๙. รตนวคฺโค

๑. อนฺเตปุรสิกฺขาปทวณฺณนา

๔๙๔-๗. ยถา ภควนฺตํ ปยิรุปาสติ, เอวมากาเรน นารหตายํ ปุริโส ปาโป โหตุํ, น โหติ ปาโปติ อตฺโถ, การณตฺถํ วา. ตนฺติ นิปาตมตฺตํ, ยโตติ วา อตฺโถ. หตฺถิสมฺมทฺทนฺติ สงฺฆาฏสมฺมทฺโท, อกฺกมนํ จุณฺณตาติ อตฺโถ.

๔๙๘. รตนํ นาม อคฺคมเหสี, ตถาปิ อิธ อญฺญาปิ เทวิโคตฺตา น รกฺขติ, อนาปตฺติวาเร ‘‘น มเหสี โหตี’’ติ วจนาภาวโต. สเจ ขตฺติโยว โหติ, นาภิสิตฺโต. อภิสิตฺโตเยว โหติ, น ขตฺติโย รกฺขตีติ อาจริโย. อนาปตฺติวาเร มาติกาฏฺฐกถายํ องฺคภาเวน จ วุตฺตตฺตา อภิสิตฺตภาโววปมาณํ. เสสํ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉโทติ เอเก.

๕๐๐-๕๐๑. ‘‘น สยนิฆเร สยนิฆรสญฺญี’’ติ ติกจฺเฉโทปิ เอตฺถ ลพฺภติ. น สยนิฆรํ นาม อปริกฺขิตฺตรุกฺขมูลาทิ.

อนฺเตปุรสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. รตนสิกฺขาปทวณฺณนา

๕๐๔. ‘‘อธิวาเสนฺตุ คหปติโน ภตฺต’’นฺติ จ ‘‘เม คหปติโน’’ติ จ อตฺถิ.

๕๐๖. กุรุนฺทิวจเนน ฆเรปิ ยทิ ภิกฺขู อาสงฺกนฺติ, ตตฺถ ฐตฺวา อาจิกฺขิตพฺพนฺติ วุตฺตํ โหติ. ปติรูปาติ ‘‘รตนสมฺมเต ปํสุกูลคฺคหณํ วา รตเน นิรุสฺสุกฺกคมนํ วา’’ติ ลิขิตํ. ‘‘ตาวกาลิกวเสนปิ อนามาสํ ปฏิคฺคณฺหิตุํ น ลภตี’’ติ วทนฺติ. สมาทเปตฺวาติ ยาจิตฺวา ‘‘อุทฺทิสฺส อริยา ติฏฺฐนฺติ, เอสา อริยาน ยาจนา’’ติ (ชา. ๑.๗.๕๙) วุตฺตนเยน.

รตนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. วิกาลคามปฺปวิสนสิกฺขาปทวณฺณนา

๕๑๑-๒. อหินา ฑฏฺฐวตฺถุมฺหิ โส ภิกฺขุ สนฺตํ ภิกฺขุํ อนาปุจฺฉา คโต, ตสฺส กุกฺกุจฺจํ อุทปาทิ. อทินฺนาทาเน วุตฺตนเยนาติ คาโม คามูปจาโรติ อิทํ สนฺธาย วุตฺตํ.

วิกาลคามปฺปวิสนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. สูจิฆรสิกฺขาปทวณฺณนา

๕๑๗. ตนฺติ เภทนกํ. อสฺสาติ ปาจิตฺติยสฺส ปฐมํ เภทนกํ กตฺวา ปจฺฉา เทเสตพฺพตฺตา. เอส นโย อิตเรสุปิ.

๕๒๐. วาสิชเฏติ วาสิทณฺฑเก.

สูจิฆรสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. มญฺจสิกฺขาปทวณฺณนา

๕๒๑-๒. ‘‘อุจฺเจ มญฺเจ’’ติ จ ‘‘อุจฺจา มญฺเจ’’ติ จ กตฺถจิ. อายโตติ วิตฺถโต. อฏฺฐงฺคุลปาทกนฺติ ภาวนปุํสกํ, อฏฺฐงฺคุลปฺปมาณํ ปาทกํ วา.

มญฺจสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. ตูโลนทฺธสิกฺขาปทวณฺณนา

๕๒๘. โปฏกิตูลนฺติ ยํ กิญฺจิ ติณตูลํ. ปฏิลาเภน อุทฺทาเลตฺวา ปาจิตฺติยํ เทเสตพฺพนฺติ เอตฺถ กิญฺจาปิ ปฏิลาภมตฺเตเนว ปาจิตฺติยนฺติ วิย ทิสฺสติ, ปริโภเคเยว ปน อาปตฺติ ทฏฺฐพฺพา, ‘‘อญฺเญน กตํ ปฏิลภิตฺวา ปริภุญฺชติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ วจนํ เอตฺถ สาธกํ.

ตูโลนทฺธสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. นิสีทนสิกฺขาปทวณฺณนา

๕๓๑. กิญฺจาปิ นิสีทนสฺส ชาติ น ทิสฺสติ เอตฺถ, ตถาปิ จีวรกฺขนฺธเก อนุญฺญาตตฺตา, ‘‘นว จีวรานิ อธิฏฺฐาตพฺพานี’’ติ เอตฺถ จ ปริยาปนฺนตฺตา จีวรชาติเยวสฺส ชาตีติ เวทิตพฺพา. ‘‘สนฺถตสทิสํ สนฺถริตฺวาติ สทส’’นฺติ ปุพฺเพ วุตฺตนิสีทนสนฺถตตฺตา อุปเมติ. ลาเภ สทสํ, อลาเภ อทสมฺปิ วฏฺฏตีติ เอเก, ตํ น ยุตฺตํ. ‘‘นิสีทนํ นาม สทสํ วุจฺจตี’’ติ ตสฺส สณฺฐานนิยมนโต.

นิสีทนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. กณฺฑุปฏิจฺฉาทิสิกฺขาปทวณฺณนา

๕๓๙. ยทิ กณฺฑุปฏิจฺฉาทิ นาม อโธนาภิ อุพฺภชาณุมณฺฑลา อุปฺปนฺนกณฺฑุปีฬกาทิปฏิจฺฉาทิกา อธิปฺเปตา, ตสฺส สุคตสฺส สุคตวิทตฺถิยา ทีฆโส จตสฺโส วิทตฺถิโย ติริยํ เทฺวติ อิทมฺปิ อติมหนฺตํ ปมาณํ ทิสฺสติ. สพฺโพ หิ ปุริโส อตฺตโน อตฺตโน วิทตฺถิยา สตฺตวิทตฺถิโก โหติ, สุคตสฺส จ เอกาวิทตฺถิ มชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส ติสฺโส วิทตฺถิโย โหนฺติ, ตสฺมา กณฺฑุปฏิจฺฉาทิ ปกติปุริสสฺส ปมาณํ อาปชฺชติ ติริยํ, ทีฆโส ปน ทิคุณํ อาปชฺชตีติ. อาปชฺชตุ, อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉโท ตสฺสา, เจ อิจฺฉติ, สพฺพมฺปิ สรีรํ ปฏิจฺฉาเทสฺสติ, สพฺพสรีรคตสงฺฆาฏิ วิย พหุคุณํ กตฺวา นิวาเสตุกาโม นิวาเสสฺสตีติ อยํ ภควโต อธิปฺปาโย สิยา.

กณฺฑุปฏิจฺฉาทิสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. วสฺสิกสาฏิกสิกฺขาปทวณฺณนา

๕๔๒. วสฺสิกสาฏิกาปิ อุกฺกฏฺฐปฏิจฺเฉทวเสน อนุญฺญาตา. วสฺสกาเล เกจิ สงฺฆาฏิปริโภเคเนว ปริภุญฺชิสฺสนฺตีติ อยํ ภควโต อธิปฺปาโย สิยา. กิญฺจาปิ อิมินา ตกฺเกน อนุญฺญาตา, ‘‘อปฺปมาณิกาโย กณฺฑุปฏิจฺฉาทิโย ธาเรนฺติ, วสฺสิกสาฏิกาโย ธาเรนฺตี’’ติ อิมสฺมึ วตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตตฺตา ปน อญฺญถา ปุณฺณปริจฺเฉทโต อธิกปฺปมาณาโย เต ภิกฺขู ธาเรสุนฺติ กตฺวา เอตปรมตา ตาสํ อนุญฺญาตาติ เวทิตพฺพา. เอเสว นโย ทสเมปิ.

วสฺสิกสาฏิกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. นนฺทตฺเถรสิกฺขาปทวณฺณนา

๕๕๑. ตตฺถ ภิสึ วา พิพฺโพหนํ วา กโรตีติ ทีฆโส พหูนํ ภิกฺขูนํ สาธารณตฺถํ กโรตีติ ยุชฺชติ.

นนฺทตฺเถรสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สมตฺโต วณฺณนากฺกเมน รตนวคฺโค นวโม.

ปาจิตฺติยกณฺฑวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. ปาฏิเทสนียกณฺโฑ

๑. ปฐมปาฏิเทสนียสิกฺขาปทวณฺณนา

๕๕๓-๕. ‘‘ปฏิเทเสตพฺพาการทสฺสน’’นฺติ อฏฺฐกถายํ วุตฺตตฺตา ปาฬิยํ อาคตวเสเนว อาปตฺติ เทเสตพฺพา, น อญฺญถา. ‘‘อนฺตรฆเร อนฺตรฆรสญฺญี’’ติอาทินา จ ‘‘ขาทนียโภชนีเย อขาทนียอโภชนียสญฺญี’’ติอาทินา จ ‘‘ภิกฺขุนิยา อภิกฺขุนิสญฺญี’’ติอาทินา จ นเยน อปเรปิ ตโย ติกจฺเฉทา โยเชตฺวา ทสฺเสตพฺพา.

ปฐมปาฏิเทสนียสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. ทุติยปาฏิเทสนียสิกฺขาปทวณฺณนา

๕๕๙. ‘‘นิมนฺติตา ภุญฺชนฺตีติ ปญฺจนฺนํ โภชนานํ อญฺญตเรน โภชเนน นิมนฺติตา ภุญฺชนฺตี’’ติ กิญฺจาปิ วุตฺตํ, อถ โข อกปฺปิยนิมนฺตเนน นิมนฺติตตา เอตฺถ น องฺคํ, มาติกาฏฺฐกถายํ วา อิธ วา อนาปตฺติวาเร เลสาภาวโต, ตสฺมา ‘‘นิมนฺติตา’’ติ ปทสฺส อตฺโถ ปุพฺเพ อาจิณฺณวเสเนว วุตฺโต. อปเรปิ ตโย ติกจฺเฉทา โยเชตฺวา ทสฺเสตพฺพา ปทภาชเน วุตฺตตฺตาติ เวทิตพฺพํ. ยถา ตถา หิ ภุญฺชนฺตานํ ตาทิสํ ภิกฺขุนึ อวาเรนฺตานํ ปาฏิเทสนียเมว. ‘‘เอสา โวสาสติ นาม, โวสาสนฺตี’’ติ จ ทุวิโธ ปาโฐ. ‘‘อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร’’ติ วจเนน ปุน ‘‘คารยฺหํ อาวุโส ธมฺม’’นฺติ เอกวจนํ วิรุทฺธนฺติ. ปฐมํ อชฺโฌหาเรเยว อาปนฺนํ สนฺธาย วุตฺตํ, ตถา อญฺญตฺราปิ อาคจฺฉติ ‘‘อาปชฺชิมฺหา’’ติ วจนโต. เอเกน พหูนมฺปิ วฏฺฏตีติ เกจิ, ตํ น สุนฺทรํ. ‘‘เตหิ ภิกฺขูหี’’ติอาทินา ปาเฐ วุตฺตตฺตาติ มม ตกฺโก. เอเกน สเหว ‘‘อหํ อาปชฺชิ’’นฺติปิ วตฺตพฺพนฺติ เอเกน ทฺวีหิ ตีหิ เทเสตพฺพโต, สพฺเพหิ เอวํ วตฺตุํ วฏฺฏติ. ‘‘อาปชฺชิมฺหาติ สเหวา’’ติ วทนฺติ. เอเกน เจ อวาริโต, ‘‘อหํ, อาวุโส, คารยฺหํ ธมฺมํ อาปชฺชิ’’นฺติปิ วตฺตพฺพํ.

ทุติยปาฏิเทสนียสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕๖๒-๕๗๐. ตติยจตุตฺถสิกฺขาปทานิ อุตฺตานตฺถานิเยว.

ปาฏิเทสนียกณฺฑวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. เสขิยกณฺโฑ

๑. ปริมณฺฑลวคฺควณฺณนา

๕๗๖. ‘‘สิกฺขิตสิกฺเขนาติ จตูหิ มคฺเคหี’’ติ วุตฺตํ. ยสฺมา อฏฺฐงฺคุลมตฺตํ โอตาเรตฺวา นิวตฺถเมว นิสินฺนสฺส จตุรงฺคุลมตฺตํ โหติ, ตสฺมา อุโภเปเต อฏฺฐกถาวาทา เอกปริจฺเฉทา, ‘‘อฑฺฒเตยฺยหตฺถ’’นฺติ สุขุมํ, เอกปตฺตํ วา สนฺธาย วุตฺตํ. ตญฺหิ ยถาฐาเนน ติฏฺฐติ. ทุปฏฺฏํ สนฺธาย ‘‘ทฺวิหตฺถปฺปมาณมฺปี’’ติ วุตฺตนฺติ อุปติสฺสตฺเถโร. เอกปฏฺฏํ, ทฺวิปฏฺฏํ วา เหฏฺฐิมปริจฺเฉเทน ‘‘ทฺวิหตฺถปฺปมาณ’’นฺติ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. วุตฺตญฺหิ นิสฺสคฺคิยอฏฺฐกถายํ ‘‘ติริยํ ทฺวิหตฺโถปิ วฏฺฏตี’’ติ, ตญฺจ โข อลาเภ เอว ‘‘อลาเภ ติริยํ ทฺวิหตฺถปฺปมาณมฺปิ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตตฺตา. อิทํ สพฺพํ อธิฏฺฐานุปคํ สนฺธาย วุตฺตํ. วิรุทฺธํ ทิสฺวา สชฺเชตพฺพํ. โน เจ สชฺเชติ, ทุกฺกฏํ. สจิตฺตกํ ปณฺณตฺติวิชานนจิตฺเตเนว ‘‘อนาทริยํ ปฏิจฺจา’’ติ วุตฺตตฺตา, น วตฺถุวิชานนจิตฺเตน ‘‘อิทเมวํ กต’’นฺติ ชานโตปิ อาปตฺติยา อภาวโต. ผุสฺสเทวตฺเถรวาโทปิ เอเกน ปริยาเยน ยุชฺชติ. ตถา อุปติสฺสตฺเถรวาโทปิ. ปญฺญตฺเตปิ สิกฺขาปเท อปญฺญตฺเตปิ ยํ ปกติยา วชฺชํ, ตํ โลกวชฺชํ. อิทํ ปน ปญฺญตฺเตเยว วชฺชํ, นาปญฺญตฺเต, ตสฺมา อิตรโลกวชฺเชน อสทิสตฺตา น โลกวชฺชํ. ปณฺณตฺติโต ปฏฺฐาย วชฺชโต ปณฺณตฺติวชฺชํ. อนาทริยจิตฺเตเนว อาปชฺชิตพฺพตฺตา สจิตฺตกํ, ตสฺส จิตฺตสฺส ติเวทนตฺตา ติเวทนํ. ยสฺมา อนาทริยจิตฺตตา นาม เกวลํ อกุสลเมว, ตญฺจ ปกติยา วชฺชํ, ตสฺมา อิทํ โลกวชฺชํ. สญฺจิจฺจ วีติกฺกมนํ นาม โทมนสฺสิกสฺเสว โหตีติ ทุกฺขเวทนํ. คณฺฐิปเท ปน ‘‘ปาณาติปาตาทิ วิย นิวาสนาทิโทโส โลกครหิโต น โหตีติ ปณฺณตฺติวชฺชนฺติ ผุสฺสเทวตฺเถโร’’ติ ลิขิตํ.

