๓. วสฺสูปนายิกกฺขนฺธกวณฺณนา
วสฺสูปนายิกานุชานนกถาวณฺณนา
๑๘๔. มหาอฏฺฐกถายมฺปิ ‘‘สงฺกาสยิสฺสนฺตี’’ติ ปาโฐ, ทีปวาสิโน ‘‘สงฺกาปยิสฺสนฺตี’’ติ ปฐนฺติ กิร. ‘‘กติ นุ โข วสฺสูปนายิกา’’ติ จินฺตายํ ‘‘กึ นิมิตฺต’’นฺติ วุตฺเต ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, วสฺสํ อุปคนฺตุ’’นฺติ ยํ วสฺสูปคมนํ วุตฺตํ, ตํ ‘‘อิมํ เตมาสํ วสฺสํ อุเปมี’’ติ วตฺวา อุปคนฺตพฺพํ. วสฺสานมาสา จ จตฺตาโร. ตตฺถ ปฐมํ เตมาสํ, ปจฺฉิมํ เตมาสนฺติ ทุวิธํ เตมาสํ. เตนายํ เตสํ ภิกฺขูนํ จินฺตา อโหสิ.
วสฺสาเนจาริกาปฏิกฺเขปาทิกถาวณฺณนา
๑๘๕. อนเปกฺขคมเนน วา อญฺญตฺถ อรุณํ อุฏฺฐาปเนน วา อาปตฺติ เวทิตพฺพาติ เอตฺถ ปฐมํ ตาว โส สตฺตาหํ อนาคตาย ปวารณาย สกรณีโย ปกฺกมติ. ‘‘อาคจฺเฉยฺย วา โส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ตํ อาวาสํ น วา อาคจฺเฉยฺย, ตสฺส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน ปุริมิกา จ ปญฺญายติ, ปฏิสฺสเว จ อนาปตฺตี’’ติ วจนโต โอรํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ตถา หิ ‘‘โส ตทเหว อกรณีโย ปกฺกมติ, สกรณีโย ปกฺกมติ, ตสฺส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน ปุริมิกา จ น ปญฺญายติ, ปฏิสฺสเว จ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (มหาว. ๒๐๗) วุตฺตํ.
สตฺตาหกรณียานุชานนกถาวณฺณนา
๑๘๗-๘. ทุติยํ ปน ‘‘โส ตํ สตฺตาหํ พหิทฺธา วีตินาเมติ, ตสฺส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน ปุริมิกา จ น ปญฺญายติ, ปฏิสฺสเว จ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ วจนโต สตฺตาหโต ปรํ เวทิตพฺพํ. ตถา หิ ‘‘โส ตํ สตฺตาหํ อนฺโต สนฺนิวตฺตํ กโรติ, ตสฺส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน ปุริมิกา จ ปญฺญายติ, ปฏิสฺสเว จ อนาปตฺตี’’ติ (มหาว. ๒๐๗) วุตฺตํ. สติปิ การณทฺวเย วสฺสจฺเฉทการณาภาเว อาปตฺติ เวทิตพฺพา, ตสฺมา ตีณิปิ เอตานิ วจนานิ ยถาสมฺภวํ โยชิตานิ วิคฺคหานิ โหนฺติ. ตีณิ ปริหีนานีติ ตาสํ นตฺถิตาย.
