๖. เภสชฺชกฺขนฺธกวณฺณนา
ปญฺจเภสชฺชาทิกถาวณฺณนา
๒๖๐. ‘‘ยํ เภสชฺชญฺเจว อสฺสา’’ติ ปรโต ‘‘ตทุภเยน ภิยฺโยโส มตฺตาย กิสฺสา โหนฺตี’’ติอาทินา วิโรธทสฺสนโต นิทานานเปกฺขํ ยถาลาภวเสน วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ยถานิทานํ กสฺมา น วุตฺตนฺติ เจ? ตทญฺญาเปกฺขาธิปฺปายโต. สพฺพพุทฺธกาเลปิ หิ สปฺปิอาทีนํ สตฺตาหกาลิกภาวาเปกฺขาติ ตถา วจเนน ภควโต อธิปฺปาโย, เตเนว ‘‘อาหารตฺถญฺจ ผเรยฺย, น จ โอฬาริโก อาหาโร ปญฺญาเยยฺยา’’ติ วุตฺตํ. ตถา หิ กาเล ปฏิคฺคเหตฺวา กาเล ปริภุญฺชิตุนฺติ เอตฺถ จ กาลปริจฺเฉโท น กโต. กุโตเยว ปน ลพฺภา ตทญฺญาเปกฺขาธิปฺปาโย ภควโต มูลเภสชฺชาทีนิ ตานิ ปฏิคฺคเหตฺวา ยาวชีวนฺติ กาลปริจฺเฉโท. ยํ ปน ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ตานิ ปญฺจ เภสชฺชานิ กาเล ปฏิคฺคเหตฺวา กาเล ปริภุญฺชิตุ’’นฺติ วจนํ, ตํ ‘‘สนฺนิธึ กตฺวา อปราปรสฺมึ ทิวเส กาเล เอว ปริภุญฺชิตุํ อนุชานามี’’ติ อธิปฺปายโต วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อญฺญถา อติสยตฺตาภาวโต ‘‘ยํ เภสชฺชญฺเจว อสฺสา’’ติอาทิ วิตกฺกุปฺปาโท น สมฺภวติ. ปณีตโภชนานุมติยา ปสิทฺธตฺตา อาพาธานุรูปสปฺปายาเปกฺขาย วุตฺตานีติ เจ? ตญฺจ น, ภิยฺโยโส มตฺตาย กิสาทิภาวาปตฺติทสฺสนโต. ยถา ‘‘อุจฺฉุรสํ อุปาทาย ผาณิต’’นฺติ วุตฺตํ, ตถา ‘‘นวนีตํ อุปาทาย สปฺปิ’’นฺติ วตฺตพฺพโต นวนีตํ วิสุํ น วตฺตพฺพนฺติ เจ? น, วิเสสทสฺสนาธิปฺปายโต. ยถา ผาณิตคฺคหเณน สิทฺเธปิ ปรโต อุจฺฉุรโส วิสุํ อนุญฺญาโต อุจฺฉุสามญฺญโต คุโฬทกฏฺฐาเน ฐปนาธิปฺปายโต. ตถา นวนีเต วิเสสวิธิทสฺสนาธิปฺปายโต นวนีตํ วิสุํ อนุญฺญาตนฺติ เวทิตพฺพํ. วิเสสวิธิ ปนสฺส เภสชฺชสิกฺขาปทฏฺฐกถาวเสน เวทิตพฺพํ. วุตฺตญฺหิ ตตฺถ ‘‘ปจิตฺวา สปฺปึ กตฺวา ปริภุญฺชิตุกาเมน อโธตมฺปิ ปจิตุํ วฏฺฏตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๒๒). ตตฺถ สปฺปิ ปกฺกาว โหติ, นาปกฺกา. ตถา ผาณิตมฺปิ. นวนีตํ อปกฺกเมว.
