กปฺปิยตฺตาติ อตฺโถ. เกจิ อิมมตฺถํ อสลฺลกฺเขตฺวา ‘‘วตฺถปฏิจฺฉาทิ สพฺพกปฺปิยตา ตาย ปฏิจฺฉนฺเนนา’’ติ ลิขนฺติ. ‘‘วตฺถเมว ปฏิจฺฉาทิ วตฺถปฏิจฺฉาที’’ติ วิคฺคหตฺตา ‘‘ตายา’’ติ น ยุชฺชติ. ‘‘เตนา’’ติ ภวิตพฺพตฺตาติ อิทํ สพฺพํ อญฺญตรสฺมึ คณฺฐิปเท ลิขิตํ, วิจาเรตฺวา คเหตพฺพํ.

จตุกฺกวารวณฺณนา

๓๒๔. จตูหากาเรหิ อาปตฺตึ อาปชฺชติ…เป… กมฺมวาจาย อาปชฺชตีติ เอตฺถ ยญฺหิ อาปตฺตึ กมฺมวาจาย อาปชฺชติ, น ตตฺถ กายาทโยติ อาปนฺนํ, ตโต กมฺมวาจาย สทฺธึ อาปตฺติกรา ธมฺมา สตฺตาติ อาปชฺชติ, เอวํ สติ ‘‘ฉ อาปตฺติสมุฏฺฐานานี’’ติ วจนวิโรโธ, ตานิ เอว อาปตฺติกรา ธมฺมา นาม. อถ ตตฺถาปิ กายาทโย เอกโต วา นานาโต วา ลพฺภนฺติ, จตูหากาเรหีติ น ยุชฺชตีติ ‘‘ฉหากาเรหิ อาปตฺตึ อาปชฺชตี’’ติ วตฺตพฺพํ สิยาติ เอวํ เอตานิ สุตฺตปทานิ วิโรธิตานิ โหนฺติ. กถํ อวิโรธิตานิ? สวิญฺญตฺติกาวิญฺญตฺติกเภทภินฺนตฺตา. กายาทีนํ ยา กิริยา อาปตฺติ, นํ เอกจฺจํ กาเยน สวิญฺญตฺติเกน อาปชฺชติ, เอกจฺจํ สวิญฺญตฺติกาย วาจาย, เอกจฺจํ สวิญฺญตฺติกาหิ กายวาจาหิ อาปชฺชติ, ยา ปน อกิริยา อาปตฺติ, ตํ เอกจฺจํ กมฺมวาจาย อาปชฺชติ, ตญฺจ โข อวสิฏฺฐาหิ อวิญฺญตฺติกาหิ กายวาจาหิเยว, น วินา ‘‘โน เจ กาเยน วาจาย ปฏินิสฺสชฺชติ, กมฺมวาจาปริโยสาเน อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺสา’’ติ (ปารา. ๔๑๔) วจนโต, อวิเสเสน วา เอกจฺจํ อาปตฺตึ กาเยน อาปชฺชติ, เอกจฺจํ วาจาย, เอกจฺจํ กายวาจาหิ. ยํ ปเนตฺถ กายวาจาหิ, ตํ เอกจฺจํ เกวลาหิ กายวาจาหิ อาปชฺชติ, เอกจฺจํ กมฺมวาจาย อาปชฺชตีติ อยมตฺโถ เวทิตพฺโพติ เอวํ อวิโรธิตานิ โหนฺติ.

