๓. ตติยปาราชิกํ
ปฐมปญฺญตฺตินิทานวณฺณนา
๑๖๒. ตีหิ สุทฺเธนาติ เอตฺถ ตีหีติ นิสฺสกฺกวจนํ วา โหติ, กรณวจนํ วา. นิสฺสกฺกปกฺเข กายวจีมโนทฺวาเรหิ สุทฺเธน. ตถา ทุจฺจริตมเลหิ วิสเมหิ ปปญฺเจหีติอาทินา นเยน สพฺพกิเลสตฺติเกหิ โพธิมณฺเฑ เอว สุทฺเธนาติ โยเชตพฺพํ. กรณปกฺเข ตีหีติ กายวจีมโนทฺวาเรหิ สุทฺเธน. ตถา ตีหิ สุจริเตหิ, ตีหิ วิโมกฺเขหิ, ตีหิ ภาวนาหิ, ตีหิ สีลสมาธิปญฺญาหิ สุทฺเธนาติ สพฺพคุณตฺติเกหิ โยเชตพฺพํ. วิภาวิตนฺติ เทสนาย วิตฺถาริตํ, วิภูตํ วา กตํ วิหิตํ, ปญฺญตฺตํ วา โหติ. สํวณฺณนาติ วตฺตมานสมีเป วตฺตมานวจนํ.
น เกวลํ ราชคหเมว, อิทมฺปิ นครํ. สปริจฺเฉทนฺติ สปริยนฺตนฺติ อตฺโถ. สปริกฺเขปนฺติ เอเก. ‘‘หํสวฏฺฏกจฺฉทเนนาติ หํสปริกฺเขปสณฺฐาเนนา’’ติ ลิขิตํ. กายวิจฺฉินฺทนิยกถนฺติ อตฺตโน อตฺตภาเว, ปรสฺส วา อตฺตภาเว ฉนฺทราคปฺปหานกรํ วิจฺฉินฺทนกรํ ธมฺมกถํ กเถติ. อสุภา เจว สุภาการวิรหิตตฺตา. อสุจิโน จ โทสนิสฺสนฺทนปภวตฺตา. ปฏิกูลา จ ชิคุจฺฉนียตฺตา ปิตฺตเสมฺหาทีสุ อาสยโต. อสุภาย วณฺณนฺติ อสุภาการสฺส, อสุภกมฺมฏฺฐานสฺส วา วิตฺถารํ ภาสติ. สามิอตฺเถ เหตํ สมฺปทานวจนํ. อสุภนฺติ อสุภนิมิตฺตสฺส อาวิภาวาย ปจฺจุปฏฺฐานาย วิตฺถารกถาสงฺขาตํ วณฺณํ ภาสภีติ อตฺโถ. เตสํเยว อาทิมชฺฌปริโยสานานํ ทสหิ ลกฺขเณหิ สมฺปนฺนํ กิเลสโจเรหิ อนภิภวนียตฺตา ฌานจิตฺตํ มญฺชูสํ นาม.
ตตฺริมานีติ เอตฺถายํ ปิณฺฑตฺโถ – ยสฺมึ วาเร ปฐมํ ฌานํ เอกจิตฺตกฺขณิกํ อุปฺปชฺชติ, ตํ สกลมฺปิ ชวนวารํ อนุโลมปริกมฺมอุปจารโคตฺรภุอปฺปนาปฺปเภทํ เอกตฺตนเยน ‘‘ปฐมํ ฌาน’’นฺติ คเหตฺวา ตสฺส ปฐมชฺฌานสฺส อปฺปนาปฏิปาทิกาย ขิปฺปาทิเภทาย อภิญฺญาย อธิคตาย กิจฺจนิปฺผตฺตึ อุปาทาย อาคมนวเสน ปฏิปทาวิสุทฺธิ อาทีติ เวทิตพฺพา. ตตฺรมชฺฌตฺตุเปกฺขาย กิจฺจนิปฺผตฺติวเสน อุเปกฺขานุพฺรูหนา มชฺเฌติ เวทิตพฺพา. ปริโยทาปกญาณสฺส กิจฺจนิปฺผตฺติวเสน สมฺปหํสนา ปริโยสานนฺติ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ อาทิจิตฺตโต ปฏฺฐาย ยาว ปฐมชฺฌานสฺส อุปฺปาทกฺขณํ, เอตสฺมึ อนฺตเร ปฏิปทาวิสุทฺธีติ เวทิตพฺพา. อุปฺปาทฐิติกฺขเณสุ อุเปกฺขานุพฺรูหนา, ฐิติภงฺคกฺขเณสุ สมฺปหํสนาติ เวทิตพฺพา. ลกฺขียติ เอเตนาติ ลกฺขณนฺติ กตฺวา ‘‘วิสุทฺธิปฏิปตฺติปกฺขนฺทเน’’ติอาทินา ปุพฺพภาโค ลกฺขียติ, ติวิเธน อชฺฌุเปกฺขเนน มชฺฌํ ลกฺขียติ, จตุพฺพิธาย สมฺปหํสนาย ปริโยสานํ ลกฺขียตีติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ทส ลกฺขณานี’’ติ.
ปาริพนฺธกโตติ นีวรณสงฺขาตปาริพนฺธกโต วิสุทฺธตฺตา โคตฺรภุปริโยสานํ ปุพฺพภาคชวนจิตฺตํ ‘‘จิตฺตวิสุทฺธี’’ติ วุจฺจติ. ตถา วิสุทฺธตฺตา ตํ จิตฺตํ มชฺฌิมํ สมาธินิมิตฺตสงฺขาตํ อปฺปนาสมาธึ ตทตฺถาย อุปคจฺฉมานํ เอกสนฺตติวเสน ปริณาเมนฺตํ ปฏิปชฺชติ นาม. เอวํ ปฏิปนฺนสฺส ตสฺส ตตฺถ สมถนิมิตฺเต ปกฺขนฺทนํ ตพฺภาวูปคมนํ โหตีติ กตฺวา ‘‘ตตฺถ จิตฺตปกฺขนฺทน’’นฺติ วุจฺจติ. เอวํ ตาว ปฐมชฺฌานุปฺปาทกฺขเณ เอว อาคมนวเสน ปฏิปทาวิสุทฺธิ เวทิตพฺพา. เอวํ วิสุทฺธสฺส อปฺปนาปฺปตฺตสฺส ปุน วิโสธเน พฺยาปาราภาวา อชฺฌุเปกฺขนํ โหติ. สมถปฺปฏิปนฺนตฺตา ปุน สมาธาเน พฺยาปาราภาวา จ สมถปฺปฏิปนฺนสฺส อชฺฌุเปกฺขนํ โหติ. กิเลสสํสคฺคํ ปหาย เอกนฺเตน อุปฏฺฐิตตฺตา ปุน เอกตฺตุปฏฺฐาเน พฺยาปาราสมฺภวโต เอกตฺตุปฏฺฐานสฺส อชฺฌุเปกฺขนํ โหติ. ตตฺถ ชาตานนฺติ ตสฺมึ จิตฺเต ชาตานํ สมาธิปญฺญานํ ยุคนทฺธภาเวน อนติวตฺตนฏฺเฐน นานากิเลเสหิ วิมุตฺตตฺตา. สทฺธาทีนํ อินฺทฺริยานํ วิมุตฺติรเสเนกรสฏฺเฐน อนติวตฺตเนกสภาวานํ เตสํ ทฺวินฺนํ อุปคตํ ตชฺชํ ตสฺสารุปฺปํ ตทนุรูปํ วีริยํ ตถา จิตฺตํ โยคี วาเหติ ปวตฺเตตีติ กตฺวา ตทุปควีริยวาหนฏฺเฐน จ วิเสสภาคิยภาวตฺตา อาเสวนฏฺเฐน จ สมฺปหํสนา โหตีติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อปิเจตฺถ ‘‘อนนฺตราตีตํ โคตฺรภุจิตฺตํ เอกสนฺตติวเสน ปริณาเมนฺตํ ปฏิปชฺชติ นามา’’ติ ลิขิตํ. ตตฺถ หิ ปริณาเมนฺตํ ปฏิปชฺชตีติ เอตานิ วจนานิ อตีตสฺส น สมฺภวนฺติ, ยญฺจ ตทนนฺตรํ ลิขิตํ ‘‘อปฺปนาสมาธิจิตฺตํ อุปคจฺฉมานํ โคตฺรภุจิตฺตํ ตตฺถ ปกฺขนฺทติ นามา’’ติ. อิมินาปิ ตํ น ยุชฺชติ, ‘‘ปฏิปตฺติกฺขเณ เอว อตีต’’นฺติ วุตฺตตฺตา ‘‘โคตฺรภุจิตฺตํ ตตฺถ ปกฺขนฺทตี’’ติ วจนเมว วิรุชฺฌตีติ อาจริโย. ‘‘เอกจิตฺตกฺขณิกมฺปิ โลกุตฺตรจิตฺตํ อาเสวติ ภาเวติ พหุลีกโรตี’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘เอกจิตฺตกฺขณิกสฺสาปิ ฌานสฺส เอตานิ ทส ลกฺขณานี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘ตโต ปฏฺฐาย อาเสวนา ภาวนา เอวา’’ติปิ วุตฺตํ. ‘‘อธิฏฺฐานสมฺปนฺนนฺติ อธิฏฺฐาเนน สหคต’’นฺติ ลิขิตํ. ตสฺสตฺโถ – ยญฺจ ‘‘อาทิมชฺฌปริโยสานสงฺขาต’’นฺติ วุตฺตํ, ตํ เตสํ ติณฺณมฺปิ กลฺยาณกตาย สมนฺนาคตตฺตา ติวิธกลฺยาณกตญฺจ. เอวํ ติวิธจิตฺตํ ตทธิคมมูลกานํ คุณานํ, อุปริฌานาธิคมสฺส วา ปทฏฺฐานฏฺเฐน อธิฏฺฐานํ โหติ, ตสฺมา จิตฺตสฺส อธิฏฺฐานภาเวน สมฺปนฺนตฺตา อธิฏฺฐานสมฺปนฺนํ นามาติ.
อทฺธมาสํ ปฏิสลฺลียิตุนฺติ เอตฺถ อาจริยา เอวมาหุ ‘‘ภิกฺขูนํ อญฺญมญฺญวธทสฺสนสวนสมฺภเว สตฺถุโน สติ ตสฺส อุปทฺทวสฺส อภาเว อุปายาชานนโต ‘อยํ อสพฺพญฺญู’ติ เหตุปติรูปกมเหตุํ วตฺวา ธมฺมิสฺสรสฺสาปิ ตถาคตสฺส กมฺเมสฺวนิสฺสริยํ อสมฺพุชฺฌมานา อสพฺพทสฺสิตมธิจฺจโมหา พหุชนา อวีจิปรายนา ภเวยฺยุํ, ตสฺมา โส ภควา ปเคว เตสํ ภิกฺขูนํ อญฺญมญฺญํ วธมานภาวํ ญตฺวา ตทภาโวปายาภาวํ ปน สุวินิจฺฉินิตฺวา ตตฺถ ปุถุชฺชนานํ สุคติลาภเหตุเมเวกํ กตฺวา อสุภเทสนาย วา รูปสทฺททสฺสนสวเนหิ นิปฺปโยชเนหิ วิรมิตฺวา ปเคว ตโต วิรมณโต, สุคติลาภเหตุกรณโต, อวสฺสํ ปญฺญาปิตพฺพาย ตติยปาราชิกปญฺญตฺติยา วตฺถาคมทสฺสนโต จ อตฺตโน สพฺพทสฺสิตํ ปริกฺขกานํ ปกาเสนฺโต วิย ตมทฺธมาสํ เวเนยฺยหิตนิปฺผตฺติยา ผลสมาปตฺติยา อวกาสํ กตฺวา วิหริตุกาโม ‘อิจฺฉามหํ, ภิกฺขเว, อทฺธมาสํ ปฏิสลฺลียิตุ’นฺติอาทิมาหา’’ติ. อาจริยา นาม พุทฺธมิตฺตตฺเถรธมฺมสิริตฺเถรอุปติสฺสตฺเถราทโย คณปาโมกฺขา, อฏฺฐกถาจริยสฺส จ สนฺติเก สุตปุพฺพา. ตโต อญฺเญ เอเกติ เวทิตพฺพา. ‘‘สเกน กาเยน อฏฺฏียนฺติ…เป… ภวิสฺสนฺตี’’ติ อิทํ ปรโต ‘‘เย เต ภิกฺขู อวีตราคา, เตสํ ตสฺมึ สมเย โหติ เอว ภยํ, โหติ โลมหํโส, โหติ ฉมฺภิตตฺต’’นฺติ อิมินา น ยุชฺชติ, อิทญฺจ ภควโต อสุภกถารมฺมณปฺปโยชเนน น สเมตีติ เจ? น, ตทตฺถาชานนโต. สเกน กาเยน อฏฺฏียนฺตานมฺปิ เตสํ อริยมคฺเคน อปฺปหีนสิเนหตฺตา ขีณาสวานํ วิย มรณํ ปฏิจฺจ อภยํ น โหติ, ภยญฺจ ปน อสุภภาวนานุโยคานุภาเวน มนฺทีภูตํ อนฏฺฏียนฺตานํ วิย น มหนฺตํ หุตฺวา จิตฺตํ โมเหสิ. อปายุปเค เต สตฺเต นากาสีติ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ. อถ วา อิทํ ปุริมสฺส การณวจนํ, ยสฺมา เตสํ ตสฺมึ สมเย โหติ เอว ภยํ, ฉมฺภิตตฺตํ, โลมหํโส จ, ตสฺมา ‘‘เตน โข ปน สมเยน ภควา อสุภกถํ กเถตี’’ติอาทิ วุตฺตนฺติ.
