๒. ทุติยปาราชิกํ

ธนิยวตฺถุวณฺณนา

๘๔. ทุติเย ราชูหิ เอว ปริคฺคหิตตฺตา ‘‘ราชคห’’นฺติ ลทฺธนามเก สมีปตฺเถน, อธิกรณตฺเถน จ ปฏิลทฺธภุมฺมวิภตฺติเก คิชฺฌกูเฏ ปพฺพเต จตูหิ วิหาเรหิ วิหรนฺโตติ อธิปฺปาโย. ตสฺส ‘‘วสฺสํ อุปคจฺฉึสู’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. ตโย เอว หิ ญตฺตึ ฐเปตฺวา คณกมฺมํ กโรนฺติ, น ตโต อูนา อธิกา วา อกิริยตฺตา. ตตฺถ วินยปริยาเยน สงฺฆคณปุคฺคลกมฺมโกสลฺลตฺถํ อิทํ ปกิณฺณกํ เวทิตพฺพํ – อตฺถิ สงฺฆกมฺมํ สงฺโฆ เอว กโรติ, น คโณ น ปุคฺคโล, ตํ อปโลกนกมฺมสฺส กมฺมลกฺขเณกเทสํ ฐเปตฺวา อิตรํ จตุพฺพิธมฺปิ กมฺมํ เวทิตพฺพํ. อตฺถิ สงฺฆกมฺมํ สงฺโฆ จ กโรติ, คโณ จ กโรติ, ปุคฺคโล จ กโรติ. กิญฺจาติ? ยํ ปุพฺเพ ฐปิตํ. วุตฺตเญฺหตํ ปริวารฏฺฐกถายํ ‘‘ยสฺมึ วิหาเร เทฺว ตโย ชนา วสนฺติ, เตหิ นิสีทิตฺวา กตมฺปิ สงฺเฆน กตสทิสเมว. ยสฺมึ ปน วิหาเร เอโก ภิกฺขุ โหติ, เตน ภิกฺขุนา อุโปสถทิวเส ปุพฺพกรณปุพฺพกิจฺจํ กตฺวา นิสินฺเนน กตมฺปิ กติกวตฺตํ สงฺเฆน กตสทิสเมว โหตี’’ติ (ปริ. อฏฺฐ. ๔๙๕-๔๙๖). ปุนปิ วุตฺตํ ‘‘เอกภิกฺขุเก ปน วิหาเร เอเกน สาวิเตปิ ปุริมกติกา ปฏิปฺปสฺสมฺภติ เอวา’’ติ. อตฺถิ คณกมฺมํ สงฺโฆ กโรติ, คโณ กโรติ, ปุคฺคโล กโรติ, ตํ ตโย ปาริสุทฺธิอุโปสถา อญฺเญสํ สนฺติเก กรียนฺติ, ตสฺส วเสน เวทิตพฺพํ. อตฺถิ คณกมฺมํ คโณว กโรติ, น สงฺโฆ น ปุคฺคโล, ตํ ปาริสุทฺธิอุโปสโถ อญฺญมญฺญํ อาโรจนวเสน กรียติ, ตสฺส วเสน เวทิตพฺพํ. อตฺถิ ปุคฺคลกมฺมํ ปุคฺคโลว กโรติ, น สงฺโฆ น คโณ, ตํ อธิฏฺฐานุโปสถวเสน เวทิตพฺพํ. อตฺถิ คณกมฺมํ เอกจฺโจว คโณ กโรติ, เอกจฺโจ น กโรติ, ตตฺถ อญตฺติกํ เทฺว เอว กโรนฺติ, น ตโย. สญตฺติกํ ตโยว กโรนฺติ, น ตโต อูนา อธิกา วา, เตน วุตฺตํ ‘‘ตโย เอว หิ ญตฺตึ ฐเปตฺวา คณกมฺมํ กโรนฺติ, น ตโต อูนา อธิกา วา อกิริยตฺตา’’ติ. ตสฺมา ตโยว วินยปริยาเยน สมฺปหุลา, น ตโต อุทฺธนฺติ เวทิตพฺพํ. อนุคณฺฐิปเท ปน ‘‘กิญฺจาปิ กมฺมลกฺขณํ ตโยว กโรนฺติ, อถ โข เตหิ กตํ สงฺเฆน กตสทิสนฺติ วุตฺตตฺตา เอเกน ปริยาเยน ตโย ชนา วินยปริยาเยนปิ สงฺโฆ’’ติ วุตฺตํ, อิทํ สพฺพมฺปิ วินยกมฺมํ อุปาทาย วุตฺตํ, ลาภํ ปน อุปาทาย อนฺตมโส เอโกปิ อนุปสมฺปนฺโนปิ ‘‘สงฺโฆ’’ติ สงฺขฺยํ คจฺฉติ กิร. ปวารณาทิวสสฺส อรุณุคฺคมนสมนนฺตรเมว ‘‘วุตฺถคสฺสา’’ติ วุจฺจนฺติ, อุกฺกํสนเยน ‘‘ปาฏิปททิวสโต ปฏฺฐายา’’ติ วุตฺตํ, เตเนว ‘‘มหาปวารณาย ปวาริตา’’ติ วุตฺตํ. อญฺญถา อนฺตราเยน อปวาริตา ‘‘วุตฺถวสฺสา’’ติ น วุจฺจนฺตีติ อาปชฺชติ. ถมฺภาทิ กฏฺฐกมฺมนฺติ เวทิตพฺพํ. เกจิ ตนุกํ ทารุตฺถมฺภํ อนฺโตกตฺวา มตฺติกามยํ ถมฺภํ กโรนฺติ, อยํ ปน ตถา น อกาสิ, เตน วุตฺตํ ‘‘สพฺพมตฺติกามยํ กุฏิกํ กริตฺวา’’ติ. เตลมิสฺสาย ตมฺพมตฺติกาย.

๘๕. ‘‘มา ปจฺฉิมา ชนตา ปาเณสุ ปาตพฺยตํ อาปชฺชี’’ติ อิมินา อนุทฺเทสสิกฺขาปเทน ยตฺถ อิฏฺฐกปจน ปตฺตปจน กุฏิกรณ วิหารการาปน นวกมฺมกรณ ขณฺฑผุลฺลปฏิสงฺขรณ วิหารสมฺมชฺชน ปฏคฺคิทาน กูปโปกฺขรณีขณาปนาทีสุ ปาตพฺยตํ ชานนฺเตน ภิกฺขุนา กปฺปิยวจนมฺปิ น วตฺตพฺพนฺติ ทสฺเสติ, เตเนว ปริยายํ อวตฺวา เตสํ สิกฺขาปทานํ อนาปตฺติวาเรสุ ‘‘อนาปตฺติ อสติยา อชานนฺตสฺสา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘อนฺตราปตฺติสิกฺขาปท’’นฺติปิ เอตสฺส นามเมว. ‘‘คจฺฉเถตํ, ภิกฺขเว, กุฏิกํ ภินฺทถา’’ติ อิมินา กตํ ลภิตฺวา ตตฺถ วสนฺตานมฺปิ ทุกฺกฏเมวาติ จ สิทฺธํ. อญฺญถา หิ ภควา น ภินฺทาเปยฺย. เอส นโย เภทนกํ เฉทนกํ อุทฺทาลนกนฺติ เอตฺถาปิ, อาปตฺติเภทาว. ตโต เอว หิ เภทนกสิกฺขาปทาทีสุ วิย ‘‘อญฺเญน กตํ ปฏิลภิตฺวา ปริภุญฺชติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ น วุตฺตํ, ตถา อญฺญสฺสตฺถาย กโรติ, เจติยาทีนํ อตฺถาย กโรติ, ทุกฺกฏเมวาติ จ สิทฺธํ, อญฺญถา กุฏิการสิกฺขาปทาทีสุ วิย ‘‘อญฺญสฺสตฺถาย วาสาคารํ ฐเปตฺวา สพฺพตฺถ, อนาปตฺตี’’ติ นยเมว วเทยฺย, น ภินฺทาเปยฺย. สพฺพมตฺติกามยภาวํ ปน โมเจตฺวา กฏฺฐปาสาณาทิมิสฺสํ กตฺวา ปริภุญฺชติ, อนาปตฺติ. ตถา หิ เฉทนกสิกฺขาปทาทีสุ ภควตา นโย ทินฺโน ‘‘อญฺเญน กตํ ปมาณาติกฺกนฺตํ ปฏิลภิตฺวา ฉินฺทิตฺวา ปริภุญฺชตี’’ติอาทีสุ. เกจิ ปน ‘‘วยกมฺมมฺปีติ เอเตน มูลํ ทตฺวา การาปิตมฺปิ อตฺถิ, เตน ตํ อญฺเญน กตมฺปิ น วฏฺฏตีติ สิทฺธ’’นฺติ วทนฺติ, ตํ น สุนฺทรํ. กสฺมา? สมฺภาเร กิณิตฺวา สยเมว กโรนฺตสฺสาปิ วยกมฺมสมฺภวโต. กึ วา ปาฬิเลเส สติ อฏฺฐกถาเลสนโย. อิฏฺฐกาหิ คิญฺชกาวสถสงฺเขเปน กตา วฏฺฏตีติ เอตฺถ ปกติอิฏฺฐกาหิ จินิตฺวา กตฺตพฺพาวสโถ คิญฺชกาวสโถ นาม. สา หิ ‘‘มตฺติกามยา’’ติ น วุจฺจติ, ‘‘อิฏฺฐกกุฏิกา’’เตฺวว วุจฺจติ, ตสฺมา ถุสโคมยติณปลาลมิสฺสา มตฺติกามยาปิ อปกฺกิฏฺฐกมยาปิ ‘‘สพฺพมตฺติกามยา’’เตฺวว วุจฺจตีติ โน ขนฺตีติ อาจริโย, ภสฺมาทโย หิ มตฺติกาย ทฬฺหิภาวตฺถเมว อาทียนฺติ, อปกฺกิฏฺฐกมยาปิ คิญฺชกาวสถสงฺขฺยํ น คจฺฉติ, น จ อายสฺมา ธนิโย เอกปฺปหาเรเนว กุมฺภกาโร วิย กุมฺภํ ตํ กุฏิกํ นิฏฺฐาเปสิ, อนุกฺกเมน ปน สุกฺขาเปตฺวา สุกฺขาเปตฺวา มตฺติกาปิณฺเฑหิ จินิตฺวา นิฏฺฐาเปสิ, อปกฺกิฏฺฐกมยา กุฏิ วิย สพฺพมตฺติกามยา กุฏิ เอกาพทฺธา โหติ, น ตถา ปกฺกิฏฺฐกมยา, ตสฺมา สา กปฺปตีติ เอเก. สพฺพมตฺติกามยาย กุฏิยา พหิ เจ ติณกุฏิกาทึ กตฺวา อนฺโต วสติ, ทุกฺกฏเมว. สเจ ตตฺถ ตตฺถ ฉิทฺทํ กตฺวา พนฺธิตฺวา เอกาพทฺธํ กโรติ, วฏฺฏติ. อนฺโต เจ ติณกุฏิกาทึ กตฺวา อนฺโต วสติ, วฏฺฏติ. การโก เอว เจ วสติ, กรณปจฺจยา ทุกฺกฏํ อาปชฺชติ, น วสนปจฺจยา. สเจ อนฺโต วา พหิ วา อุภยตฺถ วา สุธาย ลิมฺปติ, วฏฺฏติ. ยสฺมา สพฺพมตฺติกามยา กุฏิ สุกรา ภินฺทิตุํ, ตสฺมา ตตฺถ ฐปิตํ ปตฺตจีวราทิ อคุตฺตํ โหติ, โจราทีหิ อวหริตุํ สกฺกา, เตน วุตฺตํ ‘‘ปตฺตจีวรคุตฺตตฺถายา’’ติ.

ปาฬิมุตฺตกวินิจฺฉยวณฺณนา

เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อุจฺจาวเจ ปตฺเต ธาเรนฺติ, อุจฺจาวจานิ ปตฺตมณฺฑลานิ ธาเรนฺตี’’ติ (จุฬว. ๒๕๓) เอวมาทีนิ วตฺถูนิ นิสฺสาย ‘‘น, ภิกฺขเว, อุจฺจาวจา ปตฺตา ธาเรตพฺพา, โย ธาเรยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติอาทินา นเยน อกปฺปิยปริกฺขาเรสุ จ ทุกฺกฏํ ปญฺญตฺตํ. กสฺมา? ตทนุโลมตฺตา. ยตฺถาปิ น ปญฺญตฺตํ, ตตฺถ ‘‘น, ภิกฺขเว, อุจฺจาวจานิ ฉตฺตานิ ธาเรตพฺพานิ, โย ธาเรยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติอาทินา (จูฬว. ๒๖๙-๒๗๐) นเยน ทุกฺกฏํ สมฺภวติ, ตสฺมา ‘‘ตตฺรายํ ปาฬิมุตฺตโก’’ติ อารภิตฺวา สพฺพปริกฺขาเรสุ วณฺณมฏฺฐํ, สวิการํ วา กโรนฺตสฺส อาปตฺติ ทุกฺกฏนฺติ ทีเปนฺเตน ‘‘น วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. เอตฺถาห – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ฐเปตฺวา ปหรณึ สพฺพํ โลหภณฺฑํ, ฐเปตฺวา อาสนฺทึ ปลฺลงฺกํ ทารุปตฺตํ ทารุปาทุกํ สพฺพํ ทารุภณฺฑํ, ฐเปตฺวา กตกญฺจ กุมฺภการิกญฺจ สพฺพํ มตฺติกาภณฺฑ’’นฺติ (จูฬว. ๒๙๓) วุตฺตตฺตา ยถาฐปิตํ วชฺเชตฺวา อิตรํ สพฺพํ วณฺณมฏฺฐมฺปิ สวิการมฺปิ อวิเสเสน วฏฺฏตีติ? วุจฺจเต – ตํ น ยุตฺตํ ยถาทสฺสิตปาฬิวิโรธโต, ตสฺมา ‘‘ฐเปตฺวา ปหรณิ’’นฺติ เอวํ ชาติวเสน อยํ ปาฬิ ปวตฺตา, ยถาทสฺสิตา ปาฬิ วณฺณมฏฺฐาทิวิการปฏิเสธนวเสน ปวตฺตาติ เอวํ อุภยมฺปิ น วิรุชฺฌติ, ตสฺมา ยถาวุตฺตเมว. อารคฺเคน นิขาทนคฺเคน, ‘‘อารคฺเคริว สาสโป’’ติ (ม. นิ. ๒.๔๕๘; ธ. ป. ๔๐๑; สุ. นิ. ๖๓๐) เอตฺถ วุตฺตนยโต อารคฺเคน.

