๘. จีวรกฺขนฺธกวณฺณนา

ชีวกวตฺถุกถาวณฺณนา

๓๒๖. ราชคหโกติ ราชคหวาสี.

๓๒๘. อโมหชาติกตฺตา น จิรสฺเสว วิญฺญุตํ ปาปุณิ. อหํ เต ปิตา, เกนฏฺเฐน? ยสฺมา ตฺวํ มยา โปสาปิโต.

๓๒๙. ‘‘สกฺเก วิสฺสฏฺฐมตฺเต’’ติ ปาโฐ, อฏฺฐมสิกฺขาปเท วิสฺสฏฺฐมตฺโตว.

ปชฺโชตราชวตฺถุกถาวณฺณนา

๓๓๔. ภุญฺชิตุํ นิสินฺนสฺสาติ เอตฺถ ‘‘ธมฺมปเท ‘พหินคเร ทิสฺวา’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา ทฺวีสุ ทิวเสสุ ทินฺนํ เตน เตสุ เอเกกํ คเหตฺวา ทฺวีสุ อฏฺฐกถาสุ วุตฺตนฺติ ยุชฺชตี’’ติ วทนฺติ.

สมตฺตึสวิเรจนกถาวณฺณนา

๓๓๖. กพเฬ กพเฬติ เอตฺถ กิญฺจาปิ คุฬาทีสุ ปกฺขิตฺตํ, ตํ ปน ภควาว ปริภุญฺชิ, ตสฺมา นตฺถิ โทโส.

วรยาจนกถาวณฺณนา

๓๓๗. มหาปิฏฺฐิยโกชวํ นาม อติเรกจตุรงฺคุลปุปฺผํ กิร.

กมฺพลานุชานนาทิกถาวณฺณนา

๓๔๐. อุปจาเรติ สุสานสฺส อุปจาเร. พหิปิ วฏฺฏตีติ เอเก. กติกกรณํ ทสฺเสตฺวา ‘‘มยฺหํ สนฺตกํ ตว จ มม จ โหตูติ วตฺวา อิตเรน จ ตถาวุตฺเต วฏฺฏตี’’ติ สมานปริกฺขารวิธึ วทนฺติ.

๓๔๒. ‘‘ขณฺฑสีมายปิ สมฺมนฺนิตุํ วฏฺฏตีติ วุตฺตตฺตา เสสกมฺมานิปิ ตตฺถ นิสีทิตฺวา กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘เอวํ สนฺเต โจริกาย กตสทิสํ โหติ, ตสฺมา น วฏฺฏตี’’ติ ทีปวาสิโน วทนฺติ กิร. ‘‘โจริกาย คหิตตฺตา น ปาปุณาตีติ เสนาสนกฺขนฺธเก อาคตสุตฺตญฺจ สาธก’’นฺติ วทนฺติ, ตสฺมา เตสํ มเตน อิทํ อาเวณิกลกฺขณนฺติ เวทิตพฺพํ.

ภณฺฑาคารสมฺมุติอาทิกถาวณฺณนา

๓๔๓. ‘‘อิทํ ปน ภณฺฑาคารนฺติ อาเวณิกลกฺขณ’’นฺติ วุตฺตํ.

จีวรรชนกถาวณฺณนา

๓๔๔. โคมเย อาปตฺติ นตฺถิ, วิรูปตฺตาวาริตํ. ‘‘กุงฺกุมปุปฺผํ น วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. ‘‘อลฺลิกายา’’ติปิ ปาโฐ อตฺถิ.

นิสีทนาทิอนุชานนกถาวณฺณนา

๓๕๓. อฏฺฐานเมตนฺติ เอตฺถ รูปกณฺเฑ ‘‘จตุสมุฏฺฐานิก’’นฺติ วุตฺตตฺตา กมฺมสมุฏฺฐานํ ราคจิตฺตาภาวา น มุจฺจตีติ วา ราคปจฺจเย สติ กมฺมสมุฏฺฐานํ โหตีติ วา วิจาเรตฺวา คเหตพฺพํ กถาวตฺถุนา จ.

๓๖๒. อคฺคฬคุตฺติเยว ปมาณนฺติ อิเมหิ จตูหิ นิกฺเขปการเณหิ ฐเปนฺเตน อคฺคฬคุตฺติวิหาเรเยว ฐเปตุํ วฏฺฏตีติ อธิปฺปาโย.