อถ วา สเกน กาเยน อฏฺฏียนฺตานมฺปิ เตสํ โหติ เอว ภยํ, มหานุภาวา วีตราคาติ ขีณาสวานํ มหนฺตํ วิเสสํ ทสฺเสติ, อติทุปฺปสเหยฺยมิทํ มรณภยํ, ยโต เอวํวิธานมฺปิ อวีตราคตฺตา ภยํ โหตีติปิ ทสฺเสติ. ตทญฺเญ เตสํ ภิกฺขูนํ ปญฺจสตานํ อญฺญตรา. เตเนทํ ทีเปติ ‘‘ตํ ตถา อาคตํ อสิหตฺถํ วธกํ ปสฺสิตฺวา ตทญฺเญสมฺปิ โหติ เอว ภยํ, ปเคว เตสนฺติ กตฺวา ภควา ปฐมเมว เตสํ อสุภกถํ กเถสิ, ปรโต เตสํ นาโหสิ. เอวํ มหานิสํสา เนสํ อสุภกถา อาสี’’ติ. โย ปเนตฺถ ปจฺฉิโม นโย, โส ‘‘เตสุ กิร ภิกฺขูสุ เกนจิปิ กายวิกาโร วา วจีวิกาโร วา น กโต, สพฺเพ สตา สมฺปชานา ทกฺขิเณน ปสฺเสน นิปชฺชึสู’’ติ อิมินา อฏฺฐกถาวจเนน สเมติ.
อปเร ปนาหูติ กุลทฺธิปฏิเสธนตฺถํ วุตฺตํ. ‘‘อยํ กิร ลทฺธี’’ติ วจนํ ‘‘มารเธยฺยํนาติกฺกมิสฺสตี’’ติ วจเนน วิรุชฺฌตีติ เจ? น วิรุชฺฌติ. กถํ? อยํ ภิกฺขู อฆาเตนฺโต มารวิสยํ อติกฺกมิสฺสติ อกุสลกรณโต จ. ฆาเตนฺโต ปน มารเธยฺยํ นาติกฺกมิสฺสติ พลวตฺตา กมฺมสฺสาติ สยํ มารปกฺขิกตฺตา เอวํ จินฺเตตฺวา ปน ‘‘เย น มตา, เต สํสารโต น มุตฺตา’’ติ อตฺตโน จ ลทฺธิ, ตสฺมา ตํ ตตฺถ อุภเยสํ มคฺเค นิโยเชนฺตี เอวมาห, เตเนว ‘‘มารปกฺขิกา มาเรน สมานลทฺธิกา’’ติ อวตฺวา ‘‘มารสฺสา นุวตฺติกา’’ติ วุตฺตา. ‘‘อิมินา กึ วุตฺตํ โหติ? ยสฺมา มารสฺส อนุวตฺติ, ตสฺมา เอวํ จินฺเตตฺวาปิ อตฺตโน ลทฺธิวเสน เอวมาหา’’ติ เกจิ ลิขนฺติ. มม สนฺติเก เอกโต อุปฏฺฐานมาคจฺฉนฺติ, อตฺตโน อตฺตโน อาจริยุปชฺฌายานํ สนฺติเก อุทฺเทสาทึ คณฺหาติ.
อานาปานสฺสติสมาธิกถาวณฺณนา
๑๖๕. อยมฺปิ โข, ภิกฺขเวติ อิมินา กึ ทสฺเสติ? เยสํ เอวมสฺส ‘‘ภควตา อาจิกฺขิตกมฺมฏฺฐานานุโยคปจฺจยา เตสํ ภิกฺขูนํ ชีวิตกฺขโย อาสี’’ติ, เตสํ ตํ มิจฺฉาคาหํ นิเสเธติ. เกวลํ เตสํ ภิกฺขูนํ ปุพฺเพ กตกมฺมปจฺจยาว ชีวิตกฺขโย อาสิ, อิทํ ปน กมฺมฏฺฐานํ เตสํ เกสญฺจิ อรหตฺตปฺปตฺติยา, เกสญฺจิ อนาคามิสกทาคามิโสตาปตฺติผลปฺปตฺติยา, เกสญฺจิ ปฐมชฺฌานาธิคมาย, เกสญฺจิ วิกฺขมฺภนตทงฺคปฺปหาเนน อตฺตสิเนหปอยาทานาย อุปนิสฺสโย หุตฺวา, เกสญฺจิ สุคติยํ อุปฺปตฺติยา อุปนิสฺสโย อโหสีติ สาตฺถิกาว เม อสุภกถา, กินฺตุ ‘‘สาธุ, ภนฺเต ภควา, อญฺญํ ปริยายํ อาจิกฺขตู’’ติ อานนฺเทน ยาจิตตฺตา อญฺญํ ปริยายํ อาจิกฺขามิ, ยถา โว ปุพฺเพ อาจิกฺขิตอสุภกมฺมฏฺฐานานุโยคา, เอวํ อยมฺปิ โข ภิกฺขเวติ โยชนา เวทิตพฺพา. ‘‘อสฺสาสวเสน อุปฏฺฐานํ สตี’’ติ วุตฺตํ. สา หิ ตํ อสฺสาสํ, ปสฺสาสํ วา อารมฺมณํ กตฺวา ปุพฺพภาเค, อปรภาเค ปน อสฺสาสปสฺสาสปภวนิมิตฺตํ อารมฺมณํ กตฺวา อุปฏฺฐาตีติ จ ตถา วุตฺตา.
อสุเภ ปวตฺตํ อสุภนฺติ วา ปวตฺตํ ภาวนากมฺมํ อสุภกมฺมํ, ตเทว อญฺญสฺส ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชนกสฺส การณฏฺเฐน ฐานตฺตา อสุภกมฺมฏฺฐานํ, อารมฺมณํ วา อสุภกมฺมสฺส ปทฏฺฐานฏฺเฐน ฐานนฺติ อสุภกมฺมฏฺฐานนฺติ อิธ อสุภชฺฌานํ, เตเนว ‘‘โอฬาริการมฺมณตฺตา’’ติ วุตฺตํ. ปฏิเวธวเสนาติ วิตกฺกาทิองฺคปฏิลาภวเสน. อารมฺมณสนฺตตายาติ อนุกฺกเมน สนฺตกาลํ อุปาทาย วุตฺตกายทรถปฺปฏิปสฺสทฺธิวเสน นิพฺพุโต. ปริกมฺมํ วาติ กสิณปริกมฺมํ กิร นิมิตฺตุปฺปาทปริโยสานํ. ตทา หิ นิรสฺสาทตฺตา อสนฺตํ, อปฺปณิหิตญฺจ. ยถา อุปจาเร นีวรณวิคเมน, องฺคปาตุภาเวน จ สนฺตตา โหติ, น ตถา อิธ, อิทํ ปน ‘‘อาทิสมนฺนาหารโต’’ติ วุตฺตํ. ทุติยวิกปฺเป อเสจนโกติ อติตฺติกโร, เตน วุตฺตํ ‘‘โอชวนฺโต’’ติ. เจตสิกสุขํ ฌานกฺขเณปิ อตฺถิ, เอวํ สนฺเตปิ ‘‘อุโภปิ ฌานา วุฏฺฐิตสฺเสว คเหตพฺพา’’ติ วุตฺตํ. สมเถน สกสนฺตาเน อวิกฺขมฺภิเต. อิตรถา ปาปกานํ ฌาเนน สหุปฺปตฺติ สิยา. ขนฺธาทีนํ โลกุตฺตรปาทกตฺตา นิพฺเพธภาคิยํ, วิเสเสน ยสฺส นิพฺเพธภาคิยํ โหติ, ตํ สนฺธาย วา. ‘‘อนิจฺจานุปสฺสีติอาทิจตุกฺกวเสน อนุปุพฺเพน อริยมคฺควุฑฺฒิปฺปตฺโต สมุจฺฉินฺทติ, เสสานเมตํ นตฺถี’’ติ ลิขิตํ.
ตถาภาวปฏิเสธโน จาติ โสฬสวตฺถุกสฺส ติตฺถิยานํ นตฺถิตาย วุตฺตํ. สพฺพปฐมานํ ปน จตุนฺนํ ปทานํ วเสน โลกิยชฺฌานเมว เตสํ อตฺถิ, ตสฺมึ โลกุตฺตรปทฏฺฐานํ นตฺถิ เอว. ‘‘ผลมุตฺตมนฺติ ผเล อุตฺตม’’นฺติ วุตฺตํ. อุตุตฺตยานุกูลนฺติ คิเมฺห อรญฺเญ, เหมนฺเต รุกฺขมูเล, วสนฺตกาเล สุญฺญาคาเร คโต. เสมฺหธาตุกสฺส อรญฺญํ, ปิตฺตธาตุกสฺส รุกฺขมูลํ, วาตธาตุกสฺส สุญฺญาคารํ อนุกูลํ. โมหจริตสฺส อรญฺญํ อนุกูลํ มหาอรญฺเญ จิตฺตํ น สงฺกุฏติ, โทสจริตสฺส รุกฺขมูลํ, ราคจริตสฺส สุญฺญาคารํ. ฐานจงฺกมานิ อุทฺธจฺจปกฺขิกานิ, สยนํ ลีนปกฺขิกํ, ปลฺลงฺกาภุชเนน นิสชฺชาย ทฬฺหภาวํ, อุชุกายํ ปณิธาเนน อสฺสาสปสฺสาสานํ ปวตฺตนสุขํ ‘‘ปริมุขํ สติ’’นฺติ อิมินา อารมฺมณปริคฺคหูปายํ ทสฺเสติ. การีติ กรณสีโล. เอตสฺส วิภงฺเค ‘‘อสฺสสติ ปสฺสสตี’’ติ อวตฺวา ‘‘สโต การี’’ติ วุตฺตํ. ตสฺมา ‘‘อสฺสสติ ปสฺสสตี’’ติ วุตฺเต ‘‘ปฐมจตุกฺกํ เอว ลพฺภติ, น เสสานี’’ติ จ ‘‘ทีฆํอสฺสาสวเสนาติ อโลปสมาสํ กตฺวา’’อิติ จ ‘‘เอกตฺถตาย อวิกฺเขป’’นฺติ จ ‘‘อสมฺโภควเสน ปชานโต’’ติ จ ‘‘เตน ญาเณนา’’ติ จ ‘‘ปชานโตติ วุตฺตญาเณนา’’ติ จ ‘‘สโตการีติ สติสมฺปชญฺญาหิการี’’ติ จ ‘‘ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสิโน อสฺสาสาว ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสิอสฺสาสา’’ติ จ ลิขิตํ. อุปฺปฏิปาฏิยา อาคตมฺปิ ยุชฺชเตว, เตน ฐาเนน ปฏิสิทฺธํ. ตาลุํ อาหจฺจ นิพฺพายนโต กิร โปตโก สมฺปติชาโตว ขิปิตสทฺทํ กโรติ, ฉนฺทปาโมชฺชวเสน ฉ ปุริมา ตโยติ นว. เอเกนากาเรนาติ อสฺสาสวเสน วา ปสฺสาสวเสน วา เอวํ อานาปานสฺสตึ ภาวยโต กาเย กายานุปสฺสนาสติกมฺมฏฺฐานภาวนา สมฺปชฺชติ.
กาโยติ อสฺสาสปสฺสาสา. อุปฏฺฐานํ สติ. ทีฆนฺติ สีฆํ คตํ อสฺสาสปสฺสาสํ. อทฺธานสงฺขาเตติ กาลสงฺขาเต วิย กาลโกฏฺฐาเสติ อตฺโถ, ทีฆกาเล วาติ อตฺโถ. เอโก หิ อสฺสาสเมวูปลกฺเขติ, เอโก ปสฺสาสํ, เอโก อุภยํ, ตสฺมา ‘‘วิภาคํ อกตฺวา’’ติ วา วุตฺตํ, ฉนฺโทติ เอวํ อสฺสาสโต, ปสฺสาสโต จ อสฺสาโท อุปฺปชฺชติ, ตสฺส วเสน กตฺตุกมฺยตาฉนฺโท อุปฺปชฺชติ. ตโต ปาโมชฺชนฺติ. อสฺสาสปสฺสาสานํ ทุวิญฺเญยฺยวิสยตฺตา จิตฺตํ วิวตฺตติ, คณนํ ปหาย ผุฏฺฐฏฺฐานเมว มนสิ กโรนฺตสฺส เกวลํ อุเปกฺขาว สณฺฐาติ. จตฺตาโร วณฺณาติ ‘‘ปตฺตสฺส ตโย วณฺณา’’ติอาทีสุ วิย จตฺตาโร สณฺฐานาติ อตฺโถ.
