๖. สุราปานวคฺโค
๑. สุราปานสิกฺขาปทวณฺณนา
อายสฺมโต ยํ มุนิ สาคตสฺส,
มหิทฺธิกตฺตสฺส นิทสฺสเนน;
ปานสฺส โทโส ตสฺส ทสฺสนตฺถํ,
ปุพฺเพว โส ภทฺทวตึ ปยาโต.
ตสฺมา ปสฺสํ นาคมโปถยิตฺวา,
วินิสฺสฏํ สาคตํ อิทฺธิยา จ;
นโต สุราปานนิเสธนตฺถํ,
โกสมฺพิเมวชฺฌคมาติ เญยฺยํ.
๓๒๖-๘. ปสุปาลกาติ อชปาลกา. เยน มชฺชติ, ตสฺส พีชโต ปฏฺฐาย. เกจิ ‘‘สจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ อกุสลเมวาติ (กงฺขา. อฏฺฐ. ปฐมปาราชิกวณฺณนา) วุตฺตตฺตา วตฺถุํ ชานิตฺวา ปิวโต อกุสล’’นฺติ วทนฺติ. เอวํ สติ ‘‘อกุสเลเนว ปาตพฺพตายาติ น วตฺตพฺพ’’นฺติ วุตฺเต ‘‘สจิตฺตกปกฺขเมว สนฺธายา’’ติ วทนฺติ. เอวํ สติ ‘‘กุสลากุสลาพฺยากตจิตฺตนฺติ วตฺตพฺพ’’นฺติ วุตฺเต ตมฺปิ ‘‘ตพฺพหุลนเยน วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ. กงฺขาวิตรณิยมฺปิ อวิเสเสตฺวา ‘‘อกุสลจิตฺต’’นฺติ (กงฺขา. อฏฺฐ. สุราปานสิกฺขาปทวณฺณนา) วุตฺตํ, ตสฺมา ‘‘ตํ อกุสเลเนว ปิวตี’’ติ วทนฺตีติ.
สุราปานสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. องฺคุลิปโตทกสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๓๐. องฺคุลิปโตทกสิกฺขาปทํ อุตฺตานตฺถเมว.
๓. หสธมฺมสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๓๖. ตติเย กถํ ติเวทนํ? หสาธิปฺปาเยเนว ‘‘ปรสฺส ทุกฺขํ อุปฺปาเทสฺสามี’’ติ อุทกํ ขิปนฺตสฺส ทุกฺขเวทนํ. เสสํ อุตฺตานํ.
อิทํ สญฺญาวิโมกฺขญฺเจ, ติกปาจิตฺติยํ กถํ;
กีฬิตํว อกีฬาติ, มิจฺฉาคาเหน ตํ สิยา.
เอตฺตาวตา กถํ กีฬา, อิติ กีฬายํ เอวายํ;
อกีฬาสญฺญี โหเตตฺถ, วินยตฺถํ สมาทเย.
เอกนฺตากุสโล ยสฺมา, กีฬายาภิรตมโน;
ตสฺมา อกุสลํ จิตฺตํ, เอกเมเวตฺถ ลพฺภตีติ.
หสธมฺมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. อนาทริยสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๔๔. ‘‘โลกวชฺชํ อติกฺกมิตฺวา ‘อิทํ อมฺหากํ อาจริยุคฺคโห’ติ วทนฺตสฺส น วฏฺฏตี’’ติ ลิขิตํ. ยํ สํกิลิฏฺเฐเนว จิตฺเตน อาปชฺชติ, ยํ วา อริยปุคฺคโล อปญฺญตฺเต สิกฺขาปเท อชฺฌาจรติ, อิทํ โลกวชฺชนฺติ สพฺพตฺถิกวาทีอาทีนิ อาจริยกุลานิ. ตตฺถ ทุติยตติยวิกปฺโป อิธ น อธิปฺเปโต เสขิยานํ โลกวชฺชตฺตา.
