ปญฺจวคฺโค
กมฺมวคฺควณฺณนา
๔๘๓. ‘‘อุมฺมตฺตกสมฺมุตึ อุมฺมตฺตเก ยาจิตฺวา คเต อสมฺมุขาปิ ทาตุํ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ นิสินฺเนปิ น กุปฺปติ นิยมาภาวา. อสมฺมุขา กเต โทสาภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘อสมฺมุขากตํ สุกตํ โหตี’’ติ วุตฺตํ. ทูเตน อุปสมฺปทา ปเนตฺถ สมฺมุขา กาตุํ น สกฺกา. กมฺมวาจานานตฺตสภาวา ปตฺตนิกฺกุชฺชนาทโย หตฺถปาสโต อปเนตฺวา กาตพฺพา, เตน วุตฺตํ ‘‘อสมฺมุขา กตํ สุกตํ โหตี’’ติ. ‘‘ปุจฺฉิตฺวา โจเทตฺวา สาเรตฺวา กาตพฺพํ อปุจฺฉิตฺวา อโจเทตฺวา อสาเรตฺวา กโรตี’’ติ อยํ วจนตฺโถ. ฐเปตฺวา กตฺติกมาสนฺติ โส ปวารณามาโส, เทฺว จ ปุณฺณมาสิโยติ ปฐมทุติยวสฺสูปคตานํ ปวารณา ปุณฺณมาสา เทฺว.
๔๘๕. ปทํ วา ฉฑฺเฑตีติ อตฺโถ. ก-วคฺคาทีสุ ปญฺจสุ. ครุกนฺติ ทีฆํ, สํโยคปรญฺจ. ‘‘พุทฺธรกฺขิตตฺเถรสฺส ยสฺส นกฺขมตี’’ติ เอตฺถ ต-การก-การา สํโยคปรา. ทีเฆ วตฺตพฺเพ รสฺสนฺติ ‘‘โส ตุณฺหี อสฺสา’’ติ วตฺตพฺเพ โส ตุณฺหิ อสฺสาติ วจนํ.
๔๘๖. เสสฏฺฐกถาสุ วุตฺตวจนํ กุรุนฺทิยํ ปากฏํ กตฺวา ‘‘นิสีทิตุํ น สกฺโกนฺตี’’ติ วุตฺตํ.
๔๘๗-๘. ปริสุทฺธสีลา จตฺตาโร ภิกฺขูติ ปาราชิกํ อนาปนฺนา. น เตสํ ฉนฺโท วา ปาริสุทฺธิ วา เอตีติ ตีสุ, ทฺวีสุ วา นิสินฺเนสุ เอกสฺส, ทฺวินฺนํ วา ฉนฺทปาริสุทฺธิ อาหฏาปิ อนาหฏาว.
อปโลกนกมฺมกถาวณฺณนา
๔๙๕-๖. กายสมฺโภคสามคฺคิทานสหเสยฺยปฏิคฺคหณาทิ อิมสฺส อปโลกนกมฺมสฺส ฐานํ โหตีติ เอวมฺปิ อปโลกนกมฺมํ ปวตฺตตีติ อตฺโถ. กมฺมญฺเญว ลกฺขณนฺติ กมฺมลกฺขณํ. โอสารณนิสฺสารณภณฺฑุกมฺมาทโย วิย กมฺมญฺจ หุตฺวา อญฺญญฺจ นามํ น ลภติ, กมฺมเมว หุตฺวา อุปลกฺขียตีติ กมฺมลกฺขณํ อุปนิสฺสโย วิย. เหตุปจฺจยาทิลกฺขณวิมุตฺโต หิ สพฺโพ ปจฺจยวิเสโส ตตฺถ สงฺคยฺหติ, เอวมฺปิ ‘‘กมฺมลกฺขณเมวา’’ติ วุตฺตํ. กมฺมลกฺขณํ ทสฺเสตุํ ‘‘อจฺฉินฺนจีวรชิณฺณจีวรนฏฺฐจีวราน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘ตโต อติเรกํ เทนฺเตน อปโลเกตฺวา ทาตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ อปโลกนํ กมฺมลกฺขณเมว. เอวํ สพฺพตฺถ ลกฺขณํ เวทิตพฺพํ. อิณปลิโพธมฺปีติ สเจ ตาทิสํ ภิกฺขุํ อิณายิกา ปลิพุชฺฌนฺติ. ตตฺรุปฺปาทโต ทาตุํ วฏฺฏติ. อนฺตรสนฺนิปาโตติ อุโปสถปฺปวารณาทิมหาสนฺนิปาเต ฐเปตฺวา อนฺตรา มงฺคลุจฺจารณาทิ. อุปนิกฺเขปโตติ เจติยสฺส อาปทตฺถาย นิกฺขิตฺตโต. ‘‘อญฺญา กติกา กาตพฺพา’’ติ เย รุกฺเข อุทฺทิสฺส ปุพฺเพ กติกา กตา, เตหิ อิเมสํ อญฺญตฺตาติ วุตฺตํ. ‘‘สเจ ตตฺถ มูเล’’ติ ปุพฺเพ ‘‘อิโต ปฏฺฐาย ภาเชตฺวา ขาทนฺตู’’ติ วจเนน ปุคฺคลิกปริโภโค ปฏิกฺขิตฺโต โหติ. อนุวิจริตฺวาติ ปจฺฉโต ปจฺฉโต คนฺตฺวา. เตสํ สนฺติกา ปจฺจยํ ปจฺจาสีสนฺเตนาติ อตฺโถ. มูลภาคนฺติ ทสมภาคํ กตฺวา. ปุพฺพกาเล ทสมภาคํ กตฺวา อทํสุ, ตสฺมา ‘‘มูลภาโค’’ติ วุตฺตํ. อกตาวาสํ วา กตฺวาติ อุปฺปนฺนอาเยน. ชคฺคิตกาเลเยว น วาเรตพฺพาติ ชคฺคิตา หุตฺวา ปุปฺผผลภริตกาเลติ อตฺโถ. ชคฺคนกาเลติ ชคฺคิตุํ อารทฺธกาเล. ญตฺติกมฺมฏฺฐานเภเท ปนาติ ญตฺติกมฺมสฺส ฐานเภเท.
อิทํ ปเนตฺถ ปกิณฺณกํ – อตฺถิ สงฺฆกมฺมํ สงฺโฆ เอว กโรติ, น คโณ, น ปุคฺคโล, ตํ อปโลกนกมฺมสฺส กมฺมลกฺขเณกเทสํ ฐเปตฺวา อิตรํ จตุพฺพิธมฺปิ กมฺมํ เวทิตพฺพํ. อตฺถิ สงฺฆกมฺมํ สงฺโฆ จ กโรติ, คโณ จ กโรติ, ปุคฺคโล จ กโรติ, ตํ ปุพฺเพ ฐปิตํ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘ยสฺมึ วิหาเร เทฺว ตโย ชนา วสนฺติ, เตหิ นิสีทิตฺวา กตมฺปิ สงฺเฆน กตสทิสเมว. ยสฺมึ ปน วิหาเร เอโก ภิกฺขุ โหติ, เตน ภิกฺขุนา’’ติอาทิ (ปริ. อฏฺฐ. ๔๙๕-๔๙๖). อตฺถิ คณกมฺมํ สงฺโฆ จ กโรติ, คโณ จ กโรติ, ปุคฺคโล จ กโรติ, ตํ โย ปาริสุทฺธิอุโปสโถ อญฺเญสํ สนฺติเก กรียติ, ตสฺส วเสน เวทิตพฺพํ. อตฺถิ คณกมฺมํ คโณว กโรติ, น สงฺโฆ, น ปุคฺคโล, ตํ โย ปาริสุทฺธิอุโปสโถ อญฺญมญฺญํ อาโรจนวเสน กรียติ, ตสฺส วเสน เวทิตพฺพํ. อตฺถิ ปุคฺคลกมฺมํ ปุคฺคโลว กโรติ, น สงฺโฆ, น คโณ, ตํ อธิฏฺฐานุโปสถวเสน เวทิตพฺพํ. อตฺถิ คณกมฺมํ เอกจฺโจว คโณ กโรติ, เอกจฺโจ น กโรติ, ตตฺถ อญตฺติกํ เทฺวเยว กโรนฺติ, น ตโย. สญตฺติกํ ตโยว กโรนฺติ, น ตโต อูนา วา อธิกา วาติ.