ตถาภูตสฺสาติ อานาปานสฺสตึ ภาวยโต. สํวโรติ สติสํวโร. อถ วา ปฐเมน ฌาเนน นีวรณานํ, ทุติเยน วิตกฺกวิจารานํ, ตติเยน ปีติยา, จตุตฺเถน สุขทุกฺขานํ, อากาสานญฺจายตนสมาปตฺติยา รูปสญฺญาย, ปฏิฆสญฺญาย, นานตฺตสญฺญาย วา ปหานํ. ‘‘สีลนฺติ เวรมณิ สีลํ, เจตนา สีลํ, สํวโร สีลํ, อวีติกฺกโม สีล’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๑.๓๙ โถกํ วิสทิสํ) วุตฺตวิธินาเปตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ‘‘อตฺถโต ตถา ตถา ปวตฺตธมฺมา อุปธารณสมาธานสงฺขาเตน สีลนฏฺเฐน สีลนฺติ วุจฺจนฺตี’’ติ วุตฺตํ. ตถา ‘‘อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปตา สิกฺขา’’ติ เอตฺถาปิ เจตนาสีลเมว, กตฺถจิ วิรติสีลมฺปีติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อญฺญถา ปณฺณตฺติวชฺเชสุปิ สิกฺขาปเทสุ วิรติปฺปสงฺโค อโหสิ, ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต วิหรตีติ กตฺวา ตสฺสาปิ วิรติปฺปสงฺโค. ตสฺมึ อารมฺมเณติ อานาปานารมฺมเณ. ตาย สติยาติ ตตฺถ อุปฺปนฺนสติยา. ‘‘เตน มนสิกาเรนาติ อาวชฺชเนนา’’ติ ลิขิตํ. เอเตน นานาวชฺชนปฺปวตฺติทีปนโต นานาชวนวาเรหิปิ สิกฺขติ นามาติ ทีปิตํ โหติ, เยน ปน มนสิกาเรน วา. ญาณุปฺปาทนาทีสูติ เอตฺถ อาทิสทฺเทน ยาว ปริโยสานํ เวทิตพฺพํ. ‘‘ตตฺราติ ตสฺมึ อานาปานารมฺมเณ. เอวนฺติ อิทานิ วตฺตพฺพนเยนา’’ติ ลิขิตํ. ตตฺราติ เตสํ อสฺสาสปสฺสาสานํ วา. ตญฺหิ ‘‘ปุพฺเพ อปริคฺคหิตกาเล’’ติ อิมินา สุฏฺฐุ สเมติ. ‘‘ปฐมวาโท ทีฆภาณกานํ. เต หิ ‘ปฐมชฺฌานํ ลภิตฺวา นานาสเน นิสีทิตฺวา ทุติยตฺถาย วายามโต อุปจาเร วิตกฺกวิจารวเสน โอฬาริกจิตฺตปฺปวตฺติกาเล ปวตฺตอสฺสาสปสฺสาสวเสน โอฬาริกา’ติ วทนฺติ. ‘มชฺฌิมภาณกา ฌานลาภิสฺส สมาปชฺชนกาเล, เอกาสนปฏิลาเภ จ อุปรูปริ จิตฺตปฺปวตฺติยา สนฺตภาวโต ปฐมโต ทุติยสฺสุปจาเร สุขุมตํ วทนฺตี’’’ติ ลิขิตํ.
วิปสฺสนายํ ปนาติ จตุธาตุววตฺถานมุเขน อภินิวิฏฺฐสฺส อยํ กโม, อญฺญสฺส จาติ เวทิตพฺพํ. เอตฺตกํ รูปํ, น อิโต อญฺญนฺติ ทสฺสนํ สนฺธาย ‘‘สกลรูปปริคฺคเห’’ติ วุตฺตํ. รูปารูปปริคฺคเหติ เอตฺถ อนิจฺจตาทิลกฺขณารมฺมณิกภงฺคานุปสฺสนโต ปภุติ พลวตี วิปสฺสนา. ปุพฺเพ วุตฺตนเยนาติ สพฺเพสํเยว ปน มเตน อปริคฺคหิตกาเลติอาทินา. โสธนา นาม วิสฺสชฺชนํ. อสฺสาติ ‘‘ปสฺสมฺภยํ กายสงฺขาร’’นฺติ ปทสฺส.
ปุรโต นมนา อานมนา. ติริยํ นมนา วินมนา. สุฏฺฐุ นมนา สนฺนมนา. ปจฺฉา นมนา ปณมนา. ชาณุเก คเหตฺวา ฐานํ วิย อิญฺชนาติ อานมนาทีนํ อาวิภาวตฺถมุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ยถารูเปหิ อานมนาทิ วา กมฺปนาทิ วา โหติ, ตถารูเป ปสฺสมฺภยนฺติ สมฺพนฺโธ. อิติ กิราติ อิติ เจ. เอวํ สนฺเตติ สนฺตสุขุมมฺปิ เจ ปสฺสมฺภติ. ปภาวนาติ อุปฺปาทนํ. อสฺสาสปสฺสาสานํ วูปสนฺตตฺตา อานาปานสฺสติสมาธิสฺส ภาวนา น โหติ. ยสฺมา ตํ นตฺถิ, ตสฺมา น สมาปชฺชติ, สมาปตฺติยา อภาเวน น วุฏฺฐหนฺติ. อิติ กิราติ เอวเมตํ ตาว วจนนฺติ ตเทตํ. สทฺโทว สทฺทนิมิตฺตํ, ‘‘สโต อสฺสสติ สโต ปสฺสสตี’’ติ ปทานิ ปติฏฺฐเปตฺวา ทฺวตฺตึสปทานิ จตฺตาริ จตุกฺกานิ เวทิตพฺพานิ.
อปฺปฏิปีฬนนฺติ เตสํ กิเลสานํ อนุปฺปาทนํ กิญฺจาปิ เจติยงฺคณวตฺตาทีนิปิ อตฺถโต ปาติโมกฺขสํวรสีเล สงฺคหํ คจฺฉนฺติ ‘‘ยสฺส สิยา อาปตฺตี’’ติ (มหาว. ๑๓๔) วจนโต. ตถาปิ ‘‘น ตาว, สาริปุตฺต, สตฺถา สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปติ อุทฺทิสติ ปาติโมกฺขํ, ยาว น อิเธกจฺเจ อาสวฏฺฐานียา ธมฺมา สงฺเฆ ปาตุภวนฺตี’’ติ เอตฺถ อนธิปฺเปตตฺตา ‘‘อาภิสมาจาริก’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘ยํ ปเนตฺถ อาปตฺติฏฺฐานิยํ น โหติ, ตํ อมิสฺสเมวา’’ติ วุตฺตํ.
ยถาวุตฺเตนาติ โยคานุโยคกมฺมสฺส ปทฏฺฐานตฺตา. สลฺลหุกวุตฺติ อฏฺฐปริกฺขาริโก. ปญฺจสนฺธิกํ กมฺมฏฺฐานนฺติ เอตฺถ ฌานมฺปิ นิมิตฺตมฺปิ ตทตฺถโชติกาปิ ปริยตฺติ อิธ กมฺมฏฺฐานํ นาม. คมนาคมนสมฺปนฺนตาทิ เสนาสนํ. สํกิลิฏฺฐจีวรโธวนาทโย ขุทฺทกปลิโพธา. ‘‘อนฺตรา ปติตํ นุ โข’’ติ วิกมฺปติ.
อชฺฌตฺตํ วิกฺเขปคเตนาติ นิยกชฺฌตฺเต วิกฺเขปคเตน. สารทฺธา อสมาหิตตฺตา. อุปนิพนฺธนถมฺภมูลํ นาม นาสิกคฺคํ, มุขนิมิตฺตํ วา. ตตฺเถวาติ นาสิกคฺคาทินิมิตฺเต. ‘‘โทลาผลกสฺส เอกปสฺเส เอว อุโภ โกฏิโย มชฺฌญฺจ ปสฺสตี’’ติ วทนฺติ.
อิธ ปนาติ กกจูปเม. เทสโตติ ผุสนกฏฺฐานโต. ‘‘นิมิตฺตํ ปฏฺฐเปตพฺพนฺติ นิมิตฺเต สติ ปฏฺฐเปตพฺพา’’ติ วุตฺตํ. ครูหิ ภาเวตพฺพตฺตา ครุกภาวนํ. เอกจฺเจ อาหูติ เอกจฺเจ ฌายิโน อาหุ.
‘‘สญฺญานานตายา’’ติ วจนโต เอกจฺเจหิ วุตฺตมฺปิ ปมาณเมว, สงฺคีติโต ปฏฺฐาย อฏฺฐกถาย อนาคตตฺตา ตถา วุตฺตํ. ‘‘มยฺหํ ตารกรูปํ นุ โข อุปฏฺฐาตี’’ติอาทิปริกปฺเป อสติปิ ธาตุนานตฺเตน เอตาสํ ธาตูนํ อุปฺปตฺติ วิย เกวลํ ภาวยโต ตถา ตถา อุปฏฺฐาติ. ‘‘น นิมิตฺต’นฺติ วตฺตุํ น วฏฺฏติ สมฺปชานมุสาวาทตฺตา’’ติ วุตฺตํ. กมฺมฏฺฐานนฺติ อิธ วุตฺตปฏิภาคนิมิตฺตเมว.
นิมิตฺเต ปฏิภาเค. นานาการนฺติ ‘‘จตฺตาโร วณฺณา วตฺตนฺตี’’ติ วุตฺตนานาวิธตํ. วิภาวยนฺติ ชานํ ปกาสยํ. อสฺสาสปสฺสาเสติ ตโต สมฺภูเต นิมิตฺเต, อสฺสาสปสฺสาเส วา นานาการํ. นิมิตฺเต หิ จิตฺตํ ฐเปนฺโตว นานาการตญฺจ วิภาเวติ, อสฺสาสปสฺสาเส วา สกํ จิตฺตํ นิพนฺธตีติ วุจฺจติ. ตารกรูปาทิวณฺณโต. กกฺขฬตฺตาทิลกฺขณโต.
อฏฺฐกถาสุ ปฏิกฺขิตฺตนฺติ อาสนฺนภวงฺคตฺตาติ การณํ วตฺวา สีหฬฏฺฐกถาสุ ปฏิกฺขิตฺตํ. กสฺมา? ยสฺมา ฉฏฺเฐ, สตฺตเม วา อปฺปนาย สติ มคฺควีถิยํ ผลสฺส โอกาโส น โหติ, ตสฺมา. อิธ โหตูติ เจ? น, โลกิยปฺปนาปิ หิ อปฺปนาวีถิมฺหิ โลกุตฺตเรน สมานคติกาวาติ ปฏิลทฺธชฺฌาโนปิ ภิกฺขุ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารตฺถาย ฌานํ สมาปชฺชิตฺวา สตฺตาหํ นิสีทิตุกาโม จตุตฺเถ, ปญฺจเม วา อปฺเปตฺวา นิสีทติ, น ฉฏฺเฐ, สตฺตเม วา. ตตฺถ หิ อปฺปนา. ตโต ปรํ อปฺปนาย อาธารภาวํ น คจฺฉติ. อาสนฺนภวงฺคตฺตา จตุตฺถํ, ปญฺจมํ วา คจฺฉติ ถเล ฐิตฆโฏ วิย ชวนานมนฺตเร ฐิตตฺตาติ กิร อาจริโย.
ปุถุตฺตารมฺมณานิ อนาวชฺชิตฺวา ฌานงฺคาเนว อาวชฺชนํ อาวชฺชนวสี นาม. ตโต ปรํ จตุนฺนํ, ปญฺจนฺนํ วา ปจฺจเวกฺขณจิตฺตานํ อุปฺปชฺชนํ, ตํ ปจฺจเวกฺขณวสี นาม. เตเนว ‘‘ปจฺจเวกฺขณวสี ปน อาวชฺชนวสิยา เอว วุตฺตา’’ติ วุตฺตํ. สมาปชฺชนวสี นาม ยตฺตกํ กาลํ อิจฺฉติ ตตฺตกํ สมาปชฺชนํ, ตํ ปน อิจฺฉิตกาลปริจฺเฉทํ ปติฏฺฐาเปตุํ สมตฺถตาติ. ‘‘อธิฏฺฐานวสิยา วุฏฺฐานวสิโน อยํ นานตฺตํ อธิฏฺฐานานุภาเวน ชวนํ ชวติ, วุฏฺฐานานุภาเวน ปน อธิปฺเปตโต อธิกํ ชวตี’’ติปิ วทนฺติ. อปิจ ปถวีกสิณาทิอารมฺมณํ อาวชฺชิตฺวา ชวนญฺจ ชวิตฺวา ปุน อาวชฺชิตฺวา ตโต ปญฺจมํ ฌานํ จิตฺตํ โหติ, อยํ กิร อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉโท. ภควโต ปน อาวชฺชนสมนนฺตรเมว ฌานํ โหตีติ สพฺพํ อนุคณฺฐิปเท วุตฺตํ.
‘‘วตฺถุนฺติ หทยวตฺถุํ. ทฺวารนฺติ จกฺขาทิ. อารมฺมณนฺติ รูปาที’’ติ ลิขิตํ. ยถาปริคฺคหิตรูปารมฺมณํ วา วิญฺญาณํ ปสฺสติ, อญฺญถาปิ ปสฺสติ. กถํ? ‘‘ยถาปริคฺคหิตรูปวตฺถุทฺวารารมฺมณํ วา’’ติ วุตฺตํ. ยถาปริคฺคหิตรูเปสุ วตฺถุทฺวารารมฺมณานิ ยสฺส วิญฺญาณสฺส, ตํ วิญฺญาณํ ยถาปริคฺคหิตรูปวตฺถุทฺวารารมฺมณํ ตมฺปิ ปสฺสติ, เอกสฺส วา อารมฺมณสทฺทสฺส โลโป ทฏฺฐพฺโพติ จ มม ตกฺโก วิจาเรตฺวาว คเหตพฺโพ.
