๓. โอวาทวคฺโค

๑. โอวาทสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๔๔. กถานุสาเรนาติ โย ภิกฺขุโนวาทกตฺถิโก กึสีโล กึสมาจาโร กตรกุลา ปพฺพชิโตติอาทิ กถานุสาเรนาติ อตฺโถ. สคฺคมคฺคคมเนปีติ อปิ-สทฺเทน โมกฺขคมเนปิ. ‘‘ลกฺขณปฺปฏิเวธปฏิสํยุตฺโต’’ติ อฏฺฐครุธมฺมานุสาเรน วตฺตพฺพํ ธมฺมกถํ สนฺธาย วุตฺตํ.

๑๔๕-๑๔๗. นิสฺสีมนฺติ วิหาเร พทฺธสีมโต อญฺญํ อพทฺธสีมํ, คามสีมาทินฺติ อตฺโถ. ‘‘สุปินนฺเตนปี’’ติ น สพฺเพสนฺติ อิธ พาหุลฺลนเยน วุตฺตํ. ฉพฺพคฺคิยา หิ เกจิ วีสติวสฺสาปิ อตฺถิ อติเรกวีสติวสฺสาปีติ อิมินา อิมํ มชฺฌิมโพธิกาเล ปญฺญตฺตนฺติ วิญฺญายติ. ‘‘สีลวา โหตี’’ติ วตฺวา ตสฺส จตุพฺพิธตฺตา อิธ อธิปฺเปตสีลเมว ทสฺเสตุํ ‘‘ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต’’ติอาทิ วุตฺตํ. คณฺฐานุคณฺฐิปเทสุ ‘‘สติสํวราทโย อิธ นาธิปฺเปตา, เตน วิภงฺคปาฐํ ทสฺเสติ อฏฺฐกถาจริโย’’ติ วุตฺตํ. อตฺถโตติ ปาฬิอตฺถโต. การณโตติ การณูปปตฺติโต, อฏฺฐกถาโตติ อธิปฺปาโย. อถ วา การณโตติ ธมฺมโต, เตน อตฺถโต ธมฺมโตติ วุตฺตํ โหติ. อถ วา อตฺถโตติ ผลโต. ‘‘การณโตติ เหตุโต. ธมฺมปทมฺปิ ชาตเกน สหา’’ติ ลิขิตํ. ปญฺหํ กเถตุนฺติ ‘‘ปญฺหํ ปุฏฺโฐ กเถตี’’ติ เอตฺถ ภิกฺขุนิยา ปุฏฺเฐน ‘‘น ชานามี’’ติ น สกฺกา กเถตุํ. ‘‘น โข ปน ตํ ภควนฺต’’นฺติ ปาโฐ. ‘‘น โข ปเนต’’นฺติ จ ลิขนฺติ, ตํ น สุนฺทรํ. ‘‘กาสายวตฺถวสนายา’’ติ วจนโต ปาราชิกายปิ น วฏฺฏติ. ภิกฺขุนิยา กายสํสคฺคเมว วุตฺตํ. เมถุเนน หิ ภิกฺขุนีทูสโก โหติ.