๕๗๗. วิหาเรปีติ พุทฺธุปฏฺฐานาทิกาเล, ตสฺมา ‘‘ปารุปิตพฺพ’’นฺติ อุตฺตราสงฺคกิจฺจวเสน วุตฺตํ. ปฐมทุติยสิกฺขาปเทสุ ปริฬาหาทิปจฺจยา กปฺปติ, น อนฺตรฆรปฏิสํยุตฺเตสุ.

๕๘๒. ‘‘เอกสฺมึ ปน ฐาเน ฐตฺวา’’ติ เอตฺถ ‘‘คจฺฉนฺโตปิ ปริสฺสยาภาวํ โอโลเกตุํ ลภติเยว. ตถา คาเม ปูช’’นฺติ ลิขิตํ, ตํ ปน ‘‘เอกสฺมึ ฐาเน ฐตฺวา’’ติ วุตฺตตฺตา ตาทิสํ อนฺตรายํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.

ปริมณฺฑลวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. อุชฺชคฺฆิกวคฺควณฺณนา

๕๘๖. หสนียสฺมินฺติ เหตฺวตฺเถ ภุมฺมํ, หสิตพฺพวตฺถุการณาติ อตฺโถ. อนฺตรฆเร อุจฺจาสทฺเทน อนุโมทนาทึ กโรนฺตสฺส อนาปตฺติ กิร. ตถา หิ มหินฺทตฺเถโรปิ หตฺถิสาลาทีสุ มหาชนสฺส กเถสิ.

๕๙๑. เกจิ ภิกฺขู ‘‘ปริกฺขารฏฺฐปนมตฺเตน วาสูปคโต โหตี’’ติ วทนฺติ, ตํ เตสํ มติมตฺตเมว. ภิกฺขุนิโย เจ วาสูปคา โหนฺติ, ภิกฺขุนุปสฺสโยว กปฺปิยภูมิ. ‘‘ยตฺถ ภิกฺขุนิโย เอกรตฺตมฺปิ วสนฺติ, อยํ ภิกฺขุนุปสฺสโย’’ติ (ปาจิ. ๑๖๑) วจนโต ตาสํ สมีปํ วา ตาหิ คหิตวาสาคารํ วา ‘‘คจฺฉามี’’ติ คจฺฉโต ยถาสุขํ คนฺตุํ วฏฺฏติ. น หิ ตาวตา ตํ ฆรํ อนฺตรฆรสงฺขฺยํ คจฺฉตีติ โน ตกฺโกติ อาจริโย.

อุชฺชคฺฆิกวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. ขมฺภกตวคฺควณฺณนา

๖๐๔. สูโป ปตฺตปฺปมาณวณฺณนายํ วุตฺตากาโร. โอโลณี วุจฺจติ กุธิตํ, โครสโต ปูรา ถูปิโตติ อตฺโถ.