ตโต ปรํ ตีสุ จตุกฺเกสุ เทฺว เทฺว ปทานิ เอกเมกํ กตฺวา คเณตพฺพํ. สมเถน อารมฺมณโต วิปสฺสนาวเสน อสมฺโมหโต ปีติปฏิสํเวทนเมตฺถ เวทิตพฺพํ. ‘‘ทุกฺขเมตํ ญาณ’’นฺติอาทีสุ ปน ‘‘อารมฺมณโต อสมฺโมหโต’’ติ ยํ วุตฺตํ, อิธ ตโต วุตฺตนยโต อุปฺปฏิปาฏิยา วุตฺตํ. ตตฺถ หิ เยน โมเหน ตํ ทุกฺขํ ปฏิจฺฉนฺนํ, น อุปฏฺฐาติ, ตสฺส วิหตตฺตา วา เอวํ ปวตฺเต ญาเณ ยถารุจิ ปจฺจเวกฺขิตุํ อิจฺฉิติจฺฉิตกาเล สมตฺถภาวโต วา ทุกฺขาทีสุ ตีสุ อสมฺโมหโต ญาณํ วุตฺตํ. นิโรเธ อารมฺมณโต ตํสมฺปยุตฺตา ปีติปฏิสํเวทนา อสมฺโมหโต น สมฺภวติ โมหปฺปหานาภาวา, ปฏิสมฺภิทาปาฬิวิโรธโต จ. ตตฺถ ‘‘ทีฆํ อสฺสาสวเสนา’’ติอาทิ อารมฺมณโต ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ตาย สติยา เตน ญาเณน สา ปีติ ปฏิสํวิทิตา โหติ ตทารมฺมณสฺส ปฏิสํวิทิตตฺตาติ เอตฺถ อธิปฺปาโย. ‘‘อาวชฺชโต’’ติอาทิ อสมฺโมหโต ปีติปฏิสํเวทนํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. อนิจฺจาทิวเสน ชานโต, ปสฺสโต, ปจฺจเวกฺขโต จ. ตทธิมุตฺตตาวเสน อธิฏฺฐหโต, อธิมุจฺจโต, ตถา วีริยาทึ สมาทหโต ขณิกสมาธินา.
อภิญฺเญยฺยนฺติ ญาตปริญฺญาย. ปริญฺเญยฺยนฺติ ตีรณปริญฺญาย. สพฺพญฺหิ ทุกฺขสจฺจํ อภิญฺเญยฺยํ, ปริญฺเญยฺยญฺจ. ตตฺร จายํ ปีตีติ ลิขิตํ. อภิญฺเญยฺยนฺติอาทิ มคฺคกฺขณํ สนฺธายาหาติ วุตฺตํ. มคฺเคน อสมฺโมหสงฺขาตวิปสฺสนากิจฺจนิปฺผตฺติโต มคฺโคปิ อภิญฺเญยฺยาทิอารมฺมณํ กโรนฺโต วิย วุตฺโต. วิปสฺสนาภูมิทสฺสนตฺถนฺติ สมเถ กายิกสุขาภาวา วุตฺตํ. ทฺวีสุ จิตฺตสงฺขารปเทสูติ จิตฺตสงฺขารปฏิสํเวที…เป… สิกฺขติ ปสฺสมฺภยํ จิตฺตสงฺขารปฏิสํเวที…เป… สิกฺขตีติ เอเตสุ. โมทนาทิ สพฺพํ ปีติเววจนํ. อนิจฺจานุปสฺสนาทิ กิเลเส, ตมฺมูลเก ขนฺธาภิสงฺขาเร. เอวํ ภาวิโตติ น จตุกฺกปญฺจกชฺฌานนิพฺพตฺตเนน ภาวิโต. เอวํ สพฺพาการปริปุณฺณํ กตฺวา ภาวิโต. วิปสฺสนามคฺคปจฺจเวกฺขณกาเลสุปิ ปวตฺตอสฺสาสมุเขเนว สพฺพํ ทสฺสิตํ อุปายกุสเลน ภควตา.
๑๖๘. กสฺมา อิทํ วุจฺจติ อเมฺหหีติ อธิปฺปาโย.
ปทภาชนียวณฺณนา
๑๗๒. อุสฺสุกฺกวจนนฺติ ปากฏสทฺทสญฺญา กิร, สมานกปทนฺติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘สุตฺวา ภุญฺชนฺตี’’ติ เอตฺถ วิย สญฺจิจฺจ โวโรเปตุกามสฺส สญฺจิจฺจปทํ โวโรปนปทสฺส อุสฺสุกฺกํ, สญฺเจตนา จ ชีวิตา โวโรปนญฺจ เอกสฺเสวาติ วุตฺตํ โหติ. น เกวลํ เจตสิกมตฺเตเนว โหติ, ปโยโคปิ อิจฺฉิตพฺโพ เอวาติ ทสฺเสตุํ วุตฺตานีติ กิร อุปติสฺสตฺเถโร. ‘‘ชานิตฺวา สญฺชานิตฺวา เจจฺจ อภิวิตริตฺวา’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘ชานนฺโต…เป… วีติกฺกโม’’ติ โวโรปนมฺปิ ทสฺสิตํ, ตสฺมา พฺยญฺชเน อาทรํ อกตฺวา อตฺโถ ทสฺสิโต. วีติกฺกมสงฺขาตตฺถสิทฺธิยา หิ ปุริมเจตนา อตฺถสาธิกา โหติ. สพฺพสุขุมอตฺตภาวนฺติ รูปํ สนฺธาย วุตฺตํ, น อรูปํ. อตฺตสงฺขาตานญฺหิ อรูปานํ ขนฺธวิภงฺเค (วิภ. ๑ อาทโย) วิย อิธ โอฬาริกสุขุมตา อนธิปฺเปตา. มาตุกุจฺฉิสฺมินฺติ เยภุยฺยวจนํ, โอปปาติกมนุสฺเสปิ ปาราชิกเมว, อรูปกาเย อุปกฺกมาภาวา ตคฺคหณํ กสฺมาติ เจ? อรูปกฺขนฺเธน สทฺธึ ตสฺเสว รูปกายสฺส ชีวิตินฺทฺริยสมฺภวโต. เตน สชีวโกว มนุสฺสวิคฺคโหปิ นาม โหตีติ สิทฺธํ. เอตฺถ มาตุกุจฺฉิสฺมินฺติ มนุสฺสมาตุยา วา ติรจฺฉานมาตุยา วา. วุตฺตญฺหิ ปริวาเร (ปริ. ๔๘๐) –
‘‘อิตฺถึ หเน จ มาตรํ, ปุริสญฺจ ปิตรํ หเน;
มาตรํ ปิตรํ หนฺตฺวา, น เตนานนฺตรํ ผุเส;
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา’’ติ.
ปฐมนฺติ ปฏิสนฺธิจิตฺตเมว. เอกภวปริยาปนฺนาย หิ จิตฺตสนฺตติยา ปฏิสนฺธิจิตฺตํ ปฐมจิตฺตํ นาม. จุติจิตฺตํ ปจฺฉิมํ นาม. อญฺญถา อนมตคฺเค สํสาเร ปฐมจิตฺตํ นาม นตฺถิ วินา อนนฺตรสมนนฺตรนตฺถิวิคตปจฺจเยหิ จิตฺตุปฺปตฺติยา อภาวโต. ภาเว วา นวสตฺตปาตุภาวโทสปฺปสงฺโค. อยํ สพฺพปฐโม มนุสฺสวิคฺคโหติ กิญฺจาปิ อิมํ ชีวิตา โวโรเปตุํ น สกฺกา, ตํ อาทึ กตฺวา สนฺตติยา ยาว มรณา อุปฺปชฺชนกมนุสฺสวิคฺคเหสุ อปริมาเณสุ ‘‘สพฺพปฐโม’’ติ ทิสฺสติ. ยทา ปน โย มนุสฺสวิคฺคโห ปุพฺพาปริยวเสน สนฺตติปฺปตฺโต โหติ, ตทา ตํ ชีวิตา โวโรเปตุํ สกฺกา. สนฺตตึ วิโกเปนฺโต หิ ชีวิตา โวโรเปติ นาม. เอตฺถ จ นานตฺตนเย อธิปฺเปเต สติ ‘‘สพฺพปฐโม’’ติ วจนํ ยุชฺชติ, น ปน เอกตฺตนเย สนฺตติยา เอกตฺตา. เอกตฺตนโย จ อิธาธิปฺเปโต ‘‘สนฺตตึ วิโกเปตี’’ติ วจนโต, ตสฺมา ‘‘สพฺพปฐโม’’ติ วจนํ น ยุชฺชตีติ เจ? น, สนฺตติปจฺจุปฺปนฺนพหุตฺตา. ยสฺมา ปน สนฺตติ นาม อเนเกสํ ปุพฺพาปริยุปฺปตฺติ วุจฺจติ, ตสฺมา ‘‘อยํ สพฺพปฐโม’’ติ วุตฺโต, เอวเมตฺถ เทฺวปิ นยา สงฺคหํ คจฺฉนฺติ, อญฺญถา ‘‘สนฺตตึ วิโกเปตี’’ติ อิทํ วจนํ น สิชฺฌติ. กิญฺจาปิ เอตฺถ ‘‘สนฺตตึ วิโกเปตี’’ติ วจนโต สนฺตติปจฺจุปฺปนฺนเมว อธิปฺเปตํ, น อทฺธาปจฺจุปฺปนฺนํ วิย ทิสฺสติ, ตถาปิ ยสฺมา สนฺตติปจฺจุปฺปนฺเน วิโกปิเต อทฺธาปจฺจุปฺปนฺนํ วิโกปิตเมว โหติ, อทฺธาปจฺจุปฺปนฺเน ปน วิโกปิเต สนฺตติปจฺจุปฺปนฺนํ วิโกปิตํ โหตีติ เอตฺถ วตฺตพฺพํ นตฺถิ. ตสฺมา อฏฺฐกถายํ ‘‘ตทุภยมฺปิ โวโรเปตุํ สกฺกา, ตสฺมา ตเทว สนฺธาย ‘สนฺตตึ วิโกเปตี’ติ อิทํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพ’’นฺติ อาห. ‘‘สนฺตตึ วิโกเปตี’’ติ วจนโต ปกติยา อายุปริยนฺตํ ปตฺวา มรณกสตฺเต วีติกฺกเม สติ อนาปตฺติ วีติกฺกมปจฺจยา สนฺตติยา อโกปิตตฺตา. วีติกฺกมปจฺจยา เจ อายุปริยนฺตํ อปฺปตฺวา อนฺตราว มรณกสตฺเต วีติกฺกมปจฺจยา อาปตฺติ, กมฺมพทฺโธ จาติ โน ตกฺโกติ อาจริโย. ‘‘มรณวณฺณํ วา สํวณฺเณยฺย, มรณาย วา สมาทเปยฺย, อยมฺปิ ปาราชิโก โหติ อสํวาโส’’ติ วจนโต วา เจตนากฺขเณ เอว ปาราชิกาปตฺติ เอกนฺตากุสลตฺตา, ทุกฺขเวทนตฺตา, กายกมฺมตฺตา, วจีกมฺมตฺตา, กิริยตฺตา จาติ เวทิตพฺพํ.
สตฺตฏฺฐชวนวารมตฺตนฺติ สภาคารมฺมณวเสน วุตฺตํ, เตเนว ‘‘สภาคสนฺตติวเสนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อตฺตโน ปฏิปกฺเขน สมนฺนาคตตฺตา สมนนฺตรสฺส ปจฺจยํ โหนฺตํ ยถา ปุเร วิย อหุตฺวา ทุพฺพลสฺส. ตนฺติ ชีวิตินฺทฺริยวิโกปนํ.
อีตินฺติ สตฺตวิธวิจฺฉิกาทีนิ ยุทฺเธ ฑํสิตฺวา มารณตฺถํ วิสฺสชฺเชนฺติ. ปชฺชรกนฺติ สรีรฑาหํ. สูจิกนฺติ สูลํ. วิสูจิกนฺติ สุกฺขมาติสารํวสยํ. ปกฺขนฺทิยนฺติ รตฺตาติสารํ. ทฺวตฺติพฺยามสตปฺปมาเณ มหากาเย นิมฺมินิตฺวา ฐิตนาคุทฺธรณํ, กุชฺฌิตฺวา โอโลกิเต ปเรสํ กาเย วิสมรณํ วา ฑาหุปฺปาทนํ วา ปโยโค นาม.
เกจีติ มหาสงฺฆิกา. อยํ อิตฺถี. กุลุมฺพสฺสาติ คพฺภสฺส. กถํ สา อิตรสฺสาติ เจ? ตสฺส ทุฏฺเฐน มนสานุปกฺขิเต โส จ คพฺโภ สา จ อิทฺธีติ อุภยมฺปิ สเหว นสฺสติ, ฆฏคฺคีนํ เภทนิพฺพายนํ วิย เอกกฺขเณ โหติ. ‘‘เตสํ สุตฺตนฺติเกสุ โอจริยมานํ น สเมตี’’ติ ลิขิตํ, ‘‘เตสํ มตํ คเหตฺวา ‘ถาวรีนมฺปิ อยํ ยุชฺชตี’ติ วุตฺเต ติกวเสน ปฏิเสธิตพฺพนฺติ อปเร’’ติ วุตฺตํ. สาหตฺถิกนิสฺสคฺคิยปโยเคสุ สนฺนิฏฺฐาปกเจตนาย สตฺตมาย สหุปฺปนฺนกายวิญฺญตฺติยา สาหตฺถิกตา เวทิตพฺพา. อาณตฺติเก ปน สตฺตหิปิ เจตนาหิ สห วจีวิญฺญตฺติสมฺภวโต สตฺตสตฺต สทฺทา เอกโต หุตฺวา เอเกกกฺขรภาวํ คนฺตฺวา ยตฺตเกหิ อกฺขเรหิ อตฺตโน อธิปฺปายํ วิญฺญาเปติ, ตทวสานกฺขรสมุฏฺฐาปิกาย สตฺตมเจตนาย สหชาตวจีวิญฺญตฺติยา อาณตฺติกตา เวทิตพฺพา. ตถา วิชฺชามยปโยเค. กาเยนาณตฺติยํ ปน สาหตฺถิเก วุตฺตนโยว. ถาวรปโยเค ยาวตา ปรสฺส มรณํ โหติ, ตาวตา กมฺมพทฺโธ, อาปตฺติ จ. ตโต ปรํ อติสญฺจรเณ กมฺมพทฺธาติพหุตฺตํ เวทิตพฺพํ สติ ปรํ มรเณ. ปาราชิกาปตฺติ ปเนตฺถ เอกา. อตฺถสาธกเจตนา ยสฺมา เอตฺถ จ ทุติยปาราชิเก จ ลพฺภติ, น อญฺญตฺถ, ตสฺมา ทฺวินฺนมฺปิ สาธารณา อิมา คาถาโย –
‘‘ภูตธมฺมนิยามา เย, เต ธมฺมา นิยตา มตา;
ภาวิธมฺมนิยามา เย, เตว อนิยตา อิธ.
‘‘ภูตธมฺมนิยามานํ, ฐิตาว สา ปจฺจยฏฺฐิติ;
ภาวิธมฺมนิยามานํ, สาเปกฺขา ปจฺจยฏฺฐิติ.
‘‘เตนญฺญา เหตุยา อตฺถิ, สาปิ ธมฺมนิยามตา;
ตสฺสา ผลํ อนิยตํ, ผลาเปกฺขา นิยามตา.
‘‘เอวญฺหิ สพฺพธมฺมานํ, ฐิตา ธมฺมนิยามตา;
ลทฺธธมฺมนิยามา ยา, สาตฺถสาธกเจตนา.
‘‘เจตนาสิทฺธิโต ปุพฺเพ, ปจฺฉา ตสฺสาตฺถสิทฺธิโต;
อวิเสเสน สพฺพาปิ, ฉพฺพิธา อตฺถสาธิกา.
‘‘อาณตฺติยํ ยโต สกฺกา, วิภาเวตุํ วิภาคโต;
ตสฺมา อาณตฺติยํเยว, วุตฺตา สา อตฺถสาธิกา.
‘‘มิจฺฉตฺเต วาปิ สมฺมตฺเต, นิยตานิยตา มตา;
อภิธมฺเม น สพฺพตฺถิ, ตตฺถ สา นิยตา สิยา.
‘‘ยา เถยฺยเจตนา สพฺพา, สหตฺถาณตฺติกาปิ วา;
อภิธมฺมนเยนายํ, เอกนฺตนิยตา สิยา.
‘‘ปาณาติปาตํ นิสฺสาย, สหตฺถาณตฺติกาทิกา;
อภิธมฺมวเสเนสา, ปจฺเจกํ ตํ ทุกํ ภเช.
‘‘ชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉโท, เจตนา เจติ ตํ ทฺวยํ;
น สาหตฺถิกกมฺเมน, ปเควาณตฺติกาสมํ.
‘‘ชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉโท, เจตนา เจติ ตํ ทฺวยํ;
น สาหตฺถิกกมฺเมน, ปเควาณตฺติกาสมํ.
‘‘ชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉทกฺขเณ วธกเจตนา;
จิราฐิตาติ โก ธมฺโม, นิยาเมติ อาปตฺติกํ.
‘‘ชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉทกฺขเณ เจ วธโก สิยา;
มโต สุตฺโต ปพุทฺโธ วา, กุสโล วธโก สิยา.
‘‘กุสลตฺติกเภโท จ, เวทนาตฺติกเภโทปิ;
สิยา ตถา คโต สิทฺโธ, สหตฺถา วธกเจตนา’’ติ.
ยานิ ปน พีชอุตุกมฺมธมฺมจิตฺตนิยามานิ ปญฺจ อฏฺฐกถาย อาเนตฺวา นิทสฺสิตานิ, เตสุ อยมตฺถสาธกเจตนา โยคํ คจฺฉตีติ มญฺเญ ‘‘อยํ อตฺถสาธกเจตนานิยโม นตฺถี’’ติ เจตนานํ มิจฺฉตฺตสมฺมตฺตนิยตานมฺปิ นตฺถิภาวปฺปสงฺคโต. ภชาปิยมานา เยน, เตน สพฺเพปิ ยถาสมฺภวํ กมฺมจิตฺตนิยาเม ภชนฺติ คจฺฉนฺตีติ เวทิตพฺพํ. ชีวิเต อาทีนโว มรณวณฺณทสฺสเน น วิภตฺโตว, อิธ ปน สงฺกปฺปปเท อตฺถโต ‘‘มรณสญฺญี มรณเจตโน มรณาธิปฺปาโย’’ติ เอวํ อวิภูตตฺตา วิภตฺโต, อปากฏตฺตา, อโนฬาริกตฺตา วา อวิภาคา การิตา วา. นยิทํ วิตกฺกสฺส นามนฺติ น วิตกฺกสฺเสว นามํ, กินฺตุ สญฺญาเจตนานมฺปิ นามนฺติ คเหตพฺพํ. กงฺขาวิตรณิยมฺปิ เอวเมว วุตฺตํ.
๑๗๔. กายโตติ วุตฺตตฺตา ‘‘สตฺติญสู’’ติ วตฺตพฺเพ วจนสิลิฏฺฐตฺถํ ‘‘อุสุสตฺติอาทินา’’ติ วุตฺตํ. อนุทฺเทสิเก กมฺมสฺสารมฺมณํ โส วา โหติ, อญฺโญ วา. อุภเยหีติ กิญฺจาปิ ปฐมปฺปหาโร น สยเมว สกฺโกติ, ทุติยํ ลภิตฺวา ปน สกฺโกนฺโต ชีวิตวินาสนเหตุ อโหสิ, ตทตฺถเมว หิ วธเกน โส ทินฺโน, ทุติโย ปน อญฺเญน จิตฺเตน ทินฺโน, เตน สุฏฺฐุ วุตฺตํ ‘‘ปฐมปฺปหาเรเนวา’’ติ, ‘‘เจตนา นาม ทารุณาติ ครุํ วตฺถุํ อารพฺภ ปวตฺตปุพฺพภาคเจตนา ปกติสภาววธกเจตนา, โน ทารุณา โหตี’’ติ อาจริเยน ลิขิตํ. ‘‘ปุพฺพภาคเจตนา ปริวารา, วธกเจตนาว ทารุณา โหตี’’ติ วุตฺตํ. ยถาธิปฺปายนฺติ อุโภปิ ปฏิวิชฺฌติ, สาหตฺถิโกปิ สงฺเกตตฺตา น มุจฺจติ กิร.
กิริยาวิเสโส อฏฺฐกถาสุ อนาคโต. ‘‘เอวํ วิชฺฌ, เอวํ ปหร, เอวํ ฆาเหหี’ติ ปาฬิยา สเมตีติ อาจริเยน คหิโต’’ติ วทนฺติ. ปุรโต ปหริตฺวาติอาทิ วตฺถุวิสงฺเกตเมว กิร. เอตํ คาเม ฐิตนฺติ ปุคฺคโลว นิยมิโต. โย ปน ลิงฺควเสน ‘‘ทีฆํ…เป… มาเรหี’’ติ อาณาเปติ อนิยเมตฺวา. ยทิ นิยเมตฺวา วทติ, ‘‘เอตํ ทีฆ’’นฺติ วเทยฺยาติ อปเร. อาจริยา ปน ‘‘ทีฆนฺติ วุตฺเต นิยมิตํ โหติ, เอวํ อนิยเมตฺวา วทติ, น ปน อาณาปโก ทีฆาทีสุ อญฺญตรํ มาเรหีติ อธิปฺปาโย’’ติ วทนฺติ กิร. ‘‘อตฺโถ ปน จิตฺเตน เอกํ สนฺธายปิ อนิยเมตฺวา อาณาเปตี’’ติ ลิขิตํ. ‘‘อิตโร อญฺญํ ตาทิสํ มาเรติ, อาณาปโก มุจฺจตี’’ติ วุตฺตํ ยถาธิปฺปายํ น คตตฺตา. ‘‘เอวํ ทีฆาทิวเสนาปิ จิตฺเตน อนิยมิตสฺเสวาติ ยุตฺตํ วิย ทิสฺสตี’’ติ อญฺญตรสฺมึ คณฺฐิปเท ลิขิตํ, สุฏฺฐุ วีมํสิตฺวา สพฺพํ คเหตพฺพํ, โอกาสสฺส นิยมิตตฺตาติ เอตฺถ โอกาสนิยมํ กตฺวา นิทฺทิสนฺโต ตสฺมึ โอกาเส นิสินฺนํ มาเรตุกาโมว โหติ, สยํ ปน ตทา ตตฺถ นตฺถิ. ตสฺมา โอกาเสน สห อตฺตโน ชีวิตินฺทฺริยํ อารมฺมณํ น โหติ, เตน อตฺตนา มาราปิโต ปโร เอว มาราปิโต. กถํ? สยํ รสฺโส จ ตนุโก จ หุตฺวา ปุพฺพภาเค อตฺตานํ สนฺธาย อาณตฺติกฺขเณ ‘‘ทีฆํ รสฺสํ ถูลํ พลวนฺตํ มาเรหี’’ติ อาณาเปนฺตสฺส จิตฺตํ อตฺตนิ ตสฺสาการสฺส นตฺถิตาย อญฺญสฺส ตาทิสสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ อารมฺมณํ กตฺวา ปวตฺตติ, เตน มูลฏฺฐสฺส กมฺมพทฺโธ. เอวํสมฺปทมิทนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
ทูตปรมฺปรานิทฺเทเส อาณาเปติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อิตรสฺส อาโรเจติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ อาจริยนฺเตวาสีนํ ยถาสมฺภวํ อาโรจเน, ปฏิคฺคณฺหเน ทุกฺกฏํ สนฺธาย วุตฺตํ. น วธโก ปฏิคฺคณฺหาติ, ตสฺส ทุกฺกฏนฺติ สิทฺธํ โหติ. ตํ ปน โอกาสาภาวโต น วุตฺตํ. มูลฏฺเฐน อาปชฺชิตพฺพาปตฺติยา หิ ตสฺส โอกาโส อปริจฺฉินฺโน, เตนสฺส ตสฺมึ โอกาเส ถุลฺลจฺจยํ วุตฺตํ. วธโก เจ ปฏิคฺคณฺหาติ, มูลฏฺโฐ อาจริโย ปุพฺเพ อาปนฺนทุกฺกเฏน สห ถุลฺลจฺจยมฺปิ อาปชฺชติ. กสฺมา? มหาชโน หิ เตน ปาเป นิโยชิโตติ. อิทํ ปน ทุกฺกฏถุลฺลจฺจยํ วธโก เจ ตมตฺถํ น สาเวติ อาปชฺชติ. ยทิ สาเวติ, ปาราชิกเมวาปชฺชติ. กสฺมา? อตฺถสาธกเจตนาย อภาวา. อนุคณฺฐิปเท ปน ‘‘ปฏิคฺคณฺหติ, ตํ ทุกฺกฏํ โหติ. ยทิ เอวํ กสฺมา ปาเฐ น วุตฺตนฺติ เจ? วธโก ปน ‘สาธุ กโรมี’ติ ปฏิคฺคณฺหิตฺวา ตํ น กโรติ. เอวญฺหิ นิยเม ‘มูลฏฺฐสฺส กึ นาม โหติ, กิมสฺส ทุกฺกฏาปตฺตี’ติ สญฺชาตกงฺขานํ ตทตฺถทีปนตฺถํ ‘มูลฏฺฐสฺส อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’’ติ วุตฺตํ. ‘‘วธโก ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส, มูลฏฺฐสฺส จ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ วุตฺตํ น สิลิสฺสติ, มูลฏฺเฐน อาปชฺชิตพฺพาปตฺติทสฺสนาธิการตฺตา วธโก ปฏิคฺคณฺหาติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ วุตฺตํ.
วิสกฺกิยทูตปทนิทฺเทเส ‘‘วตฺตุกามตาย จ กิจฺเฉเนตฺถ วตฺวา ปโยชนํ นตฺถีติ ภควตา น วุตฺต’’นฺติ วุตฺตํ. ยํ ปน ‘‘มูลฏฺฐสฺเสว ทุกฺกฏ’’นฺติ อฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. ตตฺรายํ วิจารณา – อาจริเยน อาณตฺเตน พุทฺธรกฺขิเตน ตทตฺเถ สงฺฆรกฺขิตสฺเสว อาโรจิเต กิญฺจาปิ โย ‘‘สาธู’’ติ ปฏิคฺคณฺหาติ, อถ โข อาจริยสฺเสเวตํ ทุกฺกฏํ วิสงฺเกตตฺตา, น พุทฺธรกฺขิตสฺส, กสฺมา? อตฺถสาธกเจตนาย อาปนฺนตฺตา. เตเนว ‘‘อาณาปกสฺส จ วธกสฺส จ อาปตฺติ ปาราชิกสฺสา’’ติ ปาฬิยํ วุตฺตํ, ตํ ปน มูลฏฺเฐน อาปชฺชิตพฺพทุกฺกฏํ ‘‘มูลฏฺฐสฺส อนาปตฺตี’’ติ อิมินา อปริจฺฉินฺโนกาสตฺตา น วุตฺตํ.
อวิสงฺเกเต ‘‘มูลฏฺฐสฺส อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ วุตฺตตฺตา วิสงฺเกเต อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ สิทฺธนฺติ เวทิตพฺพํ. ‘‘วธโก ปฏิคฺคณฺหาติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ อิทํ ปน ทุกฺกฏํ วธกสฺเสว. โส หิ ปฐมํ อาณาปกํ พุทฺธรกฺขิตํ ปาราชิกาปตฺตึ ปาเปตฺวา สยํ ชีวิตา โวโรเปตฺวา อาปชฺชิสฺสตีติ กิญฺจาปิ ปาฬิยํ ‘‘โส ตํ ชีวิตา โวโรเปติ, อาณาปกสฺส จ วธกสฺส จ อาปตฺติ ปาราชิกสฺสา’’ติ น วุตฺตํ, ตถาปิ ตํ อตฺถโต วุตฺตเมว, ‘‘ยโต ปาราชิกํ ปญฺญตฺต’’นฺติ ปุพฺเพ วุตฺตนยตฺตา จ ตํ น วุตฺตํ. ‘‘โส ตํ ชีวิตา โวโรเปติ, อาปตฺติ สพฺเพสํ ปาราชิกสฺสา’’ติ หิ ปุพฺเพ วุตฺตํ. เอตฺถ ปุพฺเพ อาจริยนฺเตวาสิกานํ วุตฺตทุกฺกฏถุลฺลจฺจยาปตฺติโย ปฐมเมว อนาปนฺนา ปาราชิกาปตฺติยา อาปนฺนตฺตา. ตถาปิ วธกสฺส ปาราชิกาปตฺติยา เตสํ ปาราชิกภาโว ปากโฏ ชาโตติ กตฺวา ‘‘อาปตฺติ สพฺเพสํ ปาราชิกสฺสา’’ติ เอกโต วุตฺตํ, น ตถา ‘‘อาณาปกสฺส, วธกสฺส จ อาปตฺติ ปาราชิกสฺสา’’ติ เอตฺถ. กสฺมา? วธกสฺส ทุกฺกฏาปตฺติยา อาปนฺนตฺตา. โส หิ ปฐมํ ทุกฺกฏาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา ปจฺฉา ปาราชิกํ อาปชฺชติ. ยทิ ปน อนฺเตวาสิกา เกวลํ อาจริยสฺส ครุกตาย สาสนํ อาโรเจนฺติ สยํ อมรณาธิปฺปายา สมานา ปาราชิเกน อนาปตฺติ. อกปฺปิยสาสนหรณปจฺจยา ทุกฺกฏาปตฺติ โหติ เอว, อิมสฺสตฺถสฺส สาธนตฺถํ ธมฺมปทวตฺถูหิ มิคลุทฺทกสฺส ภริยาย โสตาปนฺนาย ธนุอุสุสูลาทิทานํ นิทสฺสนํ วทนฺติ เอเก. ตํ ติตฺติรชาตเกน (ชา. ๑.๔.๗๓ อาทโย) สเมติ, ตสฺมา สุตฺตญฺจ อฏฺฐกถญฺจ อนุโลเมตีติ โน ตกฺโกติ อาจริโย. อิธ ปน ทูตปรมฺปราย จ ‘‘อิตฺถนฺนามสฺส ปาวท, อิตฺถนฺนาโม อิตฺถนฺนามํ ปาวทตู’’ติ เอตฺถ อวิเสเสตฺวา วุตฺตตฺตา วาจาย วา อาโรเจตุ, หตฺถมุทฺทาย วา, ปณฺเณน วา, ทูเตน วา อาโรเจตุ, วิสงฺเกโต นตฺถิ. สเจ วิเสเสตฺวา มูลฏฺโฐ, อนฺตราทูโต วา วทติ, ตทติกฺกเม วิสงฺเกโตติ เวทิตพฺพํ.
อิทานิ อิมสฺมึเยว อธิการทฺวเย อนุคณฺฐิปเท วุตฺตนโย วุจฺจติ – ‘‘วธโก ปฏิคฺคณฺหาติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ วธกสฺเสว อาปตฺติ, น อาณาปกสฺส พุทฺธรกฺขิตสฺส. ยทิ ปน โส วชฺฌมรณามรเณสุ อวสฺสมญฺญตรํ กโรติ, พุทฺธรกฺขิตสฺสาณตฺติกฺขเณ เอว ปาราชิกทุกฺกเฏสุ อญฺญตรํ สิยา. ‘‘อิติ จิตฺตมโน’’ติ อธิการโต ‘‘จิตฺตสงฺกปฺโป’’ติ เอตฺถาปิ อิติ-สทฺโท วิย ‘‘วธโก ปฏิคฺคณฺหาติ, มูลฏฺฐสฺส อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ อธิการโต ‘‘มูลฏฺฐสฺส อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ วุตฺตเมว โหติ. กสฺมา สรูเปน น วุตฺตนฺติ เจ? ตโต จุตฺตริ นยทานตฺถํ. ‘‘มูลฏฺฐสฺส อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ หิ วุตฺเต มูลฏฺฐสฺเสว วเสน นิยมิตตฺตา ‘‘ปฏิคฺคณฺหนฺตสฺส ทุกฺกฏํ โหตี’’ติ น ญายติ. ‘‘วธโก ปฏิคฺคณฺหาติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ หิ อนิยเมตฺวา วุตฺเต สกฺกา อุภเยสํ วเสน ทุกฺกเฏ โยเชตุํ. ตสฺมา เอว หิ อฏฺฐกถาจริเยหิ อธิการํ คเหตฺวา ‘‘สงฺฆรกฺขิเตน สมฺปฏิจฺฉิเต มูลฏฺฐสฺเสว ทุกฺกฏนฺติ เวทิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. ปฏิคฺคณฺหนฺตสฺส เนว อนุญฺญาตํ, น ปฏิกฺขิตฺตํ, เกวลนฺตุ พุทฺธรกฺขิตสฺส อนิยมิตตฺตา ปฏิกฺขิตฺตํ, ตสฺส ปน ปาราชิกทุกฺกเฏสุ อญฺญตรํ ภเวยฺยาติ อยมตฺโถ ทีปิโต, ตสฺมา ตมฺปิ สุวุตฺตํ. ยสฺมา อุภเยสํ วเสน โยเชตุํ สกฺกา, ตสฺมา อาจริเยหิ ‘‘ปฏิคฺคณฺหนฺตสฺเสเวตํ ทุกฺกฏ’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ มูลฏฺโฐ เนว อนุญฺญาโต ‘‘มูลฏฺฐสฺสา’’ติ วจนาภาวโต, น จ ปฏิกฺขิตฺโต ‘‘ปฏิคฺคณฺหนฺตสฺส อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ ปาฬิยา อภาวโต, ปฏิคฺคณฺหนปจฺจยา วธกสฺส ทุกฺกฏํ สิยาติ นยํ ทาตุํ ‘‘มูลฏฺฐสฺสา’’ติ ปาฬิยํ อวุตฺตตฺตา ‘‘ตํ ปฏิคฺคณฺหนฺตสฺเสเวตํ ทุกฺกฏ’’นฺติ ยํ วุตฺตํ, ตมฺปิ สุวุตฺตํ. ตตฺร หิ พุทฺธรกฺขิตสฺส ปฏิกฺขิตฺตํ, วุตฺตนเยน ปน ตสฺส อาปตฺติ อนิยตาติ. กสฺมา ปน อฏฺฐกถายํ อนุตฺตานํ ปฏิคฺคณฺหนปจฺจยา วธกสฺส ทุกฺกฏํ อวตฺวา มูลฏฺฐสฺเสว วเสน ทุกฺกฏํ วุตฺตนฺติ เจ? อนิฏฺฐนิวารณตฺถํ. ‘‘สงฺฆรกฺขิเตน สมฺปฏิจฺฉิเต ปฏิคฺคณฺหนปจฺจยา ตสฺส ทุกฺกฏ’’นฺติ หิ วุตฺเต อนนฺตรนเยน สรูเปน วุตฺตตฺตา อิธาปิ มูลฏฺฐสฺส ถุลฺลจฺจยํ อฏฺฐกถายํ วุตฺตเมว โหตีติ อาปชฺชติ. อิติ ตํ เอวํ อาปนฺนํ ถุลฺลจฺจยํ อุตฺตานนฺติ ตํ อวตฺวา ปฏิคฺคณฺหนฺตสฺส ทุกฺกฏํ วุตฺตํ. อนุตฺตานตฺตา อฏฺฐกถายนฺติ อิมํ อนิฏฺฐคฺคหณํ นิวาเรตุํ ‘‘มูลฏฺฐสฺเสเวตํ ทุกฺกฏ’’นฺติ วุตฺตํ. อาจริเยน หิ วุตฺตนเยน ปฏิคฺคณฺหนฺตสฺส ทุกฺกฏมฺปิ อุตฺตานเมว. อุตฺตานญฺจ กสฺมา อมฺหากํ ขนฺตีติ วุตฺตนฺติ เจ? ปฏิปตฺติทีปนตฺถํ. ‘‘ปิฏกตฺตยาทีสุ อปฺปฏิหตพุทฺธิโยปิ อาจริยา สรูเปน ปาฬิยํ อฏฺฐกถายญฺจ อวุตฺตตฺตา เอวรูเปสุ นาม ฐาเนสุ เอวํ ปฏิปชฺชนฺติ, กิมงฺคํ ปน มาทิโสติ สุหทยา กุลปุตฺตา อนาคเต วุตฺตนยมนติกฺกมิตฺวา สงฺกรโทสํ วิวชฺเชตฺวา วณฺณนาเวลญฺจ อนติกฺกมฺม ปฏิปชฺชนฺตี’’ติ จ อปเรหิ วุตฺตํ. อยํ ปน อฏฺฐกถาย วา อวุตฺตตฺตา เอวรูเปสุ นาม ปาโฐ อาจริเยน ปจฺฉา นิกฺขิตฺตตฺตา เกสุจิ โปตฺถเกสุ น ทิสฺสตีติ กตฺวา สพฺพํ ลิขิสฺสาม. เอวํ สนฺเต ปฏิคฺคหเณ อาปตฺติเยว น สิยา, สญฺจริตฺตปฏิคฺคหณมรณาภินนฺทเนสุปิ จ อาปตฺติ โหติ, มารณปฏิคฺคหเณ กถํ น สิยา, ตสฺมา ปฏิคฺคณฺหนฺตสฺเสเวตํ ทุกฺกฏํ, เตเนเวตฺถ ‘‘มูลฏฺฐสฺสา’’ติ น วุตฺตํ. ปุริมนเยปิ เจตํ ปฏิคฺคณฺหนฺตสฺส เวทิตพฺพเมว, โอกาสาภาเวน ปน น วุตฺตํ. ตสฺมา โย โย ปฏิคฺคณฺหาติ, ตสฺส ตสฺส ตปฺปจฺจยา อาปตฺติเยวาติ อยเมตฺถ อมฺหากํ ขนฺติ. ยถา เจตฺถ, เอวํ อทินฺนาทาเนปีติ.
๑๗๕. อรโห รโหสญฺญีนิทฺเทสาทีสุ กิญฺจาปิ ปาฬิยํ, อฏฺฐกถายญฺจ ทุกฺกฏเมว วุตฺตํ, ตถาปิ ตตฺถ ปรมฺปราย สุตฺวา มรตูติ อธิปฺปาเยน อุลฺลปนฺตสฺส อุทฺเทเส สติ อุทฺทิฏฺฐสฺส มรเณน อาปตฺติ ปาราชิกสฺส, อสติ ยสฺส กสฺสจิ มรเณน อาปตฺติ ปาราชิกสฺส. ‘‘อิตฺถนฺนาโม สุตฺวา เม วชฺฌสฺส อาโรเจตู’’ติ อุทฺทิสิตฺวา อุลฺลปนฺตสฺส วิสงฺเกตตา ทูตปรมฺปราย วุตฺตตฺตา เวทิตพฺพา. สเจ ‘‘โย โกจิ สุตฺวา วทตู’’ติ อุลฺลปติ, วชฺโฌ สยเมว สุตฺวา มรติ, วิสงฺเกตตฺตา น ปาราชิกํ. โย โกจิ สุตฺวา วทติ, โส เจ มรติ, ปาราชิกํ. ‘‘โย โกจิ มม วจนํ สุตฺวา ตํ มาเรตู’’ติ อุลฺลปติ, โย โกจิ สุตฺวา มาเรติ, ปาราชิกํ, สยเมว สุตฺวา มาเรติ, วิสงฺเกตตฺตา น ปาราชิกนฺติ เอวํ ยถาสมฺภโว เวทิตพฺโพ.
๑๗๖. มูลํ ทตฺวา มุจฺจตีติ เอตฺถ ภินฺทิตฺวา, ภญฺชิตฺวา, จวิตฺวา, จุณฺเณตฺวา, อคฺคิมฺหิ ปกฺขิปิตฺวา วา ปเคว มุจฺจตีติ อตฺถโต วุตฺตเมว โหติ. เยสํ หตฺถโต มูลํ คหิตนฺติ เยสํ ญาตกปริวาริตานํ หตฺถโต มูลํ เตน ภิกฺขุนา คหิตํ, โปตฺถกสามิกหตฺถโต ปุพฺเพ ทินฺนมูลํ ปุน คเหตฺวา เตสญฺเญว ญาตกาทีนํ ทตฺวา มุจฺจติ, เอวํ โปตฺถกสามิกสฺเสว สนฺตกํ ชาตํ โหติ. อนุคณฺฐิปเท ปน ‘‘สเจปิ โส วิปฺปฏิสารี หุตฺวา สีฆํ เตสํ มูลํ ทตฺวา มุจฺจตี’’ติ วุตฺตํ, ตํ เยน ธเนน โปตฺถโก กีโต, ตญฺจ ธนํ สนฺธาย วุตฺตํ. กสฺมา? โปตฺถกสามิกหตฺถโต ธเน คหิเต โปตฺถเก อทินฺเนปิ มุจฺจนโต. สเจ อญฺญํ ธนํ สนฺธาย วุตฺตํ, น ยุตฺตํ โปตฺถกสฺส อตฺตนิยภาวโต อโมจิตตฺตา. สเจ โปตฺถกํ สามิกานํ ทตฺวา มูลํ น คณฺหาติ, น มุจฺจติ อตฺตนิยภาวโต อโมจิตตฺตา. สเจ โปตฺถกํ มูลฏฺเฐน ทิยฺยมานํ ‘‘ตเวว โหตู’’ติ อปฺเปติ, มุจฺจติ อตฺตนิยภาวโต โมจิตตฺตา. เอตฺถายํ วิจารณา – ยถา เจติยํ วา ปฏิมํ โปกฺขรณึ เสตุํ วา กิณิตฺวา คหิตมฺปิ การกสฺเสเวตํ ปุญฺญํ, น กิณิตฺวา คหิตสฺส, ตถา ปาปมฺปิ เยน โปตฺถโก ลิขิโต, ตสฺเสว ยุชฺชติ, น อิตรสฺสาติ เจ? น, ‘‘สตฺถหารกํ วาสฺส ปริเยเสยฺยา’’ติ วจนโต. ปเรน หิ กตสตฺถํ ลภิตฺวา อุปนิกฺขิปนฺตสฺส ปาราชิกนฺติ สิทฺธํ. เอวํ ปเรน ลิขิตมฺปิ โปตฺถกํ ลภิตฺวา ยถา วชฺโฌ ตํ ปสฺสิตฺวา มรติ, ตถา อุปนิกฺขิเปยฺย ปาราชิกนฺติ สิทฺธํ โหตีติ. เจติยาทีติ เอตมนิทสฺสนํ กรณปจฺจยํ หิ ตํ กมฺมํ อิทํมรณปจฺจยนฺติ เอวํ อาจริเยน วิจาริตํ. มม ปน เจติยาทินิทสฺสเนเนว โสปิ อตฺโถ สาเธตพฺโพ วิย ปฏิภาติ.