ปหิเตเยวอนุชานนกถาวณฺณนา
๑๙๙. ‘‘อนุชานามิ ภิกฺขเว, สงฺฆกรณีเยน คนฺตุํ, สตฺตาหํ สนฺนิวตฺโต กาตพฺโพ’’ติ วจนโต อนฺโตวสฺเส สํหาริกภาเวน คนฺตุํ วฏฺฏติ. ตตฺถ ธมฺมฉนฺทวเสนปิ อาคเต สงฺฆสฺส อายมุขํ วินสฺสติ. ตโต ‘‘เสนาสนานิ กตฺวา’’ติ จ วุตฺตํ. อาคตนฺติ อาคมนํ. ภาเวตฺถ ตปจฺจโยยํ. สงฺฆกรณีเยน คนฺตุนฺติ เอตฺถ ‘‘เสนาสนปฏิสํยุตฺเตสุ เอว สงฺฆกรณีเยสุ, น อญฺเญสู’’ติ ธมฺมสิริตฺเถโร วทติ กิร. อฏฺฐกถายมฺปิ ตํ ปทํ อุทฺธริตฺวา ‘‘ยํ กิญฺจิ อุโปสถาคาราทีสุ เสนาสเนสู’’ติอาทินา เสนาสนเมว ทสฺสิตํ, ตสฺมา อุปปริกฺขิตพฺพํ.
อนิมนฺติเตน คนฺตุํ น วฏฺฏตีติ ตสฺส รตฺติจฺเฉโท จ ทุกฺกฏาปตฺติ จ โหติ, ตํ ‘‘วสฺสจฺเฉโท’’ติ จ วทนฺติ. นิมนฺติโตเยว นาม โหตีติ เอตฺถ อุปาสเกหิ ‘‘อิมสฺมึ นาม ทิวเส ทานาทีนิ กโรม, สพฺเพ สนฺนิปตนฺตู’’ติ กตายปิ กติกาย คนฺตุํ วฏฺฏติ. ปวารณาย นวมิโต ปฏฺฐาย ปํสุกูลิกจีวรํ ปริเยสิตุํ กาวีรปฏฺฏเน วิย สพฺเพสํ คนฺตุํ วฏฺฏติ อนุสํวจฺฉรํ นิยมโต อุปาสเกหิ สชฺชิตฺวา ฐปนโต. วุตฺตมฺปิ เจตํ อนฺธกฏฺฐกถายํ ‘‘ภิกฺขุสงฺเฆน วา กติกา กตา ‘สมนฺตา ภิกฺขู คจฺฉนฺตู’ติ, โฆสนํ วา กตํ อุปาสเกหิ, ตตฺถ คจฺฉนฺตสฺส รตฺติจฺเฉโท นตฺถีติ ตถา ‘อนุสํวจฺฉรํ อาคจฺฉนฺตู’ติ สกึ นิมนฺติเตปิ วฏฺฏตี’’ติ จ ‘‘จีวรกาลโต ปฏฺฐาย นิยมํ กตฺวา สมนฺตโต อาคตานํ สชฺเชตฺวา ทานโต กาวีรปฏฺฏเน โฆเสตฺวา กรณากาโร ปญฺญายตีติ อปเร’’ติ จ. อาจริยา ปน เอวํ น วทนฺติ.
อนฺตราเยอนาปตฺติวสฺสจฺเฉทกถาวณฺณนา
๒๐๑. ‘‘สเจ ทูรํ คโต โหติ, สตฺตาหวาเรน อรุโณ อุฏฺฐาเปตพฺโพ’’ติ วจนโต ‘ยสฺมึ อนฺตราเย สติ วสฺสจฺเฉทํ กาตุํ วฏฺฏติ, ตสฺมึ อนฺตราเยว วสฺสจฺเฉทมกตฺวา สตฺตาหกรณีเยน วีตินาเมตุํ วฏฺฏตีติ ทีปิตนฺติ อปเร’’ติ วุตฺตํ. วินยธรา ปน น อิจฺฉนฺติ, ตสฺมา ‘‘สตฺตาหวาเรน อรุโณ อุฏฺฐาเปตพฺโพ’’ติ อิทํ ตตฺรุปฺปาทาทินิมิตฺตํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ตํ สนฺธาย ‘‘อาจริยา ปน เอวํ น วทนฺตี’’ติ วุตฺตํ. คาวุํ วาติ พลิพทฺธํ วา. พหิสีมาย ฐิตานนฺติ เตหิ ขณฺฑสีมาย ฐิเตหิปีติ อุปติสฺสตฺเถโร. วสฺสจฺเฉเท อสฺส วสฺสจฺเฉทสฺส. วิหารา อญฺญตฺถ วุฏฺฐาเปนฺเตหิ ตตฺเถว สนฺนิปติตฺวา ‘‘อิมินา จ อิมินา จ การเณน อิมสฺมึ นาม ปเทเส อิมํ วิหารํ เนตฺวา วุฏฺฐาเปมา’’ติ อนุสฺสาเวตฺวาว กาตพฺพนฺติ.
