๑๐. ทนฺตโปนสิกฺขาปทวณฺณนา

๒๖๔-๕. มุขทฺวารนฺติ กณฺฐนาฬิ. อุจฺจารณมตฺตนฺติ อุกฺขิปิตพฺพมตฺตกํ. กสฏํ ฉฑฺเฑตฺวาติ สมุทาจารวเสน, อฉฑฺฑิเตปิ ‘‘วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. หตฺถปาสาติกฺกมนฺติ ทายกสฺส. ภิกฺขุสฺส เทตีติ อญฺญสฺส ภิกฺขุสฺส. กญฺชิกนฺติ ยํ กิญฺจิ ทฺรวํ. ปตฺโต ปฏิคฺคเหตพฺโพติ ภูมิยํ ฐปิเต อภิหาราภาวโต. ‘‘ยถา ปฐมตรํ ปติตเถเว โทโส นตฺถิ, ตถา อากิริตฺวา อปเนนฺตานํ ปติตเถเวปิ อภิหฏตฺตา เนวตฺถิ โทโส’’ติ ลิขิตํ. จรุเกนาติ ขุทฺทกปิณฺเฑน. ชาครนฺตสฺสปีติ ‘‘อปิ-สทฺเทน สุตฺตสฺสปี’’ติ ลิขิตํ. เกจีติ อภยคิริวาสิโน. เตหิ กายสํสคฺเค กายปฏิพทฺเธนาปิ ตปฺปฏิพทฺเธนาปิ ถุลฺลจฺจยาปตฺติ ทสฺสิตา เอวาติ อตฺโถ. กายปฏิพทฺธปฏิพทฺเธนาติ วจนมตฺตเมเวตํ. ‘‘สตฺถเกนาติ ปฏิคฺคหิตเกนา’’ติ ลิขิตํ, ตํ ทุลฺลิขิตํ สติปิ มเล ปุน ปฏิคฺคเหตพฺพกิจฺจาภาวโต. เกสญฺจิ อตฺถายาติ อนุปสมฺปนฺนานํ อตฺถาย. ‘‘สามเณรสฺส หตฺถํ ผุฏฺฐมตฺตเมว ตํ ปริจฺจตฺต’’นฺติ ลิขิตํ.

ปฏิคฺคหณุปคภารํ นาม มชฺฌิมปุริเสน อุกฺขิปิตพฺพกํ. มูลปฏิคฺคหณเมว วฏฺฏตีติ เอตฺถ ‘‘มจฺฉิกวารณตฺถนฺติ วุตฺตตฺตา ‘อภุญฺชนตฺถายาปิ ปฏิคฺคเหตฺวา คหิเต วฏฺฏตี’’’ติ เย วทนฺติ, เต วตฺตพฺพา ‘‘สีสมกฺขนเตลํ ปฏิคฺคเหตฺวา ‘อิทํ สีสมกฺขน’นฺติ อนาโภเคเนว สตฺตาหํ อติกฺกาเมนฺตสฺส กึ นิสฺสคฺคิยํ ภเวยฺยา’’ติอาทิ, สุตฺตาธิปฺปาโย ปน เอวํ คเหตพฺโพ ‘‘มจฺฉิกวารณตฺถํ พีชนฺตสฺส ตสฺมึ ลคฺครชาทิมฺหิ ปตฺเต ปติเต สุขํ ปริภุญฺชิตุํ สกฺกา’ติ สญฺญาย ปุพฺเพ ปฏิคฺคหิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. ปริวตฺตนกถายํ ‘‘อมฺหากํ ตณฺฑุเลสุ ขีเณสุ เอเตหิ อมฺหากํ หตฺถคเตหิ สามเณรสนฺตเกหิปิ สกฺกา ปติฏฺฐเปตุ’นฺติ ภิกฺขูนํ จิตฺตุปฺปาโท เจ สมฺภวติ, ‘ปริวตฺตนํ สาตฺถก’นฺติ อุปติสฺสตฺเถโร’’ติ วุตฺตํ. ยทิ เอวํ สุทฺธจิตฺตานํ นิรตฺถกนฺติ อาปนฺนเมว, ตถา ‘‘ปณฺฑิโต เอส สามเณโร ปตฺตปริวตฺตนํ กตฺวา ทสฺสติ, มยเมว จ อิมสฺส วิสฺสาเสน วา ยาจิตฺวา วา ภุญฺชิสฺสามา’’ติ จิตฺเต สติ ภุญฺชิตุํ น วฏฺฏติ กเตปิ ปริวตฺตเนติ จ อาปนฺนํ, กึ พหุนา. นิรเปกฺเขเหว คณฺหิตพฺพํ, น สาเปกฺเขหีติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตนฺติ อาจริโย. อยเมวตฺโถ ‘‘สเจ ปน สกฺโกติ วิตกฺกํ โสเธตุํ, ตโต ลทฺธํ ขาทิตุมฺปิ วฏฺฏตี’’ติ วจเนน สิทฺโธว. อาธารเก ปตฺโต ฐปิโต โหติ ยถาปฏิคฺคหิตภาเว นิราลโย. สมุทฺโททเกน อปฺปฏิคฺคหิตเกน. เมณฺฑกสฺส ขีรํ ขีรตฺตาว วฏฺฏติ. ‘‘อตฺตโน ปน ขีรํ มุเขเนว ปิวนฺตสฺส อนาปตฺตีติ ทสฺเสตุํ วุตฺต’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘สรีรนิสฺสิตมหาภูตานิ หิ อิธาธิปฺเปตานี’’ติ ลิขิตํ, ตทุภยมฺปิ ‘‘กปฺปิยมํสขีรํ วา’’ติอาทินา นเยน วิรุชฺฌติ.

อปิจ ‘‘อปฺปฏิคฺคหิตภาชเน อญฺญภิกฺขุสนฺตเก อตฺตโน ปิณฺฑปาตํ ปกฺขิปติ, ‘ตํ โถก’นฺติ วา อญฺเญน วา การเณน วทติ, ตํ สพฺเพสํ น กปฺปติ. กสฺมา? วินยทุกฺกฏตฺตา. อตฺตนา ปฏิคฺคเหตฺวา ปกฺขิปิตพฺพํ วินยวิธึ อกตฺวา ทุกฺกฏนฺติ อธิปฺปาโย. เอวํ ตาทิสํ กิมตฺถํ น ภุญฺชตีติ? อฏฺฐกถายํ ‘อุคฺคหิตโก โหตี’ติ วุตฺตตฺตา. เอวญฺหิ ตตฺถ วุตฺตํ ภูมิยํ วา ภาชเน วา ผลํ วา ยํ กิญฺจิ อามิสํ วา ยาวชีวิกมฺปิ อปฺปฏิคฺคหิตกํ อชานนฺโต อามสติ, น วฏฺฏติ, อุคฺคหิตกํ โหตี’’ติ อนุคณฺฐิปเท วุตฺตํ, ตสฺมา อิมสฺส มเตน ภิกฺขุ ภิกฺขุสฺส สเจ ปตฺเต อปฺปฏิคฺคหิเต ปิณฺฑํ ฐเปติ, ตํ อกปฺปิยํ อุคฺคหิตกนฺติ สิทฺธํ. อยเมวตฺโถ ‘‘สเจ อตฺตโน วา ภิกฺขูนํ วา ยาคุปจนกภาชเน…เป… นิรามิสํ กตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพ’’นฺติ วจเนน สํสนฺทิตฺวา กเถตพฺโพ. ‘‘กปฺปิยมํสขีรํ วา’’ติ ปสงฺควเสน วุตฺตํ. ทธิ เจ ปฏิลทฺธํ, ตญฺจ อธิปฺเปตนฺติ เกจิ.

ทนฺตโปนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สมตฺโต วณฺณนากฺกเมน โภชนวคฺโค จตุตฺโถ.