ปฏฺฏมุเข วาติ ปฏฺฏโกฏิยํ. ปริยนฺเตติ จีวรปริยนฺเต. เวณิอุหุมุนิยุเปญฺญาม. อคฺฆิยนฺติ เจติยํ. คยมุคฺครนฺติ ตุลาทณฺฑสณฺฐานํ, คยา สีเส สูจิกา โหติ, มุขปตฺตา ลทฺรา. อุกฺกิรนฺติ นีหรนฺติ กโรนฺติ ฐเปนฺติ. โกณสุตฺตปิฬกา นาม คณฺฐิกปฏฺฏาทิโกเณสุ สุตฺตมยปิฬกา. ยํ เอตฺถ จีวรํ วา ปตฺโต วา ‘‘น วฏฺฏตี’’ติ วุตฺโต, ตตฺถ อธิฏฺฐานํ รุหติ, วิกปฺปนาปิ รุหตีติ เวทิตพฺพํ. เทฑฺฑุโภติ อุทกสปฺโป. อจฺฉีติ กุญฺชรกฺขิ. โคมุตฺตกนฺติ โคมุตฺตสณฺฐานา ราชิโย. กุญฺจิกาย เสนาสนปริกฺขารตฺตา สุวณฺณรูปิยมยาปิ วฏฺฏตีติ ฉายา ทิสฺสติ, ‘‘กุญฺจิกาย วณฺณมฏฺฐกมฺมํ น วฏฺฏตี’’ติ วจนโต อญฺเญ กปฺปิยโลหาทิมยาว กุญฺจิกา กปฺปนฺติ ปริหรณียปริกฺขารตฺตา. อารกณฺฏโก โปตฺถกาทิกรณสตฺถกชาติ. ‘‘อามณฺฑกสารโก อามลกผลมโย’’ติ วทนฺติ. ตาลปณฺณพีชนีอาทีสุ ‘‘วณฺณมฏฺฐกมฺมํ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. กิญฺจาปิ ตานิ กุญฺจิกา วิย ปริหรณียานิ, อถ โข ‘‘อุจฺจาวจานิ น ธาเรตพฺพานี’’ติ ปฏิกฺเขปาภาวโต วุตฺตํ. เกวลญฺหิ ตานิ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, วิธูปนญฺจ ตาลวณฺฏญฺจา’’ติอาทินา (จูฬว. ๒๖๙) วุตฺตานิ. คณฺฐิปเท ปน ‘‘เตลภาชเนสุ วณฺณมฏฺฐกมฺมํ วฏฺฏตีติ เสนาสนปริกฺขารตฺตา’’ติ วุตฺตํ. ราชวลฺลภาติ ราชกุลูปกา. สีมาติ อิธาธิปฺเปตา ภูมิ, พทฺธสีมา จ. ‘‘เยสํ สนฺตกา เตสํ สีมา, ตตฺถ ปเรหิ น กตฺตพฺพ’’นฺติ อนุคณฺฐิปเท วุตฺตํ. ‘‘ภูมิ จ สีมา จ เยสํ สนฺตกา, เตหิ เอว วาเรตพฺพา. เยสํ ปน อญฺเญสํ ภูมิยํ สีมา กตา, เต วาเรตุํ น อิสฺสรา’’ติ วทนฺติ. ‘‘สงฺฆเภทาทีนํ การณตฺตา ‘มา กโรถา’ติ ปฏิเสเธตพฺพา เอวา’’ติ อนฺธกฏฺฐกถายํ วุตฺตํ กิร.

๘๖-๗. ทารุกุฏิกํ กาตุํ, กตฺตุนฺติ จ อตฺถิ. ขณฺฑาขณฺฑิกนฺติ ผลาผลํ วิย ทฏฺฐพฺพํ. อาณาเปหีติ วจนํ อนิฏฺเฐ เอว วุจฺจตีติ กตฺวา พนฺธํ อาณาเปสิ. อิสฺสริยมตฺตายาติ สมิทฺธิยํ มตฺตาสทฺโทติ ญาเปติ.

๘๘. ‘‘เอวรูปํ วาจํ ภาสิตฺวา’’ติ จ ปาโฐ. โลเมน ตฺวํ มุตฺโต, มา ปุนปิ เอวรูปมกาสีติ อิทํ กึ พฺยาปาททีปกํ, ทารูสุปิ โลภกฺขนฺธทีปกํ วจนํ โสตาปนฺนสฺส สโต ตสฺส ราชสฺส ปติรูปํ. นนุ นาม ‘‘ปุพฺเพ กตํ สุกตํ ภนฺเต, วเทยฺยาถ ปุนปิ เยนตฺโถ’’ติ ปวาเรตฺวา อตีว ปีติปาโมชฺชํ อุปฺปาเทตพฺพํ เตน สิยาติ? สจฺจเมตํ โสตาปนฺนตฺตา อตีว พุทฺธมามโก ธมฺมมามโก สงฺฆมามโก จ, ตสฺมา ภิกฺขูนํ อกปฺปิยํ อสหนฺโต, สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา จ โอกาสํ กตฺตุกาโม ‘‘สุปยุตฺตานิ เม ทารูนี’’ติ ตุฏฺฐจิตฺโตปิ เอวมาหาติ เวทิตพฺพํ. อิเมหิ นาม เอวรูเป ฐาเน. ‘‘อาคตปทานุรูเปนาติ อญฺเญหิ วา ปเทหิ, อิโต โถกตเรหิ วา อาคตกาเล ตทนุรูปา โยชนา กาตพฺพา’’ติ คณฺฐิปเท วุตฺตํ. ‘‘น เกวลํ อิมสฺมึเยว สิกฺขาปเท, อญฺเญสุปิ อาคจฺฉนฺติ, ตสฺมา ตตฺถ ตตฺถ อาคตปทานุรูเปน โยชนา เวทิตพฺพา’’ติ อนุคณฺฐิปเท วุตฺตํ. อุชฺฌายนตฺโถ อทินฺนสฺสาทินฺนตฺตาว, เต อุชฺฌายึสุ.

รุทฺรทามโก นาม รุทฺรทามกาทีหิ อุปฺปาทิโต. พาราณสินคราทีสุ เตหิ เตหิ ราชูหิ โปราณสตฺถานุรูปํ ลกฺขณสมฺปนฺนา อุปฺปาทิตา นีลกหาปณา. เตสํ กิร ติภาคํ อคฺฆติ รุทฺรทามโก, ตสฺมา ตสฺส ปาโท ถุลฺลจฺจยวตฺถุ โหติ. มาสโก ปน อิธ อปฺปมาณํ. กหาปโณ กิญฺจิกาเล อูนวีสติมาสโก โหติ, กิญฺจิ กาเล อติเรกวีสติมาสโก. ตสฺมา ตสฺส กหาปณสฺส จตุตฺถภาโค ปญฺจมาสโก วิย อติเรกปญฺจมาสโก วา อูนปญฺจมาสโก วา ปาโทติ เวทิตพฺพํ. อิมสฺสตฺถสฺส ทีปนตฺถํ ‘‘ตทา ราชคเห วีสติมาสโก กหาปโณ โหตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ รชตมโย สุวณฺณมโย ตมฺพมโย จ กหาปโณ โหติ. สุวณฺณภูมิยํ วิย ปาโทปิ ยตฺถ ตมฺพมโยว กโต โหติ, ตตฺถ โสว ปาโทติ อาจริโย. ยสฺมา ปาโท เอกนีลกหาปณคฺฆนโก, ตสฺมา ตสฺส ปาทสฺส จตุตฺถภาโคว สิยา ปาโทติ เอเก. อิทํ น ยุชฺชติ. โย จ ตตฺถ ปาทารโห ภณฺโฑ, ตสฺส จตุตฺถภาคสฺเสว ปาราชิกวตฺถุภาวปฺปสงฺคโต. ยทิ ปาทารหํ ภณฺฑํ ปาราชิกวตฺถุ, สิทฺธํ ‘‘โสว ปาโท ปจฺฉิมํ ปาราชิกวตฺถู’’ติ. น หิ สพฺพตฺถ ภณฺฑํ คเหตฺวา นีลกหาปณคฺเฆน อคฺฆาเปนฺติ. ยสฺมา ตสฺส ตสฺเสว กหาปณคฺเฆน อคฺฆาเปนฺติ, ตสฺมา ตสฺส ตสฺส ชนปทสฺส ปาโทว ปาโทติ ตทคฺฆนกเมว ปาทคฺฆนกนฺติ สิทฺธํ, ‘‘โส จ โข โปราณสฺส นีลกหาปณสฺส วเสน, น อิตเรสนฺติ ยตฺถ ปน นีลกหาปณา วฬญฺชํ คจฺฉนฺติ, ตตฺเถวา’’ติ เกจิ วทนฺติ, อุปปริกฺขิตฺวา คเหตพฺพํ.

ปทภาชนียวณฺณนา

๙๒. คามา วา อรญฺญา วาติ ลกฺขณานุปญฺญตฺติกตฺตา ปฐมปญฺญตฺติยา อาทิมฺหิ วุตฺตา. ยโต วา อปกฺกนฺตา, โส อมนุสฺโส นาม. ‘‘อมนุสฺสคามํ อปารุปิตฺวา, คามปฺปเวสนญฺจ อนาปุจฺฉา ปวิสิตุํ วฏฺฏตี’’ติ อนุคณฺฐิปเท วุตฺตํ. ‘‘ยโต คามโต อาคนฺตุกามา เอว อปกฺกนฺตา, ตํ คามํ เอวํ ปวิสิตุํ น วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ เอเก. เกจิ ปน ‘‘ยกฺขปริคฺคหภูโตปิ อาปณาทีสุ ทิสฺสมาเนสุ เอว ‘คาโม’ติ สงฺขฺยํ คจฺฉติ, อทิสฺสมาเนสุ ปเวสเน อนาปตฺตี’’ติ วทนฺติ. ‘‘คาโม เอว อุปจาโร คามูปจาโรติ เอวํ กมฺมธารยวเสน คหิเต กุรุนฺทฏฺฐกถาทีสุ วุตฺตมฺปิ สุวุตฺตเมว โหตี’’ติ วทนฺติ. ‘‘ตสฺส ฆรูปจาโร คาโมติ อาปชฺชตี’’ติ วจนํ ปฏิกฺขิปติ. ‘‘คามสฺสุปจาโร จ คาโม จ คามูปจาโร จา’’ติ วทนฺติ, ตํ วิรุชฺฌติ, น. ‘‘อิเมสํ ลาภาทีสุ ลกฺขณํ สนฺธาย มหาอฏฺฐกถายํ ‘ฆรํ ฆรูปจาโร’ติอาทิ วุตฺตํ, ตํ น มยํ ปฏิกฺขิปามา’’ติ จ วทนฺติ. ‘‘กตปริกฺเขโป จาติ ฆรสฺส สมนฺตโต ตตฺตโก อุปจาโร นามา’’ติ คณฺฐิปเท ลิขิตํ. อนุคณฺฐิปเท ปน ‘‘โย โย อฏฺฐกถาวาโท วา เถรวาโท วา ปจฺฉา วุจฺจตีติ อิโต อนาคตํ สนฺธาย วุตฺตํ, นาตีตํ. ยทิ อตีตมฺปิ สนฺธาย วุตฺตํ, มหาปทุมเถรวาโทว ปมาณํ ชาตนฺติ อาปชฺชติ, ตสฺมา อนาคตเมว สนฺธาย วุตฺตนฺติ อาจริยา กถยนฺตี’’ติ วุตฺตํ. เสสมฺปีติ คามูปจารลกฺขณมฺปิ.

