๗. กถินกฺขนฺธกวณฺณนา

กถินานุชานนกถาวณฺณนา

๓๐๖. ‘‘กถินนฺติ ปญฺจานิสํเส อนฺโตกรณสมตฺถตาย ถิรนฺติ อตฺโถ’’ติ ลิขิตํ. ‘‘ปญฺจ กปฺปนฺตี’’ติ อวตฺวา ‘‘กปฺปิสฺสนฺตี’’ติ อนาคตวจนํ ‘‘โว’’ติ อิมสฺส สามิวจนปกฺเข ยุชฺชติ เตสํ ตสฺมึ ขเณ อนตฺถตกถินตฺตา. ทฺวีสุ ปเนเตสุ อตฺถวิกปฺเปสุ ปจฺฉิโม ยุตฺโต สพฺเพสมฺปิ เตสํ ปาเวยฺยกานํ สพฺพธุตงฺคธรตฺตา. นิมนฺตนํ สาทิยนฺตสฺเสว หิ อนามนฺตจาโร ปญฺญตฺโต, ตถา คณโภชนํ. อสมาทานจาโร อนธิฏฺฐิตติจีวรสฺส นตฺถิ อเตจีวริกสฺส ยาวทตฺถจีวรจตุตฺถาทิจีวรคฺคหณสมฺภวโต. อิตรสฺสาปิ อนธิฏฺฐานมุเขน ลพฺภติ. จีวรุปฺปาโท อปํสุกูลิกสฺเสว. ‘‘กถินตฺถตสีมาย’’นฺติ อุปจารสีมํ สนฺธาย วุตฺตํ. อุปจารสีมฏฺฐสฺส มตกจีวราทิภาคิยตาย พทฺธสีมาย ตตฺรุปฺปาทาภาวโต วิญฺเญยฺยเมตํ อุปจารสีมาเวตฺถ อธิปฺเปตาติ. กถินตฺถารํ เก ลภนฺตีติ เก สาเธนฺตีติ อตฺโถ. ปญฺจ ชนา สาเธนฺติ. กถินทุสฺสสฺส หิ ทายกา ปจฺฉิมโกฏิยา จตฺตาโร โหนฺติ. เอโก ปฏิคฺคาหโกติ. ‘‘ตตฺร เจ, ภิกฺขเว, ยฺวายํ จตุวคฺโค ภิกฺขุสงฺโฆ ฐเปตฺวา ตีณิ กมฺมานิ อุปสมฺปทํ ปวารณํ อพฺภาน’’นฺติ (มหาว. ๓๘๘) จมฺเปยฺยกฺขนฺธเก วุตฺตตฺตา ‘‘น ปญฺจวคฺคกรณีย’’นฺติ คเหตพฺพํ. ‘‘ยสฺส สงฺโฆ กถินทุสฺสํ เทติ, ตํ หตฺถปาเส อกตฺวาปิ พหิสีมาย ฐิตสฺสปิ ทาตุํ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ, ตํ หตฺถปาเส กตฺวา เอว ทาตพฺพํ. กสฺมา? ‘‘ตสฺส กมฺมปฺปตฺตตฺตา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘ตตฺรุปฺปาเทน ตณฺฑุลาทินา วตฺเถสุ เจตาปิเตสุ อตฺถตกถินานเมว ตานิ วตฺถานิ ปาปุณนฺติ. วตฺเถหิ ปน ตณฺฑุลาทีสุ เจตาปิเตสุ สพฺเพสํ ตานิ ปาปุณนฺตี’’ติ วุตฺตํ. ปฐมปวารณาย ปวาริตา ลภนฺตีติ อิทํ อุกฺกฏฺฐโกฏิยา วุตฺตํ. อนฺตราเยน อปฺปวาริตานมฺปิ วุตฺถวสฺสานํ กถินตฺถารสมฺภวโต อิตเร คณปูรเก กตฺวา กถินํ อตฺถริตพฺพนฺติ กถํ ปญฺญายตีติ เจ? ‘‘ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อตฺถตํ โหติ กถินํ อตฺถารกสฺส จ อนุโมทกสฺส จา’’ติ (ปริ. ๔๐๓) ปริวาเร เอกวจนกรณโต, ตตฺเถว ‘‘สงฺฆสฺส อตฺถตํ โหติ กถินํ, คณสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถตํ โหติ กถิน’’นฺติ (ปริ. ๔๑๔) วจนโต จ.