ตตฺรายํ สมาสโต อตฺถวิภาวนา – กาเยน อาปชฺชตีติ กาเยน สวิญฺญตฺติเกน อกตฺตพฺพํ กตฺวา เอกจฺจํ อาปชฺชติ, อวิญฺญตฺติเกน กตฺตพฺพํ อกตฺวา อาปชฺชติ, ตทุภยมฺปิ กายกมฺมํ นาม. อกตมฺปิ หิ โลเก ‘‘กต’’นฺติ วุจฺจติ ‘‘ทุกฺกฏํ มยา, ยํ มยา ปุญฺญํ น กต’’นฺติ เอวมาทีสุ, สาสเน จ ‘‘อิทํ เต, อาวุโส อานนฺท, ทุกฺกฏํ, ยํ ตฺวํ ภควนฺตํ น ปุจฺฉี’’ติ (จูฬว. ๔๔๓) เอวมาทีสุ, เอวมิธ วินยปริยาเยน กาเยน อกรณมฺปิ ‘‘กายกมฺม’’นฺติ วุจฺจติ. อยเมว นโย ‘‘วาจาย อาปชฺชตี’’ติอาทีสุ. ปุรตีติ ปุริโส, ปุร อคฺคคมเน. ปุรตีติ ปุรโต คจฺฉติ สพฺพกมฺเมสุ ปุพฺพงฺคโม โหติ. ปฐมุปฺปนฺนวเสนาติ ปฐมกปฺปิเยสุ หิ ปฐมํ ปุริสลิงฺคํ อุปฺปชฺชติ, ‘‘ปุริม’’นฺติ สงฺขํ คตํ ปุริสลิงฺคํ ชายตีติ อตฺโถ. สตํ ตึส จาติ เอตฺถ อสาธารณาปิ ปาราชิกา โน อนฺโตคธาเยว ชาตา ปาราชิกาปนฺนานํ ภิกฺขุภาวาย อภพฺพตฺตา. ‘‘อสาธารณวจเนน ปน สามญฺเญน อุทฺธฏานี’’ติ วทนฺติ. ‘‘สตญฺเจว ตึสญฺจ สิกฺขาปทานีติ ปาโฐ’’ติ จ วทนฺติ. ภิกฺขุสฺส จ ภิกฺขุนิยา จ จตูสุ ปาราชิเกสูติ สาธารเณสุ เอว. อตฺถิ วตฺถุนานตฺตตา โน อาปตฺตินานตฺตตาติ ปฐมปโญฺห อิธ ทุติโย นาม. อตฺถิ อาปตฺติสภาคตา โน วตฺถุสภาคตาติ เอเตน วิเสโส นตฺถิ. มนฺตาภาสาติ มติยา ภาสา. ‘‘อภิวาทนารหาติ ยถานิสินฺนาว สีสํ อุกฺขิปิตฺวา วนฺทนฺติ. นวมภิกฺขุนิโต ปฏฺฐาย อนุฏฺฐิตพฺพโต อาสนา น ปจฺจุฏฺเฐนฺติ. อวิเสเสนาติ อุปชฺฌายสฺส, อิตรสฺส วา วิปฺปกตโภชนสฺส, สมีปคโต โย โกจิ วุฑฺฒตโรติ อตฺโถ. วิปฺปกตโภชเนนาปิ หิ อุฏฺฐหิตฺวา อาสนํ ทาตพฺพํ. อิธ น กปฺปนฺตีติ วทนฺโตปีติ ปจฺจนฺติมชนปเทสุ ฐตฺวา ‘‘อิธ น กปฺปนฺตี’’ติ วทนฺโต วินยาติสารทุกฺกฏํ อาปชฺชติ. กปฺปิยญฺหิ ‘‘น กปฺปตี’’ติ วทนฺโต ปญฺญตฺตํ สมุจฺฉินฺทติ นาม. ตถา อิธ กปฺปนฺตีติอาทีสุปิ ฐตฺวา ‘‘อิธ กปฺปนฺตี’’ติ วทนฺโต วินยาคตภิกฺขุ วินโย ปุจฺฉิตพฺโพติ อตฺโถ.

