๔. ปทโสธมฺมสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๕-๖. สพฺพเมตํ ปทโส ธมฺโม นามาติ เอตฺถ ธมฺโม นาม พุทฺธภาสิโตติ เอวํ สมฺพนฺโธ. อกฺขรสมูโหติ อสมตฺตปเท. ปจฺเจกพุทฺธภาสิตํ พุทฺธภาสิเต เอว. อนุปาสกคหฏฺเฐหิ ภาสิโต อิสิภาสิตาทิสงฺคหํ คจฺฉตีติ เวทิตพฺพํ. กตฺถจิ โปตฺถเก ‘‘เทวตาภาสิโต’’ติ ปทํ นตฺถิ, ยตฺถ อตฺถิ, สา ปาฬิ. คาถาพนฺเธปิ จ เอส นโยติ เอกเมว อกฺขรํ วตฺวา ฐานํ ลพฺภติ เอว. ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติอาทิสุตฺตํ ภณาปิยมาโน เอการํ วตฺวา ติฏฺฐติ เจ, อนฺวกฺขเรน ปาจิตฺติยํ, อปริปุณฺณปทํ วตฺวา ฐิเต อนุพฺยญฺชเนน. ปเทสุ เอกํ ปฐมปทํ วิรุชฺฌติ เจ, อนุปเทน ปาจิตฺติยํ. อฏฺฐกถานิสฺสิโตติ อฏฺฐกถานิสฺสิตวเสน ฐิโต. ปุพฺเพ ปกติภาสาย วุตฺตํ อฏฺฐกถํ สนฺธาย. ปาฬินิสฺสิโตติ ปาฬิยํ เอวาคโต. มคฺคกถาทีนิปิ ปกรณานิ.
๔๘. อุปจารนฺติ ทฺวาทสหตฺถํ. ‘‘โอปาเตตีติ เอกโต ภณติ สมาคจฺฉตี’’ติ ลิขิตํ. กิญฺจาปิ อปลาลทมนมฺปิ สีลุปเทโสปิ ภควโต กาเล อุปฺปนฺโน, อถ โข เตสุ ยํ ยํ พุทฺธวจนโต อาหริตฺวา วุตฺตํ, ตํ ตเทว อาปตฺติวตฺถุ โหตีติ วิญฺญาปนตฺถํ มหาอฏฺฐกถายํ ‘‘วทนฺตี’’ติ วจเนหิ สิถิลํ กตํ. พุทฺธวจนโต อาหริตฺวา วุตฺตสฺส พหุลตาย ตพฺพหุลนเยน เตสุ อาปตฺติ วุตฺตา, ตสฺมา มหาปจฺจริยํ ตสฺสาธิปฺปาโย ปกาสิโตติ อตฺโถ. ‘‘สพฺเพสเมว วจนนฺติ อปเร’’ติ วุตฺตํ. สเจ อาจริโย ฐิโต นิสินฺนานํ ปาฐํ เทติ, ‘‘น ฐิโต นิสินฺนสฺส ธมฺมํ เทเสสฺสามี’’ติ วุตฺตาปตฺตึ นาปชฺชตีติ เอเก. เตสมฺปิ ปาฐทานํ ธมฺมเทสนโต น อญฺญนฺติ ตํ น ยุตฺตํ, ฉตฺตปาณิกาทีนํ ปาฐทาเนน อนาปตฺติปฺปสงฺคโต, อาปตฺติภาโว จ สิทฺโธ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘อุโภ อตฺถํ น ชานนฺติ, อุโภ ธมฺมํ น ปสฺสเร;
โย จายํ มนฺตํ วาเจติ, โย จาธมฺเมนธียตี’’ติ. (ปาจิ. ๖๔๗);