อปญฺญตฺเตปญฺญตฺตวคฺควณฺณนา
๕๐๐. กกุสนฺธโกณาคมนกสฺสปา เอว หิ สตฺต อาปตฺติกฺขนฺเธ ปญฺญเปสุํ. วิปสฺสีอาทโย ปน โอวาทปาติโมกฺขํ อุทฺทิสึสุ, น สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสุํ.
นิคมนกถาวณฺณนา
อุภโตวิภงฺคขนฺธกปริวาเรหิ วิภตฺตํ เทสนํ อตฺถิ ตสฺส วินยปิฏกสฺส, นาเมน สมนฺตปาสาทิกา นาม สํวณฺณนา ‘‘สมนฺตปาสาทิกา นามา’’ติ วุตฺตวจนสํวณฺณนา สมตฺตาติ อาห. ตตฺถ ปธานฆเร. อิทฺธา อตฺถวินิจฺฉยาทีหิ.
สมฺมา อุทิโต สมุทิโต, เต คุเณ อกิจฺเฉน อธิคโต อธิกปฺปมาณคุเณหิ วา สมุทิโต, เตน สมุทิเตน ‘‘คตานํ ธมฺมานํ คติโย สมนฺเนสตี’’ติ วุตฺตาย สติยา อุปฺปาทิตา สทฺธาทโย ปรมวิสุทฺธา นาม สมนฺนารกฺขตฺตา. อิติ สติปิ สทฺธาทีหิ วุตฺตา โหติ. เอวํ สนฺเต เอตฺถ วุตฺเต จตุพฺพิเธ สีเล ปาติโมกฺขสํวรสีลํ สทฺธา มณฺเฑติ. สทฺธาสาธนญฺหิ ตํ. อินฺทฺริยสํวราชีวปาริสุทฺธิปจฺจยปริโภคสีลานิ ปฏิมณฺเฑนฺติ สติวีริยปญฺญาโยติ ยถาโยคํ เวทิตพฺพํ. อปิจ สทฺธา จ พุทฺธิรหิตา อวิสุทฺธา โหติ พุทฺธิยา ปสาทเหตุตฺตา. พุทฺธิโย ปน ตสฺสานุภาเวน ปรมวิสุทฺธา นาม โหนฺติ. ปญฺญา สทฺธารหิตา เกราฏิกปกฺขํ ภชติ, สทฺธายุตฺตา เอว วิสุทฺธา โหติ. วีริยญฺจ สมาธิรหิตํ อุทฺธจฺจาย สํวตฺตติ, น สมาธิยุตฺตนฺติ วีริยสฺส สุทฺธวจนโต สมาธิปิ วุตฺโต โหติ, เอวํ ปรมวิสุทฺธา สทฺธาทโยปิ ปาติโมกฺขํ ปฏิมณฺเฑนฺตีติ ญาตพฺพํ. กถํ? ปฏิปตฺติเทสเก สตฺถริ จ ปฏิปตฺติยญฺจ ปฏิปตฺติผเล จ สทฺธาย วินา สีลสมาทานํ, สมาทินฺนวิโสธนญฺจ กาตุํ น สกฺกาติ สทฺธา ปาติโมกฺขํ ปฏิมณฺเฑติ. ตตฺถ ‘‘อิติปิ โส ภควา’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๒๕๕; ม. นิ. ๑.๗๔; สํ. นิ. ๑.๒๔๙) สตฺถริ จ ปูเชตุํ สกฺโกติ. ปฏิปตฺติยํ สีลวิปตฺติสมฺปตฺติมูลเก สนฺทิฏฺฐิกสมฺปรายิกผเล จ สทฺธาปวตฺติ วิตฺถารโต ญาตพฺพา, สีลวิปตฺติสมฺปตฺตินิมิตฺตํ อาทีนวมานิสํสญฺจ อาทีนวปริจฺจาเค, อานิสํสสมฺปาทเน จ อุปายํ ทิสฺวา ตถา ปวตฺตมานา ปญฺญา ปาติโมกฺขสํวรํ ปฏิมณฺเฑติ. ‘‘อติสีต’’นฺติอาทินา อปฺปวตฺตนารหํ โกสชฺชํ ‘‘โย จ สีตญฺจ อุณฺหญฺจา’’ติ วุตฺตานุสาเรน