อญฺญสฺมึ วิหาเร วุตฺถวสฺสาปิ น ลภนฺตีติ อิทํ กึ เอกสีมสฺมึ, อุทาหุ นานาสีมสฺมินฺติ? กิญฺเจตฺถ – ยทิ ตาว เอกสีมสฺมึ, ปรโต ‘‘สเจ ปน เอกสีมาย พหู วิหารา โหนฺติ, สพฺเพ ภิกฺขู สนฺนิปาเตตฺวา เอกตฺถ กถินํ อตฺถริตพฺพํ, วิสุํ วิสุํ อตฺถริตุํ น วฏฺฏตี’’ติ อิมินา อฏฺฐกถาวจเนน วิรุชฺฌติ. อิทญฺหิ วจนํ สพฺเพสํเยว เอโก กถินตฺถาโรติ ทีเปติ. อถ นานาสีมสฺมึ, อุปนนฺทสฺส เอกาธิปฺปายทานานุมติยา วิรุชฺฌติ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘เทถ, ภิกฺขเว, โมฆปุริสสฺส เอกาธิปฺปาย’’นฺติ (มหาว. ๓๖๔). อิทญฺหิ วจนํ ทฺวีสุปิ อาวาเสสุ ตสฺส กถินตฺถารสิทฺธึ ทีเปตีติ. อวิโรโธว อิจฺฉิตพฺโพ อปฺปฏิสิทฺธตฺตา, ตสฺมา เอกสีมสฺมึ วา นานาสีมสฺมึ วา นานูปจาเร อญฺญสฺมึ วิหาเร วุตฺถวสฺสาปิ น ลภนฺตีติ อธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ. ‘‘ปจฺฉิมิกาย อุปสมฺปนฺโน ปฐมปวารณาย ปวาเรตุมฺปิ ลภติ, วสฺสิโก จ โหติ อานิสํสญฺจ ลภตีติ สามเณรานํ วสฺสูปคมนํ อนุญฺญาตํ โหติ, สามเณรา กถินานิสํสํ ลภนฺตี’’ติ วทนฺติ.

ติณฺณํ จีวรานํ อญฺญตรปฺปโหนกนฺติ อิทํ ‘‘น อญฺญตฺร สงฺฆาฏิยา อุตฺตราสงฺเคน อนฺตรวาสเกน อตฺถตํ โหติ กถิน’’นฺติ อิมาย ปาฬิยา วิรุชฺฌนํ วิย ทิสฺสติ. อยญฺหิ ปาฬิ ติณฺณํ จีวรานํ อญฺญตรวิรเหนาปิ น อตฺถตํ โหติ กถินนฺติ ทีเปตีติ เจ? น, ตทตฺถชานนโต, น ติณฺณํ จีวรานํ อญฺญตรวิรเหน น อตฺถตํ โหติ กถินนฺติ หิ ทีเปตุกาโม ภควา ตํ ปาฬิมาห. ยทิ เอวํ ‘‘อญฺญตฺร สงฺฆาฏิยา อุตฺตราสงฺเคน อนฺตรวาสเกนา’’ติ น วตฺตพฺพา สิยาติ เจ? น, อธิปฺปายชานนโตว. โย สงฺฆาฏิยา อตฺถริตุกาโม, ตสฺส อญฺญตฺร สงฺฆาฏิยา น อตฺถตํ โหติ. เอส นโย อิตรตฺถาปีติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย. เตเนว สุกฺกปกฺเข ‘‘สงฺฆาฏิยา อตฺถตํ โหตี’’ติอาทินา นเยน เอกเมว จีวรํ วุตฺตํ, เอวํ สนฺเต ‘‘จตุวีสติยา อากาเรหิ อนตฺถตํ โหติ กถินํ, สตฺตรสหิ อากาเรหิ อตฺถตํ โหติ กถิน’’นฺติ ยถารหํ อุกฺกฏฺฐโกฏิยา วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ, ตสฺมา กณฺหปกฺเข อุลฺลิขิต…เป… นิสฺสีมฏฺฐานุโมทนานํ จตุวีสติยา อาการานํ สมฺภวนฺตานํ สพฺเพน สพฺพํ อภาเวนปิ นิมิตฺตกตาทีนํ อสมฺภวนฺตานํ อญฺญตรภาเวนปิ น อตฺถตํ โหติ กถินนฺติ เอวมธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ. สุกฺกปกฺเขปิ อหตาหตกปฺป…เป… สีมฏฺฐานุโมทนานํ สตฺตรสนฺนํ อาการานํ สมฺภวนฺตานํ อญฺญตรภาเวนปิ อิตเรสํ สพฺเพน สพฺพํ อภาเวนปิ อตฺถตํ โหติ กถินนฺติ เอวมธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ. อญฺญถา อญฺญมญฺญวิโรโธ, ยถาสมฺภวํ โยเชตฺวา เวทิตพฺโพ.