เอตฺถาห – นวนีตํ วิย อุจฺฉุรโสปิ สตฺตาหกาลิกปาฬิยํ เอว วตฺตพฺโพติ? น วตฺตพฺโพ. กสฺมา? สตฺตาหกาลิกปาฬิยํ วุตฺเต อุจฺฉุรโส คุฬาปเทเสน ยถา อคิลานสฺส ผาณิตํ ปฏิสิทฺธํ, ตถา อุจฺฉุรโสปีติ อาปชฺชติ, อวุตฺเต ปน คุฬํ วิย โส ผาณิตสงฺขฺยํ น คจฺฉติ. อิธ อวตฺวา ปจฺฉา วจเนน คุโฬทกฏฺฐาเนว ฐปิโต โหติ. ตทตฺถเมว ปจฺฉาภตฺตํ วฏฺฏนกปานกาธิกาเร วุตฺโต, ตสฺมา เอว ยามกาลิโกติ เจ? น, อฏฺฐกถาวิโรธโต. น อุปาทายตฺถสฺส นิสฺสยตฺถตฺตาติ เจ? กึ วุตฺตํ โหติ – ‘‘อุจฺฉุรสํ อุปาทาย อุจฺฉุวิกติ ผาณิตนฺติ เวทิตพฺพา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๒๓) ยเทตํ นิสฺสคฺคิยฏฺฐกถาวจนํ, ตตฺถ ‘‘อุปาทายา’’ติ อิมสฺส นิสฺสาย ปจฺจยํ กตฺวาติ อตฺโถติ. น, ปรโต อปรกิริยาย อทสฺสนโต. ยถา ‘‘จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๐๔, ๔๐๐; ๓.๔๒๑, ๔๒๕; สํ. นิ. ๒.๔๓) ‘‘ปฏิจฺจา’’ติ อิมสฺส อุสฺสุกฺกวจนสฺส ‘‘อุปฺปชฺชตี’’ติ อปรกิริยา ทิสฺสติ, น ตถา ‘‘อุจฺฉุรสํ อุปาทายา’’ติ เอตฺถ อปรกิริยา ทิสฺสตีติ. อยุตฺตเมตํ ตตฺถ ตทภาเวปิ สิทฺธตฺตา. ยถา ‘‘จตฺตาโร จ มหาภูตา จตุนฺนญฺจ มหาภูตานํ อุปาทาย รูป’’นฺติ (ธ. ส. ๕๘๔) เอตฺถ อปรกิริยาย อภาเวปิ อุสฺสุกฺกวจนํ สิทฺธํ, ตถา เอตฺถาปิ สิยาติ? น, ตตฺถ ปาฐเสสาเปกฺขตฺตา. ยถา จตฺตาโร มหาภูตา อุปาทาย วุตฺตํ, ปวตฺตกํ วา รูปนฺติ อิมํ ปาฐเสสํ สา ปาฬิ อเปกฺขติ, น ตถา อิทํ อฏฺฐกถาวจนํ กญฺจิ ปาฐํ อเปกฺขติ. ปริปุณฺณวาทิโน หิ อฏฺฐกถาจริยา. สญฺญากรณมตฺตํ วา ตสฺส รูปสฺส. ‘‘อตฺถิ รูปํ อุปาทายา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๕๘๔) หิ สญฺญากรณมตฺตํ, เอวมิธาปีติ เวทิตพฺพํ. อิธ ปน ‘‘อุจฺฉุรสํ อุปาทายา’’ติ อุจฺฉุรสํ อาทึ กตฺวา, ตโต ปฏฺฐายาติ อตฺโถ, ตสฺมา ‘‘อุจฺฉุรเสน สํสฏฺฐํ ภตฺตํ อคิลาโน ภิกฺขุ วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชนฺโต ปณีตโภชนสิกฺขาปเทน กาเรตพฺโพ, ภิกฺขุนี ปาฏิเทสนิเยนา’’ติ วุตฺตํ, ตํ อยุตฺตนฺติ เอเก. เต วิเสสเหตุโน อภาวํ ทสฺเสตฺวา ปญฺญาเปตพฺพา.
เอตฺตาวตา ‘‘อุจฺฉุรสํ อุปาทายาติ อุจฺฉุรสํ อาทึ กตฺวา’’ติอาทีนํ ปทานํ อตฺถํ มิจฺฉา คเหตฺวา ยทิ ‘‘อุจฺฉุรสํ อุปาทายา’’ติ วจเนน อุจฺฉุรโส ผาณิตํ สิยา, ‘‘อปกฺกา วา’’ติ วจนํ นิรตฺถกํ อปกฺกวจเนน อุจฺฉุรสสฺส คหิตตฺตา. อถ ‘‘ปกฺกา วา’’ติ วจเนน อุจฺฉุรโส ผาณิตนฺติ สิทฺธํ, ‘‘อุจฺฉุรสํ อุปาทายา’’ติ วจนํ นิรตฺถกนฺติ อุตฺตรํ วุตฺตํ, ตํ อนุตฺตรนฺติ สาธิตํ โหติ. โส เจเตหิ อปกฺกา วาติ สามํ ภิกฺขุนา อปกฺกา วา. อวตฺถุกปกฺกา วาติ ภิกฺขุนาว สามํ วินา วตฺถุนา ปกฺกา วาติ อตฺโถ. ตสฺมา อญฺญถา ‘‘สวตฺถุกปกฺกา วา’’ติ จ วตฺตพฺพนฺติ อตฺโถ ทสฺสิโต, โส ทุฏฺฐุ ทสฺสิโต. กสฺมา? มหาอฏฺฐกถายํ ‘‘ฌามอุจฺฉุผาณิตํ วา โกฏฺฏิตอุจฺฉุผาณิตํ วา ปุเรภตฺตเมว วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตตฺตา, ‘‘สวตฺถุกปกฺกา วา’’ติ วจนสฺส จ ลทฺธิวิโรธโต อวุตฺตตฺตา. ‘‘มหาปจฺจริยํ ปน ‘เอตํ สวตฺถุกปกฺกํ วฏฺฏติ โน วฏฺฏตี’ติ ปุจฺฉํ กตฺวา ‘อุจฺฉุผาณิตํ ปจฺฉาภตฺตํ โน วฏฺฏนกํ นาม นตฺถี’ติ วุตฺตํ, ตํ ยุตฺต’’นฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๒๓) วุตฺตตฺตา จ สวตฺถุกปกฺกา วาติ อตฺโถ จ วุตฺโตเยว โหติ, ตสฺมา ทุทฺทสฺสิโตติ สิทฺธํ. อาหารตฺถนฺติ อาหารปโยชนํ. อาหารกิจฺจํ ยาปนนฺติ อตฺโถติ จ.