๑๔๘-๙. ภิกฺขูนํ สนฺติเก อุปสมฺปนฺนา นาม ปริวตฺตลิงฺคา, ปญฺจสตา สากิยานิโย วา. ‘‘ธมฺมเทสนาปตฺติโมจนตฺถํ ปนา’’ติ วจนโต มาตุคามคฺคหเณน สพฺพตฺถ ภิกฺขุนีสงฺคหํ คจฺฉตีติ สิทฺธํ. ภิกฺขุนิคฺคหเณน ปน มาตุคาโม ติริยํ ตรณสิกฺขาปเท (ปาจิ. ๑๘๗-๑๙๐) สงฺคหิโต, น อญฺญตฺถ. ‘‘โอสาเรตพฺพา’’ติ ปาฬิปาโฐ, ปาฬิ โอสาเรตพฺพาติ อตฺโถ. ‘‘โอสาเรตพฺพ’’นฺติ อฏฺฐกถาปาฬิ. เอกสฺมึ ฐาเน วนฺทิเต โทสาภาวโต พหูสุ เอกาย วนฺทิเต วฏฺฏตีติ เจ? ภิกฺขูหิ กตฺตพฺพํ นตฺถิ, ภิกฺขุนิยาเยว กตฺตพฺพํ, ตสฺมา น วฏฺฏติ. ‘‘ยตฺถ กตฺถจิ นิสินฺนายาติ อนฺโตทฺวาทสหตฺเถ นิสินฺนายา’’ติ วทนฺติ. น นิมนฺติตา หุตฺวา คนฺตุกามาติ นิมนฺติตา หุตฺวา คนฺตุกามา ภิกฺขู อิธ นาธิปฺเปตา, วสฺสํ อุปคนฺตุกามาว อธิปฺเปตาติ อตฺโถ. ยโต ปนาติ ภิกฺขุนีวิหารโต. ตตฺถาติ ภิกฺขุนีวิหาเร. กิญฺจาปิ ‘‘โอวาททายกา ภิกฺขู’’ติ วจนโต โอวาททายเกเหว สภิกฺขุโก อาวาโส โหติ, น สพฺเพหีติ อาปนฺโน, ตถาปิ อสติ ภิกฺขุโนวาทเก โอวาทสํวาสานํ อตฺถาย ยาจนตฺถาย อวสฺสํ คนฺตพฺพตฺตา อญฺเญหิปิ ภิกฺขูหิ สภิกฺขุโกปิ สภิกฺขุโก เอวาติ เวทิตพฺโพ. สา รกฺขิตพฺพาติ วสฺสจฺเฉทาปตฺติ รกฺขิตพฺพา. กสฺมา? อาปทาสุ หีติอาทิ. ‘‘อยํ อุโปสโถ จาตุทฺทสิโกติ ปุจฺฉิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ, ตมฺปิ เตรสิยํเยว, เอตรหิ ปน ภิกฺขุนิโย จาตุทฺทสิยํเยว คนฺตฺวา ‘‘กทา อยฺย อุโปสโถ’’ติ ปุจฺฉนฺติ. ‘‘ชายาโย วา ชาริโย วา’’ติ อธิปฺปาเยน วุตฺตํ กิร. ‘‘คจฺเฉยฺย เจ, อาปตฺตี’’ติ ปาโฐ. เทฺว ติสฺโสติ ทฺวีหิ ตีหิ. เอกโต อาคตานํ วเสน ‘‘ตาหี’’ติ พหุวจนํ วุตฺตนฺติ อธิปฺปาโย. ‘‘เอกา ภิกฺขุนี วา พหู ภิกฺขุนี วา พหูหิ ภิกฺขุนุปสฺสเยหิ โอวาทตฺถาย เปสิตา’’ติ วจนสฺส วิตฺถาโร ‘‘ภิกฺขุนิสงฺโฆ จ อยฺย ภิกฺขุนิโย จา’’ติอาทินา วุตฺโต. ‘‘ภิกฺขุนิสงฺโฆ จ อยฺย ภิกฺขุนิโย จา’ติอาทิ นานาอุปสฺสเยหิ เปสิตาย วจน’’นฺติ จ ‘‘อปริปุณฺณสงฺฆปุคฺคลนานาวาสทุติยวจนวเสน ปญฺจกฺขตฺตุํ อุปสงฺกมนํ วุตฺต’’นฺติ จ ลิขิตํ. ยสฺมึ อาวาเส ปาติโมกฺขุทฺเทโส น ปวตฺตติ, ตตฺถาปิ ยาจนํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ปุนทิวเส เยน ปฏิคฺคหิตํ, เตน ‘‘นตฺถิ โกจิ ภิกฺขุ ภิกฺขุโนวาทโก สมฺมโต’’ติอาทิ วตฺตพฺพํ. อตฺถิ เจ สมฺมโต, นิทฺทิสิตพฺโพ. ‘‘สยเมว เจ สมฺมโต, อห’นฺติ วตฺตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. สเจ สมฺมโต วา โอวาทปฏิคฺคาหโก วา ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสติ, อญฺเญน อาโรจาเปตพฺพนฺติ เอเก, ‘‘อตฺตนาปิ อาโรเจตุํ วฏฺฏตี’’ติ จ วทนฺติ. เกสุจิ โปตฺถเกสุ ‘‘อยฺยานํ ปวาเรตี’’ติ ลิขิตํ, เอวํ สติ ‘‘อยฺยสฺส ปวาเรมี’’ติ วตฺตพฺพํ, โปตฺถเก นตฺถิ.

โอวาทสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. อตฺถงฺคตสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๕๓. มุนาตีติ ชานาติ. อนฺตรธายติปีติ เอตฺถ ตทุตฺตมํ เจ อตฺถิ, ตํ ปสฺสามิ, ยํ วิจิตฺตํ วา, ตทตฺถญฺจ. ตคฺฆ การณํ. สห อุปฺปาทมนนฺตรา กิริยา. ยมา จ เต มนสา กตตฺร เนตฺวาติ. ยถา ปาโต สิยา ปาโต ภวํ ปาโตว อุทกโต อุคฺคนฺตฺวา ฐิตํ, ตถา วิโรจมานํ องฺคีรสํ พุทฺธํ ปสฺส, น เกวลํ ปทุมํ วิย, วิโรจมานํ ตปนฺตมาทิจฺจมิวนฺตลิกฺเขติ สมฺพนฺโธ. อถ วา องฺคีรสํ พุทฺธํ ปทุมํว วิโรจมานํ สูริยํว ตปนฺตํ ปสฺส พุทฺธํ. ยถา ปาโต สิยา ผุลฺลมวีตคนฺธํ โกกนุทสงฺขาตํ ปทุมํ ปสฺสสิ, ตถา วิโรจมานํ องฺคีรสํ พุทฺธํ ปสฺส. อุภเยเนว หิ ภควโต กนฺติ ทีปิตาติ กตฺวา ทีปิตคุณสุภํ พุทฺธํ สกฺกตฺวา ตํ กนฺตึ ปูเชยฺย. ปูชเนยฺยโตปิ วีตินาเมยฺย อิติ ลกฺขเย. ‘‘เอกโต อุปสมฺปนฺนายา’’ติ ปาฬิ.

๑๕๖. ‘‘เอกโต อุปสมฺปนฺนาน’’นฺติ อฏฺฐกถาปาโฐ. ‘‘อภพฺโพ ตฺว’’นฺติอาทิวจนโต อนุกมฺปาวเสน สทฺธิวิหาริกาทึ สงฺฆิกา วิหารา นิกฺกฑฺฒาเปนฺตสฺส อนาปตฺติ วิย ทิสฺสติ. อภพฺโพ หิ เถโร สญฺจิจฺจ ตํ กาตุํ, คเวสิตพฺพาว เอตฺถ ยุตฺตีติ เกจิ. เถเรน สิกฺขาปทปญฺญตฺติโต ปุพฺเพ กตนฺติ มม ตกฺโก.

อตฺถงฺคตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. ภิกฺขุนุปสฺสยสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๖๒. ‘‘เอกรตฺตมฺปิ วสนฺตี’’ติ (ปาจิ. ๑๖๑) วจนโต ยตฺถ รตฺติยํ น วสนฺติ, ตตฺถ คนฺตฺวา โอวทิตุํ วฏฺฏตีติ เอเก. ยทิ เอวํ สงฺเกตฏฺฐานํ คนฺตฺวา โอวทิตุํ วฏฺฏตีติ สิทฺธํ. ‘‘ตโต อทฺธโยชเนเยว สภิกฺขุโก อาวาโส อิจฺฉิตพฺโพ’’ติ น วตฺตพฺพํ. ภิกฺขุโนวาทโก เจ อทฺธโยชนํ คนฺตฺวา โอวทิตุกาโม โหติ, ภิกฺขุนิสงฺโฆ จ อทฺธโยชนํ คนฺตฺวา โสตุกาโม, ‘‘วฏฺฏตี’’ติ วตฺตพฺพํ สิยา, ตญฺจ น วุตฺตํ, ตสฺมา น วฏฺฏติ. เหฏฺฐิมปริจฺเฉเทน ปน ‘‘เอกรตฺตมฺปี’’ติ วุตฺตํ. ตโต ปฏฺฐาย อุปสฺสยํ โหติ, น อุปสฺสยสงฺเขเปน กตมตฺเตนาติ วุตฺตํ โหติ. ยตฺถ วาสูปคตา ภิกฺขุนิโย, โส อุปสฺสยสงฺขฺยํ คจฺฉติ, ตตฺถ น คนฺตฺวา โอวาโท ทาตพฺโพ. เอกาวาเส ทิวา วฏฺฏตีติ เอเก, วิจาเรตฺวา ยุตฺตตรํ คเหตพฺพํ.

ภิกฺขุนุปสฺสยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. อามิสสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๖๔. ‘‘อุปสมฺปนฺนํ สงฺเฆน อสมฺมต’’นฺติ ปาฬิวจนโต, ‘‘สมฺมเตน วา สงฺเฆน วา ภารํ กตฺวา ฐปิโต’’ติ อฏฺฐกถาวจนโต จ อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคโต สมฺมเตน วา วิปฺปวสิตุกาเมน ‘‘ยาวาหํ อาคมิสฺสามิ, ตาว เต ภาโร โหตู’’ติ ยาจิตฺวา ฐปิโต, ตสฺสาภาวโต สงฺเฆน วา ตเถว ภารํ กตฺวา ฐปิโต อฏฺฐหิ ครุธมฺเมหิ โอวทิตุํ ลภติ, ปเคว อญฺเญน ธมฺเมนาติ สิทฺธํ. ‘‘โย ปน ภิกฺขุ อสมฺมโต ภิกฺขุนิโย โอวเทยฺย, ปาจิตฺติย’’นฺติ ปเคว ภารํ กตฺวา อฏฺฐปิตํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อภยคิริวาสีนมฺปิ อิทเมว มตํ, อนุคณฺฐิปเท ปน อิมํ นยํ ปฏิกฺขิปิตฺวา ‘‘นตฺถิ โกจี’’ติอาทินา ‘‘เอตรหิ โอวาทโก อสมฺมโต ภิกฺขุโนวาทโก นามา’’ติ วตฺวา ‘‘ยํ ปน อนฺธกฏฺฐกถายํ วุตฺตํ ‘อุปสมฺปนฺนํ สงฺเฆน กมฺมวาจาย อสมฺมตํ, ภิกฺขุสงฺเฆน ปน ภิกฺขุนิสงฺฆสฺส อนุคฺคหํ กโรถ, ภิกฺขุนิโย โอวทถ, ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ กโรถ ผาสุวิหารนฺติ เอวํ ยาจิตฺวา ฐปิโต ภิกฺขุสงฺฆํ อาปุจฺฉิตฺวา, ตโต โส เถโร ภิกฺขุนิโย โอวทติ, เอวรูปํ ภิกฺขุสงฺเฆน อสมฺมตนฺติ, ตตฺร วุตฺตนเยเนว อตฺโถ คเหตพฺโพ’’ติ วุตฺตํ. โปราณคณฺฐิปเท ปน ‘‘อสมฺมโต คามํ โอวาทตฺถาย อาคตานํ ภิกฺขุนีนํ วจนํ สุตฺวา ปฏิวจนํ เทนฺโต สงฺฆานุมติยา, น ญตฺติจตุตฺเถนา’’ติ วุตฺตํ, ตํ อนุคณฺฐิปทมเตน สเมติ, อนฺธกฏฺฐกถายํ วุตฺตวจนํ เตน สเมติ, ตญฺจ ปาฬิวจนํ, น หิ โอวาทปฏิคฺคาหโก, ปาติโมกฺขุทฺเทสโก วา ‘‘ปาสาทิเกน สมฺปาเทตู’’ติ วจนมตฺเตน ภิกฺขุโนวาทโก นาม โหติ. โหตีติ เจ, อนุปสมฺปนฺโนปิ ตตฺตเกน วจเนน ‘‘ภิกฺขุโนวาทโก โหตู’’ติ วตฺตพฺโพ. โหตีติ เจ, ยํ วุตฺตํ คณฺฐานุคณฺฐิปเทสุ ‘‘อสมฺมโต นาม อสมฺมตภาเวน ‘พหุสฺสุโต ตฺวํ โอวทาหี’ติ สงฺเฆน ภารํ กตฺวา ฐปิโต’’ติ. เอตฺถ พาหุสจฺเจน กึ ปโยชนํ. อนุคณฺฐิปเทเยว ‘‘อภยคิริวาสี วทตีติ สุตฺวา สมฺมเตน วา อาณตฺโต โอวทิตุํ ลภตีติ ธมฺมสิริตฺเถโร ปจฺฉา อนุชานาตี’’ติ วุตฺตํ. กึ พหุกาย. ‘‘ปาสาทิเกน สมฺปาเทตู’’ติ เอตฺตกมตฺเตน ภิกฺขุโนวาทโก โหติ. อฏฺฐกถายํ ‘‘ภารํ กตฺวา’’ติ อิมินา กึ ปโยชนํ, ตตฺตกมฺปิ วตฺตุํ อญฺโญ น ลภติ, เตน จ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ฐเปตฺวา พาลํ คิลานํ คมิกํ อวเสเสหิ โอวาทํ คเหตุ’’นฺติ (จูฬว. ๔๑๔) อยํ ปาฬิ วิรุชฺเฌยฺย. กถํ? ตสฺส หิ ‘‘น, ภิกฺขเว, โอวาโท น ปจฺจาหริตพฺโพ’’ติ (จูฬว. ๔๑๕) จนโต สมฺมตาสมฺมตภาเวน นตฺถิ โกจีติ ‘‘ปาสาทิเกน สมฺปาเทตู’’ติ วตฺตพฺพํ สิยา, วทนฺโต จ อิธ ปฐเมน อาปตฺติยา กาเรตพฺโพ โหตีติ. โหตุ อสมฺมตตฺตา, อกตภารตฺตา จ. อิมสฺส จ ภิกฺขุโนวาทกตฺเต อิมสฺส ขียเนน ทุกฺกฏํ สิยา, สพฺพเมตํ อนิฏฺฐํ, ตสฺมา อฏฺฐกถายํ ‘‘อยเมตฺถ ภิกฺขุโนวาทโก นามา’’ติ อวุตฺตตฺตา ตถา ภารํ กตฺวา ฐปิโต โอวทิตุํ ลภติเยว, นาญฺโญติ อาจริโย.

อามิสสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. จีวรทานสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๖๙. สาทิยิสฺสสีติ ปุจฺฉา.

จีวรทานสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. จีวรสิพฺพนสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๗๖. วญฺเจตฺวาติ ‘‘ตว ญาติกายา’’ติ อวตฺวา ‘‘เอกิสฺสา ภิกฺขุนิยา’’ติ เอตฺตกเมว วตฺวา, เต หิ ‘‘เอกิสฺสา’’ติ วจนํ สุตฺวา อญฺญาติกาย สนฺตกสญฺญิโน สิพฺเพสุํ. อิมสฺมึ สิกฺขาปเท ‘‘จีวรํ นาม ฉนฺนํ จีวรานํ อญฺญตรํ จีวร’’นฺติ เอตฺตกเมว ปาฬิ, เตน วุตฺตํ ‘‘จีวรนฺติ ยํ นิวาเสตุํ วา ปารุปิตุํ วา’’ติอาทิ. ‘‘วิกปฺปนุปคํ ปจฺฉิม’’นฺติ จ ลิขิตํ, โส ปมาทเลโข.

จีวรสิพฺพนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. สํวิธานสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๘๑. ตา ภิกฺขุนิโย ทูสยึสูติ วิปริณาโม กาตพฺโพ.

๑๘๒-๔. สมฺปทนฺตีติ ปทสา คจฺฉนฺติ. วุตฺตนเยเนวาติ ‘‘สมฺปตนฺติ เอตฺถาติ สมฺปาโต’’ติอาทินา. ปทคเต อุปจาโร น ลพฺภติ, อจฺจาสนฺนตฺตา มิสฺสํ วิย โหตีติ. กุกฺกุฏวสฺสิตปริจฺฉินฺโน มหาอฏฺฐกถายํ. ‘‘ตมฺปิ โวหาเรนา’’ติ ลิขิตํ. ‘‘เยภุยฺเยน ตถา สนฺนิเวโส โหตีติ กตฺวา อฏฺฐกถายํ วุตฺตํ, ตสฺมา น ปมาทเลโข’’ติ จ, ‘‘อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉเทน วุตฺตํ อฏฺฐกถายํ, ตโต อุทฺธํ อทฺธโยชนลกฺขณสมฺปตฺตํ นาม โหตีติ คเหตพฺพ’’นฺติ จ วุตฺตํ. ‘‘กปฺปิยภูมิ กิรายํ…เป… น วทนฺตี’’ติ วุตฺตํ. ทุทฺทสเญฺหตฺถ การณํ. กตรํ ปน ตนฺติ? ‘‘คจฺฉามาติ สํวิทหติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘คจฺฉามา’’ติ วตฺตมานวจนนฺตญฺจ, อมคฺเค ภิกฺขุนุปสฺสยาทิมฺหิ น สมฺภวติเยว มนุสฺสานํ อนฺตรฆราทิมฺหิ มคฺคสงฺเขปคมนโต, อุจฺจาสยนาทิอุปฺปตฺติฏฺฐานตฺตา จ. น ติตฺถิยเสยฺยาย วา ปพฺพชิตาวาสตฺตา. ทฺวาเรติ สมีปตฺเถ ภุมฺมํ, ตสฺมา ตํ ทสฺเสตุํ ปุน ‘‘รถิกายา’’ติ อาห. เสสอฏฺฐกถายํ ‘‘เอตฺถนฺตเร สํวิทหิเตปิ ภิกฺขุโน ทุกฺกฏ’’นฺติ อาคตตฺตา น สเมติ. ‘‘คามนฺตเร’’ติ วจนโต อญฺญคามสฺส อุปจาโรกฺกมเน เอว อาปตฺติ. ‘‘อทฺธโยชเน’’ติ วจนโต อติกฺกมเนเยว ยุตฺตํ.

