๑. ปฐมปาราชิกํ

สุทินฺนภาณวารวณฺณนา

ปฐมสฺเสตฺถ นิทาเน, ฐตฺวา ปาราชิกสฺส วิญฺเญยฺโย;

โจทนาปริหารนโย, ปุคฺคลวตฺถุปฺปกาสเนเยว.

ตตฺถ ภควา เวรญฺชายํ วุตฺถวสฺโส อนุปุพฺเพน จาริกํ จรนฺโต กตฺติกชุณฺหปกฺเข เอว เวสาลึ ปาปุณิตฺวา ยาว ปฐมปาราชิกสิกฺขาปทปญฺญาปนํ, ตาว อฏฺฐ วสฺสานิ เวสาลิยํเยว วิหรนฺโต วิย ปาฬิกฺกเมน ทิสฺสติ, น จ ภควา ตาวตฺตกํ กาลํ ตตฺเถว วิหาสิ. โส หิ สุทินฺนสฺส สาวกานํ สนฺติเก ปพฺพชฺชํ อุปสมฺปทญฺจ อนุชานิตฺวา ยถาภิรนฺตํ ตตฺถ วิหริตฺวา จาริกํ จรนฺโต เภสกฬาวนํ ปตฺวา ตตฺถ เตรสมํ วสฺสํ วสิ, เตเนว อนุกฺกเมน สาวตฺถึ ปตฺวา จุทฺทสมํ วสฺสํ วสิ, ปนฺนรสมํ กปิลวตฺถุมฺหิ, โสฬสมํ อาฬวิยํ, ตโต วุตฺถวสฺโส จาริกํ จรนฺโต ราชคหํ ปตฺวา สตฺตรสมํ วสิ, อิมินา อนุกฺกเมน อปรานิปิ ตีณิ วสฺสานิ ตตฺเถว วสิ. เอตฺตาวตา ภควา ปริปุณฺณวีสติวสฺโส ราชคหโต อนุปุพฺเพน เวสาลึ ปาปุณิ, ตโต อุปสมฺปทาย อฏฺฐวสฺสิโก สุทินฺโน เวสาลิยํเยว เมถุนํ ธมฺมํ อภิวิญฺญาเปสิ, ตโต ภควา ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ปฐมํ ปาราชิกํ ปญฺญเปสีติ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ ยสฺมา อุปาลิตฺเถโร อิโต ปฐมตรํ ตตฺถ เวสาลิยญฺจ ปญฺญตฺตสิกฺขาปทานิ อทสฺเสตุกาโม, วินยนิทานานนฺตรํ ปฐมปาราชิกเมว ทสฺเสตุกาโม, ตสฺมา เวสาลิยํ ปฐมํ นิวาสํ, ปจฺฉา อิมสฺส สิกฺขาปทสฺส ปญฺญตฺติกาเล นิวาสญฺจ เอกโต กตฺวา ‘‘ตตฺร สุทํ ภควา เวสาลิย’’นฺติอาทิมาห, เตน วุตฺตํ ‘‘ปฐมสฺเสตฺถ นิทาเน, ฐตฺวา …เป… ปกาสเนเยวา’’ติ. ตสฺมา อิมสฺมึ ปฐมปาราชิกสฺส ปญฺญตฺติฏฺฐานสงฺขาเต นิทาเน ฐตฺวา ‘‘เตน โข ปน สมเยน เวสาลิยา อวิทูเร กลนฺทคาโม นาม โหติ…เป… อญฺญตรํ วชฺชิคามํ อุปนิสฺสาย วิหรตี’’ติ เอตสฺมึ อิมสฺส สิกฺขาปทสฺส ปุคฺคลปฺปกาสเน, ‘‘เตน โข ปน สมเยน วชฺชี ทุพฺภิกฺขา โหติ…เป… ติกฺขตฺตุํ เมถุนํ ธมฺมํ อภิวิญฺญาเปสี’’ติ (ปารา. ๓๐) อิมสฺมึ วตฺถุปฺปกาสเน จ โจทนานโย, ปริหารนโย จ เวทิตพฺโพติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺรายํ ปกาสนา – กิมตฺถํ เถเรน อญฺเญสํ สิกฺขาปทานํ ปุคฺคลวตฺถูนิ วิย สงฺเขปโต อวตฺวา ยตฺถ จ โส อุปฺปนฺโน, ยถา จ ธมฺเม ปสนฺโน, ยถา จ ปพฺพชิโต, ยถา จ อิมํ วตฺถุํ อุปฺปาเทติ, ตํ สพฺพํ อนวเสเสตฺวา ปุคฺคลวตฺถูนิ วิตฺถารโต วุตฺตานีติ เจ? วุจฺจเต –

เอวํ สทฺธาย กิจฺเฉน, มหนฺเต โภคญาตเก;

หิตฺวา ปพฺพชิตานมฺปิ, เปสลานมฺปิ สพฺพโส.

สพฺพลามกธมฺมายํ, เมถุโน ยทิ สมฺภเว;

น ธมฺมเทสนาเยว, สิทฺธา วิรติ สพฺพโส.

ตสฺมา นวงฺคสทฺธมฺเม, สตฺถารา เทสิเตปิ จ;

วินโย ปญฺญเปตพฺโพ, ตโต ธมฺมวิสุทฺธิหิ.

วินยาภาวโต เอวํ, อชฺฌาจาโร ภวิสฺสติ;

ตสฺมา วินยปญฺญตฺติ, สาตฺถิกา เปสลสฺสปิ.

อนาทีนวทสฺสาวี, ยสฺมา ยํ ปาปมาจริ;

วินโยเยว สทฺธานํ, อาทีนววิภาวิโน.

ตสฺมา สทฺธานุสารีนํ, วินโย สาตฺถโกว ยํ;

ธมฺโม ธมฺมานุสารีนํ, ตโต อุภยเทสนา.

อปิ จ ยทิ ปณฺณตฺติวีติกฺกมํ อกโรนฺตสฺสาปิ ยาว พฺรหฺมโลกา อยโส ปตฺถโฏ, ปเควญฺเญสนฺติ ทสฺสนตฺถํ อชฺฌาจารสฺส ปากฏภาวทีปนํ. กถํ? –

อภพฺโพ อรหตฺตสฺส, สุทินฺโน ปุตฺตมาตโร;

ภพฺพานุปฺปนฺนปญฺญตฺติ, ตทตฺถํ น กตา อยํ.

นนุ มาคณฺฑิกํ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา มาตาปิตูนมสฺสา หิตตฺถํ ธมฺมํ เทเสตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ พีชกพีชกมาตูนํ อรหตฺตุปฺปตฺติ เถเรน ทีปิตา. ‘‘เตน โข ปน สมเยน เวสาลิยา อวิทูเร กลนฺทคาโม นาม โหติ, เยน สมเยน สุทินฺโน ปุราณทุติยิกาย เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวี’’ติ วา ‘‘เยน สมเยน ภควา ปฐมปาราชิกํ ปญฺญเปสี’’ติ วา วจนํ อิธ น ยุชฺชติ. กสฺมา? ‘‘อิธ ปน เหตุอตฺโถ กรณตฺโถ จ สมฺภวตี’’ติ วุตฺตํ อฏฺฐกถาวจนญฺหิ อิธ น ลพฺภติ. จิรนิวิฏฺโฐ หิ โส คาโม, น ตสฺมึเยว สมเยติ. ยสฺมา ปน โส จิรนิวิฏฺโฐปิ จ คาโม อตฺตโน นิวิฏฺฐกาลโต ปฏฺฐาย สพฺพกาลมตฺถีติ วตฺตพฺพตํ อรหติ, เตน ปริยาเยน ‘‘เตน โข ปน สมเยน เวสาลิยา อวิทูเร กลนฺทคาโม นาม โหตี’’ติ วุตฺตํ.

๒๕-๖. อนุญฺญาโตสิ ปน ตฺวนฺติ สมณวตฺตทสฺสนตฺถํ ภควา ปุจฺฉติ. มาตาปิตูหิ อนนุญฺญาตนฺติ เอตฺถ ชนเกเหว อนนุญฺญาตทสฺสนตฺถํ ปุจฺฉีติ วุตฺตํ. น โข สุทินฺน ตถาคตาติ ‘‘ปพฺพาเชตุ มํ ภควา’’ติ ยาจนาวเสน ปเนวมาห, น ภควา สยํ สรณานิ ทตฺวา ปพฺพาเชสิ. ทุกฺขสฺสาติ เอตฺถ ‘‘กลภาคมฺปี’’ติ ปาฐเสโส. วิกปฺปทฺวเยปีติ ทุติยตติยวิกปฺเปสุ. ปุริมปทสฺสาติ กิญฺจีติ ปทสฺส. อุตฺตรปเทนาติ ทุกฺขสฺสาติ ปเทน. สมานวิภตฺตีติ สามิวจนํ. ยถา กึ? ‘‘กสฺสจิ ทุกฺขสฺสา’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘กิญฺจิ ทุกฺขสฺสา’’ติ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อกามกา วินา ภวิสฺสามาติ ตยา สทฺธึ อมริตฺวา อกามา ชีวิสฺสาม. สเจปิ น มราม, อกามกาว ตยา วิโยคํ ปาปุณิสฺสาม, ตยิ ชีวมาเน เอว โน มรณํ ภเวยฺย, มรเณนปิ โน ตยา วิโยคํ มยํ อกามกาว ปาปุณิสฺสาม.

๓๐. กติปาหํ พลํ คาเหตฺวาติ กสฺมา ปนายํ ตถา ปพฺพชฺชาย ติพฺพจฺฉนฺโท อนุญฺญาโต สมาโน กติปาหํ ฆเรเยว วิลมฺพิตฺวา กายพลญฺจ อคฺคเหสีติ? อนุมติทาเนน มาตาปิตูสุ สหายเกสุ จ ตุฏฺโฐ เตสํ จิตฺตตุฏฺฐตฺถํ. เกสุจิ อฏฺฐกถาโปตฺถเกสุ เกจิ อาจริยา ‘‘อยํ สุทินฺโน ชีวกวตฺถุโต ปจฺฉา ปํสุกูลิกธุตงฺควเสน ปํสุกูลิโก ชาโต’’ติ สญฺญาย ‘‘คหปติจีวรํ ปฏิกฺขิปิตฺวา ปํสุกูลิกธุตงฺควเสน ปํสุกูลิโก โหตี’’ติ ลิขนฺติ, ตํ ‘‘อจิรูปสมฺปนฺโน’’ติ วจเนน วิรุชฺฌติ. ‘‘ตถา สุทินฺโน หิ ภควโต ทฺวาทสเม วสฺเส ปพฺพชิโต, วีสติเม วสฺเส ญาติกุลํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺโฐ สยํ ปพฺพชฺชาย อฏฺฐวสฺสิโก หุตฺวา’’ติ, ‘‘ภควโต หิ พุทฺธตฺตํ ปตฺตโต ปฏฺฐาย ยาว อิทํ วตฺถํ, เอตฺถนฺตเร วีสติ วสฺสานิ น โกจิ คหปติจีวรํ สาทิยิ, สพฺเพ ปํสุกูลิกาว อเหสุ’’นฺติ จ วุตฺเตน อฏฺฐกถาวจเนน วิรุชฺฌติ, ปพฺพชฺชาย อฏฺฐวสฺสิโก, น อุปสมฺปทาย. อุปสมฺปทํ ปน ชีวกวตฺถุโต (มหาว. ๓๒๖) ปจฺฉา อลตฺถ, ตสฺมา อวสฺสิโก ญาติกุลํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺโฐ สิยาติ เจ? น, ‘‘อลตฺถ โข สุทินฺโน กลนฺทปุตฺโต ภควโต สนฺติเก ปพฺพชฺชํ, อลตฺถ อุปสมฺปท’’นฺติ เอกโต อนนฺตรํ วุตฺตตฺตา. ปพฺพชฺชานนฺตรเมว หิ โส อุปสมฺปนฺโน เตรสธุตงฺคคุเณ สมาทาย วตฺตนฺโต อฏฺฐ วสฺสานิ วชฺชิคาเม วิหริตฺวา นิสฺสยมุตฺตตฺตา สยํวสี หุตฺวา ‘‘เอตรหิ โข วชฺชี ทุพฺภิกฺขา’’ติอาทิตกฺกวเสน เยน เวสาลี ตทวสริ, ตสฺมา ‘‘ปํสุกูลิกธุตงฺควเสน ปํสุกูลิโก โหตี’’ติ เอตฺตโกเยว ปาโฐ เยสุ โปตฺถเกสุ ทิสฺสติ, โสว ปมาณโต คเหตพฺโพ. ‘‘อารญฺญิโก โหตี’’ติ อิมินา ปญฺจ เสนาสนปฏิสํยุตฺตานิ สงฺคหิตานิ เนสชฺชิกงฺคญฺจ วิหารสภาคตฺตา, ‘‘ปิณฺฑปาติโก’’ติ อิมินา ปญฺจ ปิณฺฑปาตปฏิสํยุตฺตานิ, ‘‘ปํสุกูลิโก’’ติ อิมินา เทฺว จีวรปฏิสํยุตฺตานิ สงฺคหิตานีติ. ญาติฆรูปคมนการณทีปนาธิปฺปายโต สปทานจาริกงฺคํ วิสุํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ‘‘มา อติหราเปสุ’’นฺติ กาลพฺยตฺตยวเสน วุตฺตํ. ธมฺมสฺสนฺตรายกรตรตฺตา ‘‘อิมํ นย’’นฺติ อนโยเยว.

เยภุยฺเยน หิ สตฺตานํ, วินาเส ปจฺจุปฏฺฐิเต;

อนโย นยรูเปน, พุทฺธิมาคมฺม ติฏฺฐติ.

๓๖. อปญฺญตฺเต สิกฺขาปเทติ เอตฺถ ทุวิธํ สิกฺขาปทปญฺญาปนํ. กถํ? ‘‘เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถา’’ติ เอวํ สอุทฺเทสานุทฺเทสเภทโต ทุวิธํ. ตตฺถ ปาติโมกฺเข สรูปโต อาคตา ปญฺจ อาปตฺติกฺขนฺธา สอุทฺเทสปญฺญตฺติ นาม. สาปิ ทุวิธา สปุคฺคลาปุคฺคลนิทฺเทสเภทโต. ตตฺถ ยสฺสา ปญฺญตฺติยา อนฺโต อาปตฺติยา สห, วินา วา ปุคฺคโล ทสฺสิโต, สา สปุคฺคลนิทฺเทสา. อิตรา อปุคฺคลนิทฺเทสาติ เวทิตพฺพา. สปุคฺคลนิทฺเทสาปิ ทุวิธา ทสฺสิตาทสฺสิตาปตฺติเภทโต. ตตฺถ อทสฺสิตาปตฺติกา นาม อฏฺฐ ปาราชิกา ธมฺมา. ‘‘ปาราชิโก โหติ อสํวาโส’’ติ หิ ปุคฺคโลว ตตฺถ ทสฺสิโต, นาปตฺติ. ทสฺสิตาปตฺติกา นาม ภิกฺขุนีปาติโมกฺเข ‘‘สตฺตรส สงฺฆาทิเสสา ธมฺมา นิสฺสารณียํ สงฺฆาทิเสส’’นฺติ หิ ตตฺถ อาปตฺติ ทสฺสิตา สทฺธึ ปุคฺคเลน, ตถา อปุคฺคลนิทฺเทสาปิ ทสฺสิตาทสฺสิตาปตฺติโตว ทุวิธา. ตตฺถ อทสฺสิตาปตฺติกา นาม เสขิยา ธมฺมา. เสสา ทสฺสิตาปตฺติกาติ เวทิตพฺพา. สาปิ ทุวิธา อนิทฺทิฏฺฐการกนิทฺทิฏฺฐการกเภทโต. ตตฺถ อนิทฺทิฏฺฐการกา นาม สุกฺกวิสฺสฏฺฐิ มุสาวาท โอมสวาท เปสุญฺญ ภูตคาม อญฺญวาทก อุชฺฌาปนก คณโภชน ปรมฺปรโภชน สุราเมรย องฺคุลิปโตทก หสธมฺม อนาทริย ตลฆาตกชตุมฏฺฐก สิกฺขาปทานํ วเสน ปญฺจทสวิธา โหนฺติ. เสสานํ ปุคฺคลนิทฺเทสานํ วเสน นิทฺทิฏฺฐการกา เวทิตพฺพา.

อนุทฺเทสปญฺญตฺติปิ ปทภาชนนฺตราปตฺติวินีตวตฺถุปฏิกฺเขปปญฺญตฺติอวุตฺตสิทฺธิวเสน ฉพฺพิธา โหนฺติ. ตตฺถ ‘‘เยภุยฺเยน ขายิตํ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ (ปารา. ๖๑) เอวมาทิกา ปทภาชนิเย สนฺทิสฺสมานาปตฺติ ปทภาชนสิกฺขาปทํ นาม. ‘‘น เตฺวว นคฺเคน อาคนฺตพฺพํ, โย อาคจฺเฉยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติอาทิกา (ปารา. ๕๑๗) อนฺตราปตฺติสิกฺขาปทํ นาม. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ทิวา ปฏิสลฺลียนฺเตน ทฺวารํ สํวริตฺวา ปฏิสลฺลียิตุ’’นฺติ (ปารา. ๗๕) เอวมาทิกา วินีตวตฺถุสิกฺขาปทํ นาม. ‘‘โลหิตุปฺปาทโก, ภิกฺขเว, อนุปสมฺปนฺโน น อุปสมฺปาเทตพฺโพ, อุปสมฺปนฺโน นาเสตพฺโพ’’ติ (มหาว. ๑๑๔) เอวมาทิกา ปฏิกฺเขปสิกฺขาปทํ นาม. ขนฺธเกสุ ปญฺญตฺตทุกฺกฏถุลฺลจฺจยานิ ปญฺญตฺติสิกฺขาปทํ นาม. ‘‘ยา ปน ภิกฺขุนี นจฺจํ วา คีตํ วา วาทิตํ วา ทสฺสนาย คจฺเฉยฺย, ปาจิตฺติย’’นฺติ (ปาจิ. ๘๓๔) อิมินา วุตฺเตน ‘‘ยา ปน ภิกฺขุนี นจฺเจยฺย วา คาเยยฺย วา วาเทยฺย วา ปาจิตฺติย’’นฺติ เอวมาทิกํ ยํ กิญฺจิ อฏฺฐกถาย ทิสฺสมานํ อาปตฺติชาตํ, วินยกมฺมํ วา อวุตฺตสิทฺธิสิกฺขาปทํ นาม. ฉพฺพิธมฺเปตํ ฉหิ การเณหิ อุทฺเทสารหํ น โหตีติ อนุทฺเทสสิกฺขาปทํ นามาติ เวทิตพฺพํ. เสยฺยถิทํ – ปญฺจหิ อุทฺเทเสหิ ยถาสมฺภวํ วิสภาคตฺตา ถุลฺลจฺจยทุพฺภาสิตานํ, สภาควตฺถุกมฺปิ ทุกฺกฏถุลฺลจฺจยทฺวยํ อสภาคาปตฺติกตฺตา, อนฺตราปตฺติปญฺญตฺติสิกฺขาปทานํ นานาวตฺถุกาปตฺติกตฺตา, ปฏิกฺเขปสิกฺขาปทานํ เกสญฺจิ วินีตวตฺถุปญฺญตฺติสิกฺขาปทานญฺจ อทสฺสิตาปตฺติกตฺตา, อทสฺสิตวตฺถุกตฺตา เภทานุวตฺตกถุลฺลจฺจยสฺส, อทสฺสิตาปตฺติวตฺถุกตฺตา อวุตฺตสิทฺธิสิกฺขาปทานนฺติ. เอตฺตาวตา ‘‘ทุวิธํ สิกฺขาปทปญฺญาปนํ อุทฺเทสานุทฺเทสเภทโต’’ติ ยํ วุตฺตํ, ตํ สมาสโต ปกาสิตํ โหติ.

ตตฺถ อปญฺญตฺเต สิกฺขาปเทติ สอุทฺเทสสิกฺขาปทํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. เอกจฺเจ อาจริยา เอวํ กิร วณฺณยนฺติ ‘‘จตฺตาโร ปาราชิกา กติวสฺสาภิสมฺพุทฺเธน ภควตา ปญฺญตฺตาติอาทินา ปุจฺฉํ กตฺวา เตสุ ปฐมปาราชิโก เวสาลิยํ ปญฺญตฺโต ปญฺจวสฺสาภิสมฺพุทฺเธน เหมนฺตานํ ปฐเม มาเส ทุติเย ปกฺเข ทสเม ทิวเส อฑฺฒเตยฺยโปริสาย ฉายาย ปุรตฺถาภิมุเขน นิสินฺเนน อฑฺฒเตรสานํ ภิกฺขุสตานํ มชฺเฌ สุทินฺนํ กลนฺทปุตฺตํ อารพฺภ ปญฺญตฺโต’’ติ, ตํ น ยุชฺชติ, กสฺมา? –

ยสฺมา ทฺวาทสมํ วสฺสํ, เวรญฺชายํ วสิ ชิโน;

ตสฺมิญฺจ สุทฺโธ สงฺโฆติ, เนว ปาราชิกํ ตทา.

เถรสฺส สาริปุตฺตสฺส, สิกฺขาปญฺญตฺติยาจนา;

ตสฺมึ สิทฺธาติ สิทฺธาว, ครุกาปตฺติ โน ตทา.

โอวาทปาติโมกฺขญฺจ, กึ สตฺถา จตุวสฺสิโก;

ปฏิกฺขิปิ กิมาณญฺจ, สมตฺตํ อนุชานิ โส.

อชาตสตฺตุํ นิสฺสาย, สงฺฆเภทมกาสิ ยํ;

เทวทตฺโต ตโต สงฺฆ-เภโท ปจฺฉิมโพธิยํ.

อาราธยึสุ มํ ปุพฺเพ, ภิกฺขูติ มุนิภาสิตํ;

สุตฺตเมว ปมาณํ โน, โสว กาโล อนปฺปโกติ.

ยํ ปน วุตฺตํ ‘‘อถ ภควา อชฺฌาจารํ อปสฺสนฺโต ปาราชิกํ วา สงฺฆาทิเสสํ วา น ปญฺญเปสี’’ติ, ตํ สกลสิกฺขาปทํ สนฺธายาห. น เกวลํ สอุทฺเทสสิกฺขาปทมตฺตํ, เตน สอุทฺเทสานุทฺเทสปญฺญตฺติเภทํ สกลํ ปาราชิกํ สนฺธายาหาติ วุตฺตํ โหติ. กิญฺจาปิ นาภิปรามสนมฺปิ กายสํสคฺโค, ตถาปิ เอตํ วิเสสนิยมนโต, อจฺฉนฺทราคาธิปฺปายโต จ วิสุํ วุตฺตํ. ฉนฺทราครตฺตสฺเสว หิ กายสํสคฺโค อิธาธิปฺเปโต. อสุจิปาเน ปน หตฺถินิยา ตาปสปสฺสาวปาเนน วาลกาโพฺย นาม อุปฺปชฺชติ, วาลกาพฺยสฺส วตฺถุ วตฺตพฺพํ. มณฺฑพฺยสฺส นาภิยา ปรามสเนเนว กิร. รูปทสฺสเน ปน เวชฺชกา อาหุ –

‘‘ถีนํ สนฺทสฺสนา สุกฺกํ, กทาจิ จลิโตวเร;

ตํ คามธมฺมกรณํ, ทฺวยสมํ สงฺคมิย;

คพฺภาทีติ อยํ นโย, ถีนํ ปุริสทสฺสนาสีตฺยูปเนยฺย’’.

ตถาปฺยาหุ –

‘‘ปุปฺผิเก เอธิยฺย สุทฺเธ, ปสฺสํ นรญฺจ อิตฺถิ ตํ;

คพฺภญฺจ นเยตฺยุตฺต-มิติ ตสฺมา กาโส อิตี’’ติ.

ราโชโรโธ วิยาติ สีหฬทีเป เอกิสฺสา อิตฺถิยา ตถา อโหสิ, ตสฺมา กิร เอวํ วุตฺตํ. กิญฺจาปิ ยาว พฺรหฺมโลกา สทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉิ, น ตํ มนุสฺสานํ วิสโย อโหสิ เตสํ รูปํ วิย. เตเนว ภิกฺขู ปุจฺฉึสุ ‘‘กจฺจิ โน ตฺวํ อาวุโส สุทินฺน อนภิรโต’’ติ.

๓๙. กลีติ โกโธ, ตสฺส สาสนํ กลิสาสนํ, กลโห. คามธมฺมนฺติ เอตฺถ ชนปทธมฺมํ ชนปทวาสีนํ สิทฺธึ. อตฺตาติ จิตฺตํ, สรีรญฺจ. อสุตฺตนฺตวินิพทฺธนฺติ วินยสุตฺเต อนาคตํ, สุตฺตาภิธมฺเมสุปิ อนาคตํ, ปาฬิวินิมุตฺตนฺติ อตฺโถ. กุสุมมาลนฺติ นานาคุณํ สนฺธายาห. รตนทามนฺติ อตฺถสมฺปตฺตึ สนฺธาย วทติ. ปฏิกฺขิปนาธิปฺปายา ภทฺทาลิ วิย. ปทนิรุตฺติพฺยญฺชนานิ นามเววจนาเนว ‘‘นามํ นามกมฺมํ นามเธยฺยํ นิรุตฺตี’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๑๓๑๕) วิย. นิปฺปริยาเยน วิรติ สิกฺขาปทํ นาม. อกุสลปกฺเข ทุสฺสีลฺยํ นาม เจตนา. กุสลปกฺเขปิ เจตนาปริยายโต วิภงฺเค ‘‘สิกฺขาปท’’นฺติ วุตฺตํ. สงฺฆสุฏฺฐุตายาติ เอตฺถ โลกวชฺชสฺส ปญฺญาปเน สงฺฆสุฏฺฐุตา โหติ ปากฏาทีนวโต. ปญฺญตฺติวชฺชสฺส ปญฺญาปเน สงฺฆผาสุตา โหติ ปากฏานิสํสตฺตา. ตตฺถ ปฐเมน ทุมฺมงฺกูนํ นิคฺคโห, ทุติเยน เปสลานํ ผาสุวิหาโร. ปฐเมน สมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาโต, ทุติเยน ทิฏฺฐธมฺมิกานํ. ตถา ปฐเมน อปฺปสนฺนานํ ปสาโท, ทุติเยน ปสนฺนานํ ภิยฺโยภาโว. ‘‘ปุพฺเพ กตปุญฺญตาย โจทิยมานสฺส ภพฺพกุลปุตฺตสฺสา’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘สุทินฺโน ตํ กุกฺกุจฺจํ วิโนเทตฺวา อรหตฺตํ สจฺฉากาสิ, เตเนว ปพฺพชฺชา อนุญฺญาตา’’ติ วทนฺติ, อุปปริกฺขิตพฺพํ. ตถา ปฐเมน สทฺธมฺมฏฺฐิติ, ทุติเยน วินยานุคฺคโห โหตีติ เวทิตพฺโพ.