ตตฺริทํ มุขมตฺตนิทสฺสนํ – กณฺหปกฺเข ‘‘อุตฺตราสงฺเคน อตฺถเต กถิเน น อญฺญตฺร สงฺฆาฏิยา น อญฺญตฺร อนฺตรวาสเกน อตฺถตํ โหติ กถิน’’นฺติ วจนปฺปมาณโต ตํ กถินํ อนตฺถตํ สิยา. สุกฺกปกฺเข จ ‘‘อนิมิตฺตกเตน อตฺถตํ โหติ กถิน’’นฺติ วจนปฺปมาณโต อนิมิตฺตกเตน กถิเน อตฺถเต ตญฺเจ ปริกถา กตํ, ตถาปิ อตฺถตเมว กถินํ โหตีติ อยํ ทุวิโธปิ วิโรโธ. ยถาวุตฺตนเยน อธิปฺปาเย คหิเต ปริหาโร โหตีติ เวทิตพฺพํ.

โย อานิสํสํ พหุํ เทตีติ อิมินา ปจฺจยโลลภาวํ วิย ทีเปติ, ตถาปิ ภควตา ยาวทตฺถจีวรปริเยสนปญฺญาปนมุเขน ทฺวารํ ทินฺนนฺติ กตฺวา สงฺฆานุคฺคหตฺถํ โหติ. ‘‘อกาตุํ น โหตีติ อนาทริเยน อกโรนฺตสฺส ทุกฺกฏ’’นฺติ ลิขิตํ. อนุโมทามาติ เอตฺถ สพฺพสงฺคาหิกวเสน เอวํ วุตฺตํ. ‘‘อนุโมทามี’’ติ เอกเกน วตฺตพฺพํ, อิตรถา ‘‘น วฏฺฏตี’’ติ มหาอฏฺฐกถายํ กิร วุตฺตํ. กถินจีวรํ อธิฏฺฐหิตฺวา ‘‘อิมาย สงฺฆาฏิยา กถินํ อตฺถรามี’’ติ วาจาย ภินฺนมตฺตาย ปุคฺคลสฺส อตฺถตํ โหติ. ‘‘กมฺมวาจา ปน เอกาเยว วฏฺฏตีติ กถินทุสฺสสฺส เอว กมฺมวาจา, เสสจีวรทาเน อปโลกนเมวาติ อตฺโถ’’ติ ลิขิตํ. เอกสีมายาติ เอกอุปจารสีมายาติ อตฺโถ ยุชฺชติ. เกจิ ปน ‘‘พทฺธสีมา อธิปฺเปตา เอกสีมาย เอกฏฺฐาเน อตฺถริเต สพฺพตฺถ อตฺถริตํ โหติ ‘สพฺเพ ภิกฺขู สนฺนิปติตฺวา’ติ วุตฺตตฺตา, เตหิปิ อนุโมทนฺเตหิ อตฺถริตเมว โหติ, อุปจารปริจฺฉินฺเน ตตฺถ ตตฺถ ลทฺธํ เตหิ เตหิ ลทฺธพฺพํ โหติ. ตตฺถ ปวิฏฺเฐหิปิ ลภิตพฺพํ สพฺเพหิปิ อตฺถริตตฺตา, อยํ วิเสโส. มหาอฏฺฐกถายมฺปิ เอวเมว วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ, วีมํสิตพฺพํ.

