๑. มุสาวาทสิกฺขาปทวณฺณนา
๑. วาทกฺขิตฺโตติ เอตฺถ อวิเสเสน วาทชปฺปวิตณฺฑสงฺขาโต ติวิโธปิ กถามคฺโค ‘‘วาโท’’ อิจฺเจว วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ. เตสุ ‘‘ติตฺถิเยหิ สทฺธิ’’นฺติ วจนโต ฐเปตฺวา วาทํ ‘‘เสสา’’ติ วทนฺติ. ฉลชาตินิคฺคหฏฺฐานกุสลตาย กทาจิ กตฺถจิ อวชานิตฺวา ปฏิชานาติ, ตถา ปุพฺเพ กิญฺจิ วจนํ ปฏิชานิตฺวา ปจฺฉา อวชานาติ. เอวํ วา อญฺญถา วา อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรติ. เอวํ ปวตฺโต สมฺปชานมุสา ภาสํ ปฏิสฺสุณิตฺวา อสจฺจายนฺโต สงฺเกตํ กตฺวา วิสํวาเทนฺโต เอวํ โส วาทกฺขิตฺโต สมาโน ปาจิตฺติยวตฺถุญฺจ ปริปูเรนฺโต วิจรตีติ เอวมธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ. อตฺตโน วาเทติ เอตฺถ ‘‘สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา’’ติ (ธ. ป. ๒๗๙; จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๗; เนตฺติ. ๕; มหานิ. ๒๗) ปฐมมารทฺเธ อตฺตโน วาเท. ‘‘ยํ ทุกฺขํ ตทนตฺตา’’ติ (สํ. นิ. ๓.๑๕) โน สมโย. ‘‘สพฺเพ ธมฺมา’’ติ วุตฺเต นิพฺพานมฺปิ สงฺคหํ คจฺฉติ. ‘‘นิพฺพานํ ปรมํ สุข’’นฺติ (ธ. ป. ๒๐๓-๒๐๔; ม. นิ. ๒.๒๑๕) วุตฺตตฺตา ปน ตํ น ทุกฺขํ. โน ฐานเมตํ วิชฺชติ. อยํ ปรวาที ‘‘ยํ ทุกฺขํ ตทนตฺตา’’ติ สุตฺตํ ทสฺเสตฺวา สิทฺธนฺตํ สมฺภเมตฺวา ‘‘วิโรธิ วิรุทฺโธ’’ติ วุตฺตํ โทสํ อาโรเปสฺสตีติ ตสฺมึ ปฐมวาเท กญฺจิ โทสํ สลฺลกฺเขนฺโต อาโรปิเต วา โทเส อนาโรปิเต วา ‘‘นายํ มม วาโท’’ติ ตํ อวชานิตฺวา ‘‘นิพฺพานนฺเตฺวว สสฺสต’’นฺติ, ‘‘อนตฺตา อิติ นิจฺฉยา’’ติ จ สุตฺตํ ทิสฺวา ตสฺส ปฐมวาทสฺส นิทฺโทสตํ สลฺลกฺเขตฺวา ‘‘มเมว อยํ วาโท’’ติ ตเมว ปจฺฉา ปฏิชานาติ. เอวํ ตตฺถ ยถาวุตฺตมานิสํสํ สลฺลกฺเขนฺโต ตํ ปฏิชานิตฺวา ยทิ อนตฺตา สพฺเพ ธมฺมา, ธมฺมา เอว น เต ภวนฺติ. สภาวํ ธาเรนฺตีติ หิ ‘‘ธมฺมา’’ติ วุจฺจนฺติ.
อยญฺจ อตฺต-สทฺโท สภาววาจีติ เอวํ อาโรปิเต วา โทเส อนาโรปิเต วา โทโสติ สลฺลกฺเขตฺวา ‘‘นายํ มม วาโท’’ติ ตเมว ปฐมวาทํ ปจฺฉา อวชานาติ. อถ โส ปรวาที สปกฺขํ ปฏิเสเธ ปฏิชานนตฺตาปนยนํ. ปฏิชานาติ ปตฺยาสฺส อิติ วจนโต ‘‘ปฏิญฺญา อญฺญา โส นาม เต นิคฺคโห’’ติ วุตฺโต. สภาวาติริตฺตํ อตฺถํ ปฏิเสธาธิปฺปายโต สภาวโต อติริตฺตํ พาลปริกปฺปิตมตฺตานํ สนฺธาย ‘‘อนตฺตา สพฺเพ ธมฺมา’’ติ เม ปฏิญฺญาตกถา, สา จ ตทวตฺถาเยวาติ น เม ตํ ปฏิญฺญาตตฺตาปนยนํ อตฺถิ, ‘‘นายํ มม วาโท’’ติ อวชานนํ ปน สภาวสงฺขาตํ อตฺตานํ สนฺธาย ‘‘อนตฺตา สพฺเพ ธมฺมา’’ติ น วทามีติ อธิปฺปาเยน กตนฺติ อิมินา อญฺเญน การเณน ตํ ปุพฺเพ ปฏิญฺญาตตฺตาปนยนํ การณํ ปฏิจฺฉาเทติ. ‘‘อนตฺตา สพฺเพว ธมฺมา’’ติ น วตฺตพฺพํ ‘‘อตฺต-สทฺทสฺส สภาววาจิตฺตา’’ติ อิทํ การณํ ปฏิจฺจ เตน ปุพฺเพ ปฏิญฺญาตตฺตาปนยนํ กตํ. ตมญฺญการณํ ปจฺฉา ทสฺสิเตน อญฺเญน การเณน ปฏิจฺฉาเทตีติ อธิปฺปาโย.
