๑. มุสาวาทวคฺโค

๑. มุสาวาทสิกฺขาปทวณฺณนา

๑. วาทกฺขิตฺโตติ เอตฺถ อวิเสเสน วาทชปฺปวิตณฺฑสงฺขาโต ติวิโธปิ กถามคฺโค ‘‘วาโท’’ อิจฺเจว วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ. เตสุ ‘‘ติตฺถิเยหิ สทฺธิ’’นฺติ วจนโต ฐเปตฺวา วาทํ ‘‘เสสา’’ติ วทนฺติ. ฉลชาตินิคฺคหฏฺฐานกุสลตาย กทาจิ กตฺถจิ อวชานิตฺวา ปฏิชานาติ, ตถา ปุพฺเพ กิญฺจิ วจนํ ปฏิชานิตฺวา ปจฺฉา อวชานาติ. เอวํ วา อญฺญถา วา อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรติ. เอวํ ปวตฺโต สมฺปชานมุสา ภาสํ ปฏิสฺสุณิตฺวา อสจฺจายนฺโต สงฺเกตํ กตฺวา วิสํวาเทนฺโต เอวํ โส วาทกฺขิตฺโต สมาโน ปาจิตฺติยวตฺถุญฺจ ปริปูเรนฺโต วิจรตีติ เอวมธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ. อตฺตโน วาเทติ เอตฺถ ‘‘สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา’’ติ (ธ. ป. ๒๗๙; จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๗; เนตฺติ. ๕; มหานิ. ๒๗) ปฐมมารทฺเธ อตฺตโน วาเท. ‘‘ยํ ทุกฺขํ ตทนตฺตา’’ติ (สํ. นิ. ๓.๑๕) โน สมโย. ‘‘สพฺเพ ธมฺมา’’ติ วุตฺเต นิพฺพานมฺปิ สงฺคหํ คจฺฉติ. ‘‘นิพฺพานํ ปรมํ สุข’’นฺติ (ธ. ป. ๒๐๓-๒๐๔; ม. นิ. ๒.๒๑๕) วุตฺตตฺตา ปน ตํ น ทุกฺขํ. โน ฐานเมตํ วิชฺชติ. อยํ ปรวาที ‘‘ยํ ทุกฺขํ ตทนตฺตา’’ติ สุตฺตํ ทสฺเสตฺวา สิทฺธนฺตํ สมฺภเมตฺวา ‘‘วิโรธิ วิรุทฺโธ’’ติ วุตฺตํ โทสํ อาโรเปสฺสตีติ ตสฺมึ ปฐมวาเท กญฺจิ โทสํ สลฺลกฺเขนฺโต อาโรปิเต วา โทเส อนาโรปิเต วา ‘‘นายํ มม วาโท’’ติ ตํ อวชานิตฺวา ‘‘นิพฺพานนฺเตฺวว สสฺสต’’นฺติ, ‘‘อนตฺตา อิติ นิจฺฉยา’’ติ จ สุตฺตํ ทิสฺวา ตสฺส ปฐมวาทสฺส นิทฺโทสตํ สลฺลกฺเขตฺวา ‘‘มเมว อยํ วาโท’’ติ ตเมว ปจฺฉา ปฏิชานาติ. เอวํ ตตฺถ ยถาวุตฺตมานิสํสํ สลฺลกฺเขนฺโต ตํ ปฏิชานิตฺวา ยทิ อนตฺตา สพฺเพ ธมฺมา, ธมฺมา เอว น เต ภวนฺติ. สภาวํ ธาเรนฺตีติ หิ ‘‘ธมฺมา’’ติ วุจฺจนฺติ.

อยญฺจ อตฺต-สทฺโท สภาววาจีติ เอวํ อาโรปิเต วา โทเส อนาโรปิเต วา โทโสติ สลฺลกฺเขตฺวา ‘‘นายํ มม วาโท’’ติ ตเมว ปฐมวาทํ ปจฺฉา อวชานาติ. อถ โส ปรวาที สปกฺขํ ปฏิเสเธ ปฏิชานนตฺตาปนยนํ. ปฏิชานาติ ปตฺยาสฺส อิติ วจนโต ‘‘ปฏิญฺญา อญฺญา โส นาม เต นิคฺคโห’’ติ วุตฺโต. สภาวาติริตฺตํ อตฺถํ ปฏิเสธาธิปฺปายโต สภาวโต อติริตฺตํ พาลปริกปฺปิตมตฺตานํ สนฺธาย ‘‘อนตฺตา สพฺเพ ธมฺมา’’ติ เม ปฏิญฺญาตกถา, สา จ ตทวตฺถาเยวาติ น เม ตํ ปฏิญฺญาตตฺตาปนยนํ อตฺถิ, ‘‘นายํ มม วาโท’’ติ อวชานนํ ปน สภาวสงฺขาตํ อตฺตานํ สนฺธาย ‘‘อนตฺตา สพฺเพ ธมฺมา’’ติ น วทามีติ อธิปฺปาเยน กตนฺติ อิมินา อญฺเญน การเณน ตํ ปุพฺเพ ปฏิญฺญาตตฺตาปนยนํ การณํ ปฏิจฺฉาเทติ. ‘‘อนตฺตา สพฺเพว ธมฺมา’’ติ น วตฺตพฺพํ ‘‘อตฺต-สทฺทสฺส สภาววาจิตฺตา’’ติ อิทํ การณํ ปฏิจฺจ เตน ปุพฺเพ ปฏิญฺญาตตฺตาปนยนํ กตํ. ตมญฺญการณํ ปจฺฉา ทสฺสิเตน อญฺเญน การเณน ปฏิจฺฉาเทตีติ อธิปฺปาโย.