๓๐๘. จตุวีสติ อาการวนฺตตาย มหาภูมิกํ. ‘‘ทีฆสิพฺพิตนฺติ ปจฺฉากตสิพฺพนํ, โอวฏฺฏิตฺวา สิพฺพนํ วา’’ติ ลิขิตํ. กณฺฑุสํ นาม ปุพฺพพนฺธนํ. ปฐมจิมิลิกา ฆเฏตฺวา ฐปิตา โหตีติ กถินทุสฺสํ ทุพฺพลํ ทิสฺวา ตํ พลวตา อตฺตโน ปกติทุสฺเสน สทฺธึ ฆเฏตฺวา ทุปฏฺฏํ กตฺวา สิพฺพิตุกาเมหิ กถินทุสฺสโต ปกติทุสฺสสฺส มหนฺตตาย ปฐมํ ตปฺปมาณานุรูปํ พนฺธกณฺฑุเส ฆเฏตฺวา รชฺชุเกหิ พนฺธิตฺวา กตํ โหตีติ อธิปฺปาโย. กถินจีวรสฺส อปฺปตาย ปฐมํ พทฺธทุสฺสํ กุจฺฉิจิมิลิกา โหติ, มหาปจฺจริยํ, กุรุนฺทิยญฺจ วุตฺตวจนนิทสฺสนํ, พฺยญฺชเน เอว เภโท, อตฺเถ นตฺถีติ ทสฺสนตฺถํ กตนฺติ เวทิตพฺพํ. ‘‘อิมินา กึ ทีเปตีติ เจ? ตถากตํ ทุปฏฺฏจีวรํ ปกติจีวรสฺส มหนฺตตาย ปกติจีวรสงฺขฺยเมว คจฺฉติ, น กถินจีวรสงฺขฺยนฺติ กสฺสจิ สิยา, เนวํ ทฏฺฐพฺพํ. เอวํ กุจฺฉิจิมิลิกภาเวน ฐิตมฺปิ กถินจีวรํ. มหนฺตมฺปิ ตํ ปกติจีวรํ อตฺตโน กถินจีวรเมวาติ. เหฏฺฐิมโกฏิยา ปญฺจกสฺส อิจฺฉิตพฺพตฺตา กถินทุสฺสํ ขณฺฑาขณฺฑํ พหุธา ฉินฺทิตฺวา สิพฺพิตุกาโม กถินจีวรโต ปฏฺฏํ คเหตฺวา อญฺญสฺมึ อกถินจีวเร ปฏฺฏมาโรเปตี’’ติ ลิขิตํ. อถ วา พหูนิ กถินทุสฺสานิ ปํสุกูลานิ ขุทฺทกขุทฺทกานิ เอกจีวรตฺถาย, มหนฺตานิ จ อูนตฺถาย ทินฺนานิ โหนฺติ. กถินจีวรโตติ ภิกฺขุ เอกจฺจโต กถินจีวรโต ปฏฺฏํ คเหตฺวา อญฺญสฺมึ อาโรเปติ. เอตฺถาห – กึ ปํสุกูลานิ กถินทุสฺสานิ วิกปฺปนุปคปจฺฉิมานิ ทาตพฺพานิ, อุทาหุ ขุทฺทกานิปีติ? เอตฺถ อจีวรสงฺขฺยตฺตา ขุทฺทกานิ ทาตุํ น วฏฺฏติ. กมฺมวาจา ตตฺถ น รุหตีติ เอเก. ‘‘ปํสุกูเลน อตฺถตํ โหตี’’ติ ปาฬิยํ นยทานโต กุจฺฉิจิมิลิกภาเวน ฐิตสฺส กถินทุสฺสสฺส อตฺตโน สภาเวน อนธิฏฺฐานุปคสฺส ปุราณจีวรภาเวเนว อธิฏฺฐานารหสฺสปิ กถินจีวรภาวานุมติมุเขน อฏฺฐกถายํ ปทานโต จ ขุทฺทกานิปิ ทาตุํ วฏฺฏติ. ตญฺหิ กถินตฺถารโก ฆเฏตฺวา กถินจีวรํ กริสฺสตีติ กตฺวา กปฺปตีติ เอเก, ยุตฺตตรํ คเหตพฺพํ.

