๒. ภูตคามวคฺโค

๑. ภูตคามสิกฺขาปทวณฺณนา

๘๙. ผรสุํ นิคฺคเหตุํ อสกฺโกนฺโตติ ทสฺสิตภาวํ ชานาเปติ. กสฺมา อยํ ผรสุํ อุคฺคิรีติ เจ? มนุสฺสานนฺติอาทิ ตสฺส ปริหาโร. ‘‘อาโกเฏสิ ฉินฺทีติ จ วจนโต รุกฺขเทวตานํ หตฺถานิ ฉิชฺชนฺติ, น จาตุมหาราชิกาทีนํ วิย อจฺเฉชฺชานี’’ติ วทนฺติ.

๙๐-๙๒. ภวนฺติ อหุวุญฺจาติ ทฺวิกาลิโก ภูตสทฺโท. ยทิ พีชโต นิพฺพตฺเตน พีชํ ทสฺสิตํ, ตเทว สนฺตกํ ยทิทํ. โสว กุกฺกุโฏ มํสิมกฺขิโตติ อยเมว หิ ปริหาโร. อฏฺฐกถาสุปิ หิ ‘‘พีเช พีชสญฺญี’’ติ ลิขิตํ. ยํ พีชํ ภูตคาโม นาม โหติ, ตสฺมึ พีเช ภูตคามพีเชติ โยเชตฺวา. อมูลกตฺตา กิร สมฺปุณฺณภูตคาโม น โหติ, ‘‘สมูลปตฺโต เอว หิ ภูตคาโม นามา’’ติ การณํ วทนฺติ. ‘‘อภูตคามมูลตฺตาติ ภูตคามโต อนุปฺปนฺนตฺตา อภูตคามมูลํ, ภูตคามสฺส อมูลกตฺตา วา. น หิ ตโต อญฺโญ ภูตคาโม อุปฺปชฺชตี’’ติ ทฺวิธาปิ ลิขิตํ. ปิยงฺคุ อสนรุกฺโข วฑฺฒนตฺตโจ ขชฺชผโล, ‘‘ปีตสาโล’’ติปิ วุจฺจติ. อมูลกภูตคาเม สงฺคหํ คจฺฉตีติ นาฬิเกรสฺเสวายํ. ฆฏปิฏฺฐิชาตตฺตา, พีชคามานุโลมตฺตา จ ทุกฺกฏวตฺถุ. น วาเสตพฺพํ ‘‘ทุรูปจิณฺณตฺตา’’ติ ลิขิตํ, ‘‘เยสํ รุกฺขานํ สาขา รุหตีติ วจนโต เยสํ น รุหติ, เตสํ สาขาย กปฺปิยกรณกิจฺจํ นตฺถีติ สิทฺธ’’นฺติ วุตฺตํ. มุทฺทติณนฺติ ตสฺส นามํ. ‘‘มุญฺชติณนฺติ ปาโฐ’’ติ ลิขิตํ.