อปิเจตฺถ วตฺถุวีติกฺกเม ยตฺถ เอกนฺตากุสลภาเวน, ตํ สงฺฆสุฏฺฐุภาวาย ปญฺญตฺตํ โลกวชฺชโต, ยตฺถ ปญฺญตฺติชานเน เอว อตฺถาปตฺติ, น อญฺญทา, ตํ สทฺธมฺมฏฺฐิติยา วาปิ ปสาทุปฺปาทพุทฺธิยา ธมฺมเทสนาปฏิสํยุตฺตํ, อิตรญฺจ เสขิยํ, อิทํ โลกวชฺชํ นาม. วตฺถุโน ปญฺญตฺติยา วา วีติกฺกมเจตนายาภาเวปิ ปฏิกฺขิตฺตสฺส กรเณ, กตฺตพฺพสฺส อกรเณ วา สติ ยตฺถ อาปตฺติปฺปสงฺโค, ตํ สพฺพํ ฐเปตฺวา สุราปานํ ปณฺณตฺติวชฺชนฺติ เวทิตพฺพํ. อาคนฺตุกวตฺตํ, อาวาสิก, คมิก, อนุโมทน, ภตฺตคฺค, ปิณฺฑจาริก, อารญฺญก, เสนาสน, ชนฺตาฆร, วจฺจกุฏิ, สทฺธิวิหาริก, อุปชฺฌาย, อนฺเตวาสิก, อาจริยวตฺตนฺติ เอตานิ อคฺคหิตคฺคหณนเยน คณิยมานานิ จุทฺทส, เอตานิ ปน วิตฺถารโต เทฺวอสีติ มหาวตฺตานิ นาม โหนฺติ. สตฺตหิ อาปตฺติกฺขนฺเธหิ สํวโร สํวรวินโย ปญฺญตฺติสิกฺขาปทเมว. ตตฺถ ปญฺญตฺติวินโย สมถวินยตฺถาย สมถวินโย สํวรวินยตฺถาย สํวรวินโย ปหานวินยตฺถายาติ โยชนา เวทิตพฺพา. ยํ สงฺฆสุฏฺฐุ, ตํ สงฺฆผาสูติ เอกมิว วุตฺตํ สงฺฆสุฏฺฐุตาย สติ สงฺฆผาสุ ภวิสฺสตีติ ทีปนตฺถํ. ปกรียนฺติ เอตฺถ เต เต ปโยชนวิเสสสงฺขาตา อตฺถวสาติ อตฺถวสํ ‘‘ปกรณ’’นฺติ วุจฺจติ. ทสสุ ปเทสุ เอเกกํ มูลํ กตฺวา ทสกฺขตฺตุํ โยชนาย ปทสตํ วุตฺตํ. ตตฺถ ปจฺฉิมสฺส ปทสฺส วเสน อตฺถสตํ ปุริมสฺส วเสน ธมฺมสตํ อตฺถโชติกานํ นิรุตฺตีนํ วเสน นิรุตฺติสตํ, ธมฺมภูตานํ นิรุตฺตีนํ วเสน นิรุตฺติสตนฺติ เทฺว นิรุตฺติสตานิ, อตฺถสเต ญาณสตํ, ธมฺมสเต ญาณสตํ ทฺวีสุ นิรุตฺติสเตสุ เทฺว ญาณสตานีติ จตฺตาริ ญาณสตานิ เวทิตพฺพานิ. เอตฺถ สงฺฆสุฏฺฐุตาติ ธมฺมสงฺฆสฺส สุฏฺฐุภาโวติ อตฺโถ. ‘‘อตฺถปทานีติ อฏฺฐกถา. ธมฺมปทานีติ ปาฬี’’ติ วุตฺตํ กิร.

เมถุนํ ธมฺมนฺติ เอวํ พหุลนเยน ลทฺธนามกํ สกสมฺปโยเคน, ปรสมฺปโยเคน วา อตฺตโน นิมิตฺตสฺส สกมคฺเค วา ปรมคฺเค วา ปรนิมิตฺตสฺส สกมคฺเค เอว ปเวสปวิฏฺฐฐิตุทฺธรเณสุ ยํ กิญฺจิ เอกํ ปฏิสาทิยนวเสน เสเวยฺย ปาราชิโก โหติ อสํวาโสติ. เกจิ ปน ‘‘ปเวสาทีนิ จตฺตาริ วา ตีณิ วา เทฺว วา เอกํ วา ปฏิเสเวยฺย, ปาราชิโก โหติ. วุตฺตเญฺหตํ ‘โส เจ ปเวสนํ สาทิยติ, ปวิฏฺฐํ, ฐิตํ, อุทฺธรณํ สาทิยติ, อาปตฺติ ปาราชิกสฺสา’ติอาที’’ติ (ปารา. ๕๙) วทนฺติ, เตสํ มเตน จตูสุปิ จตสฺโส ปาราชิกาปตฺติโย อาปชฺชติ. เตเยว เอวํ วทนฺติ ‘‘อาปชฺชตุ เมถุนธมฺมปาราชิกาปตฺติ เมถุนธมฺมปาราชิกาปตฺติยา ตพฺภาคิยา’’ติ, ‘‘อตฺตโน วีติกฺกเม ปาราชิกาปตฺตึ, สงฺฆาทิเสสาปตฺติญฺจ อาปชฺชิตฺวา สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย คหฏฺฐกาเล เมถุนาทิปาราชิกํ อาปชฺชิตฺวา ปุน ปพฺพชิตฺวา อุปสมฺปชฺชิตฺวา เอกํ สงฺฆาทิเสสาปตฺตึ เอกมเนกํ วา ปฏิกริตฺวาว โส ปุคฺคโล ยสฺมา นิราปตฺติโก โหติ, ตสฺมา โส คหฏฺฐกาเล สาปตฺติโกวาติ อนฺติมวตฺถุํ อชฺฌาปนฺนสฺสาปิ อตฺเถว อาปตฺติวุฏฺฐานํ. วุฏฺฐานเทสนาหิ ปน อสุชฺฌนโต ‘ปโยเค ปโยเค อาปตฺติ ปาราชิกสฺสา’ติ น วุตฺตํ คณนปโยชนาภาวโต. กิญฺจาปิ น วุตฺตํ, อถ โข ปทภาชเน ‘อาปตฺติ ปาราชิกสฺสา’ติ วจเนนายมตฺโถ สิทฺโธ’’ติ ยุตฺติญฺจ วทนฺติ. ยทิ เอวํ มาติกายมฺปิ ‘‘โย ปน ภิกฺขุ เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสเวยฺย ปาราชิก’’นฺติ วตฺตพฺพํ ภเวยฺย, ปาราชิกสฺส อนวเสสวจนมฺปิ น ยุชฺเชยฺย. สพฺเพปิ หิ อาปตฺติกฺขนฺเธ ภิกฺขุคณนญฺจ อนวเสเสตฺวา ติฏฺฐตีติ อนวเสสวจนนฺติ กตฺวา ปเวเสว อาปตฺติ, น ปวิฏฺฐาทีสุ, ตเมเวกํ สนฺธาย ‘‘ยสฺส สิยา อาปตฺตี’’ติ ปาราชิกาปตฺติมฺปิ อนฺโต กตฺวา นิทานุทฺเทเส วจนํ เวทิตพฺพํ. ตสฺมา มาติกายํ ‘‘ปาราชิก’’นฺติ อวตฺวา ‘‘ปาราชิโก โหตี’’ติ ปุคฺคลนิทฺเทสวจนํ เตน สรีรพนฺธเนน อุปสมฺปทาย อภพฺพภาวทีปนตฺถํ. ‘‘อาปตฺติ ปาราชิกสฺสา’’ติ ปทภาชเน วจนํ อนฺติมวตฺถุํ อชฺฌาปนฺนสฺสาปิ ปาราชิกสฺส อสํวาสสฺส สโต ปุคฺคลสฺส อเถยฺยสํวาสกภาวทีปนตฺถํ. น หิ โส สํวาสํ สาทิยนฺโตปิ เถยฺยสํวาสโก โหติ, ตสฺมา ‘‘อุปสมฺปนฺโน ภิกฺขุ’’เตฺวว วุจฺจติ. เตเนวาห ‘‘อสุทฺโธ โหติ ปุคฺคโล อญฺญตรํ ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปนฺโน, ตญฺเจ สุทฺธทิฏฺฐิ สมาโน อโนกาสํ การาเปตฺวา อกฺโกสาธิปฺปาโย วเทติ, อาปตฺติ โอมสวาเทน ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (ปารา. ๓๘๙). อนุปสมฺปนฺนสฺส ตทภาวโต สิทฺโธ โส ‘‘อุปสมฺปนฺโน ภิกฺขุ’’เตฺวว วุจฺจตีติ. เตน ปทโสธมฺมํ สหเสยฺยญฺจ น ชเนติ, ภิกฺขุเปสุญฺญาทิญฺจ ชเนตีติ เวทิตพฺพํ. ภิกฺขุนีนํ สงฺฆาทิเสเสสุ ปน ภิกฺขุสงฺฆาทิเสสโต วุฏฺฐานวิธิวิเสสทสฺสนตฺถํ ‘‘อยมฺปิ ภิกฺขุนี…เป… อาปนฺนา’’ติ (ปาจิ. ๖๗๙) ปุคฺคลนิทฺเทสํ กตฺวาปิ ปาราชิกโต อธิปฺปายนฺตรทสฺสนตฺถํ ‘‘นิสฺสารณียํ สงฺฆาทิเสส’’นฺติ (ปาจิ. ๖๗๙) อาปตฺตินามคฺคหณญฺจ กตํ. เอตฺตาวตา สปุคฺคลนิทฺเทเส ทสฺสิตาทสฺสิตาปตฺติทุกํ วิตฺถาริตํ โหติ. อปุคฺคลนิทฺเทเสสุ เสขิเยสุ อาปตฺติยา ทสฺสนการณํ เสขิยานํ อฏฺฐกถายเมว วุตฺตํ. ตทภาวโต อิตเรสุ อาปตฺติทสฺสนํ กตํ. อปุคฺคลนิทฺเทเสสุปิ ทสฺสิตาทสฺสิตาปตฺติทุกญฺจ วิตฺถาริตํ โหตีติ.

ปฐมปญฺญตฺติกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สุทินฺนภาณวารํ นิฏฺฐิตํ.

มกฺกฏีวตฺถุกถาวณฺณนา

๔๐-๑. ทุติยปญฺญตฺติยํ ‘‘อิธ มลฺลา ยุชฺฌนฺตี’’ติอาทีสุ วิย ปฏิเสวตีติ วตฺตมานวจนํ ปจุรปฏิเสวนวเสน วุตฺตํ, ‘‘ตญฺจ โข มนุสฺสิตฺถิยา, โน ติรจฺฉานคตายา’’ติ ปริปุณฺณตฺถมฺปิ ปฐมํ ปญฺญตฺตึ อตฺตโน มิจฺฉาคาเหน วา เลสโอฑฺฑนตฺถาย วา เอวมาห. ปริปุณฺณตฺถตํเยว นิยเมตุํ ‘‘นนุ อาวุโส ตเถว ตํ โหตี’’ติ วุตฺตํ, เตเนว มกฺกฏีวตฺถุ วินีตวตฺถูสุ ปกฺขิตฺตํ อวิเสสตฺตา, ตถา วชฺชิปุตฺตกวตฺถุ. วิจารณา ปเนตฺถ ตติยปญฺญตฺติยํ อาวิ ภวิสฺสติ. ‘‘นนุ, อาวุโส, ภควตา อเนกปริยาเยนา’’ติอาทิ น เกวลํ สอุทฺเทสสิกฺขาปเทเนว สิทฺธํ, ‘‘ติรจฺฉานคตาทีสุปิ ปาราชิก’’นฺติ อนุทฺเทสสิกฺขาปเทนปิ สิทฺธนฺติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. อถ วา ยทิ สอุทฺเทสสิกฺขาปทํ สาวเสสนฺติ ปญฺญเปสิ, อิมินา อนุทฺเทสสิกฺขาปเทนาปิ กึ น สิทฺธนฺติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ‘‘เตน หิ, ภิกฺขเว, ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสฺสามี’’ติ ตเทว สิกฺขาปทํ ปฐมปญฺญตฺตเมว เลสตฺถิกานํ อเลโสกาสํ กตฺวา อาเมฑิตตฺถํ กตฺวา ปญฺญเปสฺสามีติ อตฺโถ. อญฺญถา ‘‘อญฺญวาทเก วิเหสเก ปาจิตฺติย’’นฺติอาทีสุ (ปาจิ. ๑๐๑) วิย วตฺถุทฺวเยน อาปตฺติทฺวยํ อาปชฺชติ, น จาปชฺชติ, โส เอวตฺโถ อญฺเญนาปิ วจเนน สุปฺปกาสิโต, สุปริพฺยตฺตกรณตฺเถน ทฬฺหตโร กโตติ อธิปฺปาโย. ตติยปญฺญตฺติยมฺปิ อญฺเญสุ จ เอวํ วิสุทฺโธ.

ยสฺส สจิตฺตกปกฺเขติอาทิมฺหิ ปน คณฺฐิปทนโย ตาว ปฐมํ วุจฺจติ, สจิตฺตกปกฺเขติ สุราปานาทิอจิตฺตเก สนฺธาย วุตฺตํ. สจิตฺตเกสุ ปน ยํ เอกนฺตมกุสเลเนว สมุฏฺฐาปิตญฺจ. อุภยํ โลกวชฺชํ นาม. สุราปานสฺมิญฺหิ ‘‘สุรา’’ติ วา ‘‘ปาตุํ น วฏฺฏตี’’ติ วา ชานิตฺวา ปิวเน อกุสลเมว, ตถา ภิกฺขุนีนํ คนฺธวณฺณกตฺถาย เลปเน, เภสชฺชตฺถาย เลปเน อโทสตฺตา ‘‘อวิจารณีย’’นฺติ เอตฺตกํ วุตฺตํ. ตตฺถ น วฏฺฏตีติ ‘‘ชานิตฺวา’’ติ วุตฺตวจนํ น ยุชฺชติ ปณฺณตฺติวชฺชสฺสาปิ โลกวชฺชภาวปฺปสงฺคโต. อิมํ อนิฏฺฐปฺปสงฺคํ ปริหริตุกามตาย วชิรพุทฺธิตฺเถรสฺส คณฺฐิปเท วุตฺตํ ‘‘อิธ สจิตฺตกนฺติ จ อจิตฺตกนฺติ จ วิจารณา วตฺถุวิชานเนเยว โหติ, น ปญฺญตฺติวิชานเน. ยทิ ปญฺญตฺติวิชานเน โหติ, สพฺพสิกฺขาปทานิ โลกวชฺชาเนว สิยุํ, น จ สพฺพสิกฺขาปทานิ โลกวชฺชานิ, ตสฺมา วตฺถุวิชานเนเยว โหตี’’ติ, อิทํ ยุชฺชติ. กสฺมา? ยสฺมา เสขิเยสุ ปญฺญตฺติชานนเมว ปมาณํ, น วตฺถุมตฺตชานนนฺติ, ยํ ปน ตตฺเถว วุตฺตํ ‘‘ปสุตฺตสฺส มุเข โกจิ สุรํ ปกฺขิเปยฺย, อนฺโต เจ ปวิเสยฺย, อาปตฺติ, ตตฺถ ยถา ภิกฺขุนิยา อธกฺขกํ อุพฺภชาณุมณฺฑลํ ปรสฺส อามสนาทิกาเล กายํ อจาเลตฺวา จิตฺเตเนว สาทิยนฺติยา อาปตฺติ ‘กิริยาว โหตี’ติ วุตฺตา เยภุยฺเยน กิริยสมฺภวโต, ตถา อยมฺปิ ตทา กิริยาว โหตี’’ติ, ตํ สุวิจาริตํ อเนกนฺตากุสลภาวสาธนโต. สุราปานาปตฺติยา เอกนฺตากุสลตา ปน มชฺชสญฺญิโนปิ สกึ ปโยเคน ปิวโต โหตีติ กตฺวา วุตฺตา.

อยํ ปเนตฺถ อตฺโถ – สิกฺขาปทสีเสน อาปตฺตึ คเหตฺวา ยสฺส สิกฺขาปทสฺส สจิตฺตกสฺส จิตฺตํ อกุสลเมว โหติ, ตํ โลกวชฺชํ. สจิตฺตกาจิตฺตกสงฺขาตสฺส อจิตฺตกสฺส จ สจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ อกุสลเมว โหติ, ตมฺปิ สุราปานาทิ โลกวชฺชนฺติ อิมมตฺถํ สมฺปิณฺเฑตฺวา ‘‘ยสฺส สจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ อกุสลเมว โหติ, ตํ โลกวชฺช’’นฺติ วุตฺตํ. สจิตฺตกปกฺเขติ หิ อิทํ วจนํ อจิตฺตกํ สนฺธายาห. น หิ เอกํสโต สจิตฺตกสฺส สจิตฺตกปกฺเขติ วิเสสเน ปโยชนํ อตฺถิ. ยสฺมา ปเนตฺถ ปณฺณตฺติวชฺชสฺส ปญฺญตฺติชานนจิตฺเตน สจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ อกุสลเมว, วตฺถุชานนจิตฺเตน สจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ สิยา กุสลํ สิยา อกุสลํ สิยา อพฺยากตํ, ตสฺมา ‘‘ตสฺส สจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ อกุสลเมวา’’ติ น วุจฺจตีติ ‘‘เสสํ ปณฺณตฺติวชฺช’’นฺติ วุตฺตํ. อธิมาเน วีติกฺกมาภาวา, สุปินนฺเต อพฺโพหาริกตฺตา สุปินนฺเต วิชฺชมานาปิ วีติกฺกมฉายา อพฺโพหาริกภาเวนาติ วุตฺตํ โหติ. อิทํ ปน วจนํ ทฬฺหีกมฺมสิถิลกรณปฺปโยชนตฺตา จ วุตฺตํ, เตน ยํ วุตฺตํ พาหิรนิทานกถาธิกาเร ‘‘ทฬฺหีกมฺมสิถิลกรณปฺปโยชนาติ เยภุยฺยตาย วุตฺต’’นฺติอาทิ, ตํ สุวุตฺตเมวาติ เวทิตพฺพํ.

มกฺกฏีวตฺถุกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

วชฺชิปุตฺตกวตฺถุวณฺณนา

๔๓-๔. วชฺชีสุ ชนปเทสุ วสนฺตา วชฺชิโน นาม, เตสํ ปุตฺตา. ยาวทตฺถนฺติ ยาวตา อตฺโถ อธิปฺปาโยติ วุตฺตํ โหติ, ตตฺถ ยํ วุตฺตํ ‘‘สิกฺขํ อปฺปจฺจกฺขาย ทุพฺพลฺยํอนาวิกตฺวา’’ติ, ตํ กามํ สิกฺขาปจฺจกฺขาเน, ตเทกฏฺเฐ จ ทุพฺพลฺยาวิกรเณ ปญฺญตฺเต สติ ยุชฺชติ, น อญฺญถา. ตถาปิ อิทานิ ปญฺญเปตพฺพํ อุปาทาย วุตฺตํ, กถญฺหิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อติเรกจีวรํ ธาเรสฺสนฺติ (ปารา. ๔๕๙), อาฬวกา ภิกฺขู กุฏิโย การาเปนฺติ อปฺปมาณิกาโย (ปารา. ๓๔๒), ภิกฺขุนิโย เทฺว วสฺสานิ ฉสุ ธมฺเมสุ อสิกฺขิตสิกฺขํ สิกฺขมานํ วุฏฺฐาเปนฺติ (ปาจิ. ๑๐๗๗), สงฺเฆน อสมฺมตํ วุฏฺฐาเปนฺตีติอาทิ (ปาจิ. ๑๐๘๔) วิย ทฏฺฐพฺพํ. น หิ ตโต ปุพฺเพ อธิฏฺฐานํ วิกปฺปนํ วา อนุญฺญาตํ. ยทภาวา อติเรกจีวรนฺติ วเทยฺย, ปมาณํ วา น ปญฺญตฺตํ, ยทภาวา อปฺปมาณิกาโยติ วเทยฺย, เอวํสมฺปทมิทํ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘อุลฺลุมฺปตุ มํ, ภนฺเต, สงฺโฆ อนุกมฺปํ อุปาทายา’’ติ (มหาว. ๗๑, ๑๒๖) อุปสมฺปทํ ยาจิตฺวา อุปสมฺปนฺเนน อุปสมฺปนฺนสมนนฺตรเมว ‘‘อุปสมฺปนฺเนน ภิกฺขุนา เมถุโน ธมฺโม น ปฏิเสวิตพฺโพ, อสกฺยปุตฺติโย’’ติ (มหาว. ๑๒๙) จ ปญฺญตฺเตน อสฺสมณาทิภาวํ อุปคนฺตุกาเมน นนุ ปฐมํ อชฺฌุปคตา สิกฺขา ปจฺจกฺขาตพฺพา, ตตฺถ ทุพฺพลฺยํ วา อาวิกาตพฺพํ สิยา, เต ปน ‘‘สิกฺขํ อปฺปจฺจกฺขาย ทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวา เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวึสู’’ติ อนุปญฺญตฺติยา โอกาสกรณตฺถํ วา ตํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ‘‘โส อาคโต น อุปสมฺปาเทตพฺโพ’’ติ กิญฺจาปิ เอตฺเถว วุตฺตํ, ตถาปิ อิตเรสุปิ ปาราชิเกสุ ยถาสมฺภวํ เวทิตพฺพํ. น หิ สิกฺขํ อปฺปจฺจกฺขาย ทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวา โย ปาราชิกวตฺถุํ อทินฺนํ เถยฺยสงฺขาตํ อาทิยติ, มนุสฺสวิคฺคหํ วา ชีวิตา โวโรเปติ, ปฏิวิชานนฺตสฺส อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ วา อุลฺลปติ, โส อาคโต น อุปสมฺปาเทตพฺโพ. อนุปญฺญตฺติ หิ ทฬฺหีกมฺมสิถิลกมฺมกรณปฺปโยชนา. สา หิ ยสฺส ปาราชิกํ โหติ อญฺญา วา อาปตฺติ, ตสฺส นิยมทสฺสนปฺปโยชนาติลกฺขณานุปญฺญตฺติกตฺตา. เอวญฺหิ อนฺเต อวตฺวา อาทิมฺหิ วุตฺตา ‘‘คามา วา อรญฺญา วา’’ติ (ปารา. ๙๑) อนุปญฺญตฺติ วิย. ปริปุณฺเณ ปเนตสฺมึ สิกฺขาปเท –

‘‘นิทานา มาติกาเภโท, วิภงฺโค ตํนิยามโก;

ตโต อาปตฺติยา เภโท, อนาปตฺติ ตทญฺญถา’’ติ. –

อยํ นโย เวทิตพฺโพ. ตตฺถ สุทินฺนวตฺถุ มกฺกฏิวตฺถุ วชฺชิปุตฺตกวตฺถุ จาติ ติปฺปเภทํ วตฺถุ อิมสฺส สิกฺขาปทสฺส นิทานํ นาม, ตโต นิทานา ‘‘โย ปน, ภิกฺขุ, ภิกฺขูนํ สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน…เป… อสํวาโส’’ติ อิมิสฺสา มาติกาย เภโท ชาโต. ตตฺถ หิ ‘‘อนฺตมโส ติรจฺฉานคตายา’’ติ อิตฺถิลิงฺควจเนน ‘‘สจฺจํ, อาวุโส, ภควตา สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ, ตญฺจ โข อิตฺถิยา โน ปุริเส โน ปณฺฑเก โน อุภโตพฺยญฺชนเก จา’’ติ มกฺกฏิปาราชิโก วิย อญฺโญปิ เลสํ โอฑฺเฑตุํ สกฺโกติ, ตสฺมา ตาทิสสฺส อเลโสกาสสฺส ทสฺสนตฺถํ อิทํ วุจฺจติ. มกฺกฏิวตฺถุสงฺขาตา นิทานา ‘‘อนฺตมโส ติรจฺฉานคตายปี’’ติ มาติกาวจนเภโท น อิตฺถิยา เอว เมถุนสิทฺธิทสฺสนโต กโต, ตสฺมา วิภงฺโค ตํนิยามโก ตสฺสา มาติกาย อธิปฺเปตตฺถนิยามโก วิภงฺโค. วิภงฺเค หิ ‘‘ติสฺโส อิตฺถิโย. ตโย อุภโตพฺยญฺชนกา. ตโย ปณฺฑกา. ตโย ปุริสา. มนุสฺสิตฺถิยา ตโย มคฺเค…เป… ติรจฺฉานคตปุริสสฺส เทฺว มคฺเค’’ติอาทินา (ปารา. ๕๖) นเยน สพฺพเลโสกาสํ ปิทหิตฺวา นิยโม กโต.

เอตฺถาห – ยทิ เอวํ สาธารณสิกฺขาปทวเสน วา ลิงฺคปริวตฺตนวเสน วา น เกวลํ ภิกฺขูนํ, ภิกฺขุนีนมฺปิ ‘‘สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน’’ติ วิภงฺเค วตฺตพฺพํ สิยา. ตทวจเนน ภิกฺขุนี ปุริสลิงฺคปาตุภาเวน ภิกฺขุภาเว ฐิตา เอวํ วเทยฺย ‘‘นาหํ อุปสมฺปทกาเล ภิกฺขูนํ สิกฺขาสาชีวสมาปนฺนา, ตสฺมา น อปฺปจฺจกฺขาตสิกฺขาปิ เมถุนธมฺเมน ปาราชิกา โหมี’’ติ? วุจฺจเต – ตถา น วตฺตพฺพํ อนิฏฺฐปฺปสงฺคโต. ภิกฺขุนีนมฺปิ ‘‘สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน’’ติ วุตฺเต ภิกฺขุนีนมฺปิ สิกฺขาปจฺจกฺขานํ อตฺถีติ อาปชฺชติ, ตญฺจานิฏฺฐํ. อิทํ อปรํ อนิฏฺฐปฺปสงฺโคติ ‘‘สพฺพสิกฺขาปทานิ สาธารณาเนว, นาสาธารณานี’’ติ. อปิจายํ ภิกฺขูนํ สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโนวาติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ตํเยว อุปชฺฌ’’นฺติอาทิ (ปารา. ๖๙) วุตฺตํ, อปิจ โย ตถา เลสํ โอฑฺเฑตฺวา เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวนฺโต วชฺชิปุตฺตกา วิย ปาราชิโก โหติ. เต หิ ‘‘ภิกฺขูนํ สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน’’ติ วจนาภาเว สติ ‘‘อาปตฺตึ ตุเมฺห, ภิกฺขเว, อาปนฺนา ปาราชิก’’นฺติ วุตฺตา ภควตา. เอตฺถ ปน ‘‘ภิกฺขเว’’ติ วุตฺตตฺตา เกจิ ภิกฺขุลิงฺเค ฐิตา, ‘‘อิทานิ เจปิ มยํ, ภนฺเต อานนฺท, ลเภยฺยาม ภควโต สนฺติเก ปพฺพชฺชํ ลเภยฺยาม อุปสมฺปท’’นฺติ วุตฺตตฺตา เกจิ วิพฺภนฺตาติ เวทิตพฺพา. ตโต อาปตฺติยา เภโทติ ตโต วิภงฺคโต ‘‘อกฺขายิเต สรีเร ปาราชิกํ, เยภุยฺเยน ขายิเต ถุลฺลจฺจย’’นฺติอาทิ อาปตฺติยา เภโท โหติ. อนาปตฺติ ตทญฺญถาติ ตโต เอว วิภงฺคโต เยนากาเรน อาปตฺติ วุตฺตา, ตโต อญฺเญนากาเรน อนาปตฺติเภโทว โหติ. ‘‘สาทิยติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส, น สาทิยติ อนาปตฺตี’’ติ หิ วิภงฺเค อสติ น ปญฺญายติ. เอตฺตาวตา สมาสโต คาถาตฺโถ วุตฺโต โหติ. เอตฺถ จ ปน –

‘‘นิทานมาติกาเภโท, วิภงฺคสฺส ปโยชนํ;

อนาปตฺติปกาโร จ, ปฐโม นิปฺปโยชโน’’ติ. –

อิมํ นยํ ทสฺเสตฺวาว สพฺพสิกฺขาปทานํ อตฺโถ ปกาสิตพฺโพ. กถํ? ภควตา ปน เยนากาเรน ยํ สิกฺขาปทํ ปญฺญาปิตํ, ตสฺส อาการสฺส สมตฺถํ วา อสมตฺถํ วาติ ทุวิธํ นิทานํ, อยํ นิทานเภโท. มาติกาปิ นิทานาเปกฺขา นิทานานเปกฺขาติ ทุวิธา. ตตฺถ จตุตฺถปาราชิกาทิสิกฺขาปทานิ นิทานาเปกฺขานิ. น หิ วคฺคุมุทาตีริยา ภิกฺขู สยเมว อตฺตโน อตฺตโน อสนฺตํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ มุสาวาทลกฺขณํ ปาเปตฺวา ภาสึสุ. อญฺญมญฺญสฺส หิ เต อุตฺตริมนุสฺสธมฺมสฺส คิหีนํ วณฺณํ ภาสึสุ, น จ ตาวตา ปาราชิกวตฺถุ โหติ. ตตฺถ เตน เลเสน ภควา ตํ วตฺถุํ นิทานํ กตฺวา ปาราชิกํ ปญฺญเปสิ, เตน วุตฺตํ ‘‘นิทานาเปกฺข’’นฺติ. อิมินา นเยน นิทานาเปกฺขานิ ญตฺวา ตพฺพิปรีตานิ สิกฺขาปทานิ นิทานานเปกฺขานีติ เวทิตพฺพานิ, อยํ มาติกาเภโท.

