๕. จมฺมกฺขนฺธกวณฺณนา
โสณโกฬิวิสวตฺถุกถาวณฺณนา
๒๔๒. อสีติยา …เป… กาเรตีติ ‘‘อสีติ คามิกสหสฺสานิ สนฺนิปาตาเปตฺวา’’ติ อิมสฺส การณวจนํ. ตตฺถ ‘‘คามานํ อสีติยา สหสฺเสสู’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘อสีติยา คามสหสฺเสสู’’ติ วุตฺตํ. คามปฺปมุขา คามิกา, เตสํ สหสฺสานิ. ‘‘กมฺมจิตฺตีกตานี’’ติ อุปจาเรน วุตฺตํ. กมฺมปจฺจยอุตุสมุฏฺฐาเน หิ เตสํ อญฺชนวณฺณภาโว. ‘‘เกนจิเทว กรณีเยนา’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘เกนจิเทวา’’ติ วุตฺตํ. เอตฺถ เอวํ-สทฺโท โอปมฺเม ปวตฺตติ. เอวมุปมาโนปเทสปุจฺฉาวธารณปฏิญฺญาตโอปมฺเม. ปุรโต เปกฺขมานานนฺติ อนาทรตฺเถ สามิวจนํ. ตโต ปน ภควโต คนฺธกุฏิยา กวาฏํ สุพทฺธํ ปสฺสิตฺวา อิจฺฉิตาการกุสลตาย อิทฺธิยา คนฺตฺวา กุฏึ ปวิสิตฺวา อาโรเจสิ. วิหารปจฺฉายายนฺติ วิหารสฺส วฑฺฒมานจฺฉายายํ. ‘‘อโห นูนาติ อโห มหนฺโต’’ติ ลิขิตํ. ภควโต สมฺพหุเลหิ สทฺธึ อาหิณฺฑนํ อายสฺมโต โสณสฺส วีริยารมฺภนิทสฺสเนน อนารทฺธวีริยานํ อุตฺเตชนตฺถํ, เอวํ สุขุมาลานํ ปาทรกฺขณตฺถํ อุปาหนา อนุญฺญาตาติ ทสฺสนตฺถญฺจ.
โสณสฺสปพฺพชฺชากถาวณฺณนา
๒๔๓. ตตฺถ จ นิมิตฺตํ คณฺหาหีติ เตสํ อินฺทฺริยานํ อาการํ อุปลกฺเขหิ.
๒๔๔. อธิมุตฺโต โหตีติ ปฏิวิชฺฌิตฺวา ปจฺจกฺขํ กตฺวา ฐิโต โหติ. เนกฺขมฺมาธิมุตฺโตติอาทีหิ นิพฺพานํ, อรหตฺตญฺจ วุตฺตํ. ‘‘ตญฺหิ สพฺพกิเลเสหิ นิกฺขนฺตตฺตา ‘เนกฺขมฺม’นฺติ จ เคหโต ปวิวิตฺตตฺตา ‘ปวิเวโก’ติ จ พฺยาปชฺชาภาวโต ‘อพฺยาปชฺช’นฺติ จ อรหตฺตํ อุปาทานสฺส ขยนฺเต อุปฺปนฺนตฺตา ‘อุปาทานกฺขโย’ติ จ ตณฺหาย ขยนฺเต อุปฺปนฺนตฺตา ‘ตณฺหกฺขโย’ติ จ สมฺโมหาภาวโต ‘อสมฺโมโห’ติ จ วุจฺจตี’’ติ วุตฺตํ. สพฺเพหิ อรหตฺตํ วุตฺตนฺติ เกจิ. สิยา โข เอวมสฺสาติ กทาจิ เอวมสฺส, อสฺส วา อายสฺมโต เอวํ สิยา. ปจฺจาคจฺฉนฺโต ชานนฺโต. กรณียมตฺตานนฺติ อตฺตโน. โส เอว วา ปาโฐ. เนกฺขมฺมาธิมุตฺโตติ อิมสฺมึเยว อรหตฺตํ กถิตํ. เสเสสุ นิพฺพานนฺติ เกจิ. อสมฺโมหาธิมุตฺโตติ เอตฺเถว นิพฺพานํ. เสเสสุ อรหตฺตนฺติ เกจิ. ‘‘สพฺเพเสฺวเวเตสุ อุภยมฺปี’’ติ วทนฺติ. ปวิเวกญฺจ เจตโส, อธิมุตฺตสฺส, อุปาทานกฺขยสฺส จาติ อุปโยคตฺเถ สามิวจนํ. อายตนานํ อุปฺปาทญฺจ วยญฺจ ทิสฺวา.