เอตฺถ อธียตีติ อตฺโถ, ตสฺมา ปาฐทานมฺปิ ธมฺมเทสนาว. เสขิยฏฺฐกถายํ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๖๓๔) ‘‘ธมฺมปริจฺเฉโท ปเนตฺถ ปทโสธมฺเม วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา อยเมว ธมฺโม สพฺพตฺถ ธมฺมปฏิสํยุตฺตสิกฺขาปเทสุ เวทิตพฺโพ. ยทิ เอวํ สงฺขารภาสาทิวเสน จิตฺตธมฺมํ เทเสนฺตสฺส เสขิยวเสน อนาปตฺติ สิยา, ตโต ฉปกชาตกวิโรโธ. ตตฺถ มนฺตานํ พาหิรคนฺถตฺตาติ เจ? น, ตทธิปฺปายาชานนโต. อยญฺหิ ตตฺถ อธิปฺปาโย ‘‘พาหิรกคนฺถสงฺขาตมฺปิ มนฺตํ อุจฺเจ อาสเน นิสินฺนสฺส วาเจตุํ เม ภิกฺขเว อมนาปํ, ปเคว ธมฺมํ เทเสตุ’’นฺติ. ‘‘ตทาปิ เม, ภิกฺขเว, อมนาปํ นีเจ อาสเน นิสีทิตฺวา อุจฺเจ อาสเน นิสินฺนสฺส มนฺตํ วาเจตุํ, กิมงฺคํ ปน เอตรหิ…เป… ธมฺมํ เทเสตุ’’นฺติ (ปาจิ. ๖๔๗) หิ อยํ ปาฬิ ยถาวุตฺตเมว อธิปฺปายํ ทีเปติ, น อญฺญํ. เตเนว ‘‘มนฺตํ วาเจตุํ ธมฺมํ เทเสตุ’’นฺติ วจนเภโท กโต. อญฺญถา อุภยตฺถ ‘‘ธมฺมํ เทเสตุ’’มิจฺเจว วตฺตพฺพนฺติ.
มยา สทฺธึ มา วทาติอาทิมฺหิ ปน อนุคณฺฐิปเท เอวํ วุตฺโต ‘‘สเจ ภิกฺขุ สามเณเรน สทฺธึ วตฺตุกาโม, ตถา สามเณโรปิ ภิกฺขุนา สทฺธึ วตฺตุกาโม สหสา โอปาเตติ, ‘เยภุยฺเยน ปคุณํ คนฺถํ ภณนฺตํ โอปาเตตี’’ติอาทีสุ วิย อนาปตฺติ, น หิ เอตฺตาวตา ภิกฺขุ สามเณรสฺส อุทฺทิสติ นาม โหติ. ยสฺมา มหาอฏฺฐกถายํ นตฺถิ, ตสฺมาปิ ยุตฺตเมเวตํ. สเจ ตตฺถ วิจาเรตฺวา ปฏิกฺขิตฺตํ สิยา อาปตฺติ, กิริยากิริยญฺจ นาปชฺชติ. กสฺมา? ยสฺมา จิตฺเตน เอกโต วตฺตุกาโม, อถ โข นํ ‘เอกโต มา วทา’ติ ปฏิกฺขิปิตฺวาปิ เอกโต วทนฺโต อาปชฺชติ. อวตฺตุกามสฺส สหสา วิรชฺฌิตฺวา เอกโต วทนฺตสฺส อนาปตฺติ, เตน วุตฺตํ ‘มยา สทฺธึ มา วทาติ วุตฺโต ยทิ วทติ, อนาปตฺตี’ติ. ตถาปิ อาจริยานํ มติมนุวตฺตนฺเตน เอวรูเปสุ ฐาเนสุ ยถาวุตฺตนเยเนว ปฏิปชฺชิตพฺพํ. กสฺมา? ยสฺมา มหาอฏฺฐกถายํ นตฺถิ, นตฺถิภาวโตเยว อาปตฺติ. สเจ ตตฺถ อนาปตฺติอวจนํ น สมฺภวติ อยมฏฺฐานตฺตา’’ติ.