ยสฺมา น เกวลํ ยถาทสฺสิตนเยน โส อตฺถเมว อวชานาติ, ปฏิชานาติ จ, กินฺตุ วจนมฺปิ, ตสฺมา อฏฺฐกถายํ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๑) ‘‘ชานิตพฺพโต’’ติ ปฐมํ การณํ วตฺวา ปรวาทินา ‘‘ยทิ ชานิตพฺพโต อนิจฺจํ, นิพฺพานํ เต อนิจฺจํ สิยา’’ติ วุตฺเต ‘‘น มยา ‘ชานิตพฺพโต’ติ การณํ วุตฺตํ, ‘ชาติธมฺมโต’ติ มยา วุตฺตํ, ตํ ตยา พธิรตาย อญฺเญน สลฺลกฺขิตนฺติอาทีนิ วทตีติ อธิปฺปาโย. ‘ชานิตพฺพโต’ติ วตฺวา ปุน ‘ชาติธมฺมโต’ติอาทีนิ วทตี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘อวชานิตฺวา ปุน ปฏิชานนฺโต ตํ อวชานนํ อิมินา ปฏิจฺฉาเทติ นามา’’ติ ลิขิตํ.

๒. ชานิตฺวา ชานนฺตสฺส จาติ ชานิตฺวา วา ชานนฺตสฺส วาติ อตฺถทฺวยํ ทีเปตีติ.

๓. อปิจ มิจฺฉาวาจาปริยาปนฺนาติ จตุพฺพิธมิจฺฉาวาจาปริยาปนฺนา. สีหฬาทินามเภทคตาติ เกจิ, ตสฺมา เอวํ วทโต วจนํ, ตํสมุฏฺฐาปิกา เจตนาติ อุภยํ วุตฺตนฺติ มาติกายํ อุภินฺนํ สงฺคหิตตฺตา. วิภงฺเค ตํ วจนํ ยสฺมา วินา วิญฺญตฺติยา นตฺถิ, ตสฺมา ‘‘วาจสิกา วิญฺญตฺตี’’ติ วิญฺญตฺติ จ ทสฺสิตา. ‘‘เอวํ วทโต วจน’’นฺติ โลกโวหาเรน วตฺวา ปรมตฺถโต ทสฺเสนฺโต ‘‘ตํสมุฏฺฐาปิกา วา เจตนาติ วุตฺต’’นฺติ จ วทติ. โอฬาริเกเนวาติ เจตนาสมุฏฺฐานวาจานํ สุขุมตฺตา วิสยวเสเนว กตาติ.

๙. ทิฏฺฐสฺส โหตีติ ทิฏฺโฐ อสฺส, อเนน วา อุปจารชฺฌานวเสน น มยา อพฺยาวโฏ มโต, ‘‘น มยา ปวนฺโต ปโฏ ทิฏฺโฐ’’ติอาทึ ภณนฺตสฺส จ ปรมตฺถสุญฺญตํ อุปาทาย เอว ‘‘อิตฺถึ น ปสฺสามิ, น จ ปุริส’’นฺติ ภณนฺตสฺส จ น มุสาวาโท.

๑๑. อาปตฺตึ อาปชฺชติเยวาติ เอตฺถ ‘‘ทุพฺภาสิตาปตฺตี’’ติ วทนฺติ. กสฺมา? ‘‘เกฬึ กุรุมาโน’’ติ วุตฺตตฺตา. ‘‘วาจา คิรา…เป… วาจสิกา วิญฺญตฺตี’’ติ อุชุกํ สนฺธาย, กาโย น อุชุโก.

มุสาวาทสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. โอมสวาทสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๓. ‘‘ปุน อเร ปตฺเตติ ปุน ตํ ฐานํ ปริวฏฺเฏตฺวา อาคเต อญฺญสฺมึ อเร’’ติ ลิขิตํ. ปติฏฺฐิตารปฺปเทสนฺติ ภูมึ. ปุน อเรติ ปุน ตสฺมึเยว อเร ภูมึ ปตฺเตติ อตฺโถติ เกจิ, ตํ น สุนฺทรํ วิย. ชาปิโตติ ปราชิโต, ‘‘ปราชิโต’’ติ วา ปาโฐ. ปาเปสีติ อภิภวสิ. มนาปํ ภาสมานสฺส พฺราหฺมณสฺส ครุํ ภารํ. อุทพฺพหีติ อากฑฺฒีติ อตฺโถ, อนาทรตฺเถ วา สามิวจนํ. ธนญฺจ นํ อลาเภสีติ ยถา โส ธนํ อลภิ, ตถา อกาสีติ อธิปฺปาโย.

๑๕. ปุพฺเพติ นิทาเน. อวกณฺณกนฺติ ฉินฺนกณฺณกนามํ. ชวกณฺณกนฺติ วงฺกกณฺณกนามํ. ธนิฏฺฐกํ ธนวฑฺฒกนามํ, สิริวฑฺฒกนามํ กุลวฑฺฒกสฺเสว นามํ. ตจฺฉกกมฺมนฺติ ขณนกมฺมการา โกฏฺฐกา, ปาสาณกมฺมการาติ เกจิ. ‘‘มุทฺทาติ ปพฺพคณนา. คณนาติ มหาคณนา’’ติ โปราณคณฺฐิปเท วุตฺตํ. ‘‘มธุเมหํ โอเมห’’นฺติ ลิขิตํ. ถูลกายสฺส มํสูปจโยติ เอเก. ยภ เมถุเน. วีตราคตาทีหิ อกฺโกสนฺโตปิ กิเลเสเหว กิร อกฺโกสติ นาม, ตถา ‘‘โสตาปนฺโน’’ติ อกฺโกสนฺโต อาปตฺติยา อกฺโกสติ นามาติ เอเก. ลิงฺคายตฺตตฺตา อจฺโจทาตาทิปิ ลิงฺคเมว ชาตํ.