๒๖๒. เตลปริโภเคนาติ สตฺตาหกาลิกปริโภเคน.
๒๖๓. สติ ปจฺจเยติ เอตฺถ สติปจฺจยตา คิลานาคิลานวเสน ทฺวิธา เวทิตพฺพา. วิกาลโภชนสิกฺขาปทสฺส หิ อนาปตฺติวาเร ยามกาลิกาทีนํ ติณฺณมฺปิ อวิเสเสน สติปจฺจยตา วุตฺตา. อิมสฺมึ ขนฺธเก ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, คิลานสฺส คุฬํ, อคิลานสฺส คุโฬทกํ, อนุชานามิ, ภิกฺขเว, คิลานสฺส โลณโสวีรกํ, อคิลานสฺส อุทกสมฺภินฺน’’นฺติ วุตฺตํ. ตสฺมา สิทฺธํ สติปจฺจยตา คิลานาคิลานวเสน ทุวิธาติ. อญฺญถา อสติ ปจฺจเย คุโฬทกาทีสุ อาปชฺชติ. ตโต จ ปาฬิวิโรโธ.
ปิฏฺเฐหีติ ปิสิตเตเลหิ. โกฏฺฐผลนฺติ โกฏฺฐรุกฺขสฺส ผลํ. ‘‘มทนผลํ วา’’ติ จ ลิขิตํ. หิงฺคุชตุ นาม หิงฺคุรุกฺขสฺส ทณฺฑปลฺลวปวาฬปากนิปฺผนฺนา. หิงฺคุสิปาฏิกา นาม ตสฺส มูลสาขปากนิปฺผนฺนา. ตกํ นาม ตสฺส รุกฺขสฺส ตจปาโกทกํ. ตกปตฺตีติ ตสฺส ปตฺตปาโกทกํ. ตกปณฺณีติ ตสฺส ผลปาโกทกํ. อถ วา ‘‘ตกํ นาม ลาขา. ตกปตฺตีติ กิตฺติมโลมลาขา. ตกปณฺณีติ ปกฺกลาขา’’ติ ลิขิตํ. อุพฺภิทํ นาม อูสปํสุมยํ.
๒๖๔. ฉกณํ โคมยํ. ปากติกจุณฺณํ นาม อปกฺกกสาวจุณฺณํ, เตน ‘‘ฐเปตฺวา คนฺธจุณฺณํ สพฺพํ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. จาลิเตหีติ ปริสฺสาวิเตหิ.
๒๖๕. นานาสมฺภาเรหิ กตนฺติ นาโนสเธหิ.
คุฬาทิอนุชานนกถาวณฺณนา
๒๗๔. สามํ ปกฺกํ สมปกฺกนฺติ ทุวิธํ วิย ทีเปติ, ตสฺมา ขีราทีสุ อุณฺหมตฺตเมว ปาโก. เตน อุตฺตณฺฑุลาทิสมานา โหนฺติ.
๒๗๖-๘. ‘‘พุทฺธปฺปมุข’นฺติ อาคตฏฺฐาเน ‘ภิกฺขุสงฺโฆ’ติ อวตฺวา ‘สงฺโฆ’ติ วุจฺจติ ภควนฺตมฺปิ สงฺคเหตุ’’นฺติ วทนฺติ. นาโคติ หตฺถี.