ปญฺจกวารวณฺณนา

๓๒๕. น อุเปติ ปุคฺคโล. ‘‘นิมนฺติโต สภตฺโต สมาโน สนฺตํ ภิกฺขุํ อนาปุจฺฉา’’ติ (ปาจิ. ๒๙๙) วจนโต นิมนฺตนาภาวา ปิณฺฑปาติกสฺส อนามนฺตจาโร วฏฺฏติ. ‘‘คิลานสมโย’’ติอาทินา อาโภคํ กตฺวา โภชนํ อธิฏฺฐหิตฺวา โภชนํ นาม. ‘‘มยฺหํ ภตฺตปจฺจาสํ อิตฺถนฺนามสฺส ทมฺมี’’ติ เอวํ อวิกปฺปนา. ปรมฺมุเข อคุณวจนํ อยโส. สมฺมุขา ครหา. สีลทิฏฺฐิพฺยสนานํ วินยปริยาปนฺนตฺตา เตหิ สทฺธึ อิตเร ปญฺจกํ ปูเรตุํ วุตฺตา. ‘‘วินยธรปญฺจเมน คเณนา’’ติ (มหาว. ๒๕๙) วุตฺตตฺตา ปญฺจกํ ชาตํ. อญฺญตรสฺมึ วิหาเร เอโก เถโรติ อตฺโถ. ‘‘โยนกวิสยโตติ จีนฏฺฐานา’’ติ ลิขิตํ. อฏฺฐ กปฺเป อนุสฺสรีติ ปุพฺเพนิวาสญาณํ นิพฺพตฺเตสีติ อตฺโถ. อนนฺตเร ฐาเน ฐตฺวาติ อตฺโถ. ญตฺติยา กมฺมปฺปตฺโต หุตฺวาติ ญตฺติฏฺฐปิตกาเล กมฺมปฺปตฺโต โหติ. ปุน กมฺมวาจาย กมฺมสิทฺธิ. ญตฺติเขตฺตนฺติ ญตฺติยาว กาตพฺพฏฺฐานํ ตสฺสา เขตฺตํ, ญตฺติทุติยาทิกมฺเม ปฐมฏฺฐปนํ ตสฺสา โอกาโส นาม. อารญฺญเก อิทญฺจิทญฺจานิสํสนฺติ เอวํ อิทมตฺถิตนฺติ อตฺโถ.

ฉกฺกวารวณฺณนา

๓๒๖. ‘‘ฉพฺพสฺสปรมตา ธาเรตพฺพ’’นฺติ วิภงฺเค ปาฐตฺตา เอวํ วุตฺตํ. จุทฺทสปรมานิ นว ฉกฺกานิ โหนฺติ. กถํ? ปฐมํ เอกํ ฉกฺกํ, เสเสสุ อฏฺฐสุ เอเกเกน สทฺธึ เอเกกนฺติ เอวํ ตีณิ ฉกฺกานิ อนฺตรเปยฺยาเล วุตฺตานิ. กถํ? ‘‘จตุตฺเถน อาปตฺติสมุฏฺฐาเนน ฉ อาปตฺติโย อาปชฺชตี’’ติอาทินา นเยน ปญฺจเมน, ฉฏฺเฐน จ ตีณิ ฉกฺกานิ. โลภาทโย ฉ วิวาทมูลานิ, ตถา อนุวาทสฺส. ทีฆโส ฉ วิทตฺถิโย วสฺสิกสาฏิกาย. ติริยํ ฉ วิทตฺถิโย สุคตจีวรสฺส. วิปฺปกตจีวรํ อาทาย ปกฺกมเน นิฏฺฐานนฺติโก, สนฺนิฏฺฐานนาสน สวน สีมาติกฺกนฺติกสหุพฺภาราติ ฉ, สมาทาย วาเรปิ ฉาติ ฉกฺกทฺวยํ. สตฺตเก ปกฺกมนนฺติเกน สห สตฺต.