๑๖. สพฺพตฺถ วเทตีติ อุทฺเทโส. ภณตีติ วิตฺถาโร. วเทตีติ วา อิมินา ปรวิญฺญาปนํ ทีเปติ.

๒๖. อญฺญาปเทสวาเรสุ ปน ‘‘เอวํ วเทตี’’ติ วุตฺตํ. กสฺมา? ปุพฺเพ ทสฺสิตอุทฺเทสกฺกมนิทสฺสนตฺถํ. ปุพฺเพปิ ‘‘หีเนน หีนํ, หีเนน อุกฺกฏฺฐํ, อุกฺกฏฺเฐน หีนํ, อุกฺกฏฺเฐน อุกฺกฏฺฐ’’นฺติ ชาตฺยาทีสุ เอเกกสฺมึ จตุธา จตุธา ทสฺสิตอุทฺเทสกฺกมสฺส นิทสฺสนํ ‘‘เอว’’นฺติ อิมินา กโรติ. ‘‘หีเนน หีนํ วเทตี’’ติ วุตฺตฏฺฐาเนเยว หิ ‘‘เอวํ วเทตี’’ติ วุตฺเต โส อากาโร นิทสฺสิโต โหตีติ อธิปฺปาโย. อญฺญถา อญฺญาปเทเสน โส อากาโร น สมฺภวตีติ อาปชฺชติ. น สมฺภวติ เอวาติ เจ? น, วิเสสการณาภาวา, ตตฺถ อนาปตฺติปฺปสงฺคโต, อนิยมนิทฺเทเสน อนิยมตฺถสมฺภวโต จ. ‘‘สนฺติ อิเธกจฺเจ จณฺฑาลา’’ติอาทินา หิ อนิยมนิทฺเทเสน จณฺฑาลํ วา อจณฺฑาลํ วา สนฺธาย ภณนฺตสฺส อาปตฺตีติ อนิยมตฺโถ สมฺภวตีติ อธิปฺปาโย. ยทิ เอวํ เอตฺตกเมว วตฺตพฺพํ ตาวตา ปุพฺเพ ทสฺสิตอุทฺเทสกฺกมนิทสฺสนสิทฺธิโตติ? น, ‘‘วเทตี’’ติ อิมินา อโยชิเต ‘‘เอว’’นฺติ ปเท อิมํ นาม อาการํ ทสฺเสตีติ อนวโพธโต. อญฺญาปเทสนเยปิ ปรวิญฺญาปเนเยว ทุกฺกฏปาจิตฺติยํ วิยาติ นิยมนปโยชนํ วา ‘‘วเทตี’’ติ ปทนฺติ เวทิตพฺพํ. อถ วา อตฺตโน สมีเป ฐตฺวา อญฺญํ ภิกฺขุํ อาณาเปนฺโต หีเนน หีนํ วเทติ ภณติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส. สเจ สยํ หีโน หีเนน หีนํ จณฺฑาลํ…เป… ปุกฺกุสํ ‘‘ปุกฺกุโส’’ติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยสฺส, เอส นโย อญฺญาปเทสวาเรสุปีติ โยชนา เวทิตพฺพา. อยมตฺโถ ทุฏฺฐโทเสสุ ปริเยสิตพฺโพ. อญฺญถา ‘‘วเทติ ภณตี’’ติ เอเตสํ อญฺญตรํ อุภยตฺถ อนญฺญาปเทสวารอญฺญาปเทสวาเรสุ, วิเสเสน วา อญฺญาปเทสวาเรสุ นิรตฺถกํ อาปชฺชติ วินาเยว เตน วจนสิลิฏฺฐตาสมฺภวโต. อตฺตโต ปาฬิยํ อวุตฺตตฺตา ปเนตฺถ ‘‘สาณตฺติก’’นฺติ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ตตฺรายํ ปทสนฺธิ วเทตีติ วท อิตีติ. อสมฺมุขา วทนฺตสฺส ทุกฺกฏํ ‘‘สมฺมุขา ปน สตฺตหิปิ อาปตฺติกฺขนฺเธหิ วทนฺตสฺส ทุกฺกฏ’’นฺติ อนฺธกฏฺฐกถายํ วุตฺตตฺตา. ทวกมฺยตา นาม เกฬิ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘หสาธิปฺปายตา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘อสมฺมุขาปิ ทวกมฺยตาย วทนฺตสฺส ทุพฺภาสิตเมวา’’ติ อาจริยา วทนฺติ. ปาปครหิตาย กุชฺฌิตฺวาปิ วทนฺตสฺส ทุกฺกฏํ, อสมฺมุขา อนาปตฺตีติ.

โอมสวาทสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. เปสุญฺญสิกฺขาปทวณฺณนา

๓๖-๗. ‘‘อิมสฺส สุตฺวา อมุสฺสา’’ติ ปาโฐ. ‘‘อิเมสํ สุตฺวา’’ติ น สุนฺทรํ. เภทายปีติ เภทาย. ติณฺณมฺปิ ภิกฺขุภาวโตเยว นิปชฺชนโต ‘‘ภิกฺขูนํ เปสุญฺเญ’’ติ พหุวจนํ กตํ.