ปชหิตฺวา อนุปฺปนฺนุปฺปนฺนานํ อสํวรสํวรานํ อนุปฺปาทนปชหนอุปฺปาทนวฑฺฒนวเสน ปวตฺตมานวีริยํ ปาติโมกฺขํ ปฏิมณฺเฑติ, อิมินา นเยน อินฺทฺริยสํวราทีสุปิ โยเชตพฺพํ. จตุนฺนมฺปิ สงฺคหวตฺถูนํ อนุกูลสมุทาจาโร อิธ อาจาโรติ เวทิตพฺโพ. อชฺชว-วจเนน ลาภสกฺการเหตุ กายทุจฺจริตาทิกุฏิลกรมายาสาเฐยฺยปฏิปกฺขอชฺชวธมฺมสมาโยคทีปเนน อโลภชฺฌาสยตา ทีปิตา. มทฺทว-วจเนน กกฺขฬภาวกรปฏิฆาทิปฏิปกฺขภูตเมตฺตาทิมทฺทวธมฺมสมาโยคทีปเนน หิตชฺฌาสยาทีนิ ทีปิตานิ โหนฺติ. อาทิ-สทฺเทน ‘‘ขนฺติ จ โสรจฺจญฺจ สาขลฺยญฺจ ปฏิสนฺถาโร จา’’ติอาทินา (ธ. ส. ทุกมาติกา ๑๒๕-๑๒๖) วุตฺตธมฺเมหิ สมาโยโค ทีปิโต โหติ. อิธ วุตฺตา อชฺชวมทฺทวาทโย คุณา สีลสมฺปตฺติยา เหตู จ โหนฺติ สีลสมฺปตฺติผลญฺจ ตํสมฺปาทนโต. สกสมโยติ จตุปริสา. เอเตน สภาคทุกฺขภาวาภาโว สูจิโต. อถ วา สกสมโยติ โสคตํ ปิฏกตฺตยํ สกสมโย เอว คหนํ ทุทฺทีปนตฺตา, สกสมยสฺส สนฺนิฏฺฐานํ สกสมยคหนํ –
‘‘สจฺจํ สตฺโต ปฏิสนฺธิ, ปจฺจยาการเมว จ;
ทุทฺทสา จตุโร ธมฺมา, เทเสตุญฺจ สุทุกฺกรา’’ติ. (วิภ. อฏฺฐ. ๒๒๕) –
วุตฺตตฺตา ยถา สกสมยสฺส คหนปเทน โยชนา วุตฺตา, ตถา ปรสมยสฺสปิ. ปญฺญาเวยฺยตฺติเยนาติ อเนน ติขิเณน ญาเณน กตสิลานิสิตสตฺถสทิสสภาวปญฺญา วุตฺตา. ติปิฏกสงฺขาตาย ปริยตฺติยา ปเภโท ติปิฏกปริยตฺติปฺปเภโท. ตสฺมึ ปเภเท. ตนฺติ จ ตนฺติอตฺโถ จ สาสนํ นาม. อิธ ‘‘ตนฺติ เอวา’’ติ วทนฺติ. ยสฺมึ อยํ สํวณฺณนา นิฏฺฐาปิตา, ตสฺมึ กาเล ปฏิเวธญาณาภาวโต สุตมยํ สนฺธาย ‘‘อปฺปฏิหตญาณปฺปภาเวนา’’ติ วุตฺตํ. กรณสมฺปตฺติยา ชนิตตฺตา สุขวินิคฺคตํ. สุขวินิคฺคตตฺตา มธุโรทาตวจนลาวณฺณยุตฺเตนาปิ โยเชตพฺพํ, อีทิสํ วจนํ โสตสุขญฺจ สนฺนิเวสสมฺปตฺติสุขญฺจ โหติ. ‘‘เวยฺยากรเณนา’’ติ อวตฺวา ‘‘มหาเวยฺยากรเณนา’’ติ วุตฺตตฺตา สิกฺขานิรุตฺติฉนฺโทวิจิตฺยาทิปฏิมณฺฑิตปาณินิยนฺยาสาธารณธารณสภาโว สูจิโต ภวติ. ยุตฺตวาทินาติอาทีสุ ยุตฺตมุตฺตวาทินา ฐานุปฺปตฺติยปญฺญาย สมนฺนาคเตนาติ อตฺโถ. โอชาเภเทปิ อายุสตฺติกรณตาทิสามตฺถโยคานํ มหากวินา รจิตคนฺถสฺส มหนฺตตฺตา วา ‘‘ติปิฏกปริยตฺติปฺปเภเท’’ติอาทีหิ สาสเน, เหตุวิสเย, สทฺเท จาติ อิเมสุ ตีสุ ฐาเนสุ ปาฏวภาวํ ทีเปนฺโต เวนยิกพุทฺธิสมฺปตฺติสพฺภาวมสฺส สูเจติ. เยสํ ปุคฺคลานํ ปภินฺนา ปฏิสมฺภิทาทิ, เต ปภินฺนปฏิสมฺภิทาทโย ธมฺมา. เตหิ ปริวาริโต อุกฺขิตฺตสนฺตติอุปจฺเฉทมกตฺวา อตฺตโน สนฺตาเน อุปฺปาทนวฑฺฒนวเสน วาริโต โส ปภินฺนปฏิสมฺภิทาปริวาโร. ตสฺมึ ปภินฺนปฏิสมฺภิทาปริวาเร อุตฺตริมนุสฺสธมฺเมติ อตฺโถ. ฉฬภิญฺญจตุปฏิสมฺภิทาทิปฺปเภทคุณปฏิมณฺฑิเต ปน ฉฬภิญฺญา อุตฺตริมนุสฺสธมฺมา เอว. จตูสุ ปฏิสมฺภิทาสุ อตฺถปฏิสมฺภิทาย เอกเทโสว. ตทุภยํ สยํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมปริยาปนฺนํ กถํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ ปฏิมณฺเฑตีติ เจ? รุกฺขํ รุกฺขสฺส อวยวภูตปุปฺผาทโย วิย สยญฺจ เยสํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมานํ อวยวตฺตาติ. กามาวจรธมฺมปริยาปนฺนปฏิสมฺภิทาญาณํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมานํ อนวยวภูตํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ ปฏิมณฺเฑติ, ปุริสสฺส อนวยวภูโต อลงฺกาโร วิย ปุริสํ. อถ วา กามาวจรปอสมฺภิทาปริวาโร ฉฬภิญฺญาปฏิสมฺภิทาทิปฺปเภทคุเณ ปฏิมณฺเฑติ. โลกุตฺตรปฏิสมฺภิทํ สนฺธาย ปุน ปฏิสมฺภิทาวจนญฺจ. สาสเน อุปฺปชฺชิตฺวา สาสนสฺส อลงฺการภูเตน, ยสฺมึ วํเส อุปฺปนฺโน, ตสฺเสว วา อลงฺการภูเตน. สงฺเขปวิตฺถาเรสุ อิตรีตรกรณํ, อปฺปสนฺนปสนฺนานํ ปสาทุปฺปาทนาภิวุฑฺฒิกรณํ, วุตฺตานํ คมฺภีรานํ คมฺภีรุตฺตานภาวกรณนฺติ เอวํ ฉพฺพิธาจริยคุณโยคโต วิปุลพุทฺธิ นาม. เย ธมฺมจินฺตนํ อติธาวนฺตา เกจิ อุจฺเฉทาทินานปฺปการํ อนฺตํ วา คณฺหนฺติ, ‘‘สพฺพํ เญยฺยํ ปญฺญตฺติ เอวา’’ติ วา ‘‘ปรมตฺโถ เอวา’’ติ วา คณฺหนฺติ, เตสํ พุทฺธิ มิจฺฉาทิฏฺฐิปจฺจยตฺตา สมลา นาม โหติ, อิมสฺส ปน พุทฺธิ ธมฺมจินฺตาติธาวนรหิตตฺตา วิสุทฺธา นาม โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘วิปุลวิสุทฺธพุทฺธินา’’ติ. ครูหิ ‘‘ปิโย ครุ ภาวนีโย’’ติอาทินา (อ. นิ. ๗.๓๗; เนตฺติ. ๑๑๓) วุตฺตคุเณหิ ยุตฺตครูหิ. คุเณหิ ถิรภาวํ คตตฺตา เถเรน.