นานปฺปการโต มูลาปตฺติปฺปโหนกวตฺถุปโยคจิตฺตนิยามทสฺสนวเสน มาติกาย วิภชนภาวทีปนตฺถํ เตสํ อปฺปโหนกตาย วา ตทญฺญตรเวกลฺลตาย วา วีติกฺกเม สติ อาปตฺติเภททสฺสนตฺถํ, อสติ อนาปตฺติทสฺสนตฺถญฺจาติ สพฺพตฺถ ตโย อตฺถวเส ปฏิจฺจ มาติกาย วิภชนํ วิภงฺโค อารภียตีติ เวทิตพฺโพ. เอตฺถ ปน ‘‘ภิกฺขโกติ ภิกฺขุ, ภิกฺขาจริยํ อชฺฌุปคโตติ ภิกฺขุ, ภินฺนปฏธโรติ ภิกฺขู’’ติ เกวลํ พฺยญฺชนตฺถทีปนวเสน ปวตฺโต วา, ‘‘สมญฺญาย ภิกฺขู’’ติ ภิกฺขุภาวสมฺภวํ อนเปกฺขิตฺวาปิ เกวลํ ภิกฺขุ นาม ปวตฺติฏฺฐานทีปนวเสน ปวตฺโต วา, ‘‘เอหิ ภิกฺขูติ ภิกฺขุ, สรณคมเนหิ อุปสมฺปนฺโนติ ภิกฺขุ, ญตฺติจตุตฺเถน กมฺเมน อุปสมฺปนฺโนติ ภิกฺขู’’ติ อุปสมฺปทานนฺตเรนาปิ ภิกฺขุภาวสิทฺธิทีปนวเสน ปวตฺโต วา, ‘‘ภโทฺร ภิกฺขุ, สาโร ภิกฺขุ, เสกฺโข ภิกฺขุ, อเสกฺโข ภิกฺขู’’ติ ภิกฺขุกรเณหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคตภิกฺขุทีปนวเสน ปวตฺโต วา วิภงฺโค อชฺฌุเปกฺขิโต สพฺพสามญฺญปทตฺตา, ตถา อญฺญภาคิยสิกฺขาปทาทีสุ สทฺวารวเสน, อธิกรณทสฺสนาทิวเสน ปวตฺโต จ อชฺฌุเปกฺขิโต อิตรตฺถ ตทภาวโตติ เวทิตพฺโพ.

ตตฺถ ติสฺโส อิตฺถิโยติอาทิ วตฺถุนิยมทสฺสนวเสน ปวตฺโต, มนุสฺสิตฺถิยา ตโย มคฺเค เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวนฺตสฺส อาปตฺติ ปาราชิกสฺสาติอาทิ ปโยคนิยมทสฺสนวเสน ปวตฺโต, ภิกฺขุสฺส เสวนจิตฺตํ อุปฏฺฐิเตติอาทิ จิตฺตนิยมทสฺสนวเสน ปวตฺโต, สาทิยติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส, น สาทิยติ อนาปตฺตีติอาทิ วตฺถุปโยคนิยเม สติ จิตฺตนิยมภาวาภาววเสน อาปตฺตานาปตฺติทสฺสนตฺถํ ปวตฺโต, มตํ เยภุยฺเยน ขายิตํ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสาติอาทิ วตฺถุสฺส อปฺปโหนกตาย วีติกฺกเม อาปตฺติเภททสฺสนตฺถํ ปวตฺโต, น สาทิยติ อนาปตฺตีติ จิตฺตนิยมเวกเลฺยน วีติกฺกมาภาวา อนาปตฺติทสฺสนตฺถํ ปวตฺโตติ. เอวํ อิตเรสุปิ สิกฺขาปเทสุ ยถาสมฺภวนโย อยนฺติ ปโยชโน วิภงฺโค.

อนาปตฺติวาโร ปน มูลาปตฺติโต, ตทญฺเญกเทสโต, สพฺพาปตฺติโต จ อนาปตฺติทีปนวเสน ติวิโธ. ตตฺถ โย ปฐโม, โส วิภงฺโค วิย ตโย อตฺถวเส ปฏิจฺจ ปวตฺโต. กตเม ตโย? มาติกาปทานํ สาตฺถกนิรตฺถกานํ ตทญฺญถา อุทฺธรณานุทฺธรณวเสน สปฺปโยชนนิปฺปโยชนภาวทีปนตฺถํ, ตทญฺญถา ปฏิปตฺติกฺกมทสฺสนตฺถํ, อาปตฺติปฺปโหนกฏฺฐาเนปิ วิสฺสชฺชนตฺถญฺจาติ. กถํ? เอฬกโลมสิกฺขาปเท ‘‘ภิกฺขุโน ปเนว อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺนสฺส เอฬกโลมานิ อุปฺปชฺเชยฺยุํ, อากงฺขมาเนน ภิกฺขุนา ปฏิคฺคเหตพฺพานี’’ติ (ปารา. ๕๗๒) เอตานิ เกวลํ วตฺถุมตฺตทีปนปทานีติ นิรตฺถกานิ นาม, เตสํ อนาปตฺติ. ‘‘อทฺธานมคฺคํ อปฺปฏิปนฺนสฺส อุปฺปนฺเน เอฬกโลเม อนาปตฺติ, อากงฺขมาเนน ปฏิคฺคหิเต’’ติอาทินา นเยน ตทญฺญถา อนุทฺธรเณน นิปฺปโยชนภาโว ทีปิโต โหติ, ยทิทํ มาติกายํ ‘‘เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสเวยฺยา’’ติ, อิทํ สาตฺถกํ. ตสฺส สปฺปโยชนภาวทีปนตฺถํ ‘‘อนาปตฺติ อชานนฺตสฺส อสาทิยนฺตสฺสา’’ติ วุตฺตํ. ยสฺมา ชานนสาทิยนภาเวน อาปตฺติ, อเสวนฺตสฺส อนาปตฺติ, ตสฺมา วุตฺตํ มาติกายํ ‘‘โย ปน ภิกฺขุ เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสเวยฺย, ปาราชิโก โหติ อสํวาโส’’ติ อธิปฺปาโย. ‘‘ปรปริคฺคหิตํ ปรปริคฺคหิตสญฺญิตา ครุปริกฺขาโร เถยฺยจิตฺตํ อวหรณ’’นฺติ วุตฺตานํ ปญฺจนฺนมฺปิ องฺคานํ ปาริปูริยา เปตติรจฺฉานคตปริคฺคหิเต อาปตฺติปฺปโหนกฏฺฐาเนปิ วิสฺสชฺชนตฺถํ ‘‘อนาปตฺติ เปตปริคฺคหิเต’’ติอาทิ (กงฺขา. อฏฺฐ. ทุติยปาราชิกวณฺณนา) วุตฺตํ. อนาปตฺติ อิมํ ชาน, อิมํ เทหิ, อิมํ อาหร, อิมินา อตฺโถ, อิมํ กปฺปิยํ กโรหีติ ภณตีติอาทิ ปน ตทญฺญถา ปฏิปตฺติกฺกมทสฺสนตฺถํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. เอตฺตาวตา ‘‘นิทานมาติกาเภโท’’ติอาทินา วุตฺตคาถาย อตฺโถ ปกาสิโต โหติ.

เอตฺถ ปฐมปญฺญตฺติ ตาว ปฐมโพธึ อติกฺกมิตฺวา ปญฺญตฺตตฺตา, อายสฺมโต สุทินฺนสฺส อฏฺฐวสฺสิกกาเล ปญฺญตฺตตฺตา จ รตฺตญฺญุมหตฺตํ ปตฺตกาเล ปญฺญตฺตา. ทุติยอนุปญฺญตฺติ พาหุสจฺจมหตฺตํ ปตฺตกาเล อุปฺปนฺนา. โส หายสฺมา มกฺกฏิปาราชิโก ยถา มาตุคามปฏิสํยุตฺเตสุ สิกฺขาปเทสุ ติรจฺฉานคติตฺถี อนธิปฺเปตา, ตถา อิธาปีติ สญฺญาย ‘‘สจฺจํ, อาวุโส, ภควตา สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ, ตญฺจ โข มนุสฺสิตฺถิยา, โน ติรจฺฉานคติตฺถิยา’’ติ อาห. ตติยานุปญฺญตฺติ ลาภคฺคมหตฺตํ ปตฺตกาเล อุปฺปนฺนา. เต หิ วชฺชิปุตฺตกา ลาภคฺคมหตฺตํ ปตฺตา หุตฺวา ยาวทตฺถํ ภุญฺชิตฺวา นฺหายิตฺวา วรสยเนสุ สยิตฺวา ตติยานุปญฺญตฺติยา วตฺถุํ อุปฺปาเทสุํ, เต จ เวปุลฺลมหตฺตํ ปตฺเต สงฺเฆ อุปฺปนฺนา, สยญฺจ เวปุลฺลมหตฺตํ ปตฺตาติ ‘‘เวปุลฺลมหตฺตมฺเปตฺถ ลพฺภตี’’ติ วุตฺตํ. อิทํ ปฐมปาราชิกสิกฺขาปทํ ติวิธมฺปิ วตฺถุํ อุปาทาย จตุพฺพิธมฺปิ ตํ กาลํ ปตฺวา ปญฺญตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.

ตตฺถ โย ปนาติ อนวเสสปริยาทานปทํ. ภิกฺขูติ ตสฺส อติปฺปสงฺคนิยมปทํ. ภิกฺขูนํ สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโนติ ตสฺส วิเสสนวจนํ. น หิ สพฺโพปิ ภิกฺขุนามโก ยา ภควตา ยาย กายจิ อุปสมฺปทาย อุปสมฺปนฺนภิกฺขูนํ เหฏฺฐิมปริจฺเฉเทน สิกฺขิตพฺพสิกฺขา วิหิตา, ‘‘เอตฺถ สห ชีวนฺตี’’ติ โย จ อาชีโว วุตฺโต, ตํ อุภยํ สมาปนฺโนว โหติ. กทา ปน สมาปนฺโน อโหสิ? ยาย กายจิ อุปสมฺปทาย อุปสมฺปนฺนสมนนฺตรเมว ตทุภยํ ชานนฺโตปิ อชานนฺโตปิ ตทชฺฌุปคตตฺตา สมาปนฺโน นาม โหติ. สห ชีวนฺตีติ ยาว สิกฺขํ น ปจฺจกฺขาติ, ปาราชิกภาวญฺจ น ปาปุณาติ, ยํ ปน วุตฺตํ อนฺธกฏฺฐกถายํ ‘‘สิกฺขํ ปริปูเรนฺโต สิกฺขาสมาปนฺโน สาชีวํ อวีติกฺกมนฺโต สาชีวสมาปนฺโน โหตี’’ติ, ตํ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉทวเสน วุตฺตํ. น หิ สิกฺขํ อปริปูเรนฺโต กามวิตกฺกาทิพหุโล วา เอกจฺจํ สาวเสสํ สาชีวํ วีติกฺกมนฺโต วา สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน นาม น โหติ. อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉเทน ปน จตุกฺกํ ลพฺภติ อตฺถิ ภิกฺขุ สิกฺขาสมาปนฺโน สีลานิ ปจฺจเวกฺขนฺโต น สาชีวสมาปนฺโน อจิตฺตกํ สิกฺขาปทํ วีติกฺกมนฺโต, อตฺถิ น สิกฺขาสมาปนฺโน กามวิตกฺกาทิพหุโล สาชีวสมาปนฺโน นิราปตฺติโก, อตฺถิ น สิกฺขาสมาปนฺโน น จ สาชีวสมาปนฺโน อนวเสสํ อาปตฺตึ อาปนฺโน, อตฺถิ สิกฺขาสมาปนฺโน จ สาชีวสมาปนฺโน จ สิกฺขํ ปริปูเรนฺโต สาชีวญฺจ อวีติกฺกมนฺโต, อยเมว จตุตฺโถ ภิกฺขุ อุกฺกฏฺโฐ อิธ อธิปฺเปโต สิยา. น หิ ภควา อนุกฺกฏฺฐํ วตฺตุํ ยุตฺโตติ เจ? น, ‘‘ตตฺร ยายํ อธิสีลสิกฺขา, อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปตา สิกฺขา’’ติวจนวิโรธโต. อุกฺกฏฺฐคฺคหณาธิปฺปาเย สติ ‘‘สิกฺขาติ ติสฺโส สิกฺขา’’ติ เอตฺตกเมว วตฺตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย. สิกฺขตฺตยสมาปนฺโน หิ สพฺพุกฺกฏฺโฐติ.

‘‘เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสเวยฺยา’’ติ ปรโต วจนํ อเปกฺขิตฺวา อธิสีลสิกฺขาว วุตฺตาติ เจ? น, ตสฺสาปิ อภพฺพตฺตา. น หิ อธิสีลสิกฺขํ ปริปูเรนฺโต สาชีวญฺจ อวีติกฺกมนฺโต เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวิตุํ ภพฺโพ, ตํ สิกฺขํ อปริปูเรนฺโต สาชีวญฺจ วีติกฺกมนฺโต เอว หิ ปฏิเสเวยฺยาติ อธิปฺปาโย, ตสฺมา เอวเมตฺถ อตฺโถ คเหตพฺโพ. ยสฺมา สิกฺขาปทสงฺขาโต สาชีโว อธิสีลสิกฺขเมว สงฺคณฺหาติ, เนตรํ อธิจิตฺตสิกฺขํ อธิปญฺญาสิกฺขํ วา, ตสฺมา ‘‘ตตฺร ยายํ อธิสีลสิกฺขา, อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปตา สิกฺขา’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา อธิสีลสิกฺขาย สงฺคาหโก สาชีโว สิกฺขาสาชีโวติ วุตฺโต. อิติ สาชีววิเสสนตฺถํ สิกฺขาคฺคหณํ กตํ. ตทตฺถทีปนตฺถเมว วิภงฺเค สิกฺขํ อปรามสิตฺวา ‘‘ตสฺมึ สิกฺขติ, เตน วุจฺจติ สาชีวสมาปนฺโน’’ติ วุตฺตํ, เตน เอกเมวิทํ อตฺถปทนฺติ ทีปิตํ โหติ. ตญฺจ อุปสมฺปทูปคมนนฺตรโต ปฏฺฐาย สิกฺขนาธิการตฺตา ‘‘สิกฺขตี’’ติ จ ‘‘สมาปนฺโน’’ติ จ วุจฺจติ. โย เอวํ ‘‘สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน’’ติ สงฺขฺยํ คโต, ตาทิสํ ปจฺจยํ ปฏิจฺจ อปรภาเค สาชีวสงฺขาตเมว สิกฺขํ อปฺปจฺจกฺขาย, ตสฺมึเยว จ ทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวา เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสเวยฺยาติ อยมตฺโถ ยุชฺชติ. กินฺตุ อฏฺฐกถานโย ปฏิกฺขิตฺโต โหติ. โส จ น ปฏิกฺเขปารโหติ เตน ตทนุสาเรน ภวิตพฺพํ.

อธิปฺปาโย ปเนตฺถ ปริเยสิตพฺโพ, โส ทานิ วุจฺจติ – สพฺเพสุปิ สิกฺขาปเทสุ อิทเมว ภิกฺขุลกฺขณํ สาธารณํ, ยทิทํ ‘‘ภิกฺขูนํ สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน’’ติ. ขีณาสโวปิ สาวโก อาปตฺตึ อาปชฺชติ อจิตฺตกํ, ตถา เสกฺโข. ปุถุชฺชโน ปน สจิตฺตกมฺปิ, ตสฺมา เสกฺขาเสกฺขปุถุชฺชนภิกฺขูนํ สามญฺญมิทํ ภิกฺขุลกฺขณนฺติ กตฺวา เกวลํ สิกฺขาสมาปนฺโน, เกวลํ สาชีวสมาปนฺโน จ อุภยสมาปนฺโน จาติ สรูเปกเทเสกเสสนเยน ‘‘สิกฺขาสาชีวสมอาปนฺโน’’เตฺวว สมฺปิณฺเฑตฺวา อุกฺกฏฺฐคฺคหเณน อนุกฺกฏฺฐานํ คหณสิทฺธิโต อฏฺฐกถายํ อุกฺกฏฺโฐว วุตฺโต. ตเมว สมฺปาเทตุํ ‘‘ตสฺมึ สิกฺขติ, เตน วุจฺจติ สาชีวสมาปนฺโน’’ติ เอตฺถ สิกฺขาปทสฺส อวจเน ปริหารํ วตฺวา ยสฺมา ปน โส อสิกฺขมฺปิ สมาปนฺโน, ตสฺมา สิกฺขาสมาปนฺโนติปิ อตฺถโต เวทิตพฺโพติ จ วตฺวา ‘‘ยํ สิกฺขํ สมาปนฺโน ตํ อปฺปจฺจกฺขาย ยญฺจ สาชีวํ สมาปนฺโน ตตฺถ ทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวา’’ติ วุตฺตนฺติ อยมฏฺฐกถายํ อธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ. เอตสฺมึ ปน อธิปฺปาเย อธิสีลสิกฺขาย เอว คหณํ สพฺพตฺถิกตฺตา, สีลาธิการโต จ วินยสฺสาติ เวทิตพฺพํ. ยถา จ สิกฺขาปทํ สมาทิยนฺโต สีลํ สมาทิยตีติ วุจฺจติ, เอวํ สิกฺขาปทํ ปจฺจกฺขนฺโต สีลสงฺขาตํ สิกฺขํ ปจฺจกฺขาตีติ วตฺตุํ ยุชฺชติ, ตสฺมา ตตฺถ วุตฺตํ ‘‘ยํ สิกฺขํ สมาปนฺโน, ตํ อปฺปจฺจกฺขายา’’ติ. สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย ปฏิเสวิตเมถุนสฺส อุปสมฺปทํ อนุชานนฺโต น สมูหนติ นาม. น หิ โส ภิกฺขุ หุตฺวา ปฏิเสวิ, ‘‘โย ปน ภิกฺขู’’ติ จ ปญฺญตฺตํ. เอตฺตาวตา สมาสโต ‘‘สิกฺขาสาชีวสมานฺโน’’ติ เอตฺถ วตฺตพฺพํ วุตฺตํ.

กึ อิมินา วิเสสวจเนน ปโยชนํ, นนุ ‘‘โย ปน ภิกฺขุ สิกฺขํ อปฺปจฺจกฺขาย ทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวา…เป… อสํวาโส’’ติ เอตฺตกเมว วตฺตพฺพนฺติ เจ? น วตฺตพฺพํ อนิฏฺฐปฺปสงฺคโต. โย ปน สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน เถยฺยสํวาสาทิโก เกวเลน สมญฺญามตฺเตน, ปฏิญฺญามตฺเตน วา ภิกฺขุ, ตสฺสาปิ สิกฺขาปจฺจกฺขานํ อตฺถิ. สิกฺขํ อปฺปจฺจกฺขาย จ เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวนฺตสฺส ปาราชิกาปตฺติ. โย วา ปจฺฉา ปาราชิกํ อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา น สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน ตสฺส จ, โย วา ปกฺขปณฺฑกตฺตา ปณฺฑกภาวูปคมเนน น สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน ตสฺส จ ตทุภยํ อตฺถีติ อาปชฺชติ. ‘‘ปณฺฑกภาวปกฺเข จ ปกฺขปณฺฑโก อุปสมฺปทาย น วตฺถู’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา อิตรสฺมึ ปกฺเข วตฺถูติ สิทฺธํ, ตสฺมึ ปกฺเข อุปสมฺปนฺโน ปณฺฑกภาวปกฺเข ปณฺฑกตฺตา น สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน, โส ปริจฺจชิตพฺพสิกฺขาย อภาเวน สิกฺขํ อปฺปจฺจกฺขาย มุเขน ปรสฺส องฺคชาตคฺคหณาทโย เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสเวยฺย, ตสฺส กุโต ปาราชิกาปตฺตีติ อธิปฺปาโย. อยํ นโย อปณฺฑกปกฺขํ อลภมานสฺเสว ปรโต ยุชฺชติ, ลภนฺตสฺส ปน อรูปสตฺตานํ กุสลานํ สมาปตฺติกฺขเณ ภวงฺควิจฺเฉเท สติปิ อมรณํ วิย ปณฺฑกภาวปกฺเขปิ ภิกฺขุภาโว อตฺถิ. สํวาสํ วา สาทิยนฺตสฺส น เถยฺยสํวาสกภาโว อตฺถิ อนฺติมวตฺถุํ อชฺฌาปนฺนสฺส วิย. น จ สหเสยฺยาทิกํ ชเนติ. คณปูรโก ปน น โหติ อนฺติมวตฺถุํ อชฺฌาปนฺโน วิย, น โส สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน, อิตรสฺมึ ปน ปกฺเข โหติ, อยํ อิมสฺส ตโต วิเสโส. กิมยํ สเหตุโก, อุทาหุ อเหตุโกติ? น อเหตุโก. ยโต อุปสมฺปทา ตสฺส อปณฺฑกปกฺเข อนุญฺญาตา สเหตุกปฏิสนฺธิกตฺตา. ปณฺฑกภาวปกฺเขปิ กิสฺส นานุญฺญาตาติ เจ? ปณฺฑกภูตตฺตา โอปกฺกมิกปณฺฑกสฺส วิย.

อปิจ สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโนติ อิมินา ตสฺส สิกฺขาสมาทานํ ทีเปตฺวา ตํ สมาทินฺนสิกฺขํ อปฺปจฺจกฺขาย ตตฺถ จ ทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวาติ วตฺตุํ ยุชฺชติ, น อญฺญถาติ อิมินา การเณน ยถาวุตฺตานิฏฺฐปฺปสงฺคโต ‘‘โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขูนํ สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน สิกฺขํ อปฺปจฺจกฺขายา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยถา เจตฺถ, ตถา ‘‘โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขูนํ สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน สิกฺขํ อปฺปจฺจกฺขาย ทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวา คามา วา อรญฺญา วา อทินฺนํ เถยฺยสงฺขาตํ อาทิเยยฺย (ปารา. ๘๙), สุคตจีวรปฺปมาณํ จีวรํ การาเปยฺย อติเรกํ วา, เฉทนกํ ปาจิตฺติย’’นฺติอาทินา (ปาจิ. ๕๔๘) นเยน สพฺพตฺถ โยเชตพฺพํ. อนฺตมโส ติรจฺฉานคตายปีติ มนุสฺสิตฺถึ อุปาทาย วุตฺตํ. น หิ ‘‘ปเคว ปณฺฑเก ปุริเส วา’’ติ วตฺตุํ ยุชฺชติ. เสสํ ตตฺถ ตตฺถ วุตฺตนยเมว.

อยํ ปฐมปาราชิกสฺส มาติกาย ตาว วินิจฺฉโย.

จตุพฺพิธวินยกถาวณฺณนา

๔๕. นีหริตฺวาติ เอตฺถ สาสนโต นีหริตฺวาติ อตฺโถ. ‘‘ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา นานุยุญฺชิตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? สุตฺตํ น ชานาติ, สุตฺตานุโลมํ น ชานาตี’’ติ (ปริ. ๔๔๒) เอวมาทิโต หิ ปริยตฺติสาสนโต สุตฺตํ, สุตฺตานุโลมญฺจ นีหริตฺวา ปกาเสสุํ. ‘‘อนาปตฺติ เอวํ อมฺหากํ อาจริยานํ อุคฺคโห ปริปุจฺฉาติ ภณตี’’ติ เอวมาทิโต ปริยตฺติสาสนโต อาจริยวาทํ นีหริตฺวา ปกาเสสุํ. ภารุกจฺฉกวตฺถุสฺมึ ‘‘อายสฺมา อุปาลิ เอวมาห – อนาปตฺติ, อาวุโส, สุปินนฺเตนา’’ติ (ปารา. ๗๘) เอวมาทิโต ปริยตฺติสาสนโต เอว อตฺตโนมตึ นีหริตฺวา ปกาเสสุํ. ตาย หิ อตฺตโนมติยา เถโร เอตทคฺคฏฺฐานํ ลภิ. อปิ จ วุตฺตเญฺหตํ ภควตา ‘‘อนุปสมฺปนฺเนน ปญฺญตฺเตน วา อปญฺญตฺเตน วา วุจฺจมาโน…เป… อนาทริยํ กโรติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (ปาจิ. ๓๔๓). ตตฺถ หิ ปญฺญตฺตํ นาม สุตฺตํ. เสสตฺตยํ อปญฺญตฺตํ นาม. เตนายํ ‘‘จตุพฺพิธญฺหิ วินยํ, มหาเถรา’’ติ คาถา สุวุตฺตา. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ นาคเสนตฺเถเรน. อาหจฺจปเทนาติ อฏฺฐ วณฺณฏฺฐานานิ อาหจฺจ วุตฺเตน ปทนิกาเยนาติ อตฺโถ, อุทาหเฏน กณฺโฐกฺกนฺเตน ปทสมูเหนาติ อธิปฺปาโย. รเสนาติ ตสฺส อาหจฺจภาสิตสฺส รเสน, ตโต อุทฺธเฏน วินิจฺฉเยนาติ อตฺโถ. สุตฺตจฺฉายา วิย หิ สุตฺตานุโลมํ. อาจริยวาโท ‘‘อาจริยวํโส’’ติ วุตฺโต ปาฬิยํ วุตฺตานํ อาจริยานํ ปรมฺปราย อาภโตว ปมาณนฺติ ทสฺสนตฺถํ. อธิปฺปาโยติ การโณปปตฺติสิทฺโธ อุหาโปหนยปฺปวตฺโต ปจฺจกฺขาทิปมาณปติรูปโก. อธิปฺปาโยติ เอตฺถ ‘‘อตฺตโนมตี’’ติ เกจิ อตฺถํ วทนฺติ.