สงฺฆิกจีวรุปฺปาทกถาวณฺณนา

๓๖๓. โน เจ อตฺถตํ โหติ ‘‘เอกํ จีวรมาส’’นฺติ น วตฺตพฺพํ. กสฺมา? ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ตสฺเสว ตานิ จีวรานิ ยาว จีวรมาสา’’ติ วจนสฺส อภาวโต, ตสฺมา อนตฺถตกถินสฺส อนนุญฺญาตนฺติ เจ? น, เหฏฺฐา อนุญฺญาตตฺตา, ตโต ลีนตฺถทีปนตฺถมิธ ตถา วุตฺตตฺตา จ. เหฏฺฐา หิ ‘‘อกาลจีวรํ นาม อนตฺถเต กถิเน เอกาทสมาเส อุปฺปนฺนํ, อตฺถเต กถิเน สตฺตมาเส อุปฺปนฺนํ, กาเลปิ อาทิสฺส ทินฺนํ, เอตํ อกาลจีวรํ นามา’’ติ (ปารา. ๕๐๐) วจนโต อนตฺถตกถินานํ เอกจีวรมาเส อุปฺปนฺนํ, เตสํเยว โหตีติ สิทฺธํ, ตสฺมา อิธ ตํ อวตฺวา เอโกปิ ตโย คณปูรเก ลภิตฺวา กถินํ อตฺถริตุํ ลภตีติ อิมํ ลีนตฺถํ ปกาเสตุํ ‘‘ยาว กถินสฺส อุพฺภารายา’’ติ วุตฺตํ. อิตรถา อยมตฺโถ น ญายติ. ‘‘ชานิตพฺโพ จ วินยธเรหีติ ตถา วุตฺโตติ อปเร’’ติ วุตฺตํ. อตฺถตํ โหติ, ปญฺจ มาเส สพฺพํ ตสฺเสว ภิกฺขุโน โหตีติ สมฺพนฺโธ. อจฺจนฺตสํโยควเสน อุปโยควจนํ. ‘‘อิธ วสฺสํวุตฺถสงฺฆสฺสา’’ติ นิยมิตตฺตา ‘‘วสฺสาวาสิกํ เทมา’’ติ เอตฺถ จ ‘‘อิธา’’ติ อธิการตฺตา ตสฺมึ วุตฺเต ลภติ. ‘‘ปิฏฺฐิสมเย อุปฺปนฺนตฺตาติ จีวรกาลสฺสาสนฺนตฺตา จ อนตฺถตกถินานมฺปิ วุตฺถวสฺสานญฺจ อนุญฺญาตฏฺฐานตฺตา เอว วุตฺต’’นฺติ อญฺญตรสฺมึ คณฺฐิปเท ลิขิตํ. เกจิ ปน ‘‘ยํ ปน อิทํ ‘อิธ วสฺสํวุตฺถสงฺฆสฺสา’ติอาทึ กตฺวา ยาว ‘อนาคตวสฺเส’ติ ปทํ, ตาว ปุจฺฉิตฺวา ‘กสฺมา? ปิฏฺฐิสมเย อุปฺปนฺนตฺตา’ติ อิทํ ปรโต ‘ตตฺร สมฺมุขีภูตานํ สพฺเพสํ ปาปุณาตี’ติ อิมสฺส ปริโยสาเน ‘กสฺมา? ปิฏฺฐิสมเย อุปฺปนฺนตฺตา’ติ ลิขิตพฺพํ. กสฺมาติ เจ? ปรโต ‘จีวรมาสโต ปฏฺฐาย ยาว เหมนฺตสฺสา’ติ วุตฺเตน นิพฺพิเสสตฺตา, ตสฺมา เอว เอกจฺเจสุ ปณฺฑิตนฺติ วทนฺตี’’ติ วทนฺติ. อิธ ปน อิธ-สทฺเทน วิเสสิตํ, ตตฺถ นตฺถิ, ตสฺมา อญฺญมญฺญวิโรโธ นตฺถีติ คเหตพฺพํ. ‘‘มยฺหิมานิ จีวรานิ ปาปุณนฺตี’’ติ วจนเมวาธิฏฺฐานํ, อิทเมตฺถ อุกฺกฏฺฐวเสน วุตฺตํ. ‘‘มยฺหิมานิ จีวรานี’ติ วุตฺเตปิ อธิฏฺฐิตเมว โหตี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘มยฺหิมานี’ติ วุตฺเต ตสฺส จีวรานิ นาม นตฺถิ, ตสฺมา ‘จีวรานิ ปาปุณนฺตี’ติ วตฺตพฺพเมวา’’ติ วทนฺติ. ทุคฺคหิตานีติ สงฺฆิกาเนว โหนฺติ. ‘‘คหิตเมว นามา’ติ อิมสฺส อิทํ ปตฺตนฺติ กิญฺจาปิ น วิทิตํ, เต ปน ภาคา เตสํ อตฺถโต ปตฺตาเยวาติ อธิปฺปาโย’’ติ ลิขิตํ. ‘‘เอกสฺมึ อปติเต ปุน อาคตา ลภนฺตี’’ติ วุตฺตํ.

