๗. สปฺปาณกวคฺโค
๑. สญฺจิจฺจปาณสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๘๒. สญฺจิจฺจปาณสิกฺขาปทํ อุตฺตานตฺถเมว.
๒. สปฺปาณกสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๘๗. ‘‘ปาโณ อตฺถี’’ติ ชานนฺโตปิ ‘‘มริสฺสนฺตี’’ติ อวิจาเรตฺวา ปิวติเจ, อนาปตฺติ.
ชเล ปกฺขิปนํ ปุปฺผํ, ชลปฺปเวสนํ อิทํ;
เอวํ อุภินฺนํ นานตฺตํ, เญยฺยํ ญาณวตา สทาติ.
สปฺปาณกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. อุกฺโกฏนสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๙๒. ตติเย ทฺวาทส อุกฺโกฏา เวทิตพฺพา. ตตฺถ อกตํ กมฺมํ, ทุกฺกฏํ กมฺมํ, ปุน กาตพฺพํ กมฺมนฺติ อนุวาทาธิกรเณ ลพฺภนฺติ. อนิหฏํ, ทุนฺนิหฏํ, น ปุน หริตพฺพนฺติ วิวาทาธิกรเณ ลพฺภนฺติ, อวินิจฺฉิตํ, ทุวินิจฺฉิตํ, ปุน วินิจฺฉิตพฺพนฺติ อาปตฺตาธิกรเณ ลพฺภนฺติ. อวูปสนฺตํ, ทุวูปสนฺตํ, ปุน วูปสเมตพฺพนฺติ กิจฺจาธิกรเณ ลพฺภนฺตีติ อฏฺฐกถานโย, ปาฬิยํ ปเนตฺถ มุขมตฺตเมว ทสฺสิตํ.
อุกฺโกฏนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. ทุฏฺฐุลฺลสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๙๙. ‘‘ปาราชิกานีติ อตฺถุทฺธารวเสน ทสฺสิตานี’’ติ กถํ วิญฺญายตีติ เจ? ปริวารปาฬิโต. วุตฺตญฺหิ ตตฺถ ‘‘อาปตฺตาธิกรณปจฺจยา กติ อาปตฺติโย อาปชฺชติ. อาปตฺตาธิกรณปจฺจยา จตสฺโส อาปตฺติโย อาปชฺชติ. ภิกฺขุนี ชานํ ปาราชิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺฉาเทติ, อาปตฺติ ปาราชิกสฺส. เวมติกา ปฏิจฺฉาเทติ, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส. ภิกฺขุ สงฺฆาทิเสสํ ปฏิจฺฉาเทติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส. อาจารวิปตฺตึ ปฏิจฺฉาเทติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (ปริ. ๒๙๐). ปาราชิกํ ปฏิจฺฉาเทนฺโต ภิกฺขุ อนาปตฺติ, โน อาปตฺตึ อาปชฺชติ อวุตฺตตฺตาติ เจ? น, สํกิลิฏฺเฐน จิตฺเตน ปฏิจฺฉาทเน วินา อาปตฺติยา อสมฺภวโต. ทุกฺกฏวาเร วตฺตพฺพาปิ ปาราชิกาปตฺติโย ปฐมํ อตฺถุทฺธารวเสน สงฺฆาทิเสเสหิ สห วุตฺตตฺตา น สกฺกา ปุน วตฺตุนฺติ น วุตฺตาติ เวทิตพฺพา.
