เสทโมจนคาถาวณฺณนา

อวิปฺปวาสปญฺหาวณฺณนา

๔๗๙. ตหินฺติ ตสฺมึ ปุคฺคเล. อกปฺปิยสมฺโภโค นาม เมถุนธมฺมาทิ. ‘‘วรเสนาสนรกฺขณตฺถาย วิสฺสชฺเชตฺวา ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏตี’’ติ ครุภณฺฑวินิจฺฉเย วุตฺโต. เอกาทสาวนฺทิเย ปณฺฑกาทโย เอกาทส. อุเปติ สปริสํ. น ชีวติ นิมฺมิตรูปตฺตา. ‘‘อุพฺภกฺขเกน วทามี’’ติ อิมินา มุเข เมถุนธมฺมาภาวํ ทีเปติ. อโธนาภิวิวชฺชเนน วจฺจมคฺคปฺปสฺสาวมคฺเคสุ. คามนฺตรปริยาปนฺนํ นทิปารํ โอกฺกนฺตภิกฺขุนึ สนฺธายาติ ภิกฺขุนิยา คามาปริยาปนฺนปรตีเร นทิสมีปเมว สนฺธาย วุตฺตา. ตตฺถ ปรตีเร คามูปจาโร เอกเลฑฺฑุปาโต นทิปริยนฺเตน ปริจฺฉินฺโน, ตสฺมา ปรตีเร รตนมตฺตมฺปิ อรญฺญํ น อตฺถิ, ตญฺจ ติณาทีหิ ปฏิจฺฉนฺนตฺตา ทสฺสนูปจารวิรหิตํ กโรติ. ตตฺถ อตฺตโน คาเม อาปตฺติ นตฺถิ. ปรตีเร ปน เอกเลฑฺฑุปาตสงฺขาเต คามูปจาเรเยว ปทํ ฐเปติ. อนฺตเร อภิธมฺมวเสน อรญฺญภูตํ สกคามํ อติกฺกมติ นาม, ตสฺมา คณมฺหา โอหียนา จ โหตีติ ญาตพฺพํ. เอตฺตาวตาปิ สนฺโตสมกตฺวา วิจาเรตฺวา คเหตพฺพํ. ภิกฺขูนํ สนฺติเก อุปสมฺปนฺนา ปญฺจสตา มหาปชาปติปฺปมุขา. มหาปชาปติปิ หิ อานนฺทตฺเถเรน ทินฺนโอวาทสฺส ปฏิคฺคหิตตฺตา ภิกฺขูนํ สนฺติเก อุปสมฺปนฺนา นาม.

ปาราชิกาทิปญฺหาวณฺณนา

๔๘๐. ‘‘ทุสฺสกุฏึ สนฺธายา’’ติ สห ทุสฺเสน วีติกฺกมนสฺส สกฺกุเณยฺยตาย วุตฺตํ. ลิงฺคปริวตฺเต ปฏิคฺคหณสฺส วิชหนโต สามํ คเหตฺวา ภุญฺชิตุํ น วฏฺฏติ. กากอูหทนํ วาติ กาเกน อูหทนํ วา. ‘‘ตโย ปุริเสปิ อุปคนฺตฺวา’’ติ ปาฐเสโส.

ปาจิตฺติยาทิปญฺหาวณฺณนา

๔๘๑. เมถุนธมฺมปจฺจยา นาม กายสํสคฺโค. ตํเหตุ เมถุนธมฺมสฺส ปุพฺพภาคภูตํ กายสํสคฺคํ วายามนฺติยาติ อฏฺฐวตฺถุปูรณํ สนฺธาย. ปริโภคปฺปจฺจยาติ ปริโภคการณา. ตสฺมาติ ยสฺมา ปริโภคปฺปจฺจยา อาปชฺชติ, ตสฺมา โภชนปริโยสาเน โหตีติ อตฺโถ. โปราณโปตฺถเกสุ ‘‘ตสฺสา’’ติ ปาโฐ. ‘‘การณวจนํ สุนฺทรํ โภชนปริจฺเฉททสฺสนโต’’ติ วทนฺติ.

เสทโมจนคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.