๓๘-๙. ‘‘อิตฺถนฺนาโม อายสฺมา จณฺฑาโล…เป… ปุกฺกุโสติ ภณตี’’ติ วตฺวา เปสุญฺญํ อุปสํหรตีติ โยชนา. อญฺญถา ‘‘ปุกฺกุโสติ ภณตี’’ติ วตฺตพฺพตา อาปชฺชติ. เอตฺถ อนุปสมฺปนฺนวาโร ลพฺภมาโนปิ น อุทฺธโฏ โอมสวาเท ทสฺสิตนยตฺตา, สงฺเขปโต อนฺเต ทสฺเสตุกามตาย วา. ตถา หิ อนฺเต ตีณิ ทุกฺกฏานิ ทสฺสิตานิ. ตานิ ปน ทสฺเสนฺโต ภควา ยสฺมา ‘‘อุปสมฺปนฺนสฺส สุตฺวา อุปสมฺปนฺนสฺส เปสุญฺญํ อุปสํหรตี’’ติ วุตฺตานํ ทฺวินฺนํ ปทานํ อญฺญตรวิปลฺลาสวเสน วา อุภยวิปลฺลาสวเสน วา ปาจิตฺติยนฺติ กตฺวา เทฺวปิ ตานิ เอกโต วุตฺตานีติ ทสฺเสตุกาโม, ตสฺมา สพฺพปฐมํเยว ‘‘อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนสฺส สุตฺวา อุปสมฺปนฺนสฺส เปสุญฺญํ อุปสํหรติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ อาห. ‘‘ทฺวีสุ ปเนเตสุ ยสฺมา ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโนปิ อุปสมฺปนฺโน ตาทิสํเยว อุปสมฺปนฺนํ ขุํเสตุกาโม โอมสติ, ตาทิสสฺส สุตฺวา ตาทิสสฺส เปสุญฺญํ อุปสํหรติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส, ตสฺมา ‘อุปสมฺปนฺโน’ติ อิทํ อาทิปทํ สพฺพตฺถ วุตฺต’’นฺติ เกจิ วทนฺติ, ตํ น ยุตฺตํ, อนวเสสอาปตฺตึ อาปนฺนสฺส ปุน อาปตฺติยา อสมฺภวโต, ตสฺมา เกวลํ มาติกายํ ภิกฺขุปทาภาวโตเยว ‘‘ภณติ อุปสํหรตี’’ติ ปทานํ การกนิทฺเทสาภาเว อสมฺภวโต เอว ตํ อาทิปทํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อิทํ ปาฬิเลสาภาวโต อนาณตฺติกเมว. ‘‘น ปิยกมฺยสฺส, น เภทาธิปฺปายสฺสา’’ติ อุปสํหรณาเปกฺขํ สามิวจนํ ตุณฺหีภูตสฺส วจนปฺปโยชนาภาวโต, เตน วุตฺตํ ‘‘ปาปครหิตาย ภณนฺตสฺส อนาปตฺตี’’ติ.

เปสุญฺญสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. ปทโสธมฺมสิกฺขาปทวณฺณนา

๔๕-๖. สพฺพเมตํ ปทโส ธมฺโม นามาติ เอตฺถ ธมฺโม นาม พุทฺธภาสิโตติ เอวํ สมฺพนฺโธ. อกฺขรสมูโหติ อสมตฺตปเท. ปจฺเจกพุทฺธภาสิตํ พุทฺธภาสิเต เอว. อนุปาสกคหฏฺเฐหิ ภาสิโต อิสิภาสิตาทิสงฺคหํ คจฺฉตีติ เวทิตพฺพํ. กตฺถจิ โปตฺถเก ‘‘เทวตาภาสิโต’’ติ ปทํ นตฺถิ, ยตฺถ อตฺถิ, สา ปาฬิ. คาถาพนฺเธปิ จ เอส นโยติ เอกเมว อกฺขรํ วตฺวา ฐานํ ลพฺภติ เอว. ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติอาทิสุตฺตํ ภณาปิยมาโน เอการํ วตฺวา ติฏฺฐติ เจ, อนฺวกฺขเรน ปาจิตฺติยํ, อปริปุณฺณปทํ วตฺวา ฐิเต อนุพฺยญฺชเนน. ปเทสุ เอกํ ปฐมปทํ วิรุชฺฌติ เจ, อนุปเทน ปาจิตฺติยํ. อฏฺฐกถานิสฺสิโตติ อฏฺฐกถานิสฺสิตวเสน ฐิโต. ปุพฺเพ ปกติภาสาย วุตฺตํ อฏฺฐกถํ สนฺธาย. ปาฬินิสฺสิโตติ ปาฬิยํ เอวาคโต. มคฺคกถาทีนิปิ ปกรณานิ.