อุปนนฺทสกฺยปุตฺตวตฺถุกถาวณฺณนา

๓๖๔. ‘‘น, ภิกฺขเว, อญฺญตฺร วสฺสํวุตฺเถนา’’ติ จีวรสมยํ อุปาทาย ปฏิกฺเขโป กโต.เอกสฺมึ วิหาเร ‘‘ราชวิหาเร วิย นานาปริเวเณสุ วา อิธ วา วุตฺถา ลภตู’’ติ วตฺวา ทินฺนํ. ‘‘สตฺตาหวาเรน อรุณเมว อุฏฺฐาเปตีติ เอตํ วจนมตฺตเมว เอกวิหาเร สตฺตาหกิจฺจาภาวา’’ติ จ ลิขิตํ.

มตสนฺตกกถาวณฺณนา

๓๖๙. ภิกฺขุสฺสาติ ภิกฺขุสฺมึ กาลํกเต. ตตฺถ ‘‘ปตฺตจีวเร’’ติ ปธานปริกฺขารทสฺสนมุเขน สพฺพปริกฺขารนิทสฺสนนฺติ เวทิตพฺพํ. อธมฺเมน อุปฺปนฺนญฺเจตํ โหติ, สงฺฆสฺส กปฺปิยเมว มตตฺตาติ เอเก. โนติ ตกฺโก ปตฺตจตุกฺเก สพฺพถา อกปฺปิยปตฺตนยวิโรธโต. อธมฺเมน อุปฺปนฺนเสนาสเน จ วสโต อนาปตฺติ. อญฺญตรสฺมึ อาวาเส เทฺว ภิกฺขู วสนฺติ, ตตฺถ เจโก กาลํกโต, อิตโร ตสฺส ปริกฺขารํ อปาเปตฺวา ตํ เถยฺยจิตฺเตน คณฺหาติ, สงฺฆสนฺตกํ คหิตํ โหติ, ภณฺฑคฺเฆน กาเรตพฺโพ. อนาวาเส คณฺหาติ, น กาเรตพฺโพ อสฺสามิกสฺส คหิตตฺตา. มรณสมเย วตฺตุํ อสหนฺโต เจ จิตฺเตเนว เทติ, ปุญฺญํ ปสวติ, สงฺโฆว ตสฺส สามี. ปโร วา อวิสฺสาสิโก สยเมว คณฺหาติ, คหณํ น รุหติ, เถยฺยจิตฺเตน เจ, ภณฺฑคฺเฆน กาเรตพฺโพ. ตสฺส จ อาวาสคตสฺส โก สามี. ‘‘สงฺโฆ สามี’’ติ วจนโต สงฺเฆน พลกฺกาเรน โส วาเรตพฺโพติ เอเก. ชีวมานกาเล คหิตตฺตา น สงฺโฆ สามีติ เอเก. สามิโก เจ สยํ ปสฺสิตฺวา อจฺฉินฺทิตุํ ลภติ, สงฺโฆปิ ลภติ สามิฐาเน ฐิตตฺตาติ อิตเร, วิจาเรตฺวา คเหตพฺพํ.