๖๐๕. เหฏฺฐา โอโรหตีติ เอตฺถ ‘‘โอโรหนปฺปมาเณ สติ เอกเทเส ถูปีกเตปิ อนาปตฺตี’’ติ วทนฺติ. ‘‘ปตฺตสฺส ปน เหฏฺฐา จ อุปริ จ ปทุมินิปณฺณาทีหิ ปฏิจฺฉาเทตฺวา โอทหนฺติยา ลทฺธํ นาม วฏฺฏตี’’ติ จ วทนฺติ. เอตฺถ ‘‘ยสฺมา ‘สมติตฺติโก ปิณฺฑปาโต ปฏิคฺคเหตพฺโพ’ติ วจนํ ปิณฺฑปาโต สมปุณฺโณ ปฏิคฺคเหตพฺโพติ ทีเปติ, ตสฺมา อตฺตโน หตฺถคเต ปตฺเต ปิณฺฑปาโต ทิยฺยมาโน ถูปีกโตปิ เจ โหติ, วฏฺฏตีติ ทีเปติ. ‘ถูปีกตํ ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคณฺหาติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’ติ หิ วจนํ ปฐมํ ถูปีกตํ ปิณฺฑปาตํ ปจฺฉา ปฏิคฺคณฺหโต, อาปตฺตีติ ทีเปติ. ปตฺเตน ปฏิคฺคณฺหโต เจปิ ถูปีกตํ โหติ, วฏฺฏติ อถูปีกตสฺส ปฏิคฺคหิตตฺตา. ปโยโค ปน นตฺถิ อญฺญตฺร ปุพฺพเทสา’’ติ จ ‘‘สมติตฺติกนฺติ วา ภาวนปุํสก’’นฺติ จ วทนฺติ, ตสฺมา วิจาเรตฺวา คเหตพฺพํ.

ขมฺภกตวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. สกฺกจฺจวคฺควณฺณนา

๖๐๙. สูโปทนวิญฺญตฺติสิกฺขาปเท ‘‘สูโป นาม เทฺว สูปา’’ติ น วุตฺตํ สูปคฺคหเณน ปณีตโภชเนหิ อวเสสานํ สพฺพโภชนานํ สงฺคณฺหนตฺถํ. อนาปตฺติวาเร จสฺส ‘‘ญาตกานํ ปวาริตานํ อญฺญสฺสตฺถาย อตฺตโน ธเนนา’’ติ อิทํ อธิกํ. กตฺถจิ โปตฺถเก ‘‘อนาปตฺติ อสญฺจิจฺจ อสติยา อชานนฺตสฺส คิลานสฺส อาปทาสู’’ติ เอตฺตกเมว วุตฺตํ, ตํ น, ‘‘สมสูปกํ ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชิสฺสามี’’ติ อิมสฺส อนาปตฺติวาเร ‘‘อญฺญสฺสตฺถายา’’ติ กตฺถจิ ลิขิตํ, ตญฺจ ปมาทวเสน ลิขิตํ. ‘‘มุเข ปกฺขิปิตฺวา ปุน วิปฺปฏิสารี หุตฺวา โอคิลิตุกามสฺสปิ สหสา เจ ปวิสติ, เอตฺถ ‘อสญฺจิจฺจา’ติ วุจฺจติ. วิญฺญตฺตมฺปิ อวิญฺญตฺตมฺปิ เอกสฺมึ ฐาเน ฐิตํ สหสา อนุปธาเรตฺวา คเหตฺวา ภุญฺชนฺโต ‘อสติยา’ติ วุจฺจตี’’ติ ลิขิตํ, อนาปตฺติวาเร เอกจฺเจสุ โปตฺถเกสุ ‘‘รสรเสติ ลิขิตํ, ตํ คเหตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ.

สกฺกจฺจวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. กพฬวคฺควณฺณนา

๖๑๘. ‘‘สพฺพํ หตฺถ’’นฺติ วจนโต เอกเทสํ มุเข ปกฺขิปนฺตสฺส อนาปตฺตีติ เอกจฺเจ. ‘‘สพฺพนฺติ วจนโต เอกเทสมฺปิ น วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ, ตํ ยุตฺตํ อนาปตฺติวาเร อวิเสสิตตฺตา.

๖๒๔. สิตฺถาวการเก ‘‘กจวรํ ฉฑฺเฑนฺตํ สิตฺถํ ฉฑฺฑิยฺยตี’’ติ จ ‘‘กจวรํ ฉฑฺเฑนฺโต’’ติ จ ปาโฐ.

กพฬวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. สุรุสุรุวคฺควณฺณนา

๖๒๗. ‘‘สุรุสุรุ’’นฺติ จ ‘‘สุโรสุโร’’ติ จ ปาโฐ. สีตีกโตติ สีตงฺโก. ‘‘สิลกพุทฺโธติ อริยานํ ปริหาสวจนเมเวต’’นฺติ ลิขิตํ.