๔๘. อุปจารนฺติ ทฺวาทสหตฺถํ. ‘‘โอปาเตตีติ เอกโต ภณติ สมาคจฺฉตี’’ติ ลิขิตํ. กิญฺจาปิ อปลาลทมนมฺปิ สีลุปเทโสปิ ภควโต กาเล อุปฺปนฺโน, อถ โข เตสุ ยํ ยํ พุทฺธวจนโต อาหริตฺวา วุตฺตํ, ตํ ตเทว อาปตฺติวตฺถุ โหตีติ วิญฺญาปนตฺถํ มหาอฏฺฐกถายํ ‘‘วทนฺตี’’ติ วจเนหิ สิถิลํ กตํ. พุทฺธวจนโต อาหริตฺวา วุตฺตสฺส พหุลตาย ตพฺพหุลนเยน เตสุ อาปตฺติ วุตฺตา, ตสฺมา มหาปจฺจริยํ ตสฺสาธิปฺปาโย ปกาสิโตติ อตฺโถ. ‘‘สพฺเพสเมว วจนนฺติ อปเร’’ติ วุตฺตํ. สเจ อาจริโย ฐิโต นิสินฺนานํ ปาฐํ เทติ, ‘‘น ฐิโต นิสินฺนสฺส ธมฺมํ เทเสสฺสามี’’ติ วุตฺตาปตฺตึ นาปชฺชตีติ เอเก. เตสมฺปิ ปาฐทานํ ธมฺมเทสนโต น อญฺญนฺติ ตํ น ยุตฺตํ, ฉตฺตปาณิกาทีนํ ปาฐทาเนน อนาปตฺติปฺปสงฺคโต, อาปตฺติภาโว จ สิทฺโธ. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘อุโภ อตฺถํ น ชานนฺติ, อุโภ ธมฺมํ น ปสฺสเร;

โย จายํ มนฺตํ วาเจติ, โย จาธมฺเมนธียตี’’ติ. (ปาจิ. ๖๔๗);

เอตฺถ อธียตีติ อตฺโถ, ตสฺมา ปาฐทานมฺปิ ธมฺมเทสนาว. เสขิยฏฺฐกถายํ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๖๓๔) ‘‘ธมฺมปริจฺเฉโท ปเนตฺถ ปทโสธมฺเม วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา อยเมว ธมฺโม สพฺพตฺถ ธมฺมปฏิสํยุตฺตสิกฺขาปเทสุ เวทิตพฺโพ. ยทิ เอวํ สงฺขารภาสาทิวเสน จิตฺตธมฺมํ เทเสนฺตสฺส เสขิยวเสน อนาปตฺติ สิยา, ตโต ฉปกชาตกวิโรโธ. ตตฺถ มนฺตานํ พาหิรคนฺถตฺตาติ เจ? น, ตทธิปฺปายาชานนโต. อยญฺหิ ตตฺถ อธิปฺปาโย ‘‘พาหิรกคนฺถสงฺขาตมฺปิ มนฺตํ อุจฺเจ อาสเน นิสินฺนสฺส วาเจตุํ เม ภิกฺขเว อมนาปํ, ปเคว ธมฺมํ เทเสตุ’’นฺติ. ‘‘ตทาปิ เม, ภิกฺขเว, อมนาปํ นีเจ อาสเน นิสีทิตฺวา อุจฺเจ อาสเน นิสินฺนสฺส มนฺตํ วาเจตุํ, กิมงฺคํ ปน เอตรหิ…เป… ธมฺมํ เทเสตุ’’นฺติ (ปาจิ. ๖๔๗) หิ อยํ ปาฬิ ยถาวุตฺตเมว อธิปฺปายํ ทีเปติ, น อญฺญํ. เตเนว ‘‘มนฺตํ วาเจตุํ ธมฺมํ เทเสตุ’’นฺติ วจนเภโท กโต. อญฺญถา อุภยตฺถ ‘‘ธมฺมํ เทเสตุ’’มิจฺเจว วตฺตพฺพนฺติ.

มยา สทฺธึ มา วทาติอาทิมฺหิ ปน อนุคณฺฐิปเท เอวํ วุตฺโต ‘‘สเจ ภิกฺขุ สามเณเรน สทฺธึ วตฺตุกาโม, ตถา สามเณโรปิ ภิกฺขุนา สทฺธึ วตฺตุกาโม สหสา โอปาเตติ, ‘เยภุยฺเยน ปคุณํ คนฺถํ ภณนฺตํ โอปาเตตี’’ติอาทีสุ วิย อนาปตฺติ, น หิ เอตฺตาวตา ภิกฺขุ สามเณรสฺส อุทฺทิสติ นาม โหติ. ยสฺมา มหาอฏฺฐกถายํ นตฺถิ, ตสฺมาปิ ยุตฺตเมเวตํ. สเจ ตตฺถ วิจาเรตฺวา ปฏิกฺขิตฺตํ สิยา อาปตฺติ, กิริยากิริยญฺจ นาปชฺชติ. กสฺมา? ยสฺมา จิตฺเตน เอกโต วตฺตุกาโม, อถ โข นํ ‘เอกโต มา วทา’ติ ปฏิกฺขิปิตฺวาปิ เอกโต วทนฺโต อาปชฺชติ. อวตฺตุกามสฺส สหสา วิรชฺฌิตฺวา เอกโต วทนฺตสฺส อนาปตฺติ, เตน วุตฺตํ ‘มยา สทฺธึ มา วทาติ วุตฺโต ยทิ วทติ, อนาปตฺตี’ติ. ตถาปิ อาจริยานํ มติมนุวตฺตนฺเตน เอวรูเปสุ ฐาเนสุ ยถาวุตฺตนเยเนว ปฏิปชฺชิตพฺพํ. กสฺมา? ยสฺมา มหาอฏฺฐกถายํ นตฺถิ, นตฺถิภาวโตเยว อาปตฺติ. สเจ ตตฺถ อนาปตฺติอวจนํ น สมฺภวติ อยมฏฺฐานตฺตา’’ติ.

ตตฺรายํ วิจารณา – ‘‘มยา สทฺธึ มา วทา’’ติ วุตฺโต ยทิ วทติ, ภิกฺขุโน อนาปตฺตีติ ยุตฺตเมตํ ภิกฺขุโน วตฺตุกามตายาภาวโต, ภาเวปิ สชฺฌายกรณาทีสุ ตีสุ อนาปตฺติโต จ. อถ สามเณเรน พฺยตฺตตาย ‘‘มยา สทฺธึ มา วทา’’ติ วุตฺโต ภิกฺขุ อพฺยตฺตตาย วทติ, อาปตฺติ เอว วตฺตุกามตาสพฺภาวโต. สหสา เจ วทติ, อนาปตฺติ ตทภาวโต. สเจ ภิกฺขุ เอวํ ‘‘มยา สทฺธึ มา วทา’’ติ วตฺวา เตน สทฺธึ สยํ วทติ, อาปตฺติ เอว. น หิ เอตํ สิกฺขาปทํ กิริยากิริยํ. ยทิ เอตํ สิกฺขาปทํ กิริยากิริยํ ภเวยฺย, ยุตฺตํ. ตตฺถ อนาปตฺตีติ อธิปฺปาโย. มหาปจฺจริยํ อิมินาว อธิปฺปาเยน ‘‘มยา สทฺธึ มา วทา’’ติ วุตฺตํ สิยา. น หิ สามเณรสฺส กิริยา อิธ ปมาณนฺติ, อิมสฺมึ ปน อธิปฺปาเย วุตฺเต อติยุตฺตํวาติ อตฺโถ. อกฺขรตฺโถ พฺยญฺชนตฺโถ. กิญฺจาปิ ‘‘ยญฺจ ปทํ ยญฺจ อนุปทํ ยญฺจ อนฺวกฺขรํ ยญฺจ อนุพฺยญฺชนํ, สพฺพเมตํ ปทโสธมฺโม นามา’’ติ วุตฺตํ, ตถาปิ ‘‘ปเทน วาเจติ, ปเท ปเท อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส, อกฺขราย วาเจติ, อกฺขรกฺขราย อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ อิทเมว ทฺวยํ โยชิตํ, ตํ กสฺมาติ เจ? ปเทน อนุปทอนุพฺยญฺชนานํ สงฺคหิตตฺตา. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘อนุปทนฺติ ทุติยปาโท. อนุพฺยญฺชนนฺติ ปุริมพฺยญฺชเนน สทิสํ ปจฺฉาพฺยญฺชน’’นฺติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๔๕), ตสฺมา อนุปเทกเทสมตฺตเมว อนุพฺยญฺชนนฺติ สิทฺธํ. ‘‘อกฺขรานุพฺยญฺชนสมูโห ปท’’นฺติ จ วุตฺตตฺตา ปทมตฺตเมว วตฺตพฺพํ เตน อนุปทาทิตฺตยคฺคหณโตติ เจ? น วตฺตพฺพํ วจนวิเสสโต. ปเทน วาเจนฺโต หิ ปเท วา อนุปเท วา อนุพฺยญฺชเน วา อาปตฺตึ อาปชฺชติ. น อกฺขเรน. อกฺขเรน วาเจนฺโต ปน ปทาทีสุ อญฺญตรสฺมึ อาปชฺชติ. น หิ ‘‘วโร วรญฺญู วรโท วราหโร’’ติอาทิมฺหิ ปฐมํ ว-การํ วาเจนฺโต ทุติยาทิว-กาเร โอปาเตติ, ปฐมํ โร-การํ วาเจนฺโต ทุติยโร-กาเร โอปาเตติ, ปฐมํ ร-การํ วาเจนฺโต ทุติยร-กาเร โอปาเตติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสาติ สมฺภวติ. อนุพฺยญฺชนานุโลมโต สมฺภวติ เอวาติ เจ? น, ‘‘ปเท ปเท อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ อิมินา วิรุทฺธตฺตา. อิทญฺหิ วจนํ เอกสฺมึ ปเท เอกา อาปตฺตีติ ทีเปติ. ‘‘รูปํ อนิจฺจนฺติ วุจฺจมาโน รูติ โอปาเตตี’’ติ วจนโต สกลํ ปาทํ วาเจนฺตสฺส ปฐมอกฺขรมตฺเต เอกโต วุตฺเต อาปตฺตีติ สิทฺธนฺติ เจ? น, ‘‘อกฺขรกฺขราย อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ อิมินา วิรุทฺธตฺตา, ตสฺมา รูติ โอปาเตตีติ วตฺตุํ อสมฺภวโต รู-การสฺส ยถาวุตฺตธมฺมปริยาปนฺนภาวสิทฺธิโต ตํ อวตฺวา เกวลํ อกฺขราย วาเจนฺตสฺส ยถาวุตฺตธมฺมปริยาปนฺนอกฺขรภาวทสฺสนตฺถํ ‘‘รูปํ อนิจฺจนฺติ วุจฺจมาโน’’ติ วุตฺตํ, วจนสิลิฏฺฐตาวเสน วา อนุพฺยญฺชเน เวทนาวจนํ วิยาติ เวทิตพฺพํ.

ปทโสธมฺมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. ปฐมสหเสยฺยสิกฺขาปทวณฺณนา

๕๐. ‘‘น สหเสยฺยํ กปฺเปตพฺพ’’นฺติ ภาววเสน วุตฺตํ, เกสุจิ ‘‘น สหเสยฺยา กปฺเปตพฺพา’’ติ ปาโฐ, น กปฺเปตพฺพา ภิกฺขุนาติ ปญฺญตฺตนฺติ อธิปฺปาโย. ‘‘อปสฺเสนํ วาติ วายิมมญฺจกเมว โหตี’’ติ ลิขิตํ. ยํ เอเตสํ น กปฺปติ, ตํ เตสมฺปีติ อุปชฺฌายาทีนํ สนฺติกํ อคนฺตฺวา สหเสยฺยํ กปฺเปยฺยาติ ปาฐเสโส.

