๑. โอวาทสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๔๔. กถานุสาเรนาติ โย ภิกฺขุโนวาทกตฺถิโก กึสีโล กึสมาจาโร กตรกุลา ปพฺพชิโตติอาทิ กถานุสาเรนาติ อตฺโถ. สคฺคมคฺคคมเนปีติ อปิ-สทฺเทน โมกฺขคมเนปิ. ‘‘ลกฺขณปฺปฏิเวธปฏิสํยุตฺโต’’ติ อฏฺฐครุธมฺมานุสาเรน วตฺตพฺพํ ธมฺมกถํ สนฺธาย วุตฺตํ.

๑๔๕-๑๔๗. นิสฺสีมนฺติ วิหาเร พทฺธสีมโต อญฺญํ อพทฺธสีมํ, คามสีมาทินฺติ อตฺโถ. ‘‘สุปินนฺเตนปี’’ติ น สพฺเพสนฺติ อิธ พาหุลฺลนเยน วุตฺตํ. ฉพฺพคฺคิยา หิ เกจิ วีสติวสฺสาปิ อตฺถิ อติเรกวีสติวสฺสาปีติ อิมินา อิมํ มชฺฌิมโพธิกาเล ปญฺญตฺตนฺติ วิญฺญายติ. ‘‘สีลวา โหตี’’ติ วตฺวา ตสฺส จตุพฺพิธตฺตา อิธ อธิปฺเปตสีลเมว ทสฺเสตุํ ‘‘ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต’’ติอาทิ วุตฺตํ. คณฺฐานุคณฺฐิปเทสุ ‘‘สติสํวราทโย อิธ นาธิปฺเปตา, เตน วิภงฺคปาฐํ ทสฺเสติ อฏฺฐกถาจริโย’’ติ วุตฺตํ. อตฺถโตติ ปาฬิอตฺถโต. การณโตติ การณูปปตฺติโต, อฏฺฐกถาโตติ อธิปฺปาโย. อถ วา การณโตติ ธมฺมโต, เตน อตฺถโต ธมฺมโตติ วุตฺตํ โหติ. อถ วา อตฺถโตติ ผลโต. ‘‘การณโตติ เหตุโต. ธมฺมปทมฺปิ ชาตเกน สหา’’ติ ลิขิตํ. ปญฺหํ กเถตุนฺติ ‘‘ปญฺหํ ปุฏฺโฐ กเถตี’’ติ เอตฺถ ภิกฺขุนิยา ปุฏฺเฐน ‘‘น ชานามี’’ติ น สกฺกา กเถตุํ. ‘‘น โข ปน ตํ ภควนฺต’’นฺติ ปาโฐ. ‘‘น โข ปเนต’’นฺติ จ ลิขนฺติ, ตํ น สุนฺทรํ. ‘‘กาสายวตฺถวสนายา’’ติ วจนโต ปาราชิกายปิ น วฏฺฏติ. ภิกฺขุนิยา กายสํสคฺคเมว วุตฺตํ. เมถุเนน หิ ภิกฺขุนีทูสโก โหติ.

