๔. อตฺตกามปาริจริยสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๙๐. จตุตฺเถ ตโย สงฺฆาทิเสสวารา อาคตา, เสสา สตฺตปญฺญาส วารา ถุลฺลจฺจยทุกฺกฏาปตฺติกาย สํขิตฺตาติ เวทิตพฺพา, ตโต อญฺญตโร อสมฺภวโต อิธ น อุทฺธโฏ. เสสโยชนกฺกโม วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ. นครปริกฺขาเรหีติ ปาการปริขาทีหิ นครปริวาเรหิ. เสตปริกฺขาโรติ เสตาลงฺกาโร, สีลาลงฺกาโรติ อตฺโถ (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๓.๕.๔). จกฺกวีริโยติ วีริยจกฺโก. วสลํ ทุคฺคนฺธนฺติ นิมิตฺตํ สนฺธายาห, ตเทว สนฺธาย ‘‘กึ เม ปาปกํ, กึ เม ทุคฺคนฺธ’’นฺติ วุตฺตํ.
๒๙๑. สนฺติเกติ ยตฺถ ฐิโต วิญฺญาเปติ. ‘‘ปฐมวิคฺคเห สเจ ปาฬิวเสน โยเชตีติ กามเหตุปาริจริยาอตฺโถ. เสสนฺติ ‘อธิปฺปาโย’ติ ปทํ พฺยญฺชนํ อตฺถาภาวโต. ทุติเย ปาฬิวเสน กามเหตุ-ปทานิ พฺยญฺชนานิ เตสํ ตตฺถ อตฺถาภาวโต. เอวํ จตฺตาริ ปทานิ ทฺวินฺนํ วิคฺคหานํ วเสน โยชิตานีติ อปเร วทนฺตี’’ติ วุตฺตํ.
๒๙๕. เอเตสุ สิกฺขาปเทสุ เมถุนราเคน วีติกฺกเม สติ สงฺฆาทิเสเสน อนาปตฺติ. ตสฺมา ‘‘กึ ภนฺเต อคฺคทานนฺติ. เมถุนธมฺม’’นฺติ อิทํ เกวลํ เมถุนธมฺมสฺส วณฺณภณนตฺถํ วุตฺตํ, น เมถุนธมฺมาธิปฺปาเยน ตทตฺถิยา วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ, ปรสฺส ภิกฺขุโน กามปาริจริยาย วณฺณภณเน ทุกฺกฏํ. ‘‘โย เต วิหาเร วสติ, ตสฺส อคฺคทานํ เทหี’’ติ ปริยายวจเนนปิ ทุกฺกฏํ. ‘‘อตฺตกามปาริจริยาย วณฺณํ ภาเสยฺย. ยา มาทิสํ สีลวนฺต’’นฺติ จ วุตฺตตฺตาติ เอเก. ปญฺจสุ องฺเคสุ สพฺภาวา สงฺฆาทิเสโสวาติ เอเก. วิจาเรตฺวา คเหตพฺพํ. คณฺฐิปเท ปน ‘‘อิมสฺมึ สิกฺขาปททฺวเย กายสํสคฺเค วิย ยกฺขิเปตีสุ ทุฏฺฐุลฺลตฺตกามวจเน ถุลฺลจฺจย’นฺติ วทนฺติ. อฏฺฐกถาสุ ปน นาคต’’นฺติ ลิขิตํ. ‘‘อุภโตพฺยญฺชนโก ปน ปณฺฑกคติโกวา’’ติ วทนฺติ.
อตฺตกามปาริจริยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.