วชาทีสุวสฺสูปคมนกถาวณฺณนา
๒๐๓. วเชน สทฺธึ คตสฺส วสฺสจฺเฉเท อนาปตฺตีติ วสฺสจฺเฉโท น โหตีติ กิร อธิปฺปาโย. สตฺถสฺส อวิหารตฺตา ‘‘อิมสฺมึ วิหาเร’’ติ อวตฺวา ‘‘อิธ วสฺสํ อุเปมี’’ติ เอตฺตกํ วตฺตพฺพํ. ‘‘สตฺเถ ปน วสฺสํ อุปคนฺตุํ น วฏฺฏตีติ ‘อิมสฺมึ วิหาเร อิมํ เตมาส’นฺติ วา ‘อิธ วสฺสํ อุเปมี’ติ วา น วฏฺฏติ, อาลยกรณมตฺเตเนว วฏฺฏตีติ อธิปฺปาโย’’ติ ลิขิตํ. ตํ ปน อฏฺฐกถาย วิรุชฺฌติ. ‘‘อิธ วสฺสํ อุเปมีติ ติกฺขตฺตุํ วตฺตพฺพ’’นฺติ หิ วุตฺตํ. อฏฺฐกถาวจนมฺปิ ปุพฺพาปรํ วิรุชฺฌตีติ เจ? น, อธิปฺปายาชานนโต. สตฺโถ ทุวิโธ ฐิโต, สญฺจาโรติ. ตตฺถ ฐิเต กุฏิกาย ‘‘อิธ วสฺสํ อุเปมี’’ติ วตฺวา วสิตพฺพํ. อิทญฺหิ สนฺธาย ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สตฺเถ วสฺสํ อุปคนฺตุ’’นฺติ วุตฺตํ, สญฺจาริมฺหิ ปน สตฺเถ กุฏิกาย อภาวโต วสฺสํ อุปคนฺตุํ น วฏฺฏติ. สติ สิวิกาย วา สกฏกุฏิกาย วา วฏฺฏติ, ตถา วเชปิ. ตีสุ ฐาเนสุ ภิกฺขุโน นตฺถิ วสฺสจฺเฉเท อาปตฺติ.
ปวาเรตุญฺจ ลภตีติ เอตฺถายํ วิจารณา – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, เยน วโช, เตน คนฺตุ’’นฺติ อิทํ กึ วสฺสรกฺขณตฺถํ วุตฺตํ, อุทาหุ วสฺสจฺเฉทาปตฺติรกฺขณตฺถนฺติ? กิญฺเจตฺถ ยทิ วสฺสรกฺขณตฺถํ, ‘‘น, ภิกฺขเว, อเสนาสนิเกน วสฺสํ อุปคนฺตพฺพ’’นฺติ อิทํ วิรุชฺฌติ. อถ วสฺสจฺเฉทาปตฺติรกฺขณตฺถํ วุตฺตนฺติ สิทฺธํ น โส ปวาเรตุํ ลภตีติ, กา ปเนตฺถ ยุตฺติ? ยโต อยเมว ติวิโธ ปวาเรตุํ ลภติ, เนตโร. วาเฬหิ อุพฺพาฬฺหาทิโก หิ อุปคตฏฺฐานาปริจฺจาคา ลภติ. ปริจฺจาคา น ลภตีติ อยเมตฺถ ยุตฺติ. เยน คาโม, ตตฺถ คโตปิ ปวาเรตุํ ลภตีติ เอเกนาติ อาจริโย. โย หิ ปุพฺเพ ‘‘อิธ วสฺสํ อุเปมี’’ติ น อุปคโต, ‘‘อิมสฺมึ วิหาเร’’ติ อุปคโต, โส จ ปริจฺจตฺโต. อญฺญถา วินา วิหาเรน เกวลํ คามํ สนฺธาย ‘‘อิธ วสฺสํ อุเปมี’’ติ อุปคนฺตุํ วฏฺฏตีติ. อาปชฺชตูติ เจ? น, ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, วเช สตฺเถ นาวาย วสฺสํ อุปคนฺตุ’’นฺติ วจนํ วิย ‘‘คาเม อุปคนฺตุ’’นฺติ วจนาภาวโต. ยสฺมา ‘‘ตีสุ ฐาเนสุ ภิกฺขุโน นตฺถิ วสฺสจฺเฉเท อาปตฺตี’’ติ วจนํ ตตฺถ วสฺสูปคมนํ อตฺถีติ ทีเปติ ตทภาเว เฉทาภาวา, ตสฺมา ‘‘สตฺเถ ปน วสฺสํ อุปคนฺตุํ น วฏฺฏตี’’ติ กุฏิยา อภาวกาลํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ สิทฺธํ. ตีสุ ฐาเนสุ ภิกฺขุโน นตฺถิ วสฺสจฺเฉเท อาปตฺตีติ ‘‘เตหิ สทฺธึ คจฺฉนฺตสฺเสว นตฺถิ, วิรุชฺฌิตฺวา คมเน อาปตฺติ จ, ปวาเรตุญฺจ น ลภตี’’ติ ลิขิตํ, ตสฺมา ยํ วุตฺตํ อฏฺฐกถายํ ‘‘อถ สตฺโถ อนฺโตวสฺเสเยว ภิกฺขุนา ปตฺถิตฏฺฐานํ ปตฺวา อติกฺกมติ…เป… อนฺตรา เอกสฺมึ คาเม ติฏฺฐติ วา วิปฺปกิรติ วา’’ติอาทิ, ตํ เอตฺตาวตา วิรุชฺฌิตฺวา คตานมฺปิ วิรุชฺฌิตฺวา คมนํ น โหติ, ตสฺมา ปวาเรตพฺพนฺติ ทสฺสนตฺถนฺติ เวทิตพฺพํ.
ตตฺถ ‘‘ปทรจฺฉทนํ กุฏึ กตฺวา อุปคนฺตพฺพ’’นฺติ วจนโต เสนาสนตฺถาย รุกฺขํ อารุหิตุํ วฏฺฏตีติ สิทฺธํ โหติ, น ปาฬิวิโรธโตติ เจ? น, ตปฺปฏิกฺเขเปเนว สิทฺธตฺตา, อิมสฺส อิธ ปุนปิ ปฏิกฺเขปนโต. ‘‘น, ภิกฺขเว, อเสนาสนิเกน วสฺสํ อุปคนฺตพฺพ’’นฺติ อิมินา ปฏิกฺเขเปน สิทฺเธ ‘‘น, ภิกฺขเว, อชฺโฌกาเส วสฺสํ อุปคนฺตพฺพ’’นฺติ ปฏิกฺเขโป วิย สิยาติ เจ? น, อชฺโฌกาสสฺส อเสนาสนภาวานุมติปฺปสงฺคโต. อชฺโฌกาโส หิ ‘‘อชฺโฌกาเส ปลาลปุญฺเช’’ติ วจนโต เสนาสนนฺติ สิทฺธํ. จตุสาลอชฺโฌกาเส วสนฺโตปิ ‘‘จตุสาลาย วสตี’’ติ วุจฺจติ, ตสฺมา ตตฺถ วฏฺฏตีติ อาปชฺชติ, ตสฺมา อิธ อเสนาสนิโก นาม อตฺตนา วา ปเรน วา อตฺตโน นิพทฺธวาสตฺถํ อปาปิตเสนาสนิโกติ เวทิตพฺพํ. อญฺญถา ทฺวินฺนํ ปฏิกฺเขปานํ อญฺญตราติเรกตา จ รุกฺขมูเลปิ นิพฺพโกเสปิ วสฺสํ อุปคนฺตุํ วฏฺฏตีติ จ, อปาปิตเสนาสนิเกนาปิ คพฺเภ วสิตุํ วฏฺฏตีติ จ อาปชฺชติ, สทฺวารพนฺธเมว เสนาสนํ อิธ อธิปฺเปตนฺติ กถํ ปญฺญายตีติ เจ? นิทานโต. อยญฺหิ อเสนาสนิกวสฺสูปคมนาปตฺติ ‘‘เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู อเสนาสนิกา วสฺสํ อุปคจฺฉนฺติ, สีเตนปิ อุเณฺหนปิ กิลมนฺตี’’ติ อิมสฺมึ นิทาเน ปญฺญตฺตา, ตสฺมา สีตาทิปฏิกฺเขปเมว อิธ เสนาสนนฺติ อธิปฺเปตพฺพนฺติ สิทฺธํ. เอวํ สนฺเต สิทฺธํ ปุพฺพปกฺขนิทสฺสนนฺติ เจ? น, ปุพฺเพ อปรตฺถปวตฺติสูจนโต. ทุติยชฺฌานนิทฺเทเส ‘‘วิตกฺกวิจารานํ วูปสมา อวิตกฺกํ อวิจาร’’นฺติ (ที. นิ. ๑.๒๒๘; ม. นิ. ๑.๒๗๑) วจนานิ นิทสฺสนํ. อชฺโฌกาสปฏิกฺเขปนิทาเนน พหิอชฺโฌกาโสว ปฏิกฺขิตฺโต, น จตุสาลาทิมชฺฌคโต อชฺโฌกาโสติ อาปชฺชติ, ตสฺมา น นิทานํ ปมาณนฺติ เจ? น, นิยมโต. กิญฺจิ หิ สิกฺขาปทํ นิทานาเปกฺขํ โหตีติ สาธิตเมตํ. อิทํ สาเปกฺขํ, อิทํ อนเปกฺขนฺติ กถํ ปญฺญายติ, น หิ เอตฺถ อุภโตวิภงฺเค วิย สิกฺขาปทานํ ปทภาชนํ, อนาปตฺติวาโร วา อตฺถีติ? อิธาปิ เทสนาวิธานโต ปญฺญายติ. ‘‘เทเว วสฺสนฺเต รุกฺขมูลมฺปิ นิพฺพโกสมฺปิ อุปธาวนฺตี’’ติ หิ อิเมหิ ทฺวีหิ นิทานวจเนหิ พหิ วา อนฺโต วา สพฺพํ โอวสฺสกฏฺฐานํ อิธ อชฺโฌกาโส นาม. อโนวสฺสกฏฺฐานมฺปิ อนิพฺพโกสเมว อิธ อิจฺฉิตพฺพนฺติ สิทฺธํ โหติ. เตน น อุปคนฺตพฺพนฺติ น อาลยกรณปฏิกฺเขโป, ‘‘อิธ วสฺสํ อุเปมี’’ติ วจนปฏิกฺเขโป. ฉวสรีรํ ทหิตฺวา ฉาริกาย, อฏฺฐิกานญฺจ อตฺถาย กุฏิกา กรียตีติ อนฺธกฏฺฐกถาวจนํ. ‘‘ฏงฺกิตมญฺโจติ กสิกุฏิกาปาสาณฆร’’นฺติ ลิขิตํ. ‘‘อกวาฏพทฺธเสนาสเน อตฺตโน ปาปิเต สภาคฏฺฐาเน สกวาฏพทฺเธ วสติ เจ, วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. ปโยโคปิ อตฺถิ, ‘‘อเสนาสนิเกน วสฺสํ น อุปคนฺตพฺพ’’นฺติ ปาฬิ จ อฏฺฐกถา จ, ตสฺมา อุปปริกฺขิตพฺพํ.
