๑๐. ภิกฺขุนิกฺขนฺธกวณฺณนา
มหาปชาปติโคตมีวตฺถุกถาวณฺณนา
๔๐๒-๓. สูเนหีติ สุเตหิ. ‘‘เสตฏฺฏิกา นาม โรคชาตี’’ติ ปาฬิ. ‘‘เสตฏฺฐิกา’’ติ อฏฺฐกถา. ‘‘ปฏิสมฺภิทาปตฺตขีณาสวคฺคหเณน ฌานานิปิ คหิตาเนว โหนฺติ. น หิ นิชฺฌานิกานํ สพฺพปฺปการา สมฺปตฺติ อิชฺฌตี’’ติ ลิขิตํ.
ภิกฺขุนีอุปสมฺปทานุชานนกถาวณฺณนา
๔๐๔. ยทคฺเคน ยํ ทิวสํ อาทึ กตฺวา. ตเทวาติ ตสฺมึ เอว ทิวเส. ‘‘อนุญตฺติยา’’ติ ปาโฐ. ‘‘อนุปญฺญตฺติยา’’ติ น สุนฺทรํ.
๔๐๕. ‘‘ปฏิคฺคณฺหามิ ยาวชีวํ อนติกฺกมนีโย’’ติ วตฺวา อิทานิ กึ การณา วรํ ยาจตีติ เจ? ปรูปวาทวิวชฺชนตฺถํ. ทุพฺพุทฺธิโน หิ เกจิ วเทยฺยุํ ‘‘มหาปชาปติยา ปฐมํ สมฺปฏิจฺฉิตตฺตา อุภโตสงฺฆสฺส ยถาวุฑฺฒอภิวาทนํ น ชาตํ. โคตมี เจ วรํ ยาเจยฺย, ภควา อนุชาเนยฺยา’’ติ.
๔๐๘. วิมาเนตฺวาติ อปรชฺฌิตฺวา.
๔๑๐-๓. กมฺมปฺปตฺตาโยปีติ กมฺมารหาปิ. อาปตฺติคามินิโยปีติ อาปตฺตึ อาปนฺนาโยปิ. เทฺว ติสฺโส ภิกฺขุนิโยติ ทฺวีหิ ตีหิ ภิกฺขุนีหิ. ‘‘มโนสิลิกายา’’ติ ปาโฐ.
๔๒๐. ‘‘เตน จ ภิกฺขุ นิมนฺเตตพฺโพ’’ติ สามีจิวเสน วุตฺตํ.
๔๒๒-๓. ‘‘อนุชานามิ…เป… ตาวกาลิก’’นฺติ ปุคฺคลิกํ สนฺธาย วุตฺตํ, น สงฺฆิกนฺติ อาจริโย. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อุตุนิยา กฏิสุตฺตก’’นฺติ วจนโต ภิกฺขุสฺส วินิพนฺธํ กฏิสุตฺตกํ น วฏฺฏติ. ปคฺฆรนฺตี วิสวิณา. เวปุริสิกา มสฺสุทาฐี.
๔๒๕. ตโย นิสฺสเยติ รุกฺขมูลญฺหิ สา น ลภติ.
๔๒๖. ภตฺตคฺเค สเจ ทายกา ภิกฺขุนิสงฺฆสฺส ภุตฺตวโต จตุปจฺจเย ทาตุกามา โหนฺติ, ยถาวุฑฺฒเมว.
๔๒๗. วิกาเลติ ยาว วิกาเล โหนฺติ, ตาว ปวาเรสุนฺติ อตฺโถ. อชฺชตฺตนาติ อชฺชตนา.
๔๒๘. อนุวาทนฺติ อิสฺสริยฏฺฐานํ. อิทํ สพฺพํ ‘‘อชฺชตคฺเค โอวโฏ ภิกฺขุนีนํ ภิกฺขูสุ วจนปโถ’’ติ ปญฺญตฺตสฺส ครุธมฺมสฺส วีติกฺกมอาปตฺติปญฺญาปนตฺถํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ, อญฺญถา เยสํ ครุธมฺมานํ ปฏิคฺคหเณน ภิกฺขุนีนํ อุปสมฺปทา อนุญฺญาตา, เตสํ วีติกฺกเม อนุปสมฺปนฺนาว สิยาติ อาสงฺกา ภเวยฺย.
๔๒๙. อิตฺถิยุตฺเตนาติ อิตฺถีหิ คาวีอาทีหิ ธุรฏฺฐาเน ยุตฺเตน. ปุริสนฺตเรนาติ ปุริเสน อนฺตริเกน. ‘‘ปุริสทุติเยนา’’ติ ลิขิตํ, ปุริสสารถินาติ อธิปฺปาโย. ‘‘พาฬฺหตรํ อผาสู’’ติ วจนโต คิลานาย วฏฺฏติจฺเจว สิทฺธํ, ภควนฺตํ อาปุจฺฉิตฺวา อนุญฺญาตฏฺฐาเน อุปสมฺปชฺชิสฺสามีติ อธิปฺปาโย.