สมณกปฺเปหีติ สมณโวหาเรหิ, ตสฺมา วตฺตพฺพํ ภิกฺขุนา ‘‘กปฺปิยํ กโรหี’’ติ. ตสฺส อาณตฺติยา กโรนฺเตนาปิ สามเณราทินา ‘‘กปฺปิย’’นฺติ วตฺวาว อคฺคิปริชิตํ กาตพฺพนฺติ สิทฺธํ. อคฺคิปริชิตาทีนิ วิย กปฺปิยตฺตา อพีชนิพฺพฏฺฏพีชานิปิ ‘‘ปญฺจหิ สมณกปฺเปหี’’ติ (จูฬว. ๒๕๐) เอตฺถ ปวิฏฺฐานิ, ยถาลาภโต วา สมณกปฺปวจนํ คเหตพฺพํ. ‘‘กปฺปิย’นฺติ วตฺตุกาโม ‘กปฺป’นฺติ เจ วทติ, ‘วฏฺฏตี’ติ วทนฺตี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘กปฺปิย’นฺติ วจนํ สกสกภาสายปิ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. ‘‘กปฺปิยนฺติ วตฺวา’’ติ วุตฺตตฺตา ภิกฺขุนา ‘กปฺปิยํ’อิจฺเจว วตฺตพฺพํ, ‘‘อิตเรน ปน ยาย กายจิ ภาสายา’’ติ วทนฺติ, วีมํสิตพฺพํ. ‘‘อุจฺฉุํ กปฺปิยํ กริสฺสามีติ ทารุํ วิชฺฌตี’’ติ วจนโต กปฺปิยํ กาตพฺพํ สนฺธาย วิรทฺเธติ วุตฺตํ โหติ, อาจริยา ปน ‘‘กปฺปิยํ กาเรตพฺพํ สนฺธาย กปฺปิยนฺติ สิตฺถาทึ กาเรติ, วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ, ตสฺส การณํ วทนฺตา กาตุํ วฏฺฏนภาเวเนว วิรชฺฌิตฺวา กเตปิ กปฺปิยํ ชาตํ. ยทิ น วฏฺเฏยฺย, สิตฺถาทิมฺหิ กเต น วฏฺเฏยฺยาติ, อุปปริกฺขิตพฺพํ. อุฏฺฐิตเสวาลฆฏํ อาตเป นิกฺขิปิตุํ วฏฺฏติ, วิโกเปตุกามตาย สติ ทุกฺกฏํ ยุตฺตํ วิย. ‘‘ปุปฺผรชฺชุภาชนคติกา, ตสฺมา น วฏฺฏติ. นาเฬ วา พทฺธปุปฺผกลาเป นาฬสฺมึ กเตปิ วฏฺฏติ ตสฺมึ ปุปฺผสฺส อตฺถิตายา’’ติ วทนฺติ. โปราณคณฺฐิปเท ‘‘พีชคาเมน ภูตคาโม ทสฺสิโต อนวเสสปริยาทานตฺถ’’นฺติ วุตฺตํ.

ภูตคามสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. อญฺญวาทกสิกฺขาปทวณฺณนา

๙๘-๙. อญฺญํ วทตีติ อญฺญวาทกํ, ‘‘วจนํ กเรยฺยา’’ติ ลิขิตํ. ‘‘ตุณฺหีภูตสฺเสตํ นาม’’นฺติ ปาโฐ. อุคฺฆาเตตุกาโมติ สโมหนิตุกาโม, อนฺตรายํ กตฺตุกาโมติ โปราณา.

๑๐๐. ‘‘สุทิฏฺโฐ ภนฺเต, น ปเนโส กหาปโณติอาทีสุ อนาโรปิเต ทุกฺกเฏน มุสาวาทปาจิตฺติยํ, อโรปิเต ปาจิตฺติยทฺวยํ โหตี’’ติ วทนฺติ, วีมํสิตพฺพํ.

๑๐๒. อธมฺเมน วา วคฺเคน วา น กมฺมารหสฺส วาติ เอตฺถ ‘‘มยิ วุตฺเต มํ วา อญฺญํ วา สงฺโฆ อธมฺเมน วา กมฺมํ, วคฺเคน วา กมฺมํ กริสฺสติ, น กมฺมารหสฺส วา เม, อญฺญสฺส วา กมฺมํ กริสฺสตี’’ติ น กเถตีติ โยเชตพฺพํ.

อญฺญวาทกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. อุชฺฌาปนกสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๐๓. ‘‘ฉนฺทายา’’ติ อกฺขรกฺขรายาติอาทิ วิย ลิงฺควิปลฺลาเสน วุตฺตํ, ฉนฺทตฺถนฺติ วา อตฺโถ. เยสํ เสนาสนานิ ปญฺญเปติ, เตสํ อตฺตนิ ฉนฺทตฺถนฺติ อธิปฺปาโย.