๒๗๙. สมฺพาเธติ วจฺจมคฺเค ภิกฺขุสฺส ภิกฺขุนิยา จ ปสฺสาวมคฺเคปิ อนุโลมโต. ทหนํ ปฏิกฺเขปาภาวา วฏฺฏติ. สตฺถวตฺติกมฺมานุโลมโต น วฏฺฏตีติ เจ? น, ปฏิกฺขิตฺตปฏิกฺเขปา, ปฏิกฺขิปิตพฺพสฺส ตปฺปรมตาทีปนโต, กึ วุตฺตํ โหติ? ปุพฺเพ ปฏิกฺขิตฺตมฺปิ สตฺถกมฺมํ สมฺปิณฺเฑตฺวา ปจฺฉา ‘‘น, ภิกฺขเว…เป… ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ ทฺวิกฺขตฺตุํ สตฺถกมฺมสฺส ปฏิกฺเขโป กโต. เตน สมฺพาธสฺส สามนฺตา ทฺวงฺคุลํ ปฏิกฺขิปิตพฺพํ นาม. สตฺถวตฺติกมฺมโต อุทฺธํ นตฺถีติ ทีเปติ. กิญฺจ ภิยฺโย ปุพฺเพ สมฺพาเธเยว สตฺถกมฺมํ ปฏิกฺขิตฺตํ, ปจฺฉา สมฺพาธสฺส สามนฺตา ทฺวงฺคุลมฺปิ ปฏิกฺขิตฺตํ, ตสฺมา ตสฺเสว ปฏิกฺเขโป, เนตรสฺสาติ สิทฺธํ. เอตฺถ ‘‘สตฺถํ นาม สตฺถหารกํ วาสฺส ปริเยเสยฺยา’’ติอาทีสุ วิย เยน ฉินฺทติ, ตํ สพฺพํ. เตน วุตฺตํ ‘‘กณฺฏเกน วา’’ติอาทิ. ขารทานํ ปเนตฺถ ภิกฺขุนิวิภงฺเค ปสาเข เลปมุเขน อนุญฺญาตนฺติ เวทิตพฺพํ. เอเก ปน ‘‘สตฺถกมฺมํ วา’’ติ ปาฐํ วิกปฺเปตฺวา วตฺถิกมฺมํ กโรนฺติ. ‘‘วตฺถี’’ติ กิร อคฺฆิกา วุจฺจติ. ตาย ฉินฺทนํ วตฺถิกมฺมํ นามาติ จ อตฺถํ วณฺณยนฺติ, เต ‘‘สตฺถหารกํ วาสฺส ปริเยเสยฺยา’’ติ อิมสฺส ปทภาชนียํ ทสฺเสตฺวา ปฏิกฺขิปิตพฺพา. อณฺฑวุฑฺฒีติ วาตณฺฑโก. อาทานวตฺตีติ อานหวตฺติ.
มนุสฺสมํสปฏิกฺเขปกถาวณฺณนา
๒๘๐. ‘‘น, ภิกฺขเว, มนุสฺสมํสํ…เป… ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ วุตฺตตฺตา, ‘‘น จ, ภิกฺขเว, อปฺปฏิ…เป… ทุกฺกฏสฺสา’’ติ จ วุตฺตตฺตา อปฺปฏิเวกฺขณทุกฺกฏญฺจ ถุลฺลจฺจยญฺจาติ เทฺว อาปชฺชติ, ตสฺมา กปฺปิยมํเสปิ อปฺปฏิเวกฺขณปจฺจยา ทุกฺกฏเมว. เกจิ ‘‘มํสภาวํ ชานนฺโตว อาปชฺชติ. ปูวาทีสุ อชานนฺตสฺส กา ปจฺจเวกฺขณา’’ติ วทนฺติ. อชานนฺโตปิ อาปชฺชติ สามญฺเญน วุตฺตตฺตาติ เกจิ.
หตฺถิมํสาทิปฏิกฺเขปกถาวณฺณนา
๒๘๑. อิเมสํ …เป… สพฺพํ น วฏฺฏตีติ อิทํ ทสนฺนมฺปิ มนุสฺสมํสาทีนํ อกปฺปิยภาวมตฺตปริทีปนวจนํ, นาปตฺติวิภาคทสฺสนวจนํ. ยํ กิญฺจิ ญตฺวา วา อญตฺวา วา ขาทนฺตสฺส อาปตฺติเยวาติ อิทมฺปิ อนิยมิตวจนเมว ‘‘อยํ นาม อาปตฺตี’’ติ อวุตฺตตฺตา. ตทุภยมฺปิ เหฏฺฐา มนุสฺสาทีนํ มํสาทีสุ ถุลฺลจฺจยทุกฺกฏาปตฺติโย โหนฺตีติ คหิตนเยหิ อธิปฺปาโย ชานิตุํ สกฺกาติ เอวํ วุตฺตํ. ตตฺรายํ อธิปฺปาโย – ยสฺมา เอเตสํ มนุสฺสาทีนํ มํสาทีนิ อกปฺปิยานิ, ตสฺมา มนุสฺสานํ มํสาทีสุ ถุลฺลจฺจยาปตฺติ. เสสานํ สพฺพตฺถ ทุกฺกฏาปตฺตีติ. ปาเฐเยว หิ โลหิตาทึ มํสคติกํ กตฺวา ‘‘น, ภิกฺขเว, มนุสฺสมํสํ…เป… ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ วุตฺตํ. ตตฺเถว หตฺถาทีนํ มํสาทีสุปิ ทุกฺกฏาปตฺติ ปญฺญตฺตา. เตน วุตฺตํ สีหฬฏฺฐกถายํ ‘‘มนุสฺสมํเส วา เกเส วา นเข วา อฏฺฐิมฺหิ วา โลหิเต วา ถุลฺลจฺจยเมวา’’ติ วุตฺตํ. อิมินา เอว –
‘‘อฏฺฐิปิ โลหิตํ จมฺมํ, โลมเมสํ น กปฺปตี’’ติ. –
ขุทฺทสิกฺขาคาถาปทสฺส อตฺโถ จ อธิปฺปาโย จ สุวิญฺเญยฺโยติ. ปฏิคฺคหเณติ เอตฺถ อนาทริยทุกฺกฏํ วุตฺตํ. ‘‘อุทกมนุสฺสาทิมํสมฺปิ น วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. นาคราเชน วุตฺตาทีนเว สติปิ อุชฺฌายนาธิการเมว คเหตฺวา ‘‘ปฏิกูลตายา’’ติ วุตฺตํ.