สตฺตกวารวณฺณนา

๓๒๗. ฉกฺเก วุตฺตานิเยว สตฺตกวเสน โยเชตพฺพานีติ ฉกฺเก วุตฺตจุทฺทสปรมานิ สตฺตกวเสน โยเชตพฺพานิ. สตฺตเม อรุณุคฺคมเน นิสฺสคฺคิยนฺติ ‘‘ฉารตฺตปรมํ เตน ภิกฺขุนา เตน จีวเรน วิปฺปวสิตพฺพํ, ตโต เจ อุตฺตริ วิปฺปวเสยฺยา’’ติ เอวํ วุตฺตํ นิสฺสคฺคิยํ โหติ. จมฺเปยฺยกฺขนฺธเก สุคตจีวรภาณวารสฺส ปรโต ‘‘อิธ ปน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุสฺส น โหติ อาปตฺติ ทฏฺฐพฺพา, ตเมนํ โจเทติ สงฺโฆ วา สมฺพหุลา วา เอกปุคฺคโล วา’’ติอาทินา นเยน วุตฺตสตฺตกาติ.

อฏฺฐกวารวณฺณนา

๓๒๘. เตน สทฺธึ อุโปสถาทิกรณํ อานิสํโส, อกรณํ อาทีนโว, ตสฺมา เอเต อฏฺฐานิสํเส สมฺปสฺสมาเนนาติ อตฺโถ. ‘‘อยโส อกฺโกโส’’ติ วุตฺตํ. ปุพฺเพวสฺส โหติ ‘‘มุสา ภณิสฺส’’นฺติ, ภณนฺตสฺส โหติ ‘‘มุสา ภณามี’’ติ, ภณิตสฺส โหติ ‘‘มุสา มยา ภณิต’’นฺติ, วินิธาย ทิฏฺฐึ ขนฺตึ รุจึ ภาวํ สญฺญนฺติ เอวํ อกปฺปิยกตํ โหติ อปฺปฏิคฺคหิตกตนฺติอาทโย อฏฺฐ อนติริตฺตา. สปฺปิอาทิ อฏฺฐเม อรุณุคฺคมเน นิสฺสคฺคิยํ โหติ. อฏฺฐวาจิกา ภิกฺขุนีนํ อุปสมฺปทา อุภโตญตฺติจตุตฺถตฺตา. วสฺสิกสาฏิกทานาทีนิ อฏฺฐ วรานิ.

นวกวารวณฺณนา

๓๒๙. นวหิ ภิกฺขูหิ ภิชฺชติ. มนุสฺสมํสวชฺเชหิ นว มํเสหิ วินิจฺฉโย. สุนฺทรํ น สุนฺทรนฺติ สงฺฆาฏิอาทีนิ นว จีวรานิ. ตาเนว อธิฏฺฐิตกาลโต ปฏฺฐาย น วิกปฺเปตพฺพานิ, อธิฏฺฐิตกาลโต ปฏฺฐาย อปจฺจุทฺธริตฺวา น วิกปฺเปตพฺพานีติ อธิปฺปาโย. นว วิทตฺถิโย สุคตจีวรสฺส. ‘‘วคฺคํ ภิกฺขุนิสงฺฆํ วคฺคสญฺญี โอวทตี’’ติอาทินา นเยน อธมฺมกมฺเม เทฺว นวกานิ ปาจิตฺติยวเสน วุตฺตานิ.