มตกสฺส หิรญฺญาทิอกปฺปิยภณฺฑํ โหติ. อุคฺคหิตญฺเจตํ โหติ, อุคฺคหิเต วุตฺตนเยน ปฏิปชฺชิตพฺพํ. ธมฺเมน อุปฺปนฺนํ เจ, กปฺปิยการโก อาจิกฺขิตพฺโพ. ทาโส เจ คหิโต โหติ, น สงฺโฆ สามี, อารามิโก เจ, สงฺโฆ สามี. คาวีมหึสีอาทโย โหนฺติ, อาวาสคตานํ สงฺโฆ สามี, อนาวาสคตานํ น สงฺโฆ สามี. สงฺโฆ เจ อาวาสํ อาเนตฺวา อตฺตโน สนฺตกํ กตฺวา ปจฺฉา สมีเป พหิสีมาย ฐเปติ, การกสงฺโฆ สามี, ตถา อารามิเก. มตกสฺส ปริกฺขาโร นิกฺเขปวเสน ฐปิโต โหติ, เอโสว สามี. มหคฺโฆ เจ โหติ, เสสสฺส สงฺโฆ สามี. ‘‘เกนจิ คิลานุปฏฺฐาเกนา’’ติ วตฺตพฺพกฺกโม เอเตน ทสฺสิโต. ปุน อุปฏฺฐากานํ พหุภาเว สติ สพฺเพสํ ทาตพฺพกมฺมํ ทสฺเสนฺเตน ภควตา กมฺมวาจายํ ‘‘คิลานุปฏฺฐากาน’’นฺติ วุตฺตํ. สามเณรวาเร ‘‘จีวร’’นฺติ ปาโฐ. ‘‘อิมํ ตุยฺหํ เทมิ ททามิ ทชฺชามิ โอโณเชมิ ปริจฺจชามิ วิสฺสชฺชามิ นิสฺสชฺชามี’ติ วา ‘อิตฺถนฺนามสฺส เทมิ…เป… นิสฺสชฺชามี’ติ วา วทติ, ‘สมฺมุขา วา ปรมฺมุขา วา วุตฺเต ทินฺนํเยว โหตี’ติ ทานลกฺขณสฺส จ ‘ตุยฺหํ คณฺหาหี’ติ วุตฺเต ‘มยฺหํ คณฺหามี’ติ วทติ, ‘สุทินฺนํ สุคฺคหิตญฺจา’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๙) คหณลกฺขณสฺส จ วุตฺตตฺตา ‘มม สนฺตกํ ตว จ มม จ โหตู’ติ เอวมาทิวจเนน สมานปริกฺขารํ กาตุํ วฏฺฏตีติ อาจริยา’’ติ ลิขิตํ.

อนุคณฺฐิปเท ปน อตีว ปปญฺจํ กตฺวา ปุน ‘‘อิทเมตฺถ อาจริยานํ สนฺนิฏฺฐานํ – สเจสมฺพหุลา, เทฺว วา สมานปริกฺขารํ กตฺตุกามา โหนฺติ, เต สพฺเพ อตฺตโน สนฺตกํ วตฺตมานํ อุปฺปชฺชนเกน สทฺธึ เปสลสฺส เอกสฺส ปริจฺจชนฺติ, โส ปุน เตสเมว ปริจฺจชติ, เอตฺตาวตา เต สมานปริกฺขาริกา โหนฺตีติ. อิทํ สมานปริกฺขารลกฺขณํ ปาฬิอาทีสุ วุตฺตลกฺขเณเยว ปตนโต อจลปฺปตฺตํ โหติ, ตถาปิ โปราณวิธึ อชฺโฌตฺถริตฺวา วตฺตนโต ปฏิเสเธตพฺโพ, อาจริยานํ มตานุสาเรน กาตพฺพํ กาตุกาเมนาติ อปเร’’ติ วุตฺตํ, ‘‘วสฺสํวุตฺถสามเณโร ปญฺจสุ สิกฺขาปเทสุ เอกํ อติกฺกมิตฺวา ปุน คหิโต ลาภํ น ลภติ, อนฺติมวตฺถุํ อชฺฌาปนฺโน นาม โหตี’’ติ วทนฺติ.

วสฺสํวุตฺถานํอนุปฺปนฺนจีวรกถาวณฺณนา

๓๗๕. อุปฺปนฺเน จีวเร อภาชิเต ปกฺกมตีติ เอตฺถ ‘‘สงฺเฆน ตตฺรุปฺปาทโต เอเกกสฺส ภิกฺขุโน เอตฺตกํ วสฺสาวาสิกํ ทาตุํ สงฺฆสฺส รุจฺจตี’’ติ สาวิเตปิ วิพฺภมติ, ตโต น ลภติ, ปุน ปพฺพชิตฺวา อุปสมฺปชฺชิตฺวา จีวรภาชนํ สมฺภาเวนฺโตปิ น ลภติเยว ปุพฺพปกติโต ภฏฺฐตฺตา. อถ ปาปิเต วิพฺภมติ, ลภตี’’ติ จ วุตฺตํ.