ยสฺมา น เกวลํ ยถาทสฺสิตนเยน โส อตฺถเมว อวชานาติ, ปฏิชานาติ จ, กินฺตุ วจนมฺปิ, ตสฺมา อฏฺฐกถายํ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๑) ‘‘ชานิตพฺพโต’’ติ ปฐมํ การณํ วตฺวา ปรวาทินา ‘‘ยทิ ชานิตพฺพโต อนิจฺจํ, นิพฺพานํ เต อนิจฺจํ สิยา’’ติ วุตฺเต ‘‘น มยา ‘ชานิตพฺพโต’ติ การณํ วุตฺตํ, ‘ชาติธมฺมโต’ติ มยา วุตฺตํ, ตํ ตยา พธิรตาย อญฺเญน สลฺลกฺขิตนฺติอาทีนิ วทตีติ อธิปฺปาโย. ‘ชานิตพฺพโต’ติ วตฺวา ปุน ‘ชาติธมฺมโต’ติอาทีนิ วทตี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘อวชานิตฺวา ปุน ปฏิชานนฺโต ตํ อวชานนํ อิมินา ปฏิจฺฉาเทติ นามา’’ติ ลิขิตํ.
๒. ชานิตฺวา ชานนฺตสฺส จาติ ชานิตฺวา วา ชานนฺตสฺส วาติ อตฺถทฺวยํ ทีเปตีติ.
๓. อปิจ มิจฺฉาวาจาปริยาปนฺนาติ จตุพฺพิธมิจฺฉาวาจาปริยาปนฺนา. สีหฬาทินามเภทคตาติ เกจิ, ตสฺมา เอวํ วทโต วจนํ, ตํสมุฏฺฐาปิกา เจตนาติ อุภยํ วุตฺตนฺติ มาติกายํ อุภินฺนํ สงฺคหิตตฺตา. วิภงฺเค ตํ วจนํ ยสฺมา วินา วิญฺญตฺติยา นตฺถิ, ตสฺมา ‘‘วาจสิกา วิญฺญตฺตี’’ติ วิญฺญตฺติ จ ทสฺสิตา. ‘‘เอวํ วทโต วจน’’นฺติ โลกโวหาเรน วตฺวา ปรมตฺถโต ทสฺเสนฺโต ‘‘ตํสมุฏฺฐาปิกา วา เจตนาติ วุตฺต’’นฺติ จ วทติ. โอฬาริเกเนวาติ เจตนาสมุฏฺฐานวาจานํ สุขุมตฺตา วิสยวเสเนว กตาติ.
๙. ทิฏฺฐสฺส โหตีติ ทิฏฺโฐ อสฺส, อเนน วา อุปจารชฺฌานวเสน น มยา อพฺยาวโฏ มโต, ‘‘น มยา ปวนฺโต ปโฏ ทิฏฺโฐ’’ติอาทึ ภณนฺตสฺส จ ปรมตฺถสุญฺญตํ อุปาทาย เอว ‘‘อิตฺถึ น ปสฺสามิ, น จ ปุริส’’นฺติ ภณนฺตสฺส จ น มุสาวาโท.
๑๑. อาปตฺตึ อาปชฺชติเยวาติ เอตฺถ ‘‘ทุพฺภาสิตาปตฺตี’’ติ วทนฺติ. กสฺมา? ‘‘เกฬึ กุรุมาโน’’ติ วุตฺตตฺตา. ‘‘วาจา คิรา…เป… วาจสิกา วิญฺญตฺตี’’ติ อุชุกํ สนฺธาย, กาโย น อุชุโก.
มุสาวาทสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.