ตตฺรายํ นโยติ ตสฺส คามูปจารสฺส คหเณ อยํ นโย. วิกาเลคามปฺปเวสนาทีสูติ เอตฺถ ‘‘คามปฺปเวสนญฺหิ พหิ เอว อาปุจฺฉิตพฺพ’’นฺติ คณฺฐิปเท วุตฺตํ. ‘‘ตํ อฏฺฐกถาย น สเมตี’’ติ วทนฺติ. ‘‘คามสงฺขาตูปจารํ สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ คหิเต สเมตีติ มม ตกฺโก. ‘‘อาทิ-สทฺทโต ฆเร ฐิตานํ ทินฺนลาภภาชนาทีนี’’ติ คณฺฐิปเท วุตฺตํ. ‘‘คามูปจาเร ฐิตานํ ปาปุณิตพฺพลาภํ สญฺจิจฺจ อเทนฺตานํ ปาราชิก’’นฺติ อนุคณฺฐิปเท วุตฺตํ. กิญฺจาปิ กุรุนฺทิอาทีสุ ปาฬิยํ วุตฺตวจนานุโลมวเสน วุตฺตตฺตา ‘‘ปมาทเลขา’’ติ น วตฺตพฺพํ, มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺตวินิจฺฉโย สงฺคีติโต ปฏฺฐาย อาคโต. ‘‘ยญฺเจตํ มหาอฏฺฐกถาย’’นฺติอาทิ สีหฬทีเป อฏฺฐกถาจริเยหิ วุตฺตํ ‘‘วินิจฺฉยนโย’’ติ จ. เลฑฺฑุปาเตเนว ปริจฺฉินฺทิตพฺโพติ ปริกฺเขปารหฏฺฐานํ, น อุปจารํ. โส หิ ตโต อปเรน เลฑฺฑุปาเตน ปรจฺฉินฺโน. อิมสฺมึ อทินฺนาทานสิกฺขาปเทติ นิยเมน อญฺญตฺถ อญฺญถาติ อตฺถโต วุตฺตํ โหติ. เตน วา นิยเมน ยถารุตวเสนาปิ อตฺโถ อิธ ยุชฺชติ. อภิธมฺเม ปนาติอาทินา อญฺญถาปิ อตฺถาปตฺติสิทฺธํ ทสฺเสติ.

‘‘ปริจฺจาคาทิมฺหิ อกเต ‘อิทํ มม สนฺตก’นฺติ อวิทิตมฺปิ ปรปริคฺคหิตเมว ปุตฺตกานํ ปิตุ อจฺจเยน สนฺตกํ วิย, ตํ อตฺถโต อปริจฺจตฺเต สงฺคหํ คจฺฉตี’’ติ คณฺฐิปเท วุตฺตํ. ‘‘เถนสฺส กมฺมํ เถยฺยํ, เถเนน คเหตพฺพภูตํ ภณฺฑํ. เถยฺยนฺติ สงฺขาตนฺติ เถยฺยสงฺขาต’’นฺติ โปราณคณฺฐิปเท วุตฺตํ. ตํ เถยฺยํ ยสฺส เถนสฺส กมฺมํ, โส ยสฺมา เถยฺยจิตฺโต อวหรณจิตฺโต โหติ, ตสฺมา ‘‘เถยฺยสงฺขาต’’นฺติ ปทํ อุทฺธริตฺวา ‘‘เถยฺยจิตฺโต อวหรณจิตฺโต’’ติ ปทภาชนมฺปิ เตสํ โปราณานํ ยุชฺชเตว, ตถาปิ อฏฺฐกถายํ วุตฺตนเยเนว คเหตพฺพํ. ‘‘ยญฺจ ปุพฺพภาเค ‘อวหริสฺสามี’ติ ปวตฺตํ จิตฺตํ, ยญฺจ คมนาทิสาธกํ, ปรามสนาทิสาธกํ วา มชฺเฌ ปวตฺตํ, ยญฺจ ฐานาจาวนปโยคสาธกํ, เตสุ อยเมเวโก ปจฺฉิโม จิตฺตโกฏฺฐาโส อิธ อธิปฺเปโต ‘เถโน’ติ อปเร’’ติ อนุคณฺฐิปเท วุตฺตํ. อูนมาสกมาสปาทาทีสุ ‘‘อวหรณจิตฺเตสุ เอกจิตฺตโกฏฺฐาโสติ อาจริยา วทนฺตี’’ติ วุตฺตํ.

ปญฺจวีสติอวหารกถาวณฺณนา

ปญฺจวีสติ อวหารา นาม วจนเภเทเนว ภินฺนา, อตฺถโต ปน อภินฺนา. อากุลา ทุวิญฺเญยฺยวินิจฺฉยาติ อาจริยานํ มุเข สนฺติเก สพฺพากาเรน อคฺคหิตวินิจฺฉยานํ ทุวิญฺเญยฺยา. ทุกติกปฏฺฐานปาฬิ (ปฏฺฐา. ๕.๑.๑ อาทโย, ทุกติกปฏฺฐานปาฬิ) วิย อากุลา ทุวิญฺเญยฺยวินิจฺฉยา, เกวลํ ตํ อาจริยา ปุพฺพาปรวิโรธมกตฺวา สงฺคีติโต ปฏฺฐาย อาคตนยมวินาเสตฺวา วณฺณยนฺตีติ ‘‘ปฏฺฐานปาฬิมิวาติ อปเร วทนฺตี’’ติ จ วุตฺตา. โปราณาติ สงฺคีติอาจริยา. อยเมตฺถ สามีจิ เอว, สเจ น เทติ, อาปตฺติ นตฺถิ, ปาราชิกภยา ปน ยถา สิกฺขากาโม เทติ, เอวํ ทาตพฺพเมว. ยานิ ปเนตฺถ วตฺถูนิ, ตานิ สีหฬทีเป อาจริเยหิ สงฺฆาทีนมนุมติยา อฏฺฐกถาสุ ปกฺขิตฺตานิ, ‘‘อนาคเต พฺรหฺมจารีนํ หิตตฺถาย โปตฺถการุฬฺหกาลโต ปจฺฉาปี’’ติ วุตฺตํ. อาณตฺติกํ อาณตฺติกฺขเณปิ คณฺหาติ, กาลนฺตเรนาปิ อตฺถสาธโก, กาลนฺตรํ สนฺธายาติ อิทเมเตสํ นานตฺตํ. ภฏฺเฐติ อปคเต. อนฺตรสมุทฺเท อตุรุมุหุเท. ผรติ สาเธติ. นวโธโตติ นวกโต. ปาสาณสกฺขรนฺติ ปาสาณญฺจ สกฺขรญฺจ.

ภูมฏฺฐกถาทิวณฺณนา

๙๔. มหาอฏฺฐกถายํ ปน สจฺเจปิ อลิเกปิ ทุกฺกฏเมว วุตฺตํ, ตํ ปมาทลิขิตนฺติ เวทิตพฺพนฺติ ยเถตรหิ ยุตฺติยา คเหตพฺพา. ตตฺถ ‘‘จตุวคฺเคน ฐเปตฺวา อุปสมฺปทปวารณอพฺภานาทิสพฺพํ สงฺฆกมฺมํ กาตุํ วฏฺฏติ’’จฺเจว วตฺตพฺเพ ‘‘อุปสมฺปทปวารณกถินพฺภานาทีนี’’ติ ลิขนฺตีติ เวทิตพฺพํ. ตํ อาจริยา ‘‘ปมาทเลขา’’เตฺวว วณฺณยนฺติ, เตน วุตฺตํ ‘‘ปมาทลิขิต’’นฺติ. ยํ ยํ วจนํ มุสา, ตตฺถ ตตฺถ ปาจิตฺติยนฺติ วุตฺตํ. ทุกฺกฏสฺส วจเน ปโยชนาภาวา ‘‘อทินฺนาทานสฺส ปุพฺพปโยเค’’ติ วุตฺตํ. อญฺเญสมฺปิ ปุพฺพปโยเค ปาจิตฺติยฏฺฐาเน ปาจิตฺติยเมว. ปมาทลิขิตนฺติ เอตฺถ อิธ อธิปฺเปตเมว คเหตฺวา อฏฺฐกถายํ วุตฺตนฺติ คหิเต สเมติ วิย. อาจริยา ปน ‘‘ปาจิตฺติยฏฺฐาเน ปาจิตฺติย’’นฺติ วตฺวา ทุกฺกเฏ วิสุํ วตฺตพฺเพ ‘‘สจฺจาลิเก’’ติ สามญฺญโต วุตฺตตฺตา ‘‘ปมาทเลขา’’ติ วทนฺตีติ เวทิตพฺพาติ. ‘‘กุสลจิตฺเตน คมเน อนาปตฺตี’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘ทานญฺจ ทสฺสามี’’ติ วจเนน อนาปตฺติ วิย.

ปาจิตฺติยฏฺฐาเน ทุกฺกฏา น มุจฺจตีติ ปาจิตฺติเยน สทฺธึ ทุกฺกฏมาปชฺชติ. พหุกาปิ อาปตฺติโย โหนฺตูติ ขณนพฺยูหนุทฺธรเณสุ ทส ทส กตฺวา อาปตฺติโย อาปนฺโน, เตสุ อุทฺธรเณ ทส ปาจิตฺติโย เทเสตฺวา มุจฺจติ, ชาติวเสน ‘‘เอกเมว เทเสตฺวา มุจฺจตี’’ติ กุรุนฺทิยํ วุตฺตํ, ตสฺมา ปุริเมน สเมติ. ‘‘สโมธาเนตฺวา ทสฺสิตปโยเค ‘‘ทุกฺกฏ’’นฺติ วุตฺตตฺตา สมานปโยคา พหุทุกฺกฏตฺตํ ญาเปติ. ขณเน พหุกานีติ สมานปโยคตฺตา น ปฏิปฺปสฺสมฺภติ. อฏฺฐกถาจริยปฺปมาเณนาติ ยถา ปเนตฺถ, เอวํ อญฺเญสุปิ เอวรูปานิ อฏฺฐกถาย อาคตวจนานิ สงฺคีติโต ปฏฺฐาย อาคตตฺตา คเหตพฺพานีติ อตฺโถ. ‘‘อิธ ทุติยปาราชิเก คเหตพฺพา, น อญฺเญสู’’ติ ธมฺมสิริตฺเถโร กิราห. คณฺฐิปเท ปน ‘‘ปุริมขณนํ ปจฺฉิมํ ปตฺวา ปฏิปฺปสฺสมฺภติ, เตเนว เอกเมว เทเสตฺวา มุจฺจตี’’ติ วุตฺตํ, ‘‘วิสภาคกิริยํ วา ปตฺวา ปุริมํ ปฏิปฺปสฺสมฺภตี’’ติ จ วุตฺตํ.

เอวํ เอกฏฺฐาเน ฐิตาย กุมฺภิยา ฐานาจาวนญฺเจตฺถ ฉหากาเรหิ เวทิตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ. กุมฺภิยาติ ภุมฺมวจนํ. อุทฺธํ อุกฺขิปนฺโต เกสคฺคมตฺตมฺปิ ภูมิโต โมเจติ, ปาราชิกนฺติ เอตฺถ มุขวฏฺฏิยา ผุฏฺโฐกาสํ พุนฺเทน โมจิเต ‘‘ฐานาจาวนญฺเจตฺถ ฉหากาเรหิ เวทิตพฺพ’’นฺติ อิมินา สเมติ, ตถา อวตฺวา ‘‘ภูมิโต มุตฺเต เกสคฺคมตฺตมฺปิ อติกฺกนฺเต ภูมิโต โมจิตํ นาม โหตี’’ติ ทฬฺหํ กตฺวา วทนฺติ, อุปปริกฺขิตฺวา คเหตพฺพํ. เอตฺถ เอกจฺเจ เอวํ อตฺถํ วทนฺติ ‘‘ปุพฺเพ ขณนฺเตน อวเสสฏฺฐานานิ วิโยชิตานิ, ตสฺมึ วิมุตฺเต ปาราชิก’’นฺติ. สงฺเขปมหาปจฺจริยาทีสุ วุตฺตวจนสฺส ปมาทเลขภาโว ‘‘อตฺตโน ภาชนคตํ วา กโรติ, มุฏฺฐึ วา ฉินฺทตี’’ติ วจเนน ทีปิโต.

ยํ ปน ‘‘ปีตมตฺเต ปาราชิก’’นฺติ วุตฺตํ, ตํ ยเถตรหิ ‘‘ปญฺจวิญฺญาณา อุปฺปนฺนวตฺถุกา อุปฺปนฺนารมฺมณา’’ติ ปทสฺส ‘‘อุปฺปนฺนวตฺถุกาหิ อนาคตปฏิกฺเขโป’’ติ อฏฺฐกถาวจนํ ‘‘อสมฺภินฺนวตฺถุกา อสมฺภินฺนารมฺมณา ปุเรชาตวตฺถุกา ปุเรชาตารมฺมณา’’ติ วจนมเปกฺขิตฺวา อตีตานาคตปฏิกฺเขโปติ ปริวตฺเตติ, ตถา ตาทิเสหิ ปริวตฺต’นฺติ เวทิตพฺพํ. น หิ อฏฺฐกถาจริยา ปุพฺพาปรวิรุทฺธํ วทนฺติ. ยํ ปน อาจริยา ‘‘อิทํ ปมาทลิขิต’’นฺติ อปเนตฺวา ปฏิกฺขิปิตฺวา วจนกาเล วาเจนฺติ, อุทฺทิสนฺติ, ตเมว จ อิมินาปิ อาจริเยน ‘‘ปมาทลิขิต’’นฺติ ปฏิกฺขิตฺตํ. ยญฺจ สุตฺตํ ทสฺเสตฺวา เต ปฏิกฺขิปนฺติ, ตเมว จ ทสฺเสนฺเตน อิมินา ปฏิกฺขิตฺตํ, เตน วุตฺตํ ‘‘ตํ ปน ตตฺเถวา’’ติอาทิ.