ยาคุมธุโคฬกาทิกถาวณฺณนา
๒๘๓. ยถาธมฺโม กาเรตพฺโพติ อิทํ สงฺคีติการกวจนํ. น หิ ภควา ตเมว สิกฺขาปทํ ทฺวิกฺขตฺตุํ ปญฺญเปสิ, เอวํ เอวรูเปสูติ เอเก. ปฐมปญฺญตฺตเมว สนฺธาย วุตฺตํ, ตถาปิ น จ เต ภิกฺขู สาปตฺติกา ชาตา. กถํ? ปรมฺปรโภชนสิกฺขาปทสฺส อฏฺฐุปฺปตฺติยา. ‘‘อปิจ มยํ กาลสฺเสว ปิณฺฑาย จริตฺวา ภุญฺชิมฺหา’’ติ วุตฺตํ. มาติกาวิภงฺเค (ปาจิ. ๒๒๗) จ ‘‘ปรมฺปรโภชนํ นาม ปญฺจนฺนํ โภชนานํ อญฺญตเรน โภชเนน นิมนฺติโต, ตํ ฐเปตฺวา อญฺญํ ปญฺจนฺนํ โภชนานํ อญฺญตรํ โภชนํ ภุญฺชติ, เอตํ ปรมฺปรโภชนํ นามา’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา อญฺญํ โภชนํ นาม นิมนฺตนโต ลทฺธํ ยํ กิญฺจีติ สิทฺธํ. ยสฺมา น โภชฺชยาคุนิมนฺตนโต ลทฺธโภชนํ, ตสฺมา ‘‘เอตฺถ อนาปตฺตี’’ติ เต ภิกฺขู ปริภุญฺชึสูติ. เอตฺถ ‘‘ยถาธมฺโม กาเรตพฺโพ’’ติ วุตฺตตฺตา ปน อญฺญนิมนฺตนโต ลทฺธโภชนเมว ภุญฺชนฺตสฺส อาปตฺติ, เนตรนฺติ อนุญฺญาตํ. ตโต ปฏฺฐาย ตสฺส อนาปตฺติวาเร ‘‘นิจฺจภตฺเต สลากภตฺเต ปกฺขิเก อุโปสถิเก ปาฏิปทิเก’’ติ วุตฺตํ. ปุพฺเพ เวสาลิยา ปญฺญตฺตกาเล นตฺถิ, ยทิ อตฺถิ, อฏฺฐุปฺปตฺติมาติกาวิภงฺควิโรโธ, ตสฺมา ‘‘อปิจ มยํ กาลสฺเสว ปิณฺฑาย จริตฺวา ภุญฺชิมฺหา’’ติ อฏฺฐุปฺปตฺติยํ วุตฺตตฺตา, ปทภาชเนปิ ‘‘อญฺญํ ปญฺจนฺนํ โภชนานํ อญฺญตรํ โภชนํ ภุญฺชตี’’ติ อวิเสเสน วุตฺตตฺตา จ ปฐมํ วา ปจฺฉา วา นิมนฺติตํ โภชนํ ฐเปตฺวา อนิมนฺติตเมว ภุญฺชนฺตสฺส อาปตฺติ, เนตรนฺติ กิญฺจาปิ อาปนฺนํ, ‘‘น, ภิกฺขเว, อญฺญตฺร นิมนฺติเตน อญฺญสฺส โภชฺชยาคุ ปริภุญฺชิตพฺพา’’ติ วุตฺตตฺตา ปน ปฐมนิมนฺติตโภชนโต อญฺญํ ปจฺฉา ลทฺธํ นิมนฺติตโภชนํ, นิจฺจภตฺตาทีนิ จ ภุญฺชนฺตสฺส อาปตฺตีติ อาปชฺชมานํ วิย ชาตนฺติ อนุปญฺญตฺติปฺปสงฺคนิวารณํ, อนิมนฺตนโภชเน อาปตฺติปฺปสงฺคนิวารณญฺจ กโรนฺโต, ปฐมปญฺญตฺติสิกฺขาปทเมว อิมินา อตฺเถน ปริณาเมนฺโต จ ‘‘ยถาธมฺโม กาเรตพฺโพ’’ติ ภควา อาห, ตสฺมา ตโต ปฏฺฐาย ปจฺฉา นิมนฺตนโภชนํ ภุญฺชนฺตสฺเสว อาปตฺติ. เตสุ น นิจฺจภตฺตาทีนีติ อาปนฺนํ. เตเนวายสฺมา อุปาลิตฺเถโร ตสฺส อนาปตฺติวาเร ‘‘นิจฺจภตฺเต’’ติอาทีนิ ปญฺจ ปทานิ ปกฺขิปิตฺวา สงฺคายิ. อธิปฺปายญฺญู หิ เต มหานาคา, ตสฺมา ปฐมเมว ยํ ภควตา วุตฺตํ ‘‘ปญฺจ โภชนานิ ฐเปตฺวา สพฺพตฺถ อนาปตฺตี’’ติ วจนํ, ปจฺฉาปิ ตํ อนุรกฺขนฺเตน อโภชนํ มธุโคฬกํ อปรามสิตฺวา โภชฺชยาคุ เอว วุตฺตาติ เอวํ อาจริโย.
เอตฺถาห – ยถา ปจฺฉาลทฺธเลเสน เถเรน นิจฺจภตฺตาทิปกฺเขโป กโต, เอวํ กถินกฺขนฺธเก ปรมฺปรโภชนํ ปกฺขิปิตฺวา ‘‘อตฺถตกถินานํ โว, ภิกฺขเว, ฉ กปฺปิสฺสนฺตี’’ติ กิมตฺถํ น วุจฺจนฺติ? วุจฺจเต – ยถาวุตฺตเลสนิทสฺสนตฺถํ. อญฺญถา อิทํ สิกฺขาปทํ เวสาลิยํ, อนฺธกวินฺเท จาติ อุภยตฺถ อุปฑฺฒุปฑฺเฒน ปญฺญตฺตํ สิยา. โน เจ, สาปตฺติกา ภิกฺขู สิยุํ, น จ เต สาปตฺติกา อปฺปฏิกฺขิตฺเตปิ เตสํ กุกฺกุจฺจทสฺสนโต. ‘‘เตน หิ, พฺราหฺมณ, ภิกฺขูนํ เทหีติ. ภิกฺขู กุกฺกุจฺจายนฺตา น ปฏิคฺคณฺหนฺตี’’ติ หิ วุตฺตํ. เตสญฺหิ ‘‘ปริภุญฺชถา’’ติ ภควโต อาณตฺติยา ปริภุตฺตานมฺปิ ‘‘โอทิสฺสกํ นุ โข อิทํ อมฺหาก’’นฺติ วิมติปฺปตฺตานํ วิมติวิโนทนตฺถํ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ยาคุญฺจ มธุโคฬกญฺจา’’ติ วุตฺตํ. เอวมิธาเปเต ปญฺญตฺตํ ปรมฺปรโภชนสิกฺขาปทํ โอมทฺทิตฺวา ปรมฺปรโภชนํ กถํ ภุญฺชิสฺสนฺตีติ. เอตฺถาหุ เกจิ อาจริยา ปรมฺปรโภชนสิกฺขาปเทเนว ‘‘อญฺญสฺส โภชนํ น กปฺปตี’’ติ ชานนฺตาปิ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ยาคุญฺจา’’ติ วิสุํ อนุญฺญาตตฺตา ‘‘ปฏคฺคิทานมหาวิกฏาทิ วิย กปฺปตี’’ติ สญฺญาย ภุญฺชึสุ. เตน วุตฺตํ ‘‘อปิจ มยํ กาลสฺเสว โภชฺชยาคุยา ธาตา’’ติอาทิ, ตํ อยุตฺตํ ตตฺถ อฏฺฐุปฺปตฺติมาติกาวิภงฺควิโรเธน อนาปตฺติวาเร นิจฺจภตฺตาทีนํ อสมฺภวปฺปสงฺคโต, ภิกฺขูนํ สาปตฺติกภาวานติกฺกมนโต, มิจฺฉาคาหเหตุปฺปสงฺเคน ภควตา อนุญฺญาตปฺปสงฺคโต จ. เต หิ ภิกฺขู ยสฺมา ภควา กตฺถจิ วินยวเสน กปฺปิยมฺปิ ‘‘คาถาภิคีตํ เม อโภชเนยฺย’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๑๙๔; สุ. นิ. ๘๑; มิ. ป. ๔.