นิจยสนฺนิธิ สงฺฆายตฺตา สงฺเฆน กตตฺตา. รตฺตาติกฺกนฺตํ นิสฺสชฺชิตพฺพตฺตา ‘‘นิสฺสคฺคิย’’นฺติ วุจฺจติ. ปญฺจ ขณฺฑานิ ปฏฺฏานิ ปมาณํ อสฺสาติ ปญฺจกํ. เตน วา อติริตฺเตน วาติ อตฺโถ. ตทเหว สญฺฉินฺเนนาติ สงฺเฆน กถินตฺถารกสฺส กมฺมวาจํ วตฺวา ทินฺเนเนว ตทเหว สญฺฉินฺเนน สมณฺฑลิกเตน ภวิตพฺพํ. เอวํ ทินฺนํเยว หิ ปริวาเร ‘‘ปุพฺพกรณํ สตฺตหิ ธมฺเมหิ สงฺคหิต’’นฺติ วุตฺตํ, น ทายเกน ทิยฺยมานํ, ตสฺมา ปรินิฏฺฐิตปุพฺพกรณเมว เจ ทายโก สงฺฆสฺส เทติ, สมฺปฏิจฺฉิตฺวา กมฺมวาจาย ทาตพฺพํ. เตน จ ตสฺมึเยว สีมามณฺฑเล อธิฏฺฐหิตฺวา อตฺถริตฺวา สงฺโฆ อนุโมทาเปตพฺโพ กตปุพฺพกรณสฺส ปุน กตฺตพฺพาภาวโต. อตฺถารกสฺส หตฺถคตเมว หิ สนฺธาย ‘‘น อุลฺลิขิตมตฺเตนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปรินิฏฺฐิตปุพฺพกรณมฺปิ ปุน โธวิตฺวา วิสิพฺพิตฺวา กาตพฺพเมว วจนปมาณโตติ เจ? น, ฉินฺนสฺส ปุน เฉทาสมฺภวโต. อญฺญสฺมึ ฐาเน ฉินฺทิตพฺพเมวาติ เจ? น, ปพฺพชฺชาธิกาเร ‘‘เกสมสฺสุํ โอหาราเปตฺวา’’ติ วจนปฺปมาณโต มุณฺฑิกสฺส ฉินฺเนปิ เกเส ปริเยสิตฺวา สิรสฺมึ ฐเปตฺวา ปุน โอหาราเปตฺวา ปพฺพาเชตพฺพปฺปสงฺคโต, น อิธ น-กาเรน ปฏิสิทฺธตฺตาติ เจ? น, ‘‘น อญฺญตฺร สงฺฆาฏิยา’’ติ น-กาเรน ปฏิสิทฺธตฺตา อุตฺตราสงฺเคน อตฺถเต อนตฺถตํ โหตีติ อนิฏฺฐปฺปสงฺคโต, ตสฺมา อภินิเวโส น กาตพฺโพ. ‘‘พหิอุปจารสีมาย ฐิโต’’ติ วุตฺตตฺตาปิ ปุพฺเพ วุตฺตวินิจฺฉโยว คเหตพฺโพ.

๓๐๙. อสนฺนิธิกเตน อตฺถตํ โหติ กถินนฺติ เอตฺถ กึ กถินตฺถารมาเสเยว ทุวิโธปิ สนฺนิธิ อธิปฺเปโต, อุทาหุ ตโต ปุพฺเพปิ, ทายเกน วา กทา ทาตพฺพํ, กึ กถินตฺถารมาเสเยว, อุทาหุ ตโต ปุพฺเพปิ, กถินตฺถารมาเสปิ อสุกสฺมึ ทิวเสเยว อตฺถารตฺถาย ทมฺมีติ ทาตุํ วฏฺฏติ น วฏฺฏตีติ อิทํ วิจาเรตพฺพํ. กถินตฺถารมาเส เอว ทุวิโธปิ สนฺนิธิ. ทายเกนาปิ วสฺสาวาสิกํ วิย กถินจีวรํ อุทฺทิสฺส ทินฺนํ น วฏฺฏติ. กสฺมา? ‘‘กถินทายกสฺส วตฺตํ อตฺถี’’ติอาทินา (มหาว. อฏฺฐ. ๓๐๖) นเยน อฏฺฐกถายํ วุตฺตตฺตา. อุกฺกฏฺฐมตฺตเมตนฺติ เจ? น, ‘‘กถินํ นาม อติอุกฺกฏฺฐํ วฏฺฏตี’’ติ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๐๘) วุตฺตตฺตา. น อาคมนํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ เจ? น, อิทมฺปิ อาคมนเมว สนฺธาย วุตฺตํ, ปุพฺเพ ทินฺนํ น วฏฺฏตีติ.

๓๑๐. กถินสฺสาติ กถินตฺถารสฺส. อุพฺภารายาติ วูปสมาย, อปฺปวตฺติยาติ อตฺโถ. กิมตฺถิยํ อุพฺภารนิทสฺสนนฺติ เจ? ปญฺจหิ อนาปตฺติกาลปริยนฺตทสฺสเนน เตสุ สํวรุปฺปาทนตฺถํ. อญฺญถา ‘‘จีวรกาลสมโย นาม อนตฺถเต กถิเน วสฺสานสฺส ปจฺฉิโม มาโส, อตฺถเต กถิเน ปญฺจ มาสา’’ติ (ปารา. ๖๔๙) วิภงฺเค วุตฺตตฺตา อนฺตราปกฺกมนนฺติกาทิอุพฺภาราภาเวปิ ปญฺจหิ ปญฺจสุ มาเสสุ อนาปตฺติเยวาติ มิจฺฉาคาโห สิยา. ตโต อาปตฺติเขตฺเต อนาปตฺติเขตฺตสญฺญาย ตํ ตํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ, อิตเรสญฺจ ภิกฺขูนํ ลาภนฺตรายํ กโรตีติ เวทิตพฺพํ.