อนาปตฺติมตฺตเมว วุตฺตนฺติ เนว อวหาโร น คีวา อนาปตฺตีติ พฺยญฺชนโตว เภโท, น อตฺถโตติ ทสฺสนตฺถํ. ตํ ปมาทลิขิตํ กตเรหีติ เจ? ปุพฺเพ วุตฺตปฺปกาเรหิ, เลขเกหิ วา, เอส นโย สพฺพตฺถ. ‘‘น หิ ตเทว พหูสุ ฐาเนสุ ยุตฺตโต ปาราชิกมหุตฺวา กตฺถจิ โหตี’’ติ สพฺพํ อนุคณฺฐิปเท วุตฺตํ. ทุฏฺฐปิตํ วา ฐเปตีติ เอตฺถ ตโต ปคฺฆริสฺสตีติ ฐานาจาวนํ สนฺธาย กตตฺตา ปาราชิกํ ตํ ปน คณฺหตุ วา มา วา ตตฺเถว ‘‘ภินฺทตี’’ติอาทิวจนโต เวทิตพฺพํ. ‘‘ตตฺเถวาติ ฐานาจาวนํ อกโรนฺโตว ฐานา อจาเวตุกาโมว เกวลํ ‘ภินฺทตี’ติ อฏฺฐกถาวจนโต จ ญาเปตพฺพ’’นฺติ อญฺญตรสฺมึ คณฺฐิปเท วุตฺตํ. ตถา ‘‘ปคฺฆริเตหิ ตินฺตปํสุํ คเหตฺวา อุทเก ปกฺขิปิตฺวา ปจิตฺวา คเหตุํ สกฺกา, ตสฺมา คหณเมว สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ อปเร. ‘‘ริตฺตกุมฺภิยา อุปริ กโรติ, ภณฺฑเทยฺย’’นฺติ วุตฺตํ, ตํ อาณตฺติยา วิรุชฺฌติ, ‘‘ยทา สกฺโกสิ, ตทา ตํ ภณฺฑํ อวหรา’’ติ อตฺถสาธโก อาณตฺติกาเล เอว ปาราชิกํ. อปิจ อาวาฏกาทีนิ ถาวรปโยคานิ จ เอตฺถ สาธกานิ. นตฺถิ กาลกตปโยคานิ ปาราชิกวตฺถูนีติ ตสฺมา อุปปริกฺขิตพฺพนฺติ เอเก. ยตฺถ ยตฺถ ‘‘อปเร’’ติ วา ‘‘เอเก’’ติ วา วุจฺจติ, ตตฺถ ตตฺถ สุฏฺฐุ อุปปริกฺขิตฺวา ยุตฺตํ คเหตพฺพํ, อิตรํ ฉฑฺเฑตพฺพํ. วทนฺตีติ อาจริยา วทนฺติ. น, อญฺญถา คเหตพฺพตฺถโตติ ปาฬิปริหรณตฺถํ วุตฺตํ. เอวเมเก วทนฺตีติ ตํ น คเหตพฺพํ. กสฺมา? ‘‘ปสฺสาวํ วา ฉฑฺเฑตี’’ติ จ ‘‘อปริโภคํ วา กโรตี’’ติ จ อตฺถโต เอกตฺตา, อฏฺฐกถาย ‘‘มุคฺคเรน โปเถตฺวา ภินฺทตี’’ติ วุตฺตตฺตาปิ.

อยํ ปเนตฺถ สาโรติอาทิกถาย ‘‘อมฺหากํ อาจริยสฺส วจน’’นฺติ ธมฺมสิริตฺเถโร อาห. สงฺคหาจริยานํ วาโทติ เอเก. ปุพฺเพ วุตฺตาปิ เต เอว, ตสฺมา โวหารวเสนาติ อฉฑฺเฑตุกามมฺปิ ตถา กโรนฺตํ ‘‘ฉฑฺเฑตี’’ติ โวหรนฺติ. เอวเมเตสํ ปทานํ อตฺโถ คเหตพฺโพติ เอวํ สนฺเต ‘‘ฐานาจาวนสฺส นตฺถิตาย ทุกฺกฏ’’นฺติ อฏฺฐกถาวจเนน อติวิย สเมติ, ตตฺถ ฐานาจาวนจิตฺตสฺส นตฺถิตาย ฐานา จุตมฺปิ น ‘‘ฐานา จุต’’นฺติ วุจฺจตีติ อตฺโถ คเหตพฺโพ. อิตรถาปีติ เถยฺยจิตฺตาภาวา ฐานา จาเวตุกามสฺสปิ ทุกฺกฏํ ยุชฺชติ.

๙๖. สยเมว ปติตโมรสฺเสว อิโต จิโต จ กโรโต ถุลฺลจฺจยํ. อากาสฏฺฐวินิจฺฉเย ตปฺปสงฺเคน ตสฺมึ เวหาสาทิคเตปิ อสมฺโมหตฺถํ เอวํ คเหตพฺพนฺติ วุตฺตํ. ‘‘เอวมญฺญตฺราปิ สามิเส’’ติ คณฺฐิปเท วุตฺตํ. ‘‘ฐานาจาวนํ อกโรนฺโต จาเลตี’’ติ วจนโต ฐานาจาวเน ถุลฺลจฺจยํ นตฺถีติ วุตฺตํ โหติ. เกจิ อผนฺทาเปตฺวา ฐานาจาวนาจาวเนหิปิ ทุกฺกฏถุลฺลจฺจเย วทนฺติ. ‘‘เต ฐานาจาวนํ อกโรนฺโตติ อิมํ อฏฺฐกถาวจนํ ทสฺเสตฺวา ปฏิเสเธตพฺพา’’ติ เกจิ วทนฺติ, วีมํสิตพฺพํ.

๙๗. เฉทนโมจนาทิ อุปริภาคํ สนฺธาย วุตฺตํ. อวสฺสํ ฐานโต อากาสคตํ กโรติ. เอตฺถ ‘‘เอกโกฏึ นีหริตฺวา ฐปิเต วํเส ฐิตสฺส อากาสกรณํ สนฺธายา’’ติ เกจิ วทนฺติ. เต ปน อถ ‘‘มูลํ อจฺเฉตฺวา วลยํ อิโต จิโต จ สาเรติ, รกฺขติ. สเจ ปน มูลโต อนีหริตฺวาปิ หตฺเถน คเหตฺวา อากาสคตํ กโรติ, ปาราชิก’’นฺติ อฏฺฐกถาวจนํ ทสฺเสตฺวา ปฏิเสเธตพฺพา. ภิตฺตินิสฺสิตนฺติ ภิตฺติยา อุปตฺถมฺภิตํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ เอเก. ภิตฺตึ นิสฺสาย ฐปิตนฺติ นาคทนฺตาทีสุ ฐิตํ สนฺธาย วุตฺตํ. ฉินฺนมตฺเตติ อุปริ อุคฺคนฺตฺวา ฐิตํ สนฺธาย วุตฺตํ.

๙๘. อุปริ ฐิตสฺส ปิฏฺฐิยาติ เอตฺถ อโธ โอสารณํ สนฺธาย วุตฺตํ. เหฏฺฐา โอสาเรนฺตสฺส อุปริมสฺส ปิฏฺฐิยา เหฏฺฐิเมน ฐิโตกาสํ อติกฺกนฺตมตฺเต ปาราชิกํ, อุทฺธํ อุกฺขิปนฺตสฺส อุทกโต มุตฺตมตฺเต. ‘‘เอวํ คหิเต ภูมฏฺเฐ วุตฺเตน สเมตี’’ติ วทนฺติ. มตมจฺฉานํ ฐิตฏฺฐานเมว ฐานํ กิร. เถยฺยจิตฺเตน มาเรตฺวา คณฺหโต อูนปาทคฺฆนเก ทุกฺกฏํ, สหปโยคตฺตา ปาจิตฺติยํ นตฺถีติ เอเก. มทนผลวสาทีนีติ เอตฺถ สีหฬภาสา กิร วส อิติ วิสนฺติ อตฺโถ, ครุฬากาเรน กตุปฺเปยิตํ วา.

๙๙. ปุพฺเพ ปาเส พทฺธสูกรอุปมาย วุตฺตา เอว. ‘‘ถเล ฐปิตาย นาวาย น ผุฏฺโฐกาสมตฺตเมวา’’ติ ปาโฐ. ‘‘วาโต อาคมฺมาติ วจนโต วาตสฺส นตฺถิกาเล ปโยคสฺส กตตฺตา อวหาโร นตฺถิ, อตฺถิกาเล เจ กโต, อวหาโรวา’’ติ วทนฺติ. ‘‘ภณฺฑเทยฺยํ ปน เกสนฺติ เจ? เยสํ หตฺเถ กหาปณานิ คหิตานิ, เตสํ วา, นาวาสามินา นาวาย อคฺคหิตาย นาวาสามิกสฺส วา’’ติ อนุคณฺฐิปเท วุตฺตํ.

๑๐๔. นิรมฺพิตฺวา อุปริ. อกตํ วา ปน ปติฏฺฐเปตีติ อปุพฺพํ วา ปฏฺฐเปตีติ อตฺโถ.

๑๐๖. คามฏฺเฐ วา ‘‘คาโม นามา’’ติ น วุตฺตํ ปฐมํ คามลกฺขณสฺส สพฺพโส วุตฺตตฺตา.

๑๐๗. อรญฺญฏฺเฐ อรญฺญํ นามาติ ปุน น เกวลํ ปุพฺเพ วุตฺตลกฺขณญฺเญว อรญฺญนฺติ อิธาธิปฺเปตํ, กินฺตุ ปรปริคฺคหิตเมว เจตํ โหติ, ตํ อิธาธิปฺเปตนฺติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. เตเนว อตฺเถปิ อรญฺญคฺคหณํ กตํ. อคฺเคปิ มูเลปิ ฉินฺนาติ เอตฺถ ‘‘น เวเฐตฺวา ฐิตา, ฉินฺนมตฺเต ปตนกํ สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ. ตจฺเฉตฺวา ฐปิโตติ อรญฺญสามิเกหิ ปเรหิ ลทฺเธหิ ตจฺเฉตฺวา ฐปิโต. อทฺธคโตปีติ จิรกาลิโกปิ. ‘‘น คเหตพฺโพติ อรญฺญสามิเกหิ อนุญฺญาเตนปี’’ติ คณฺฐิปเท วุตฺตํ. ฉลฺลิยา ปริโยนทฺธํ โหตีติ อิมินา สามิกานํ นิรเปกฺขตํ ทีเปติ. เตน วุตฺตํ ‘‘คเหตุํ วฏฺฏตี’’ติ. ยทิ สามิกานํ สาเปกฺขตา อตฺถิ, น วฏฺฏติ.

๑๐๘. ตตฺถ ‘‘ภาชเนสุ โปกฺขรณีตฬาเกสุ จ คาโว ปกฺโกสตีติ อิโต ปฏฺฐาย ตโย ทส วารา อาทิเมว ทสฺเสตฺวา สํขิตฺตา’’ติ อนุคณฺฐิปเท วุตฺตํ. นิพฺพหนอุทกํ นาม ตฬากรกฺขณตฺถาย อธิโกทกนิกฺขมนทฺวาเรน นิกฺขมนอุทกํ. ‘‘คเหตุํ น ลภตีติ สามีจิกมฺมํ น โหตี’’ติ อนุคณฺฐิปเท วุตฺตํ. อิโต ปฏฺฐาย ‘‘วุตฺต’’นฺติ วุตฺเต อนุคณฺฐิปเทติ คเหตพฺพํ. อนิกฺขนฺเต อุทเกติ ปาฐเสโส, สุกฺขมาติกาปโยคตฺตา ภณฺฑเทยฺยมฺปิ น โหตีติ อธิปฺปาโย. ตฬากํ นิสฺสาย เขตฺตสฺส กตตฺตาติ ‘‘สพฺพสาธารณํ ตฬากํ โหตี’’ติ ปฐมํ วุตฺตตฺตา ตํ สนฺธาย วุตฺตํ. ‘‘ยสฺมา ตฬากคตํ อุทกํ สพฺพสาธารณมฺปิ มาติกาย สติ ตํ อติกฺกมิตฺวา คเหตุํ น วฏฺฏติ, ตสฺมา ตํ สนฺธาย กุรุนฺทิยาทีสุ อวหาโรติ วุตฺต’’นฺติ อปเร อาหูติ. อิมินา ลกฺขเณน น สเมตีติ ยสฺมา สพฺพสาธารณเทโส นาม ตญฺจ ตฬากํ สพฺพสาธารณํ, กติกาภาวา จ มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺตเมว ยุตฺตนฺติ อาหาจริโย.

๑๐๙. ‘‘ตโต ปฏฺฐาย อวหาโร นตฺถีติ เถยฺยายปิ คณฺหโต, ตสฺมา ยถามุณฺฑมหาเชตพฺพตฺตา, อรกฺขิตพฺพตฺตา, สพฺพสาธารณตฺตา จ อญฺญมฺปิ สงฺฆสนฺตกํ อิทํ น โหตี’’ติ คณฺฐิปเท วุตฺตํ.

๑๑๐. อุชุกเมว ติฏฺฐตีติ เอตฺถ ‘‘สมีเป รุกฺขสาขาทีหิ สนฺธาริตตฺตา อีสกํ ขลิตฺวา อุชุกเมว ติฏฺฐติ เจ, อวหาโร. ฉินฺนเวณุ วิย ติฏฺฐติ เจ, อนาปตฺตี’’ติ วุตฺตํ, ตํ สุวุตฺตํ, ตสฺส วินิจฺฉเย ‘‘สเจ ตานิ รกฺขนฺตี’’ติ วุตฺตตฺตา. โน อญฺญถาติ สมฺปตฺเต เจ วาเต วาตมุขโสธนํ กโรติ, ปาราชิกนฺติ อตฺโถ.