คารโยฺห อาจริยุคฺคโหติ เอตฺถ ‘‘ยสฺมา อุจฺฉุรโส สตฺตาหกาลิโก, ตสฺส กสโฏ ยาวชีวิโก, ทฺวินฺนํเยว สมวาโย อุจฺฉุยฏฺฐิ, ตสฺมา วิกาเล อุจฺฉุยฏฺฐึ ขาทิตุํ วฏฺฏติ คุฬหรีฏกํ วิยา’ติ เอวมาทิโก สมฺปติ นิพฺพตฺโต คารยฺหาจริยวาโท น คเหตพฺโพ’’ติ จ, ปณฺณตฺติวชฺเช ปน วฏฺฏตีติ ‘‘น ปตฺตหตฺเถน กวาโฏ ปณาเมตพฺโพ’ติ อิมสฺส ‘เยน หตฺเถน ปตฺโต คหิโต, เตน หตฺเถน น ปณาเมตพฺโพ, อิตเรน ปณาเมตพฺโพ’ติ อตฺถํ คเหตฺวา ตถา อาจรนฺโต น อาปตฺติยา กาเรตพฺโพ. ‘ตถา พุทฺธโพธิเจติยานํ ปุปฺผํ คณฺหิตุํ วฏฺฏตีติ ตถา อาจรนฺโต’’ติ จ. ตถา อาจรติ อภยคิริวาสิโก. มหาวิหารวาสิโน เจ เอวํ วทนฺติ, ‘‘มา เอวํ วทา’’ติ อปสาเทตพฺโพ. เตน วุตฺตํ ‘‘สุตฺตํ สุตฺตานุโลมญฺจ อุคฺคหิตกานํเยวา’’ติอาทิ. ‘‘อิทํ สพฺพํ อุปติสฺสตฺเถโร อาหา’’ติ จ วุตฺตํ. ‘‘สุตฺตานุโลมํ อฏฺฐกถา’’ติ ลิขิตํ.
อนาทริยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. ภึสาปนสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๔๕. ภึสาปนสิกฺขาปทํ อุตฺตานตฺถเมว.
๖. โชติสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๕๔. ‘‘วิสิพฺพนาเปกฺโข’’ติ วจนโต ยสฺส อเปกฺขา นตฺถิ, ตสฺส อนาปตฺติ.
โชติสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. นหานสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๖๔. นหานสิกฺขาปทํ อุตฺตานตฺถเมว.
๘. ทุพฺพณฺณกรณสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๖๘. อลภีติ ลโภ. ยถา ‘‘ปจตีติ ปโจ, ปถตีติ ปโถ’’ติ วุจฺจติ, เอวํ ‘‘ลภตีติ ลโภ’’ติ กสฺมา น วุตฺตํ? ปรินิฏฺฐิตลาภสฺเสว อิธาธิปฺเปตตฺตา. มคฺเคติ สิพฺพินิมคฺเค. กปฺปกเตน สทฺธึ อกปฺปกตํ สิพฺเพติ. ยาวตา อธิฏฺฐานํ น วิชหติ, ตาวตา ปุพฺพํ กปฺปเมว. กปฺปํ น วิชหติ เจ, ปุน กปฺปํ ทาตพฺพนฺติ อาจริยสฺส ตกฺโก.
ทุพฺพณฺณกรณสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. วิกปฺปนสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๗๔. ปริโภโค เอตฺถ กายกมฺมํ. อปจฺจุทฺธารณํ วจีกมฺมํ.
วิกปฺปนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. จีวราปนิธานสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๗๙. ทสเม ยสฺมา นิสีทนสนฺถตํ จีวรนิสีทนมฺปีติ อุภยมฺปิ สทสเมว, ตสฺมา ตํ อุภยมฺปิ เอกโต กตฺวา ‘‘นิสีทนํ นาม สทสํ วุจฺจตี’’ติ อาห. ตตฺถาปิ จีวรคฺคหเณน จีวรนิสีทนํ คหิตเมวาติ อตฺถโต สนฺถตนิสีทนเมว วุตฺตํ โหติ. ยทิ เอวํ ‘‘นิสีทนสนฺถตํ นาม สทสํ วุจฺจตี’’ติ วตฺตพฺพนฺติ? น, อิตรสฺส อนิสีทนอทสภาวปฺปสงฺคโต. เอตฺถ นิสีทนสนฺถตสฺส ปาจิตฺติยวตฺถุตฺตา อิตรมฺปิ ปาจิตฺติยวตฺถุเมวาติ เวทิตพฺพํ ตชฺชาติกตฺตา. สสฺสามิเก สูจิฆเร สูจิคณนาย อาปตฺติโยติ โปราณา.
จีวราปนิธานสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สมตฺโต วณฺณนากฺกเมน สุราปานวคฺโค ฉฏฺโฐ.