อาทายสตฺตกกถาวณฺณนา

๓๑๑. สนฺนิฏฺฐานนฺติเก เทฺวปิ ปลิโพธา เอกโต ฉิชฺชนฺตีติ อิธ, ปริวารฏฺฐกถายญฺจ วุตฺตํ อิมิสฺสา ขนฺธกปาฬิยา สเมติ เอกโต อุภินฺนมฺปิ ธุรนิกฺเขปสฺส กตตฺตา. ‘‘อิทํ พหิสีมายเมว วุตฺตํ สนฺนิฏฺฐานนฺติกํ สนฺธาย วุตฺตํ. ยํ ปน วุตฺตํ ปริวาเร ‘จตฺตาโร กถินุทฺธารา สิยา อนฺโตสีมาย อุทฺธริยฺยนฺติ, สิยา พหิสีมาย อุทฺธริยฺยนฺติ, นิฏฺฐานนฺติโก สนฺนิฏฺฐานนฺติโก นาสนนฺติโก อาสาวจฺเฉทิโก’ติ (ปริ. ๔๑๖). ตตฺถ พหิสีมาย สนฺนิฏฺฐานนฺติโก อุทฺธริยฺยตีติ อิธ ทสฺสิตนโยว. กถํ อนฺโตสีมาย สนฺนิฏฺฐานนฺติโก? อกตจีวรมาทาย ‘น ปจฺเจสฺส’นฺติ คโต, คตคตฏฺฐาเน ผาสุวิหารํ อลภนฺโต ตเมว วิหารํ อาคจฺฉติ, ตสฺส จีวรปลิโพโธ ฐิโต. โส จ ‘เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺส’นฺติ จิตฺเต อุปฺปนฺนมตฺเต ฉิชฺชติ, ตสฺมา อนฺโตสีมาย อุทฺธริยฺยติ, ตสฺมา ทุวิโธ สนฺนิฏฺฐานนฺติโก’’ติ โปราณคณฺฐิปเท ลิขิตํ, ตํ ยุตฺตํ, อญฺญถา อนฺโตสีมาย ‘‘เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺส’’นฺติ ปวตฺตอุพฺภาโร อิตเรสุ สโมธานํ น คจฺฉตีติ อติริตฺโต สิยา. สีมาติกฺกนฺติโกติ จีวรกาลสีมาติกฺกนฺติโก. สอุพฺภาเร จีวรปลิโพโธ ปฐมํ ฉิชฺชนฺโต วิย ขายติ, อถ โข สาเปกฺขตาย จีวรกรเณ สอุสฺสาโหว โหตีติ เลสํ สนฺธาย ปริวารวเสน ‘‘เทฺว ปลิโพธา อปุพฺพํ อจริมํ ฉิชฺชนฺตี’’ติ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๑๑) วุตฺตํ. ‘‘กตจีวโร’’ติ วุตฺตตฺตา อิธ น สมฺภวติ.

๓๑๖. สพฺพํ อตฺตโน ปริกฺขารํ อนวเสเสตฺวา ปกฺกมนฺโต ‘‘สมาทาย ปกฺกมตี’’ติ วุจฺจติ. ‘‘กถินุทฺธาเร วิเสโส นตฺถิ. ปุคฺคลาธิปฺปายวิเสเสน เกวลํ วารทสฺสนตฺถํ สมาทายวารา วุตฺตา’’ติ สพฺเพสุ คณฺฐิปเทสุ ลิขิตํ. อิธ ปน ปุคฺคลาธิปฺปาเยน ปโยชนํ วีมํสิตพฺพํ. ปกฺกมนนฺติกสฺส อภาวา ‘‘ยถาสมฺภว’’นฺติ วุตฺตํ. วิปฺปกเตปิ ธุรนิกฺเขปวเสน ปกฺกมนนฺติกตา สมฺภวติ, ตสฺมา ปกฺกมนนฺติกวาโรปิ วตฺตพฺโพติ เจ? น, สนฺนิฏฺฐานนฺติกลกฺขณปฺปสงฺคโต. อกตจีวรสฺส น สวนนฺติกตา จ.

