๘. สหธมฺมิกวคฺโค
๑. สหธมฺมิกสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๓๔. สหธมฺมิกสิกฺขาปทํ อุตฺตานตฺถเมว.
๒. วิเลขนสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๓๘. อาปตฺติญฺจ สติสมฺโมสายาติ เอตฺถ จ-สทฺโท กตฺตพฺพญฺจ น กโรตีติ ทีเปติ, น จตฺตาริ เอวาติ วุตฺตํ โหติ. รฏฺเฐกเทโส ชนปโท. พุทฺธกาเล อริฏฺฐกณฺฏกา สาสนปจฺจตฺถิกา. ‘‘นาลํ อนฺตรายายา’’ติ วจเนน หิ เต ภควโต อสพฺพญฺญุตํ ทีเปนฺติ. ปรินิพฺพุเต ภควติ ทสวตฺถุทีปกา วชฺชิปุตฺตกา. เต หิ วินยสาสนปจฺจตฺถิกา. ปรูปหาราทิวาทา ปน สุตฺตนฺตาภิธมฺมปฺปจฺจตฺถิกา. เก ปน เต? เอกจฺเจ มหาสงฺฆิกาทโย, น สพฺเพติ ทีปนตฺถํ ‘‘ปรูปหารา…เป… วาทา’’ติ วิเสสนวจนมาห. ตตฺถ เย กุหกา ปาปิจฺฉกา อภูตํ อุลฺลปิตฺวา ปฏิลทฺธวรโภชนานิ ภุญฺชิตฺวา มุฏฺฐสฺสตี นิทฺทํ โอกฺกมิตฺวา สุกฺกวิสฺสฏฺฐึ ปตฺตา, อญฺเญหิ ตํ ทิสฺวา ‘‘อตฺถิ อรหโต สุกฺกวิสฺสฏฺฐี’’ติ วุตฺเต ‘‘มารกายิกา อุปสํหรนฺตี’’ติ วตฺวา ชนํ วญฺเจนฺติ. เย จ สมฺมาปฏิปนฺนา อกุหกา, เตปิ ตํ วจนํ สุตฺวา เกจิ ตํทิฏฺฐิกา โหนฺติ อธิมานิโน จ. อตฺตโน สุกฺกวิสฺสฏฺฐึ ปสฺสิตฺวาปิ นาธิมุจฺจนฺติ, อนธิคเต อธิกตสญฺญิโนว โหนฺติ. ตถา อตฺถิ อรหโต อญฺญาณกงฺขาวิตรณา นามโคตฺตาทีสุ วิย สจฺเจสุ ปรวิตรณา ปเรหิ ปญฺญตฺตา นามานีติ อธิปฺปาโย ยถาสมฺภวํ โยเชตพฺโพ. ตตฺถ วินยธโร ‘‘อฏฺฐานเมตํ, ภิกฺขเว, อนวกาโส, ยํ อรหโต อสุจิ มุจฺเจยฺย (กถา. ๓๑๓; มหาว. ๓๕๓). ทิฏฺฐธมฺมา…เป… อปรปฺปจฺจยา สตฺถุสาสเน’’ติอาทีนิ (มหาว. ๓๐) สุตฺตปทานิ ทสฺเสตฺวา เต สาสนปจฺจตฺถิเกสุ นิคฺคหิตํ นิคฺคณฺหาตีติ อธิปฺปาโย. อิตเร ‘‘ปริยตฺติ มูล’’นฺติ วาทิโน. ‘‘ปาติโมกฺเข อุทฺทิสฺสมาเน’’ติ นิทานวเสน วุตฺตํ. ตถาคตสฺส วิภงฺคปทานิ สิทฺธานิ. สิทฺเธเยว กึ อิมสฺส องฺคานิ? ครหิตุกามตา อุปสมฺปนฺนสฺส สนฺติเก สิกฺขาปทวิวณฺณนญฺจาติ.
วิเลขนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. โมหนสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๔๔. โมหนสิกฺขาปทํ อุตฺตานตฺถเมว.
๔. ปหารสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๕๒. รตฺตจิตฺโตติ กายสํสคฺคราเคน. วิเหเฐตุกามํ ปน ทิสฺวา ‘‘สเจ อหํ อิมํ มาเรมิ, นตฺถิ เม โมกฺโข’’ติ จินฺเตตฺวา กุปิโต สตฺตสญฺญํ ปุเรกฺขตฺวา ปหารํ เทติ, ตสฺส ยถาวตฺถุกเมว.
ปหารสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. ตลสตฺติกสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๕๖. ‘‘กายํ วา กายปฏิพทฺธํ วา’’ติ (ปาจิ. ๔๕๖) วจนโต กายาทีสุ ยํ อุจฺจาเรติ, ตํ ตลํ นาม. ตลเมว ตลสตฺติกํ. โปถนสมตฺถฏฺเฐน สตฺติกนฺติ เอเก. ตํ ‘‘อุปฺปลปตฺตมฺปี’’ติ อิมินา นิยเมติ. เอวํ กุปิตา หิ โกปวเสน โปถนาสมตฺถตํ อวิจาเรตฺวา ยํ กิญฺจิ หตฺถคตํ ปฏิกฺขิปนฺติ, สุขสมฺผสฺสมฺปิ โหตุ, ปาจิตฺติยเมว. ยสฺมา ปหริตุกามตาย ปหเฏ ปุริเมน ปาจิตฺติยํ. เกวลํ อุจฺจาเรตุกามตาย อุคฺคิรณมตฺเต กเต อิมินา ปาจิตฺติยํ. อิมินา ปน วิรชฺฌิตฺวา ปหาโร ทินฺโน, ตสฺมา น ปหริตุกามตาย ทินฺนตฺตา ทุกฺกฏํ. กิมิทํ ทุกฺกฏํ ปหารปจฺจยา, อุทาหุ อุคฺคิรณปจฺจยาติ? ปหารปจฺจยา เอว ทุกฺกฏํ. ปุริมํ อุคฺคิรณปจฺจยา ปาจิตฺติยนฺติ สทุกฺกฏํ ปาจิตฺติยํ ยุชฺชติ. ปุริมญฺหิ อุคฺคิรณํ, ปจฺฉา ปหาโร. น จ ปจฺฉิมปหารํ นิสฺสาย ปุริมํ อุคฺคิรณํ อนาปตฺติวตฺถุกํ ภวิตุมรหตีติ โน ตกฺโกติ อาจริโย. ‘‘เตน ปหาเรน หตฺถาทีสุ ยํ กิญฺจิ ภิชฺชติ, ทุกฺกฏเมวา’’ติ อิมินาปิ ปหารปจฺจยา ทุกฺกฏํ. อุคฺคิรณํ ยถาวตฺถุกเมวาติ สิทฺธํ, สุฏฺฐุ วีมํสิตพฺพํ. ‘‘ติรจฺฉานาทีนํ อสุจิกรณาทีนิ ทิสฺวา กุชฺฌิตฺวาปิ อุคฺคิรนฺตสฺส โมกฺขาธิปฺปาโย เอวา’’ติ วทนฺติ.
ตลสตฺติกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. อมูลกสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๖๒. อุปสมฺปนฺเน อนุปสมฺปนฺนสญฺญี อมูลเกน สงฺฆาทิเสเสนาติ สุกฺกวิสฺสฏฺฐิกายสํสคฺคาทินา สงฺฆาทิเสสาปตฺติยา วตฺถุนาติ เวทิตพฺพํ. น หิ อนุปสมฺปนฺนสฺส สงฺฆาทิเสสาปตฺติ นาม อตฺถิ.
อมูลกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. สญฺจิจฺจสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๖๘. อูนวีสติวสฺโส มญฺเญติ เอตฺถ สยํ สญฺญาย ตถา อมญฺญนฺโต กุกฺกุจฺจุปฺปาทนตฺถํ ‘‘มญฺเญ’’ติ วทนฺโต กึ มุสาวาเทน กาเรตพฺโพติ? น สิยา องฺคสมฺปตฺติยา, น จ เกวลํ ‘‘มญฺเญ’’ติ อิมินา นิยมโต องฺคสมฺปตฺติ โหติ. ปรมตฺถวิหิตํ กตฺถจิ โหติ. ‘‘อุทกํ มญฺเญ อาทิตฺต’’นฺติอาทิมฺหิ ปโร กุกฺกุจฺจํ อุปฺปาเทตุ วา, มา วา, ตํ อปฺปมาณนฺติ มาติกาฏฺฐกถายํ (กงฺขา. อฏฺฐ. สญฺจิจฺจสิกฺขาปทวณฺณนา) ‘‘กุกฺกุจฺจุปฺปาทน’’นฺติ ตสฺส อธิปฺปายวเสน วุตฺตนฺติ.
สญฺจิจฺจสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. อุปสฺสุติสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๗๓. อิเมสํ สุตฺวาติ เอตฺถ ‘‘วจน’’นฺติ ปาฐเสโส. เอกปริจฺเฉทานีติ สิยา กิริยา สิยา อกิริยาติ อิมินา นเยน เอกปริจฺเฉทานิ. เอตฺถ กิญฺจาปิ อญฺญวาทกปจฺจยาปตฺติ กิริยา จ วิเหสกปจฺจยาปตฺติ อกิริยา จ, ตทุภยํ ปน เอกสิกฺขาปทนฺติ กตฺวา ตํ อญฺญวาทกสงฺขาตํ สิกฺขาปทํ สิยา กิริยา ปฐมสฺส วเสน, สิยา อกิริยา ทุติยสฺส วเสนาติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
อุปสฺสุติสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. กมฺมปฏิพาหนสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๗๔. ‘‘ธมฺมิกานํ กมฺมาน’’นฺติ (ปาจิ. ๔๗๕) วจนโต เอกจฺเจ ภิกฺขู ธมฺมิกานํ กมฺมานํ ‘‘ฉนฺทํ ทมฺมี’’ติ ฉนฺทํ เทนฺติ, ตํ เตสํ มติมตฺตเมว, น ปฏิปตฺติ. อธมฺมํ นิสฺสาย ขิยฺยติ, ตํ วา อุกฺโกเฏติ, อนาปตฺติ เนว โหตีติ? น, ตถา ฉนฺททานกาเล อกตฺวา ปจฺฉา อธมฺมกมฺมขิยฺยนาทิปจฺจยา อนาปตฺติวาเร วุตฺตตฺตา. อธมฺเมน วา วคฺเคน วา น กมฺมารหสฺส วา กมฺมกรณปจฺจยา อาปตฺติโมกฺขกรณโต อวิเสสเมว ตถาวจนนฺติ เจ? น, ฉนฺททานกาเล อธมฺมกมฺมกรณานุมติยา อภาวโต, การกสฺเสว วชฺชปฺปสงฺคโต จ. คณสฺส ทุกฺกฏนฺติ เจ? ปาริสุทฺธิฉนฺททายกาว เต, น คโณ อกมฺมปฺปตฺตตฺตา, ปริวาเรปิ (ปริ. ๔๘๒ อาทโย) กมฺมวคฺเค กมฺมปฺปตฺตฉนฺททายกา วิสุํ วุตฺตา. ตถาปิ อธมฺมกมฺมสฺส ฉนฺโท น ทาตพฺโพ เทนฺเต อกปฺปิยานุมติทุกฺกฏโต. ตตฺถ หิ โยชนทุกฺกฏโต น มุจฺจนฺตีติ โน ตกฺโกติ อาจริโย.
กมฺมปฏิพาหนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. ฉนฺทํอทตฺวาคมนสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๘๑. สนฺนิปาตํ อนาคนฺตฺวา เจ ฉนฺทํ น เทติ, อนาปตฺตีติ เอเก. ทุกฺกฏนฺติ เอเก ธมฺมกมฺมนฺตรายกรณาธิปฺปายตฺตา. สงฺฆมชฺเฌ ฉนฺทํ ทาตุํ ลภตีติ เกจิ. ทินฺนฉนฺเท สงฺฆมชฺฌํ ปวิสิตฺวา ปุน คเตปิ ฉนฺโท น ปฏิปฺปสฺสมฺเภยฺยาติ เจ? ปฏิปฺปสฺสมฺภติ. กสฺมา? ‘‘อหตฺถปาโส ฉนฺทารโห’’ติอาทีหิ วิรุชฺฌนโต. ปาฬิยํ ปน ทาตุกามตาย หตฺถปาสํ อติกฺกมนฺตํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ เกจิ.
ฉนฺทํอทตฺวาคมนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๑. ทุพฺพลสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๘๔-๕. อทาสีติ อปโลเกตฺวา อทาสิ. ภิกฺขูติ เอตฺถ เต ฉพฺพคฺคิยา อตฺตานํ ปริวชฺชยิตฺวา ‘‘สงฺโฆ’’ติ อวตฺวา ‘‘ภิกฺขู’’ติ อาหํสุ. ปริณาเมนฺตีติ เนนฺติ. ตตฺถ ลาโภติ ปทุทฺธารกรณํ อิธ อนธิปฺเปตสฺสปิ ยสฺส กสฺสจิ อตฺถุทฺธารวเสน ลาภทีปนตฺถํ. จีวรเมว หิ อิธาธิปฺเปตํ, เตเนว ‘‘อญฺญํ ปริกฺขารํ ทินฺนํ ขียติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ วุตฺตํ. ทินฺนนฺติ จ ปริกฺขารนฺติ จ ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนํ.
ทุพฺพลสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๒. ปริณามนสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๙๑. ญาตกมฺปิ ปรสฺส ทาตุกามํ อญฺญสฺส ทาเปติ, อาปตฺติ เอว. สพฺพตฺถ อาปุจฺฉิตฺวา ทาตุกามํ ยถาสุขํ วิจาเรตุํ ลภติ.
ปริณามนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สมตฺโต วณฺณนากฺกเมน สหธมฺมิกวคฺโค อฏฺฐโม.