สีเลน สีลสฺส วา วิสุทฺธิยา สีลวิสุทฺธิยา. อวิชฺชณฺฑโกสํ ปทาเลตฺวา ปฐมํ อภินิพฺพตฺตตฺตา โลกเชฏฺฐสฺส. โลกสฺส วา คมฺภีเร มหนฺเต สีลาทิกฺขนฺเธ เอสิ คเวสีติ มเหสีติ.
เอตฺตาวตา สมธิกสตฺตวีสติสหสฺสปริมาณาย สมนฺตปาสาทิกสญฺญิตาย วินยฏฺฐกถาย สพฺพปเทสุ วินิจฺฉยชาตํ สงฺขิปิตฺวา คณฺฐิฏฺฐานวิกาสนา กตา โหติ, ตถาปิ ยํ เอตฺถ ลิขิตํ, ตํ สุฏฺฐุ วิจาเรตฺวา ปาฬิญฺจ อฏฺฐกถญฺจ สลฺลกฺเขตฺวา เย อาจริยา พุทฺธสฺส ภควโต มหานุภาวํ, วินยปิฏกสฺส จ วิจิตฺรนยคมฺภีรตฺถตํ สลฺลกฺเขตฺวา โปราณานํ กถามคฺคํ อวินาเสตฺวา อตฺตโน มตึ ปหาย เกวลํ สทฺธมฺมฏฺฐิติยา, ปรานุคฺคหกามตาย จ วินยปิฏกํ ปกาเสนฺตา ฐิตา, เตสํ ปาทมูเล วนฺทิตฺวา ขนฺติโสรจฺจาทิคุณสมนฺนาคเตน หุตฺวา วตฺตสมฺปตฺติยา เตสํ จิตฺตํ อาราเธตฺวา ปเวณิยา อาคตํ วินิจฺฉยํ กถาเปตฺวา อุปธาเรตฺวา ยํ เตน สํสนฺทติ, ตํ คเหตพฺพํ, อิตรํ ฉฑฺเฑตพฺพํ. อิตรถา ตุณฺหีภูเตน ภวิตพฺพํ. วินิจฺฉยสงฺกรกเรน ปน น ภวิตพฺพเมว. กสฺมา? สาสนสฺส นาสเหตุตฺตา. โหติ เจตฺถ –
‘‘อสมฺพุธํ พุทฺธมหานุภาวํ,
ธมฺมสฺส คมฺภีรนยตฺถตญฺจ;
โย วณฺณเย ตํ วินยํ อวิญฺญู,
โส ทุทฺทโส สาสนนาสเหตุ.
ปาฬึ ตทตฺถญฺจ อสมฺพุธญฺหิ,
นาเสติ โย อฏฺฐกถานยญฺจ;
อนิจฺฉยํ นิจฺฉยโต ปเรหิ,
คาเหติ เตเหว ปุรกฺขโต โส.
อนุกฺกเมเนว มหาชเนน,
ปุรกฺขโต ปณฺฑิตมานิภิกฺขุ;
อปณฺฑิตานํ วิมตึ อกตฺวา,
อาจริยลีฬํ ปุรโต กโรตี’’ติ.
สมนฺตปาสาทิกาย คณฺฐิปทาธิปฺปายปฺปกาสนา สมตฺตา.
วชิรพุทฺธิฏีกา นิฏฺฐิตา.