ยาว โกฏิ น ฉิชฺชตีติ เจตฺถ โย อนฺตมโส ปฏิจฺฉาทนตฺถํ อญฺญสฺส อาโรเจตุ วา, มา วา, ปฏิจฺฉาทนจิตฺเตเนว อาปตฺตึ อาปนฺโน. ตสฺส ปุน อญฺญสฺส ปฏิจฺฉาทนตฺถํ อนาโรจเนเนว น โกฏิ ฉินฺนา โหติ, กึ ปุน ปฏินิวตฺติตฺวา วจเนน ปโยชนนฺติ น อนฺติมสฺส อนาโรจเนน ฉินฺนา โหติ, อปฺปฏิจฺฉาทเนน เอว ฉินฺนา โหติ, ตโต อปฺปฏิจฺฉาทนตฺถํ อปุพฺพสฺส อาโรเจตพฺพํ, ตโต ปฏฺฐาย โกฏิ ฉินฺนา โหติ, ตทภาโว ปฏินิวตฺติตฺวา อปฺปฏิจฺฉาทนตฺถํ อาโรเจตพฺพํ, เอวมฺปิ โกฏิ ฉินฺนา โหตีติ เอวํ โน ปฏิภาตีติ อาจริโย. ตติเยน ทุติยสฺสาติ เอตฺถ ‘‘ทุติโย นาม ปฐโม’’ติ วทนฺตานํ ‘‘วตฺถุ ปุคฺคโล น วตฺตพฺโพ’’ติ วาริตตฺตา น สุนฺทรํ. อญฺญสฺส จตุตฺถสฺส อาโรจเนปิ น สุนฺทรํ. กสฺมา? ปุพฺเพว สุตฺวา อญฺญสฺส อนาโรจิตตฺตา. ‘‘สุเตน อญฺญสฺส อาโรเจตพฺพํ สิยา’’ติ วทนฺติ.
ทุฏฺฐุลฺลสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. อูนวีสติวสฺสสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๐๔. ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชนโต พหุธา. หายนวฑฺฒนนฺติ มาตุกุจฺฉิสฺมึ เจ ทฺวาทสนฺนํ มาสานํ อูนตาย หายนํ กตํ. ปสูตสฺส วฑฺฒนํ กาตพฺพํ. มาตุกุจฺฉิสฺมึ เจ วฑฺฒนํ กตํ. ปสูตสฺส หายนํ กาตพฺพํ. นิกฺขมนียปุณฺณมาสี นาม สาวณมาสสฺส ปุณฺณมาสี. ‘‘ปาฏิปททิวเสติ ทุติเย อุปคจฺฉติ ทิวเส’’ติ ลิขิตํ. โส หิ ปสูตทิวสโต ปฏฺฐาย ปริปุณฺณวีสติวสฺโส โหติ. อวเสสานํ ทฺวินฺนํ วสฺสานํ อธิกทิวสานิ โหนฺเตว, ตสฺมา นิกฺกงฺขา หุตฺวา อุปสมฺปาเทนฺติ. ตํ สนฺธายาติ คพฺภวสฺสญฺจ ปวาเรตฺวา ลทฺธวสฺสญฺจ อคเณตฺวา ชาตทิวสโต ปฏฺฐาย คเณตฺวา เอกูนวีสติวสฺสํ. เอกูนวีสติวสฺโสติ ‘‘คพฺภวสฺสํ เอว ปหายา’’ติ ลิขิตํ, ตํ ทุลฺลิขิตํ.
๔๐๖. อญฺญํ อุปสมฺปาเทตีติ อุปชฺฌาโย วา อาจริโย วา หุตฺวา อุปสมฺปาเทติ. ‘‘โอปปาติกสฺส โสฬสวสฺสุทฺเทสิกภาวโต ปุน จตฺตาโร วสฺเส อติกฺกมิตฺวา อุปสมฺปทา กาตพฺพา’’ติ อาจริยา วทนฺตีติ เกจิ.
อูนวีสติวสฺสสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. เถยฺยสตฺถสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๐๙. เถยฺยสตฺโถ เจ สุทฺธมาตุคาโม เทฺว อาปตฺติโย. อถ ภิกฺขุนิโย, สมโย รกฺขติ. เถยฺยสตฺถภาวสฺส ฐานํ กตฺวา รกฺขณียตฺตา สหธมฺมิกานํ รกฺขติเยวาติ เอเก. เถยฺยภาเว น สหธมฺมิกตา, ตสฺมา น รกฺขติ เอวาติ เอเก. อปาราชิกเถยฺยภาเว สติ สหธมฺมิกภาโวติ เจ? อิตรสฺมึ อิตรนฺติ สมโย อนิสฺสโฏ อาปชฺชติ. ภิกฺขุ เถยฺยสตฺโถ เจ, ยถาวตฺถุกเมว. เถยฺยสตฺเถ เถยฺยสตฺถสญฺญี สทฺธึ สํวิธายาติ จ. ‘‘สทฺธิ’’นฺติ ปทํ เกสุจิ นตฺถิ, ตํ อนนุรูปํ. ตถา ทุติเยปิ.
เถยฺยสตฺถสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. สํวิธานสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๑๒. ‘‘เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรา อิตฺถี’’ติ จ ปาโฐ อตฺถิ, เกสุจิ นตฺถิ. นตฺถิภาโว สุนฺทโร ‘‘เตน โข สมเยนา’’ติ อธิการตฺตาติ เกจิ. อิธ เอกโตอุปสมฺปนฺนา, สิกฺขมานา, สามเณรีติ อิมาปิ ติสฺโส สงฺคหํ คจฺฉนฺติ. อิมาสํ ปน สมโย รกฺขติ, อยมิมาสํ, มาตุคามสฺส จ วิเสโส.
๔๑๔. อปิเจตฺถ ‘‘วิญฺญู ปฏิพลา’’ติ วจนโต อปฺปฏิพลา อนาปตฺติวตฺถุกาติ เอเก, ตํ น ยุตฺตํ ทุกฺกฏวตฺถุกตฺตา. ‘‘ภิกฺขุ สํวิทหติ, มาตุคาโม น สํวิทหติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ หิ วุตฺตํ. ตถา หิ อุปปริกฺขิตพฺพํ.
สํวิธานสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. อริฏฺฐสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๑๗. คหฏฺฐสฺสาปิ ภิกฺขุนีทูสกกมฺมํ โมกฺขนฺตรายิกเมว, ตสฺมา ตสฺส ปพฺพชฺชาปิ ปฏิกฺขิตฺตา. วิปากนฺตรายิกา อเหตุกตฺตา. ปุพฺเพ สญฺจิจฺจ อาปนฺนา สมฺมุฏฺฐา สุทฺธสญฺญิโน อนฺตรายิกา เอว. เสสาติ ชาติกา. รเสนาติ ภาเวน. อธิกุฏฺฏนฏฺเฐนาติ อธิกรณํ กตฺวา กุฏฺฏนฏฺเฐน ฉินฺทนฏฺเฐน. อสิสูนูปมา กุสลธมฺมจฺเฉทนฏฺเฐน. สตฺติสูลูปมา จิตฺตวิตุทนฏฺเฐนาติ โปราณา. อนาปตฺติปาฬิยํ ‘‘อาทิกมฺมิกสฺสา’’ติ มุขารุฬฺหวเสน ลิขิตํ.
อริฏฺฐสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. อุกฺขิตฺตสมฺโภคสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๒๕. ‘‘ตํ ทิฏฺฐึ อปฺปฏินิสฺสฏฺเฐนาติ อิมินา ลทฺธินานาสํวาสกตํ ทีเปตี’’ติ วุตฺตํ. ติจิตฺตนฺติ เอตฺถ วิปากาพฺยากตจิตฺเตน สหวาเสยฺยํ กปฺเปยฺยาติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อญฺญถา สจิตฺตกตฺตา สิกฺขาปทสฺส กิริยาพฺยากตํ สนฺธาย น ยุชฺชติ.
อุกฺขิตฺตสมฺโภคสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. กณฺฏกสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๒๘. ยตฺถ เต น ปสฺสามาติ เตติ ตํ. อถ วา ตว รูปาทึ น ปสฺสาม. อยํ สมณุทฺเทโส ปาราชิโก โหติ. ‘‘สเจ ตํ ทิฏฺฐึ ปฏินิสฺสชฺชติ, สงฺฆสฺส อาโรเจตฺวา สงฺฆานุมติยา ปพฺพาเชตพฺโพ’’ติ โปราณคณฺฐิปเท วุตฺตํ, ตํ น ยุตฺตํ, ทณฺฑกมฺมนาสนา หิ อิธาธิปฺเปตา. ยทิ โส ปาราชิโก, ลิงฺคนาสนา นาม สิยา. เต ปฏิเสวโต นาลํ อนฺตรายายาติ จ ทิฏฺฐิ สตฺถริ อสตฺถาทิทิฏฺฐิ น โหติ. สเจ สา ยสฺส อุปฺปชฺชติ, โส ปาราชิโก โหติ, ตสฺมิมฺปิ เอวเมว ปฏิปชฺชิตพฺพํ สํวเร อติฏฺฐนฺโต ลิงฺคนาสนาเยว นาเสตพฺโพติ อาจริยสฺส ตกฺโก.
กณฺฏกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สมตฺโต วณฺณนากฺกเมน สปฺปาณกวคฺโค สตฺตโม.