ตตฺรายํ วิจารณา – ‘‘มยา สทฺธึ มา วทา’’ติ วุตฺโต ยทิ วทติ, ภิกฺขุโน อนาปตฺตีติ ยุตฺตเมตํ ภิกฺขุโน วตฺตุกามตายาภาวโต, ภาเวปิ สชฺฌายกรณาทีสุ ตีสุ อนาปตฺติโต จ. อถ สามเณเรน พฺยตฺตตาย ‘‘มยา สทฺธึ มา วทา’’ติ วุตฺโต ภิกฺขุ อพฺยตฺตตาย วทติ, อาปตฺติ เอว วตฺตุกามตาสพฺภาวโต. สหสา เจ วทติ, อนาปตฺติ ตทภาวโต. สเจ ภิกฺขุ เอวํ ‘‘มยา สทฺธึ มา วทา’’ติ วตฺวา เตน สทฺธึ สยํ วทติ, อาปตฺติ เอว. น หิ เอตํ สิกฺขาปทํ กิริยากิริยํ. ยทิ เอตํ สิกฺขาปทํ กิริยากิริยํ ภเวยฺย, ยุตฺตํ. ตตฺถ อนาปตฺตีติ อธิปฺปาโย. มหาปจฺจริยํ อิมินาว อธิปฺปาเยน ‘‘มยา สทฺธึ มา วทา’’ติ วุตฺตํ สิยา. น หิ สามเณรสฺส กิริยา อิธ ปมาณนฺติ, อิมสฺมึ ปน อธิปฺปาเย วุตฺเต อติยุตฺตํวาติ อตฺโถ. อกฺขรตฺโถ พฺยญฺชนตฺโถ. กิญฺจาปิ ‘‘ยญฺจ ปทํ ยญฺจ อนุปทํ ยญฺจ อนฺวกฺขรํ ยญฺจ อนุพฺยญฺชนํ, สพฺพเมตํ ปทโสธมฺโม นามา’’ติ วุตฺตํ, ตถาปิ ‘‘ปเทน วาเจติ, ปเท ปเท อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส, อกฺขราย วาเจติ, อกฺขรกฺขราย อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ อิทเมว ทฺวยํ โยชิตํ, ตํ กสฺมาติ เจ? ปเทน อนุปทอนุพฺยญฺชนานํ สงฺคหิตตฺตา. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘อนุปทนฺติ ทุติยปาโท. อนุพฺยญฺชนนฺติ ปุริมพฺยญฺชเนน สทิสํ ปจฺฉาพฺยญฺชน’’นฺติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๔๕), ตสฺมา อนุปเทกเทสมตฺตเมว อนุพฺยญฺชนนฺติ สิทฺธํ. ‘‘อกฺขรานุพฺยญฺชนสมูโห ปท’’นฺติ จ วุตฺตตฺตา ปทมตฺตเมว วตฺตพฺพํ เตน อนุปทาทิตฺตยคฺคหณโตติ เจ? น วตฺตพฺพํ วจนวิเสสโต. ปเทน วาเจนฺโต หิ ปเท วา อนุปเท วา อนุพฺยญฺชเน วา อาปตฺตึ อาปชฺชติ. น อกฺขเรน. อกฺขเรน วาเจนฺโต ปน ปทาทีสุ อญฺญตรสฺมึ อาปชฺชติ. น หิ ‘‘วโร วรญฺญู วรโท วราหโร’’ติอาทิมฺหิ ปฐมํ ว-การํ วาเจนฺโต ทุติยาทิว-กาเร โอปาเตติ, ปฐมํ โร-การํ วาเจนฺโต ทุติยโร-กาเร โอปาเตติ, ปฐมํ ร-การํ วาเจนฺโต ทุติยร-กาเร โอปาเตติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสาติ สมฺภวติ. อนุพฺยญฺชนานุโลมโต สมฺภวติ เอวาติ เจ? น, ‘‘ปเท ปเท อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ อิมินา วิรุทฺธตฺตา. อิทญฺหิ วจนํ เอกสฺมึ ปเท เอกา อาปตฺตีติ ทีเปติ. ‘‘รูปํ อนิจฺจนฺติ วุจฺจมาโน รูติ โอปาเตตี’’ติ วจนโต สกลํ ปาทํ วาเจนฺตสฺส ปฐมอกฺขรมตฺเต เอกโต วุตฺเต อาปตฺตีติ สิทฺธนฺติ เจ? น, ‘‘อกฺขรกฺขราย อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ อิมินา วิรุทฺธตฺตา, ตสฺมา รูติ โอปาเตตีติ วตฺตุํ อสมฺภวโต รู-การสฺส ยถาวุตฺตธมฺมปริยาปนฺนภาวสิทฺธิโต ตํ อวตฺวา เกวลํ อกฺขราย วาเจนฺตสฺส ยถาวุตฺตธมฺมปริยาปนฺนอกฺขรภาวทสฺสนตฺถํ ‘‘รูปํ อนิจฺจนฺติ วุจฺจมาโน’’ติ วุตฺตํ, วจนสิลิฏฺฐตาวเสน วา อนุพฺยญฺชเน เวทนาวจนํ วิยาติ เวทิตพฺพํ.
ปทโสธมฺมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.