๑๐๖. อนุปสมฺปนฺนนฺติอาทีสุ กรณตฺโถ คเหตพฺโพ. อญฺญํ อนุปสมฺปนฺนนฺติ อญฺเญน อนุปสมฺปนฺเนน. ตสฺส วาติ อนุปสมฺปนฺนสฺส. ‘‘สมฺมุติกาเล ปญฺจงฺควิรหาทโย อสมฺมตา นามา’’ติ, ‘‘อุปสมฺปนฺเนน ลทฺธสมฺมุติ สิกฺขาปจฺจกฺขาเนน วินสฺสตี’’ติ จ วุตฺตํ. สงฺเฆนาติ สพฺเพน สงฺเฆน กมฺมวาจาย อสฺสาเวตฺวา ‘‘ตเวโส ภาโร’’ติ เกวลํ อาโรปิตภาโร. เกวล-สทฺโท เหตฺถ กมฺมวาจาย อสฺสาวิตภาวมตฺตเมว ทีเปติ. สยเมวาติ อิตเรสํ ภิกฺขูนํ อนุมติยา. อภูเตน ขียนกสฺส อาทิกมฺมิกสฺส กถํ อนาปตฺตีติ เจ? อิมินา สิกฺขาปเทน. มุสาวาเท อาปตฺติเยว เทฺว ปาจิตฺติโย วุตฺตา วิย ทิสฺสนฺติ ปุพฺพปโยเค รุกฺขาทิฉินฺทนาทีสุ วิย, วิจาเรตพฺพํ.

อุชฺฌาปนกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. ปฐมเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๑๐. ‘‘เอวญฺจิทํ ภควตา ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ โหตี’’ติ วจนโต, ปริวาเร ‘‘เอกา ปญฺญตฺติ, เอกา อนุปญฺญตฺตี’’ติ (ปริ. ๒๒๖) วจนโต จ อิธ อตฺถิ อนุปญฺญตฺตีติ สิทฺธํ. กิญฺจาปิ สิทฺธํ, ‘‘เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถา’’ติอาทินา ปน ปญฺญตฺติฏฺฐานํ น ปญฺญายติ, เกวลํ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อฏฺฐมาเส…เป… นิกฺขิปิตุ’’นฺติ เอตฺตกเมว วุตฺตํ, ตํ กสฺมาติ เจ? ปฐมปญฺญตฺติยํ วุตฺตนเยเนว วตฺตพฺพโต อวิเสสตฺตา น วุตฺตํ. ยทิ เอวํ กา เอตฺถ อนุปญฺญตฺตีติ? อชฺโฌกาเสติ. อยมนุปญฺญตฺติ ปญฺญตฺติยมฺปิ อตฺถีติ เจ? อตฺถิ, ตํ ปน โอกาสมตฺตทีปนํ, ทุติยํ จาตุวสฺสิกมาสสงฺขาตกาลทีปนํ. ยสฺมา อุภยมฺปิ เอกํ กาโลกาสํ เอกโต กตฺวา ‘‘อชฺโฌกาเส’’ติ วุตฺตนฺติ ทีเปนฺโต ภควา ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว…เป… นิกฺขิปิตุ’’นฺติ อาหาติ เวทิตพฺพํ. เตเนว มาติกาฏฺฐกถายํ (กงฺขา. อฏฺฐ. ปฐมเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา) วุตฺตํ ‘‘ยตฺถ จ ยทา จ สนฺถริตุํ น วฏฺฏติ, ตํ สพฺพมิธ อชฺโฌกาสสงฺขฺยเมว คตนฺติ เวทิตพฺพ’’นฺติ. เหมนฺตกาลสฺส อนาปตฺติสมยตฺตา อิทํ สิกฺขาปทํ นิทานานเปกฺขนฺติ สิทฺธํ, ตถา หิ อชฺโฌกาสปทสามตฺถิเยน อยํ วิเสโส – วสฺสานกาเล โอวสฺสกฏฺฐาเน อชฺโฌกาเส, มณฺฑปาทิมฺหิ จ น วฏฺฏติ. เหมนฺตกาเล ปกติอชฺโฌกาเส น วฏฺฏติ, สพฺพมิธ โอวสฺสเกปิ มณฺฑปาทิมฺหิ วฏฺฏติ, ตญฺจ โข ยตฺถ หิมวสฺเสน เสนาสนํ น เตเมติ, คิมฺหกาเล ปกติอชฺโฌกาเสปิ วฏฺฏติ, ตญฺจ โข อกาลเมฆาทสฺสเนเยวาติ อยํ วิเสโส ‘‘อฏฺฐ มาเส’’ติ จ ‘‘อวสฺสิกสงฺเกเต’’ติ จ เอเตสํ ทฺวินฺนํ ปทานํ สามตฺถิยโตปิ สิทฺโธ.