ปริวารฏฺฐกถายํ, อิธ จ กิญฺจาปิ ‘‘สุตฺตานุโลมํ นาม จตฺตาโร มหาปเทสา’’ติ วุตฺตํ, อถ โข มหาปเทสนยสิทฺธํ ปฏิกฺขิตฺตาปฏิกฺขิตฺตํ อนุญฺญาตานนุญฺญาตํ กปฺปิยากปฺปิยนฺติ อตฺถโต วุตฺตํ โหติ. ตตฺถ ยสฺมา ฐานํ โอกาโส ปเทโสติ การณเววจนานิ ‘‘อฏฺฐานเมตํ, อานนฺท, อนวกาโส’’ติอาทิ (ปารา. ๔๓) สาสนโต, ‘‘นิคฺคหฏฺฐาน’’นฺติ จ ‘‘อสนฺทิฏฺฐิฏฺฐาน’’นฺติ จ ‘‘อสนฺทิฏฺฐิ จ ปน ปเทโส’’ติ จ โลกโต, ตสฺมา มหาปเทสาติ มหาการณานีติ อตฺโถ. การณํ นาม ญาปโก เหตุ อิธาธิปฺเปตํ. มหนฺตภาโว ปน เตสํ มหาวิสยตฺตา มหาภูตานํ วิย. เต ทุวิธา วินยมหาปเทสา สุตฺตนฺติกมหาปเทสา จาติ. ตตฺถ วินยมหาปเทสา วินเย ปโยคํ คจฺฉนฺติ, อิตเร อุภยตฺถาปิ, เตเนว ปริวาเร อนุโยควตฺเต ‘‘ธมฺมํ น ชานาติ, ธมฺมานุโลมํ น ชานาตี’’ติ (ปริ. ๔๔๒) วุตฺตํ. ตตฺถ ธมฺมนฺติ ฐเปตฺวา วินยปิฏกํ อวเสสปิฏกทฺวยํ. ธมฺมานุโลมนฺติ สุตฺตนฺติเก จตฺตาโร มหาปเทเส. ตตฺถ โย ธมฺมํ ธมฺมานุโลมญฺเจว ชานาติ, น วินยํ วินยานุโลมญฺจ, โส ‘‘ธมฺมํ รกฺขามี’’ติ วินยํ อุพฺพินยํ กโรติ, อิตโร ‘‘วินยํ รกฺขามี’’ติ ธมฺมํ อุทฺธมฺมํ กโรติ, อุภยํ ชานนฺโต อุภยมฺปิ สมฺปาเทติ.

ตตฺริทํ มุขมตฺตํ – ตตฺถ ปฐโม ‘‘โส เจ ปเวสนํ สาทิยติ, ปวิฏฺฐํ, ฐิตํ, อุทฺธรณํ สาทิยติ อาปตฺติ, น สาทิยติ อนาปตฺตี’’ติ เอตฺถ วิปฺปฏิปชฺชติ. โส หายสฺมา สุขเวทนียสฺส อุปาทินฺนโผฏฺฐพฺพสฺส, กายินฺทฺริยสฺส จ สมาโยเค สติ ปฏิวิชานนฺโต กายิกสุขเวทนุปฺปตฺติมตฺเตน สาทิยติ นามาติ ปริจฺฉินฺทิตฺวา ตสฺส อาปตฺติ ปาราชิกสฺสาติ อเสวนาธิปฺปายสฺสปิ อาปตฺติปฺปสงฺคํ กโรติ, ตถา ยสฺส สนฺถตตฺตา วา โยนิโทสวเสน วา ทุกฺขา อสาตา เวทนา, วาโตปหฏคตฺตตาย วา เนว กายิกเวทนา, ตสฺส ชานโต อชานโตปิ ‘‘อนาปตฺติ อสาทิยนฺตสฺสา’’ติ (ปารา. ๗๖) สุตฺตนฺตํ ทสฺเสตฺวา เสวนาธิปฺปายสฺสาปิ อนาปตฺติปฺปสงฺคํ กโรติ, ตถา ยทิ โมจนราเคน อุปกฺกมโต มุตฺเต สงฺฆาทิเสโส, ปเคว เมถุนราเคนาติ ทุกฺกฏฏฺฐานํ คเหตฺวา สงฺฆาทิเสสฏฺฐานํ กโรติ, เอวํ วินยํ อุพฺพินยํ กโรติ นาม. อิตโร ‘‘อนาปตฺติ อชานนฺตสฺสาติ วุตฺตตฺตา ชานโต ชานเนเนว สุขเวทนา โหตุ วา มา วา สาทิยนา โหตี’’ติ วตฺวา อเสวนาธิปฺปายสฺสปิ ชานโต อนาปตฺติฏฺฐาเน อาปตฺตึ กโรติ, อนวชฺชํ สาวชฺชํ กโรตีติ เอวํ ธมฺมํ อุทฺธมฺมํ กโรติ. อุภยํ ปน ชานนฺโต ‘‘ภิกฺขุสฺส เสวนจิตฺตํ อุปฏฺฐิเตติ (ปารา. ๕๗) วจนโต เสวนจิตฺตเมเวตฺถ ปมาณํ, ตสฺส ภาเวน อาปตฺติ ปาราชิกสฺส, อภาเวน อนาปตฺตี’’ติ วตฺวา อุภยมฺปิ รกฺขติ สมฺปาเทติ. อิมินา นเยน สพฺพสิกฺขาปเทสุ ยถาสมฺภวํ สปฺปโยชนา กาตพฺพา.

สงฺคีตึ อาโรเปตฺวา ฐปิตปาฬิโต วินิมุตฺตํ กตฺวา ฐปิตตฺตา ปาฬิวินิมุตฺตา อตฺถโต, นยโต, อนุโลมโต จ ปาฬิโอกฺกนฺตวินิจฺฉยปฺปวตฺตา อนุปวิฏฺฐวินิจฺฉยวเสน ปวตฺตาติ อตฺโถ. ‘‘น สมูหนิสฺสตี’’ติ ชานนฺโตปิ ภควา เกวลํ ‘‘เตสํ มตํ ปจฺฉิมา ชนตา มม วจนํ วิย ปมาณํ กโรตู’’ติ ทสฺสนตฺถญฺจ ปรินิพฺพานกาเล เอวมาห ‘‘อากงฺขมาโน, อานนฺท, สงฺโฆ มมจฺจเยน ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ สมูหนตู’’ติ (ที. นิ. ๒.๒๑๖), เตเนตํ สิทฺธํ ‘‘ปญฺญตฺตมฺปิ เจ สิกฺขาปทํ สมูหนิตุํ ยสฺส สงฺฆสฺส อนุญฺญาตํ ภควตา, ตสฺส ปญฺญตฺตานุโลมํ อติเรกตฺถทีปนํ, ปเควานุญฺญาตํ ภควตา’’ติ. กิญฺจ ภิยฺโย อูนาติริตฺตสิกฺขาปเทสุ อาจริยกุเลสุ วิวาโท อญฺญมญฺญํ น กาตพฺโพติ ทสฺสนตฺถญฺจ. กสฺมา สงฺโฆ น สมูหนีติ? อญฺญมญฺญํ วิวาทปฺปสงฺคทสฺสนโต. ภควตา จ ‘‘สพฺเพเหว สมคฺเคหิ สมฺโมทมาเนหิ อวิวทมาเนหิ สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ จ เอกจฺเจ เถรา เอวมาหํสูติ จ อญฺญวาททสฺสนโต วิวทมาเนหิ สิกฺขิตพฺพํ ชาตํ, ตทภาวตฺตมฺปิ ญตฺติทุติยกมฺมวาจํ สาเวตฺวา อวิวทมาเนเหว สิกฺขิตพฺพํ อกาสิ.

อปิจาติ อตฺตโน มติยา ปากฏกรณตฺถํ อารมฺโภ. ตตฺถ ‘‘สุตฺตนฺตาภิธมฺมวินยฏฺฐกถาสู’’ติ วจนโต ปิฏกตฺตยสฺสปิ สาธารณา เอสา กถาติ เวทิตพฺพา, ‘‘อถ ปนายํ กปฺปิย’’นฺติอาทิ วินยสฺเสว. การกสงฺฆสทิสนฺติ สงฺคีติการกสงฺฆสทิสํ. ‘‘สุตฺตาทิจตุกฺกํ อปฺปจฺจกฺขาย เตน อวิรุทฺธสฺส กมฺมสฺส การกสงฺฆสทิส’’นฺติ ธมฺมสิริตฺเถรสฺส คณฺฐิปเท วุตฺตํ, ตํ อยุตฺตํ, ‘‘สุตฺตเมว พลวตรํ. สุตฺตญฺหิ อปฺปฏิวตฺติยํ การกสงฺฆสทิส’’นฺติ เอเตหิ ปเทหิ อยุตฺตตฺตา. ปากติเก ปน คณฺฐิปเท ‘‘ตมตฺถํ วินิจฺฉินิตฺวา ตสฺส การกสงฺฆสทิส’’นฺติ วุตฺตํ. ปรวาทีติ อมฺหากํ สมยวิชานนโก อญฺญนิกายิโกติ วุตฺตํ. ปรวาที สุตฺตานุโลมนฺติ กถํ? ‘‘อญฺญตฺร อุทกทนฺตโปนา’’ติ (ปาจิ. ๒๖๖) สุตฺตํ สกวาทิสฺส, ตทนุโลมโต นาฬิเกรผลสฺส อุทกมฺปิ อุทกเมว โหตีติ ปรวาที จ.

‘‘นาฬิเกรสฺส ยํ โตยํ, ปุราณํ ปิตฺตพนฺธนํ;

ตเมว ตรุณํ โตยํ, ปิตฺตฆํ พลพนฺธน’’นฺติ. –

เอวํ ปรวาทินา วุตฺเต สกวาที ธญฺญผลสฺส คติกตฺตา, อาหารตฺถสฺส จ ผรณโต ‘‘ยาวกาลิกเมว ต’’นฺติ วทนฺโต ปฏิกฺขิปติ. ปโร อาจริยวาทนฺติ ‘‘สุงฺกํ ปริหรตีติ เอตฺถ อุปจารํ โอกฺกมิตฺวา กิญฺจาปิ ปริหรติ, อวหาโร เอวา’’ติ อฏฺฐกถาวจนโต ‘‘ตถา กโรนฺโต ปาราชิกมาปชฺชตี’’ติ ปรวาทินา วุตฺเต สกวาที ‘‘สุงฺกํ ปริหรติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ สุตฺตํ ตตฺเถว อาคตมหาอฏฺฐกถาวจเนน สทฺธึ ทสฺเสตฺวา ปฏิเสเธติ, ตถา กโรนฺตสฺส ทุกฺกฏเมวาติ. ปโร อตฺตโนมตีติ เอตฺถ ‘‘ปุเรภตฺตํ ปรสนฺตกํ อวหราติ ปุเรภตฺตเมว หริสฺสามีติ วายมนฺตสฺส ปจฺฉาภตฺตํ โหติ, ปุเรภตฺตปโยโคว โส, ตสฺมา มูลฏฺโฐ น มุจฺจตีติ ตุมฺหากํ เถรวาทตฺตา มูลฏฺฐสฺส ปาราชิกเมวา’’ติ ปรวาทินา วุตฺเต สกวาที ‘‘ตํ สงฺเกตํ ปุเร วา ปจฺฉา วา ตํ ภณฺฑํ อวหรติ, มูลฏฺฐสฺส อนาปตฺตี’’ติ (ปารา. ๑๑๙) สุตฺตํ ทสฺเสตฺวา ปฏิกฺขิปติ.

ปโร สุตฺตนฺติ ‘‘อนิยตเหตุธมฺโม สมฺมตฺตนิยตเหตุธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ สุตฺตํ ปฏฺฐาเน ลิขิตํ ทสฺเสตฺวา ‘‘อริยมคฺคสฺส น นิพฺพานเมวารมฺมณ’’นฺติ ปรวาทินา วุตฺเต สกวาที ‘‘อารมฺมณตฺติกาทิสุตฺตานุโลเม น โอตรตี’’ติ ปฏิกฺขิปติ. สุตฺตานุโลเม โอตรนฺตํเยว หิ สุตฺตํ นาม, เนตรํ. เตน วุตฺตํ ปาฬิอาคตํ ปญฺญายตีติ เอตฺตเกนปิ สิทฺเธ ติสฺโส สงฺคีติโย อารุฬฺหปาฬิอาคตํ ปญฺญายตี’’ติอาทิ. ตาทิสญฺหิ ปมาทเลขนฺติ อาจริโย. ‘‘อปฺปมาโท อมตํ ปทํ, ปมาโท มจฺจุโน ปท’’นฺติ (ธ. ป. ๒๑; เนตฺติ. ๒๖) วจนโต ทินฺนโภชเน ภุญฺชิตฺวา ปริสฺสยานิ ปริวชฺชิตฺวา สตึ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา วิหรนฺโต นิจฺโจ โหตีติ. เอวรูปสฺส อตฺถสฺส วเสน อารุฬฺหมฺปิ สุตฺตํ น คเหตพฺพํ, เตน วุตฺตํ โน เจ ตถา ปญฺญายตีติ สิทฺเธปิ ‘‘โน เจ ตถา ปญฺญายติ, น โอตรติ น สเมตี’’ติ. ‘‘พาหิรกสุตฺตํ วา’’ติ วุตฺตตฺตา อตฺตโน สุตฺตมฺปิ อตฺเถน อสเมนฺตํ น คเหตพฺพํ. ปโร อาจริยวาทนฺติอาทีสุ ทฺวีสุ นเยสุ ปมาทเลขวเสน ตตฺถ ตตฺถ อาคตฏฺฐกถาวจนํ เถรวาเทหิ สทฺธึ โยเชตฺวา เวทิตพฺพํ.

อถ ปนายํ อาจริยวาทํ. ปโร สุตฺตนฺติ ปรวาทินา ‘‘มูลพีชํ นาม หลิทฺทิ สิงฺคิเวรํ วจา…เป… พีเช พีชสญฺญี ฉินฺทติ วา เฉทาเปติ วา ภินฺทติ วา…เป… อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสาติ (ปาจิ. ๙๑) ตุมฺหากํ ปาฐตฺตา หลิทฺทิคณฺฐึ ฉินฺทนฺตสฺส ปาจิตฺติย’’นฺติ วุตฺเต สกวาที ‘‘ยานิ วา ปนญฺญานิ อตฺถิ มูเล สญฺชายนฺตี’’ติอาทึ ทสฺเสตฺวา ตสฺส อฏฺฐกถาสงฺขาเตน อาจริยวาเทน ปฏิกฺขิปติ. น หิ คณฺฐิมฺหิ คณฺฐิ ชายตีติ. ปโร สุตฺตานุโลมนฺติ ปรวาทินา ‘‘อนาปตฺติ เอวํ อมฺหากํ อาจริยานํ อุคฺคโหติ วจนสฺสานุโลมโต ‘อมฺหากํ โปราณภิกฺขู เอกปาสาเท คพฺภํ ถเกตฺวา อนุปสมฺปนฺเนน สยิตุํ วฏฺฏตีติ ตถา กตฺวา อาคตา, ตสฺมา อมฺหากํ วฏฺฏตี’ติ ตุเมฺหสุ เอว เอกจฺเจสุ วทนฺเตสุ ตุมฺหากํ น กิญฺจิ วตฺตุํ สกฺกา’’ติ วุตฺเต สกวาที ‘‘สุตฺตํ สุตฺตานุโลมญฺจ อุคฺคหิตกานํเยว อาจริยานํ อุคฺคโห ปมาณ’’นฺติอาทิอฏฺฐกถาวจนํ ทสฺเสตฺวา ปฏิเสเธติ. ปโร อตฺตโนมตินฺติ ‘‘ทฺวารํ วิวริตฺวา อนาปุจฺฉา สยิเตสุ เก มุจฺจนฺตี’’ติ เอตฺถ ปน เทฺวปิ ชนา มุจฺจนฺติ โย จ ยกฺขคหิตโก, โย จ พนฺธิตฺวา นิปชฺชาปิโตติ ตุมฺหากํ เถรวาทตฺตา อญฺเญ สพฺเพปิ ยถา ตถา วา นิปนฺนาทโยปิ มุจฺจนฺตีติ ปฏิเสเธติ.

อถ ปนายํ อตฺตโนมตึ. ปโร สุตฺตนฺติ ‘‘อาปตฺตึ อาปชฺชนฺตี’’ติ ปรวาทินา คุตฺเต สกวาที ‘‘ทิวา กิลนฺตรูโป มญฺเจ นิสินฺโน ปาเท ภูมิโต อโมเจตฺวาว นิทฺทาวเสน นิปชฺชติ, ตสฺส อนาปตฺตี’’ติอาทิอฏฺฐกถาวจนํ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๗๗) ทสฺเสตฺวา เอกภงฺเคน นิปนฺนาทโยปิ มุจฺจนฺตีติ ปฏิเสเธติ. อถายํ อตฺตโนมตึ. ปโร สุตฺตานุโลมนฺติ ‘‘โทมนสฺสํ ปาหํ, เทวานมินฺท, ทุวิเธน วทามิ เสวิตพฺพมฺปิ อเสวิตพฺพมฺปีติอาทิวจเนหิ (ที. นิ. ๒.๓๖๐) สํสนฺทนโต สทารโปเส โทโส ตุมฺหากํ นตฺถิ, เตน วุตฺตํ ‘ปุตฺตทารสฺส สงฺคโห’’’ติ (ขุ. ปา. ๕.๖; สุ. นิ. ๒๖๕) ปรวาทินา วุตฺเต กิญฺจาปิ สกวาที พหุสฺสุโต น โหติ, อถ โข ราคสหิเตเนว อกุสเลน ภวิตพฺพนฺติ ปฏิกฺขิปติ. เสเสสุปิ อิมินา นเยน อญฺญถาปิ อนุรูปโต โยเชตพฺพํ. อิทํ สพฺพํ อุปติสฺสตฺเถราทโย อาหุ. ธมฺมสิริตฺเถโร ปน ‘‘เอตฺถ ปโรติ วุตฺโต อญฺญนิกายิโก, โส ปน อตฺตโน สุตฺตาทีนิเยว อาหรติ. ตานิ สกวาที อตฺตโน สุตฺตาทิมฺหิ โอตาเรตฺวา สเจ สเมติ คณฺหาติ, โน เจ ปฏิกฺขิปตี’’ติ วทติ.

จตุพฺพิธวินยกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปทภาชนียวณฺณนา

สิกฺขาปทวิภงฺเค ปน กิญฺจาปิ โย ปนาติ อนวเสสปริยาทานปทํ, ตถาปิ ภิกฺขูติ อิมินา ปรปเทน สมานาธิกรณตฺตา ตทนุรูปาเนวสฺส วิภงฺคปทานิ วุตฺตานิ. ภิกฺขุนิพฺพจนปทานิ ตีณิ กิญฺจาปิ สภิกฺขุภาวสฺส, อภิกฺขุภาวสฺส จาติ ยสฺส กสฺสจิ ปพฺพชิตสฺส สาธารณานิ, ตถาปิ ‘‘อสุทฺโธ โหติ ปุคฺคโล อญฺญตรํ ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปนฺโน, ตญฺเจ สุทฺธทิฏฺฐิ สมาโน อโนกาสํ การาเปตฺวา จาวนาธิปฺปาโย วเทติ, อาปตฺติ สงฺฆาทิเสเสน ทุกฺกฏสฺสา’’ติ เอวมาทิสุตฺตํ นิพฺพจนตฺถยุตฺโตว ปุคฺคโล ‘‘อาปตฺติ สงฺฆาทิเสเสน ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (ปารา. ๓๘๙) เอตฺถ วตฺถุ, น อิตโร คิหิภูโตติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. สพฺพสฺสปิ วินยปิฏกสฺส สาธารณํ ภิกฺขุลกฺขณํ วตฺถุญฺหิ ภควา อารภิ. โย ปน สุทฺโธ เอว สมาโน เกนจิ การเณน คิหิลิงฺเค ฐิโต, โส อตฺตโน สภิกฺขุภาวตฺตา เอว วตฺถุ โหติ, อสุทฺโธปิ ภิกฺขุลิงฺเค ฐิตตฺตาติ อยมตฺโถ ทสฺสิโต โหติ. อสุทฺโธปิ ญาตเกหิ, ปจฺจตฺถิเกหิ วา ราชภยาทิการเณน วา กาสาเวสุ สอุสฺสาโหว อปนีตกาสาโว วตฺถุ เอว ปุน กาสาวคฺคหเณน เถยฺยสํวาสกภาวานุปคมนโต, ภิกฺขุนิพฺพจนตฺเถ อนิกฺขิตฺตธุรตฺตาติ วุตฺตํ โหติ. โย ปน ลิงฺคตฺเถนโก ภิกฺขุนิพฺพจนตฺถํ สยญฺจ อชฺฌุปคโต, สํวาสํ เถเนนฺโต, ตญฺเจ สุทฺธทิฏฺฐิ สมาโน อโนกาสํ การาเปตฺวา จาวนาธิปฺปาโย วเทติ, อาปตฺติ สงฺฆาทิเสเสน ทุกฺกฏสฺสาติ อยมฺปิ อตฺโถ ทสฺสิโต โหติ.

‘‘สมญฺญาย ภิกฺขุ ปฏิญฺญาย ภิกฺขู’’ติ วจนทฺวยํ ยถาวุตฺตญฺจ อตฺถํ อุปพฺรูเหติ, อนฺตรา อุปฺปนฺนาย นิยตาย มิจฺฉาทิฏฺฐิยา อุปจฺฉินฺนกุสลมูโล เกวลาย สมญฺญาย, ปฏิญฺญาย จ ‘‘ภิกฺขู’’ติ วุจฺจติ, น ปรมตฺถโตติ อิมํ อติเรกตฺถํ ทีเปติ. กึ วุตฺตํ โหติ? ‘‘นาหํ, ภิกฺขเว, อญฺญํ เอกธมฺมมฺปิ สมนุปสฺสามิ, ยํ เอวํ มหาสาวชฺชํ ยถยิทํ, ภิกฺขเว, มิจฺฉาทิฏฺฐิ. มิจฺฉาทิฏฺฐิปรมานิ, ภิกฺขเว, มหาวชฺชานี’’ติ อาหจฺจภาสิตํ สงฺคีติตฺตยารุฬฺหํ สุตฺตํ, อฏฺฐกถายมฺปิสฺส ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐิปรมา เอเตสนฺติ มิจฺฉาทิฏฺฐิปรมานี’’ติ (อ. นิ. ๑.๓๑๐) วุตฺตํ. ปญฺจ อานนฺตริยกมฺมานิ มหาสาวชฺชานิ, มิจฺฉาทิฏฺฐิ ปน มหาสาวชฺชตราติ อธิปฺปาโยติ. กสฺมา? เตสญฺหิ ปริจฺเฉโท อตฺถิ, สพฺพพลวมฺปิ กปฺปฏฺฐิติกเมว โหติ, นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิยา ปน ปริจฺเฉโท นตฺถิ, ตาย สมนฺนาคตสฺส ภวโต วุฏฺฐานํ นตฺถิ, ตสฺมา ‘‘อิมสฺส ภิกฺขุกรณา กุสลา ธมฺมา สํวิชฺชนฺตี’’ติ วา ‘‘สุทฺโธวาย’’นฺติ วา น สกฺกา วตฺตุํ. ‘‘ทิฏฺฐิวิปตฺติปจฺจยา เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชตี’’ติ วุตฺตตฺตา น สกฺกา ‘‘อสุทฺโธ’’ติ วา ‘‘อญฺญตรํ ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปนฺโน’’ติ วา วตฺตุํ. เอส หิ อุโภปิ ปกฺเข น ภชติ, เตน วุตฺตํ ‘‘สมญฺญาย, ปฏิญฺญาย จ ภิกฺขุ, น ปรมตฺถโต’’ติ.

กิมตฺถํ ปเนวํ มหาสาวชฺชาย นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิยา ปาราชิกํ ภควา น ปญฺญเปสีติ? ทุพฺพิชานตฺตา. ปกติยาเปสา ทิฏฺฐิ นาม ‘‘สมฺมา’’ติ วา ‘‘มิจฺฉา’’ติ วา ทุวิญฺเญยฺยา, ปเคว ‘‘นิยตา’’ติ วา ‘‘อนิยตา’’ติ วาติ. ตตฺถ ปาราชิกาปตฺติยา ปญฺญตฺตาย ภิกฺขู อญฺญมญฺญํ อสมทิฏฺฐิกํ ปาราชิกํ มญฺญมานา อุโปสถาทีนิ อกตฺวา อจิเรเนว สาสนํ วินาเสยฺยุํ, สยญฺจ อปุญฺญํ ปสเวยฺยุํ สุทฺเธสุปิ ภิกฺขูสุ วิปฺปฏิปตฺติยา ปฏิปชฺชเนน. ตสฺมา อุปายกุสลตาย ปาราชิกํ อปญฺญาเปตฺวา ตสฺส อุกฺเขปนียกมฺมํ, สมฺมาวตฺตญฺจ ปญฺญาเปตฺวา ตํ สงฺเฆน อสมฺโภคํ, อสํวาสญฺจ อกาสิ. ภควา หิ ตสฺส เจ เอสา ทิฏฺฐิ อนิยตา, สมฺมาวตฺตํ ปูเรตฺวา โอสารณํ ลภิตฺวา ปกตตฺโต ภเวยฺย. นิยตา เจ, อฏฺฐานเมตํ อนวกาโส, ยํ โส นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิโก สมฺมาวตฺตํ ปูเรตฺวา โอสารณํ ลภิตฺวา ปกตตฺโต ภเวยฺย. เกวลํ ‘‘สมญฺญายภิกฺขุ ปฏิญฺญายภิกฺขู’’ติ นามมตฺตธารโก หุตฺวา ปรํ มรณา อริฏฺโฐ วิย สํสารขาณุโกว ภวิสฺสตีติ อิมํ นยํ อทฺทส.

อฏฺฐสุ อุปสมฺปทาสุ ติสฺโสเวตฺถ วุตฺตา, น อิตรา ปาฏิปุคฺคลตฺตา, ภิกฺขูนํ อสนฺตกตฺตา จ. ตตฺถ หิ โอวาทปฏิคฺคหณปญฺหพฺยากรณูปสมฺปทา ทฺวินฺนํ เถรานํ เอว, เสสา ติสฺโส ภิกฺขุนีนํ สนฺตกาติ อิธ นาธิปฺเปตา, ติสฺสนฺนมฺปิ อุปสมฺปทานํ มชฺเฌ ‘‘ภโทฺร ภิกฺขู’’ติอาทีนิ จตฺตาริ ปทานิ วุตฺตานิ ติสฺสนฺนํ สาธารณตฺตา. เอหิภิกฺขุภาเวน วา สรณคมนญตฺติจตุตฺเถน วา อุปสมฺปนฺโน หิ ภโทฺร จ สาโร จ เสกฺโข จ อเสกฺโข จ โหติ, อุปสมฺปทวจนํ ปน เนสํ สาวกภาวทีปนตฺถํ. อิเม เอว หิ อาปตฺตึ อาปชฺชนฺติ, น สมฺมาสมฺพุทฺธา, ปจฺเจกพุทฺธา จ.

อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปโตติ เอตฺถ จ อาปตฺตึ อาปชฺชิตุํ ภพฺพา ญตฺติจตุตฺเถเนว กมฺเมน อุปสมฺปนฺนา. น หิ อญฺเญ เอหิภิกฺขุสรณคมนโอวาทปฏิคฺคหณปญฺหพฺยากรณาหิ อุปสมฺปนฺนา อาปตฺตึ อาปชฺชิตุํ ภพฺพา, เตเนเต ปฏิกฺขิปิตฺวา ‘‘อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปโต ภิกฺขู’’ติ อนฺติโมว วุตฺโตติ กิร ธมฺมสิริตฺเถโร, ตํ อยุตฺตํ. ‘‘เทฺว ปุคฺคลา อภพฺพา อาปตฺตึ อาปชฺชิตุํ พุทฺธา จ ปจฺเจกพุทฺธา จา’’ติ (ปริ. ๓๒๒) เอตฺตกเมว วุตฺตนฺติ. อญฺญถา เอหิภิกฺขุอาทโยปิ วตฺตพฺพา สิยุํ. กิญฺจ ภิยฺโย ‘‘เทฺว ปุคฺคลา ภพฺพา อาปตฺตึ อาปชฺชิตุํ ภิกฺขู จ ภิกฺขุนิโย จา’’ติ สามญฺเญน วุตฺตตฺตา จ, อปิจ อาปตฺติภยฏฺฐานทสฺสนโต จ. กถํ? อายสฺมา สาริปุตฺโต อาวสถปิณฺฑํ กุกฺกุจฺจายนฺโต น ปฏิคฺคเหสิ, จีวรวิปฺปวาสภยา จ สพฺพํ ติจีวรํ คเหตฺวา นทึ ตรนฺโต มนํ วุโฬฺห อโหสิ มหากสฺสโป. กิญฺจ สรณคมนูปสมฺปทาย อุปสมฺปนฺเน อารพฺภ สทฺธิวิหาริกวตฺตาทีนิ อสมฺมาวตฺตนฺตานํ เนสํ ทุกฺกฏานิ จ ปญฺญตฺตานิ ทิสฺสนฺติ, ตสฺมา ทุพฺพิจาริตเมตํ. อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปโต ภิกฺขูติ ปฏิกฺขิตฺตาย สรณคมนูปสมฺปทาย อนุญฺญาตปฺปสงฺคภยาติ อุปติสฺสตฺเถโร, อาปตฺติยา ภพฺพตํ สนฺธาย ตสฺมิมฺปิ วุตฺเต ปุพฺเพ ปฏิกฺขิตฺตาปิ สา ปุน เอวํ วทนฺเตน อนุญฺญาตาติ ภิกฺขูนํ มิจฺฉาคาโห วา วิมติ วา อุปฺปชฺชติ, ตสฺมา น วุตฺตาติ วุตฺตํ โหติ, ตํ ‘‘ภิกฺขุนี นาม อุภโตสงฺเฆ อุปสมฺปนฺนา’’ติ (ปาจิ. ๑๖๑) อิมินา สเมติ. อิทญฺหิ สากิยาทีนํ อนุญฺญาตอุปสมฺปทาย อนุปฺปพนฺธภยา วุตฺตํ.

อยํ ปเนตฺถ อมฺหากํ ขนฺติ – ภิกฺขุ-ปทนิทฺเทสตฺตา ยตฺตกานิ เตน ปเทน สงฺคหํ คจฺฉนฺติ, เย จ วินยปิฏเก ตตฺถ ตตฺถ สนฺทิสฺสนฺติ สยํ อาปตฺตาปชฺชนฏฺเฐน วา ทุฏฺฐุลฺลาโรจนปฏิจฺฉาทนาทีสุ ปเรสํ อาปตฺติกรณฏฺเฐน วา, เต สพฺเพปิ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ยทิทํ ตสฺส ภิกฺขุ-ปทสฺส วิเสสนตฺถํ วุตฺตํ ปรปทํ ‘‘สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน’’ติ, ตสฺส วเสน อิทํ วุตฺตํ ‘‘อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปโต ภิกฺขู’’ติ. โส เอว หิ กมฺมวาจานนฺตรเมว สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน โหติ ตโต ปฏฺฐาย สอุทฺเทสสิกฺขาปทานํ อุปฺปตฺติทสฺสนโต, ตสฺเสว จ สิกฺขาปจฺจกฺขานํ ทิสฺสติ, เนตรสฺส. ตสฺเสว จ สิกฺขาปจฺจกฺขานํ สมฺภวติ ‘‘อุลฺลุมฺปตุ มํ, ภนฺเต, สงฺโฆ อนุกมฺปํ อุปาทายา’’ติ (มหาว. ๗๑, ๑๒๖) วตฺวา สมาทินฺนตฺตา, ตสฺเสว จ อุปสมฺปนฺนสมนนฺตรเมว อกรณียนิสฺสยาจิกฺขนทสฺสนโต, วินยํ ปาติโมกฺขํ อุทฺเทสํ ปจฺจกฺขามีติอาทิสิกฺขาปจฺจกฺขานลกฺขณปาริปูริโต จาติ สิกฺขาปจฺจกฺขานํ อุปาทาย โส เอว อิธาธิปฺเปโตติ วุตฺตํ โหติ.

ยสฺมา ปนสฺส สิกฺขาปจฺจกฺขานํ สพฺพถา ยุชฺชติ, ตสฺมา ‘‘สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย ตํ ตํ วตฺถุํ วีติกฺกมนฺตสฺส ตโต ตโต อาปตฺติโต อนาปตฺติ, อิตรสฺส อาปตฺตี’’ติ วตฺตุํ ยุชฺชติ, ตสฺมา ‘‘ยตฺถ ยตฺถ สาวชฺชปญฺญตฺติ, อนวชฺชปญฺญตฺติ วา, อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปโต ภิกฺขูติ วุจฺจติ, ตตฺถ ตตฺถ ตทชฺฌาจารตฺเถนายเมว ญตฺติจตุตฺเถน อุปสมฺปนฺโน อธิปฺเปโต นามา’’ติ วตฺตุํ ยุชฺชตีติ เวทิตพฺพํ. เอวํ สนฺเต ยํ วุตฺตํ ‘‘ยาย กายจิ อุปสมฺปทาย อยํ อิมสฺมึ ‘เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวิตฺวา ปาราชิโก โหตี’ติ อตฺเถ ภิกฺขูติ อธิปฺเปโต’’ติ, ตมฺปิ น วตฺตพฺพเมว. กถํ โหติ? วิโรธโทโสปิ ปริหโต โหติ. กถํ? สเจ ญตฺติจตุตฺเถน อุปสมฺปนฺโน เอว อิธาธิปฺเปโต ‘‘ภิกฺขู’’ติ จ ‘‘อุปสมฺปนฺโน’’ติ จ, เตน น อุปสมฺปนฺโน อนุปสมฺปนฺโน นามาติ กตฺวา ญตฺติจตุตฺถกมฺมโต อญฺญถา อุปสมฺปนฺนา นาม มหากสฺสปตฺเถราทโย อิตเรสํ อนุปสมฺปนฺนฏฺฐาเน ฐตฺวา สหเสยฺยปทโสธมฺมาปตฺตึ ชเนยฺยุํ, โอมสนาทิกาเล จ ทุกฺกฏเมว ชเนยฺยุนฺติ เอวมาทิโก วิโรธโทโส ปริหโต โหตีติ สพฺพํ อาจริโย วทติ. มงฺคุรจฺฉวิ นาม สาโม.

ยสฺมา เต อติมหนฺโต ชาติมโท จิตฺตํ ปริยุฏฺฐาติ, ตสฺมา ตุเมฺหหิ มม สาสเน เอวํ สิกฺขิตพฺพํ. ‘‘สาตสหคตา ปฐมชฺฌานสุขสหคตา อสุเภ จ อานาปาเน จา’’ติ คณฺฐิปเท วุตฺตํ. อุทฺธุมาตกสญฺญาติ อุทฺธุมาตกนิมิตฺเต ปฏิลทฺธปฐมชฺฌานสญฺญา. รูปสญฺญาติ ปถวีกสิณาทิรูปาวจรชฺฌานสญฺญา. โส ตํ พฺยากาสิ ‘‘อวิภูตา, ภนฺเต, อุทฺธุมาตกสญฺญา อวฑฺฒิตพฺพตฺตา อสุภานํ, วิภูตา, ภนฺเต, รูปสญฺญา วฑฺฒิตพฺพตฺตา กสิณาน’’นฺติ. ปญฺจอุปสมฺปทกฺกโม มหาวคฺคา คหิโต. ญตฺติจตุตฺเถนาติ เอตฺถ กิญฺจาปิ ญตฺติ สพฺพปฐมํ วุจฺจติ, ติสฺสนฺนํ ปน อนุสฺสาวนานํ อตฺถพฺยญฺชนเภทาภาวโต อตฺถพฺยญฺชนภินฺนา ญตฺติตาสํ จตุตฺถาติ กตฺวา ‘‘ญตฺติจตุตฺถ’’นฺติ วุจฺจติ. พฺยญฺชนานุรูปเมว อฏฺฐกถาย ‘‘ตีหิ อนุสฺสาวนาหิ เอกาย จ ญตฺติยา’’ติ วุตฺตํ, อตฺถปวตฺติกฺกเมน ปเทน ปน ‘‘เอกาย ญตฺติยา ตีหิ อนุสฺสาวนาหี’’ติ วตฺตพฺพํ. ยสฺมา ปเนตฺถ ‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, กมฺมานิ (มหาว. ๓๘๔), ฉ อิมานิ, ภิกฺขเว, กมฺมานิ อธมฺมกมฺมํ วคฺคกมฺม’’นฺติ (มหาว. ๓๘๗) วจนโต กุปฺปกมฺมมฺปิ กตฺถจิ ‘‘กมฺม’’นฺติ วุจฺจติ ตสฺมา ‘‘อกุปฺเปนา’’ติ วุตฺตํ.

ยสฺมา อกุปฺปมฺปิ เอกจฺจํ น ฐานารหํ, เยน อปฺปตฺโต โอสารณํ ‘‘โสสาริโต’’ติ จมฺเปยฺยกฺขนฺธเก (มหาว. ๓๙๕ อาทโย) วุจฺจติ, ตสฺมา ‘‘ฐานารเหนา’’ติ วุตฺตํ. ยทิ เอวํ ‘‘ฐานารเหนา’’ติ อิทเมว ปทํ วตฺตพฺพํ, น ปุพฺพปทํ อิมินา อกุปฺปสิทฺธิโตติ เจ? ตํ น, อฏฺฐานารเหน อกุปฺเปน อุปสมฺปนฺโน อิมสฺมึ อตฺเถ อนธิปฺเปโตติ อนิฏฺฐปฺปสงฺคโต. ทฺวีหิ ปเนเตหิ เอกโต วุตฺเตหิ อยมตฺโถ ปญฺญายติ ‘‘เกวลํ เตน อกุปฺเปน อุปสมฺปนฺโน อยมฺปิ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปโต ‘ภิกฺขู’ติ, ฐานารเหน จ อุปสมฺปนฺโน อยมฺปิ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปโต ‘ภิกฺขู’ติ, กุปฺเปน อุปสมฺปนฺโน นาธิปฺเปโต’’ติ. เตนายมฺปิ อตฺโถ สาธิโต โหติ ‘‘โย ปน, ภิกฺขุ, ชานํ อูนวีสติวสฺสํ ปุคฺคลํ อุปสมฺปาเทยฺย, โส จ ปุคฺคโล อนุปสมฺปนฺโน’’ติ (ปาจิ. ๔๐๓) วจนโต ยาว น ญายติ, ตาว สมญฺญายภิกฺขุปฏิญฺญายภิกฺขุภาวํ อุปคโตปิ น ปุพฺเพ ทสฺสิตสมญฺญายภิกฺขุปฏิญฺญายภิกฺขุ วิย อญฺเญสํ ภิกฺขูนํ อุปสมฺปนฺนฏฺฐาเน ฐตฺวา โอมสนปาจิตฺติยาทิวตฺถุ โหติ, เกวลํ อนุปสมฺปนฺนฏฺฐาเน ฐตฺวา ‘‘อนุปสมฺปนฺเน อุปสมฺปนฺนสญฺญี ปทโส ธมฺมํ วาเจติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติอาทิ (ปาจิ. ๔๗) อาปตฺติวตฺถุเมว หุตฺวา ติฏฺฐติ. อกุปฺเปน อุปสมฺปนฺโน ปน ปจฺฉา ปาราชิโกปิ ชาติโต อุปสมฺปนฺนฏฺฐาเน ติฏฺฐตีติ ‘‘ปณฺฑโก, ภิกฺขเว, อนุปสมฺปนฺโน น อุปสมฺปาเทตพฺโพ, อุปสมฺปนฺโน นาเสตพฺโพ’’ติอาทินา (มหาว. ๑๐๙) นเยน วุตฺเตสุ ปน วชฺชนียปุคฺคเลสุ โกจิ ปุคฺคโล ‘‘อุปสมฺปนฺโน’’ติ วุจฺจติ, โนปิ อุปสมฺปนฺนฏฺฐาเน ติฏฺฐติ, โกจิ ติฏฺฐตีติ เวทิตพฺพํ.

เอตฺถ ปน อตฺถิ กมฺมํ อกุปฺปํ ฐานารหํ, อตฺถิ ฐานารหํ นากุปฺปํ, อตฺถิ อกุปฺปญฺเจว น ฐานารหญฺจ, อตฺถิ นากุปฺปํ น จ ฐานารหนฺติ อิทํ จตุกฺกํ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ ปฐมํ ตาว วุตฺตํ, ตติยจตุตฺถานิ ปากฏานิ. ทุติยํ ปริยาเยน ภิกฺขุนิสงฺฆโต เอกโตอุปสมฺปนฺนาย ลิงฺคปริวตฺเต สติ ลพฺภติ. ตสฺส หิ ปุคฺคลสฺส ปุพฺเพ สิกฺขมานกาเล ลทฺธํ ญตฺติจตุตฺถอุปสมฺปทากมฺมํ กิญฺจาปิ อกุปฺปญฺเจว ฐานารหญฺจ, ปุริสลิงฺเค ปน ปาตุภูเต ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ตํเยว อุปชฺฌํ ตเมว อุปสมฺปท’’นฺติ (ปารา. ๖๙) เอตฺถ อปริยาปนฺนตฺตา ตสฺส ปุคฺคลสฺส เกวลํ สามเณรภาวาปตฺติโต กมฺมํ ทานิ กุปฺปํ ชาตนฺติ วุจฺจติ. ลิงฺคปริวตฺเตน จีวรสฺส อธิฏฺฐานวิชหนํ วิย ตสฺส ปุคฺคลสฺส ภิกฺขุนิสงฺเฆน กตาย อุปสมฺปทาย วิชหนํ โหตีติ เวทิตพฺพํ, อญฺญถา โส ปุคฺคโล อุปสมฺปนฺโน ภิกฺขูติ อาปชฺชติ. อถ วา ลิงฺคปริวตฺเต อสติปิตํ เอกโตอุปสมฺปทากมฺมํ กุปฺปติ, ยถาฐาเน น ติฏฺฐติ. ตสฺมา น ตาว สา ‘‘ภิกฺขุนี’’ติ สงฺขฺยํ คจฺฉติ. ยสฺมา อญฺญตรํ ปาราชิกํ ธมฺมํ อาปชฺชิตฺวาปิ อนาปชฺชิตฺวาปิ อุปฺปพฺพชิตุกามตาย คิหิลิงฺคํ สาทิยนฺติยา ปุนปิ อุปสมฺปทา อุภโตสงฺเฆ ลพฺภติ, ตสฺมา เตน ปริยาเยน ‘‘กุปฺปตีติ กุปฺป’’นฺติ วุจฺจติ, ยถาวุตฺตกมฺมโทสาภาวโต ปน ‘‘ฐานารห’’นฺติ. ภิกฺขุนี ปน คิหิลิงฺคํ สาทิยนฺติกาเล น ปุริสลิงฺคปาตุภาเว สติ ภิกฺขูสุ อุปสมฺปทํ ลพฺภตีติ สาธกํ การณํ น ทิสฺสติ, สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย อุปฺปพฺพชิตา เจ, ลภตีติ เอเก, ตํ ปนายุตฺตํ ภิกฺขุนิยา สิกฺขาปจฺจกฺขนาภาวโตติ อมฺหากํ ขนฺตีติ อาจริโย. ‘‘ยถา ‘กตฺตพฺพ’นฺติ วุตฺตํ, ตถา อกเต กุปฺปตีติ กตฺวา กรณํ สตฺถุสาสน’’นฺติ คณฺฐิปเท วุตฺตํ. ยตฺถ ยตฺถ ‘‘คณฺฐิปเท’’ติ วุจฺจติ, ตตฺถ ตตฺถ ‘‘ธมฺมสิริตฺเถรสฺส คณฺฐิปเท’’ติ คเหตพฺพํ.

สาชีวปทภาชนียวณฺณนา

‘‘มหาโพธิสตฺตา นิยตา’’ติ วุตฺตํ อนุคณฺฐิปเท. ยตฺถ ‘‘อนุคณฺฐิปเท’’ติ, ตตฺถ ‘‘วชิรพุทฺธิตฺเถรสฺสา’’ติ คเหตพฺพํ. สาวกโพธิปจฺเจกโพธิสมฺมาสมฺโพธีติ วา ตีสุ โพธีสุ สมฺมาสมฺโพธิยํ สตฺตา โพธิสตฺตา มหาโพธิสตฺตา นาม. ปาติโมกฺขสีลพหุกตฺตา, ภิกฺขุสีลตฺตา, กิเลสปิทหนวเสน วตฺตนโต, อุตฺตเมน ภควตา ปญฺญตฺตตฺตา จ อธิกํ, พุทฺธุปฺปาเทเยว ปวตฺตนโต อุตฺตมนฺติ อญฺญตรสฺมึ คณฺฐิปเท. กิญฺจาปิ ปจฺเจกพุทฺธาปิ ธมฺมตาวเสน ปาติโมกฺขสํวรสีเลน สมนฺนาคตาว โหนฺติ, ตถาปิ ‘‘พุทฺธุปฺปาเทเยว ปวตฺตตี’’ติ นิยมิตํ เตน ปริยาเยนาติ. เตนาห ‘‘น หิ ตํ ปญฺญตฺตึ อุทฺธริตฺวา’’ติอาทิ. ปาติโมกฺขสํวรโตปิ จ มคฺคผลสมฺปยุตฺตเมว สีลํ อธิสีลํ, ตํ ปน อิธ อนธิปฺเปตํ. น หิ ตํ ปาติโมกฺขุทฺเทเสน สงฺคหิตนฺติ. สมนฺตภทฺรกํ การณวจนํ สพฺพสิกฺขาปทานํ สาธารณลกฺขณตฺตา อิมิสฺสา อนุปญฺญตฺติยา อริยปุคฺคลา จ เอกจฺจํ อาปตฺตึ อาปชฺชนฺตีติ สาธิตเมตํ, ตสฺมา ‘‘น หิ ตํ สมาปนฺโน เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวตี’’ติ อฏฺฐกถาวจนํ อสมตฺถํ วิย ทิสฺสตีติ? นาสมตฺถํ, สมตฺถเมว ยสฺมึ ยสฺมึ สิกฺขาปเท สาสา วิจารณา, ตสฺส ตสฺเสว วเสน อฏฺฐกถาย ปวตฺติโต. ตถา หิ กงฺขาวิตรณิยํ (กงฺขา. อฏฺฐ. นิทานวณฺณนา) อุทกุกฺเขปสีมาธิกาเร ‘‘ติมณฺฑลํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา อนฺตรวาสกํ อนุกฺขิปิตฺวา อุตฺตรนฺติยา ภิกฺขุนิยา’’ติ วุตฺตํ ภิกฺขุนิวิภงฺเค อาคตตฺตา. เอเสว นโย อญฺเญปิ เอวรูเปสุ. กิมตฺถนฺติ เจ ตํ? ปาฬิกฺกมานุวตฺตเนน ปาฬิกฺกมทสฺสนตฺถํ. ตตฺริทํ สมาสโต อธิปฺปายทีปนํ – ปทโสธมฺมสิกฺขาปทสฺส ติกปริจฺเฉเท อุปสมฺปนฺเน อุปสมฺปนฺนสญฺญี, อนาปตฺติ, อกฏานุธมฺมสิกฺขาปทวเสน อุปสมฺปนฺเน อุกฺขิตฺตเก สิยา อาปตฺติ, ตถา สหเสยฺยสิกฺขาปเทติ เอวมาทิ. อตฺโถ ปเนตฺถ ปรโต อาวิ ภวิสฺสติ.

ยํ วุตฺตํ อฏฺฐกถายํ ‘‘ตโตปิ จ มคฺคผลจิตฺตเมว อธิจิตฺตํ, ตํ ปน อิธ อนธิปฺเปต’’นฺติ จ, ‘‘ตโตปิ จ มคฺคผลปญฺญาว อธิปญฺญา, สา ปน อิธ อนธิปฺเปตา. น หิ ตํสมาปนฺโน ภิกฺขุ เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวตี’’ติ. ‘‘ตตฺร ยายํ อธิสีลสิกฺขา, อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปตา สิกฺขา’’ติ อิมาย ปาฬิยา วิรุชฺฌติ. อยญฺหิ ปาฬิ อธิสีลสิกฺขาว อิธ อธิปฺเปตา, น อิตราติ ทีเปติ. อฏฺฐกถาวจนํ ตาสมฺปิ ติณฺณํ โลกิยานํ อธิปฺเปตตํ ทีเปติ. อยํ ปเนตฺถ อฏฺฐกถาธิปฺปาโย – ติสฺโสปิ โลกิยา สิกฺขา อิมสฺมึ ปฐมปาราชิเก สมฺภวนฺติ, กาเลนาปิ อธิจิตฺตปญฺญาลาภี ภิกฺขุ ตถารูปํ อสปฺปายํ ปจฺจยํ ปฏิจฺจ ตโต ตโต อธิจิตฺตโต, อธิปญฺญาโต จ อาวตฺติตฺวา สีลเภทํ ปาปุเณยฺยาติ ฐานเมตํ วิชฺชติ, น โลกุตฺตรจิตฺตปญฺญาลาภี, อยํ นโย อิตเรสุปิ สพฺเพสุ อทินฺนาทานาทีสุ สจิตฺตเกสุ ลพฺภติ, อจิตฺตเกสุ ปน อิตโรปิ. ตถาปิ เกวลํ วินยปิฏกสฺส, ปาติโมกฺขสีลสฺส จ สงฺคาหกตฺตา ‘‘สิกฺขํ อปฺปจฺจกฺขายา’’ติ อิมสฺมึ อุตฺตรปเท ปจฺจกฺขานารหา อธิสีลสิกฺขาว โลกิยาติ ทสฺสนตฺถํ ปาฬิยํ ‘‘ตตฺร ยายํ อธิสีลสิกฺขา, อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปตา สิกฺขา’’ติ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.

เอตฺถ สิกฺขาติ กายวจีทุจฺจริตโต วิรตี จ เจตนา จ, อญฺญตฺร เจตนาเยว เวทิตพฺพา. สิกฺขาปทนฺติ สอุทฺเทสสิกฺขาปทํ, เอกจฺจํ อนุทฺเทสสิกฺขาปทญฺจ ลพฺภติ. จิตฺตสฺส อธิกรณํ กตฺวาติ ตสฺมึ สิกฺขตีติ อธิกรณตฺเถ ภุมฺมนฺติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ยถาสิกฺขาปทนฺติ ปจฺจเวกฺขณวเสน วุตฺตํ. สีลปจฺจเวกฺขณาปิ หิ สีลเมว, ตสฺมา สุปฺปฏิจฺฉนฺนาทิจาริตฺเตสุ วิรติวิปฺปยุตฺตเจตนํ ปวตฺเตนฺโตปิ สิกฺขํ ปริปูเรนฺโตเตฺวว สงฺขฺยํ คจฺฉติ. ‘‘สมฺปชานมุสาวาเท ปาจิตฺติย’’นฺติ (ปาจิ. ๒) วุตฺตมริยาทํ อวีติกฺกมนฺโต ‘‘ตสฺมิญฺจ สิกฺขาปเท สิกฺขตี’’ติ วุจฺจติ. อญฺญตรสฺมึ ปน คณฺฐิปเท วุตฺตํ ‘‘สิกฺขาติ ตํ สิกฺขาปทํ สิกฺขนภาเวน ปวตฺตจิตฺตุปฺปาโท. สาชีวนฺติ ปญฺญตฺติ. ตทตฺถทสฺสนตฺถํ ปุพฺเพ เมถุนสํวรสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ. ยสฺมา สิกฺขาย คุณสมฺมตาย ปุญฺญสมฺมตาย ตนฺติยา อภาวโต โลกสฺส ทุพฺพลฺยาวิกมฺมํ ตตฺถ น สมฺภวติ. ปตฺถนียา หิ สา, ตสฺมา ‘‘ยญฺจ สาชีวํ สมาปนฺโน, ตตฺถ ทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวา’’ติ วุตฺตํ. อาณาย หิ ทุพฺพลฺยํ สมฺภวตีติ อายสฺมา อุปติสฺโส.

สิกฺขาปจฺจกฺขานกถาวณฺณนา

เอตฺถ ยามีติ อมุกสฺมึ ติตฺถายตเน, ฆราทิมฺหิ วา. ภาววิกปฺปากาเรนาติ ‘‘อหํ อสฺส’’นฺติ อาคตตฺตา ยํ ยํ ภวิตุกาโม, ตสฺส ตสฺส ภาวสฺส วิกปฺปากาเรน, ภิกฺขุภาวโต อญฺญภาววิกปฺปากาเรนาติ อธิปฺปาโย.

๔๖. หนฺทาติ วจสาเยว. คิหิภาวํ ปตฺถยมาโนติอาทิปเทหิ จิตฺตนิยมํ ทสฺเสติ. เอเกเนว จิตฺเตน สิกฺขาปจฺจกฺขานํ โหติ, น ตทภาเวนาติ.