ทสกวารวณฺณนา

๓๓๐. ‘‘โอรมตฺตกญฺจ อธิกรณํ โหติ, น จ คติคต’’นฺติอาทินา (จูฬว. ๒๐๔) ทส อธมฺมิกา สลากคฺคาหา. วิปรีตา ธมฺมิกา. สมถกฺขนฺธเก วุตฺเตหิ สมนฺนาคโต โหตีติ สมฺพนฺโธ. ‘‘สํกจฺจิกํ วา ปกฺขิปิตฺวา ทสา’’ติ วุตฺตํ กปฺปิยตฺตา เอเตสํ. มาตุรกฺขิตาทโย ทส อิตฺถิโย. ธนกฺกีตาทโย ทส ภริยา. ‘‘สิกฺขาสมฺมุตึ ทตฺวา ทสวสฺสาย ตสฺสา ทฺวาทสวสฺสกาเล สยมฺปิ ทฺวาทสวสฺสา ภวิสฺสตี’’ติ วุฏฺฐาปนสมฺมุติ สาทิตพฺพา. ‘‘วินยธรสฺเสว ‘อาปตฺตานาปตฺตึ น ชานาตี’ติ อารพฺภ ยาว ‘อุภยานิ โข ปนสฺส…เป… อนุพฺยญฺชนโส’ติ ปญฺจงฺคานิ วตฺวา ปุนปิ ‘อาปตฺตานาปตฺตึ น ชานาติ’จฺเจว อารพฺภ ยาว ‘อธิกรเณ จ น วินิจฺฉยกุสโล โหตี’ติ ปญฺจ วุตฺตา, เต ตถา ตถา ปญฺจ ปญฺจ กตฺวา ทส โหนฺตี’’ติ ลิขิตํ. ‘‘ทสวสฺสาย ภิกฺขุนิยา นิสฺสโย ทาตพฺโพ’’ติ เอกจฺเจสุ โปตฺถเกสุ นตฺถิ, กิญฺจาปิ นตฺถิ, ปาโฐ เอว ปน โหติ.

เอกาทสกวารวณฺณนา

๓๓๑. น โวทายนฺติ น ปกาเสนฺติ. โรคเมว โรคาตงฺกํ. โรคนฺตรายํ วา.

เอกุตฺตริกนยวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อุโปสถาทิปุจฺฉาวิสฺสชฺชนาวณฺณนา

๓๓๒. ‘‘สงฺฆํ, ภนฺเต, ปวาเรมี’’ติอาทิ ปวารณกถา นาม วินีตคาถาสุ วิย.

อตฺถวสปกรณวณฺณนา

๓๓๔. ทส อตฺถวเส ปฏิจฺจาติ เอตฺถ ตสฺส ตสฺส สิกฺขาปทสฺส ปญฺญาปเน คุณวิเสสทีปนโต, อปญฺญาปเน อาทีนวทสฺสนโต จ สงฺฆสุฏฺฐุตา โหติ. ตตฺถ ยถาสมฺภวํ โลกวชฺชสฺส อปณฺณตฺติสมฺภวสฺส ปญฺญาปเน ปโยควิสุทฺธิ คุโณ. ปณฺณตฺติสมฺภวสฺส ปน เสขิยสฺส โลกวชฺชสฺส ปญฺญาปเน ปฏิปตฺติวิสุทฺธิ คุโณ, ปณฺณตฺติวชฺชสฺส อาสยวิสุทฺธิ คุโณ อปฺปิจฺฉาทิคุณาวหนโต, เตเนวาห ‘‘สุภรตาย สุโปสตาย อปฺปิจฺฉตาย อปฺปิจฺฉสฺส วณฺณํ ภาสิตฺวา’’ติ. สมณาจารวิสุทฺธิ จสฺส คุโณติ เวทิตพฺพํ. อถ วา โลกวชฺชสฺส ปญฺญาปเน สงฺฆสุฏฺฐุตา โหติ ปากฏาทีนวโต, ปณฺณตฺติวชฺชสฺส ปญฺญาปเน สงฺฆผาสุตา โหติ ปากฏานิสํสตฺตา. ตถา ปฐเมน ทุมฺมงฺกูนํ นิคฺคโห, ทุติเยน เปสลานํ ผาสุวิหาโร, ปฐเมน สมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาโต, ทุติเยน ทิฏฺฐธมฺมิกานํ, ตถา ปฐเมน อปฺปสนฺนานํ ปสาโท, ทุติเยน ปสนฺนานํ ภิยฺโยภาโว, ตถา ปฐเมน สทฺธมฺมฏฺฐิติ, ทุติเยน วินยานุคฺคโห โหตีติ เวทิตพฺโพ. ปริวารนเยน วา ปฐเมน ปาปิจฺฉานํ ภิกฺขูนํ ปกฺขุปจฺเฉโท, ทุติเยน คิหีนํ อนุกมฺปา โหติ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘เทฺว อตฺถวเส ปฏิจฺจ ตถาคเตน สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ คิหีนํ อนุกมฺปาย ปาปิจฺฉานํ ปกฺขุปจฺเฉทายา’’ติ (ปริ. ๔๙๘). ตถา ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกานํ เวรานํ วชฺชานํ อกุสลานํ วเสนปิ โยชนา กาตพฺพา. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘เทฺว อตฺถวเส…เป… ปญฺญตฺตํ ทิฏฺฐธมฺมิกานํ เวรานํ สมฺปรายิกานํ เวรานํ ปฏิฆาตายา’’ติอาทิ (ปริ. ๔๙๘). อปิเจตฺถ สพฺพมฺปิ อกตวิญฺญตฺติปฏิสํยุตฺตํ, คิหีนํ ปีฬาปฏิสํยุตฺตํ, เตสํ ปสาทโภคกฺขยรกฺขาปฏิสํยุตฺตญฺจ คิหีนํ อนุกมฺปาย ปญฺญตฺตํ นาม, กุลทูสกคณโภชนานิ ปาปิจฺฉานํ ปกฺขุปจฺเฉทาย ปญฺญตฺตํ. สพฺพํ โลกวชฺชํ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกเวราทิปฏิฆาตาย, มาตุคาเมน สํวิธานํ ทิฏฺฐธมฺมิกเวราทิสํวราย ปญฺญตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อปิเจตฺถ อาทิโต ปฏฺฐาย ทสอตฺถวสปกรณเมว นิสฺสาย วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ.