๕.๙) ปฏิกฺขิปติ, ตสฺมา ภควโต อธิปฺปายํ ปติ ‘‘กุกฺกุจฺจายนฺตา น ปฏิคฺคณฺหนฺตี’’ติ วุตฺตํ, สิกฺขาปทํ ปติ ภควาปิ อตฺตโน อธิปฺปายปฺปกาสนตฺถเมว ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ยาคุญฺจา’’ติ อาห. ทุรวคฺคาโห หิ ภควโต อธิปฺปาโย. ตถา หิ ภารทฺวาชสฺส ปายาสํ อโภชเนยฺยนฺติ อกตวิญฺญตฺติปฺปสงฺคโต ปฏิกฺขิปิ. อานนฺทตฺเถเรน วิญฺญาเปตฺวา สชฺชิตํ เตกฏุลยาคุํ ปน ‘‘ยทปิ, อานนฺท, วิญฺญตฺตํ, ตทปิ อกปฺปิย’’นฺติ อวตฺวา ‘‘ยทปิ, อานนฺท, อนฺโตวุตฺถ’’นฺติอาทิเมวาห. เตน โน เจ ตํ อนฺโตวุตฺถํ กปฺปตีติ อธิปฺปายทสฺสเนน ปณีตโภชนสูโปทนวิญฺญตฺติสิกฺขาปทานิ อุปตฺถมฺเภติ ภควโตปิ กปฺปติ, ปเคว อมฺหากนฺติ.
๒๘๔. คิลานสฺเสว ภควตา คุโฬ อนุญฺญาโตติ ‘‘ยานิ โข ปน ตานิ คิลานานํ ภิกฺขูนํ ปฏิสายนียานี’’ติ (ปารา. ๖๒๒) วจนวเสน วุตฺตํ, เตเนว เต อิธ ปฏิคฺคหเณ กุกฺกุจฺจายึสุ. อิธ ปน ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, คิลานสฺส คุโฬทก’’นฺติ วตฺตพฺเพ คุฬาธิการตฺตา ปุพฺเพ อนุญฺญาตญฺจ วตฺวา อคิลานสฺส คุโฬทกํ อนุญฺญาตํ, เตน คิลาเนน สติ ปจฺจเย คุโฬ ปริภุญฺชิตพฺโพ, คุโฬทกํ อสติ ปจฺจเยปิ วฏฺฏตีติ อิมํ วิเสสํ ทีเปติ. ตตฺถ ‘‘คุโฬทกํ กาลิเกสุ สตฺตาหกาลิกํ, ภควตา โอทิสฺสานุญฺญาตตฺตา สตฺตาหาติกฺกเมน ทุกฺกฏ’’นฺติ วทนฺติ, ตํ น ยุตฺตํ, อุทกสมฺภินฺนตฺตา สตฺตาหกาลิกภาวํ ชหติ. ‘‘ยถา อมฺพาทิ อุทกสมฺภินฺนํ ยามกาลิกํ ชาตํ, ตถา สตฺตาหกาลิกํ ชหิตฺวา ตทนนฺตเร ยาวชีวิเก ฐิต’’นฺติ วทนฺติ, ตํ ยุตฺตํ, ตญฺจ ภควตา โอทิสฺสานุญฺญาตตฺตา ปจฺจเวกฺขณาภาเว โทโส นตฺถิ. ‘‘คุโฬทก’นฺติ วุตฺตตฺตา อุทกคติก’’นฺติ วทนฺติ. ยทิ อุทกมิสฺสํ อุทกคติกํ โหติ, มธุปิ สิยา ตํ ตถา อนุญฺญาตตฺตา. มา โหตุ, อปฺปฏิคฺคเหตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพํ สิยา อุทกคติกตฺตา, ตญฺจ น โหติ, ‘‘สพฺพตฺถาปิ อุปปริกฺขิตฺวา คเหตพฺพ’’นฺติ อญฺญตรสฺมึ คณฺฐิปเท วุตฺตํ.
๒๘๕. สุญฺญาคารนฺติ จตุตฺถชฺฌานํ.