๕๑. พุทฺธํ ธมฺมนฺติอาทิปเทหิ เขตฺตนิยมํ ทสฺเสติ. ตตฺถ อาทิโต จุทฺทสหิ ปเทหิ สภาวปริจฺจาโค, ปจฺฉิเมหิ อฏฺฐหิ ภาวนฺตราทานญฺจ ทสฺสิตํ โหติ. ปจฺจกฺขามิ ธาเรหีติ เอเตหิ กาลนิยมํ ทสฺเสติ. วทตีติ อิมินา ปเทน ปโยคนิยมํ ทสฺเสติ. วิญฺญาเปตีติ อิมินา วิชานนนิยมํ ทสฺเสติ. อุมฺมตฺตโก สิกฺขํ ปจฺจกฺขาติ, อุมฺมตฺตกสฺส สนฺติเก สิกฺขํ ปจฺจกฺขาตีติอาทีหิ ปุคฺคลนิยมํ ทสฺเสติ. อริยเกน มิลกฺขสฺส สนฺติเก สิกฺขํ ปจฺจกฺขาตีติอาทีหิ ปน ปุคฺคลาทินิยเมปิ สติ วิชานนนิยมาสมฺภวํ ทสฺเสติ. ตตฺถ ‘‘ยาย มิลกฺขภาสาย กาลนิยโม นตฺถิ, ตายปิ ภาสาย กาลนิยมตฺถทีปเน สติ สิกฺขาปจฺจกฺขานํ รุหตีติ โน มตี’’ติ อาจริโย. ทวายาติอาทีหิ เขตฺตาทินิยเม สติปิ จิตฺตนิยมาภาเวน น รุหตีติ ทสฺเสติ. สาเวตุกาโม น สาเวตีติ จิตฺตนิยเมปิ สติ ปโยคนิยมาภาเวน น รุหตีติ ทสฺเสติ. อวิญฺญุสฺสสาเวติ, วิญฺญุสฺส น สาเวตีติ จิตฺตเขตฺตกาลปโยคปุคฺคลวิชานนนิยเมปิ สติ ยํ ปุคฺคลํ อุทฺทิสฺส สาเวติ, ตสฺเสว สวเน น รุหติ, น อญฺญสฺสาติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ, เตน วุตฺตํ อฏฺฐกถายํ ‘‘ยทิ อยเมว ชานาตูติ เอกํ นิยเมตฺวา อาโรเจติ, ตญฺเจ โส เอว ชานาติ, ปจฺจกฺขาตา โหติ สิกฺขา. อถ โส น ชานาติ…เป… อปฺปจฺจกฺขาตา โหติ สิกฺขา’’ติ. สพฺพโส วา ปน น สาเวติ, อปฺปจฺจกฺขา โหติ สิกฺขาติ จิตฺตาทินิยเมเนว สิกฺขา ปจฺจกฺขาตา โหติ, น อญฺญถาติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. เอตฺตาวตา ‘‘สิกฺขา…เป… ทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวา’’ติ ปทสฺส ปทภาชนํ ตีหิ อากาเรหิ ทสฺสิตํ โหติ. ตตฺถ เทฺว อมิสฺสา, ปจฺฉิโม เอโก มิสฺโสติ เวทิตพฺโพ. เตเนว วจีเภเทนาติ ตทตฺถทีปนมตฺตํ วจนํ สุตฺวาว เตเนว วจีเภเทน ชานาเปตีติ อตฺโถ. จิตฺตสมฺปยุตฺตนฺติ ปจฺจกฺขาตุกามตาจิตฺตสมฺปยุตฺตํ. สมยญฺญู นาม ตทธิปฺปายชานนมตฺเตน โหติ.

๕๓. วณฺณปฏฺฐานํ พุทฺธคุณทีปกํ สุตฺตํ. อุปาลิคหปตินา วุตฺตา กิร อุปาลิคาถา. ปญฺญาณํ สญฺญาณนฺติ อตฺถโต เอกํ, ตสฺมา โพธิปญฺญาณนฺติ โพธิสญฺญาณํ, โพธิพีชนฺติ วุตฺตํ โหติ.

ทฺวินฺนมฺปิ นิยเมตฺวาติ เอตฺถ ‘‘ทฺวีสุปิ ชานนฺเตสุ เอว ปจฺจกฺขามีติ อธิปฺปาเยน วุตฺเต เตสุ เอโก เจ ชานาติ, น ปจฺจกฺขาตา โหตี’’ติ อญฺญตรสฺมิมฺปิ คณฺฐิปเท วุตฺตํ, ตํ อฏฺฐกถาย น สเมติ. ‘‘คิหี โหมี’’ติ วา ‘‘คิหิมฺหี’’ติ วา วุตฺเต กิญฺจาปิ วตฺตมานวจนํ โหติ. ‘‘ธาเรหี’’ติ อตฺถาภาวา จ ‘‘ธาเรหี’’ติ วุตฺเต จ ปรสฺสุปริ คจฺฉติ, ตสฺมา น โหติ. สนฺทิฏฺฐิกํ ธมฺมนฺติ สพฺพตฺถ ธมฺมวจนํ วุตฺตํ ยํ สนฺธาย ‘‘สนฺทิฏฺฐิก’’นฺติ วทติ, ตํ ปกาเสตุํ. อญฺญถา ‘‘วิชิตวิชยํ ปจฺจกฺขามี’’ติ วุตฺเต จกฺกวตฺติอาทีสุปิ ตปฺปสงฺคโต พุทฺธสทฺโทปิ อวสาเน วตฺตพฺโพ ภเวยฺย. อาจริยเววจเนสุ ปน โย มํ ปพฺพาเชสีติอาทิ อุปชฺฌํ อคฺคเหตฺวา, ปรํ วา อุทฺทิสฺส ปพฺพชิตํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ. โอกลฺลโกติ กปณาธิวจนํ. โมฬิพทฺโธติ สิขาพทฺโธ, โอมุกฺกมกุโฏ วา. เจลฺลโก อเถโร. เจฏโก มชฺฌิโม. โมฬิคลฺโล มหาสามเณโร. มนุสฺสวิคฺคหนาคาทีนํ นาครูปาทีนํ วา สนฺติเก, ภาสาชานนกินฺนราทีนํ วา. ‘‘เทวตา นาม มหาปญฺญา’’ติ กิร ปาโฐ. ทวายาติ สหสา. รวาภญฺเญนาติ ขลิตภญฺเญน. อกฺขรสมยานญฺหิ นาภิญฺญาตาย วา กรณานํ อวิสทตาย วา โหติ รวาภญฺญํ. อวิเธยฺยินฺทฺริยตาย ‘‘โปตฺถกรูปสทิสสฺสา’’ติ วุตฺตํ, ครุเมธสฺส มนฺทปญฺญสฺส. กิตฺตาวตา ปน ครุเมโธ โหตีติ เจ? สมเย อโกวิทตาย.

สิกฺขาปจฺจกฺขานกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

มูลปญฺญตฺติกถาวณฺณนา

๕๕. ‘‘ปฏิเสวตินามา’’ติ ปทํ มาติกายํ นตฺถิ, ตสฺมา ‘‘ปฏิเสเวยฺยาติ เอตฺถา’’ติอาทิมาห. ‘‘เอโส เมถุนธมฺโม นามา’’ติ สพฺพปาฬิโปตฺถเกสุ, อฏฺฐกถายํ ‘‘เอโส วุจฺจติ เมถุนธมฺโม นามา’’ติ อุทฺธฏา. อิตฺถิยา นิมิตฺเตน อตฺตโน นิมิตฺตนฺติ ทุวิญฺเญยฺยเมตํ ทสฺสิตํ. อตฺตโน นิมิตฺเตน อิตฺถิยา นิมิตฺตํ สุวิญฺเญยฺยตฺตา น ทสฺสิตํ. จตฺตาริ ฐานานิ มุญฺจิตฺวาติ เอตฺถ อพฺภนฺตรตลํ ฉุปนฺตํเยว สนฺธาย วุตฺตํ, อจฺฉุปนฺตํ นีหรนฺตสฺส อนาปตฺติ. มชฺฌนฺติ อคฺคปฺปเทสํ. อุปริภาคมชฺฌนฺติ อุปริภาคสฺส อคฺคปฺปเทสํ. นฏฺฐกายปฺปสาทนฺติ เอตฺถ อุปหตินฺทฺริยสฺส อาปตฺติสมฺภวโต อิธาปิ อาปตฺตีติ เจ? เนติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘มตจมฺมํ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. มตจมฺมญฺหิ อนุปาทินฺนํ, อุปาทินฺเน เอว ปาราชิกาปตฺติ. อปิธาย อปฺปฏิจฺฉาเทตฺวา. ยถา ทนฺตา น ทิสฺสนฺติ, ตถา ปิธาเยว นิสีทิตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย.

โคนโสติ โคณปิฏฺฐิโก มณฺฑลสปฺโป, ยสฺส ปิฏฺเฐ โลหิตกานิ มณฺฑลานิ ทิสฺสนฺติ. กลลปริจยวาริจารมจฺฉคฺคหเณน กิญฺจาปิ สมุทฺเท มหามุขา หตฺถิสรีรมฺปิ เอกปฺปหาเรน คิลิตุํ สมตฺถา ตโต มหนฺตตรา จ คหิตา โหนฺติ, เตสํ มุขาทีสุ เมถุนธมฺโม น สมฺภวตีติ ตตฺถ ฐานปริจฺเฉโท นตฺถีติ เอเก, วิจาเรตฺวา คเหตพฺพํ. เอตเมว หีติ อนนฺตรํ สนฺธาย. สทฺธึ โยชนาย อกฺขรโยชนาย. ‘‘ปญฺญตฺตํ ปน สิกฺขาปทํ สพฺเพหิปิ ลชฺชีปุคฺคเลหิ สมํ สิกฺขิตพฺพภาวโต สมสิกฺขตา นามาติ วุตฺตตฺตา สพฺพสิกฺขาปทํ สพฺพภิกฺขูหิ สิกฺขิตพฺพํ. น หิ กสฺสจิ อูนมธิกํ วา อตฺถี’’ติ ตสฺส คณฺฐิปเท วุตฺตํ. ปริวาเร ปน –

‘‘น อุกฺขิตฺตโก น จ ปน ปาริวาสิโก,

น สงฺฆภินฺโน น จ ปน ปกฺขสงฺกนฺโต;

สมานสํวาสกภูมิยา ฐิโต,

กถํ นุ สิกฺขาย อสาธารโณ สิยา’’ติ. (ปริ. ๔๗๙) –

วุตฺตํ. ตทฏฺฐกถาย จ ‘‘อยํ ปญฺหา นหาปิตปุพฺพกํ สนฺธาย วุตฺตา. อยญฺหิ ขุรภณฺฑํ ปริหริตุํ น ลภติ, อญฺเญ ลภนฺติ. ตสฺมา สิกฺขาย อสาธารโณ’’ติ วุตฺตํ. ตํ สพฺพํ ยถา สํสนฺทติ สเมติ, ตถา เวทิตพฺพํ. ภิกฺขุนีนํเยว สาธารณานิ สิกฺขาปทานิปิ ภิกฺขุ สิกฺขติ, เอวมญฺโญปิ อนฺหาปิตปุพฺพโก ภิกฺขุ ตํ สิกฺขาปทํ สิกฺขติ เอว ตทตฺถโกสลฺลตฺถนฺติ กตฺวา สพฺพมฺปิ สิกฺขาปทํ สมสิกฺขตา นามาติ. ยํ ตํ วุตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. ‘‘ติสฺโส อิตฺถิโย’’ติอาทิวิภงฺโคตํนิยามโกติลกฺขณตฺตา วตฺถุนิยมนตฺถํ วุตฺตํ. เตน อมนุสฺสิตฺถิปฺปสงฺเคน กเต สุวณฺณรชตาทิมเย ปฏิกฺขิปติ. อิโต ปฏฺฐาย เย จ ‘‘ตโย อตฺถวเส ปฏิจฺจ วิภงฺโค ปวตฺตตี’’ติ ปุพฺเพ วุตฺตา, เต ยถาสมฺภวํ โยเชตฺวา เวทิตพฺพา.

ปฐมจตุกฺกกถาวณฺณนา

๕๗. อาปตฺติ ปาราชิกา อสฺส โหตีติ เอตฺถ ยสฺมา สา อกุสลา อาปตฺติ ตสฺส ภิกฺขุโน สีลสมฺภวํ อภิภวติ, ราคาภิภเว ตสฺมึ ปาราชิกาติ ลทฺธนามา ปุพฺพภาเค อาปนฺนา ทุกฺกฏถุลฺลจฺจยาทโย อาปตฺติโย อภิภวิตฺวา วินาเสตฺวา สยเมเวกา อสฺส. วตฺถุนา สภาคาหิ วา อสภาคาหิ วา อญฺญาหิ ปาราชิกตฺเตน สมานชาติกาหิ อาปตฺตีหิ สยํ นาภิภวียตีติ เอเก. ตํ ตํ ปุพฺเพ วิจาริตเมว. ยทา ปน จตสฺโสปิ ปาราชิกาปตฺติโย เอกโต โหนฺติ, ตทา ตา ตสฺส ภิกฺขุโน ภิกฺขุภาวํ อภิภวนฺติ, อภิกฺขุํ กโรนฺติ, อนุปสมฺปนฺนํ กโรนฺติ, สมญฺญายปิ ภิกฺขุ น โหติ. โอมสวาทปาจิตฺติยํ น ชเนตีติ เอเก. ทุติเยน อตฺถวิกปฺเปน ปาราชิกสฺส ธมฺมสฺส ปตฺติ สมฺปตฺติ อาปตฺตีติ อตฺโถ สงฺคหิโต โหตีติ กตฺวา อาปตฺติสมฺปตฺติวาทีนํ สงฺคหิโต โหติ, ยุชฺชติ เจสา ปรสาเปกฺขา. สาปตฺติโก นาม โส ภิกฺขุ โหติ, อญฺญถา ตสฺส ขณภงฺเคน อนาปตฺติโก ภเวยฺย, น จ โหตีติ. กทา ปน โหตีติ? ยทา กาลํ กโรติ, ยทา จ สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย สามเณราทิภูมิยํ ติฏฺฐติ. ยทิ เอวํ สิกฺขาย ปจฺจกฺขาตาย ปาราชิกาปตฺติ ปจฺจกฺขาตา โหติ สิกฺขา จาติ อุภยํ ตสฺส เอกโต อตฺถิ, สงฺฆาทิเสสาทิอาปตฺติ สิกฺขาปจฺจกฺขาเนน กึ น ปจฺจกฺขาตา, ปุน อุปสมฺปนฺเนน เทสาเปตพฺพา. สิกฺขาปจฺจกฺขานํ อาปตฺติวุฏฺฐานํ ชาตํ, อภิกฺขุ อาปตฺติโต วุฏฺฐาติ, คหฏฺโฐ วุฏฺฐาติ, สามเณโร วุฏฺฐาติ, ตโต วินยวิโรธา น วุฏฺฐาติ. หญฺจิ ปน วุฏฺฐาติ คหฏฺโฐ, สามเณโร วา สีลสมฺปนฺโนว ฌานลาภี อสฺส, โสตาปตฺติผลสฺส วา อรหตฺตผลสฺส วา ลาภี อสฺส, ปาราชิกาปตฺติยา สาปตฺติโก อรหา อสฺส. อุกฺขิตฺตโก อุปฺปพฺพชิโต วา ปริวาสารโห มานตฺตารโห อุปฺปพฺพชิโต วา สีลสมฺปนฺโน ฌานลาภี อสฺส, โสตาปตฺติผลสฺส, อรหตฺตผลสฺส วา ลาภี อสฺส, สาปตฺติโก สนฺตรายิโก อรหา อสฺส, โส ปุน อุปสมฺปนฺโน ปริวาสํ, มานตฺตํ วา ทตฺวา อพฺเภตพฺโพ อุกฺขิตฺตโก โอสาเรตพฺโพติ สมาโน อยํ อุปลพฺโภติ.

อยํ ปเนตฺถ วินิจฺฉโย – ปาราชิกํ ธมฺมํ อาปนฺโน ยาว ภิกฺขุภาวํ ปฏิชานาติ สาทิยติ สํวาสํ, สนฺตรายิกตฺตา อุโปสถทิวสาทีสุ คหฏฺฐสฺส วิย สยเมว สีลํ สมาทิยนฺตสฺสปิ น สีลสมาทานํ รุหติ, ปเคว ฌานาทีนิ. โส เจ ภิกฺขุภาวํ น สาทิยติ น ปฏิชานาติ สํวาสํ น สาทิยติ, เกวลํ ภิกฺขูนํ อาวิกตฺวา ราชเวริโจราทิภเยน กาสาวํ น ปริจฺจชติ, อนุปสมฺปนฺโนว โหติ สหเสยฺยาทึ ชเนติ, สีลสฺส จ ฌานาทีนญฺจ ภาคี โหติ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –

‘‘อาปนฺเนน วิสุทฺธาเปกฺเขน สนฺตี อาปตฺติ อาวิกาตพฺพา, อาวิกตา หิสฺส ผาสุ โหติ, ปฐมสฺส ฌานสฺส อธิคมายา’’ติอาทิ (มหาว. ๑๓๔-๑๓๕).

ตตฺถ สนฺตี อาปตฺตีติ สาวเสสานวเสสปฺปเภทา สพฺพาปิ อาปตฺติ อาปนฺนา อธิปฺเปตา. เอวํ สนฺเตปิ ปเคว คหฏฺฐาทิภูมิยํ ฐิโต ฌานาทีนํ ภาคี อสฺส สุทฺธนฺเต ฐิตตฺตา, โย ปน อุกฺขิตฺตโก อโนสาริโต, ครุธมฺมํ วา อาปชฺชิตฺวา อวุฏฺฐิโต สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย คหฏฺฐาทิภูมิยํ ฐิโต, น โส ฌานาทีนํ ภาคีเยว ภวติ น สุทฺธนฺเต ฐิตตฺตา, สกรณียตฺตา จ, เตเนว ภควตา ‘‘โส ปุน อุปสมฺปนฺโน โอสาเรตพฺโพ’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา ตสฺส ปุคฺคลสฺส เต ภิกฺขุกาเล อาปนฺนา อนฺตรายิกา ธมฺมา วิปฺปฏิสารํ ชนยิตฺวา อวิปฺปฏิสารมูลกานํ ปาโมชฺชาทีนํ สมฺภวํ นิวาเรนฺติ, โน สกาสาเวสุเยว. โน เจ นิวาเรนฺติ, สมฺภวติ. ครุกํ อาปชฺชิตฺวา ภิกฺขูนํ อาวิกตฺวา เจ อุปฺปพฺพชิโต, ปกตตฺโต หุตฺวา อุปฺปพฺพชิโตติ กตฺวา ฌานาทีนํ ภาคี อสฺส ‘‘อาวิกตา หิสฺส ผาสุ โหตี’’ติ วุตฺตตฺตา. ปเคว ภิกฺขุกาเล, น เตฺวว อุกฺขิตฺตโก สกรณียตฺตาติ เอเก. ตทนุวตฺตนโก ปน ตํ ลทฺธึ ปหาย ภาคี อสฺส. น, ภิกฺขเว, สคหฏฺฐาย ปริสาย (มหาว. ๑๕๔) สิกฺขาปจฺจกฺขาตกสฺส อนฺติมวตฺถุํ อชฺฌาปนฺนกสฺส นิสินฺนปริสายาติ (มหาว. ๑๘๓) เอตฺถ คหฏฺโฐ นาม ปกติยา คิหิลิงฺเค ฐิโต. สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย ภิกฺขุลิงฺเค ฐิโต สิกฺขาปจฺจกฺขาตโก. โส สกาสาเวสุ สาเปกฺขตฺตา สามเณรภาวํ ปตฺถยมาโน เตเนว ลิงฺเคน ตีหิ สรณคมเนหิ สามเณโร โหติ. อนฺติมวตฺถุํ อชฺฌาปนฺโน สํวาสํ สาทิยนฺโตปิ ปจฺฉา ปุพฺเพ วุตฺตกฺกเมน อสาทิยิตฺวา สามเณรภาวํ ปตฺถยมาโน สิกฺขาปจฺจกฺขาตโก วิย ตีหิ สรณคมเนหิ สามเณโร โหติ, น ปุน กาสาวํ ปฏิคฺคาหาเปตพฺโพ ภิกฺขูหิ ปฐมํ ทินฺนลิงฺเคเยว ฐิตตฺตา. โย ปน ปาราชิโก โจทิยมาโน ปราชิตฺวา ‘‘หนฺท, ภนฺเต, สามเณโร ภวามิ, สรณานิ เทถา’’ติ วทติ, ‘‘สาธุ คณฺหาหี’’ติ น วตฺตพฺโพ, คิหิลิงฺเค ฐเปตฺวา ปุน กาสายานิ ปฏิคฺคาหาเปตฺวา ปพฺพาเชตพฺโพ. ‘‘อิทํ ปน สพฺพํ อตฺตโน มติยา วุตฺตตฺตา วิจาเรตฺวา คเหตพฺพ’’นฺติ อาจริโย วทติ. ปเวสนํ นาม องฺคชาตํ ปเวเสนฺตสฺส องฺคชาเตน สมฺผุสนํ. ปวิฏฺฐํ นาม ยาว มูลา ปเวเสนฺตสฺส วิปฺปกตกาเล วายามกาโล. สุกฺกวิสฺสฏฺฐิสมเย องฺคชาตํ ฐิตํ นาม. อุทฺธรณํ นาม นีหรณกาโล. คณฺฐิปเท ปน ‘‘วายามโต โอรมิตฺวา ฐานํ ฐิตํ นามา’’ติ วุตฺตํ, ตํ อสงฺกรโต ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ปเวสนปวิฏฺฐอุทฺธรณกาเลสุปิ สุกฺกวิสฺสฏฺฐิ โหติเยว.

ปฐมจตุกฺกกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

เอกูนสตฺตติทฺวิสตจตุกฺกกถาวณฺณนา

๕๙-๖๐. ‘‘มตํ เยภุยฺเยน อกฺขายิต’’นฺติ วจนโต อมตํ เยภุยฺเยน ขายิตมฺปิ ปาราชิกวตฺถุเมวาติ ทสฺเสติ. สพฺพโส ขายิตํ, อุปฺปาฏิตํ วา ถุลฺลจฺจยวตฺถุเมวาติ ทสฺเสติ, ตถา ‘‘เยภุยฺเยน ขายิต’’นฺติ วจนโต มตํ สพฺพขายิตํ, อุปฺปาฏิตํ วา ทุกฺกฏวตฺถูติ ทสฺเสติ. น จ สาวเสสํ ปญฺญเปนฺติ. กึ การณา? อิทญฺหิ สิกฺขาปทํ โลกวชฺชํ, น ปณฺณตฺติวชฺชํ. ตตฺถ สิกฺขาปทนฺติ ปาราชิกํ อธิปฺเปตํ. ตตฺถ ถุลฺลจฺจยมฺปิ หิ โลกวชฺชํ, น ปณฺณตฺติวชฺชํ. อถ วา อุภยมฺปิ อนวเสสํ ปญฺญตฺตํ. ปาราชิกเขตฺเต หิ เหฏฺฐิมโกฏึ ปาเปตฺวา ฐปิเต ตโต ปรํ ถุลฺลจฺจยนฺติ ปญฺญตฺตเมว โหติ. ตตฺถ ถุลฺลจฺจยเขตฺตมฺปิ ปาราชิกเขตฺตํ วิย เหฏฺฐิมปริจฺเฉเทน วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อุปฑฺฒกฺขายิเต ถุลฺลจฺจยนฺติ ยตฺถ นิมิตฺตํ ขายิตํ, ตํ ทุกฺกฏวตฺถูติ เวทิตพฺพํ. เอตฺถาห – ปณฺณตฺติวชฺชํ กึ สาวเสสเมว ภควา ปญฺญาเปตีติ? น. เอกํสโต ปน ยถาสมฺภวํ ตตฺถ ตตฺถ ปกาสยิสฺสาม, กิมตฺถํ ปน ภควา อุปฑฺฒกฺขายิเต ปาราชิกํ น ปญฺญาเปสีติ อยํ ตาว อปุจฺฉา พุทฺธวิสยตฺตา วินยปญฺญตฺติยา. อิทํ ปเนตฺถ การณปติรูปกํ ‘‘อุปฑฺฒภาวสฺส ทุพฺพินิจฺฉยตฺตา’’ติ. เยภุยฺเยน ขายิตํ นาม วจฺจมคฺคปสฺสาวมคฺคมุขานํ จตูสุ โกฏฺฐาเสสุ เทฺว โกฏฺฐาเส อติกฺกมฺม ยาว ตติยโกฏฺฐาสปริโยสานา ขาทิตํ, ตติยโกฏฺฐาสํ อติกฺกมฺม ยาว จตุตฺถโกฏฺฐาสปริโยสานา ทุกฺกฏวตฺถุ.

ยทิปิ นิมิตฺตํ สพฺพโส ขายิตนฺติ ‘‘ชีวมานกสรีรํเยว สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ, ตํ วีมํสิตฺวา คเหตพฺพํ. อลฺลสรีเรติ อภินเว, อกุถิเต วา มนุสฺสานํ ชีวมานสรีเร อกฺขินาสาทีสุ ถุลฺลจฺจยเมว. ติรจฺฉานคตานํ หตฺถิอสฺสาทีนํ นาสาย วตฺถิโกเส จ ถุลฺลจฺจยนฺติ ‘‘อมคฺเคน อมคฺคํ ปเวเสติ, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ อิมาย ปาฬิยา อตฺถวิเสเสเนตฺถ วุตฺตํ. อุปกจฺฉกาทีสุ ทุกฺกฏํ, สพฺเพสมฺปิ ติรจฺฉานคตานํ อกฺขิกณฺณวเณสุ ทุกฺกฏํ, อวเสสสรีเรปิ ทุกฺกฏเมวาติ อิทํ วินีตวตฺถุสฺมึ ‘‘เอหิ, ภนฺเต, เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวา’’ติ. ‘‘อลํ ภคินิ เนตํ กปฺปตี’’ติ (ปารา. ๗๙) อิมินา ตาว เมถุนราคาภาโว ทสฺสิโต โหติ. ‘‘เอหิ, ภนฺเต, อูรุนฺตริกาย ฆฏฺเฏหิ…เป… โส ภิกฺขุ ตถา อกาสี’’ติ อิมินา ตาว โมจนสฺสาโท ทสฺสิโต โหติ, เตเนวาห ภควา ‘‘อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺสา’’ติ. ‘‘โย ปน เมถุนราเคน อูรุนฺตริกาย ฆฏฺเฏติ, ตสฺส ทุกฺกฏ’’นฺติ สิทฺธนฺติ กตฺวา วุตฺตํ.

มนุสฺสานํ อกฺขิกณฺณวณาทิ ถุลฺลจฺจยวตฺถุ, ติรจฺฉานคตานํ ทุกฺกฏวตฺถูติ เอตฺถ ทุวิญฺเญยฺโย ปาฬิเลโส, ตสฺมา ‘‘น จ, ภิกฺขเว, รตฺตจิตฺเตน องฺคชาตํ ฉุปิตพฺพํ, โย ฉุเปยฺย, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ วจนโต รตฺตจิตฺเตน อกฺขิกณฺณวณํ ฉุปนฺตสฺส ทุกฺกฏนฺติ สิทฺธนฺติ อยํ จมฺมกฺขนฺธเก ปาฬิเลโสติ เวทิตพฺโพ. ‘‘ชีวมานกปุริสสฺสาติ ชีวมานกสทฺโท มเต วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ ญาปนตฺถํ วุตฺโต’’ติ วทนฺติ. มหาอฏฺฐกถายํ ปนาติ อิทํ กิญฺจาปิ ‘‘กตฺวา มหาอฏฺฐกถํ สรีร’’นฺติ วุตฺตํ, อถ โข เสสอฏฺฐกถาสุ ‘‘เมถุนราเคน มุเขนา’’ติ วจนาภาวโต ตตฺเถว ภาวโต ตํ วจนํ ปาฬิวจเนน สํสนฺทิตฺวา ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. อนุคณฺฐิปเท ปน ‘‘ตํ สพฺพมฺปีติ มหาอฏฺฐกถายเมว เมถุนราเคน อิตฺถิยา นิมิตฺตํ อปฺปเวเสนฺโต ฉุปติ, ถุลฺลจฺจย’’นฺติ จ วุตฺตํ. ‘‘เมถุนราเคน มุเขนา’’ติปิ กตฺถจิ, ปาฬิยํ อวิเสเสน ‘‘น จ, ภิกฺขเว, รตฺตจิตฺเตน องฺคชาตํ ฉุปิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ, ตสฺมา ‘‘ตํ สพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. ปุริมํ ปสํสนฺตีติ ติรจฺฉานคติ…เป… วุตฺตนเยเนว ถุลฺลจฺจยํ, กายสํสคฺคราเคน ทุกฺกฏนฺติอาทิอฏฺฐกถาวจเนหิ สํสนฺทนโต. ‘‘ตํ สพฺพมฺปิ…เป… ปุริมํ ปสํสนฺตี’’ติ อิทํ สงฺคีติโต ปจฺฉา สีหฬทีปเกหิ อาจริเยหิ ปาฬิยา, อฏฺฐกถายญฺจ วุตฺตวจนํ สํสนฺทิตฺวา วุตฺตวินิจฺฉโยติ วุตฺตํ. เอตฺถ อิตรถา หีติ ปกติมุเขน. กสฺมา ทุกฺกฏนฺติ เจ? ‘‘องฺคุลิพีชาทีนิ ปเวเสนฺตสฺส ทุกฺกฏ’’นฺติ วุตฺตตฺตา ยุตฺตํ. ติรจฺฉานคติตฺถิยา ปสฺสาวมคฺคนฺติ เอตฺถ มหาอฏฺฐกถายมฺปิ ปุพฺเพ ‘‘นิมิตฺต’’นฺติ วตฺวา เอตฺถ ‘‘ปสฺสาวมคฺค’’นฺติ วุตฺตตฺตา อวเสสนิมิตฺเต ทุกฺกฏนฺติ ยุตฺตํ วิย ทิสฺสติ. วุตฺตนเยเนวาติ เมถุนราเคน. ถุลฺลจฺจยนฺติ จ ขนฺธเก ปสฺสาวนิมิตฺตวเสเนวาคตตฺตา อุปปริกฺขิตฺวา คเหตพฺพํ.