๑๑๑. อญฺเญสุ ปน วิจารณา เอว นตฺถีติ เตสุ อปฺปฏิกฺขิปิตตฺตา อยเมว วินิจฺฉโยติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘เอเตน ธุรนิกฺเขปํ กตฺวาปิ โจเรหิ อาหฏํ โจเทตฺวา คณฺหโต อนาปตฺตีติ ทีปิตํ โหตี’’ติ วุตฺตํ.

๑๑๒. เอเสว นโยติ อุทฺธาเรเยว ปาราชิกํ, กสฺมา? อญฺเญหิ ปตฺเตหิ สาธารณสฺส สญฺญาณสฺส วุตฺตตฺตา. ปทวาเรนาติ โจเรน นีหริตฺวา ทินฺนํ คเหตฺวา คจฺฉโต. คามทฺวารนฺติ โวหารมตฺตเมว, คามนฺติ อตฺโถ อาณตฺติยา ทฏฺฐพฺพตฺตา, ทฺวินฺนมฺปิ อุทฺธาเร เอว ปาราชิกํ. อสุกํ นาม คามํ คนฺตฺวาติ วจเนน ยาว ตสฺส คามสฺส ปรโต อุปจาโร, สพฺพเมตํ อาณตฺตเมว โหติ. ‘‘ฐตฺวา วา นิสีทิตฺวา วา วิสฺสมิตฺวา ปุริมเถยฺยจิตฺตํ วูปสมิตฺวา คมนตฺถญฺเจ ภณฺฑํ น นิกฺขิตฺตํ, ยถาคหิตเมว, ปทวาเรน กาเรตพฺโพติ, นิกฺขิตฺตญฺเจ, อุทฺธาเรนา’’ติ จ ลิขิตํ. เกวลํ ‘‘ลิขิต’’นฺติ วุตฺเต คณฺฐิปเท คเหตพฺพํ. เถยฺยจิตฺเตน ปริภุญฺชนฺโตติ ฐานาจาวนํ อกตฺวา นิวตฺถปารุตนีหาเรน ‘‘ปุพฺเพเวทํ มยา คหิต’’นฺติ เถยฺยจิตฺเตน ปริภุญฺชนฺโต. ‘‘นฏฺเฐ ภณฺฑเทยฺยํ กิรา’’ติ ลิขิตํ. ‘‘อญฺโญ วา’’ติ วจเนน เยน ฐปิตํ, เตน ทินฺเน อนาปตฺตีติ ทีปิตํ โหติ โคปกสฺส ทาเน วิย, ‘‘เกวลํ อิธ ภณฺฑเทยฺยนฺติ อปเร’’ติ วุตฺตํ. ‘‘อญฺโญ วา’’ติ วจนโต เยน ฐปิตํ. โส วาติปิ ลพฺภตีติ วิจาเรตฺวา คเหตพฺโพ. วา-สทฺเทน ยสฺส หตฺเถ ฐปิตํ, โส วา เทติ ราชคเห คณโก วิย ธนิยสฺส, ตสฺมา ปาราชิกํ ยุตฺตํ วิย.

ตว ถูลสาฏโก ลทฺโธติ วุตฺตกฺขเณ มุสาวาเท ทุกฺกฏํ. ตสฺส นามํ ลิขิตฺวาติ เอตฺถ ‘‘เตน ‘คเหตฺวา ฐเปยฺยาสี’ติ อาณตฺตตฺตา นามเลขนกาเล อนาปตฺติ กุสสงฺกมนสทิสํ น โหตี’’ติ วุตฺตํ. น ชานนฺตีติ น สุณนฺตีติ อตฺโถ. สเจ ชานิตฺวาปิ จิตฺเตน น สมฺปฏิจฺฉนฺติ เอเสว นโย. ชานนฺเตน ปน รกฺขิตุํ อนิจฺฉนฺเต ปฏิกฺขิปิตพฺพเมว เอตนฺติ วตฺตํ ชานิตพฺพํ. อุมฺมคฺเคนาติ ปุราปาณํ ขณิตฺวา กตมคฺเคนาติ อตฺโถ.

นิสฺสิตวาริกสฺส ปน สภาคา ภตฺตํ เทนฺติ, ตสฺมา ยถา วิหาเร ปนฺติ, ตเถว กาตพฺพนฺติ สมฺปตฺตวารํ อคฺคเหตุํ น ลภนฺติ, ‘‘ตสฺส วา สภาคา อทาตุํ น ลภนฺตี’’ติ วุตฺตํ. อตฺตทุติยสฺสาติ น หิ เอเกนานีตํ ทฺวินฺนํ ปโหติ, สเจ ปโหติ ปาเปตพฺโพติ ทสฺเสตุํ ‘‘ยสฺส วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘ปริปุจฺฉํ เทตีติ ปุจฺฉิตปญฺหสฺส วิสฺสชฺชนํ กโรตี’’ติ ลิขิตํ. สงฺฆสฺส ภารํ นาม ‘‘สทฺธมฺมวาจนา เอวา’’ติ วุตฺตํ, ‘‘นวกมฺมิโกปิ วุจฺจตี’’ติ จ, ‘‘อิโต ภณฺฑโต วฏฺฏนฺตํ ปุน อนฺโต ปวิสตีติ มหาอฏฺฐกถาปทสฺส กุรุนฺทีสงฺเขปฏฺฐกถาหิ อธิปฺปาโย วิวริโต’’ติ ลิขิตํ.

๑๑๓. คจฺฉนฺเต ยาเน วาติ เอตฺถ ‘‘สุงฺกฏฺฐานสฺส พหิ ฐิตํ สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ อุปติสฺสตฺเถโร วทติ กิร. ‘‘คจฺฉนฺเต ยาเน วาติอาทิ สุงฺกฏฺฐานพฺภนฺตเร คเหตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. พหิ ฐิตสฺส วตฺตพฺพเมว นตฺถิ, ‘‘อนฺโต ฐตฺวา’’ติ อธิกาเร วุตฺตตฺตา เจติ ยุตฺตํ – ยานาทีสุ ฐปิเต ตสฺส ปโยคํ วินาเยว คเตสุ ปาราชิโก น โหติ. กสฺมา น ภณฺฑเทยฺยนฺติ เจ? สุงฺกฏฺฐานสฺส พหิ ฐิตตฺตา. อรญฺญฏฺเฐ ‘‘อสฺสติยา อติกฺกมนฺตสฺสปิ ภณฺฑเทยฺยเมวา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๐๗) วุตฺตํ เตสํ สปริคฺคหิตตฺตา. อิธ ปน ‘‘อตฺร ปวิฏฺฐสฺสา’’ติ วจนโต น พหิ ฐิตสฺส, ตํ กิร สุงฺกสงฺเกตํ. อญฺญํ หราเปตีติ ตตฺถ ‘‘สหตฺถา’’ติ วจนโต อนาปตฺติ. นิสฺสคฺคิยานิ โหนฺตีติ อฏฺฐกถาโต ปาจิตฺติยํ, อุปจารํ โอกฺกมิตฺวา ปริหรเณ สาทีนวตฺตา ทุกฺกฏํ.

สุงฺกฏฺฐาเน สุงฺกํ ทตฺวาว คนฺตุํ วฏฺฏตีติ อิทํ ทานิ วตฺตพฺพานํ มาติกาติ ธมฺมสิริตฺเถโร. ‘‘อนุราธปุรสฺส จตูสุ ทฺวาเรสุ สุงฺกํ คณฺหนฺติ, เตสุ ทกฺขิณทฺวารสฺส ปุรโต มคฺโค ถูปารามโต อานนฺทเจติยํ ปทกฺขิณํ กตฺวา เชตวนวิหารสฺสนฺตรปาการสฺสาสนฺเน นิวิฏฺโฐ, โย น คามํ ปวิสนฺโต อุปจารํ โอกฺกนฺโต โหติ. ถูปารามโต จ มหาเจติยํ ปทกฺขิณํ กตฺวา ราชวิหารํ คจฺฉนฺโต น โอกฺกมตี’’ติ กิร มหาอฏฺฐกถายํ อาคตํ. เอตฺถ จาติ สุงฺกฆาเต ‘‘ทฺวีหิ เลฑฺฑุปาเตหีติ อาจริยปรมฺปราภตา’’ติ ลิขิตํ. ทฺวีหิ เลฑฺฑุปาเตหีติ สุงฺกฆาตสฺส ปริจฺเฉเท อฏฺฐปิเต ยุชฺชติ, ฐปิเต ปน อติเรกโยชนมฺปิ สุงฺกฆาตํ โหตีติ ตโต ปรํ เทฺว เลฑฺฑุปาตา อุปจาโรติ คเหตพฺโพ. โส ปเนตฺถาปิ ทุวิโธ พาหิรพฺภนฺตรเภทโต. ตตฺถ ทุติยเลฑฺฑุปาตสงฺขาตํ พาหิโรปจารํ สนฺธาย ปาฬิยํ, มหาอฏฺฐกถายญฺจ ทุกฺกฏํ วุตฺตํ. อพฺภนฺตรํ สนฺธาย กุรุนฺทิยนฺติ โน ขนฺติ. ‘‘อตฺร ปวิฏฺฐสฺส สุงฺกํ คณฺหนฺตูติ หิ นิยมิตฏฺฐานํ เอกนฺตโต ปาราชิกเขตฺตํ โหติ, ตญฺจ ปริกฺขิตฺตํ, เอโก เลฑฺฑุปาโต ทุกฺกฏเขตฺตํ, อปริกฺขิตฺตญฺเจ, ทุติโย เลฑฺฑุปาโตติ โน อธิปฺปาโย’’ติ อาจริโย วทติ.

๑๑๔. ธนํ ปน คตฏฺฐาเน วฑฺฒตีติ เอตฺถ ‘‘วฑฺฒิยา สห อวหารกสฺส ภณฺฑเทยฺย’’นฺติ ลิขิตํ. ‘‘ตํ วฑฺฒึ ทสฺสามี’’ติ อคฺคเหสิ, ตตฺถ กมฺมํ อกโรนฺตสฺส วฑฺฒตีติ กตฺวา วุตฺตํ. เกวลํ อาฐปิตเขตฺตสฺส น วฑฺฒติ. ‘‘ยํ ธนํ วฑฺฒิ, ตํ เทนฺตสฺส อวหารกสฺส วฑฺฒิยา อทาเน ปาราชิกํ โหตี’’ติ วทนฺติ.

นาเมนาติ สปฺปนาเมน วา สามิเกน กเตน วา.

๑๑๖. ราชฆรสฺส อนฺโตวตฺถุมฺหิ, ปริกฺขิตฺตราชงฺคณํ วา อนฺโตวตฺถุ. อปริกฺขิตฺเต ราชงฺคเณ ฐิตสฺส สกลนครํ ฐานํ. โคณสฺส ‘‘อปริกฺขิตฺเต ฐิตสฺส อกฺกนฺตฏฺฐานเมว ฐาน’’นฺติ วุตฺตตฺตา ขณฺฑทฺวารนฺติ อตฺตนา ขณฺฑิตจฺฉิทฺทํ. ตตฺเถว ฆาเตตีติ ‘‘ชีวิตินฺทฺริยารมฺมณตฺตา วธกจิตฺตสฺส ปาจิตฺติยํ โหตีติ? น โหติ. กสฺมา? อทินฺนาทานปโยคตฺตา. ตมฺปิ เถยฺยจิตฺตํ สงฺขารารมฺมณํว โหติ. อิธ ตทุภยํ ลภติ สทฺธึ ปุพฺพภาคาปรภาเคหี’’ติ วุตฺตํ.

๑๑๘. ตสฺสุทฺธาเร สพฺเพสํ ปาราชิกนฺติ ยทิ โย อาณตฺโต อวสฺสํ ตํ ภณฺฑํ หรติ, อาณตฺติกฺขเณ เอว ปาราชิกํ. ‘‘อิธ ติณฺณํ กสฺมา ปาราชิกํ, นนุ ‘ตุเมฺห, ภนฺเต, ตโย หรถา’ติ วุตฺตตฺตา ถุลฺลจฺจยํ, อิตเรสญฺจ ปฏิปาฏิยา เอเกกสฺสาณตฺตตฺตา เอเกเกน จ ทุกฺกเฏน ภวิตพฺพํ. กถํ, เอโก กิร มาสคฺฆนกํ ปริสฺสาวนํ เถเนตฺวา เทเสตฺวา นิรุสฺสาโห เอว วา หุตฺวา ปุน มาสคฺฆนกํ สูจึ ตเถว กตฺวา ปุน มาสคฺฆนกนฺติ เอวํ สิยาติ? น เอวํ, ตํ ยถา อุปฺปลเถนโก เยน วตฺถุ ปูรติ ตาว สอุสฺสาหตฺตา ปาราชิโก อาสิ, เอวมิเม สอุสฺสาหาว น เทสยึสุ วา’’ติ ลิขิตํ, ปาฬิยํ, อฏฺฐกถายญฺจ สํวิทหิตฺวา คเตสุ เอกสฺสุทฺธาเร สพฺเพสํ ปาราชิกํ วินา วิย อาณตฺติยา กิญฺจาปิ วุตฺตํ, อถ โข ‘‘ตสฺสายํ อตฺโถ’’ติ วตฺวา ปจฺฉา วุตฺตวินิจฺฉเยสุ จ เอกภณฺฑเอกฏฺฐานาทีสุ จ สมฺพหุลา เอกํ อาณาเปนฺตีติ อาณตฺติเมว นิยเมตฺวา วุตฺตํ, ตสฺมา อาณตฺติ อิจฺฉิตพฺพา วิย, วีมํสิตพฺพํ. ‘‘‘เอกภณฺฑํ เอกฏฺฐาน’นฺติ จ ปาโฐ ‘เอกกุลสฺส ภณฺฑ’นฺติ วจนโต’’ติ วทนฺติ.