ตตฺรายํ อาทิโต ปฏฺฐาย วารวิภาวนา – อาทายวารา สตฺต, ตถา สมาทายวาราติ เทฺว สตฺตกวารา. ตโต ปกฺกมนนฺติกํ วชฺเชตฺวา วิปฺปกตจีวรสฺส อาทายวารา, สมาทายวารา จาติ เทฺว ฉกฺกวารา. ตโต ปรํ นิฏฺฐานสนฺนิฏฺฐานนาสนนฺติกานํ วเสน ตีณิ ติกานิ ทสฺสิตานิ, ตตฺถ ปฐมตฺติกํ อนฺโตสีมาย ‘‘น ปจฺเจสฺส’’นฺติ อิมํ วิธึ อนามสิตฺวา พหิสีมายํ เอว ‘‘น ปจฺเจสฺส’’นฺติ ปวตฺตํ, ตสฺมา ปกฺกมนนฺติกสีมาติกฺกนฺติกสอุพฺภารา ตตฺถ น ยุชฺชนฺติ. ‘‘อาสาวจฺเฉทิโก สมฺภวนฺโตปิ ยถาวุตฺตการเณน น วุตฺโต. ทุติยตฺติกํ อนฺโตสีมาย ‘น ปจฺเจสฺส’นฺติ ปวตฺตํ, เอตฺถ กิญฺจาปิ ปกฺกมนนฺติโก สมฺภวติ, ตถาปิ เยหิ จีวรปลิโพโธ ฉิชฺชติ, เตสํเยวาธิปฺเปตตฺตา น วุตฺโต’’ติ โปราณคณฺฐิปเท วุตฺตํ. สพฺพสฺมิมฺปิ ปนฺนรสเก วิปฺปกตจีวรสฺเสวาธิปฺเปตตฺตาติ ตกฺโก. อธิฏฺฐานุปเค จ วิปฺปกเต สติ น นิฏฺฐานนฺติโก. นิฏฺฐานาวเสเส สติ น นาสนนฺติโกติ โปราณา. ตติยตฺติกํ อนธิฏฺฐิต-ปเทน วิเสเสตฺวา ปวตฺตํ, อตฺถโต ปฐมตฺติเกน สเมติ. ตสฺส อตฺถทสฺสนปโยชนํ กิร ตํ. ยสฺมา อิเม ตโย อตฺถวิกปฺปา อิเมหิ เอว ตีหิ กถินุทฺธาเรหิ สกฺกา ทสฺเสตุํ, ตสฺมา อิเมว โยชิตา เอกสมฺพนฺธวเสน, อญฺญถา ปฐมตฺติกํ ฉกฺกํ ภเวยฺย อิมสฺส ปนฺนรสกสฺส อนฺเต ฉกฺกํ วิย. ตติยตฺติกานนฺตรํ จตุตฺถตฺติกํ สมฺภวนฺตํ ‘‘อนฺโตสีมายํ ‘ปจฺเจสฺส’’นฺติ วจนวิเสเสน สมฺภวติ. ตถา จ โยชิยมานํ อิตเรหิ สวนนฺติกาทีหิ อวิรุทฺธกฺกมํ โหติ, ตสฺมา จตุตฺถตฺติกํ อหุตฺวา ฉกฺกํ ชาตนฺติ เวทิตพฺพํ. เอวํ ตีณิ ติกานิ เอกํ ฉกฺกญฺจาติ ปฐมํ ปนฺนรสกํ เวทิตพฺพํ. อิทานิ อิทเมว ปนฺนรสกํ อุปสคฺควิเสเสน ทุติยํ สมาทายปนฺนรสกํ นาม กตํ. ปุน วิปฺปกตจีวรํ อาทายาติ ตติยํ ปนฺนรสกํ, สมาทายาติ จตุตฺถํ ปนฺนรสกํ ทสฺสิตํ. เอวํ จตฺตาริ ปนฺนรสกานิ เวทิตพฺพานิ. ตตฺถ ปฐมทุติเยสุ ปนฺนรสเกสุ สพฺเพน สพฺพํ อกตจีวรํ อธิปฺเปตํ, อิตเรสุ ทฺวีสุ วิปฺปกตนฺติ โยเชตพฺพํ. ‘‘ปุพฺเพ นิพทฺธฏฺฐาเน จีวราสาย คเหตพฺพํ, อญฺญตฺถ น วฏฺฏติ. อุปจฺฉินฺนาย เจ จีวราสาย จีวรํ อุปฺปนฺนํ, น ตํ จีวรปลิโพธํ กโรตี’’ติ โปราณคณฺฐิปเท วุตฺตํ. นิสฺสคฺคิเยสุ ตติยกถิเน อาคตจีวรปจฺจาสา อิธ จีวราสาติ ตกฺโก. ยตฺถ จีวราสา, ตํ ฐานํ อธิกรณูปจาเรน ‘‘จีวราสา’’เตฺวว วุจฺจตีติ กตฺวา ‘‘ตํ จีวราสํ ปยิรุปาสตี’’ติอาทิ วุตฺตํ, ตสฺมา อนาสาย ลภตีติ อนาสายิตฏฺฐาเน ลภตีติอาทินา อตฺโถ คเหตพฺโพ. เอตฺถ นิฏฺฐานสนฺนิฏฺฐานนาสนอาสาวจฺเฉทิกวเสน เอโก วาโรติ อิทเมกํ จตุกฺกํ ชาตํ, ตสฺมา ปุพฺเพ วุตฺตานิ ตีณิ ติกานิ อาสาวจฺเฉทิกาธิกานิ ตีณิ จตุกฺกานีติ เอกํ อนาสายทฺวาทสกนฺติ เวทิตพฺพํ. ตทนนฺตเร อาสายทฺวาทสเก กิญฺจาปิ ปฐมทฺวาทสกฺกโม ลพฺภติ, ตถาปิ ตํ นิพฺพิเสสนฺติ ตเมกํ ทฺวาทสกํ อวุตฺตสิทฺธํ กตฺวา วิเสสโต ทสฺเสตุํ อาทิโต ปฏฺฐาย ‘‘อนฺโตสีมาย ปจฺเจสฺส’’นฺติ วุตฺตํ, ตํ ทุติยจตุกฺเก ‘‘โส พหิสีมคโต สุณาตี’’ติอาทิวจนสฺส ตติยจตุกฺเก สวนนฺติกาทีนญฺจ โอกาสกรณตฺถนฺติ เวทิตพฺพํ. อิทํ ปน ทฺวาทสกํ อนาสาย วเสน ลพฺภมานมฺปิ อิมินา อวุตฺตสิทฺธํ กตฺวา น ทสฺสิตนฺติ เวทิตพฺพํ. เอวเมตฺถ เทฺว ทฺวาทสกานิ อุทฺธริตานิ. กรณียทฺวาทสเกปิ ยถาทสฺสิตอนาสายทฺวาทสกํ, อวุตฺตสิทฺธํ อาสายทฺวาทสกญฺจาติ เทฺว ทฺวาทสกานิ อุทฺธริตพฺพานิ. อิทานิ ทิสํคมิกนวกํ โหติ. ตตฺถ ยสฺมา ‘‘ทิสํคมิโก ปกฺกมตี’’ติ วจเนเนว ‘‘น ปจฺเจสฺส’’นฺติ อิทํ อวุตฺตสิทฺธเมว, ตสฺมา ตํ น วุตฺตํ. เอตฺตาวตา อาวาสปลิโพธาภาโว ทสฺสิโต.