กปฺปิยภูมิอนุชานนกถาวณฺณนา
๒๙๕. โอรวสทฺทนฺติ มหาสทฺทํ. พหูหิ สมฺปริวาเรตฺวาติ เอตฺถ เอเกนาปิ วฏฺฏติ. ‘‘พหูสุ เอกสฺสปิ วจเนน สห สิยาติ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ. ‘‘อามสิตฺวา’’ติ วุตฺตตฺตา อนามสิเต น วฏฺฏติ. ‘‘โทโส นตฺถี’’ติ วจเนน เสสาปิ อนุญฺญาตา. ‘‘ภิตฺติญฺเจ อุปสนฺเต ปจฺฉา ตํ ปูเรนฺติ, ตตฺถ กาตุํ น วฏฺฏติ, ปกติภูมิยํเยว กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. ตํ อุปริ อฏฺฐกถายํ ‘‘อิฏฺฐกาทีหิ กตาจยสฺสา’’ติอาทินา วิรุชฺฌติ วิย. มตฺติกาปิณฺฑํ วาติ เอตฺถ ‘‘อสติยา อนธิฏฺฐิตาย สริตฏฺฐานโต ปฏฺฐาย เจ อุปริ อธิฏฺฐิตา, เหฏฺฐา ฐิตํ ภณฺฑํ อกปฺปิยํ, อุปริฏฺฐิตเมว กปฺปิยํ, อยเมตฺถ วิเสโส’’ติ วุตฺตํ. เอตฺถ กปฺปิยกุฏิ ลทฺธุํ วฏฺฏตีติ เอวํวิเธ ปุน กาตพฺพาติ อตฺโถ. กปฺปิยกุฏึ กาตุํ เทมาติ เอตฺถ กปฺปิยกุฏิกิจฺจํ กาตุนฺติ อธิปฺปาโย. โภชนสาลา ปน เสนาสนเมว, ตสฺมา ตตฺถ กาตพฺพนฺติ อปเร. ‘‘อกเตปิ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ.
‘‘มุขสนฺนิธิ นาม โภชนกาเล สนฺนิธี’’ติ ลิขิตํ. มุขสนฺนิธีติ ตสฺส นามํ. ‘‘ยทิ สนฺนิธิ โหติ, ปาจิตฺติยํ ภเวยฺย, มุขสนฺนิธิ ปน ทุกฺกฏํ, ตสฺมา สนฺนิธิ อนธิปฺเปตา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘ตสฺส สนฺตกํ กตฺวา’’ติ วุตฺตตฺตา อนเปกฺขวิสฺสชฺชนํ นาธิปฺเปตํ. จีวรวิกปฺปเน วิย กปฺปิยมตฺตํ ญาตพฺพนฺติ เกจิ.
เกณิยชฏิลวตฺถุกถาวณฺณนา
๓๐๐. ‘‘อตฺตนา ปฏิคฺคหิตํ ปุเรภตฺตเมว ปริจฺจชิตฺวา สามเณราทีหิ ปานกํ กตฺวา ทินฺเน ปุเรภตฺตเมว วฏฺฏติ, น ปจฺฉาภตฺตํ สวตฺถุกปฏิคฺคหิตตฺตา’’ติ วทนฺติ, ตตฺถ ปุน ปฏิคฺคหเณ นิทฺโทสตฺตา, ปุเรภตฺตเมว ปฏิคฺคหณสฺส นิสฺสฏฺฐตฺตา, อตฺตนา จ อคฺคหิตตฺตา โทโส น ทิสฺสติ, อุปปริกฺขิตฺวา คเหตพฺพํ. สาลูกา นาม กนฺทา, ‘‘อิโต กิญฺจิตก’’นฺติ โวหรนฺติ. ‘‘ผารุสกนฺติ โคฬวิสเย เอโก รุกฺโข’’ติ จ ลิขิตํ. ‘‘ปกฺกฑากรส’’นฺติ วิเสสิตตฺตา ‘‘อปกฺกํ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. กุรุนฺทิวจเนนปิ สิทฺธเมว. ตณฺฑุลโธวโนทกมฺปิ ธญฺญรโส เอว. ‘‘นิกฺกสโฏ อุจฺฉุรโส สตฺตาหกาลิโก’’ติ ลิขิตํ. สาวิตฺตีติ คายตฺติ. ฉนฺทโสติ เวทสฺส. ‘‘น, ภิกฺขเว, ปพฺพชิเตน อกปฺปิเย สมาทเปตพฺพ’นฺติ วุตฺตตฺตา อนุปสมฺปนฺนสฺสาปิ น เกวลํ ทสสุ เอว สิกฺขาปเทสุ, อถ โข ยํ ภิกฺขุสฺส น กปฺปติ, ตสฺมิมฺปีติ อธิปฺปาโย’’ติ วุตฺตํ.
๓๐๕. เทฺว ปฏา เทสนาเมเนวาติ จีนปฏฺฏโสมารปฏฺฏานิ. ตีณีติ ปตฺตุณฺเณน สห ตีณิ. อิทฺธิมยิกํ เอหิภิกฺขูนํ นิพฺพตฺตํ. เทวทตฺติยํ อนุรุทฺธตฺเถเรน ลทฺธํ. ‘‘ยามาติกฺกเม สนฺนิธิวเสน สตฺตาหาติกฺกเม เภสชฺชสิกฺขาปทวเสนา’’ติ ลิขิตํ.
เภสชฺชกฺขนฺธกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.