เอกูนสตฺตติทฺวิสตจตุกฺกกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สนฺถตจตุกฺกเภทกกถาวณฺณนา

๖๑-๒. อิตฺถินิมิตฺตํ ขาณุํ กตฺวาติ อิตฺถินิมิตฺตสฺส อนฺโต ขาณุํ ปเวเสตฺวา สมตลํ วา กตฺวา อติริตฺตํ วา ขาณุํ ฆฏฺเฏนฺตสฺส ทุกฺกฏํ ปเวสาภาวา. อีสกํ อนฺโต ปเวเสตฺวา ฐิตํ ขาณุเมว เจ องฺคชาเตน ฉุปติ, ปาราชิกํ. ‘‘อุปฺปลคนฺธา อุปฺปลภาวา’’ติปิ ทีปวาสิโน ปฐนฺติ กิร. สุตฺตํ ภิกฺขุมฺหีติ เสวนจิตฺตํ อุปฏฺฐิเตติ (ปารา. ๕๗) เอตฺถ วิย. ‘‘สุตฺตภิกฺขุมฺหี’’ติ จ ปฐนฺติ, ตํ อุชุกเมว.

สนฺถตจตุกฺกเภทกกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปทภาชนียวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปกิณฺณกกถาวณฺณนา

ปกิณฺณเก ยานิ สิกฺขาปทานิ ‘‘กิริยานี’’ติ วุจฺจนฺติ, เตสํ วเสน กาโย, วาจา จ สห วิญฺญตฺติยา เวทิตพฺพา. อกิริยานํ วเสน วินา วิญฺญตฺติยา เวทิตพฺพา, จิตฺตํ ปเนตฺถ อปฺปมาณํ ภูตาโรจนสมุฏฺฐานสฺส กิริยตฺตา, อจิตฺตกตฺตา จ. ตตฺถ กิริยา อาปตฺติยา อนนฺตรจิตฺตสมุฏฺฐานา เวทิตพฺพา. อวิญฺญตฺติชนกมฺปิ เอกจฺจํ พาหุลฺลนเยน ‘‘กิริย’’นฺติ วุจฺจติ, ยถยิทํ ปฐมปาราชิกํ วิญฺญตฺติยา อภาเวปิ ‘‘โส เจ สาทิยติ, อาปตฺติ ปาราชิกสฺสา’’ติ หิ วุตฺตํ ‘‘น สาทิยติ อนาปตฺตี’’ติ จ. วิญฺญตฺติสงฺขาตาปิ กิริยา วินา เสวนจิตฺเตน น โหติ จิตฺตชตฺตา, วิการรูปตฺตา, จิตฺตานุปริวตฺติกตฺตา จ. ตสฺมา กิริยาสงฺขาตมิทํ วิญฺญตฺติรูปํ อิตรํ จิตฺตชรูปํ วิย ชนกจิตฺเตน วินา น ติฏฺฐติ, อิตรํ สทฺทายตนํ ติฏฺฐติ, ตสฺมา กิริยาย สติ เอกนฺตโต ตชฺชนกํ เสวนจิตฺตํ อตฺถิเยวาติ กตฺวา น สาทิยติ อนาปตฺตีติ น ยุชฺชติ. ยสฺมา วิญฺญตฺติชนกมฺปิ สมานํ เสวนจิตฺตํ น สพฺพกาลํ วิญฺญตฺตึ ชเนติ, ตสฺมา วินาปิ วิญฺญตฺติยา สยํ อุปฺปชฺชตีติ กตฺวา ‘‘สาทิยติ, อาปตฺติ ปาราชิกสฺสา’’ติ วุตฺตํ. นุปฺปชฺชติ เจ, น สาทิยติ นาม, ตสฺส อนาปตฺติ, เตเนว ภควา ‘‘กึจิตฺโต ตฺวํ ภิกฺขู’’ติ จิตฺเตเนว อาปตฺตึ ปริจฺฉินฺทติ, น กิริยายาติ เวทิตพฺพํ. เอตฺตาวตา ฉ อาปตฺติสมุฏฺฐานานิ, ตานิ เอว อาปตฺติกรา ธมฺมา นามาติ จ, จตูหากาเรหิ อาปตฺตึ อาปชฺชติ กาเยน วาจาย กายวาจาหิ กมฺมวาจาย อาปชฺชตีติ จ เอตานิ สุตฺตปทานิ อวิโรธิตานิ โหนฺติ, อญฺญถา วิโรธิตานิ. กถํ? ยญฺหิ อาปตฺตึ กมฺมวาจาย อาปชฺชติ, น ตตฺถ กายาทโยติ อาปนฺนํ, ตโต กมฺมวาจาย สทฺธึ อาปตฺติกรา ธมฺมา สตฺตาติ อาปชฺชติ, อถ ตตฺถาปิ กายาทโย เอกโต วา นานาโต วา ลพฺภนฺติ. ‘‘จตูหิ อากาเรหี’’ติ น ยุชฺชติ, ‘‘ตีหากาเรหิ อาปตฺตึ อาปชฺชตี’’ติ วตฺตพฺพํ สิยาติ เอวํ วิโรธิตานิ โหนฺติ. กถํ อวิโรธิตานีติ? สวิญฺญตฺติกาวิญฺญตฺติกเภทภินฺนตฺตา กายาทีนํ. ยา กิริยา อาปตฺติ, ตํ เอกจฺจํ กาเยน สวิญฺญตฺติเกน อาปชฺชติ, เอกจฺจํ สวิญฺญตฺติยา วาจาย, เอกจฺจํ สวิญฺญตฺติกาหิ กายวาจาหิ อาปชฺชติ. ยา ปน อกิริยา อาปตฺติ, ตํ เอกจฺจํ กมฺมวาจาย อาปชฺชติ, ตญฺจ โข อวสิฏฺฐาหิ อวิญฺญตฺติกาหิ กายวาจาหิเยว, น วินา ‘‘โน เจ กาเยน วาจาย ปฏินิสฺสชฺชติ, กมฺมวาจาปริโยสาเน อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺสา’’ติ (ปารา. ๔๑๔, ๔๒๑) วจนโต. อวิเสเสน วา เอกจฺจํ อาปตฺตึ กาเยน อาปชฺชติ, เอกจฺจํ วาจาย, เอกจฺจํ กายวาจาหิ. ยํ ปเนตฺถ กายวาจาหิ, ตํ เอกจฺจํ เกวลาหิ กายวาจาหิ อาปชฺชติ, เอกจฺจํ กมฺมวาจาย อาปชฺชตีติ อยมตฺโถ เวทิตพฺโพติ เอวํ อวิโรธิตานิ โหนฺติ.

ตตฺรายํ สมาสโต อตฺถวิภาวนา – กาเยน อาปชฺชตีติ กาเยน สวิญฺญตฺติเกน อกตฺตพฺพํ กตฺวา เอกจฺจํ อาปชฺชติ, อวิญฺญตฺติเกน กตฺตพฺพํ อกตฺวา อาปชฺชติ, ตทุภยมฺปิ กายกมฺมํ นาม. อกตมฺปิ หิ โลเก ‘‘กต’’นฺติ วุจฺจติ ‘‘อิทํ ทุกฺกฏํ มยา, ยํ มยา ปุญฺญํ น กต’’นฺติ เอวมาทีสุ, สาสเน จ ‘‘อิทํ เต, อาวุโส อานนฺท, ทุกฺกฏํ, ยํ ตฺวํ ภควนฺตํ น ปุจฺฉี’’ติอาทีสุ (จูฬว. ๔๔๓), เอวมิธ วินยปริยาเย กาเยน อกรณียมฺปิ ‘‘กายกมฺม’’นฺติ วุจฺจติ, อยเมว นโย วาจาย อาปชฺชตีติอาทีสุ. ตตฺถ สมุฏฺฐานคฺคหณํ กตฺตพฺพโต วา อกตฺตพฺพโต วา กายาทิเภทาเปกฺขเมว อาปตฺตึ อาปชฺชติ, น อญฺญถาติ ทสฺสนตฺถํ. กิริยาคฺคหณํ กายาทีนํ สวิญฺญตฺติกาวิญฺญตฺติกเภททสฺสนตฺถํ. สญฺญาคฺคหณํ อาปตฺติยา องฺคานงฺคจิตฺตวิเสสทสฺสนตฺถํ, เตน ยํ จิตฺตํ กิริยาลกฺขเณ, อกิริยาลกฺขเณ วา สนฺนิหิตํ, ยโต วา กิริยา วา อกิริยา วา โหติ, น ตํ อวิเสเสน อาปตฺติยา องฺคํ วา อนงฺคํ วา โหติ, กินฺตุ ยาย สญฺญาย ‘‘สญฺญาวิโมกฺข’’นฺติ วุจฺจติ, ตาย สมฺปยุตฺตํ จิตฺตํ องฺคํ, อิตรํ อนงฺคนฺติ ทสฺสิตํ โหติ. อิทานิ เยน จิตฺเตน สิกฺขาปทํ สจิตฺตกํ โหติ, ยทภาวา อจิตฺตกํ, เตน ตสฺส อวิเสเสน สาวชฺชตฺตา โลกวชฺชภาโวว วุจฺจติ, กินฺตุ สาวชฺชํเยว สมานํ เอกจฺจํ โลกวชฺชํ เอกจฺจํ ปณฺณตฺติวชฺชนฺติ ทสฺสนตฺถํ โลกวชฺชคฺคหณํ. จิตฺตเมว ยสฺมา ‘‘โลกวชฺช’’นฺติ วุจฺจติ, ตสฺมา มโนกมฺมมฺปิ สิยา อาปตฺตีติ อนิฏฺฐปฺปสงฺคนิวารณตฺถํ กมฺมคฺคหณํ. ยํ ปเนตฺถ อกิริยาลกฺขณํ กมฺมํ, ตํ กุสลตฺติกวินิมุตฺตํ สิยาติ อนิฏฺฐปฺปสงฺคนิวารณตฺถํ กุสลตฺติกคฺคหณํ. ยา ปเนตฺถ อพฺยากตา อาปตฺติ, ตํ เอกจฺจํ อเวทนมฺปิ สญฺญาเวทยิตนิโรธสมาปนฺโน อาปชฺชตีติ กตฺวา เวทนาตฺติกํ เอตฺถ น ลพฺภตีติ อนิฏฺฐปฺปสงฺคนิวารณตฺถํ เวทนาตฺติกคฺคหณํ กตนฺติ เวทิตพฺพํ. สิกฺขาปทญฺหิ สจิตฺตกปุคฺคลวเสน ‘‘ติจิตฺตํ ติเวทน’’นฺติ ลทฺธโวหารํ อจิตฺตเกนาปนฺนมฺปิ ‘‘ติจิตฺตํ ติเวทน’’มิจฺเจว วุจฺจติ. ตตฺริทํ สุตฺตํ ‘‘อตฺถาปตฺติ อจิตฺตโก อาปชฺชติ อจิตฺตโก วุฏฺฐาติ (ปริ. ๓๒๔). อตฺถาปตฺติ กุสลจิตฺโต อาปชฺชติ กุสลจิตฺโต วุฏฺฐาตี’’ติอาทิ (ปริ. ๔๗๐). อนุคณฺฐิปเท ปน ‘‘สญฺญา สทา อนาปตฺติเมว กโรติ, จิตฺตํ อาปตฺติเมว, อจิตฺตกํ นาม วตฺถุอวิชานนํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ วีติกฺกมชานนํ, อิทเมเตสํ นานตฺต’’นฺติ วุตฺตํ.

สพฺพสงฺคาหกวเสนาติ สพฺพสิกฺขาปทานํ สงฺคหวเสน. ภิกฺขุนิยา จีวรทานาทิ กิริยากิริยโต. ชาตรูปรชตปฏิคฺคหณาทิ สิยา กิริยโต. อุปนิกฺขิตฺตาปฏิกฺเขเป สิยา อกิริยโต. เทสิตวตฺถุกปมาณาติกฺกนฺตกุฏิกรเณ สิยา กิริยโต, อเทสิตวตฺถุกปมาณาติกฺกนฺตกรเณ สิยา กิริยากิริยโต. ยํ จิตฺตงฺคํ ลภติเยวาติ กายจิตฺตํ วาจาจิตฺตนฺติ เอวํ. วินาปิ จิตฺเตนาติ เอตฺถ วินาปิ จิตฺเตน สหาปิ จิตฺเตนาติ อธิปฺปาโย. โย โส สวิญฺญตฺติโก, อวิญฺญตฺติโก จ วุตฺโต กาโย, ตสฺส กมฺมํ กายกมฺมํ, ตถา วจีกมฺมํ. ตตฺถ สวิญฺญตฺติโก กาโย อุปฺปตฺติยา กมฺมํ สาเธติ, อิตโร อนุปฺปตฺติยา. ตถา วาจาติ เวทิตพฺพํ, สิกฺขาปทนฺติ ‘‘โย ตตฺถ นามกาโย ปทกาโย’’ติ วจนโต วีติกฺกเม ยุชฺชตีติ วุตฺตํ. ‘‘หสิตุปฺปาทโวฏฺฐพฺพนานิปิ อาปตฺติสมุฏฺฐาปกจิตฺตานิ. อิทมฺปิ น มยา ปริจฺฉินฺนนฺติ หสมาโน ปสฺสติ ยทา, ตทา โวฏฺฐพฺพนํ ชวนคติก’’นฺติ อนุคณฺฐิปเท วุตฺตํ. อภิญฺญาจิตฺตานิ ปญฺญตฺตึ อชานิตฺวา อิทฺธิวิกุพฺพนาทิกาเล คเหตพฺพานิ.

เอตฺถ ปน โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขูนํ สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน…เป… เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวนฺโต อตฺถิ โกจิ ปาราชิโก โหติ อสํวาโส, อตฺถิ โกจิ น ปาราชิโก โหติ อสํวาโส. ทุกฺกฏถุลฺลจฺจยวตฺถูสุ ปฏิเสวนฺโต อตฺถิ โกจิ น ปาราชิโก. ปกฺขปณฺฑโก อปณฺฑกปกฺเข อุปสมฺปนฺโน ปณฺฑกปกฺเข เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวนฺโต โส ปาราชิกํ อาปตฺตึ นาปชฺชตีติ น ปาราชิโก นาม. น หิ อภิกฺขุโน อาปตฺติ นาม อตฺถิ. โส อนาปตฺติกตฺตา อปณฺฑกปกฺเข อาคโต กึ อสํวาโส โหติ น โหตีติ? โหติ, ‘‘อภพฺโพ เตน สรีรพนฺธเนนา’’ติ (ปารา. ๕๕; มหาว. ๑๒๙) หิ วุตฺตํ. ‘‘โย ปน, ภิกฺขุ, ภิกฺขูนํ…เป… อสํวาโส’’ติ (ปารา. ๔๔) วุตฺตตฺตา โย ปน ภิกฺขุภาเวน เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวติ, โส เอว อภพฺโพ. นายํ อปาราชิกตฺตาติ เจ? น, ‘‘พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ’’ติ (มหาว. ๘๖) วุตฺตฏฺฐาเน ยถา อภิกฺขุนา กมฺมวาจาย สาวิตายปิ กมฺมํ รุหติ กมฺมวิปตฺติยา อสมฺภวโต, เอวํสมฺปทมิทํ ทฏฺฐพฺพํ. ตตฺริทํ ยุตฺติ – อุปสมฺปนฺนปุพฺโพ เอว เจ กมฺมวาจํ สาเวติ, สงฺโฆ จ ตสฺมึ อุปสมฺปนฺนสญฺญี, เอวญฺเจ กมฺมํ รุหติ, น อญฺญถาติ โน ขนฺตีติ อาจริโย. คหฏฺโฐ วา ติตฺถิโย วา ปณฺฑโก วา อนุปสมฺปนฺนสญฺญี กมฺมวาจํ สาเวติ, สงฺเฆน กมฺมวาจา น วุตฺตา โหติ, ‘‘สงฺโฆ อุปสมฺปาเทยฺย, สงฺโฆ อุปสมฺปาเทติ, อุปสมฺปนฺโน สงฺเฆนา’’ติ (มหาว. ๑๒๗) หิ วจนโต สงฺเฆน กมฺมวาจาย วตฺตพฺพาย สงฺฆปริยาปนฺเนน, สงฺฆปริยาปนฺนสญฺญิเตน วา เอเกน วุตฺตา สงฺเฆน วุตฺตาว โหตีติ เวทิตพฺโพ, อยเมว สพฺพกมฺเมสุ ยุตฺติ. ตถา อตฺถิ เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวนฺโต โกจิ นาเสตพฺโพ ‘‘โย ภิกฺขุนีทูสโก, อยํ นาเสตพฺโพ’’ติ วุตฺตตฺตา เอว, โส อนุปสมฺปนฺโนว, สหเสยฺยาปตฺติอาทึ ชเนติ, ตสฺส โอมสเน จ ทุกฺกฏํ โหติ. อภิกฺขุนิยา เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวนฺโต น นาเสตพฺโพ ‘‘อนฺติมวตฺถุํ อชฺฌาปนฺโน, ภิกฺขเว, อนุปสมฺปนฺโน…เป… นาเสตพฺโพ’’ติ ปาฬิยา อภาวโต. เตเนว โส อุปสมฺปนฺนสงฺขฺยํ คจฺฉติ, น สหเสยฺยาปตฺตาทึ ชเนติ, เกวลํ อสํวาโสติ กตฺวา คณปูรโก น โหติ, เอกกมฺมํ เอกุทฺเทโสปิ หิ สํวาโสติ วุตฺโต. สมสิกฺขตาปิ สํวาโสติ กตฺวา โส เตน สทฺธึ นตฺถีติ ปทโสธมฺมาปตฺตึ ปน ชเนตีติ การณจฺฉายา ทิสฺสติ. ยถา ภิกฺขุนิยา สทฺธึ ภิกฺขุสงฺฆสฺส เอกกมฺมาทิโน สํวาสสฺส อภาวา ภิกฺขุนี อสํวาสา ภิกฺขุสฺส, ตถา ภิกฺขุ จ ภิกฺขุนิยา, ปทโสธมฺมาปตฺตึ ปน ชเนติ. ตถา ‘‘อนฺติมวตฺถุํ อชฺฌาปนฺโนปิ เอกจฺโจ โย นาเสตพฺโพ’’ติ อวุตฺโตติ อิมินา นิทสฺสเนน สา การณจฺฉายา คหณํ น คจฺฉติ.

อปิ จ ‘‘ภิกฺขุ สุตฺตภิกฺขุมฺหิ วิปฺปฏิปชฺชติ, ปฏิพุทฺโธ สาทิยติ, อุโภ นาเสตพฺพา’’ติ (ปารา. ๖๖) จ, ‘‘เตน หิ, ภิกฺขเว, เมตฺติยํ ภิกฺขุนึ นาเสถา’’ติ (ปารา. ๓๘๔) จ วจนโต โย สงฺฆมชฺฌํ ปวิสิตฺวา อนุวิชฺชเกน อนุวิชฺชิยมาโน ปราชาปิโต, โสปิ อนุปสมฺปนฺโนว, น โอมสวาทปาจิตฺติยํ ชเนตีติ เวทิตพฺพํ. กิญฺจาปิ ‘‘อุปสมฺปนฺนํ อุปสมฺปนฺนสญฺญี ขุํเสตุกาโม’’ติ ปาฬิ นตฺถิ, กิญฺจาปิ กงฺขาวิตรณิยํ ‘‘ยํ อกฺโกสติ, ตสฺส อุปสมฺปนฺนตา, อนญฺญาปเทเสน ชาติอาทีหิ อกฺโกสนํ, ‘มํ อกฺโกสตี’ติ ชานนา, อตฺถปุเรกฺขารตาทีนํ อภาโวติ อิมาเนตฺถ จตฺตาริ องฺคานี’’ติ (กงฺขา. อฏฺฐ. โอมสวาทสิกฺขาปทวณฺณนา) วุตฺตํ, ตถาปิ ทุฏฺฐโทสสิกฺขาปเท ‘‘อสุทฺโธ โหติ ปุคฺคโล อญฺญตรํ ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปนฺโน, ตญฺเจ สุทฺธทิฏฺฐิ สมาโน โอกาสํ การาเปตฺวา อกฺโกสาธิปฺปาโย วเทติ, อาปตฺติ โอมสวาทสฺสา’’ติ (ปารา. ๓๘๙) วจนโต อสุทฺเธ อุปสมฺปนฺนสญฺญาย เอว โอมสนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ. อสุทฺธทิฏฺฐิสฺส ทุกฺกฏํ. ‘‘สุทฺโธ โหติ ปุคฺคโล, อญฺญตรํ ปาราชิกํ ธมฺมํ อนชฺฌาปนฺโน, ตญฺเจ สุทฺธทิฏฺฐิ สมาโน โอกาสํ การาเปตฺวา อกฺโกสาธิปฺปาโย วเทติ, อาปตฺติ โอมสวาทสฺสา’’ติ (ปารา. ๓๘๙) วจนโต ปน กงฺขาวิตรณิยํ ‘‘ตสฺส อุปสมฺปนฺนตา อุปสมฺปนฺนสญฺญิตา’’ติ น วุตฺตํ อเนกํสิกตฺตา ตสฺส องฺคสฺสาติ เวทิตพฺพํ.

อปิ เจตฺถ สิกฺขาปจฺจกฺขาตกจตุกฺกํ เวทิตพฺพํ, อตฺถิ ปุคฺคโล สิกฺขาปจฺจกฺขาตโก น สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน, อตฺถิ สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน น สิกฺขาปจฺจกฺขาตโก, อตฺถิ สิกฺขาปจฺจกฺขาตโก เจว สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน จ, อตฺถิ เนว สิกฺขาปจฺจกฺขาตโก น สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน. ตตฺถ ตติโย ภิกฺขุนีสิกฺขาปจฺจกฺขาตโก เวทิตพฺโพ. สา หิ ยาว น ลิงฺคํ ปริจฺจชติ, กาสาเว สอุสฺสาหาว สมานา สามญฺญา จวิตุกามา สิกฺขํ ปจฺจกฺขนฺตีปิ ภิกฺขุนี เอว สิกฺขาสาชีวสมาปนฺนาว. วุตฺตญฺหิ ภควตา ‘‘น, ภิกฺขเว, ภิกฺขุนิยา สิกฺขาปจฺจกฺขาน’’นฺติ (จูฬว. ๔๓๔). กทา จ ปน สา อภิกฺขุนี โหตีติ? ยทา สามญฺญา จวิตุกามา คิหินิวาสนํ นิวาเสติ, สา ‘‘วิพฺภนฺตา’’ติ สงฺขฺยํ คจฺฉติ. วุตฺตญฺหิ ภควตา ‘‘ยเทว สา วิพฺภนฺตา, ตเทว อภิกฺขุนี’’ติ (จูฬว. ๔๓๔). กิตฺตาวตา ปน วิพฺภนฺตา โหตีติ? สามญฺญา จวิตุกามา กาสาเวสุ อนาลยา กาสาวํ วา อปเนติ, นคฺคา วา คจฺฉติ, ติณปณฺณาทินา วา ปฏิจฺฉาเทตฺวา คจฺฉติ, กาสาวํเยว วา คิหินิวาสนากาเรน นิวาเสติ, โอทาตํ วา วตฺถํ นิวาเสติ, สลิงฺเคเนว วา สทฺธึ ติตฺถิเยสุ ปวิสิตฺวา เกสลุญฺจนาทิวตํ สมาทิยติ, ติตฺถิยลิงฺคํ วา สมาทิยติ, ตทา วิพฺภนฺตา นาม โหติ. ตตฺถ ยา ภิกฺขุนิลิงฺเค ฐิตาว ติตฺถิยวตํ สมาทิยติ, สา ติตฺถิยปกฺกนฺตโก ภิกฺขุ วิย ปจฺฉา ปพฺพชฺชมฺปิ น ลภติ, เสสา ปพฺพชฺชเมเวกํ ลภนฺติ, น อุปสมฺปทํ. ปาฬิยํ กิญฺจาปิ ‘‘ยา สา, ภิกฺขเว, ภิกฺขุนี สกาสาวา ติตฺถายตนํ สงฺกนฺตา, สา อาคตา น อุปสมฺปาเทตพฺพา’’ติ วจนโต ยา ปฐมํ วิพฺภมิตฺวา ปจฺฉา ติตฺถายตนํ สงฺกนฺตา, สา อาคตา อุปสมฺปาเทตพฺพาติ อนุญฺญาตํ วิย ทิสฺสติ. สงฺคีติอาจริเยหิ ปน ‘‘จตุวีสติ ปาราชิกานี’’ติ วุตฺตตฺตา น ปุน สา อุปสมฺปาเทตพฺพา, ตสฺมา เอว สิกฺขาปจฺจกฺขานํ นานุญฺญาตํ ภควตา. อนฺติมวตฺถุอชฺฌาปนฺนา ปน ภิกฺขุนี เอว. ปกฺขปณฺฑกีปิ ภิกฺขุนี เอว. กินฺติ ปุจฺฉา.