๓๒๑. ‘‘จีวรปฏิวีสํ อปวิลายมาโน’’ติ อิมินา จีวรปลิโพธสมงฺคิตมสฺส ทสฺเสติ. ปฏิวีโสติ อตฺตโน ปตฺตพฺโพ จีวรภาโค. อปวิลายมาโนติ อากงฺขมาโน. ตสฺส จีวรลาเภ สติ วสฺสํวุตฺถาวาเส นิฏฺฐานสนฺนิฏฺฐานนาสนนฺติกานํ วเสน เอกํ ติกํ, เตสํเยว วเสน อนฺตรามคฺเค เอกํ, คตฏฺฐาเน เอกนฺติ ติณฺณํ ติกานํ วเสน เอกํ นวกํ เวทิตพฺพํ. ตโต ปรํ นิฏฺฐานสนฺนิฏฺฐานนาสนนฺติ กสีมาติกฺกนฺติกสอุพฺภารานํ วเสน ผาสุวิหารปญฺจกํ วุตฺตํ. อุภยตฺถ เสสกถินุทฺธาราสมฺภโว ปากโฏว. อยํ ปเนตฺถ ปญฺจเก วิเสโส – สมาทายวาโร น สมฺภวติ ‘‘ปจฺเจสฺส’’นฺติ ปจฺจาคมนาธิปฺปายโต.

๓๒๕. เทฺวเม ภิกฺขเว กถินสฺส ปลิโพธาติ กถินตฺถารสฺส อนุปพนฺธนปจฺจยาติ.

กถินกฺขนฺธกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.