อธมฺมิกกติกาทิกถาวณฺณนา
๒๐๕. มหาวิภงฺเค วุตฺตนฺติ เอตฺถ อยํ อนฺธกฏฺฐกถาวจนํ อูนปนฺนรสวสฺเสน สามเณเรน อิธ วิหาเร น วตฺถพฺพา, น ปํสุกูลํ อาหิณฺฑิตพฺพํ, น โจฬภิกฺขา คเหตพฺพา, น อญฺญวิหาเร ภุญฺชิตพฺพํ, น อญฺญสฺส ภิกฺขุสฺส วา ภิกฺขุนิยา วา สนฺตกํ ภุญฺชิตพฺพํ, อญฺญมญฺญํ เนว อาลเปยฺยาม น สลฺลเปยฺยาม, น สชฺฌายิตพฺพํ, มตฺติกาปตฺเตน วฏฺฏติ, น อปริปุณฺณปริกฺขารสฺส วาโสติ.
๒๐๖. มุสาวาโทติ วิสํวาโท อธิปฺเปโต. เกจิ ‘‘วิสํวาทนวเสน ปฏิสฺสุณิตฺวาติ วุตฺต’’นฺติ จ, ‘‘รญฺโญ วุตฺตวจนานุรูปโต มุสาวาโทติ คหฏฺฐา คณฺหนฺตีติ วุตฺต’’นฺติ จ วทนฺติ.
๒๐๗. ‘‘ปุริมิกา จ น ปญฺญายติ. กสฺมา? ‘ทุติเย วสามี’ติ จิตฺเต อุปฺปนฺเน ปฐมเสนาสนคฺคาโห ปฏิปฺปสฺสมฺภติ. ปุน ‘ปฐเม เอว วสามี’ติ จิตฺเต อุปฺปนฺเน ทุติโย ปฏิปฺปสฺสมฺภติ. อุภยาวาเส วิธานํ นตฺถี’’ติ ลิขิตํ. โปราณคณฺฐิปเท ปน ‘‘ปฐมํ คหิตฏฺฐาเน อวสิตฺวา อญฺญสฺมึ วิหาเร เสนาสนํ คเหตฺวา ทฺวีหตีหํ วสติ, ตโต ปฐมคฺคาโห ปฏิปฺปสฺสมฺภตีติ ปุริมิกา จ น ปญฺญายติ. ปจฺฉิมคฺคาโห น ปฏิปฺปสฺสมฺภติ. อิทญฺหิ ทิวสวเสน ปฏิปฺปสฺสมฺภนํ นาม โหติ. อถ ปจฺฉิมํ เตมาสํ อญฺญสฺมึ วสติ, ปุริมิกา จ น ปญฺญายติ, อิทํ เสนาสนคฺคาหานํ วเสน ปฏิปฺปสฺสมฺภนํ นามา’’ติ วุตฺตํ. อุโภเปเต อตฺถวิกปฺปา อิธ นาธิปฺเปตา. ยตฺถายํ ปฏิสฺสุโต, ตตฺถ ปุริมิกา จ น ปญฺญายติ, ปฏิสฺสเว จ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. กตฺถ ปน ปุริมิกา ปญฺญายตีติ? อนฺตรามคฺเค ทฺวีสุ อาวาเสสุ ยตฺถ ตทเหว ปจฺฉิมคฺคาโห, ตตฺถ ปฐมํ คหิตฏฺฐาเน สตฺตาหกรณีเยน คจฺฉโต น วสฺสจฺเฉโท, โส ตทเหว อกรณีโย ปกฺกมตีติอาทิมฺหิ ‘‘กรณียํ นาม สตฺตาหกรณีย’’นฺติ ลิขิตํ.