สพฺพนีลิกาทิปฏิกฺเขปกถาวณฺณนา
๒๔๖. ‘‘รญฺชนโจฬเกน ปุญฺฉิตฺวา’’ติ ปาโฐ. ‘‘ขลฺลกาทีนิ อปเนตฺวา’ติ วุตฺตตฺตา เทฺว ตีณิ ฉิทฺทานิ กตฺวา วฬญฺเชตุํ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺตานํ วาโท น คเหตพฺโพ.
ยานาทิปฏิกฺเขปกถาวณฺณนา
๒๕๔. ‘‘จตุรงฺคุลาธิกานี’’ติ วุตฺตตฺตา จตุรงฺคุลโต เหฏฺฐา วฏฺฏตีติ เอเก. อุภโตโลหิตกูปธานนฺติ เอตฺถ ‘‘กาสาวํ ปน วฏฺฏติ, กุสุมฺภาทิรตฺตเมว น วฏฺฏตี’’ติ ลิขิตํ.
สพฺพจมฺมปฏิกฺเขปาทิกถาวณฺณนา
๒๕๕. กิสฺส ตฺยายนฺติ กิสฺส เต อยํ.
๒๕๖. คิหิวิกตนฺติ คิหีนํ อตฺถาย กตํ. ‘‘ยตฺถ กตฺถจิ นิสีทิตุํ อนุชานามีติ อตฺโถ’’ติ ลิขิตํ. กิญฺจาปิ ทีฆนิกายฏฺฐกถายํ ‘‘ฐเปตฺวา ตูลิกํ สพฺพาเนว โคนกาทีนิ รตนปริสิพฺพิตานิ วฏฺฏนฺตี’’ติ วุตฺตํ, อถ โข วินยปริยายํ ปตฺวา ครุเก ฐาตพฺพโต อิธ วุตฺตนเยเนเวตฺถ อตฺโถ คเหตพฺโพ. ‘‘ตตฺถ ปน สุตฺตนฺติกเทสนาย คหฏฺฐาทีนมฺปิ วเสน วุตฺตตฺตา เตสํ สงฺคณฺหนตฺถํ ฐเปตฺวา ‘ตูลิกํ…เป… วฏฺฏนฺตี’ติ วุตฺตํ วิย ขายตีติ อปเร’’ติ วุตฺตํ.
๒๕๙. มิคมาตุโกติ ตสฺส นามํ. วาตมิโคติ จ ตสฺส นามํ. ‘‘กาฬสีโห กาฬมุโข กปี’’ติ ลิขิตํ. จมฺมํ น วฏฺฏตีติ เยน ปริยาเยน จมฺมํ วฏฺฏิสฺสติ, โส ปรโต อาวิ ภวิสฺสติ. ‘‘อตฺตโน ปุคฺคลิกวเสน ปริหาโร ปฏิกฺขิตฺโต’’ติ วุตฺตํ. ‘‘น, ภิกฺขเว, กิญฺจิ จมฺมํ ธาเรตพฺพ’’นฺติ เอตฺตาวตา สิทฺเธ ‘‘น, ภิกฺขเว, โคจมฺม’’นฺติ อิทํ ปรโต ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สพฺพปจฺจนฺติเมสุ ชนปเทสุ จมฺมานิ อตฺถรณานี’’ติ เอตฺถ อนุมติปฺปสงฺคภยา วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.
จมฺมกฺขนฺธกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.