๓. ขมฺภกตวคฺควณฺณนา
๖๐๔. สูโป ปตฺตปฺปมาณวณฺณนายํ วุตฺตากาโร. โอโลณี วุจฺจติ กุธิตํ, โครสโต ปูรา ถูปิโตติ อตฺโถ.
๖๐๕. เหฏฺฐา โอโรหตีติ เอตฺถ ‘‘โอโรหนปฺปมาเณ สติ เอกเทเส ถูปีกเตปิ อนาปตฺตี’’ติ วทนฺติ. ‘‘ปตฺตสฺส ปน เหฏฺฐา จ อุปริ จ ปทุมินิปณฺณาทีหิ ปฏิจฺฉาเทตฺวา โอทหนฺติยา ลทฺธํ นาม วฏฺฏตี’’ติ จ วทนฺติ. เอตฺถ ‘‘ยสฺมา ‘สมติตฺติโก ปิณฺฑปาโต ปฏิคฺคเหตพฺโพ’ติ วจนํ ปิณฺฑปาโต สมปุณฺโณ ปฏิคฺคเหตพฺโพติ ทีเปติ, ตสฺมา อตฺตโน หตฺถคเต ปตฺเต ปิณฺฑปาโต ทิยฺยมาโน ถูปีกโตปิ เจ โหติ, วฏฺฏตีติ ทีเปติ. ‘ถูปีกตํ ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคณฺหาติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’ติ หิ วจนํ ปฐมํ ถูปีกตํ ปิณฺฑปาตํ ปจฺฉา ปฏิคฺคณฺหโต, อาปตฺตีติ ทีเปติ. ปตฺเตน ปฏิคฺคณฺหโต เจปิ ถูปีกตํ โหติ, วฏฺฏติ อถูปีกตสฺส ปฏิคฺคหิตตฺตา. ปโยโค ปน นตฺถิ อญฺญตฺร ปุพฺพเทสา’’ติ จ ‘‘สมติตฺติกนฺติ วา ภาวนปุํสก’’นฺติ จ วทนฺติ, ตสฺมา วิจาเรตฺวา คเหตพฺพํ.
ขมฺภกตวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.