วตฺถุวีติกฺกเมน ยํ, เอกนฺตากุสลํ ภเว;

ตํ สงฺฆสุฏฺฐุภาวาย, ปญฺญตฺตํ โลกวชฺชโต.

ปาราชิกาทึ,

ปญฺญตฺติชานเนเนว, ยตฺถาปตฺติ น อญฺญถา;

ตํ ธมฺมฏฺฐิติยา วาปิ, ปสาทุปฺปาทพุทฺธิยา.

ธมฺมเทสนาปฏิสํยุตฺตํ อิตรญฺจ เสขิยํ, อิทํ ปณฺณตฺติสมฺภวํ โลกวชฺชํ นาม. วตฺถุโน, ปญฺญตฺติยา วา วีติกฺกมเจตนายาภาเวปิ ปฏิกฺขิตฺตสฺส กรเณ, กตฺตพฺพสฺส อกรเณ วา สติ ยตฺถ อาปตฺติ ปโหติ, ตํ สพฺพํ ฐเปตฺวา สุราปานํ ปณฺณตฺติวชฺชนฺติ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ อุกฺโกฏนเก ปาจิตฺติยํ, ‘‘โย ปน ภิกฺขุ ธมฺมิกานํ กมฺมานํ ฉนฺทํ ทตฺวา ปจฺฉา ขียนธมฺมํ อาปชฺเชยฺย, ปาจิตฺติยํ (ปาจิ. ๔๗๕), โย ปน ภิกฺขุ สงฺเฆ วินิจฺฉยกถาย วตฺตมานาย ฉนฺทํ อทตฺวา อุฏฺฐายาสนา ปกฺกเมยฺย, ปาจิตฺติยํ (ปาจิ. ๔๘๐), โย ปน ภิกฺขุ สมคฺเคน สงฺเฆน จีวรํ ทตฺวา ปจฺฉา ขียนธมฺมํ อาปชฺเชยฺย…เป… ปาจิตฺติย’’นฺติ (ปาจิ. ๔๘๕) เอวมาทิ สงฺฆผาสุตาย ปญฺญตฺตํ. ‘‘อญฺญวาทเก วิเหสเก ปาจิตฺติยํ (ปาจิ. ๑๐๑), ปาราชิกาทีหิ อนุทฺธํสเน สงฺฆาทิเสสาทิ จ ทุมฺมงฺกูนํ นิคฺคหาย, อนุปขชฺชนิกฺกฑฺฒนอุปสฺสูติสิกฺขาปทาทิ เปสลานํ ผาสุวิหาราย, สพฺพํ โลกวชฺชํ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาตาย, สพฺพํ ปณฺณตฺติวชฺชํ ทิฏฺฐธมฺมิกานเมว สํวราย. สพฺพํ คิหิปฏิสํยุตฺตํ อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ปสนฺนานํ วา ภิยฺโยภาวาย จ. วิเสเสน อริฏฺฐสมณุทฺเทสสิกฺขาปทํ, สามญฺเญน ปจฺจเยสุ มริยาทปฏิสํยุตฺตญฺจ สทฺธมฺมฏฺฐิติยา, ‘‘อปฺปิจฺฉสฺสายํ ธมฺโม, นายํ ธมฺโม มหิจฺฉสฺสา’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๕๘; อ. นิ. ๘.๓๐) อาทิสุตฺตเมตฺถ สาธกํ. ‘‘สิกฺขาปทวิวณฺณเก (ปาจิ. ๔๓๙) โมหนเก ปาจิตฺติย’’นฺติอาทิ (ปาจิ. ๔๔๔) วินยานุคฺคหาย ปญฺญตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ‘‘ภูตคามปาตพฺยตาย ปาจิตฺติย’’นฺติ (ปาจิ. ๙๐) อิทํ กิมตฺถนฺติ เจ? อปฺปสนฺนานํ ปสาทาย, ปสนฺนานํ ภิยฺโยภาวาย จ. กถํ?