๖๓๑. ปฏิกฺกูลวเสนาติ เอตฺถ ยทิ ปฏิกฺกูลวเสน ปฏิกฺขิตฺตํ, ‘‘เสยฺยถาปิ กามโภคิโน’’ติ น วตฺตพฺพํ. น หิ เต ปฏิกฺกูลํ กโรนฺตีติ เจ? น, อิสฺสริยลิงฺควเสน คหณสมฺภวโต. เต หิ อนาทรา โหนฺติ. ปตฺตโธวนนฺติ ปตฺตโธวโนทกํ โภชนปฏิสํยุตฺตํ.

๖๓๔. ‘‘ฉตฺตปาทุกาย’’นฺติ จ ‘‘ฉตฺตปาเท’’ติ จ ปาโฐ.

๖๓๗. จาโปติ สตฺตขาทนวโธ. ‘‘เสสา สพฺพา ธนุวิกติ โกทณฺเฑ ปวิฏฺฐา’’ติ จ ลิขิตํ, ปฏิมุกฺกนฺติ ปเวสิตํ, ลคฺคิตํ โหตีติ อตฺโถ.

สุรุสุรุวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. ปาทุกวคฺควณฺณนา

๖๔๐. สยํ ยานคโต หุตฺวา, ยถา ยานคตสฺส เว.

อลํ วตฺตุํ ตถา นาลํ, สฉตฺโต ฉตฺตปาณิโน.

ยถา เอตฺถ, เอวํ อญฺญตฺราปิ.

๖๔๗. ฉปกวตฺถุสฺมึ ‘‘สจาหํ น ลภิสฺสามี’’ติ ปาโฐ, ‘‘ทส เจ น ลภิสฺสามี’’ติ จ อตฺถิ, ‘‘วตฺถุสฺมึ อคิลานสฺสา’’ติ จ อาคจฺฉติ, ตํ น สุนฺทรํ, สิกฺขาปเทเยว สุนฺทรํ. โถมิโตติ อหมฺปิ ชานามีติ สมฺพนฺโธ. ยา ธนยสลาภสงฺขาตา วุตฺติ วินิปาเตน โหติ สมฺปราเย อปาเยสุ วินิปาตเหตุ หุตฺวา ปวตฺตติ. อถ วา วินิปาเตนาติ เหตฺวตฺเถ กรณวจนํ, วินิปาตนาย ปวตฺตตีติ อธิปฺปาโย. อธมฺมจรเณน อธมฺมจรณาย. ‘‘อสฺมา กุมฺภิมิวา’’ติ จ ปฐนฺติ.

ปาทุกวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปกิณฺณกวณฺณนา

กายวาจาจิตฺตโต สมุฏฺฐหนฺตีติ กตฺวา ‘‘สมนุภาสนสมุฏฺฐานานี’’ติ วุตฺตานิ. สมนุภาสนํ กิริยํ. อิมานิ กิริยานิ. ธมฺมเทสนสมุฏฺฐานานิ วาจาจิตฺตโตติ เอตฺถ กายวจีวิญฺญตฺติภาวโต อุชฺชคฺฆิกอุจฺจาสทฺทาทีสุ วิย ‘‘กายวาจาจิตฺตโต’’ติ วตฺตพฺพานีติ เจ? น วตฺตพฺพานิ. นิสีทนคมนาหารปกฺขิปนาทิกายวิญฺญตฺติยา สพฺภาวา ตตฺถ ยุตฺตํ, น ธมฺมเทสเน ตาทิสสฺสาภาวา.

ปกิณฺณกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

เสขิยกณฺฑวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. สตฺตาธิกรณสมถวณฺณนา

‘‘เยภุยฺยสิกา กาตพฺพา…เป… ติณวตฺถารโก กาตพฺโพ, โส ปุคฺคโล’’ติ จ ลิขิตํ.

สตฺตาธิกรณสมถวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ภิกฺขุวิภงฺโค นิฏฺฐิโต.

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส