๑. ปฐมกถินสิกฺขาปทวณฺณนา

๔๕๙. สมิตาวินาติ สมิตา’เนน กิเลสาติ สมิตาวี, เตน สมิตาวินา. ‘‘ตีณิ จีวรานี’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘ติจีวร’’นฺติ วุตฺตํ. สงฺขฺยาปุพฺโพ ทิคุเนกวจนนฺติ เอตฺถ ลกฺขณํ เวทิตพฺพํ. ตํ ปน อธิฏฺฐิตสฺสปิ อนธิฏฺฐิตสฺสปิ นามํ ‘‘เอกรตฺตมฺปิ เจ ภิกฺขุ ติจีวเรน วิปฺปวเสยฺยา’’ติอาทีสุ ติจีวราธิฏฺฐาเนน อธิฏฺฐิตสฺส นามํ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ติจีวรํ อธิฏฺฐาตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๕๘) เอตฺถ อนธิฏฺฐิตสฺส นามํ, อิธ ตทุภยมฺปิ สมฺภวติ. ‘‘ภควตา ภิกฺขูนํ ติจีวรํ อนุญฺญาตํ โหตี’’ติ เอตฺถ อธิฏฺฐิตเมว. ‘‘อญฺเญเนว ติจีวเรน คามํ ปวิสนฺตี’’ติ เอตฺถ อนธิฏฺฐิตเมว. เอกสฺมึเยว หิ จีวเร ติจีวราธิฏฺฐานํ รุหติ, น อิตรสฺมึ ปตฺตาธิฏฺฐานํ วิย, ตสฺมา อิตรํ อติเรกฏฺฐาเน ติฏฺฐติ. เตน วุตฺตํ ‘‘กถญฺหิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อติเรกจีวรํ ธาเรสฺสนฺตี’’ติอาทิ.

๔๖๐-๑. ปฐมปญฺญตฺติยา ปเนตฺถ เอกรตฺตมฺปิ อติเรกจีวรํ ธาเรยฺย, นิสฺสคฺคิยํ วุตฺตํ โหติ, ตโต ปรํ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ทสาหปรมํ อติเรกจีวรํ ธาเรตุํ. เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ ‘ทสาหปรมํ อติเรกจีวรํ ธาเรตพฺพํ, ตํ อติกฺกามยโต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติย’’’นฺติ เอวํ ภควา ปริปุณฺณํ สิกฺขาปทํ ปญฺญาเปสิ. อถ ปจฺฉิมโพธิยํ อชาตสตฺตุกาเล กถินํ อนุญฺญาตํ, ตโต ปฏฺฐาย ภิกฺขู อิทํ สิกฺขาปทํ ‘‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมึ ภิกฺขุนา อุพฺภตสฺมึ กถิเน ทสาห…เป… ปาจิตฺติย’’นฺติ อุทฺทิสนฺติ, เอส นโย ทุติยตติยกถิเนสุปิ. ตถาปิ กงฺขาวิตรณิยํ (กงฺขา. อฏฺฐ. กถินสิกฺขาปทวณฺณนา) ‘‘ทสาหปรมนฺติ อยเมตฺถ อนุปญฺญตฺตี’’ติ เอตฺตกํเยว วุตฺตํ, ตสฺมา ‘‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมึ ภิกฺขุนา อุพฺภตสฺมึ กถิเน’’ติ วจนํ น ปญฺญตฺติ, น จ อนุปญฺญตฺตีติ สิทฺธํ. น หิ ปญฺญตฺติวตฺถุสฺมึ, อนุปญฺญตฺติวตฺถุมฺหิ วา กถินาธิกาโร ทิสฺสตีติ ยถาวุตฺตนโยว สาโรติ นิฏฺฐเมตฺถ คนฺตพฺพํ. อถาปิ สิยา ‘‘กถินสฺสุปฺปตฺติกาลโต ปฏฺฐาย ภควโต วจนํ อนุปญฺญตฺติภาเวน วุตฺต’’นฺติ. ยทิ เอวํ เทฺว อนุปญฺญตฺติโย สิยุํ, ตโต ปริวาเร (ปริ. ๒๔) ‘‘เอกา อนุปญฺญตฺตี’’ติวจนวิโรโธ. อปิจ ยถาวุตฺตนยทีปนตฺถํ อิธ ตํ วจนํ ปฐมปญฺญตฺติกาเล อวตฺวา ปจฺฉา วุตฺตํ. เอตฺถ สาธิตตฺตา ทุติยตติเยสุ ปจฺฉา วุตฺตปฐมปญฺญตฺตีสุ เอวํ วุตฺตํ. อญฺญถา ตตฺถปิ ตํ วจนํ ปจฺฉา วตฺตพฺพํ สิยา. อนุคณฺฐิปเท ปน ‘‘ปจฺฉา วุตฺตภาวํ สนฺธาย นิฏฺฐิตจีวรสฺมินฺติอาทีสุ อนุปญฺญตฺตี’’ติ วุตฺตํ. เสกฺขปุถุชฺชนานํ เปมํ, อรหนฺตานํ คารโว. ทสมํ วา นวมํ วาติ เอตฺถ ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนํ.

๔๖๒-๓. นิฏฺฐิตจีวรสฺมินฺติ อิทํ เกวลํ จีวรปลิโพธาภาวมตฺตทีปนตฺถํ วุตฺตํ, ตสฺมา ‘‘นฏฺฐํ วา วินฏฺฐํ วา ทฑฺฒํ วา จีวราสา วา อุปจฺฉินฺนา’’ติ วุตฺตํ. ยทิ ทสาหปรมํ ธาเรตพฺพจีวรทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ สิยา, นฏฺฐาทิกํ โส ธาเรยฺย. ธารณญฺเจตฺถ ฐปนํ, ปริโภโค วา. ตํ ทฺวยํ กเตปิ ยุชฺชติ, อกเตปิ ยุชฺชติ, ตสฺมา ‘‘กตํ วา โหตี’’ติปิ น วตฺตพฺพํ. น หิ กตเมว อติกฺกามยโต นิสฺสคฺคิยนฺติ, ตสฺมา ยํ จีวรํ อุปาทาย ‘‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมิ’’นฺติ วุตฺตํ. ตมฺปิ อุพฺภตสฺมึ กถิเน ทสาหปรมํ กาลํ ธาเรตพฺพนฺติ อตฺโถ น คเหตพฺโพ. ตญฺหิ จีวรํ สนฺตญฺเจ, อุพฺภตสฺมึ กถิเน เอกทิวสมฺปิ ปริหารํ น ลพฺภติ. อปิจ ‘‘จีวรํ นาม วิกปฺปนุปคํ ปจฺฉิม’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ จ กตํ นาม โหติ, ตสฺมาปิ น ตํ สนฺธาย ธาเรตพฺพนฺติ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ อสมฺภวโต.

อนุคณฺฐิปเท ปเนตํ วุตฺตํ ‘‘ตตฺถ สิยา – ตสฺส ภิกฺขุโน จีวรํ นฏฺฐาทีสุ อญฺญตรํ ยทิ ภเวยฺย, กตมํ จีวรํ ทสาหปรมํ ธาเรยฺย. ยสฺมา ธาเรตพฺพจีวรํ นตฺถิ, ตสฺมา อตฺถุทฺธารวเสน กรณปลิโพธทสฺสนตฺถํ ‘นฏฺฐํ วา’ติอาทิปทานิ วุตฺตานิ. อยํ ปนตฺโถ ‘นฏฺฐํ วา’ติอาทินา นเยน วุตฺตจีวรานํ อญฺญตรสฺมึ จีวเร อสติ คเหตพฺโพ, สติ ตํ ทสาหปรมํ อติกฺกามยโต นิสฺสคฺคิยํ. เอส นโย สพฺพตฺถ. ‘กตํ วา โหตี’ติ วุตฺตจีวรเมวาธิปฺเปตํ. กสฺมา ปน กตจีวรํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปตนฺติ น วุตฺตนฺติ เจ? ปากฏตฺตา. กถํ? นฏฺฐวินฏฺฐจีวราทีนํ ธารณสฺส อภาวโต กตจีวรเมว อิธาธิปฺเปตนฺติ ปากฏํ. ยถา กึ? ยถา ปฐมานิยเต เมถุนกายสํสคฺครโหนิสชฺชานเมวาคตตฺตา โสตสฺส รโห อตฺถุทฺธารวเสน วุตฺโตติ ปากโฏ, ตสฺมา ‘จกฺขุสฺส รโห อิตรสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปโต’ติ น วุตฺโต. เอวํสมฺปทมิทนฺติ เวทิตพฺพํ. ‘กตํ วา โหตี’ติ อิทํ น วตฺตพฺพํ, กสฺมา? อกตํ อติกฺกามยโตปิ นิสฺสคฺคิยตฺตา, กิญฺจาปิ นิสฺสคฺคิยํ โหติ, อิธ ปน ติจีวราธิฏฺฐานมธิปฺเปตํ. ตสฺมึ ติจีวราธิฏฺฐาเน อกตํ, อรชิตํ, อกปฺปิยกตญฺจ ‘อิมํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐามี’ติอาทินา นเยน อธิฏฺฐาตุํ น วฏฺฏติ, ตทตฺถทีปนตฺถํ ‘กตํ วา โหตี’ติ วุตฺตํ. อิตรถา ‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมึ ปฏิลทฺเธ’ติ วเทยฺย, เอวํ สนฺเต ติจีวรํ ทสาหํ อติกฺกามยโต นิสฺสคฺคิยนฺติ กถํ ปญฺญายตีติ เจ? วจนปฺปมาณโต. ‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ติจีวรํ อธิฏฺฐาตุํ น วิกปฺเปตุ’นฺติ วุตฺตตฺตา อิธาปิ ‘อติเรกจีวรํ นาม อนธิฏฺฐิต’นฺติ เอตฺตกเมว วตฺตพฺพํ สิยา. ยสฺมา ‘กตํ วา โหตี’ติ วจเนน อิธาธิปฺเปตจีวเรน สทฺธึ เสสมฺปิ ทสาหปรมโต อุตฺตริ ธาเรตุํ น ลพฺภตีติ อนุชานนฺโต ‘อติเรกจีวรํ นาม อนธิฏฺฐิตํ อวิกปฺปิต’นฺติ อาห. ตตฺถ สิยา – ยถา ‘อวิกปฺปิต’นฺติ อตฺถุทฺธารวเสน วุตฺตํ, ตถา ‘วิกปฺปนุปคํ ปจฺฉิม’นฺติปิ. กสฺมา? ยสฺมา ติจีวรเมว ทสาหปรมํ ธาเรตพฺพํ ‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมิ’นฺติอาทิอนุปญฺญตฺติวเสน. อิตรถา เอกาหาติกฺกเมปิ นิสฺสคฺคิยํ โหติ ‘โย ปน, ภิกฺขุ, อติเรกจีวรํ ธาเรยฺย, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติย’นฺติ วจนโต. น ติจีวรโต อญฺญมฺปิ จีวรํ ทสาหปรมํ ธาเรตพฺพํ, ตโต ปรํ นิสฺสคฺคิยํ ‘อนฺโตทสาห’นฺติ วุตฺตตฺตา. ยถาห ‘อนาปตฺติ อนฺโตทสาหํ อธิฏฺเฐติ, วิกปฺเปตี’ติ, อิตรถา ‘อนฺโตทสาหํ อธิฏฺเฐตี’ติ วจนมตฺตเมว ภเวยฺย, ตสฺมา อฏฺฐกถายํ วุตฺตนเยเนว อตฺโถ คเหตพฺโพ. อิทํ สพฺพํ อปเร วทนฺตี’’ติ. เอตฺถ อนฺโตกถิเน อุปฺปนฺนจีวรํ กตเมว สนฺตญฺเจ, ทสาหปรมํ ธาเรตพฺพนฺติ อิทญฺจิมสฺส สาธนตฺถํ วุตฺตวจนญฺจ ปรโต อิเธว วุตฺตวิจารณาย ยถาวุตฺตยุตฺติยา จ วิรุชฺฌตีติ น คเหตพฺพํ.

อิเธว วุตฺตวิจารณา นาม – ‘‘เสฺว กถินุทฺธาโร ภวิสฺสตี’’ติ อชฺช อุปฺปนฺนจีวรํ ตทเหว อนธิฏฺฐหนฺตสฺส อรุณุคฺคมเน นิสฺสคฺคิยํ. กสฺมา? ‘‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมิ’’นฺติอาทินา สิกฺขาปทสฺส วุตฺตตฺตา. อนฺโตกถิเน อติเรกทสาหมฺปิ ปริหารํ ลภติ, กถินโต อุทฺธํ เอกทิวสมฺปิ น ลภติ. ยถา กึ? ยถา อตฺถตกถิโน สงฺโฆ อตฺถตทิวสโต ปฏฺฐาย ยาว อุพฺภารา เอกทิวสาวเสเสปิ กถินุพฺภาเร อานิสํสํ ลภติ, ปุนทิวเส น ลภติ. สเจ สติสมฺโมสา ภาชนียจีวรํ น ภาชิตํ, ปุนทิวเส อนตฺถตกถินานมฺปิ สาธารณํ โหติ. ทิวสา เจ สาวเสสา, อตฺถตกถินสฺเสว สงฺฆสฺส ปาปุณาติ, เอวเมว อตฺถตทิวสโต ปฏฺฐาย ยาว อุพฺภารา อนธิฏฺฐิตํ อวิกปฺปิตํ วฏฺฏติ อนุญฺญาตทิวสพฺภนฺตรตฺตา. กถินทิวโส คณนุปโค โหติ, อุพฺภตทิวสโต ปฏฺฐาย ทสาหปรมํ กาลํ อุปฺปนฺนจีวรํ ปริหารํ ลภติ, ตโต ปรํ น ลภติ. กสฺมา? ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ทสาหปรมํ อติเรกจีวรํ ธาเรตุ’’นฺติ วจนโต. อนฺโตกถิเนปิ เอกาทเส อรุณุคฺคมเน นิสฺสคฺคิยปฺปสงฺคํ ‘‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมึ อุพฺภตสฺมึ กถิเน’’ติ อยํ อนุปญฺญตฺติ วาเรตฺวา ฐิตา, น จ เต ทิวเส อทิวเส อกาสีติ. ตถา ตติยกถิเน จ วิจาริตํ ‘‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมึ ภิกฺขุนา อุพฺภตสฺมึ กถิเน ภิกฺขุโน ปเนว อกาลจีวรํ อุปฺปชฺเชยฺยา’ติ วทนฺเตน ภควตา ยํ มยา เหฏฺฐา ปฐมสิกฺขาปเท ‘ทสาหปรมํ อติเรกจีวรํ ธาเรตพฺพ’นฺติ อนุญฺญาตํ, ตมฺปิ กถินมาสโต พหิ อุปฺปนฺนเมว, น อนฺโตติ ทีปิตํ โหตี’’ติ จ, ‘‘‘กาเลปิ อาทิสฺส ทินฺนํ เอตํ อกาลจีวร’นฺติ (ปารา. ๕๐๐) วจนโต กถินุพฺภารโต อุทฺธํ ทสาหปริหารํ น ลภตีติ ทีปิตํ โหติ, เตหิ สทฺธึ ปุน กถินุพฺภารโต อุทฺธํ ปญฺจ ทิวสานิ ลภตีติ ปสงฺโคปิ ‘นิฏฺฐิตจีวร…เป… ขิปฺปเมว กาเรตพฺพ’นฺติ อกาลจีวรสฺส อุปฺปตฺติกาลํ นิยเมตฺวา วุตฺตตฺตา วาริโต โหติ. ตทุภเยน กถินพฺภนฺตเร อุปฺปนฺนจีวรํ กถินุพฺภารโต อุทฺธํ เอกทิวสมฺปิ ปริหารํ น ลภตีติ สิทฺธํ โหตี’’ติ จ. ตสฺมา ทุวิธมฺเปตํ วิจารณํ สนฺธาย อเมฺหหิ ‘‘อิเธว วุตฺตวิจารณาย ยถาวุตฺตยุตฺติยา จ วิรุชฺฌตีติ น คเหตพฺพ’’นฺติ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.

เอตฺถาห – ‘‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมึ อุพฺภตสฺมึ กถิเน’’ติ อิทํ ภุมฺมํ กึ จีวรสฺส อุปฺปตฺติ นิยเมติ, อุทาหุ ธารณํ, อุทาหุ อุภยนฺติ, กิญฺเจตฺถ, ยทิ อุปฺปตฺตึ นิยเมติ, ปจฺฉิมกตฺติกมาเส เอว อุพฺภตสฺมึ กถิเน อุปฺปนฺนจีวรํ ตโต ปฏฺฐาย ทสาหํ ธาเรตพฺพํ อนิฏฺฐิเตปิ ตสฺมึ มาเสติ อาปชฺชติ. อถ ธารณํ นิยเมติ, อนฺโตกถิเน อุปฺปนฺนจีวรํ อุพฺภเตปิ ทสาหปรมํ ธาเรตพฺพนฺติ อาปชฺชติ. อถ อุภยํ นิยเมติ, ตติยกถิเน วิย วิเสเสตฺวา วตฺตพฺพนฺติ? วุจฺจเต – กามํ อุภยํ นิยเมติ, น ปน วิเสสเน ปโยชนํ อตฺถิ. ยํ อนฺโตกถิเน อุปฺปนฺนจีวรํ สนฺธาย ‘‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมิ’’นฺติ วุตฺตํ, น ตํ สนฺธาย ‘‘ธาเรตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ, สาธิตเญฺหตํ. ‘‘กตํ วา โหตี’’ติอาทิวจนโต ตทตฺถสิทฺธิ, เตน ปุน วิเสสเน ปโยชนํ นตฺถิ, น หิ กตเมว นิสฺสคฺคิยํ กโรติ, น จ นฏฺฐาทิกํ ธาเรตุํ สกฺกาติ. เยน วา อธิปฺปาเยน ภควตา อิทํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ, โส อธิปฺปาโย ตติยกถิเน ปกาสิโตติ เวทิตพฺโพ. กสฺมา ตตฺถ ปกาสิโตติ เจ? วิเสสวิธานทสฺสนาธิปฺปายโต. วิเสสวิธานญฺหิ ‘‘โน จสฺส ปาริปูรี’’ติอาทิ. ตตฺถาปิ ‘‘จีวรํ อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติ อวตฺวา ‘‘อกาลจีวรํ อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติ วิเสสเนน อุพฺภเตปิ กถิเน กาลจีวรํ อตฺถีติ ทีเปติ. กิญฺเจตํ? ปจฺฉิมกตฺติกมาเส อุปฺปนฺนจีวรํ, เตเนว ตตฺถ ‘‘อนตฺถเต กถิเน เอกาทสมาเส อุปฺปนฺน’’นฺติ วุตฺตํ, ตสฺมา อุปฺปตฺตินิยเม วุตฺตโทสาภาวสิทฺธิ. ยญฺจ ตตฺถ ‘‘กาเลปิ อาทิสฺส ทินฺนํ เอตํ อกาลจีวรํ นามา’’ติ วุตฺตํ, ตสฺส เทฺว อตฺถวิกปฺปา. อาเทสวเสน ‘‘อกาลจีวร’’นฺติ ลทฺธสงฺขฺยมฺปิ กาเล อุปฺปนฺนตฺตา กาลปริหารํ ลภติ, ปเควานาเทสนฺติ อยํ ปฐโม วิกปฺโป อุปฺปตฺตินิยเม วุตฺตโทสาภาวเมว อุปตฺถมฺเภติ. ตถา อาเทสวเสน อกาลจีวรสงฺขฺยํ คตํ จีวรกาเล อุปฺปนฺนตฺตา จีวรกาลโต ปรํ ทสาหปริหารํ น ลภติ, ปเควานาเทสนฺติ อยํ ทุติโย ธารณนิยเม วุตฺตโทสาภาวเมว อุปตฺถมฺเภติ. ยทิ เอวํ อาเทสวเสน อกาลจีวรสฺส อกาลจีวรตา กิมตฺถิกาติ เจ? สงฺฆุทฺเทสิกสฺส ตสฺส อตฺถตกถินสฺสปิ ภิกฺขุสงฺฆสฺส สาธารณภาวตฺถิกาติ เวทิตพฺพา.

อปิจ ปุคฺคลสฺส กถินทิวสาปิ ทิวสาว. เอวํ คณนุปคตฺตา อกาลจีวรสงฺขยาปฏิลาภานุภาเวน ‘‘อุพฺภตสฺมึ กถิเน’’ติ วจนาเปกฺขสฺส อนิสฺสคฺคิยตฺตา ตทนุโลมตฺตา ‘‘กาลจีวรสฺสปี’’ติ เอวํ สพฺพถา จตุพฺพิธํ เอตฺถ วจนนฺติ เวทิตพฺพํ. อปิจ อตฺถิ เอกจฺเจน กถินุทฺธาเรน อุพฺภเต กถิเน อุปฺปนฺนํ เอกจฺจสฺส ภิกฺขุโน กาลจีวรํ โหติ, เอกจฺจสฺส อกาลจีวรํ, ตํ สีมาติกฺกนฺตสฺส, โน อุพฺภารคตํ. ตํ ทฺวินฺนํ วเสน อุพฺภเต อุปฺปนฺนํ ฐเปตฺวา อิตเรสํ อญฺญตเรน อุพฺภเต อุปฺปนฺนนฺติ เวทิตพฺพํ. ตญฺหิ ยสฺส อุพฺภตํ, ตสฺส อกาลจีวรํ, อิตรสฺส กาลจีวรํ. ตถา อตฺถิ เอกจฺเจน กถินุทฺธาเรน อุพฺภเต กถิเน อุปฺปนฺนํ สพฺพสฺสปิ อกาลจีวรเมว โหติ. ตํ ยถาฐปิตํ เวทิตพฺพํ. ตถา อตฺถิ อุพฺภตสฺมึ กถิเน อุปฺปนฺนํ ฐเปตฺวา วสฺสานสฺส ปจฺฉิเม มาเส อุปฺปนฺนํ. ตถา อตฺถิ อุพฺภตสฺมึ กถิเน อุปฺปนฺนํ อกาลจีวรํ, ตํ เหมนฺเต, คิเมฺห วา อุปฺปนฺนนฺติ เวทิตพฺพํ. เอวํ ปุคฺคลกาลเภทโต พหุวิธตฺตา อุปฺปนฺนสฺส ‘‘อุพฺภตสฺมึ กถิเน อุปฺปนฺน’’นฺติ น วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อเนกํสิกตฺตา อิมมฺปิ อตฺถวิกปฺปํ ทสฺเสตุํ ‘‘อุพฺภตสฺมึ กถิเนติ ภิกฺขุโน กถินํ อุพฺภตํ โหตี’’ติ. เอตฺตาวตา สิทฺเธปิ ‘‘อฏฺฐนฺนํ มาติกานํ อญฺญตรายา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘ธารยามี’’ติ ภิกฺขุนีวิภงฺเค อาคโตติ วตฺตพฺโพ. ‘‘เอว’’นฺติ วจเนน วจนเภโท ตตฺถ นตฺถีติ วุตฺตํ โหติ.

‘‘วิกปฺปนุปคํ ปจฺฉิม’’นฺติ อิทํ สพฺพสงฺคาหิกตฺตา วุตฺตํ. ‘‘อธิฏฺฐานุปคํ ปจฺฉิม’’นฺติ อสพฺพสงฺคาหิกํ. น หิ ยตฺตกํ สงฺฆาฏิ อธิฏฺฐานุปคํ ปจฺฉิมํ, ตตฺตกํ อนฺตรวาสกาทิ อธิฏฺฐานุปคํ ปจฺฉิมํ โหติ อธิฏฺฐานสฺส พหุวิธตฺตา. น เอวํ วิกปฺปนาย เภโท ตสฺสา เอกวิธตฺตาติ เวทิตพฺพํ. ‘‘เอกาทเส อรุณุคฺคมเน นิสฺสคฺคิย’’นฺติ อนฺติมํ ฐเปตฺวา ตโต ปุริมตรสฺมินฺติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อนฺติมํ นาม อปรกตฺติกาย ปฐมารุณุคฺคมนํ. ตญฺหิ กาลตฺตา นิสฺสคฺคิยํ น กโรติ, เตเนวาห อจฺเจกจีวรสิกฺขาปทฏฺฐกถายํ ‘‘ฉฏฺฐิโต ปฏฺฐาย ปน อุปฺปนฺนํ อนจฺเจกจีวรมฺปิ ปจฺจุทฺธริตฺวา ฐปิตจีวรมฺปิ เอตํ ปริหารํ ลภติเยวา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๔๖-๙). อิมํเยว นยํ สนฺธาย ‘‘อจฺเจกจีวรสฺส อนตฺถเต กถิเน เอกาทสทิวสาธิโก มาโส, อตฺถเต กถิเน เอกาทสทิวสาธิกา ปญฺจ มาสา, ตโต ปรํ เอกทิวสมฺปิ ปริหาโร นตฺถี’’ติ ตตฺเถวาห. อิมสฺมึ นเย สิทฺเธ อนจฺเจกจีวรํ ทฺวาทสาเห น ลภตีติ สิทฺธเมว โหติ. ตโต ‘‘อนจฺเจกจีวเร อนจฺเจกจีวรสญฺญี, อนาปตฺตี’’ติ (ปารา. ๖๕๐) เอตฺถ อจฺเจกจีวรสทิเส อญฺญสฺมึ อนธิฏฺฐิเตติ สิทฺธํ โหติ. ตตฺถ ปน ‘‘ปญฺจ มาสา’’ติ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉทวจนํ. วสฺสิกสาฏิกญฺจ อวสฺสิกสาฏิกภาวํ ปตฺวา เอกาทสมาเส ปริหารํ ลภตีติ เวทิตพฺพํ.

ทสาหาติกฺกนฺตํ นิสฺสคฺคิยนฺติ เอตฺถ อาปตฺติวุฏฺฐาเน ‘‘ทสาหปฺปฏิจฺฉนฺนํ ปกฺขอติเรกปกฺขมาสอติเรกมาสปฏิจฺฉนฺน’’นฺติอาทิวจนเภโท วิย, น อิธ วจนเภโท, ตสฺมา สํวจฺฉราติกฺกนฺตมฺปิ ทสาหาติกฺกนฺตเมว นาม, ตถา ทุติยกถิเนปิ สํวจฺฉรวิปฺปวุตฺถมฺปิ รตฺติวิปฺปวุตฺถเมว. ตติเย สํวจฺฉราติกฺกนฺตมฺปิ มาสาติกฺกนฺตเมว นามาติ เวทิตพฺพํ. ‘‘อนธิฏฺฐิเต อธิฏฺฐิตสญฺญี นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติย’’นฺติ อิทเมกสฺส ติกปาจิตฺติยสฺส อาทิปททีปนํ. เอส นโย อวิกปฺปิเตติอาทีสุปิ, ตสฺมา เอตฺถ อฏฺฐสุ ติกจฺเฉเทสุ เอกํ วิตฺถาเรตฺวา อิตเรสํ เอเกกมาทิปทํ วิตฺถาเรหฺวา เทฺว เทฺว ภควตาว สงฺขิตฺตตฺตาติ พหูสุปิ ติกจฺเฉเทสุ สมฺภวนฺเตสุ เอโก เอว วุจฺจติ, ‘‘อยํ วินยสฺส ธมฺมตา’’ติ วทนฺติ. ทุกฺกฏวาเรสุ ปน เอกํ ทุกฺกฏํ วิตฺถาเรตฺวา เสสานิ สตฺต ตเถว สงฺขิตฺตานิ. ตถา อนฺติมนฺติโม เอเกโก อนาปตฺติโกฏฺฐาโสติ เวทิตพฺพํ.

อนาปตฺติ อนฺโตทสาหนฺติ อยํ สงฺเขปตฺโถ – ตํ ทสาหปรมํ ธาเรตพฺพํ. ตํ อติเรกจีวรํ ยถาสกํ อธิฏฺฐานํ อนฺโตทสาหํ อธิฏฺเฐติ วา วิกปฺเปติ วา วิสฺสชฺเชติ วา อตฺตโน ธมฺมตาย นสฺสติ วา วินสฺสติ วา ฑยฺหติ วา อญฺโญ วา ตํ อจฺฉินฺทิตฺวา คณฺหาติ วิสฺสาสนฺโต วา คณฺหาติ ปาจิตฺติยโต อนาปตฺติ. ทุกฺกฏโต ปน สิยา อาปตฺติ สิยา อนาปตฺติ สญฺญาเภเทน. อนฺติมานํ ปเนตฺถ ทฺวินฺนํ ปทานํ วเสน อนจฺฉินฺเน อจฺฉินฺนสญฺญี นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ. อวิสฺสาสคฺคาเห วิสฺสาสคฺคาหสญฺญี นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยนฺติอาทิกา เทฺว ติกปาจิตฺติยา, เทฺว จ ทุกฺกฏา สงฺขิตฺตาติ เวทิตพฺพา. เอตฺถ หิ ยทิ อนฺโตทสาหํ อธิฏฺเฐติ, ทสาหปรมํ อรุณํ อติกฺกมิตฺวา ตสฺส ทิวสภาเค อธิฏฺฐหตีติ เวทิตพฺพํ. อยํ ตาว ปาฬิวินิจฺฉโย.

อฏฺฐกถายํ ปน อิโต ครุกตรานีติอาทิมฺหิ อยํ โจทนาปุพฺพงฺคโม วินิจฺฉโย – คณฺฐิปเท ปนสฺส อิโต นิสฺสฏฺฐจีวรทานโต ครุกมฺปิ ญตฺติทุติยกมฺมํ ยถา อปโลกเนน กโรนฺติ, เอวมิทํ ญตฺติยา กตฺตพฺพมฺปิ ปกติวจเนน วฏฺฏตีติ. ยทิ เอวํ ปริวาเร กมฺมวคฺคสฺส อฏฺฐกถายํ ‘‘ญตฺติกมฺมมฺปิ เอกํ ญตฺตึ ฐเปตฺวาว กาตพฺพํ, อปโลกนกมฺมาทิวเสน น กาตพฺพ’’นฺติ (ปริ. อฏฺฐ. ๔๘๒) ยํ วุตฺตํ, เตน วิรุชฺเฌยฺย. เตเนตํ วุจฺจติ ‘‘เตสํ เอตํ อนุโลม’’นฺติ, ตสฺมา อนุโลมนเยเนว ตํ วุตฺตํ. นิยมํ ปน ยถา ทฺวินฺนํ ปาริสุทฺธิอุโปสโถ วินา ญตฺติยา โหติ, เอวํ ทฺวินฺนํ นิสฺสฏฺฐจีวรทานมฺปีติ วทาม, ตสฺมา ‘‘อายสฺมโต เทมา’’ติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. กถํ ปเนตํ ญาตพฺพนฺติ? ตทนุโลมตฺตาติ. เอกเทเวทํ ญตฺติกมฺมํ อปโลกเนนาปิ กาตุํ วฏฺฏตีติ สาธนนฺติ เวทิตพฺพนฺติ อาจริโย. อนุคณฺฐิปเท ปเนตฺถ โจทนํ กตฺวา ‘‘เอตํ สาธิตํ. ญตฺติกมฺมํ เอกํ ญตฺตึ ฐเปตฺวาว กาตพฺพ’’นฺติ ปาฬิยา อาคตํ สนฺธาย วุตฺตํ, อิทํ ปน ปาฬิยํ นาคตํ, เลสโต อาหริตฺวา วุตฺตนฺติ กตฺวา เอตํ อปโลกเนนาปิ วฏฺฏตีติ.

๔๖๘. เอส นโยติ อญฺเญสํ จีวเรสุ อุปจิกาทีหิ ขายิเตสุ มมปิ ขายิตานีติอาทิ. ‘‘อญฺเญน กตํ…เป… สาธก’’นฺติ วจนโต สมานชาติกํ, เอกตฺถชาติกญฺจ ตติยกถินํ ปฐมสมานเมวาติ สิทฺธํ โหติ.

๔๖๙. ติจีวรํ อธิฏฺฐาตุนฺติ เอตฺถ ติจีวรํ ติจีวราธิฏฺฐาเนน อธิฏฺฐาตพฺพยุตฺตกํ, ยํ วา ติจีวราธิฏฺฐาเนน อธิฏฺฐาตุํ อวิกปฺเปตุํ อนุชานามิ, ตสฺส อธิฏฺฐานกาลปริจฺเฉทาภาวโต สพฺพกาลํ อิจฺฉนฺตสฺส อธิฏฺฐาตุํเยว อนุชานามิ, ตํ กาลปริจฺเฉทํ กตฺวา วิกปฺเปตุํ นานุชานามิ. สติ ปน ปจฺจเย ยทา ตทา วา ปจฺจุทฺธริตฺวา วิกปฺเปตุํ วฏฺฏตีติ ‘‘อนาปตฺติ อนฺโตทสาหํ อธิฏฺเฐติ, วิกปฺเปตี’’ติ วจนโต สิทฺธํ โหตีติ วุตฺตเมตํ. วสฺสิกสาฏิกํ ตโต ปรํ วิกปฺเปตุํเยว นาธิฏฺฐาตุํ. วตฺถญฺหิ กตปริโยสิตํ อนฺโตจตุมาเส วสฺสานทิวสํ อาทึ กตฺวา อนฺโตทสาเห อธิฏฺฐาตุํ อนุชานามิ, จตุมาสโต อุทฺธํ อตฺตโน สนฺตกํ กตฺวา ฐปิตุกาเมน วิกปฺเปตุํ อนุชานามีติ อตฺโถ. สุคตจีวรโต อูนกนฺติ ติณฺณมฺปิ จีวรานํ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉโท. ‘‘ติจีวรํ ปน ปริกฺขารโจฬํ อธิฏฺฐาตุํ วฏฺฏตี’’ติ วาเท ปน สติ ตถารูปปจฺจเย วฏฺฏติ. ยถา สติ ปจฺจเย วิกปฺเปตุํ วฏฺฏตีติ สาธิตเมตํ, ปเคว อญฺเญน อธิฏฺฐาเนน อธิฏฺฐาตุํ. ‘‘อนฺโตทสาหํ อธิฏฺเฐติ, วิกปฺเปตี’’ติ อนิยมโต วุตฺตนฺติ สงฺฆาฏิ, อุตฺตราสงฺโค, อนฺตรวาสกนฺติ อธิฏฺฐิตานธิฏฺฐิตานํ สมานเมว นามํ. ‘‘อยํ สงฺฆาฏี’’ติอาทีสุ (มหาว. ๑๒๖) หิ อนธิฏฺฐิตา วุตฺตา. ‘‘ติจีวเรน วิปฺปวเสยฺยา’’ติ เอตฺถ อธิฏฺฐิตา วุตฺตา. สามนฺตวิหาเร วาติ โคจรคามโต วิหาเรติ ธมฺมสิริตฺเถโร. ทูรตเรปิ ลพฺภเตวาติ อาจริโย. อนุคณฺฐิปเทปิ ‘‘สามนฺตวิหาเร วาติ เทสนาสีสมตฺตํ, ตสฺมา ฐปิตฏฺฐานํ สลฺลกฺเขตฺวา ทูเร ฐิตมฺปิ อธิฏฺฐาตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. สามนฺตวิหาโร นาม ยตฺถ ตทเหว คนฺตฺวา นิวตฺติตุํ สกฺกา. รตฺติวิปฺปวาสํ รกฺขนฺเตน ตโต ทูเร ฐิตํ อธิฏฺฐาตุํ น วฏฺฏติ, เอวํ กิร มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺตนฺติ. เกจิ ‘‘จีวรวํเส ฐปิตํ อญฺโญ ปริวตฺติตฺวา นาคทนฺเต ฐเปติ, ตํ อชานิตฺวา อธิฏฺฐหนฺตสฺสปิ รุหติ จีวรสฺส สลฺลกฺขิตตฺตา’’ติ วทนฺติ. อธิฏฺฐหิตฺวาติ ปริกฺขารโจฬาทิวเสน. มหนฺตตรเมวาติอาทิ สพฺพาธิฏฺฐานสาธารณลกฺขณํ. ตตฺถ ปุน อธิฏฺฐาตพฺพเมวาติ อธิฏฺฐิตจีวรสฺส เอกเทสภูตตฺตา. อนธิฏฺฐิตญฺเจ, อธิฏฺฐิตสฺส อปฺปภาเวน เอกเทสภูตํ อธิฏฺฐิตสงฺขฺยเมว คจฺฉติ. ตถา อธิฏฺฐิตญฺเจ, อนธิฏฺฐิตสฺส เอกเทสภูตํ อนธิฏฺฐิตสงฺขฺยํ คจฺฉตีติ หิ ลกฺขณํ, น เกวลญฺเจตฺถ ทุติยปฏฺฏเมว, ตติยปฏฺฏาทิกมฺปิ. ยถาห ‘‘อนุชานามิ…เป… อุตุทฺธฏานํ ทุสฺสานํ จตุคฺคุณํ สงฺฆาฏึ…เป… ปํสุกูเล ยาวทตฺถ’’นฺติ (มหาว. ๓๔๘).

อวเสสา ภิกฺขูติ วกฺขมานกาเล นิสินฺนา ภิกฺขู. ตสฺมา วฏฺฏตีติ ยถา ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ติจีวรํ อธิฏฺฐาตุํ น วิกปฺเปตุ’’นฺติ วุตฺตํ, เอวํ ปริกฺขารโจฬมฺปิ วุตฺตํ, น ตสฺส อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉโท วุตฺโต, น จ สงฺขฺยาปริจฺเฉโท, ตสฺมา ตีณิปิ จีวรานิ ปจฺจุทฺธริตฺวา ‘‘อิมานิ จีวรานิ ปริกฺขารโจฬานิ อธิฏฺฐามี’’ติ อธิฏฺฐหิตฺวา ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏตีติ อตฺโถ. ‘‘นิธานมุขเมต’’นฺติ กถํ ปญฺญายตีติ เจ? ‘‘เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขูนํ ปริปุณฺณํ โหติ ติจีวรํ, อตฺโถ จ โหติ ปริสฺสาวเนหิปิ ถวิกาหิปี’’ติ เอตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปริกฺขารโจฬ’’นฺติ (มหาว. ๓๕๘) อนุญฺญาตตฺตา. ภิกฺขูนญฺจ เอกเมว ปริสฺสาวนํ, ถวิกา วา วฏฺฏติ, น เทฺว วา ตีณิ วาติ ปฏิกฺเขปาภาวโต วิกปฺปนุปคปจฺฉิมปฺปมาณานิ, อติเรกปฺปมาณานิ วา ปริสฺสาวนาทีนิ ปริกฺขารานิ กปฺปนฺตีติ สิทฺธํ. ยทิ เอวํ ‘‘ยํนูนาหํ ภิกฺขูนํ จีวเร สีมํ พนฺเธยฺยํ มริยาทํ ฐเปยฺย’’นฺติ (มหาว. ๓๔๖) วจนวิโรโธติ เจ? น, อนุสนฺธิยา อชานนโต, วิโรธโต จ. กึ วุตฺตํ โหติ? จีวรกฺขนฺธเก (มหาว. ๓๒๖ อาทโย) ปฐมํ คหปติจีวรํ อนุญฺญาตํ, ตโต ปาวารโกสิยโกชวกมฺพลาทิ. ตโต ‘‘เตน โข ปน สมเยน สงฺฆสฺส อุจฺจาวจานิ จีวรานิ อุปฺปนฺนานิ โหนฺติ. อถ โข ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ ‘กึ นุ โข ภควตา จีวรํ อนุญฺญาตํ, กึ อนนุญฺญาต’’’นฺติ เอตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ฉ จีวรานิ โขม’’นฺติอาทินา (มหาว. ๓๓๙) กปฺปิยจีวรชาติ อนุญฺญาตา, น ปน สงฺขฺยาปมาณํ. ตโต ‘‘อทฺทส ภควา…เป… สมฺพหุเล ภิกฺขู จีวเรหิ อุพฺภณฺฑิเต สีเสปิ จีวรภิสึ กริตฺวา ขนฺเธปิ จีวรภิสึ กริตฺวา กฏิยาปิ จีวรภิสึ กริตฺวา อาคจฺฉนฺเต, ทิสฺวาน ภควโต เอตทโหสิ…เป… เยปิ โข เต กุลปุตฺตา อิมสฺมึ ธมฺมวินเย สีตาลุกา สีตภีรุกา, เตปิ สกฺโกนฺติ ติจีวเรน ยาเปตุํ, ยํนูนาหํ ภิกฺขูนํ จีวเร สีมํ พนฺเธยฺยํ มริยาทํ ฐเปยฺยํ ติจีวรํ อนุชาเนยฺย’’นฺติ (มหาว. ๓๔๖) จีวรํ อนุญฺญาตํ, ตญฺจ โข เอกเมว. ฉพฺพคฺคิยา ปน มิจฺฉา คเหตฺวา พหูนิ ปริหรึสุ. ตานิ เนสํ อติเรกฏฺฐาเน ฐิตานิ โหนฺติ. ตโต ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ทสาหปรมํ อติเรกจีวรํ ธาเรตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๔๗) อนุญฺญาตํ, เตเนตํ ปญฺญายติ. อติเรกานิ พหูนิ จีวรานิ เต ปริหรึสุ, ‘‘ตานิ ทสาหปรมเมว ธาเรตุํ อนุชานามิ, น ตเมเวก’’นฺติ วทนฺเตน ยา ปุพฺเพ ติจีวราธิฏฺฐานสงฺขาตา จีวเร สีมาพทฺธา, มริยาทา จ ฐปิตา, ตาย สติปิ ติจีวรพาหุลฺลปริหรณกฺกโม ทสฺสิโต ทิวสปริจฺเฉทวเสน. ตโต ปรํ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อติเรกจีวรํ วิกปฺเปตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๔๗) อนุชานนฺเตน วินาปิ ทิวสปริจฺเฉเทน อติเรกจีวรปริหรณกฺกโม ทสฺสิโตติ เทฺวปิ ตานิ นิธานมุขานีติ สิทฺธํ. ตถา ปริกฺขารโจฬาธิฏฺฐานมฺปิ สิยา, อญฺญถา อิตรจีวราธิฏฺฐานานุชานนวิโรโธ สิยา สีมามริยาทฏฺฐปนวิโรธโต. ติจีวราธิฏฺฐานปญฺญตฺติเยว ติจีวรมริยาทา โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ปาเฏกฺกํ นิธานมุขเมต’’นฺติ. ‘‘ปฐมํ ติจีวรํ ติจีวราธิฏฺฐาเนน อธิฏฺฐาตพฺพํ, ปุน ปริหริตุํ อสกฺโกนฺเตน ปจฺจุทฺธริตฺวา ปริกฺขารโจฬํ อธิฏฺฐาตพฺพํ, น เตฺวว อาทิโตว อิทํ วุตฺต’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘ยถา ติจีวรํ ปริหริตุํ อสกฺโกนฺตสฺส คิลานสฺส วิปฺปวาสสมฺมุติ อนุญฺญาตา, อคิลานสฺสปิ สาสงฺกสิกฺขาปเท (ปารา. ๖๕๒) ตสฺส อนฺตรฆเร นิกฺเขโป จ, ตโตปิ สติ ปจฺจเย ฉารตฺตวิปฺปวาโส, ตโตปิ อสกฺโกนฺตสฺส ปจฺจุทฺธาโร, ปจฺจุทฺธฏมฺปิ อนฺโตทสาเห อธิฏฺฐาตุํ, อสกฺโกนฺตสฺส วิกปฺปนา จ อนุญฺญาตา. ตเถว ทฺวินฺนมฺปิ สมฺมุขาปรมฺมุขาวิกปฺปนานํ ปรสนฺตกตฺตา วิกปฺปนปจฺจเย อสติ ‘ปริกฺขารโจฬ’นฺติ อธิฏฺฐหิตฺวา ปริภุญฺชิตุํ ภควตา อนุญฺญาตํ สิยา, ยโต ตทธิปฺปายญฺญู เอวํ วทนฺตี’’ติ มหาปจฺจริยมฺปิ วุตฺตํ. ปุพฺเพติอาทิ ‘‘ปาเฏกฺกํ นิธานมุข’’นฺติ วุตฺตสฺส ปโยคทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. อพทฺธสีมายํ ทุปฺปริหารนฺติ วิกปฺปนาทิอตฺถาย อุปจารํ อติกฺกมิตฺวาปิ คมนสมฺภวโต.

วสฺสิกสาฏิกา อนติริตฺตปฺปมาณาติ ตสฺสา อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉทสฺส วุตฺตตฺตา วุตฺตํ. ปจฺจตฺถรณมฺปิ อธิฏฺฐาตพฺพเมวาติ ‘‘อิทํ, ภนฺเต, อมฺหากํ เสนาสนสฺส อุปริ อตฺถริตพฺพ’’นฺติอาทินา ทินฺนํ นาธิฏฺฐาตพฺพํ, ‘‘อิทํ ตุมฺหาก’’นฺติ ทินฺนํ สยํ อธิปฺเปตํว อธิฏฺฐาตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย. ‘‘สกึ อธิฏฺฐิตํ อธิฏฺฐิตเมว โหติ, น ปุน ปจฺจุทฺธรียติ กาลปริจฺเฉทาภาวโต’’ติ ลิขิตํ. ‘‘เอกวจเนนปิ วฏฺฏตีติ อปเร’’ติ วุตฺตํ. เภสชฺชนวกมฺมมาตาปิตุอาทีนํ อตฺถายาติ เอตฺถ ‘‘อิมินา เภสชฺชํ เจตาเปสฺสามิ, อิทํ มาตุยา ทสฺสามี’’ติ ฐเปนฺเตน อธิฏฺฐาตพฺพํ. ‘‘‘อิทํ เภสชฺชสฺส, อิมํ มาตุยา’ติ วิภชนฺเตน อธิฏฺฐานกิจฺจํ นตฺถีติ อปเร’’ติ วุตฺตํ. ‘‘สกภาวํ โมเจตฺวา ฐปนํ สนฺธายาหา’’ติ ลิขิตํ.

‘‘ปุน อธิฏฺฐาตพฺพนฺติ อยํ สงฺคีติโต ปฏฺฐาย อาคตอฏฺฐกถาวาโท. ตโต ปรํ อาจริยานํ ตตฺถ ตตฺถ ยุตฺติวิจารณา’’ติ วุตฺตํ. ปมาณจีวรสฺสาติ ปจฺฉิมปฺปมาณสฺส. เทฺว จีวรานีติ สห อุตฺตราสงฺเคน. เอส นโยติ ปมาณยุตฺเตสุ ยตฺถ กตฺถจีติอาทินโยว. ‘‘ตํ อติกฺกามยโต เฉทนก’’นฺติ (ปาจิ. ๕๓๓) วจนโต อุตฺตริ ปฏิสิทฺธํ, ตโต เหฏฺฐา อปฺปฏิสิทฺธตฺตา วฏฺฏติ. ตตฺถ สิยา – ติจีวรสฺส ปจฺฉิมปฺปมาณํ วิสุํ สุตฺเต นตฺถีติ, น วตฺตพฺพํ, สิกฺขากรณีเยหิ สิทฺธตฺตา. กึ วุตฺตํ โหติ? ‘‘‘ปริมณฺฑลํ นิวาเสสฺสามิ, ปารุปิสฺสามิ, สุปฺปฏิจฺฉนฺโน อนฺตรฆเร คมิสฺสามี’ติ (ปาจิ. ๕๗๖-๕๗๙) วจนโต ยตฺตเกน ปมาเณน ปริมณฺฑลตา, สุปฺปฏิจฺฉนฺนตา จ อฏฺฐกถายํ วุตฺตกฺกเมน สมฺปชฺชตี’’ติ วตฺตพฺพํ. เตสํ วเสน ปจฺฉิมปฺปมาณนฺติ สิทฺธํ, ตญฺจ โข มุฏฺฐิปญฺจกาทิ ยถาวุตฺตเมว วุจฺจเต. เตเนวาห เลสํ ฐเปตฺวา ‘‘วิสุํ สุตฺเต นตฺถี’’ติ.

อปิเจตฺถ อธิปฺเปตํ, ตถาปิ น สเมติเยวาติ อตฺโถ, ตสฺมา ‘‘ยที’’ติอาทิสมฺพนฺโธ อทฺธา วุตฺโต. ยสฺมา ปริจฺฉินฺโน สเมติ จ. อิตเรสุ ปน เอกจฺจสฺมึ อาจริยวาเท เนว ปริจฺเฉโท อตฺถิ. เอกจฺจสฺมึ น ปุพฺพาปรํ สเมตีติ สมฺพนฺโธ. อธิฏฺฐานํ อธิฏฺฐานเมว, ปริโภคกาเล ปน อรชิตํ น วฏฺฏติ. อิทํ สพฺพํ ติจีวเร เอว. อิมสฺส ปน สิกฺขาปทสฺส อยํ สงฺเขปวินิจฺฉโย – อนตฺถเต กถิเน เหมนฺตานํ ปฐมทิวสโต ปฏฺฐาย อตฺถเต กถิเน คิมฺหานํ ปฐมทิวสโต ปฏฺฐาย อุปฺปนฺนจีวรํ สนฺธาย ‘‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมิ’’นฺติอาทิ วุตฺตนฺติ.

เอตฺถาห – ‘‘รชเกหิ โธวาเปตฺวา เสตํ การาเปนฺตสฺสาปิ อธิฏฺฐานํ อธิฏฺฐานเมวา’’ติ วจนโต อรชิเตปิ อธิฏฺฐานํ รุหติ, เตน สูจิกมฺมํ กตฺวา รชิตฺวา กปฺปพินฺทุํ ทตฺวา อธิฏฺฐาตพฺพนฺติ นิยโม น กาตพฺโพติ? วุจฺจเต, กาตพฺโพว ปตฺโต วิย อธิฏฺฐิโต. ยถา ปุน เสตภาวํ, ตมฺพภาวํ วา ปตฺโต อธิฏฺฐานํ น วิชหติ, น จ ปน ตาทิโส อธิฏฺฐานํ อุปคจฺฉติ, เอวเมตํ ทฏฺฐพฺพนฺติ. ‘‘ยโต ปฏฺฐาย ปริโภคาทโย วฏฺฏนฺติ, ตโต ปฏฺฐาย อนฺโตทสาเห อธิฏฺฐาตพฺพ’’นฺติ วทนฺติ.

อวิเสเสน วุตฺตวจนนฺติ อธิฏฺฐาตพฺพํ อธิฏฺเฐติ, วิกปฺเปตพฺพํ วิกปฺเปตีติ เอวํ สวิเสสํ กตฺวา อวจนํ ‘‘น วิกปฺเปตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๕๘) อิมินา วิรุทฺธํ วิย ทิสฺสติ. อิทานิ อิทํ อธิฏฺฐานวิกปฺปนนยปฏิพทฺธํ ขนฺธกํ, ปริวารญฺจ มิสฺเสตฺวา ปกิณฺณกํ วุจฺจติ – ขนฺธเก ตาว ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ติจีวรํ อธิฏฺฐาตุํ น วิกปฺเปตุํ, วสฺสิกสาฏิกํ วสฺสานํ จาตุมาสํ อธิฏฺฐาตุํ, ตโต ปรํ วิกปฺเปตุ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ปริวาเร ‘‘น นว จีวรานิ อธิฏฺฐาตพฺพานิ, น นว จีวรานิ วิกปฺเปตพฺพานี’’ติ (ปริ. ๓๒๙), ‘‘ทสเก ทส, เอกาทสเก เอกาทส จีวรานิ อธิฏฺฐาตพฺพานิ, น วิกปฺเปตพฺพานี’’ติ (ปริ. ๓๓๑) จ อเนกกฺขตฺตุํ วจเนน สุฏฺฐุ ทฬฺหํ กตฺวา ‘‘สพฺพานิ จีวรานิ อธิฏฺฐาตพฺพานิ, น วิกปฺเปตพฺพานี’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา อุโภปิ เต วิรุทฺธา วิย ทิสฺสนฺติ, ขนฺธเก เอว จ ‘‘วสฺสิกสาฏิกํ วสฺสานํ จาตุมาสํ อธิฏฺฐาตุํ ตโต ปรํ วิกปฺเปตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๕๘) วุตฺตํ. ตทฏฺฐกถายํ ‘‘วสฺสิกสาฏิกา อนติริตฺตปฺปมาณา นามํ คเหตฺวา วุตฺตนเยเนว จตฺตาโร วสฺสิเก มาเส อธิฏฺฐาตพฺพา, ตโต ปรํ ปจฺจุทฺธริตฺวา วิกปฺเปตพฺพา’’ติ วุตฺตํ. อิทญฺจ วิรุทฺธํ วิย ทิสฺสติ อญฺญมญฺญํ เหมนฺเต ปจฺจุทฺธารสมฺภวโต, วสฺสาเน วิกปฺปนาสมฺภวโต จ. ตถา อิธ ‘‘อนาปตฺติ อนฺโตทสาหํ อธิฏฺเฐติ วิกปฺเปตี’’ติ วจนปฺปมาณโต สพฺพตฺถ วิกปฺปนาย อปฺปฏิสิทฺธภาโว เวทิตพฺโพติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๙) อฏฺฐกถาวจนํ ปริวารวจเนน วิรุทฺธํ วิย ทิสฺสติ, น หิ วิรุทฺธํ ตถาคตา ภาสนฺติ, ตสฺมา อฏฺฐกถานโยเวตฺถ ปฏิสรณํ, เยน สพฺพมฺปิ ตํ เอกรสํ โหติ. ปริวารฏฺฐกถายญฺจ วุตฺตํ ‘‘น วิกปฺเปตพฺพานีติ อธิฏฺฐิตกาลโต ปฏฺฐาย น วิกปฺเปตพฺพานี’’ติ (ปริ. อฏฺฐ. ๓๒๙). ติจีวรานิ อธิฏฺฐิตกาลโต ปฏฺฐาย, วสฺสิกสาฏิกาทีนิ จ อตฺตโน อตฺตโน อธิฏฺฐานเขตฺเต น อกามา วิกปฺเปตพฺพานีติ อตฺโถ, อวเสสปาฬิ, อตฺโถ จ อิธ อฏฺฐกถายํ วุตฺโต, ตสฺมา สพฺพมฺเปตํ เอกรสนฺติ.

เอตฺถาห – ยทิ เอวํ ‘‘นว จีวรานิ นาธิฏฺฐาตพฺพานี’’ติ จ วตฺตพฺพํ. วิกปฺปิตกาลโต ปฏฺฐาย หิ นาธิฏฺฐาตพฺพานีติ? เอตฺถ วุจฺจเต – ‘‘ติจีวรํ อธิฏฺฐาตุํ น วิกปฺเปตุํ…เป… ปริกฺขารโจฬํ อธิฏฺฐาตุํ น วิกปฺเปตุ’’นฺติ เอตฺถ สพฺพตฺถ อธิฏฺฐาเน ปฏิเสธาทสฺสนโต, วิกปฺปนาย อทสฺสนโต จ ‘‘ตโต ปร’’นฺติ ทฺวีเสฺวว ปริจฺเฉททสฺสนโต จ ‘‘นว จีวรานิ อธิฏฺฐาตพฺพานิ, น วิกปฺเปตพฺพานิ เจว วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อปโร นโย – อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ติจีวรํ อธิฏฺฐาตุํ อกามา. กสฺมา? กาเล อุปฺปนฺนํ อนธิฏฺฐหนฺตสฺส กาลาติกฺกเม อาปตฺติสมฺภวโต, อกาเล อุปฺปนฺนํ อนธิฏฺฐหนฺตสฺส ทสาหาติกฺกเม อาปตฺติสมฺภวโต จ. ตตฺถ ยํ กาเล อุปฺปนฺนํ อปฺปโหนฺเตปิ ทสาเห กาลาติกฺกเม อาปตฺติกรํ, ตํ นิสฺสชฺชนกาเล ‘‘อิทํ เม, ภนฺเต, อติเรกจีวรํ ธาริตํ นิสฺสคฺคิยํ, อิมาหํ สงฺฆสฺสา’’ติอาทินา นิสฺสชฺชิตพฺพํ, อิตรํ ยถาปาฬิเมว. ตตฺถ ปฐมนโย ‘‘โย ปน, ภิกฺขุ, อติเรกจีวรํ ธาเรยฺย นิสฺสคฺคิย’’นฺติ อิมาย ปฐมปญฺญตฺติยา วเสน วุตฺโต, ทุติโย อนุปญฺญตฺติยา วเสน วุตฺโต.

ยถา จ นิสฺสชฺชิตพฺพวตฺถุมฺหิ อสติ ยถาปาฬึ อวตฺวา เกวลํ อาปตฺติ เอว เทเสตพฺพา, ยถา จ วสฺสิกสาฏิกนิสฺสชฺชเน เกวลํ ปริยิฏฺฐมตฺเต ยถาปาฬึ อวตฺวา ยถาสมฺภวํ นิสฺสชฺชิตพฺพํ, ตถา อิทมฺปีติ เวทิตพฺพํ. ยถา สํวจฺฉราติกฺกนฺตํ อติเรกจีวรํ ‘‘ทสาหาติกฺกนฺต’’มิจฺเจว วุจฺจติ. สํวจฺฉรวิปฺปวุตฺถติจีวรํ, มาสาติกฺกนฺตญฺจ ‘‘รตฺติวิปฺปวุตฺถ’’นฺติ จ ‘‘ฉารตฺตวิปฺปวุตฺถ’’นฺติ จ วุจฺจติ, ตถา อิทมฺปิ ‘‘ทสาหาติกฺกนฺต’’มิจฺเจว วุจฺจตีติ เอเก, ตสฺมา สิทฺธมิทํ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ติจีวรํ อธิฏฺฐาตุํ อกามา’’ติ, ตถา อกามา น วิกปฺเปตุนฺติ อตฺโถ. อิจฺฉาย หิ สติ ‘‘ปจฺจุทฺธริตฺวา วิปฺปวาสสุขตฺถํ วิกปฺปนาย โอกาโส ทินฺโน โหติ, ทสาหาติกฺกเม จ อนาปตฺตี’’ติ วจนโต วิกปฺเปตุํ อนุชานามีติ วุตฺตํ โหติ. ตถา วสฺสิกสาฏิกา อกามา อธิฏฺฐาตุํ ทสาหาติกฺกเม อาปตฺติสมฺภวโต. กิตฺตกํ กาลนฺติ เจ? วสฺสานํ จาตุมาสํ, อิจฺฉาย ปน สติ อุทฺธํเยว วิกปฺเปตพฺพํ. ‘‘สพฺพตฺถ วิกปฺปนาย อปฺปฏิสิทฺธภาโว เวทิตพฺโพ’’ติ หิ วุตฺตํ. ‘‘อตฺถาปตฺติ เหมนฺเต อาปชฺชติ, โน คิเมฺห, โน วสฺเส’’ติ (ปริ. ๓๒๓) จ วุตฺตํ, เตน วุตฺตํ อฏฺฐกถายํ ‘‘ตโต ปรํ ปจฺจุทฺธริตฺวา วิกปฺเปตพฺพา’’ติ.

ตตฺรายํ วิจารณา – กทา ปจฺจุทฺธริตพฺพา, กทา วิกปฺเปตพฺพา, กิญฺเจตฺถ ยสฺมา ‘‘ตโต ปร’’นฺติ วุตฺตํ. เหมนฺตญฺจ ปตฺตมตฺเต สา อธิฏฺฐานํ วิชหติ, ตสฺมา ‘‘ปจฺจุทฺธริตฺวา’’ติ น วตฺตพฺพํ อธิฏฺฐานสฺส นตฺถิตาย, อถ ‘‘อนฺโตจาตุมาเส วิกปฺเปตพฺพา’’ติ น วตฺตพฺพํ. ‘‘ตโต ปรํ วิกปฺเปตุ’’นฺติ หิ วุตฺตนฺติ? เอตฺถ เอกจฺเจ วทนฺติ ‘‘วตฺตพฺพเมต’’นฺติ. ยถา ปริวุตฺถปริวาโส, จิณฺณมานตฺโต จ สนฺโต นิฏฺฐิเตสุปิ ปริวาสมานตฺตทิวเสสุ, ตถา นิฏฺฐิเตสุปิ อธิฏฺฐานทิวเสสุ สาธิฏฺฐานเมตนฺติ เอเก. อฏฺฐกถาจริยานํ อิทํ สนฺนิฏฺฐานํ ‘‘กตฺติกปุณฺณมทิวเส ปจฺจุทฺธริตฺวา ปาฏิปททิวเส วิกปฺเปตพฺพา’’ติ. วุตฺตเญฺหตํ ปริวารฏฺฐกถายํ ‘‘กตฺติกปุณฺณมาสิยา ปจฺฉิเม ปาฏิปททิวเส วิกปฺเปตฺวา ฐปิตํ วสฺสิกสาฏิกํ นิวาเสนฺโต เหมนฺเต อาปชฺชติ. กุรุนฺทิยํ ปน ‘กตฺติกปุณฺณมทิวเส อปจฺจุทฺธริตฺวา เหมนฺเต อาปชฺชตี’ติ วุตฺตํ, ตมฺปิ สุวุตฺตํ. ‘จาตุมาสํ อธิฏฺฐาตุํ, ตโต ปรํ วิกปฺเปตุ’นฺติ หิ วุตฺต’’นฺติ (ปริ. อฏฺฐ. ๓๒๓). ตตฺถ กุรุนฺทินโย ปจฺฉา วุตฺตตฺตา สารโต ทฏฺฐพฺโพ, น ปุริโม. นิวาเสนฺโต หิ คิเมฺหปิ โอเรนทฺธมาสํ อาปชฺชติ เอว. อิธ จ ‘‘อตฺถาปตฺติ เหมนฺเต อาปชฺชติ, โน คิเมฺหติ วุตฺต’’นฺติ กุรุนฺทิวจนสฺสายมตฺโถ ทิสฺสติ.