๑๑๙-๑๒๐. โอจรเก วุตฺตนเยเนวาติ อวสฺสํหาริเย ภณฺเฑ. ตํ สงฺเกตนฺติ ตสฺส สงฺเกตสฺส. อถ วา ตํ สงฺเกตํ อติกฺกมิตฺวา ปจฺฉา วา. อปตฺวา ปุเร วา. เอส นโย ตํ นิมิตฺตนฺติ เอตฺถาปิ. อกฺขินิขณนาทิกมฺมํ ลหุกํ อิตฺตรกาลํ, ตงฺขเณ เอว ภณฺฑํ อวหริตุํ น สกฺกา, กิญฺจิ ภณฺฑํ ทูรํ โหติ, กิญฺจิ ภาริยํ, ตํ คเหตุํ ยาว คจฺฉติ ยาว อุกฺขิปติ, ตาว นิมิตฺตสฺส ปจฺฉา โหติ. สเจ ตํ ภณฺฑํ อธิคตํ วิย อาสนฺนํ, ลหุกญฺจ, สกฺกา นิมิตฺตกฺขเณ อวหริตุํ, ตเมว สนฺธาย วุตฺตํ กินฺติ? น, ปุพฺเพ วุตฺตมฺปิ ‘‘ตโต ปฏฺฐาย เตเนว นิมิตฺเตน อวหรตี’’ติ วุจฺจติ อารทฺธตฺตา. ยทิ เอวํ ‘‘ปุเรภตฺตปโยโค เอโส’’ติ วาโร ปมาณํ โหติ, น จ ตํ ปมาณํ มหาปทุมตฺเถรวาทสฺส ปจฺฉา วุตฺตตฺตา, น สงฺเกตกมฺมํ วิย นิมิตฺตกมฺมํ ทฏฺฐพฺพํ. ตตฺถ หิ กาลปริจฺเฉโท อตฺถิ, อิธ นตฺถิ, อิทเมว เตสํ นานตฺตํ.

๑๒๑. ตญฺจ อสมฺโมหตฺถนฺติ เอโก ‘‘ปุเรภตฺตาทีสุ วา, อกฺขินิขณนาทีนิ วา ทิสฺวา คณฺหา’’ติ, เอโก คเหตพฺพํ ภณฺฑนิสฺสิตํ กตฺวา ‘‘ปุเรภตฺตํ เอวํ วณฺณสณฺฐานํ ภณฺฑํ คณฺหา’’ติ วทติ, เอวํวิเธสุ อสมฺโมหตฺถํ เอวํวิธํ สงฺเกตํ นิมิตฺตญฺจ ทสฺเสตุนฺติ จ, ยถาธิปฺปายนฺติ ทุติโย ตติยสฺส ตติโย จตุตฺถสฺสาติ เอวํ ปฏิปาฏิยา เจ วทนฺตีติ อตฺโถ. สเจ ทุติโย จตุตฺถสฺส วเทติ, น ยถาธิปฺปาโยติ จ. ‘‘ปฏิคฺคหิตมตฺเตติ อวสฺสํ เจ ปฏิคฺคณฺหาติ, ปุพฺเพว ถุลฺลจฺจย’’นฺติ จ ลิขิตํ. ปฏิคฺคณฺหกานํ ทุกฺกฏํ สพฺพตฺโถกาสาภาวโต น วุตฺตํ. ปาราชิกาปชฺชเนเนตํ ทุกฺกฏํ อาปชฺชิตฺวา อาปชฺชนฺติ กิร. อตฺถสาธกาณตฺติเจตนาขเณ เอว ปาราชิโก โหตีติ อธิปฺปาโย. ตตฺถ มคฺคฏฺฐานิยํ กตรํ, กตรํ ผลฏฺฐานิยนฺติ ‘‘อตฺถสาธกเจตนา นาม มคฺคานนฺตรผลสทิสา’’ติ วุตฺตตฺตา ผลฏฺฐานิยา เจตนาติ สิทฺธํ. อาณตฺติ เจ มคฺคฏฺฐานิยา สิยา, เจตนาสหชตฺตา น สมฺภวติ, ตถา ภณฺฑสฺส อวสฺสํหาริตา จ น สมฺภวติ. อาณตฺติกฺขเณ เอว หิ ตํ อวสฺสํหาริตํ ชาตนฺติ อวหารกสฺส ปฏิคฺคณฺหญฺเจ, ตมฺปิ น สมฺภวติ อนาคตตฺตา. เจตนา เจ มคฺคฏฺฐานิยา โหติ, อาณตฺติอาทีสุ อญฺญตรํ, ภณฺฑสฺส อวสฺสํหาริตา เอว วา ผลฏฺฐานิยา เจ, อตฺโถ น สมฺภวติ. ปาราชิกาปตฺติ เอว หิ ผลฏฺฐานิยา ภวิตุมรหติ, น อญฺญนฺติ เอวํ ตาว อิธ โอปมฺมสํสนฺทนํ สมฺภวติ เจตนา มคฺคฏฺฐานิยา, ตสฺสา ปาราชิกาปตฺติภาโว ผลฏฺฐานิโย. ยถา กึ? ยถา ปฏิสมฺภิทามคฺเค ‘‘สทฺธาย ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา. สทฺธาย สทฺทตฺเถ ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทา’’ติ เอตฺถ อญฺโญ สทฺโธ, อญฺโญ สทฺธาย สทฺทตฺโถติ สิทฺธํ, ยถา จ ‘‘เอโก อโมหสงฺขาโต ธมฺโม สมฺปยุตฺตกานํ ธมฺมานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย อธิปติสหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยอินฺทฺริยมคฺคสมฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ เอตฺถ อโมโห ธมฺโม อญฺโญ, อญฺเญ ตสฺส เหตุปจฺจยตาทโยติ สิทฺธํ. ยถา จ วินยปิฏเก ยานิ ฉ อาปตฺติสมุฏฺฐานานิ, เอวํ ยถาสมฺภวํ ‘‘สตฺต อาปตฺติกฺขนฺธา’’ติ วุจฺจนฺติ, เตสํ อญฺญา อาปตฺติสมุฏฺฐานตา, อญฺโญ อาปตฺติกฺขนฺธภาโวติ สิทฺธํ. อิมินา อาปตฺติกฺขนฺธนเยน อาปตฺตาธิกรณสฺส กติ ฐานานีติ? สตฺต อาปตฺติกฺขนฺธา ฐานานีติ. กติ วตฺถูนีติ? สตฺต อาปตฺติกฺขนฺธา วตฺถูนีติ. กติ ภูมิโยติ? สตฺต อาปตฺติกฺขนฺธา ภูมิโยติ เอวมาทโยปิ ทสฺเสตพฺพา. ตถา หิ ตสฺสา เอวํ มคฺคฏฺฐานิยาย อตฺถสาธิกาย เจตนาย ยสฺมา อญฺญา ปาราชิกาปตฺติตา อนตฺถนฺตรภูตา อาการวิเสสสงฺขาตา ผลฏฺฐานิยา อตฺถิ, ตสฺมา ‘‘อตฺถสาธกเจตนา นาม มคฺคานนฺตรผลสทิสา’’ติ วุตฺตาติ เวทิตพฺพํ. อถ วา เกวลํ ธมฺมนิยามตฺตํเยว อุปมตฺเตน อาจริเยน เอวํ วุตฺตนฺติปิ สมฺภวตีติ น ตตฺถ โอปมฺมสํสนฺทนํ ปริเยสิตพฺพํ, ‘‘อิทํ สพฺพํ เกวลํ ตกฺกวเสน วุตฺตตฺตา วิจาเรตฺวา คเหตพฺพ’’นฺติ อาจริโย.

ภูมฏฺฐกถาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อาปตฺติเภทวณฺณนา

๑๒๒. ‘‘วิภงฺคนยทสฺสนโต’’ติ วุตฺตตฺตา ตํ สมฺปาเทตุํ ‘‘อิทานิ ตตฺถ ตตฺถา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ องฺควตฺถุเภเทน จาติ อวหารงฺคชานนเภเทน วตฺถุสฺส หริตพฺพภณฺฑสฺส ครุกลหุกภาวเภเทนาติ อตฺโถ. อถ วา องฺคญฺจ วตฺถุเภเทน อาปตฺติเภทญฺจ ทสฺเสนฺโตติ อตฺโถ. อติเรกมาสโก อูนปญฺจมาสโกติ เอตฺถ วา-สทฺโท น วุตฺโต, ตีหิปิ เอโก เอว ปริจฺเฉโท วุตฺโตติ. อนชฺฌาวุฏฺฐกํ นาม อรญฺญปาลกาทินา น เกนจิ มมายิตํ. ฉฑฺฑิตํ นาม อนตฺถิกภาเวน อติเรกมตฺตาทินา สามิเกน ฉฑฺฑิตํ. นฏฺฐํ ปริเยสิตฺวา ฉินฺนาลยตฺตา ฉินฺนมูลกํ. อสฺสามิกวตฺถูติ อจฺฉินฺนมูลกมฺปิ ยสฺส สามิโก โกจิ โน โหติ, นิรเปกฺขา วา ปริจฺจชนฺติ, ยํ วา ปริจฺจตฺตํ เทวตาทีนํ, อิทํ สพฺพํ อสฺสามิกวตฺถุ นาม. เทวตาทีนํ วา พุทฺธธมฺมานํ วา ปริจฺจตฺตํ ปเรหิ เจ อารกฺขเกหิ ปริคฺคหิตํ, ปรปริคฺคหิตเมว. ตถารูเป หิ อทินฺนาทาเน ราชาโน โจรํ คเหตฺวา หนนาทิกํ กเรยฺยุํ, อนารกฺขเก ปน อาวาเส, อภิกฺขุเก อนารามิกาทิเก จ ยํ พุทฺธธมฺมสฺส สนฺตกํ, ตํ ‘‘อาคตาคเตหิ ภิกฺขูหิ รกฺขิตพฺพํ โคเปตพฺพํ มมายิตพฺพ’’นฺติ วจนโต อภิกฺขุกาวาสสงฺฆสนฺตกํ วิย ปรปริคฺคหิตสงฺขฺยเมว คจฺฉตีติ ฉายา ทิสฺสติ. อิสฺสโร หิ โย โกจิ ภิกฺขุ ตาทิเส ปริกฺขาเร โจเรหิปิ คยฺหมาเน วาเรตุํ ปฏิพโล เจ, พลกฺกาเรน อจฺฉินฺทิตฺวา ยถาฐาเน ฐเปตุนฺติ. อปริคฺคหิเต ปรสนฺตกสญฺญิสฺส ฉสุ อากาเรสุ วิชฺชมาเนสุปิ อนาปตฺติ วิย ทิสฺสติ, ‘‘ยํ ปรปริคฺคหิตญฺจ โหตี’’ติ องฺคภาโว กิญฺจาปิ ทิสฺสติ, ปรสนฺตเก ตถา ปฏิปนฺนเก สนฺธาย วุตฺตนฺติ คเหตพฺพํ. อตฺตโน สนฺตกํ โจเรหิ หฏํ, โจรปริคฺคหิตตฺตา ปรปริคฺคหิตํ โหติ, ตสฺมา ปโร เจตํ เถยฺยจิตฺโต คณฺหติ, ปาราชิกํ. สามิโก เอว เจ คณฺหติ, น ปาราชิกํ, ยสฺมา โจเทตฺวา, อจฺฉินฺทิตฺวา จ โส ‘‘มม สนฺตกํ คณฺหามี’’ติ คเหตุํ ลภติ. ปฐมํ ธุรํ นิกฺขิปิตฺวา เจ ปจฺฉา เถยฺยจิตฺโต คณฺหติ, เอส นโย. สามิเกน ธุรํ นิกฺขิตฺตกาเล โส เจ โจโร กาลํ กโรติ, อญฺโญ เถยฺยจิตฺเตน คณฺหติ, น ปาราชิโก. อนิกฺขิตฺตกาเล เอว เจ กาลํ กโรติ, ตํ เถยฺยจิตฺเตน คณฺหนฺตสฺส ภิกฺขุโน ปาราชิกํ มูลภิกฺขุสฺส สนฺตกภาเว ฐิตตฺตา. โจรภิกฺขุมฺหิ มเต ‘‘มตกปริกฺขาร’’นฺติ สงฺโฆ วิภชิตฺวา เจ ตํ คณฺหติ, มูลสามิโก ‘‘มม สนฺตกมิท’’นฺติ คเหตุํ ลภติ.