๑๘๕. รฏฺฐเภเทติ วิโลเป. โปราณคณฺฐิปเท ‘‘ตโยปิ สงฺเกตา กาลทิวสมคฺควเสน, ตตฺถ ปจฺฉิเมเนว อาปตฺตี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘อิมินา มคฺเคนา’’ติ วิสฺสชฺเชตฺวา อญฺเญน คจฺฉนฺติ เจ, อาปตฺติเยวาติ อตฺโถ.

สํวิธานสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. นาวาภิรุหนสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๘๙. นทิยา กุโต คามนฺตรนฺติ เจ? ‘‘ยสฺสา นทิยา’’ติอาทิมาห. คามนฺตรคณนายาติ ยสฺมึ คามติตฺเถ อารุโฬฺห, ตํ ฐเปตฺวา อญฺญคามคณนาย. ‘‘มาตุคาโมปิ อิธ สงฺคหํ คจฺฉตี’’ติ อาจริยสฺส ตกฺโก, เตเนว ‘‘อุภยตฺถ เอกโต อุปสมฺปนฺนาย ทุกฺกฏํ, สิกฺขมานาย สามเณริยา อนาปตฺตี’’ติ จ น วุตฺตํ. เอเสว นโย อญฺเญสุปิ เอวรูเปสุ.

๑๙๑. ‘‘โลกสฺสาทมิตฺตสนฺถววเสน เกฬิปุเรกฺขารา สํวิทหิตฺวา’’ติ วุตฺตตฺตา อกุสลจิตฺตํ โลกวชฺชนฺติ วตฺตพฺพนฺติ? น วตฺตพฺพํ, ‘‘เกฬิปุเรกฺขารา’’ติ วจนํ เยภุยฺยตาย วุตฺตํ. โปราณคณฺฐิปเท จ ‘‘ตีณิ จิตฺตานิ ติสฺโส เวทนา’’ติ วุตฺตํ, สํวิทหนกาเล วา เกฬิปุเรกฺขาโร ภิกฺขุ สํวิทหติ, อาปตฺติ ภิกฺขุโน คามนฺตโรกฺกมเน, อทฺธโยชนาติกฺกเม วา. กุสลจิตฺโต วา โหติ ปจฺจเวกฺขนฺโต, เจติยาทีนิ วา ปสฺสนฺโต, อพฺยากตจิตฺโต วา โหติ กิลมถวเสน นิทฺทายนฺโตติ ติจิตฺตานิ คหิตานีติ เวทิตพฺพา.

นาวาภิรุหนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. ปริปาจิตสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๙๒. เจฏเกติ ทารเก. ตรุณโปตเกติ โปราณา. ‘‘ปาปภิกฺขูนํ ปกฺขุปจฺเฉทาย อิทํ ปญฺญตฺตํ, ตสฺมา ปญฺจ โภชเนเยวาปตฺติ วุตฺตา’’ติ ลิขิตํ.

๑๙๔-๗. นิปฺผาทิตนฺติ วิญฺญตฺติยา น โหติ, กินฺตุ ปริกถาทีหิ, ตสฺมา อิมินา สิกฺขาปเทน อนาปตฺติ, ตํ สนฺธาย ‘‘สพฺพตฺถ อนาปตฺตี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘กถานุสาเรน ตตฺถ ปสีทิตฺวา เทนฺติ, อิทํ ปริปาจิตํ น โหติ, วฏฺฏนฺตี’’ติ ปฐมสิกฺขาปเท วุตฺตตฺตาติ ธมฺมสิริตฺเถโร, อุปติสฺสตฺเถโร ปน ‘‘อิตรมฺปิ วฏฺฏติเยวา’’ติ อาห. โปราณคณฺฐิปเท ปน ‘‘ยสฺมา เทวทตฺโต ปกติยา ตตฺถ ภิกฺขุนิปริปาจิตํ ภุญฺชติ, ตสฺมา อิมํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ นิทานํ กตฺวา อิทํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺต’’นฺติ วุตฺตํ.

ปริปาจิตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. รโหนิสชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๙๘. ‘‘อุปนนฺทสฺส จตุตฺถสิกฺขาปเทน จา’’ติ ปาโฐ.

รโหนิสชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สมตฺโต วณฺณนากฺกเมน โอวาทวคฺโค ตติโย.