๑๔๘-๙. ภิกฺขูนํ สนฺติเก อุปสมฺปนฺนา นาม ปริวตฺตลิงฺคา, ปญฺจสตา สากิยานิโย วา. ‘‘ธมฺมเทสนาปตฺติโมจนตฺถํ ปนา’’ติ วจนโต มาตุคามคฺคหเณน สพฺพตฺถ ภิกฺขุนีสงฺคหํ คจฺฉตีติ สิทฺธํ. ภิกฺขุนิคฺคหเณน ปน มาตุคาโม ติริยํ ตรณสิกฺขาปเท (ปาจิ. ๑๘๗-๑๙๐) สงฺคหิโต, น อญฺญตฺถ. ‘‘โอสาเรตพฺพา’’ติ ปาฬิปาโฐ, ปาฬิ โอสาเรตพฺพาติ อตฺโถ. ‘‘โอสาเรตพฺพ’’นฺติ อฏฺฐกถาปาฬิ. เอกสฺมึ ฐาเน วนฺทิเต โทสาภาวโต พหูสุ เอกาย วนฺทิเต วฏฺฏตีติ เจ? ภิกฺขูหิ กตฺตพฺพํ นตฺถิ, ภิกฺขุนิยาเยว กตฺตพฺพํ, ตสฺมา น วฏฺฏติ. ‘‘ยตฺถ กตฺถจิ นิสินฺนายาติ อนฺโตทฺวาทสหตฺเถ นิสินฺนายา’’ติ วทนฺติ. น นิมนฺติตา หุตฺวา คนฺตุกามาติ นิมนฺติตา หุตฺวา คนฺตุกามา ภิกฺขู อิธ นาธิปฺเปตา, วสฺสํ อุปคนฺตุกามาว อธิปฺเปตาติ อตฺโถ. ยโต ปนาติ ภิกฺขุนีวิหารโต. ตตฺถาติ ภิกฺขุนีวิหาเร. กิญฺจาปิ ‘‘โอวาททายกา ภิกฺขู’’ติ วจนโต โอวาททายเกเหว สภิกฺขุโก อาวาโส โหติ, น สพฺเพหีติ อาปนฺโน, ตถาปิ อสติ ภิกฺขุโนวาทเก โอวาทสํวาสานํ อตฺถาย ยาจนตฺถาย อวสฺสํ คนฺตพฺพตฺตา อญฺเญหิปิ ภิกฺขูหิ สภิกฺขุโกปิ สภิกฺขุโก เอวาติ เวทิตพฺโพ. สา รกฺขิตพฺพาติ วสฺสจฺเฉทาปตฺติ รกฺขิตพฺพา. กสฺมา? อาปทาสุ หีติอาทิ. ‘‘อยํ อุโปสโถ จาตุทฺทสิโกติ ปุจฺฉิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ, ตมฺปิ เตรสิยํเยว, เอตรหิ ปน ภิกฺขุนิโย จาตุทฺทสิยํเยว คนฺตฺวา ‘‘กทา อยฺย อุโปสโถ’’ติ ปุจฺฉนฺติ. ‘‘ชายาโย วา ชาริโย วา’’ติ อธิปฺปาเยน วุตฺตํ กิร. ‘‘คจฺเฉยฺย เจ, อาปตฺตี’’ติ ปาโฐ. เทฺว ติสฺโสติ ทฺวีหิ ตีหิ. เอกโต อาคตานํ วเสน ‘‘ตาหี’’ติ พหุวจนํ วุตฺตนฺติ อธิปฺปาโย. ‘‘เอกา ภิกฺขุนี วา พหู ภิกฺขุนี วา พหูหิ ภิกฺขุนุปสฺสเยหิ โอวาทตฺถาย เปสิตา’’ติ วจนสฺส วิตฺถาโร ‘‘ภิกฺขุนิสงฺโฆ จ อยฺย ภิกฺขุนิโย จา’’ติอาทินา วุตฺโต. ‘‘ภิกฺขุนิสงฺโฆ จ อยฺย ภิกฺขุนิโย จา’ติอาทิ นานาอุปสฺสเยหิ เปสิตาย วจน’’นฺติ จ ‘‘อปริปุณฺณสงฺฆปุคฺคลนานาวาสทุติยวจนวเสน ปญฺจกฺขตฺตุํ อุปสงฺกมนํ วุตฺต’’นฺติ จ ลิขิตํ. ยสฺมึ อาวาเส ปาติโมกฺขุทฺเทโส น ปวตฺตติ, ตตฺถาปิ ยาจนํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ปุนทิวเส เยน ปฏิคฺคหิตํ, เตน ‘‘นตฺถิ โกจิ ภิกฺขุ ภิกฺขุโนวาทโก สมฺมโต’’ติอาทิ วตฺตพฺพํ. อตฺถิ เจ สมฺมโต, นิทฺทิสิตพฺโพ. ‘‘สยเมว เจ สมฺมโต, อห’นฺติ วตฺตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. สเจ สมฺมโต วา โอวาทปฏิคฺคาหโก วา ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสติ, อญฺเญน อาโรจาเปตพฺพนฺติ เอเก, ‘‘อตฺตนาปิ อาโรเจตุํ วฏฺฏตี’’ติ จ วทนฺติ. เกสุจิ โปตฺถเกสุ ‘‘อยฺยานํ ปวาเรตี’’ติ ลิขิตํ, เอวํ สติ ‘‘อยฺยสฺส ปวาเรมี’’ติ วตฺตพฺพํ, โปตฺถเก นตฺถิ.

โอวาทสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.