เอตฺถาห – ภูมฏฺฐาทินิมิตฺตกมฺมปริโยสานา เอว อวหารเภทา, อุทาหุ อญฺเญปิ สนฺตีติ. กิญฺเจตฺถ ยทิ อญฺเญปิ สนฺติ, เตปิ วตฺตพฺพา. น หิ ภควา สาวเสสํ ปาราชิกํ ปญฺญเปติ. โน เจ สนฺติ, เย อิเม ตุลากูฏกํสกูฏมานกูฏอุกฺโกฏนวญฺจนนิกติสาจิโยควิปราโมสอาโลปสาหสาการา จ สุตฺตงฺเคสุ สนฺทิสฺสมานา, เต อิธ อาคเตสุ เอตฺถ สโมธานํ คจฺฉนฺตีติ จ ลกฺขณโต วา เตสํ สโมธานคตภาโว วตฺตพฺโพติ? วุจฺจเต – ลกฺขณโต สิทฺโธว. กถํ? ‘‘ปญฺจหิ อากาเรหี’’ติอาทินา นเยน องฺควตฺถุเภเทน. อาปตฺติเภโท หิ ปาฬิยํ (ปารา. ๑๒๘-๑๓๐) วุตฺโต เอว, อฏฺฐกถายญฺจ ‘‘กูฏมานกูฏกหาปณาทีหิ วา วญฺเจตฺวา คณฺหติ, ตสฺเสวํ คณฺหโต อวหาโร เถยฺยาวหาโร’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๓๘; กงฺขา. อฏฺฐ. ทุติยปาราชิกวณฺณนา) อาคตตฺตา ตุลากูฏคหณาทโย เถยฺยาวหาเร สโมธานํ คตาติ สิทฺธํ. วิปราโมสอาโลปสาหสาการา จ อฏฺฐกถายาคเต ปสยฺหาวหาเร สโมธานํ คจฺฉนฺติ. อิมํเยว วา ปสยฺหาวหารํ ทสฺเสตุํ ‘‘คามฏฺฐํ อรญฺญฏฺฐ’’นฺติ มาติกํ นิกฺขิปิตฺวา ‘‘คามฏฺฐํ นาม ภณฺฑํ จตูหิ ฐาเนหิ นิกฺขิตฺตํ โหตี’’ติอาทินา นเยน วิภาโค วุตฺโต. เตเนทํ วุตฺตํ โหติ – คหณาการเภทสนฺทสฺสนตฺถํ วิสุํ กตํ. น หิ ภูมิตลาทีหิ คามารญฺญฏฺฐํ ยํ กิญฺจีติ. ตตฺถ ยํ ตุลากูฏํ, ตํ รูปกูฏงฺคคหณปฏิจฺฉนฺนกูฏวเสน จตุพฺพิธมฺปิ เวหาสฏฺเฐ สโมธานํ คจฺฉติ. หทยเภทสิขาเภทรชฺชุเภทวเสน ติวิเธ มานกูเฏ ‘‘สฺวายํ หทยเภโท มริยาทํ ฉินฺทตี’’ติ เอตฺถ สโมธานํ คจฺฉติ. หทยเภโท หิ สปฺปิเตลาทิมินนกาเล ลพฺภติ. ‘‘ผนฺทาเปติ อตฺตโน ภาชนคตํ กโรตี’’ติ เอตฺถ สิขาเภโทปิ ลพฺภติ. โส ‘‘ติลตณฺฑุลาทิมินนกาเล ลพฺภตี’’ติ วุตฺตํ. เขตฺตมินนกาเล รชฺชุเภโท สโมธานํ คจฺฉติ. ‘‘ธมฺมํ จรนฺโต สามิกํ ปราเชตี’’ติ เอตฺถ อุกฺโกฏนํ สโมธานํ คจฺฉตีติ เต จ ตถา วญฺจนนิกติโยปิ.

อาปตฺติเภทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อนาปตฺติเภทวณฺณนา

๑๓๑. น จ คหิเต อตฺตมโน โหติ, ตสฺส สนฺตกํ วิสฺสาสคาเหน คหิตมฺปิ ปุน ทาตพฺพนฺติ อิทํ ‘‘เตน โข ปน สมเยน เทฺว ภิกฺขู สหายกา โหนฺติ. เอโก คามํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ…เป… อนาปตฺติ, ภิกฺขุ, วิสฺสาสคฺคาเห’’ติ (ปารา. ๑๔๖) อิมินา อสเมนฺตํ วิย ทิสฺสติ. เอตฺถ หิ ‘‘โส ชานิตฺวา ตํ โจเทสิ อสฺสมโณสิ ตฺว’’นฺติ วจเนน อนตฺตมนตา ทีปิตา. ปุน ‘‘อนาปตฺติ, ภิกฺขุ, วิสฺสาสคฺคาเห’’ติ วจเนน อตฺตมนตายปิ สติ วิสฺสาสคฺคาโห รุหตีติ ทีปิตนฺติ เจ? ตํ น, อญฺญถา คเหตพฺพตฺถโต. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – ปาราชิกาปตฺติยา อนาปตฺติ วิสฺสาสสญฺญาย คาเห สติ, โสปิ ภิกฺขุ สหายกตฺตา น กุทฺโธ โจเทสิ, ปิโย เอว สมาโน ‘‘กจฺจิ อสฺสมโณสิ ตฺวํ, คจฺฉ, วินิจฺฉยํ กตฺวา สุทฺธนฺเต ติฏฺฐาหี’’ติ โจเทสิ. สเจปิ โส กุทฺโธ เอว โจเทยฺย, ‘‘อนาปตฺตี’’ติ อิทํ เกวลํ ปาราชิกาภาวํ ทีเปติ, น วิสฺสาสคฺคาหสิทฺธํ. โย ปน ปริสมชฺเฌ ลชฺชาย อธิวาเสติ, น กิญฺจิ วทตีติ อตฺโถ. ‘‘ปุนวตฺตุกามตาธิปฺปาเย ปน โสปิ ปจฺจาหราเปตุํ ลภตี’’ติ วุตฺตํ. สเจ โจโร ปสยฺห คเหตุกาโมปิ ‘‘อธิวาเสถ, ภนฺเต, อิธ เม จีวรานี’’ติ วตฺวา จีวรานิ เถเรน ทินฺนานิ, อทินฺนานิ วา สยํ คเหตฺวา คจฺฉติ, เถโร ปุน ปกฺขํ ลภิตฺวา โจเทตุํ ลภติ, ปุพฺเพ อธิวาสนา อธิวาสนสงฺขฺยํ น คจฺฉติ ภเยน ตุณฺหีภูตตฺตา, ‘‘ยํ จีวรํ อิธ สามิโก ปจฺจาหราเปตุํ ลภตี’’ติ วุตฺตํ. สามิกสฺส ปากติกํ กาตพฺพํ, ‘‘อิทํ กิร วตฺต’’นฺติ วุตฺตํ. สเจ สงฺฆสฺส สนฺตกํ เกนจิ ภิกฺขุนา คหิตํ, ตสฺส เตน สงฺฆสฺส วา ธมฺมสฺส วา อุปการิตา อตฺถิ, คหิตปฺปมาณํ อปโลเกตฺวา ทาตพฺพํ. ‘‘โส เตน ยถาคหิตํ ปากติกํ กตฺวา อนโณ โหติ, คิลานาทีนมฺปิ เอเสว นโย’’ติ วุตฺตํ.

ปทภาชนียวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปกิณฺณกกถาวณฺณนา

สาหตฺถิกาณตฺติกนฺติ เอกภณฺฑํ เอว. ‘‘ภาริยญฺหิทํ ตฺวมฺปิ เอกปสฺสํ คณฺห, อหมฺปิ เอกปสฺสํ คณฺหามีติ สํวิทหิตฺวา อุภเยสํ ปโยเคน ฐานาจาวเน กเต กายวาจาจิตฺเตหิ โหติ. อญฺญถา ‘สาหตฺถิกํ วา อาณตฺติกสฺส องฺคํ น โหติ, อาณตฺติกํ วา สาหตฺถิกสฺสา’ติ อิมินา วิรุชฺฌตี’’ติ ลิขิตํ. ธมฺมสิริตฺเถโร ปน ‘‘น เกวลํ ภาริเย เอว วตฺถุมฺหิ อยํ นโย ลพฺภติ, ปญฺจมาสกมตฺตมฺปิ เทฺว เจ ชนา สํวิทหิตฺวา คณฺหนฺติ, ทฺวินฺนมฺปิ ปาเฏกฺกํ, สาหตฺถิกํ นาม ตํ กมฺมํ, สาหตฺถิกปโยคตฺตา เอกสฺมึเยว ภณฺเฑ, ตสฺมา ‘สาหตฺถิกํ อาณตฺติกสฺส องฺคํ น โหตี’ติ วจนมิมํ นยํ น ปฏิพาหติ. ‘สาหตฺถิกวตฺถุองฺคนฺติ สาหตฺถิกสฺส วตฺถุสฺส องฺคํ น โหตี’ติ ตตฺถ วุตฺตํ. อิธ ปน ปโยคํ สนฺธาย วุตฺตตฺตา ยุชฺชตี’’ติ อาห กิร, ตํ อยุตฺตํ กายวจีกมฺมนฺติ วจนาภาวา, ตสฺมา สาหตฺถิกาณตฺติเกสุ ปโยเคสุ อญฺญตเรน วายมาปตฺติ สมุฏฺฐาติ, ตถาปิ ตุริตตุริตา หุตฺวา วิโลปนาทีสุ คหณคาหาปนวเสเนตํ วุตฺตํ. ยถา กาเลน อตฺตโน กาเลน ปรสฺส ธมฺมํ อารพฺภ สีฆํ สีฆํ อุปฺปตฺตึ สนฺธาย ‘‘อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมณา ธมฺมา’’ติ (ธ. ส. ติกมาติกา ๒๑) วุตฺตา, เอวํสมฺปทมิทนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

ตตฺถปิ เย อนุตฺตราทโย เอกนฺตพหิทฺธารมฺมณา วิญฺญาณญฺจายตนาทโย เอกนฺตอชฺฌตฺตารมฺมณา, อิตเร อนิยตารมฺมณตฺตา ‘‘อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมณา’’ติ วุจฺจนฺติ, น เอกกฺขเณ อุภยารมฺมณตฺตา. อยํ ปน อาปตฺติ ยถาวุตฺตนเยน สาหตฺถิกา อาณตฺติกาปิ โหติเยว, ตสฺมา อนิทสฺสนเมตนฺติ อยุตฺตํ. ‘‘ยถา อนิยตารมฺมณตฺตา ‘อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมณา’ติ วุตฺตา, ตถา อนิยตปโยคตฺตา อยมฺปิ อาปตฺติ ‘สาหตฺถิกาณตฺติกา’ติ วุตฺตาติ นิทสฺสนเมเวต’’นฺติ เอกจฺเจ อาจริยา อาหุ. ‘‘อิเม ปนาจริยา อุภินฺนํ เอกโต อารมฺมณกรณํ นตฺถิ. อตฺถิ เจ, ‘อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา’ติอาทินา (ปฏฺฐา. ๒.๒๑.๑ อชฺฌตฺตารมฺมณติก) ปฏฺฐานปาเฐน ภวิตพฺพนฺติ สญฺญาย อาหํสุ, เตสํ มเตน ‘สิยา อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมณา’ติ วจนํ นิรตฺถกํ สิยา, น จ นิรตฺถกํ, ตสฺมา อตฺเถว เอกโต อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมโณ ธมฺโม. ปุน ‘อยํ โส’ติ นิยเมน อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมณา ธมฺมา วิย นิทฺทิสิตพฺพาภาวโต น อุทฺธโฏ สิยา. ตตฺถ อนุทฺธฏตฺตา เอว ธมฺมสงฺคหฏฺฐกถายํ อุภินฺนมฺปิ อชฺฌตฺตพหิทฺธาธมฺมานํ เอกโต อารมฺมณกรณธมฺมวเสน ‘อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมณา’ติ อวตฺวา ‘กาเลน อชฺฌตฺตพหิทฺธา ปวตฺติยํ อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมณ’นฺติ วุตฺตํ, ตสฺมา คณฺฐิปเท วุตฺตนโยว สาโรติ โน ตกฺโก’’ติ อาจริโย. ตตฺถ ‘‘กายวจีกมฺม’’นฺติ อวจนํ ปนสฺส สาหตฺถิกปโยคตฺตา เอกปโยคสฺส อเนกกมฺมตฺตาว, ยทิ ภเวยฺย, มโนกมฺมมฺปิ วตฺตพฺพํ ภเวยฺย, ยถา ตตฺถ มโนกมฺมํ วิชฺชมานมฺปิ อพฺโพหาริกํ ชาตํ, เอวํ ตสฺมึ สาหตฺถิกาณตฺติเก วจีกมฺมํ อพฺโพหาริกนฺติ เวทิตพฺพํ, ตํ ปน เกวลํ กายกมฺมสฺส อุปนิสฺสยํ ชาตํ, จิตฺตํ วิย ตตฺถ องฺคเมว ชาตํ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘สาหตฺถิกปโยคตฺตา’’ติ, ‘‘องฺคภาวมตฺตเมว หิ สนฺธาย ‘สาหตฺถิกาณตฺติก’นฺติ วุตฺตนฺติ โน ตกฺโก’’ติ จ, วิจาเรตฺวา คเหตพฺพํ.

กายวาจา สมุฏฺฐานา, ยสฺสา อาปตฺติยา สิยุํ;

ตตฺถ กมฺมํ น ตํ จิตฺตํ, กมฺมํ นสฺสติ ขียติ.

กิริยากิริยาทิกํ ยญฺจ, กมฺมากมฺมาทิกํ ภเว;

น ยุตฺตํ ตํ วิรุทฺธตฺตา, กมฺมเมกํว ยุชฺชติ.