สงฺเฆภินฺเนจีวรุปฺปาทกถาวณฺณนา

๓๗๖. ปรสมุทฺเทติ ชมฺพุทีเป.

อฏฺฐจีวรมาติกากถาวณฺณนา

๓๗๙. ยสฺมา อปริกฺขิตฺตสฺส ปริกฺเขปารหฏฺฐานํ ทุพฺพิชานํ, ตสฺมา ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ธุวสนฺนิปาตฏฺฐานมฺปิ ปริยนฺตคตเมว คเหตพฺพํ. ‘‘มหาปจฺจริยํ ปน ภิกฺขูสุปิ…เป… ปาปุณาตีติ ‘อุปจารสีมาย เทมา’ติ เอวํ ทินฺนเมว สนฺธายา’’ติ ลิขิตํ. ‘‘สมานสํวาสกสีมายา’’ติ วุตฺเต ขณฺฑสีมาทีสุ ฐิตานํ น ปาปุณาติ ตาสํ วิสุํ สมานสํวาสกสีมตฺตา. สมานสํวาสกอวิปฺปวาสสีมานํ อิทํ นานตฺตํ – ‘‘อวิปฺปวาสสีมาย ทมฺมี’’ติ ทินฺนํ คามฏฺฐานํ น ปาปุณาติ. กสฺมา? ‘‘ฐเปตฺวา คามญฺจ คามูปจารญฺจา’’ติ วุตฺตตฺตา. ‘‘สมานสํวาสกสีมายา’’ติ ทินฺนํ ปน ยสฺมึ ฐาเน อวิปฺปวาสสีมา อตฺถิ, ตตฺถ ฐิตานํ, อิตรตฺร ฐิตานญฺจ ปาปุณาติ. ‘‘ขณฺฑสีมายํ ฐตฺวา ‘สีมฏฺฐกสงฺฆสฺส ทมฺมี’ติ วุตฺเต อุปจารสีมาย เอว ปริจฺฉินฺทิตฺวา ทาตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘อวิปฺปวาสสีมาย เทมา’’ติ ขณฺฑสีมายํ ฐตฺวา ทินฺเน ตตฺเถว ปาปุณาตีติ เกจิ. โยชนสตมฺปิ ปูเรตฺวา นิสีทนฺตีติ เอตฺถ วิหารูปจาเร หตฺถปาเสน, พหิคามาทีสุ ทฺวาทสหตฺเถน อุปจาโรติ เอเก. ‘‘อิมสฺมึ วิหาเร สงฺฆสฺสา’’ติ วุตฺเต เอกาพทฺธา หุตฺวาปิ ปริกฺเขปปริกฺเขปารหฏฺฐานํ อติกฺกมิตฺวา ฐิตานํ น ปาปุณาตีติ เอเก. ‘‘ภิกฺขุนิวิหารโต พหิ ยตฺถ กตฺถจิ ฐตฺวา ‘สงฺฆสฺสา’ติ วุตฺเต ภิกฺขุสงฺโฆว สามี’’ติ วทนฺติ. เอโกปิ คนฺตฺวาติ เอตฺถ สพฺเพสํ วา ปาเปตฺวา คนฺตพฺพํ, อาเนตฺวา วา ปาเปตพฺพํ, อิตรถา คตสฺส น ปาปุณาติ. สมานลาภกติกา มูลาวาเส สติ สิยา, มูลาวาสวินาเสน กติกาปิ วินสฺสติ. สมานลาภวจนํ สติ ทฺวีสุ, พหูสุ วา ยุชฺชติ. เตเนว เอกสฺมึ อวสิฏฺเฐ ยุชฺชตีติ โน มติ.

‘‘ตาวกาลิกกาเลน, มูลจฺเฉทวเสน วา;

อญฺเญสํ กมฺมํ อญฺญสฺส, สิยา นาวาสสงฺคโม’’ติ. –

อาจริโย.