‘‘กตฺติกปุณฺณมทิวเส อปจฺจุทฺธริตฺวา ตสฺมึเยว ทิวเส อวิกปฺเปนฺโต ปจฺฉิมปาฏิปททิวเส อปจฺจุทฺธารปจฺจยา ทุกฺกฏํ อาปชฺชติ, น, อวิกปฺปนปจฺจยา ทสาหปริหารสมฺภวโต’’ติ การณเมเก วทนฺติ. เอวํ สติ เหมนฺเต ปตฺตมตฺเต อธิฏฺฐานํ วิชหตีติ อาปชฺชติ, ตญฺจ อยุตฺตํ. อธิฏฺฐานญฺหิ ‘‘อญฺญสฺส ทาเนน…เป… ฉิทฺทภาเวนาติ อิเมหิ นวหิ การเณหิ วิชหตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๙) วุตฺตํ, น ‘‘อธิฏฺฐานเขตฺตาติกฺกเมน วา’’ติ. อสาธารณตฺตา น วุตฺตนฺติ เจ? น, ‘‘ฉิทฺทภาเวนา’’ติ น วตฺตพฺพปฺปสงฺคโต, ฉิทฺทภาเวน ปน ติจีวรสฺเสว สพฺพฏฺฐกถาสุ อธิฏฺฐานวิชหนสฺส วุตฺตตฺตา. ตสฺมา เหมนฺตสฺส ปฐมทิวเส อปจฺจุทฺธารปจฺจยา ทุกฺกฏํ อาปชฺชติ, น ปจฺจุทฺธริตฺวา อวิกปฺปนปจฺจยา. ‘‘วิกปฺเปตุ’’นฺติ วจนโต ตโต อธิฏฺฐานํ น วิชหตีติ ปญฺญายติ. น หิ กตฺติกปุณฺณมาสิยา ปจฺฉิเม ปาฏิปททิวเส อวิกปฺเปตฺวา เหมนฺเต อาปชฺชตีติ วุตฺตนฺติ อธิปฺปาโย, ยสฺมา ตํ อปจฺจุทฺธารปจฺจยา ทุกฺกฏํ เหมนฺตสฺส ปฐมอรุณกฺขเณ เอว อาปชฺชติ, ตสฺมา ‘‘กตฺติกปุณฺณมทิวเส อปจฺจุทฺธริตฺวา’’ติ วุตฺตํ. ปจฺจุทฺธฏํ ปน เหมนฺเต ทสาหปริหารํ ลภติ. ‘‘ทสาเห อปฺปโหนฺเต จีวรกาลํ นาติกฺกาเมตพฺพา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๓๐) หิ วุตฺตํ, ตญฺจ โข สมเย อุปฺปนฺนํ เจ, นาสมเย. ตถา จ สาธิตํ อปจฺจุทฺธฏํ น นิสฺสคฺคิยํ โหติ, โน จ ตํ ปริทหิตํ, ตสฺมา กตฺติกปุณฺณมทิวเส เอว ปจฺจุทฺธรณญฺจ วิกปฺปนญฺจ กตฺตพฺพนฺติ สิทฺธํ, เอตฺถ จ ยถา อติเรกจีวรํ ทสเม ทิวเส วิกปฺเปนฺเตน ทสาหปรมํ ธาริตํ โหติ, อนฺโตทสาเห จ วิกปฺปิตํ โหติ, ตถา กตฺติกปุณฺณมาย วิกปฺเปนฺเตน วสฺสานํ จาตุมาสํ อธิฏฺฐิตญฺจ โหติ, ตโต ปรํ อนาปตฺติเขตฺเต เอว วิกปฺปนา จ โหตีติ เวทิตพฺพํ. เอตฺตาวตา อตฺถิ วิกปฺปนาเขตฺเต อธิฏฺฐานํ, อธิฏฺฐานเขตฺเต จ วิกปฺปนาติ ทีปิตํ โหติ. อญฺญถา ‘‘อตฺถาปตฺติ อธิฏฺฐาเนน อาปชฺชติ, อนธิฏฺฐาเนน อาปชฺชติ. อตฺถาปตฺติ วิกปฺปนาย อาปชฺชติ, อวิกปฺปนาย อาปชฺชตี’’ติ ทุเกสุ เทฺว ทุกานิ วตฺตพฺพานิ สิยุํ. ตตฺถ ปฐมทุเก ปฐมปทํ สมฺภวติ. วิกปฺปนเขตฺเต หิ วสฺสิกสาฏิกาทีนํ อธิฏฺฐาเนน วินยาติสารทุกฺกฏํ อาปชฺชติ. เอเตเนว ทุติยทุกฺกฏสฺส ทุติยปทํ วุตฺตํ โหติ. อนธิฏฺฐาเนน อาปชฺชตีติ นตฺถิ. อนฺโตทสาเห อนาปชฺชนโต, วิกปฺปนาทิสมฺภวโต จ วิกปฺปนาย อาปชฺชตีติ นตฺถิ สพฺพตฺถ วิกปฺปนาย อปฺปฏิสิทฺธตฺตา, ตสฺมา ตานิ ทุกานิ ‘‘น ลพฺภนฺตี’’ติ น วุตฺตานิ. เอตฺถาห – ยา สา ‘‘อตฺถาปตฺติ เหมนฺเต อาปชฺชตี’’ติ (ปริ. ๓๒๓) วจนปฺปมาณโต ทุกฺกฏาปตฺติ สาธิตา, สา สญฺจิจฺจ อปจฺจุทฺธรนฺตสฺส ยุชฺชติ, อสติยา เจ, กญฺจิ, อนาปตฺติ. กตฺติกปุณฺณมาย ปจฺจุทฺธฏํ สญฺจิจฺจ อวิกปฺปยโต ทุกฺกเฏน สห ปุนทิวเส นิสฺสคฺคิยํ, อสติยา อวิกปฺปยโต นิสฺสคฺคิยเมว อิธ ปฐมปญฺญตฺติยา. ยํ ปน วุตฺตํ มาติกาฏฺฐกถายํ (กงฺขา. อฏฺฐ. กถินสิกฺขาปทวณฺณนา) ‘‘วสฺสิกสาฏิกา วสฺสานมาสาติกฺกเมนาปิ, กณฺฑุปฏิจฺฉาทิ อาพาธวูปสเมนาปิ อธิฏฺฐานํ วิชหติ, ตสฺมา สา ตโต ปรํ วิกปฺเปตพฺพา’’ติ, เตเนตํ วิรุชฺฌติ, น เกวลํ อิทเมว, ‘‘ตโต ปรํ ปจฺจุทฺธริตฺวา วิกปฺเปตพฺพา’’ติ อฏฺฐกถาวจนญฺจ วิรุชฺฌติ. ตโต ปรํ นาม หิ เหมนฺตํ, ตตฺถ เจ ปจฺจุทฺธาโร, ‘‘วสฺสิกสาฏิกา วสฺสานมาสาติกฺกเมนาปี’’ติอาทิ น ยุตฺตํ อธิฏฺฐานาภาเวน ปจฺจุทฺธาราภาวโต. อวิโรโธ จ อิจฺฉิตพฺโพ, ตสฺมา ‘‘ปจฺจุทฺธรณํ วตฺตมตฺต’’นฺติวาโท เอตฺถาปิ สมฺภวตีติ เจ? น, กุรุนฺทิ วจนวิโรธโต. ตตฺถ หิ กตฺติกปุณฺณมาย ปจฺจุทฺธาโร วุตฺโต, ตสฺมา วสฺสานทิวสตฺตา สาธิฏฺฐานาวสา ปจฺจุทฺธรียตีติ น ปจฺจุทฺธาโร วตฺตมตฺตํ, ตสฺมา ‘‘ตโต ปร’’นฺติ ยาว ปุณฺณมา อธิปฺเปตา สิยา. ยถา จายํ วิกปฺโป, ตถา ‘‘วสฺสานมาสาติกฺกเมนาปิ อาพาธวูปสเมนาปี’’ติ อิทมฺปิ อวสฺสํ ปจฺจุทฺธริตพฺพตาย วุตฺตํ สิยา. เอวญฺจ สติ อิธ สมนฺตปาสาทิกาย ตทวจเนน สเมติ. อญฺญถา อิธปิ ตํ วตฺตพฺพํ สิยาติ ยถาวุตฺโตว วิธิ เอตฺถ สมฺภวติ, กิญฺจาปิ สมฺภวติ, ทุวิญฺญาปยสฺส ปน โลกสฺส สุวิญฺญาปนตฺถํ วุตฺตา. ยสฺมา ปน สา วสฺสานาติกฺกเมน อธิฏฺฐานํ วิชหติ, เหมนฺตปฐมารุเณ จ อปจฺจุทฺธารปจฺจยา ทุกฺกฏา สาธิตา, ตสฺมา กตฺติกปุณฺณมายเมว ปจฺจุทฺธริตฺวา วิกปฺเปตพฺพา, อวิกปฺปิตาย ‘‘นิสฺสคฺคิยาปชฺชนเมวา’’ติ วตฺตพฺพํ. เอตฺตาวตาปิ สนฺโตสํ อกตฺวา วินิจฺฉโย ปริเยสิตพฺโพ. โหติ เจตฺถ –

‘‘เอวํ อภาวํ วินยสฺส ปาฬิ,

ภินฺนํ อภินฺนญฺจ ตทตฺถยุตฺตึ;

วิญฺญาตุกาเมน ตทตฺถวิญฺญู,

ปริเยสิตพฺพา วินเย วิญฺญายา’’ติ.

‘‘ตุยฺหํ คณฺหาหี’’ติ วุตฺเต วินาปิ ‘‘มยฺหํ คณฺหามี’’ติ วจเนน สุทินฺนํ โหติ. อิตโร เจ อธิวาเสติ, เตนาปิ สุคฺคหิตํ โหติ, โน เจ อธิวาเสติ, เทนฺเตน สุทินฺนํ. ตํ ปน วตฺถุ น กสฺสจิ โหติ. ตถา ‘‘มยฺหํ คณฺหามี’’ติ วทติ, สามิโก เจ อธิวาเสติ, วินาปิ ‘‘คณฺหาหี’’ติ วจเนน สุคฺคหิตํ. โน เจ อธิวาเสติ, สามิกสฺเสว ตํ, น หิ ตสฺเสตํ วินยกมฺมนฺติ เอตฺถ วินยกมฺมสฺสตฺถาย เจ คณฺหาติ, น วฏฺฏติ. น เกวลํ อตฺตโน อตฺถาย คหิตํ, ปุน ตสฺสปิ เทติ, วฏฺฏตีติ จ. ตถา อนเปกฺโข หุตฺวา ปรสฺส วิสฺสชฺเชตฺวา ปุน เตน ทินฺนํ วา ตสฺส วิสฺสาสนฺโต วา ปริภุญฺชติ, วฏฺฏติ. ตตฺถาปิ วินยกมฺมวเสน น วฏฺฏตีติ เอเก. เต เอว ‘‘มหนฺตํ วา ขุทฺทกํ กโรตี’’ติ เอตฺถ ‘‘ติจีวเร ทีฆโต วิทตฺถิ อนติกฺกมิตฺวา ฉินฺทิตฺวา กโรติ, เอวํ เสเสสุปี’’ติ วทนฺติ. เอวรูเปสุ ฐาเนสุ โปราณาจริยานํ กถามคฺคํ สุฏฺฐุ อาจริยกุลเสวนาย สญฺชานิตฺวา เตน สํสนฺทิตฺวา สโต สมฺปชาโน หุตฺวา โสตูนญฺจ จิตฺตํ อวิโมเหตฺวา กเถตพฺพํ. เอสา อมฺหากํ อายาจนา.

ปฐมกถินสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.