วินีตวตฺถุวณฺณนา

๑๓๒. อนาปตฺติ, ภิกฺขุ, จิตฺตุปฺปาเทติ เอตฺถ เกวลํ จิตฺตํ, ตสฺเสว อุปฺปาเทตพฺพาปตฺตีหิ อนาปตฺตีติ อตฺโถ. เอตฺถาห – อุปนิกฺขิตฺตสาทิยนาทีสุ, สพฺเพสุ จ อกิริยสิกฺขาปเทสุ น กายงฺคโจปนํ วา วาจงฺคโจปนํ วา, อปิจาปตฺติ, กสฺมา อิมสฺมึเยว สิกฺขาปเท อนาปตฺติ, น สพฺพาปตฺตีหีติ? น, กสฺมา.

กตฺตพฺพา สาธิกํ สิกฺขา, วิญฺญตฺตึ กายวาจิกํ;

อกตฺวา กายวาจาหิ, อวิญฺญตฺตีหิ ตํ ผุเส.

น เลสภาวตฺตา. สปฺปาเย อารมฺมเณ อฏฺฐตฺวา ปฏิลทฺธาเสวนํ หุตฺวา ตโต ปรํ สุฏฺฐุ ธาวตีติ สนฺธาวติ. ตโต อภิชฺฌาย สหคตํ, พฺยาปาทสหคตํ วา หุตฺวา วิเสสโต ธาวตีติ วิธาวติ.

๑๓๗. วณํ กตฺวา คเหตุนฺติ เอตฺถ กิญฺจาปิ อิมินา สิกฺขาปเทน อนาปตฺติ, อิตฺถิรูปสฺส นาม ยตฺถ อามสนฺตสฺส ทุกฺกฏนฺติ เกจิ. ‘‘กายปฏิพทฺธคฺคหณํ ยุตฺตํ, ตํ สนฺธาย วฏฺฏตีติ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ. อุภยํ วิจาเรตฺวา คเหตพฺพํ.

กุสสงฺกามนวตฺถุกถาวณฺณนา

๑๓๘. มหาปจฺจริยาทีสุ ยํ วุตฺตํ ‘‘ปทุทฺธาเรเนว กาเรตพฺโพ’’ติ, ตํ สุวุตฺตํ. กินฺตุ ตสฺส ปริกปฺปาวหารกมตฺตํ น ทิสฺสตีติ ทสฺสนตฺถํ อิทํ วุตฺตํ. อุทฺธาเร วายํ อาปนฺโน, ตสฺมา ทิสฺวา คจฺฉนฺโต ‘‘ปทุทฺธาเรเนว กาเรตพฺโพ’’ติ อิทํ ตตฺถ ทุวุตฺตนฺติ วุตฺตํ โหติ. กถํ? ‘‘สาฏกตฺถิโก สาฏกปสิพฺพกเมว คเหตฺวา พหิ นิกฺขมิตฺวา สาฏกภาวํ ญตฺวา ‘ปจฺฉา คณฺหิสฺสามี’ติ เอวํ ปริกปฺเปตฺวา คณฺหติ, น อุทฺธาเร เอวาปชฺชติ. ยทา พหิ ฐตฺวา ‘สาฏโก อย’นฺติ ทิสฺวา คจฺฉติ, ตทา ปทุทฺธาเรเนว กาเรตพฺโพ’’ติ น วุตฺตเมตํ, กินฺตุ กิญฺจาปิ ปริกปฺโป ทิสฺสติ, ปุพฺพภาเค อวหารกฺขเณ น ทิสฺสตีติ น โส ปริกปฺปาวหาโร, อยมตฺโถ มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺโตว, ตสฺมา ‘‘ญายเมวา’’ติ วทนฺติ. กมฺมนฺตสาลา นาม กสฺสกานํ วนจฺเฉทกานํ เคหานิ. อยํ ตาวาติ สเจ อุปจารสีมนฺติอาทิ ยาว เถรวาโท มหาอฏฺฐกถานโย, ตตฺถ เกจิ ปนาติอาทิ น คเหตพฺพํ เถรวาทตฺตา ยุตฺติอภาวโต, น หิ สาหตฺถิเก เอวํวิธา อตฺถสาธกเจตนา โหติ. อาณตฺติเก เอว อตฺถสาธกเจตนา. ‘‘เสสํ มหาปจฺจริยํ วุตฺเตนตฺเถน สเมตี’’ติ วุตฺตํ.

กุสสงฺกามนกรเณ สเจ ปโร ‘‘นายํ มม สนฺตโก’’ติ ชานาติ, อิตรสฺส หตฺถโต มุตฺตมตฺเต ปาราชิกาปตฺติ ขีลสงฺกามเน วิย. ‘‘อตฺตโน สนฺตกํ สเจ ชานาติ, น โหตี’’ติ วทนฺติ. เอวํ สนฺเต ปญฺจกานิ สงฺกรานิ โหนฺตีติ อุปปริกฺขิตพฺพํ.

๑๔๐. ปรานุทฺทยตายาติ เอตฺถ ปรานุทฺทยตาย โกฏิปฺปตฺเตน ภควตา กสฺมา ‘‘อนาปตฺติ เปตปริคฺคเห ติรจฺฉานคตปริคฺคเห’’ติ (ปารา. ๑๓๑) วุตฺตนฺติ เจ? ปรานุทฺทยตาย เอว. ยสฺส หิ ปริกฺขารสฺส อาทาเน ราชาโน โจรํ คเหตฺวา น หนนาทีนิ กเรยฺยุํ, ตสฺมิมฺปิ นาม สมโณ โคตโม ปาราชิกํ ปญฺญเปตฺวา ภิกฺขุํ อภิกฺขุํ กโรตีติ มหาชโน ภควติ ปสาทญฺญถตฺตํ อาปชฺชิตฺวา อปายุปโค โหติ. อเปตปริคฺคหิตา รุกฺขาที จ ทุลฺลภา, น จ สกฺกา ญาตุนฺติ รุกฺขาทีหิ ปาปภีรุโก อุปาสกชโน ปฏิมาฆรเจติยโพธิฆรวิหาราทีนิ อกตฺวา มหโต ปุญฺญกฺขนฺธโต ปริหาเยยฺย. ‘‘รุกฺขมูลเสนาสนํ ปํสุกูลจีวรํ นิสฺสาย ปพฺพชฺชา’’ติ (มหาว. ๑๒๘) วุตฺตนิสฺสยา จ อนิสฺสยา โหนฺติ. ปรปริคฺคหิตสญฺญิโน หิ ภิกฺขู รุกฺขมูลปํสุกูลานิ น สาทิยิสฺสนฺตีติ, ปพฺพชฺชา จ น สมฺภเวยฺยุํ, สปฺปทฏฺฐกาเล ฉาริกตฺถาย รุกฺขํ อคฺคเหตฺวา มรณํ วา นิคจฺเฉยฺยุํ, อจฺฉินฺนจีวราทิกาเล สาขาภงฺคาทึ อคฺคเหตฺวา นคฺคา หุตฺวา ติตฺถิยลทฺธิเมว สุลทฺธิ วิย ทีเปนฺตา วิจเรยฺยุํ, ตโต ติตฺถิเยเสฺวว โลโก ปสีทิตฺวา ทิฏฺฐิคฺคหณํ ปตฺวา สํสารขาณุโก ภเวยฺย, ตสฺมา ภควา ปรานุทฺทยตาย เอว ‘‘อนาปตฺติ เปตปริคฺคเห’’ติอาทิมาหาติ เวทิตพฺพํ.

๑๔๑. อปรมฺปิ ภาคํ เทหีติ ‘‘คหิตํ วิญฺญตฺติสทิสตฺตา เนว ภณฺฑเทยฺยํ น ปาราชิก’’นฺติ ลิขิตํ, อิทํ ปกติชเน ยุชฺชติ. ‘‘สเจ ปน สามิโก วา เตน อาณตฺโต วา ‘อปรสฺส สหายภิกฺขุสฺส ภาคํ เอส คณฺหาติ ยาจติ วา’ติ ยํ อปรภาคํ เทติ, ตํ ภณฺฑเทยฺย’’นฺติ วทนฺติ.

๑๔๘-๙. ขาทนฺตสฺส ภณฺฑเทยฺยนฺติ โจรสฺส วา สามิกสฺส วา สมฺปตฺตสฺส ทินฺนํ สุทินฺนเมว กิร. อวิเสเสนาติ ‘‘อุสฺสาหคตานํ วา’’ติ อวตฺวา วุตฺตํ, น หิ กติปยานํ อนุสฺสาหตาย สงฺฆิกมสงฺฆิกํ โหติ. มหาอฏฺฐกถายมฺปิ ‘‘ยทิ สอุสฺสาหาว คจฺฉนฺติ, เถยฺยจิตฺเตน ปริภุญฺชโต อวหาโร โหตี’’ติ วุตฺตตฺตา ตทุภยเมกํ. ฉฑฺฑิตวิหาเร อุปจารสีมาย ปมาณํ ชานิตุํ น สกฺกา, อยํ ปน ภิกฺขุ อุปจารสีมาย พหิ ฐตฺวา ฆณฺฏิปหรณาทึ กตฺวา ปริภุญฺชติ ขาทติ, เตน เอวํ ขาทิตํ สุขาทิตนฺติ อตฺโถ. ‘‘อิตรวิหาเร ตตฺถ ทิตฺตวิธินาว ปฏิปชฺชิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘สุขาทิตํ อนฺโตวิหารตฺตา’’ติ ลิขิตํ, อาคตานาคตานํ สนฺตกตฺตาติ ‘‘จาตุทฺทิสสฺส สงฺฆสฺส เทมี’’ติ ทินฺนตฺตา วุตฺตํ. เอวํ อวตฺวา ‘‘สงฺฆสฺส เทมี’’ติ ทินฺนมฺปิ ตาทิสเมว. ตถา หิ พหิ ฐิโต ลาภํ น ลภติ ภควโต วจเนนาติ เวทิตพฺพํ.

๑๕๓. ‘‘มตสูกโร’’ติ วจนโต ตเมว ชีวนฺตํ ภณฺฑเทยฺยนฺติ กตฺวา ทาตุํ น ลภติ. วชฺฌํ วฏฺฏตีติ ทีปิตํ โหติ. มทฺทนฺโต คจฺฉติ, ภณฺฑเทยฺยนฺติ เอตฺถ กิตฺตกํ ภณฺฑเทยฺยํ, น หิ สกฺกา ‘‘เอตฺตกา สูกรา มทฺทิตฺวา คตา คมิสฺสนฺตี’’ติ ชานิตุนฺติ? ยตฺตเก สามิกานํ ทินฺเน เต ‘‘ทินฺนํ มม ภณฺฑ’’นฺติ ตุสฺสนฺติ, ตตฺตกํ ทาตพฺพํ. โน เจ ตุสฺสนฺติ, อติกฺกนฺตสูกรมูลํ ทตฺวา กึ โอปาโต ขณิตฺวา ทาตพฺโพติ? น ทาตพฺโพ. อถ กึ โจทิยมานสฺส อุภินฺนํ ธุรนิกฺเขเปน ปาราชิกํ โหตีติ? น โหติ, เกวลํ กปฺปิยปริกฺขารํ ทตฺวา โตเสตพฺโพว สามิโก, เอเสว นโย อญฺเญสุปิ เอวรูเปสูติ โน ตกฺโกติ อาจริโย. ‘‘ตทเหว วา ทุติยทิวเส วา มทฺทนฺโต คจฺฉตี’’ติ วุตฺตํ. คุมฺเพ ขิปติ, ภณฺฑเทยฺยเมวาติ อวสฺสํ ปวิสนเก สนฺธาย วุตฺตํ. เอตฺถ เอกสฺมึ วิหาเร ปรจกฺกาทิภยํ อาคตํ. มูลวตฺถุจฺเฉทนฺติ ‘‘สพฺพเสนาสนํ เอเต อิสฺสรา’’ติ วจนโต อิตเร อนิสฺสราติ ทีปิตํ โหติ.

๑๕๖. อารามรกฺขกาติ วิสฺสฏฺฐวเสน คเหตพฺพํ. อธิปฺปายํ ญตฺวาติ เอตฺถ ยสฺส ทานํ ปฏิคฺคณฺหนฺตํ ภิกฺขุํ, ภาคํ วา สามิกา น รกฺขนฺติ น ทณฺเฑนฺติ, ตสฺส ทานํ อปฺปฏิจฺฉาเทตฺวา คเหตุํ วฏฺฏตีติ อิธ สนฺนิฏฺฐานํ. ตมฺปิ ‘‘น วฏฺฏติ สงฺฆิเก’’ติ วุตฺตํ. อยเมว ภิกฺขุ อิสฺสโรติ ยตฺถ โส อิจฺฉติ, ตตฺถ อตฺตญาตเหตุํ ลภติ กิร อตฺโถ. อปิจ ‘‘ทหโร’’ติ วทนฺติ. สวตฺถุกนฺติ สห ภูมิยาติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘ครุภณฺฑํ โหตี’’ติ วตฺวา ‘‘ติณมตฺตํ ปน น ทาตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ, ตํ กินฺตุ ครุภณฺฑนฺติ เจ, อรกฺขิยอโคปิยฏฺฐาเน, วินสฺสนกภาเว จ ฐิตํ สนฺธาย วุตฺตํ. กปฺปิเยปิ จาติ วตฺวา, อวตฺวา วา คหณยุตฺเต มาตาทิสนฺตเกปิ เถยฺยจิตฺตุปฺปาเทน. อิทํ ปน สิกฺขาปทํ ‘‘ราชาปิเมสํ อภิปฺปสนฺโน’’ติ (ปารา. ๘๖) วจนโต ลาภคฺคมหตฺตํ, เวปุลฺลมหตฺตญฺจ ปตฺตกาเล ปญฺญตฺตนฺติ สิทฺธํ.

ทุติยปาราชิกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.