ตตฺตกา ปาณาติปาตาติ ‘‘เอกาปิ เจตนา กิจฺจวเสน ‘ตตฺตกา’ติ วุตฺตา สติปฏฺฐานสมฺมปฺปธานานํ จตุกฺกตา วิยา’’ติ ลิขิตํ. ปมาเณ ฐเปตฺวาติ อตฺตนา อธิปฺเปตปฺปมาเณ. ‘‘กตํ มยา เอวรูเป อาวาเฏ ขณิเต ตสฺมึ ปติตฺวา มรตู’’ติ อธิปฺปาเยน วธโก อาวาฏปฺปมาณํ นิยเมตฺวา สเจ ขณิ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อิมสฺมึ อาวาเฏ’’ติ. อิทานิ ขณิตพฺพํ สนฺธาย เอตฺตกปฺปมาณสฺส อนิยมิตตฺตา ‘‘เอกสฺมิมฺปิ กุทาลปฺปหาเร’’ติอาทิ วุตฺตํ, สุตฺตนฺติกตฺเถเรหิ กิญฺจาปิ อุปฐตํ, ตถาปิ สนฺนิฏฺฐาปกเจตนา อุภยตฺถ อตฺเถวาติ อาจริยา. พหูนํ มรเณ อารมฺมณนิยเม กถนฺติ เจ? วชฺเฌสุ เอกสฺส ชีวิตินฺทฺริเย อาลมฺพิเต สพฺเพสมาลมฺพิตเมว โหติ. เอกสฺส มรเณปิ น ตสฺส สกลํ ชีวิตํ สกฺกา อาลมฺพิตุํ น อุปฺปชฺชมานํ, อุปฺปนฺนํ, นิรุชฺฌมานํ, อตฺถิตายปาณาติปาตเจตนาว ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณา, ปุเรชาตารมฺมณา จ โหติ, ตสฺมา ตมฺปิ ยุชฺชติ. ปจฺฉิมโกฏิยา เอกจิตฺตกฺขเณ ปุเรชาตํ หุตฺวา ฐิตํ ตํ ชีวิตมาลมฺพณํ กตฺวา สตฺตมชวนปริยาปนฺนเจตนาย โอปกฺกเม กเต อตฺถโต ตสฺส สตฺตสฺส สพฺพํ ชีวิตินฺทฺริยมาลมฺพิตํ, โวโรปิตญฺจ โหติ, อิโต ปนญฺญถา น สกฺกา; เอวเมว ปุพฺพภาเค ‘‘พหูปิสตฺเต มาเรมี’’ติ จินฺเตตฺวา สนฺนิฏฺฐานกาเล วิสปกฺขิปนาทีสุ เอกํ ปโยคํ สาธยมานา วุตฺตปฺปการเจตนา เตสุ เอกสฺส วุตฺตปฺปการํ ชีวิตินฺทฺริยํ อาลมฺพณํ กตฺวา อุปฺปชฺชติ, เอวํ อุปฺปนฺนาย ปเนกาย สพฺเพปิ เต มาริตา โหนฺติ ตาย เอว สพฺเพสํ มรณสิทฺธิโต, อญฺญถา น สกฺกา โวโรเปตุํ, อาลมฺพิตุํ วา. ตตฺถ เอกาย เจตนาย พหูนํ มรเณ อกุสลราสิ กถนฺติ เจ? วิสุํ วิสุํ มรเณ ปวตฺตเจตนานํ กิจฺจกรณโต. กถํ? ตา ปน สพฺพา อุปปชฺชเวทนียาว โหนฺติ, ตสฺมา ตาสุ ยาย กายจิ ทินฺนาย ปฏิสนฺธิยา อิตรา สพฺพาปิ ‘‘ตโต พลวตรกุสลปฏิพาหิตา อโหสิกมฺม’’นฺติอาทิโกฏฺฐาสํ ภชนฺติ, ปุนปิ วิปากํ ชนิตุํ น สกฺโกนฺติ. อปราปริยเวทนียาปิ วิย ตํ ปฏิพาหิตฺวา กุสลเจตนา ปฏิสนฺธึ เทติ, ตถา อยมฺปิ เจตนา อนนฺตรภเว เอว ปฏิสนฺธิทานาทิวเสน ตาสํ กิจฺจเลสกรณโต เอกาปิ สมานา ‘‘ราสี’’ติ วุตฺตา. ตาย ปน ทินฺนาย ปฏิสนฺธิยา อติติกฺโข วิปาโก โหติ. อยเมตฺถ วิเสโสติอาทิ อนุคณฺฐิปเท ปปญฺจิตํ.
อมริตุกามา วาติ อธิปฺปายตฺตา โอปปาติกมรเณปิ อาปตฺติ. ‘‘‘นิพฺพตฺติตฺวา’ติ วุตฺตตฺตา ปตนํ น ทิสฺสตีติ เจ? โอปปาติกตฺตํ, ปตนญฺจ เอกเมวา’’ติ ลิขิตํ. อถ วา ‘‘สพฺพถาปิ อนุทฺทิสฺเสวา’’ติ วจนโต เอตฺถ มรตูติ อธิปฺปายสมฺภวโต ‘‘อุตฺตริตุํ อสกฺโกนฺโต มรติ ปาราชิกเมวา’’ติ สุวุตฺตํ. สเจ ‘‘ปติตฺวา มรตู’’ติ นิยเมตฺวา ขณิโต โหติ, โอปปาติกมนุสฺโส จ นิพฺพตฺติตฺวา ฐิตนิยเมเนว ‘‘อุตฺตริตุํ น สกฺกา’’ติ จินฺเตตฺวา มรตีติ ปาราชิกจฺฉายา น ทิสฺสติ, เตน วุตฺตํ ‘‘อุตฺตริตุํ อสกฺโกนฺโต’’ติ. โส หิ อุตฺตริตุํ อสกฺโกนฺโต ปุนปฺปุนํ ปติตฺวา มรติ, เตน ปาโตปิ ตสฺส สิทฺโธ โหตีติ อธิปฺปาโย. ตตฺถ สิยา – โย ปน ‘‘อุตฺตริตุํ อสกฺโกนฺโต มรตี’’ติ วุตฺโต, โส โอปาตขณนกฺขเณ อรูปโลเก ชีวติ. วธกเจตนา จ ‘‘อนิยโต ธมฺโม มิจฺฉตฺตนิยตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย, รูปชีวิตินฺทฺริยํ มาตุฆาติกมฺมสฺส ปิตุฆาติกมฺมสฺส อรหนฺตฆาติกมฺมสฺส รุหิรุปฺปาทกมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๒.๑๕.๓๘ มิจฺฉตฺตนิยตตฺติก) วจนโต รูปชีวิตินฺทฺริยารมฺมณํ โหติ, น จ ตํ อรูปาวจรสตฺตสฺสตฺถิ, น จ สา เจตนา ‘‘อนิยโต ธมฺโม มิจฺฉตฺตนิยตสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย, อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ อารมฺมณปุเรชาตํ. รูปชีวิตินฺทฺริยํ มาตุฆาติกมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๒.๑๕.๔๘ มิจฺฉตฺตนิยตตฺติก) วจนโต อนาคตารมฺมณา โหติ. อญฺโญ อิธ ปติตฺวา มรณกสตฺโต นตฺถิ, เอวํ สนฺเต วธกเจตนาย กึ อารมฺมณนฺติ เจ? ยสฺส กสฺสจิ อิธ ชีวนกสตฺตสฺส ปจฺจุปฺปนฺนํ ชีวิตินฺทฺริยํ อารมฺมณํ. กิญฺจาปิ โส น มรติ, อถ โข ปาณาติปาโต โหติ เอว. ยถา กึ ‘‘ยถากฺกเมน ฐิเต สตฺต ชเน เอเกน กณฺเฑน วิชฺฌิตฺวา มาเรมี’’ติ ปุพฺพภาเค จินฺเตตฺวา สนฺนิฏฺฐานกาเล เตสุ เอกสฺส ชีวิตมารมฺมณํ กตฺวา กณฺฑํ วิสฺสชฺเชติ, กณฺโฑ ตํ วิรชฺฌิตฺวา อิตเร ฉ ชเน มาเรติ, เอวํ สนฺเตปิ อยํ ปาณาติปาตี เอว โหติ, เอวมิธาปิ ‘‘โย โกจี’’ติ วิกปฺเปนฺตสฺส วธกเจตนา ยสฺส กสฺสจิ ชีวิตารมฺมณํ กตฺวา ปวตฺตติ, ตสฺมึ อมเตปิ อิตรสฺส วเสน ปาณาติปาตี. สเจ อรหา หุตฺวา ปรินิพฺพายติ, อรหนฺตฆาตโกว โหติ. เอส นโย สพฺพตฺถ เอวรูเปสุ. อยเมว เหตฺถ อาจริยปรมฺปราคตา ยุตฺติ วินิจฺฉยกถาติ วุตฺตํ.
ปตนรูปํ ปมาณนฺติ เอตฺถ ยถา มาตุยา ปติตฺวา ปริวตฺตลิงฺคาย มตาย โส มาตุฆาตโก โหติ, น เกวลํ ปุริสฆาตโก, ตสฺมา ปตนสฺเสว วเสน อาปตฺติ. กสฺมา? ปตนรูปมรณรูปานํ เอกสนฺตานตฺตา, ตเทว หิสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ, ตสฺส หิ ปริวตฺตนํ นตฺถิ, อิตฺถิปุริสินฺทฺริยาเนว ปวตฺติยํ นิรุชฺฌนุปฺปชฺชนกานิ, อิตฺถิปุริโสติ จ ตตฺถ โวหารมตฺตเมว, ตสฺมา มาตุฆาตโกว, น ปุริสฆาตโกติ, ยถา ตสฺส ปตนรูปวเสนาปตฺติ, ตถา อิธาปิ ปตนรูปวเสน ถุลฺลจฺจยํ เอกสนฺตานตฺตาติ อยํ ปฐมเถรวาเท ยุตฺติ. ทุติเย กิญฺจาปิ เปโต ปติโต, ยกฺโข จ, อถ โข อเหตุกปฏิสนฺธิกตฺตา อกุสลวิปากสฺส ‘‘วาเมน สูกโร โหตี’’ติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒๙๖; มหานิ. อฏฺฐ. ๑๖๖) เอตฺถ วุตฺตยกฺขานํ ปฏิสนฺธิ วิย สพฺพรูปานํ สาธารณตฺตา, อมนุสฺสชาติกตฺตา จ ติรจฺฉานรูเปน มเต มรณรูปวเสน ปาจิตฺติยํ, วตฺถุวเสน ลหุกาปตฺติยา ปริวตฺตนา โหติ เอว ตตฺถชาตกรุกฺขาทิเฉทนปาจิตฺติยปริวตฺตนํ วิย. อยเมว ยุตฺตตโร, ตสฺมา ปจฺฉา วุตฺโต. ปาราชิกสฺส ปน มนุสฺสชาติโก ยถา ตถา วา ปติตฺวา ยถา ตถา วา มรตุ, ปาราชิกเมว ครุกตฺตา. ครุกาปตฺติยา หิ วิปริวตฺตนา นตฺถีติ วุตฺตํ.
ถุลฺลจฺจยํ ติรจฺฉาเน, มเต เภทสฺส การณํ;
สรูปมรณํ ติสฺโส, ผุสฺโส มญฺเญติ อญฺญถา.
คณฺฐิปเท ปน ‘‘ทุติยวาเท ปุถุชฺชนสฺส ปติตฺวา อรหตฺตํ ปตฺวา มรนฺตสฺส วเสน วุตฺโต’’ติ ลิขิตํ. ‘‘ติรจฺฉาเน’’ติ เอตฺถ เกจิ วทนฺติ ‘‘เทวา อธิปฺเปตา’’ติ. ‘‘สกสกรูเปเนว มรณํ ภวติ นาญฺญถา’’ติ จ วทนฺติ. ยกฺขเปตรูเปน มเตปิ เอเสว นโยติ ถุลฺลจฺจยนฺติ อตฺโถ. ‘‘ติรจฺฉานคตมนุสฺสวิคฺคหมรเณ วิยา’’ติ ลิขิตํ. ปหารํ ลทฺธาติ สตฺตานํ มารณตฺถาย กตตฺตา วุตฺตํ.
๑๗๗. สาธุ สุฏฺฐุ มรตูติ วจีเภทํ กโรติ. วิสภาคโรโคติ สรีรฏฺโฐ คณฺฑปีฬกาทิ.