ปาฬิมุตฺตกรตฺติจฺเฉทวินิจฺฉเย ‘‘ธมฺมสฺสวนาที’’ติ วุตฺตํ. อาทิมฺหิ จตูสุ วาเรสุ นิรเปกฺขปกฺกมนสฺสาธิปฺเปตตฺตา ‘‘สตฺตาหกรณีเยนา’’ติ น วุตฺตํ ตสฺมึ สติ นิรเปกฺขคมนาภาวโต. ตตฺถ ปุริมา เทฺว วารา วสฺสํ อนุปคตสฺส วเสน วุตฺตา, ตสฺมา อุปคตสฺส ตทเหว สตฺตาหกรณีเยน คนฺตฺวา อนฺโตสตฺตาหํ อาคจฺฉโต น วสฺสจฺเฉโทติ สิทฺธํ. ปจฺฉิมา เทฺว วารา อุปคตสฺส นิรเปกฺขคมนวเสน วุตฺตา, ‘‘สตฺตาหํ อนาคตาย ปวารณาย สกรณีโย ปกฺกมตี’’ติ ตโต พหิทฺธา สตฺตาหํ วีตินาเมนฺตสฺส วสฺสจฺเฉโทติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘อกรณีโย ปกฺกมตี’’ติ วจนาภาวา วินา รตฺติจฺเฉทการเณน คนฺตุํ น วฏฺฏตีติ สิทฺธํ. ปวาเรตฺวา ปน คนฺตุํ วฏฺฏติ ปวารณาย ตํทิวสสนฺนิสฺสิตตฺตา. ตตฺถ น วา อาคจฺเฉยฺยาติ อนฺตราเยน. อาจริโย ปน ‘‘น ปุน อิธาคจฺฉามี’ติ นิรเปกฺโขปิ สกรณีโยว คนฺตุํ ลภตีติ ทสฺสนตฺถํ อกรณีโย’ติ น วุตฺต’’นฺติ วทติ. ‘‘สีหฬทีเป กิร จูฬปวารณา นาม อตฺถิ, ตํ ปวารณํ กตฺวา ยถาสุขํ สกรณียา คจฺฉนฺติ, ปโยคญฺจ ทสฺเสนฺตี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘ตตฺถ ฉ อรุณา อนฺโตวสฺเส โหนฺติ, เอโก พหิ, ตสฺมา โส เตมาสํ วุตฺโถ โหตีติ อปเร’’ติ จ, ‘‘อาจริโย เอวํ น วทตี’’ติ จ วุตฺตํ. สพฺพตฺถ วิหารํ อุเปตีติ อตฺตโน วสฺสคฺเคน ปตฺตคพฺภํ อุเปตีติ โปราณา. อสติยา ปน วสฺสํ น อุเปตีติ เอตฺถ ‘‘อิมสฺมึ วิหาเร อิมํ เตมาส’’นฺติ อวจเนน. ‘‘อฏฺฐกถายํ วุตฺตรตฺติจฺเฉทการณํ วินา ติโรวิหาเร วสิตฺวา อาคจฺฉิสฺสามีติ คจฺฉโตปิ วสฺสจฺเฉท’’นฺติ ลิขิตํ.
๒๐๘. ปฏิสฺสุโต โหติ ปจฺฉิมิกายาติ อนฺตรา ปพฺพชิตภิกฺขุนา, ฉินฺนวสฺเสน วา ปฏิสฺสุโต, อญฺเญน ปน ปุริมํ อนุปคนฺตฺวา ปจฺฉิมิกายํ ปฏิสฺสโว น กาตพฺโพ. รตฺติจฺเฉเท สพฺพตฺถ วสฺสจฺเฉโทติ สนฺนิฏฺฐานํ กตฺวา วทนฺติ. เกจิ ปน น อิจฺฉนฺติ. ตํ สาเธตุํ อเนกธา ปปญฺเจนฺติ. กึ เตน.
วสฺสูปนายิกกฺขนฺธกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.