‘‘ภูตคาโม สชีโวติ, อวิปลฺลตฺตทิฏฺฐิโน;

ตสฺส โกปนสญฺญาย, ปสาโท พุทฺธสาวเก.

‘‘นิชฺชีวสญฺญิตํเปตํ, อโกเปนฺโต กถํ มุนิ;

ชีวํ โกเปยฺย นิทฺโทโส, มจฺฉมํสานุชานเน.

เอวมฺปิ –

‘‘ตสฺส โกปนสญฺญาย, ปสาโท พุทฺธสาวเก;

ยโต ติตฺถกราวิเม, วิรตา ภูตคามโต;

โลกสฺส จิตฺตรกฺขตฺถํ, ตโตปิ วิรโต มุนี’’ติ. –

ปสนฺนานํ ภิยฺโยภาโว โหติ.

วิวิตฺตเสนาสนโภคตณฺหาวเสนนิชฺชีวมิตารกฺขํ;

พุทฺโธภินินฺนญฺจ วิวชฺชยนฺโต;

สิกฺขาปทํ ตตฺถ จ ปญฺญเปสิ.

นิชฺชีวสฺสาปิ มํสสฺส, ขาทนกํ ยตึ ปติ;

นินฺทมานํ ชนํ ทิสฺวา, ภูตคามํ ปริจฺจชิ.

ติโกฏิปริสุทฺธตฺตา, มจฺฉมํสานุชานเน;

ปฏิจฺจ มํสานุชานนํ, กมฺเม ทิฏฺฐิปฺปสงฺคภยา.

อปริกฺขกสฺส โลกสฺส, ปรานุทฺทยตาย จ;

ภูตคามปาตพฺยตาย, ปาณาติปาตปฺปสงฺคภยา.

ตตฺถ ปริยายวจนํ อนุชานิ ภควา, อุทฺทิสฺส กตํ ปฏิกฺขิปิ ปรสฺส วา ปาปปฺปสงฺคภเยน. อิธ ปน ภูตคามปาตพฺยตาย ปาปาภาวญาปนตฺถํ อตฺตุทฺเทสิกํ วิหารํ, กุฏิญฺจ อนุชานีติ เวทิตพฺพํ. ปกิริยนฺติ เอตฺถ เต เต ปโยชนวิเสสสงฺขาตา อตฺถวสาติ อตฺถวสปกรณนฺติ.

มหาวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.