๑. ปริมณฺฑลวคฺควณฺณนา
๕๗๖. ‘‘สิกฺขิตสิกฺเขนาติ จตูหิ มคฺเคหี’’ติ วุตฺตํ. ยสฺมา อฏฺฐงฺคุลมตฺตํ โอตาเรตฺวา นิวตฺถเมว นิสินฺนสฺส จตุรงฺคุลมตฺตํ โหติ, ตสฺมา อุโภเปเต อฏฺฐกถาวาทา เอกปริจฺเฉทา, ‘‘อฑฺฒเตยฺยหตฺถ’’นฺติ สุขุมํ, เอกปตฺตํ วา สนฺธาย วุตฺตํ. ตญฺหิ ยถาฐาเนน ติฏฺฐติ. ทุปฏฺฏํ สนฺธาย ‘‘ทฺวิหตฺถปฺปมาณมฺปี’’ติ วุตฺตนฺติ อุปติสฺสตฺเถโร. เอกปฏฺฏํ, ทฺวิปฏฺฏํ วา เหฏฺฐิมปริจฺเฉเทน ‘‘ทฺวิหตฺถปฺปมาณ’’นฺติ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. วุตฺตญฺหิ นิสฺสคฺคิยอฏฺฐกถายํ ‘‘ติริยํ ทฺวิหตฺโถปิ วฏฺฏตี’’ติ, ตญฺจ โข อลาเภ เอว ‘‘อลาเภ ติริยํ ทฺวิหตฺถปฺปมาณมฺปิ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตตฺตา. อิทํ สพฺพํ อธิฏฺฐานุปคํ สนฺธาย วุตฺตํ. วิรุทฺธํ ทิสฺวา สชฺเชตพฺพํ. โน เจ สชฺเชติ, ทุกฺกฏํ. สจิตฺตกํ ปณฺณตฺติวิชานนจิตฺเตเนว ‘‘อนาทริยํ ปฏิจฺจา’’ติ วุตฺตตฺตา, น วตฺถุวิชานนจิตฺเตน ‘‘อิทเมวํ กต’’นฺติ ชานโตปิ อาปตฺติยา อภาวโต. ผุสฺสเทวตฺเถรวาโทปิ เอเกน ปริยาเยน ยุชฺชติ. ตถา อุปติสฺสตฺเถรวาโทปิ. ปญฺญตฺเตปิ สิกฺขาปเท อปญฺญตฺเตปิ ยํ ปกติยา วชฺชํ, ตํ โลกวชฺชํ. อิทํ ปน ปญฺญตฺเตเยว วชฺชํ, นาปญฺญตฺเต, ตสฺมา อิตรโลกวชฺเชน อสทิสตฺตา น โลกวชฺชํ. ปณฺณตฺติโต ปฏฺฐาย วชฺชโต ปณฺณตฺติวชฺชํ. อนาทริยจิตฺเตเนว อาปชฺชิตพฺพตฺตา สจิตฺตกํ, ตสฺส จิตฺตสฺส ติเวทนตฺตา ติเวทนํ. ยสฺมา อนาทริยจิตฺตตา นาม เกวลํ อกุสลเมว, ตญฺจ ปกติยา วชฺชํ, ตสฺมา อิทํ โลกวชฺชํ. สญฺจิจฺจ วีติกฺกมนํ นาม โทมนสฺสิกสฺเสว โหตีติ ทุกฺขเวทนํ. คณฺฐิปเท ปน ‘‘ปาณาติปาตาทิ วิย นิวาสนาทิโทโส โลกครหิโต น โหตีติ ปณฺณตฺติวชฺชนฺติ ผุสฺสเทวตฺเถโร’’ติ ลิขิตํ.
๕๗๗. วิหาเรปีติ พุทฺธุปฏฺฐานาทิกาเล, ตสฺมา ‘‘ปารุปิตพฺพ’’นฺติ อุตฺตราสงฺคกิจฺจวเสน วุตฺตํ. ปฐมทุติยสิกฺขาปเทสุ ปริฬาหาทิปจฺจยา กปฺปติ, น อนฺตรฆรปฏิสํยุตฺเตสุ.
๕๘๒. ‘‘เอกสฺมึ ปน ฐาเน ฐตฺวา’’ติ เอตฺถ ‘‘คจฺฉนฺโตปิ ปริสฺสยาภาวํ โอโลเกตุํ ลภติเยว. ตถา คาเม ปูช’’นฺติ ลิขิตํ, ตํ ปน ‘‘เอกสฺมึ ฐาเน ฐตฺวา’’ติ วุตฺตตฺตา ตาทิสํ อนฺตรายํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.
ปริมณฺฑลวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.