๕๒. ‘‘อนุปสมฺปนฺโน นาม ภิกฺขุํ ฐเปตฺวา อวเสโส’ติ วุตฺตตฺตา มาตุคาโม อนุปสมฺปนฺโนติ จตุตฺถรตฺติยํ มาตุคาโม เทฺวปิ สหเสยฺยาปตฺติโย ชเนตีติ อปเร’’ติ วุตฺตํ, ‘‘ภิกฺขุํ ฐเปตฺวา…เป… ปนฺโนติ ปาราชิกวตฺถุภูโต ติรจฺฉานปุริโส อธิปฺเปโต’’ติ จ, อุภยมฺปิ วีมํสิตพฺพํ. ทุติยสิกฺขาปเท มาตุคาโม นามาติ มนุสฺสิตฺถึเยว คเหตฺวา ยกฺขี เปตี ติรจฺฉานคตา ปาราชิกวตฺถุภูตา น คหิตา เตสุ ทุกฺกฏตฺตา. ‘‘สเจ ปน อตฺตโนปิ สิกฺขาปเท ทุกฺกฏํ ภเวยฺย, อถ กสฺมา ปฐมสิกฺขาปเท ปาจิตฺติย’’นฺติ จ วุตฺตํ. ‘‘อปริกฺขิตฺเต ปมุเข อนาปตฺตี’’ติ สีหฬฏฺฐกถาวจนํ, ตสฺสตฺถํ ทีเปตุํ อนฺธกฏฺฐกถายํ ‘‘ภูมิยํ วินา ชคติยา ปมุขํ สนฺธาย กถิต’’นฺติ วุตฺตํ. ปุน วสตีติ จตุตฺถทิวเส วสติ. ภิกฺขุนิปนฺเนติ ภิกฺขุมฺหิ นิปนฺเน. สนฺนิปติตมณฺฑปํ นาม มหาวิหาเร สนฺนิปาตฏฺฐานํ. ‘‘ตีณิ จ ทิวสานิ ทุกฺกฏเขตฺเต วสิตฺวา จตุตฺเถ ทิวเส สหเสยฺยาปตฺติปโหนเก สยติ, ปาจิตฺติเยวา’’ติ เอกจฺเจ วทนฺติ กิร, ตํ น ยุตฺตํ.

ปฐมสหเสยฺยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. ทุติยสหเสยฺยสิกฺขาปทวณฺณนา

๕๕. ‘‘อถ โข เต มนุสฺสา’’ติ จ ‘‘เต อทฺธิกา’’ติ จ ปาโฐ. ‘‘เอกรตฺต’’นฺติปิ อตฺถิ, โส น สุนฺทโร. ปณฺฑเก ปาฬิยํ ทุกฺกฏสฺส วุตฺตตฺตา ‘‘อุภโตพฺยญฺชเนหิ มูลาปตฺตีติ ทิสฺสตี’’ติ, ‘‘อนิมิตฺตาทโย อิตฺถิโยวา’’ติ จ วทนฺติ อุภโตพฺยญฺชนเก วุตฺตํ วิย. กิญฺจาปิ มติตฺถี ปาราชิกวตฺถุ โหติ, อนุปาทินฺนปกฺเข ฐิตตฺตา ปน อิธ อาปตฺตึ น กโรติ. ปาราชิกาปตฺติฏฺฐานญฺเจตฺถ น โอโลเกตพฺพํ.

ทุติยสหเสยฺยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. ธมฺมเทสนาสิกฺขาปทวณฺณนา

๖๖. ‘‘วิญฺญู ปฏิพลา’’ติ วจนโต อวิญฺญู อิตฺถิยาปิ เทเสนฺตสฺส อนาปตฺติ. อิธ ยกฺขีอาทโย มนุสฺสิตฺถี วิย อโนฬาริกตฺตา ทุกฺกฏวตฺถุกา ชาตา. ติรจฺฉานคตมนุสฺสวิคฺคหิตฺถิยา ปฏิพลตาย วุตฺตตฺตา อิตราปิ ทุกฺกฏวตฺถุเยวาติ เอเก. ‘‘มาตุคามายา’’ติ ลิงฺควิปลฺลาเสน วุตฺตํ. ‘‘อฏฺฐกถาทิปาฐํ ฐเปตฺวา ทมิฬาทินา ยถารุจิ กเถตุํ ลภติ กิรา’’ติ ลิขิตํ, ยถา ยกฺขีอาทโย ทุกฺกฏวตฺถุกา ชาตา, ตถา ปุริสวิคฺคหํ คเหตฺวา ฐิเตน ยกฺขาทินา สทฺธึ ฐิตสฺส มาตุคามสฺส ธมฺมํ เทเสนฺโต ทุกฺกฏํ อนาปชฺชิตฺวา กสฺมา ปาจิตฺติยมาปชฺชตีติ เจ? อีสกมฺปิ ทุติยปกฺขํ อภชนโต. มนุสฺสมาตุคาโมปิ น ทุติโย, ปเคว ยกฺขาทโยติ. น ทุติยานิยเต ตสฺส ทุติยตฺตาติ เจ? น ตตฺถ ทุฏฺฐุลฺลวาจาเปกฺขา ทุติยตา, กินฺตุ นิสชฺชาเปกฺขา, อิธ จ น นิสชฺชมตฺตํ, กินฺตุ เทสนา อิธาธิปฺเปตา. สา จ นิปชฺชนโต โอฬาริกา, ตสฺมา อสมตฺถนิทสฺสนํ.

ธมฺมเทสนาสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. ภูตาโรจนสิกฺขาปทวณฺณนา

๖๗. ‘‘จตุตฺถปาราชิกวตฺถุ จ อิทญฺจ เอกเมวา’’ติ วุตฺตํ, น ยุตฺตํ. กสฺมา? ตตฺถ ‘‘โมฆปุริสา’’ติ วุตฺตตฺตา. เต อริยมิสฺสกา น โหนฺตีติ เทฺวปิ เอกสทิสานีติ มม ตกฺโก. ‘‘อริยาปิ ปฏิชานึสุ, เตสมฺปิ อพฺภนฺตเร วิชฺชมานตฺตา อุตฺตริมนุสฺสธมฺมสฺสา’’ติ ลิขิตํ. ‘‘สพฺเพปิ ภูตํ ภควาติ ปุถุชฺชนอริยานํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมสฺส อาโรจิตตฺตา ‘ภูต’นฺติ วุตฺตํ, น อตฺตโน อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ สนฺธายาติ อปเร’’ติ วุตฺตํ.

๗๗. ปุพฺเพ อวุตฺเตหีติ จตุตฺถปาราชิเก อวุตฺเตหีติ.

ภูตาโรจนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. ทุฏฺฐุลฺลาโรจนสิกฺขาปทวณฺณนา

๗๘-๘๐. ‘‘เตเนว หตฺเถน อุปกฺกมิตฺวา อสุจึ โมเจสี’’ติ ปาโฐ สมฺปติปาโฐ สุนฺทโร. อปโลเกตฺวาว กาตพฺพา. โน เจ, ปาฬิยํเยว วุตฺตํ สิยา. ‘‘โอตฺตปฺเปนา’’ติ วตฺตพฺเพ รุฬฺหีวเสน ปเรสุ ‘‘หิโรตฺตปฺเปนา’’ติ วุตฺตํ. มหาอฏฺฐกถายํ อุตฺตานตฺตา น วุตฺตํ, ปาจิตฺติยาสมฺภวทสฺสเนเนว หิ ทุกฺกฏนฺติ สิทฺธํ.

๘๓. ตตฺถ ‘‘กมฺม’’นฺติ วุตฺตอชฺฌาจาเรปิ ปริยาปนฺนตฺตา ตํ ตสฺส ทณฺฑกมฺมวตฺถุ. ‘‘ตตฺถ กมฺมํ อาปนฺโน’’ติ ปุพฺเพปิ ลิขิตํ. มหาอฏฺฐกถายํ ‘‘อตฺตกามํ อาปนฺโน’’ติ ปาโฐ, ‘‘อยเมว คเหตพฺโพ’’ติ วทนฺติ, วีมํสิตพฺพํ.

ทุฏฺฐุลฺลาโรจนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. ปถวีขณนสิกฺขาปทวณฺณนา

๘๖. กฏสกฺขรา เสตมตฺติกา วิย มุทุกา สกฺขรชาติ. ‘‘อกตปพฺภาเรติ อวลญฺชิตพฺพฏฺฐานทสฺสนตฺถํ วุตฺต’’นฺติ ลิขิตํ. ‘‘อโนวสฺสกฏฺฐานทสฺสนตฺถ’’นฺติ วตฺตพฺพํ. มูสิกุกฺกุรนฺติ มูสิกาหิ อุทฺธฏปํสุ. สุทฺธจิตฺตาติ กิญฺจาปิ ‘‘เอวํ ปวฏฺฏิเต ปถวี ภิชฺชิสฺสตี’’ติ ชานนฺติ, โน ปน เจ ปถวีเภทตฺถิกา, สุทฺธจิตฺตา นาม โหนฺติ. ปํสุอาทโย เทฺว โกฏฺฐาสา อาปตฺติกรา. เกจิ ‘‘สพฺพจฺฉนฺนาทีสุ อุปฑฺเฒ ทุกฺกฏสฺส วุตฺตตฺตา สเจ ทุกฺกฏํ, ยุตฺต’’นฺติ วทนฺติ. ตตฺถ ยุตฺตํ ตาทิสสฺส วตฺถุโน สมฺภวา, อิธ ปน ชาตปถวี จ อชาตปถวี จาติ เทฺวเยว วตฺถูนิ, ตสฺมา ทฺวินฺนํ เอเกน ภวิตพฺพนฺติ น ยุตฺตํ. เอตฺถาปิ ทุกฺกฏวจนํ อตฺถีติ เจ? ตํ ปน สญฺญาวเสน, น วตฺถุวเสนาติ น ยุตฺตเมว.

๘๗. อคฺคึ กาตุํ วฏฺฏตีติ เอตฺถ เอตฺตาวตา อุสุมํ คณฺหาติ, ตสฺมา วฏฺฏตีติ เกจิ. เอวํ สติ ปถวิยา อคฺคิมฺหิ กเต ทูรโตปิ ภูมิ อุณฺหา โหติ, ตตฺตกํ โกเปตพฺพํ สิยา, น จ กปฺปติ, ตสฺมา ยสฺมึ ฐาเน ปตติ, ตํ โส อคฺคิ ฑหติ, ตสฺมา วฏฺฏตีติ เอเก. อฑหิเตปิ ‘‘อทฑฺฒาย ปถวิยา อคฺคึ ฐเปตุํ น วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตตฺตา อตฺตนา ปาตนาเยว โทโส ปติเต อุปทาเหติ เวทิตพฺพํ.

ปถวีขณนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สมตฺโต วณฺณนากฺกเมน มุสาวาทวคฺโค ปฐโม.