๑๗๘. กาฬานุสารีติ เอกิสฺสา ลตาย มูลํ กิร. มหากจฺฉเปน กตปุปฺผํ วา. หํสปุปฺผนฺติ หํสานํ ปกฺขปตฺตํ. เหฏฺฐา วุตฺตนเยน สาหตฺถิกาณตฺติกนยเญฺหตฺถ โยเชตฺวา กายวาจาจิตฺตโต สมุฏฺฐานวิธิ ทสฺเสตพฺโพ.
ปทภาชนียวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
วินีตวตฺถุวณฺณนา
๑๘๐. มรณตฺถิกาว หุตฺวาติ อิมสฺส กายสฺส เภเทน สคฺคปาปนาธิปฺปายตฺตา อตฺถโต มรณตฺถิกาว หุตฺวา เอวํอธิปฺปายิโน มรณตฺถิกา นาม โหนฺตีติ อตฺตโน มรณตฺถิกภาวํ อชานนฺตา อาปนฺนา ปาราชิกํ. น หิ เต ‘‘อตฺตโน จิตฺตปฺปวตฺตึ น ชานนฺตี’’ติ วุจฺจนฺติ. โวหารวเสนาติ ปุพฺพภาคโวหารวเสน. สนฺนิฏฺฐาเน ปเนตํ นตฺถิ. ปาเส พทฺธสูกรโมจเน วิย น โหติ. ยถานุสนฺธินาติ อนฺตรา อมริตฺวาติ อตฺโถ. อปฺปฏิเวกฺขิตฺวาติ อวิจาเรตฺวา. เหฏฺฐิมภาเค หิ กิสฺมิญฺจิ วิชฺชมาเน วลิ ปญฺญายติ. ทสฺสิเตติ อุทฺธริตฺวา ฐปิเต. ปฏิพนฺธนฺติ ตยา ปฏิพนฺธํ, ปริโภคนฺตรายํ สงฺฆสฺส มา อกาสีติ อตฺโถ.
๑๘๑-๒. ยสฺมา กิริยํ ทาตุํ น สกฺกา, ตสฺมา ‘‘ปฐมํ ลทฺธ’’นฺติ วุตฺตํ. ปุพฺเพปิ อตฺตนา ลทฺธปิณฺฑปาตโต ปณีตปณีตํ เทนฺโต ตตฺถปิ อตฺตการิยํ อทาสิ. อสญฺจิจฺจาติ เอตฺถ อญฺญํ อากฑฺฒนฺตสฺส อญฺญสฺส ปตเน สพฺเพน สพฺพํ อภิสนฺธิ นตฺถิ. น มรณาธิปฺปายสฺสาติ ปฏิโฆ จ ปโยโค จ อตฺถิ, วธกเจตนา นตฺถิ. อชานนฺตสฺสาติ เอตฺถ ‘‘วตฺถุอชานนวเสน อชานนฺตสฺส โทโส นตฺถิ, อิทํ กิร เตสํ นานตฺตํ. ‘อสญฺจิจฺโจ อห’นฺติ ปาฬิยํ น ทิสฺสติ. อฏฺฐกถายํ วุตฺตตฺตา ตถารูปาย ปาฬิยา ภวิตพฺพ’’นฺติ วทนฺติ. โน เจ, ถุลฺลจฺจยนฺติ เอตฺถ ‘‘ทุกฺขเวทนา เจ นุปฺปชฺชติ, ทุกฺกฏเมวา’’ติ วทนฺติ, วีมํสิตพฺพํ. ‘‘มุคฺครา นาม ขาทนทณฺฑกา. เวมา นาม เตสํ ขาทนทณฺฑกานํ เหฏฺฐา จ อุปริ จ ติริยํ พนฺธิตพฺพทณฺฑา’’ติ ลิขิตํ. เหฏฺฐาว ทุวิธาปิ ปฐนฺติ. หตฺถปฺปตฺโต วิย ทิสฺสติ ‘‘ตสฺส วิกฺเขโป มา โหตู’’ติ อุปจฺฉินฺทติ. วิเสสาธิคมํ พฺยากริตฺวา ตปฺปภวํ สกฺการํ ลชฺชียนฺโต อาหารํ อุปจฺฉินฺทติ สภาคานํ พฺยากตตฺตา. เต หิ กปฺปิยเขตฺตํ อาโรเจนฺติ.
๑๘๖. อกตวิญฺญตฺติยาติ น วิญฺญตฺติยา. สา หิ อนุญฺญาตตฺตา กตาปิ อกตา วิยาติ อกตวิญฺญตฺติ. ‘‘‘วเทยฺยาถ, ภนฺเต เยนตฺโถ’ติ เอวํ อกตฏฺฐาเน วิญฺญตฺติ อกตวิญฺญตฺตี’’ติ ลิขิตํ. ติตฺถิยภูตานํ มาตาปิตูนํ สหตฺถา ทาตุํ น วฏฺฏตีติ. ปิตุจฺฉา นาม ปิตุภคินี. สเจปิ น ยาจนฺติ ‘‘ยาจิตุํ ทุกฺข’’นฺติ, สยํ วา เอวํ วตฺตุมสกฺโกนฺตา. ‘‘ยทา เตสํ อตฺโถ ภวิสฺสตี’’ติ อาโภคํ กตฺวา วา. ‘‘‘เวชฺชกมฺมํ วา น โหตี’ติ วจนโต ยาว สตฺตโม กุลปริวฏฺโฏ, ตาว เภสชฺชํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. สพฺพปเทสูติ มหามาตุยาจูฬมาตุยาติอาทีนํ.
วุตฺตนเยน ปริเยสิตฺวาติ ‘‘สามเณเรหิ วา’’ติอาทินา. ‘‘น อกตวิญฺญตฺติยา’’ติ วทนฺติ. ‘‘ปจฺจาสีสติ สเจ, ทุกฺกฏ’’นฺติ วทนฺติ. กปฺปิยวเสนาติ ปุปฺผํ อาเนถาติอาทินา. ‘‘ปูชํ อกาสี’ติ วุตฺตตฺตา สยํ คเหตุํ น วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ.
‘‘ภณถา’’ติ วุตฺเต ปน กาตพฺพํ. ธมฺมญฺหิ วตฺตุํ วฏฺฏติ. โน เจ ชานนฺติ, น ปาทา อปเนตพฺพา. อวมงฺคลนฺติ หิ คณฺหนฺติ.
โจรนาคสฺส หิ อามฏฺฐํ ทินฺเน กุชฺฌิสฺสติ, อนามฏฺฐํ น วฏฺฏตีติ องฺคุลนฺตเร โถกํ ภตฺตํ คเหตฺวา ปตฺเต ภตฺตํ สพฺพํ อทาสิ, โส เตน ตุสฺสิ. วรโปตฺถกจิตฺตตฺถรณนฺติ สิพฺพิตฺวา กาตพฺพตฺถรณวิกติ. ปิตุราชา ทมิฬสฺส ปราชิโต โรหเณ โสฬสวสฺสานิ วสิตฺวา มิตฺตามจฺจปริวุโต ‘‘รชฺชํ คณฺหามี’’ติ อาคนฺตฺวา อนฺตรามคฺเค อปฺปมตฺตกสฺส การณา เอกํ อมจฺจํ ฆาตาเปสิ. เสสา ภเยน ปลายนฺตา อรญฺเญ อนฺตรามคฺเค โจเรหิ วิลุตฺตา หมฺพุคลฺลกวิหารํ คนฺตฺวา ตตฺถ จาตุนิกายิกติสฺสตฺเถโร เตสํ สงฺคหํ กตฺวา ปุน อาเนตฺวา รญฺโญ ทสฺเสสิ, เตหิ สทฺธึ รชฺชํ คเหตฺวา ราชา หมฺพุคลฺลกติสฺสตฺเถรสฺส อภยคิริวิหารํ อกาสิ. เสสาปิ เอเกกวิหารํ การาเปสุํ กิร.
๑๘๗. โจรสมีปํ เปเสนฺโต ‘‘วาฬยกฺขวิหารํ เปเสตี’’ติ อิมินา สทิโส. กสฺมา? มรณาธิปฺปายตฺตา. ตฬากาทีสุ มจฺฉาทิคฺคหณตฺถํ เกวฏฺฏํ อญฺญาปเทเสน ‘‘ตฬากตีรํ คจฺฉา’’ติ ปหิณนฺตสฺส ปาณาติปาเตน ภวิตพฺพํ, ‘‘วาฬยกฺขวิหารํ ปาเหสี’’ติ อิมสฺส สทิโส. กสฺมา? ‘‘มรณาธิปฺปายตฺตา’’ติ วจนสฺสานุโลมโต, อฏฺฐกถายมฺปิ ‘‘เอวํ วาฬยกฺขมฺปี’’ติ วุตฺตตฺตา.
๑๘๙. ตํ ตตฺรฏฺฐิตํ ฉินฺทนฺตนฺติ ตํ-สทฺโท เอกจฺเจสุ นตฺถิ. อิตเรสุ ปาราชิกถุลฺลจฺจยํ อาปนฺนาติ อตฺโถ. ‘‘อิมํ ฉินฺทิตฺวา สีฆํ คนฺตฺวา สงฺฆสฺส ปตฺตจีวรํ ทสฺสามี’’ติ กุสลจิตฺเตนปิ ฉินฺทิตุํ น วฏฺฏติ อนนุญฺญาตตฺตา. อญฺญสฺส ปน ภิกฺขุโน วฏฺฏติ อนุญฺญาตตฺตา.
๑๙๐. กถํ? กุฏิรกฺขณตฺถญฺหิ ภควตา ปฏคฺคิทานาทิ อนุญฺญาตํ, กุฏิ นาเมสา ภิกฺขูนํ อตฺถาย. ตสฺมา ‘‘ภิกฺขุรกฺขณตฺถํ อญฺญสฺส ภิกฺขุสฺส วฏฺฏตี’ติ วตฺตพฺพเมตฺถ นตฺถี’’ติ วุตฺตํ. ยทิ เอวํ อจฺฉินฺนจีวรสฺส นคฺคภาวปฺปฏิจฺฉาทนตฺถํ ภูตคามปาตพฺยตา ภควตา อนุญฺญาตา, ชีวิตรกฺขณตฺถญฺจ สปฺปทฏฺฐกาเล อนุญฺญาตํ, ตสฺมา ‘‘อปิ ชีวิตํ ปริจฺจชิตพฺพํ, น จ รุกฺโข วา ฉินฺทิตพฺโพ’’ติอาทิ น วตฺตพฺพํ สิยา, ตสฺมา ตํ นิทสฺสนํ อปฺปมาณํ, อฏฺฐกถาจริโย เอเวตฺถ ปมาณํ. เอตฺถ ปนายํ อาจริยสฺส ตกฺโก – อริยปุคฺคเลสุปิ สตฺตา นคฺคิยํ ปสฺสิตฺวา อปฺปสาทํ กตฺวา นิรยูปคา ภวิสฺสนฺติ, ตถา สปฺปา จ ฑํสิตฺวา, เตสํ ปาปวิโมจนตฺถํ ภูตคามปาตพฺยตา อนุญฺญาตา. ทานปตีนํ จิตฺตรกฺขณตฺถํ ปฏคฺคิทานาทิ. อญฺญถา โลกสฺส ปุญฺญนฺตราโย, สงฺฆสฺส จ ลาภนฺตราโย โหติ. วธกสฺส ปน จิตฺตหิตกรณํ นตฺถิ, ตํ ปน อวีติกฺกมํ, ชีวิตปริจฺจชนํ ปสฺสิตฺวา วา ‘‘อโห ทุกฺกรํ กต’’นฺติ ปสาทเมว ลเภยฺยุนฺติ อตฺตโน น วฏฺฏติ, อญฺญสฺส วฏฺฏติ. อญฺญถา ติตฺถิยานํ อสทฺธมฺมสิทฺธิยาติ. คณฺฐิปเท ปน ‘‘ชีวิตตฺถาย รุกฺขํ ฉินฺทนฺตสฺส อตฺตสิเนหวเสน ฉินฺทนโต อกุสลตฺตา น วฏฺฏติ, อญฺญสฺส วฏฺฏตี’’ติ ลิขิตํ. อเนเกสุ รุกฺเขน โอตฺถเตสุ, โอปาเต วา ปติเตสุ อญฺเญน อญฺญสฺสตฺถาย รุกฺขเฉทนาทิ กาตุํ วฏฺฏติ, กสฺมา? ปรปริตฺตาณาธิปฺปายโตติ. ปริตฺตนฺติ รกฺขณํ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สมนฺตา ภูมิตจฺฉน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.
๑๙๑. ตีหิ มาริเต ปน วิสงฺเกตนฺติ เอตฺถ ตีสุ เอเกน มาริเตปิ ‘‘เขตฺตเมว โอติณฺณตฺตา ปาราชิก’’นฺติ วุตฺตตฺตา ตโยปิ เอกโต หุตฺวา มาเรนฺติ เจ, อาปชฺชติ, เตเนว วุตฺตํ ‘‘ปริจฺเฉทพฺภนฺตเร วา อวิสงฺเกต’’นฺติ. ‘‘ปริจฺเฉทาติกฺกเม ปน สพฺพตฺถ วิสงฺเกตํ โหตี’’ติ วุตฺตตฺตา ทฺวินฺนํ พลํ คเหตฺวา ตติโย เจ มาเรติ อาปชฺชติ วิย ทิสฺสติ, วีมํสิตพฺพํ. ‘‘เทฺว มาเรนฺตู’’ติ วุตฺเต เอเกน วา ทฺวีหิ วา มาริเต ปาราชิกนฺติ ‘‘ทฺวินฺนํ ปหารานํ มรเณ สติ เทฺว มาริตา นาม โหนฺติ, อสติ เอโกว โหติ, ตสฺมา วิชานิตพฺพ’’นฺติ วทนฺติ.
ตติยปาราชิกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.