วินีตวตฺถุวณฺณนา

๖๗. วินีตานิ วินิจฺฉิตานิ วตฺถูนิ วินีตวตฺถูนิ. เตสํ เตสํ ‘‘เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขู’’ติอาทีนํ วตฺถูนํ ปาเฏกฺกํ นามคณนํ อุทฺธริตฺวา อุทฺธริตฺวา อูนาธิกโทสโสธนฏฺเฐน อุทฺทานา จ ตา มตฺราทิสิทฺธิคาถาหิ ฉนฺโทวิจิติลกฺขเณน คาถา จาติ ‘‘อุทฺทานคาถา นามา’’ติ วุตฺตํ, เท, โสธเน อิติ ธาตุสฺส รูปํ อุทฺทานาติ เวทิตพฺพํ. อิมา ปน อุทฺทานคาถา ธมฺมสงฺคาหกตฺเถเรหิ สงฺคีติกาเล ฐปิตา, กตฺถาติ เจ? ปทภาชนียาวสาเน. ‘‘วตฺถุคาถา นาม ‘เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขู’ติอาทีนํ อิเมสํ วินีตวตฺถูนํ นิทานานี’’ติ คณฺฐิปเท วุตฺตํ, ตสฺมา ตตฺถ วุตฺตนเยน วินีตวตฺถูนิ เอว ‘‘วตฺถุคาถา’’ติ วุตฺตาติ เวทิตพฺพํ. อิทเมตฺถ สมาสโต อธิปฺปายนิทสฺสนํ – ‘‘อาปตฺตึ ตฺวํ, ภิกฺขุ, อาปนฺโน ปาราชิก’’นฺติ มูลาปตฺติทสฺสนวเสน วา, ‘‘อนาปตฺติ, ภิกฺขุ, ปาราชิกสฺส, อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส, ทุกฺกฏสฺสา’’ติ อาปตฺติเภททสฺสนวเสน วา, ‘‘อนาปตฺติ, ภิกฺขุ, อสาทิยนฺตสฺสา’’ติ อนาปตฺติทสฺสนวเสน วา ยานิ วตฺถูนิ วินีตานิ วินิจฺฉิตานิ, ตานิ วินีตวตฺถูนิ นาม. เตสํ วินีตวตฺถูนํ นิทานวตฺถุทีปิกา ตนฺติ วตฺถุคาถา นาม. อุทฺทานคาถาว ‘‘วตฺถุคาถา’’ติ วุตฺตาติ เอเก. เตสํ ‘‘อิมินา ลกฺขเณน อายตึ วินยธรา วินยํ วินิจฺฉินิสฺสนฺตี’’ติ วจเนน วิรุชฺฌติ. น หิ อุทฺทานคาถายํ กิญฺจิปิ วินิจฺฉยลกฺขณํ ทิสฺสติ, อุทฺทานคาถานํ วิสุํ ปโยชนํ วุตฺตํ ‘‘สุขํ วินยธรา อุคฺคณฺหิสฺสนฺตี’’ติ, ตสฺมา ปโยชนนานตฺตโตเปตํ นานตฺตํ เวทิตพฺพํ. ตตฺถายํ วิคฺคโห – วตฺถูนิ เอว คาถา วตฺถุคาถา. วินีตวตฺถุโต วิเสสนตฺถเมตฺถ คาถาคฺคหณํ. อุทฺทานคาถาโต วิเสสนตฺถํ วตฺถุคฺคหณนฺติ เวทิตพฺพํ. เกจิ ปน ‘‘คาถานํ วตฺถูนีติ วตฺตพฺเพ วตฺถุคาถาติ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ. มกฺกฏิวตฺถุํ อญฺเญ ตตฺถ ภิกฺขู อาโรเจสุํ, อิธ สยเมว. ตตฺถ การณสฺส ‘‘ภควตา สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺต’’นฺติ วุตฺตตฺตา วชฺชิปุตฺตกาปิ อญฺเญ เอว. ‘‘ตตฺถ อานนฺทตฺเถโร, อิธ เต เอวา’’ติ อญฺญตรสฺมึ คณฺฐิปเท วุตฺตํ. อาจริยสฺส อธิปฺปาโย ปุพฺเพ วุตฺโต, ตสฺมา อุปปริกฺขิตพฺพํ.

๖๗-๘. ญตฺวาติ อปุจฺฉิตฺวา สยเมว ญตฺวา. โปกฺขรนฺติ สรีรํ เภริโปกฺขรํ วิย. โลกิยา อวิกลํ ‘‘สุนฺทร’’นฺติ วทนฺติ, ตสฺมา วณฺณโปกฺขรตายาติ ปฐเมนตฺเถน วิสิฏฺฐกายจฺฉวิตายาติ อตฺโถ, ทุติเยน วณฺณสุนฺทรตายาติ. ‘‘อุปฺปลคพฺภวณฺณตฺตา สุวณฺณวณฺณา, ตสฺมา อุปฺปลวณฺณาติ นามํ ลภี’’ติ คณฺฐิปเท วุตฺตํ. นีลุปฺปลวณฺณา กายจฺฉวีติ วจนํ ปน สามจฺฉวึ ทีเปติ. โลเก ปน ‘‘อุปฺปลสมา ปสตฺถสามา’’ติ วจนโต ‘‘ยา สามา สามวณฺณา สามตนุมชฺฌา, สา ปาริจริยา สคฺเค มม วาโส’’ติ วจนโต สามจฺฉวิกา อิตฺถีนํ ปสตฺถา. ‘‘ยาวสฺสา นํ อนฺธการ’’นฺติปิ ปาโฐ. กิเลสกาเมหิ วตฺถุกาเมสุ โย น ลิมฺปติ.

๖๙. อิตฺถิลิงฺคํ ปาตุภูตนฺติ อิตฺถิสณฺฐานํ ปาตุภูตํ, ตญฺจ โข ปุริสินฺทฺริยสฺส อนฺตรธาเนน อิตฺถินฺทฺริยสฺส ปาตุภาเวน. เอวํ ปุริสินฺทฺริยปาตุภาเวปิ. เอเตน ยถา พฺรหฺมานํ ปุริสินฺทฺริยํ นุปฺปชฺชติ, เกวลํ ปุริสสณฺฐานเมว อุปฺปชฺชติ, ยถา จ กสฺสจิ ปณฺฑกสฺส วินาปิ ปุริสินฺทฺริเยน ปุริสสณฺฐานํ อุปฺปชฺชติ, น ตถา เตสนฺติ ทสฺสิตํ โหติ, ตํ ปน อิตฺถินฺทฺริยํ, ปุริสินฺทฺริยํ วา อนฺตรธายนฺตํ มรนฺตานํ วิย ปฏิโลมกฺกเมน สตฺตรสมจิตฺตกฺขณโต ปฏฺฐาย อนฺตรธายติ. ปจฺจุปฺปนฺเน อินฺทฺริเย นิรุทฺเธ อิตรํ วิสภาคินฺทฺริยํ ปาตุภวติ. ยสฺมา มหานิทฺทํ โอกฺกนฺตสฺเสว กิรสฺส วิสภาคินฺทฺริยํ ปาตุภวติ, ตสฺมา ‘‘รตฺติภาเค นิทฺทํ โอกฺกนฺตสฺสา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ตํเยว อุปชฺฌํ ตเมว อุปสมฺปท’’นฺติ วจนโต ปวตฺตินีเยว อุปชฺฌายา, อุปสมฺปทาจริยา ภิกฺขุนีเยว อาจริยาติ กตฺวา ตาสํ อุปชฺฌายวตฺตํ, อาจริยวตฺตญฺจ อิมินา ภิกฺขุนาสทาสายํ ปาตํ ภิกฺขุนุปสฺสยํ คนฺตฺวา กาตพฺพํ, ตาหิ จ อิมสฺส วิหารํ อาคมฺม สทฺธิวิหาริกวตฺตาทิ กาตพฺพํ นุ โขติ เจ? ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุนีหิ สงฺคมิตุ’’นฺติ วจเนน วินาภาวทีปนโต เกวลํ น ปุน อุปชฺฌา คเหตพฺพา, น จ อุปสมฺปทา กาตพฺพาติ ทสฺสนตฺถเมว ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ตํเยว อุปชฺฌ’’นฺติอาทิ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ ภิกฺขุนีหิ สงฺคมิตุนฺติ ภิกฺขูหิ วินา หุตฺวา ภิกฺขุนีหิ เอว สทฺธึ สมงฺคี ภวิตุํ อนุชานามีติ อตฺโถ, ตสฺมา อิมินา ปาฬิเลเสน ‘‘ตสฺสา เอว คามนฺตราทีหิ อนาปตฺตี’’ติ อฏฺฐกถาวจนํ สิทฺธํ โหติ, อาคนฺตฺวา สงฺคมิตุํ สกฺกา, ยญฺจ ภควตา คมนํ อนุญฺญาตํ, ตํ นิสฺสาย กุโต คามนฺตราทิปจฺจยา อาปตฺติ. น หิ ภควา อาปตฺติยํ นิโยเชตีติ ยุตฺตเมว ตํ, อญฺญถา ‘‘ยา อาปตฺติโย ภิกฺขูนํ ภิกฺขุนีหิ อสาธารณา, ตาหิ อาปตฺตีหิ อนาปตฺตี’’ติ ปาฬิวจนโต น คามนฺตราทีหิ อนาปตฺตีติ อาปชฺชติ. สาธารณตา อาปตฺติเยว ‘‘ยา อาปตฺติโย ภิกฺขูนํ ภิกฺขุนีหิ อสาธารณา, ยา จ ภิกฺขุนีหิ สงฺคมนฺติยา คามนฺตรนทีปารรตฺติวิปฺปวาสคณโอหียนาปตฺติโย, ตาหิ อาปตฺตีหิ อนาปตฺตี’’ติ น วุตฺตตฺตาติ เจ? น วุตฺตํ อนิฏฺฐปฺปสงฺคโต. ภิกฺขุนีหิ สทฺธึ สงฺกนฺตายปิ ตสฺสา ตา ปหาย อญฺญาหิ สงฺคมนฺติยา คามนฺตราทีหิ อนาปตฺติ เอว สพฺพกาลนฺติ อิมสฺส อนิฏฺฐปฺปสงฺคโต ตถา น วุตฺตนฺติ อตฺโถ. ตตฺถ คามนฺตราปตฺตาทิวตฺถุํ สญฺจิจฺจ ตสฺมึ กาเล อชฺฌาจรนฺตีปิ สา ลิงฺคปาตุภาเวน การเณน อนาปชฺชนโต อนาปตฺติ. อนาปชฺชนฏฺเฐเนว วุฏฺฐาติ นามาติ เวทิตพฺพา. ตถา โยคี อนุปฺปนฺเน เอว กิเลเส นิโรเธติ. อพนฺธโนปิ ปตฺโต ‘‘อูนปญฺจพนฺธโน’’ติ วุจฺจติ, สพฺพโส วา ปน น สาเวติ อปฺปจฺจกฺขาตา โหติ สิกฺขา, เอวมิธ อนาปนฺนาปิ อาปตฺติ วุฏฺฐิตา นาม โหตีติ เวทิตพฺพา.

ยสฺมา ปน สา ปุริเสน สหเสยฺยาปตฺตึ อนาปชฺชนฺตีปิ สกฺโกติ ภิกฺขุนีหิ สงฺคมิตุํ, ตสฺมา อนาปตฺตีติ กตฺวา อฏฺฐกถายํ ‘‘อุภินฺนมฺปิ สหเสยฺยาปตฺติ โหตี’’ติ วุตฺตํ. วุตฺตเญฺหตํ ปริวาเร ‘‘อปเรหิปิ จตูหากาเรหิ อาปตฺตึ อาปชฺชติ สงฺฆมชฺเฌ คณมชฺเฌ ปุคฺคลสฺส สนฺติเก ลิงฺคปาตุภาเวนา’’ติ (ปริ. ๓๒๔). ยํ ปน วุตฺตํ ปริวาเร ‘‘อตฺถาปตฺติ อาปชฺชนฺโต วุฏฺฐาติ วุฏฺฐหนฺโต อาปชฺชตี’’ติ (ปริ. ๓๒๔), ตสฺส สหเสยฺยาทึ อาปชฺชติ อสาธารณาปตฺตีหิ วุฏฺฐาติ, ตทุภยมฺปิ สนฺธาย วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ทูเร วิหาโร โหติ ปญฺจธนุสติกํ ปจฺฉิมํ, วิหารโต ปฏฺฐาย คามํ ปวิสนฺติยา คามนฺตรํ โหตีติ อตฺโถ. สํวิทหนํ ปริโมเจตฺวาติ อทฺธานคมนสํวิทหนํ อกตฺวาติ อตฺโถ. ตา โกเปตฺวาติ ปริจฺจชิตฺวาติ อตฺโถ. ‘‘ปริปุณฺณวสฺสสามเณเรนาปี’’ติ วจนโต อปริปุณฺณวสฺสสฺส อุปชฺฌายคฺคหณํ นตฺถีติ วิย ทิสฺสติ. วินยกมฺมํ กตฺวา ฐปิโตติ วิกปฺเปตฺวา ฐปิโต. อวิกปฺปิตานํ ทสาหาติกฺกเม นิสฺสคฺคิยตา เวทิตพฺพา. ปุน ปฏิคฺคเหตฺวา สตฺตาหํ วฏฺฏตีติ ปน ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ภิกฺขูนํ สนฺนิธึ ภิกฺขุนีหิ ปฏิคฺคาหาเปตฺวา ปริภุญฺชิตุ’’นฺติ (จูฬว. ๔๒๑) วจนโต วุตฺตํ. อนเปกฺขวิสฺสชฺชเนนาติ วตฺถุํ อนเปกฺขวิสฺสชฺชเนน วา ปฏิคฺคหเณน วา ปุน ปฏิคฺคเหตฺวา ปริภุญฺชิสฺสามีติ. ปกฺขมานตฺตกาเล ปุนเทว ลิงฺคํ ปริวตฺตติ ฉารตฺตํ มานตฺตเมว ทาตพฺพนฺติ สเจ, ภิกฺขุกาเล อปฺปฏิจฺฉนฺนาย อาปตฺติยา, โน ปฏิจฺฉนฺนายาติ โน ลทฺธีติ อาจริโย.

ปริวาสทานํ ปน นตฺถีติ ภิกฺขุนิยา ฉาทนาสมฺภวโต วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. สเจ ภิกฺขุนี อสาธารณํ ปาราชิกาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา ปุริสลิงฺคํ ปฏิลภติ, ภิกฺขูสุ อุปสมฺปทํ น ลภติ, ปพฺพชฺชํ ลภติ, อนุปพฺพชิตฺวา ภิกฺขุภาเว ฐิโต สหเสยฺยาปตฺตึ น ชเนติ. วิพฺภนฺตาย ภิกฺขุนิยา ปุริสลิงฺเค ปาตุภูเต ภิกฺขูสุ อุปสมฺปทํ น ลภติ, ปาราชิกํ. อวิพฺภนฺตมานสฺส คหฏฺฐสฺเสว สโต ภิกฺขุนีทูสกสฺส สเจ อิตฺถิลิงฺคํ ปาตุภวติ, เนว ภิกฺขุนีสุ อุปสมฺปทํ ลภติ, น ปุน ลิงฺคปริวตฺเต ชาเต ภิกฺขูสุ วาติ. ภิกฺขุนิยา ลิงฺคปริวตฺเต สติ ภิกฺขุ โหติ, โส เจ สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย วิพฺภมิตฺวา อิตฺถิลิงฺคํ ปฏิลเภยฺย, ภิกฺขุนีสุ อุปสมฺปทํ ปฏิลภติ อุภยตฺถ ปุพฺเพ ปาราชิกภาวํ อปฺปตฺตตฺตา. ยา ปน ภิกฺขุนี ปริปุณฺณทฺวาทสวสฺสา ปุริสลิงฺคํ ปฏิลเภยฺย, อุปสมฺปนฺโน ภิกฺขุ เอว. ปุน สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย อาคโต น อุปสมฺปาเทตพฺโพ อปริปุณฺณวีสติวสฺสตฺตา. ปุน ลิงฺคปริวตฺเต สติ ภิกฺขุนีสุ อุปสมฺปทํ ลภติ. เอวํ เจ กตทฺวาทสสงฺคหสฺส ทารกสฺส ลิงฺคปริวตฺเต สติ คิหิคตา อิตฺถี โหติ, ปริปุณฺณทฺวาทสวสฺสา อุปสมฺปาเทตพฺพา กิร. ภิกฺขุนิยา อิตฺถิลิงฺคนฺตรธาเนน, ภิกฺขุสฺส วา ปุริสลิงฺคนฺตรธาเนน ปกฺขปณฺฑกภาโว ภเวยฺย, น สา ภิกฺขุนี ภิกฺขุนีหิ นาเสตพฺพา ภิกฺขุ วา ภิกฺขูหิ ปุน ปกติภาวาปตฺติสมฺภวา. ปกติปณฺฑกํ ปน สนฺธาย ‘‘ปณฺฑโก นาเสตพฺโพ’’ติ วุตฺตํ. ปกฺขปณฺฑโก หิ สํวาสนาสนาย นาเสตพฺโพ, อิตโร อุภยนาสนายาติ อตฺโถ. ยทิ เตสํ ปุน ปกติภาโว ภเวยฺย, ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ตํเยว อุปชฺฌํ ตเมว อุปสมฺปทํ ตานิเยว วสฺสานิ ภิกฺขุนีหิ สงฺคมิตุ’’นฺติ อยํ วิธิ สมฺภวติ. สเจ เนสํ ลิงฺคนฺตรํ ปาตุภเวยฺย, โส จ วิธิ, ยา อาปตฺติโย ภิกฺขูนํ ภิกฺขุนีหิ สาธารณา, ตา อาปตฺติโย ภิกฺขุนีนํ สนฺติเก วุฏฺฐาตุํ อสาธารณาหิ อนาปตฺตีติ อยมฺปิ วิธิ สมฺภวติ. ยํ วุตฺตํ ปริวาเร ‘‘สห ปฏิลาเภน ปุริมํ ชหติ, ปจฺฉิเม ปติฏฺฐาติ, วิญฺญตฺติโย ปฏิปฺปสฺสมฺภนฺติ, ปญฺญตฺติโย นิรุชฺฌนฺติ, สห ปฏิลาเภน ปจฺฉิมํ ชหติ, ปุริเม ปติฏฺฐาติ, วิญฺญตฺติโย’’ติอาทิ, ตํ ยถาวุตฺตวิธึ สนฺธาย วุตฺตนฺติ อมฺหากํ ขนฺตีติ อาจริโย. อิตฺถิลิงฺคํ, ปุริสลิงฺคํ วา อนฺตรธายนฺตํ กึ สกลมฺปิ สรีรํ คเหตฺวา อนฺตรธายติ, อุทาหุ สยเมว. กิญฺเจตฺถ – ยทิ ตาว สกลํ สรีรํ คเหตฺวา อนฺตรธายติ, อยํ ปุคฺคโล จุโต ภเวยฺย. ตสฺมา สามญฺญา จุโต ภเวยฺย, ปุน อุปสมฺปชฺชนฺโต โอปปาติโก ภเวยฺย. อถ สยเมว อนฺตรธายติ, โสปิ ภาโว ตสฺส วิรุชฺฌติ. อิตฺถินฺทฺริยาทีนิ หิ สกลมฺปิ สรีรํ พฺยาเปตฺวา ฐิตานีติ ขณนิโรโธ วิย เตสํ อนฺตรธานํ เวทิตพฺพํ, ตสฺมา ยถาวุตฺตโทสปฺปสงฺคาภาโว เวทิตพฺโพ. อญฺญมญฺญํ สํสฏฺฐปฺปภานํ ทีปานํ เอกปฺปภานิโรเธปิ อิตริสฺสา ฐานํ วิย เสสสรีรฏฺฐานํ ตตฺถ โหตีติ เวทิตพฺพํ.

๗๑-๒. มุจฺจตุ วา มา วา ทุกฺกฏเมวาติ โมจนราคาภาวโต. อวิสโยติ อสาทิยนํ นาม เอวรูเป ฐาเน ทุกฺกรนฺติ อตฺโถ. เมถุนธมฺโม นาม อุภินฺนํ วายาเมน นิปชฺชติ ‘‘ตสฺส ทฺวยํทฺวยสมาปตฺตี’’ติ วุตฺตตฺตา, ตสฺมา ตฺวํ มา วายาม, เอวํ เต อนาปตฺติ ภวิสฺสติ, กิริยเญฺหตํ สิกฺขาปทนฺติ วุตฺตํ โหติ, ‘‘อาปตฺตึ ตฺวํ ภิกฺขุ อาปนฺโน ปาราชิก’’นฺติ วจนโต อกิริยมฺเปตํ สิกฺขาปทํ เยภุยฺเยน ‘‘กิริย’’นฺติ วุจฺจตีติ สิทฺธํ โหติ.

๗๓-๔. ‘‘ปาราชิกภเยน อากาสคตเมว กตฺวา ปเวสนาทีนิ กโรนฺตสฺส สหสา ตาลุกํ วา ปสฺสํ วา องฺคชาตํ ฉุปติ เจ, ทุกฺกฏเมวา’’ติ วทนฺติ. กสฺมา? น เมถุนราคตฺตาติ, วีมํสิตพฺพํ. ทนฺตานํ พาหิรภาโว โอฏฺฐานํ พาหิรภาโว วิย ถุลฺลจฺจยวตฺถุ โหตีติ วุตฺตํ ‘‘พหิ นิกฺขนฺตทนฺเต ชิวฺหาย จ ถุลฺลจฺจย’’นฺติ. ตํ ปุคฺคลํ วิสญฺญึ กตฺวาติ วจเนน โส ปุคฺคโล ขิตฺตจิตฺโต นาม โหตีติ ทสฺสิตํ โหติ. โย ปน ปุคฺคโล น วิสญฺญีกโต, โส เจ อตฺตโน องฺคชาตสฺส ธาตุฆฏฺฏนจริณิชฺฌิณิกาทิสญฺญาย สาทิยติ, เมถุนสญฺญาย อภาวโต วิสญฺญีปกฺขเมว ภชตีติ ตสฺส อนาปตฺติจฺฉายา ทิสฺสติ. ‘‘เมถุนเมตํ มญฺเญ กสฺสจิ อมนุสฺสสฺสา’’ติ ญตฺวา สาทิยนฺตสฺส อาปตฺติ เอว. ปณฺฑกสฺส เมถุนธมฺมนฺติ ปณฺฑกสฺส วจฺจมคฺเค วา มุเข วา, ภุมฺมตฺเถ วา สามิวจนํ. อเวทยนฺตสฺสปิ เสวนจิตฺตวเสน อาปตฺติ สนฺถเตเนว เสวเน วิย.

อุปหตินฺทฺริยวตฺถุสฺมึ ‘‘เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ, โส อาโรเจสี’’ติ ทุวิโธ ปาโฐ อตฺถิ. ตตฺถ ‘‘อาโรเจสุ’’นฺติ วุตฺตปาโฐ ‘‘เวทิยิ วา โส ภิกฺขเว’’ติ วุตฺตตฺตา สุนฺทรํ, อญฺญถา ‘‘อาปตฺตึ ตฺวํ ภิกฺขู’’ติ วตฺตพฺพํ สิยา. ‘‘เวทิยา วา’’ติ ทีปวาสิโน ปฐนฺติ กิร, เมถุนธมฺมสฺส ปุพฺพปโยคา หตฺถคฺคาหาทโย, ตสฺมา ‘‘ทุกฺกฏเมวสฺส โหตี’’ติ อิมินา ปุริมปเทน สมฺพนฺโธ. ยสฺมา ปน ทุกฺกฏเมวสฺส โหติ, ตสฺมา ยาว สีสํ น ปาปุณาติ ปุคฺคโล, ตาว ทุกฺกเฏ ติฏฺฐตีติ สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. สีสํ นาม มคฺคปฏิปาทนํ. ‘‘สีสํ น ปาปุณาตีติ ปาราชิกํ น โหติ ตาว ปุพฺพปโยคทุกฺกเฏ ติฏฺฐตี’’ติ อญฺญตรสฺมึ คณฺฐิปเท ลิขิตํ. อุจฺจาลิงฺคปาณกทฏฺเฐนาติ เอตฺถ ภาวนิฏฺฐาปจฺจโย เวทิตพฺโพ. ทฏฺเฐน ทํเสน ขาทเนนาติ หิ อตฺถโต เอกํ.

๗๖-๗. สงฺคามสีเส ยุทฺธมุเข โยธปุริโส วิยายํ ภิกฺขูติ ‘‘สงฺคามสีสโยโธ ภิกฺขู’’ติ วุจฺจติ. รุกฺขสูจิทฺวารํ อุปิลวาย, เอเกน วา พหูหิ วา กณฺฏเกหิ ถกิตพฺพํ กณฺฏกทฺวารํ. ทุสฺสทฺวารํ สาณิทฺวารญฺจ ทุสฺสสาณิทฺวารํ. ‘‘กิลญฺชสาณี’’ติอาทินา วุตฺตํ สพฺพมฺปิ ทุสฺสสาณิยเมว สงฺคเหตฺวา วุตฺตํ. เอกสทิสตฺตา ‘‘เอก’’นฺติ วุตฺตํ. อากาสตเลติ หมฺมิยตเลติ อตฺโถ. อยเญฺหตฺถ สงฺเขโปติ อิทานิ วตฺตพฺพํ สนฺธาย วุตฺตํ. ‘‘กิญฺจิ กโรนฺตา นิสินฺนา โหนฺตีติ วุตฺตตฺตา นิปนฺนานํ อาปุจฺฉนํ น วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. ‘‘ยถาปริจฺเฉทเมว จ น อุฏฺฐาติ, ตสฺส อาปตฺติเยวา’’ติ กิญฺจาปิ อวิเสเสน วุตฺตํ, อนาทริยทุกฺกฏาปตฺติ เอว ตตฺถ อธิปฺเปตา. กถํ ปญฺญายตีติ? ‘‘รตฺตึ ทฺวารํ วิวริตฺวา นิปนฺโน อรุเณ อุคฺคเต อุฏฺฐหติ, อนาปตฺตี’’ติ วุตฺตตฺตา, มหาปจฺจริยํ วิเสเสตฺวา ‘‘อนาทริยทุกฺกฏาปิ น มุจฺจตี’’ติ วุตฺตตฺตา จ, เตน อิตรสฺมา ทุกฺกฏา มุจฺจตีติ อธิปฺปาโย. ยถาปริจฺเฉทเมว จ น อุฏฺฐาติ, ตสฺส อาปตฺติเยวาติ เอตฺถ น อนาทริยทุกฺกฏํ สนฺธาย วุตฺตํ. ยถาปริจฺเฉทเมวาติ อวธารณตฺตา ปริจฺเฉทโต อพฺภนฺตเร น โหตีติ วุตฺตํ โหติ. ปุน ‘‘สุปตี’’ติ วุตฺตฏฺฐาเน วิย สนฺนิฏฺฐานํ คเหตฺวา วุตฺตํ. เอวํ นิปชฺชนฺโตติ นิปชฺชนกาเล อาปชฺชิตพฺพทุกฺกฏเมว สนฺธาย วุตฺตํ, ตสฺมา ยถาปริจฺเฉเทน อุฏฺฐหนฺตสฺส เทฺว ทุกฺกฏานีติ วุตฺตํ โหตีติ. อนฺธกฏฺฐกถายมฺปิ ‘‘ยทิ รตฺตึ ทฺวารํ อสํวริตฺวา นิปนฺโน ‘ทิวา วุฏฺฐหิสฺสามี’ติ, อนาทริเย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ วุตฺตํ, เอตฺถาปิ ‘‘นิปนฺโน’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘อรุเณ อุฏฺฐิเต อุฏฺฐาหี’’ติ น วุตฺตตฺตา จ ชานิตพฺพํ. ‘‘มหาปจฺจริยํ อนาทริยทุกฺกฏเมว สนฺธาย วุตฺตํ, น อฏฺฐกถายํ วุตฺตทุกฺกฏ’’นฺติ เอเก วทนฺติ. ตสฺส อนาปตฺตีติ อตฺถโต อนิปนฺนตฺตา วุตฺตํ. ‘‘สเจ ปน รตฺตึ สํวริตฺวา นิปนฺโน, อรุณุฏฺฐานสมเย โกจิ วิวรติ, ทฺวารชคฺคนาทีนิ อกตฺวา นิปนฺนสฺส อาปตฺติเยว. กสฺมา? อาปตฺติเขตฺตตฺตา’’ติ วทนฺติ.