สพฺพตฺถ ทินฺนเมวาติ ‘‘สมานภาโคว โหตี’’ติ วทนฺติ. ‘‘เอกเมกํ อมฺหากํ ปาปุณาตีติ เจ วทติ, วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ วิภาคสฺส กตตฺตา. ‘‘ภิกฺขุสงฺฆสฺส จีวเร ทินฺเน ปํสุกูลิกานํ น วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. ‘‘อุภโตสงฺฆสฺสา’’ติ วุตฺเต ‘‘ภิกฺขุสงฺฆสฺสา’’ติ อวุตฺตตฺตา ภิกฺขุนิสงฺเฆน มิสฺสิตตฺตา, ตตฺถ อปริยาปนฺนตฺตา จ ปุคฺคโล วิสุํ ลภติ. เอวํ สนฺเต ‘‘ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ ภิกฺขุนิสงฺฆสฺส จ ทมฺมี’’ติ วุตฺเตปิ ‘‘อุภโตสงฺฆสฺส ทินฺนเมว โหตี’’ติ อิมินา วิรุชฺฌตีติ เจ? น วิรุชฺฌติ, ตํ ทฺวินฺนํ สงฺฆานํ ทินฺนภาวเมว ทีเปติ, น อุภโตสงฺฆปญฺญตฺตึ, ตสฺมา เอว ‘‘ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ ภิกฺขุนิสงฺฆสฺส จ ตุยฺหญฺจา’’ติ วาโร น วุตฺโต. อถ วา อฏฺฐกถาวจนเมว ปมาณํ, น วิจารณาติ เอเก. ยสฺมา เอโก อทฺธานาทิยโก วิย ทุวิโธ น โหติ, ตสฺมา อุภโตสงฺฆคฺคหเณน เอโก ภิกฺขุ น คหิโตติ. ‘‘สพฺพาวาสสฺส จ เจติยสฺส จ ธมฺมสฺส จา’ติ วุตฺเต สพฺพวิหาเรสุ เจติยธมฺมานํ เอเกกสฺส ภิกฺขุโน ภาโค ทาตพฺโพ’’ติ วทนฺติ. ‘‘ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ เจติยสฺส จา’’ติ วุตฺเต น วิรุชฺฌตีติ เจ? น, ตตฺถ ‘‘ภิกฺขุสงฺฆสฺสา’’ติ วุตฺตตฺตา, อิธ วิหาเรน ฆฏิตตฺตา จ ตมฺหิ ตมฺหิ วิหาเร เอกภาคํ ลภิตพฺพเมวาติ ปริหรนฺติ. อตฺตโน ปาเปตฺวาติ วิกาเล อปริโภคตฺตา สกโลปิ วฏฺเฏยฺยาติ เจ? ‘‘ภิกฺขุสงฺฆสฺส หรา’’ติ วุตฺตตฺตา, เตน ‘‘หรามี’’ติ คหิตตฺตา จ น วฏฺฏติ. ปจฺฉิมวสฺสํวุตฺถานมฺปีติ เอตฺถ อปิ-สทฺโท อวธารณตฺโถ, ปจฺฉิมวสฺสํวุตฺถานเมวาติ อตฺโถ, อิตรถา สมุจฺจยตฺเถ คหิเต ‘‘ลกฺขณญฺญู วทนฺตี’’ติ วจนํ นิรตฺถกํ สิยา. กสฺมาติ อารภิตฺวา ปปญฺจํ กโรนฺติ. กึ เตน, ปรโต ‘‘จีวรมาสโต ปฏฺฐาย…เป… อตีตวสฺสํวุตฺถานเมว ปาปุณาตี’’ติ อิมินา สิทฺธตฺตา น วิจาริตํ, เตน วุตฺตํ ‘‘ลกฺขณญฺญู’’ติ อจลวเสน. สเจ ปน พหิอุปจารสีมาย ฐิโต…เป… สมฺปตฺตานํ สพฺเพสํ ปาปุณาตีติ ยตฺถ กตฺถจิ วุตฺถวสฺสานนฺติ อธิปฺปาโย ‘‘ยตฺถ กตฺถจิ วุตฺถวสฺสานํ สพฺเพสํ สมฺปตฺตานํ ปาปุณาตี’’ติ (กงฺขา. อฏฺฐ. อกาลจีวรสิกฺขาปทวณฺณนา) กงฺขาวิตรณิยํ วุตฺตตฺตา. คิมฺหานํ ปฐมทิวสโต ปฏฺฐาย วุตฺเต ปน ยสฺมา อนนฺตราตีตํ เหมนฺตํ เอว วุตฺถา นาม โหนฺติ, น วสฺสํ, ตสฺมา ‘‘มาติกา อาโรเปตพฺพา’’ติ วุตฺตํ. เย วา เถเรหิ เปสิตา, เตสํ ปาปุณาตีติ กิร อตฺโถ.

จีวรกฺขนฺธกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.