กิญฺจ ภิยฺโย – อฏฺฐกถายํ สนฺทสฺสิตวิเสโสว. จมฺมาทินา โอนทฺธโก วา นววายิโม วา น สีฆํ วินสฺสติ. กายานุคติกตฺตาติ กาเย ยตฺถ, ตตฺถ คตตฺตา. สงฺฆิกมญฺจาทิมฺหิ กายํ ผุสาเปตฺวา วิหริตุํ น วฏฺฏตีติ ธมฺมสิริตฺเถโร. ‘‘สงฺฆิกํ ปน ‘อชฺโฌกาสปริโภเคน ปริภุญฺชถ, ภนฺเต, ยถาสุข’นฺติ ทายกา เทนฺติ เสนาสนํ, เอวรูเป อนาปตฺตี’’ติ อนฺธกฏฺฐกถายํ วจนโต, อิธ จ ปฏิกฺเขปาภาวโต วฏฺฏติ. ‘‘อญฺญญฺจ เอวรูปนฺติ อปเร’’ติ วุตฺตํ. ‘‘ปาทฏฺฐานาภิมุขาติ นิสีทนฺตสฺส ปาทปตนฏฺฐานาภิมุขา’’ติ ลิขิตํ. สมฺมชฺชนฺตสฺส ปาทฏฺฐานาภิมุขนฺติ อาจริยสฺส ตกฺโก.

๑๑๑. ‘‘ปาทุทฺธาเรนาติ พหิอุปจาเร ฐิตตฺตา’’ติ ลิขิตํ. คจฺฉนฺติ, ทุกฺกฏํ ธมฺมกถิกสฺส วิย. กสฺมา น ปาจิตฺติยํ? ปจฺฉา อาคเตหิ วุฑฺฒตเรหิ อุฏฺฐาเปตฺวา คเหตพฺพโต. ธมฺมกถิกสฺส ปน อนุฏฺฐเปตพฺพตฺตา. ‘‘อนาณตฺติยา ปญฺญตฺติยมฺปิ ตสฺส ภาโร’’ติ วุตฺตํ.

๑๑๒. ปริหรเณเยวาติ เอตฺถ คเหตฺวา วิจารเณติ ธมฺมสิริตฺเถโร. อตฺตโน สนฺตกกรเณติ อุปติสฺสตฺเถโร. พีชนีปตฺตกํ จตุรสฺสพีชนี.

๑๑๓. ‘‘โย ภิกฺขุ วา สามเณโร วา…เป… ลชฺชี โหตี’ติ วุตฺตตฺตา อลชฺชึ อาปุจฺฉิตฺวา คนฺตุํ น วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. ปาเฐ ‘‘เกนจิ ปลิพุทฺธํ โหตี’’ติ จ อฏฺฐกถายํ ‘‘ปลิพุทฺธ’’นฺติ จ เสนาสนํเยว สนฺธาย วุตฺตํ, ตสฺมา ตถาปิ อตฺถีติ คเหตพฺพํ. ‘‘อนาปุจฺฉํ วา’’ติ ปาโฐ.

ปฐมเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. ทุติยเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๑๖-๗. เอตฺตกเมว วุตฺตมฏฺฐกถาสุ, ตถาปิ ปทฏฺฐาทโยปิ ลพฺภนฺติ เอว. อนุคณฺฐิปเท ‘‘อญฺญํ อตฺถรณาทิ อกปฺปิยตฺตา น วุตฺต’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘มญฺจํ วา ปีฐํ วา วิหาเร วา วิหารูปจาเร วา’ติ อิมินาปิ สํสนฺทนตฺถํ ‘กิญฺจาปิ วุตฺโต, อถ โข’ติอาทิ อารทฺธ’’นฺติ จ วุตฺตํ. อุปจารมตฺตญฺเจตํ ‘‘รุกฺขมูเล’’ติ, ตตฺถ วตฺตพฺพํ นตฺถิ.

๑๑๘. อนาปุจฺฉิตฺวาปิ คนฺตุํ วฏฺฏตีติ อสติยา คจฺฉโตปิ อนาปตฺติ, อาปุจฺฉนํ ปน วตฺตํ สญฺจิจฺจ อนาปุจฺฉโต วตฺตเภททุกฺกฏตฺตา. ปุคฺคลิกเสนาสเน สงฺฆิกเสยฺยํ, สงฺฆิกเสนาสเน วา ปุคฺคลิกเสยฺยํ อตฺถริตฺวา คจฺฉนฺตสฺส ทุกฺกฏํ ยุตฺตํ วิย. กสฺมา? ‘‘เสยฺยามตฺตเมว นสฺเสยฺยา’’ติ วุตฺตตฺตา. อิธ ปน ‘‘ปลิพุทฺธํ ปลิพุทฺโธ’’ติ ทุวิธมฺปิ อตฺถิ.

ทุติยเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. อนุปขชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๒๑. ฉพฺพคฺคิเยสุเยว เถรา ภิกฺขูติ เกจิ. ปาเท โธวิตฺวาติอาทิมฺหิ ปวิสนฺตสฺส วา ปาทโธวนปาสาณโต ยาว มญฺจปีฐํ ปสฺสาวตฺถาย นิกฺขมนฺตสฺส วา ยาว ปสฺสาวฏฺฐานนฺติ โยชนา กาตพฺพา. เอวํ สนฺเต ‘‘ปสฺสาวตฺถาย นิกฺขมนฺตสฺส วา’’ติ น วตฺตพฺพํ, ‘‘ปสฺสาวฏฺฐานโต นิกฺขมนฺตสฺส วา’’ติ วตฺตพฺพํ. ปสฺสาวฏฺฐานนฺติ กตฺถจิ โปตฺถเก. ตถา หิ มาติกาฏฺฐกถายํ (กงฺขา. อฏฺฐ. อนุปขชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา) ‘‘ปวิสนฺตสฺส ปาทโธวนปาสาณโต ยาว มญฺจปีฐํ นิกฺขมนฺตสฺส มญฺจปีฐโต ยาว ปสฺสาวฏฺฐานํ, ตาว อุปจาโร’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา ‘‘ปาเท โธวิตฺวา ปวิสนฺตสฺส, ปสฺสาวตฺถาย นิกฺขมนฺตสฺส จ ทฺวาเร นิกฺขิตฺตปาทโธวนปาสาณโต, ปสฺสาวฏฺฐานโต จ มญฺจปีฐ’’นฺติ กตฺถจิ โปตฺถเก ปาโฐ, โส อปาโฐ. กสฺมา? มญฺจปีฐานํ อุปจารสฺส วุตฺตตฺตา. ปวิสนฺตสฺส ยาว มญฺจปีฐานํ อุปจาโร, นิกฺขมนฺตสฺส ตโต ปฏฺฐาย ยาว ปสฺสาวฏฺฐานํ วจฺจกุฏิจงฺกมฏฺฐานนฺติ อิมินา อตฺเถน ยถา สํสนฺทติ, ตถาวิโธ ปาโฐติ อาจริโย.

๑๒๒. อุปจารํ ฐเปตฺวาติ อิธ วุตฺตอุปจารํ ฐเปตฺวา. ‘‘ทสฺสนสวนูปจาเรปิ สนฺถรนฺตสฺสา’’ติ ลิขิตํ.

อนุปขชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. นิกฺกฑฺฒนสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๒๖-๗. ฉสตฺตโกฏฺฐกานิ วาติ เอตฺถ ทฺวารโกฏฺฐกํ อธิปฺเปตํ. ‘‘นิกฺขมา’’ติ วจนํ สุตฺวาปิ อตฺตโน รุจิยา นิกฺขมติ, อนาปตฺติ; อิธ อคฺคิสาลาทิ เอว อุปจาโรติ.

นิกฺกฑฺฒนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. เวหาสกุฏิสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๒๙. ‘‘ปมาณมชฺฌิมสฺส คลปฺปมาเณ ทินฺนตุลาปิ เวหาสกุฏิเยวา’’ติ ลิขิตํ, ‘‘น สา อิธ อธิปฺเปตา’’ติ วุตฺตํ.

เวหาสกุฏิสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. มหลฺลกวิหารสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๓๕. ยาว ทฺวารโกสาติ ทฺวารสมีปา, ยาว ภิตฺตีติ อตฺโถ, ตํ สุวุตฺตํ. กวาฏวิตฺถารปฺปมาโณติ หตฺถปาสสฺสาธิปฺเปตตฺตา, สมนฺตา กวาฏวิตฺถารปฺปมาณอุปจารสฺส คหิตตฺตา อปริปูรอุปจาราปิ โหติ. อาโลกํ กโรตีติ อาโลกํ สนฺเธติ ปิเธตีติ สนฺธิ เอว อาโลกสนฺธินามกา โหนฺติ. วาตปานกวาฏเลปกมฺเม อปฺปหริตฏฺฐานกิจฺจํ นตฺถิ.

๑๓๖. อิฏฺฐกาติ ฉทนกปาลาสิลาทิอิฏฺฐกา. ฉทนูปรีติ เอตฺถ ปฐมํ ตาว เอกวารํ อปริเสสํ ฉาเทตฺวา ปุน ฉาทนทณฺฑเก พนฺธิตฺวา ทุติยวารํ ตเถว ฉาเทตพฺพํ. ‘‘ตติยวารจตุตฺถวาเร สมฺปตฺเต เทฺว มคฺเค อธิฏฺฐหิตฺวา ตติยมคฺคํ อาณาเปตฺวา ปกฺกมิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ, ตํ ‘‘ปุนปฺปุนํ ฉาทาเปตี’’ติ อิมินา ยุชฺชติ.

โปราณา ปน ‘‘ปฐมวาเรเยว ตโย มคฺเค อธิฏฺฐาตุํ วฏฺฏติ, จตุตฺถโต ปฏฺฐาย อาปตฺติ ปาจิตฺติยํ, จตุตฺถเลปโต ปฏฺฐาย อาปตฺตี’’ติ วทนฺติ. ตตฺถ ฉทเน วุตฺตวิธินิทาเนน สเมติ, เลเป วุตฺตวิธิติกจฺเฉเทน สเมติ. ตถาปิ โส น ยุตฺโตว. นิทาเน, อฏฺฐกถายญฺจ สิทฺธเลปตฺตา สพฺพโสวาปิ อจฺฉนฺเน, ฉนฺเนวาปิ อเนกโส ปริยายสฺส ตติยสฺเสว อธิฏฺฐานนฺติ โน สเมตีติ อาจริโย. ‘‘เทฺว มคฺเค’’ติ, ‘‘เทฺว ฉทเน’’ติ จ ‘‘ตติยวารโต ปฏฺฐาย เอวํ ฉาทาเปหี’ติ อาณาเปตฺวา ปกฺกมิตพฺพ’’นฺติ จ อุปติสฺสตฺเถโร วทติ กิร.

มหลฺลกวิหารสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. สปฺปาณกสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๔๐. สปฺปาณกสิกฺขาปทํ อุตฺตานตฺถเมว.

สมตฺโต วณฺณนากฺกเมน ภูตคามวคฺโค ทุติโย.