๔๓๐. สา เกนจิเทว อนฺตราเยนาติ สพฺพนฺตรายสงฺคหนวจนํ, ตสฺมา ตํ น อนฺตรายํ กิตฺเตตฺวา, วุตฺตนฺตราเยน ‘‘ราชนฺตราเยนา’’ติ สาเธตพฺพนฺติ อาจริโย.
๔๓๑-๒. ‘‘นวกมฺมนฺติ กตฺวา ‘เอตฺตกานิ วสฺสานิ วสตู’ติ อปโลเกตฺวา สงฺฆิกภูมิทาน’’นฺติ ลิขิตํ. ‘‘สาคาร’’นฺติ วุตฺตตฺตา อคารปฏิสํยุตฺตรโหนิสชฺชสิกฺขาทิวชฺชิตาติ เกจิ, ยุตฺตเมตํ. กสฺมา? ‘‘สหาคารเสยฺยมตฺตํ ฐเปตฺวา’’ติ อฏฺฐกถายํ วุตฺตตฺตา. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, โปเสตุ’’นฺติ วจนโต โปสนยุตฺตกมฺมํ สพฺพํ วฏฺฏติ มาตุยา, น อญฺเญสํ. วสิตุํ เจ น สกฺโกติ ทุติยํ วินา, สมฺมนฺนิตฺวาว ทาตพฺพา ตาย อิติ โน มติ. กิตฺตกํ กาลํ? วสิตฺวา เจ ทุติยา คนฺตุมิจฺฉติ, อญฺญํ สมฺมนฺนิตุํ ยุตฺตาว. สา วิชาตา ลเภติ อาจริโย.
๔๓๔. ‘‘อิทํ โอทิสฺส อนุญฺญาตํ วฏฺฏตีติ เอกโต วา อุภโต วา อวสฺสเว สติปิ วฏฺฏตี’’ติ ลิขิตํ. ‘‘เกสจฺเฉทาทิกํ กมฺมํ อนุชานามิ สาทิตุํ ’’อิจฺเจว วุตฺตตฺตา วุตฺตํ ‘‘ตทญฺเญ สาทิตุ’’นฺติ. ‘‘เกสจฺเฉทาทิกํ กมฺมํ อนุชานามิ, ภิกฺขเว’’ติ อวตฺวา เอตฺตกํ ยสฺมา ‘‘สาทิตุ’’นฺติ ภาสิตํ, ตสฺมา สา วิจิกิจฺฉาย อุภโตปิ อวสฺสเว อปิ ปาราชิกเขตฺเตน สา ปาราชิกํ ผุสติ. อิติ อฏฺฐกถาเสฺวตํ สพฺพาสุปิ วินิจฺฉิตํ. โอทิสฺสกาภิลาโป หิ อญฺญถา นิพฺพิเสสโต ตํ ปมาณํ. ยทิ ตถา ภิกฺขุสฺส กปฺปติ วิจิกิจฺฉา.
กาลโมทิสฺส นํ ปทํ, น สตฺโตทิสฺสกญฺหิ ตํ;
อถ ภิกฺขุนิยา เอว, กาลโมทิสฺส ภาสิตํ.
เอวํ ปาราชิกาปตฺติ, สิถิลาว กตา สิยา;
สพฺพโส ปิหิตํ ทฺวารํ, สพฺพปาราชิกสฺมินฺติ.
นิรตฺถกภาวโต, อุพฺภชาณุมณฺฑเล;
ตสฺมา น สาทิยนฺตีติ, นิทานวจนกฺกมํ.
นิสฺสาย สตฺถุนา วุตฺตํ, สาทิตุนฺติ น อญฺญถา;
อตฺตโน ปณฺหิสมฺผสฺสํ, สาทิตุํ เยน วาริตํ.
อปิ ปาราชิกกฺเขตฺเต, กถํ ทฺวารํ ทเทยฺย โส;
ตถาปิ พุทฺธปุตฺตานํ, พุทฺธภาสิตภาสิตํ.
วจนญฺจ สมาเนนฺโต, โน เจตฺถ ยุตฺติกถา ธีรา;
เกสจฺเฉทาทิกมฺมสฺส, อวสฺสํ กรณียโต.
จิตฺตสฺส จาติโลลตฺตา, คณสฺส จ องฺคสมฺปทา-
ภาวา ภิกฺขุนีนํ มเหสินา, รกฺขิตุญฺจ อสงฺกตฺตา;
นนุ โมทิสฺสกํ กตนฺติ.
ภิกฺขุนิกฺขนฺธกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.