๒. กายสํสคฺคสิกฺขาปทวณฺณนา

๒๗๐. ‘‘โอติณฺโณ’’ติ อิมินาสฺส เสวนาธิปฺปายตา ทสฺสิตา. ‘‘วิปริณเตน จิตฺเตน มาตุคาเมน สทฺธิ’’นฺติ อิมินาสฺส วายาโม ทสฺสิโต. ‘‘สทฺธิ’’นฺติ หิ ปทํ สํโยคํ ทีเปติ, โส จ ปโยโค สมาคโม อลฺลียนํ. เกน จิตฺเตน? วิปริณเตน จิตฺเตน, น ปตฺตปฏิคฺคหณาธิปฺปายาทินาติ อธิปฺปาโย. ‘‘กายสํสคฺคํ สมาปชฺเชยฺยา’’ติ อิมินาสฺส วายมโต ผสฺสปฏิวิชานนา ทสฺสิตา โหติ. วายมิตฺวา ผสฺสํ ปฏิวิชานนฺโต หิ สมาปชฺชติ นาม. เอวมสฺส ติวงฺคสมฺปตฺติ ทสฺสิตา โหติ. อถ วา โอติณฺโณ. เกน? วิปริณเตน จิตฺเตน ยกฺขาทินา สตฺโต วิย. อุปโยคตฺเถ วา เอตํ กรณวจนํ. โอติณฺโณ วิปริณตํ จิตฺตํ กูปาทึ วิย สตฺโต. อถ วา ‘‘ราคโต อุตฺติณฺโณ ภวิสฺสามี’’ติ ภิกฺขุภาวํ อุปคโต, ตโต อุตฺติณฺณาธิปฺปายโต วิปริณเตน จิตฺเตน เหตุภูเตน ตเมว ราคํ โอติณฺโณ. มาตุคาเมน อตฺตโน สมีปํ อาคเตน, อตฺตนา อุปคเตน วา. เอเตน มาตุคามสฺส สารตฺตตา วา โหตุ วิรตฺตตา วา, สา อิธ อปฺปมาณา, น ภิกฺขุนีนํ กายสํสคฺเค วิย อุภินฺนํ สารตฺตตาย ปโยชนํ อตฺถิ.

กายสํสคฺคนฺติ อุภินฺนํ กายานํ สมฺปโยคํ. ปทภาชเน ปน ‘‘สมาปชฺเชยฺยาติ อชฺฌาจาโร วุจฺจตี’’ติ วุตฺตํ, ตํ สมาปชฺชนํ สนฺธาย, น กายสํสคฺคํ. กายสํสคฺคสฺส สมาปชฺชนา หิ ‘‘อชฺฌาจาโร’’ติ วุจฺจติ. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘โย โส กายสํสคฺโค นาม, โส อตฺถโต อชฺฌาจาโร โหตี’’ติ วุตฺตํ, ตํ ปรโต ปาฬิยํ ‘‘เสวนาธิปฺปาโย, น จ กาเยน วายมติ, ผสฺสํ ปฏิวิชานาติ, อนาปตฺตี’’ติ (ปารา. ๒๗๙) วุตฺตลกฺขเณน วิรุชฺฌตีติ. ผสฺสปฏิวิชานนาย หิ สํสคฺโค ทีปิโต. โส เจ อชฺฌาจาโร โหติ, กถํ อนาปตฺติ โหตีติ. สุวุตฺตเมตํ, กินฺตุ ‘‘กายสํสคฺคํ สมาปชฺเชยฺยา’’ติ ปทํ อุทฺธริตฺวา ‘‘อชฺฌาจาโร วุจฺจตี’’ติ อุภินฺนมฺปิ ปทานํ สามญฺญภาชนียตฺตา, สมาปชฺชิตพฺพาภาเว สมาปชฺชนาภาเวน ‘‘โส อตฺถโต อชฺฌาจาโร โหตี’’ติ วุตฺตํ สิยา.

‘‘หตฺถคฺคาหํ วา’’ติ เอตฺถ หตฺเถน สพฺโพปิ อุปาทินฺนโก กาโย สงฺคหิโต, น ภินฺนสนฺตาโน ตปฺปฏิพทฺโธ หตฺถาลงฺการาทิ. เวณิคฺคหเณน อนุปาทินฺนโก อภินฺนสนฺตาโน เกสโลมนขทนฺตาทิโก กมฺมปจฺจยอุตุสมุฏฺฐาโน คหิโตติ เวทิตพฺพํ. เตเนวาห อฏฺฐกถายํ ‘‘อนุปาทินฺนเกนปิ เกนจิ เกสาทินา อุปาทินฺนกํ วา อนุปาทินฺนกํ วา ผุสนฺโตปิ สงฺฆาทิเสสํ อาปชฺชติเยวา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๗๔). เตน อนุปาทินฺนกานมฺปิ เกสโลมาทีนํ องฺคภาโว เวทิตพฺโพ. เอวํ สนฺเตปิ ‘‘ผสฺสํ ปฏิชานาตีติ ติวงฺคสมฺปตฺติยา สงฺฆาทิเสโส. ผสฺสสฺส อปฺปฏิวิชานนโต ทุวงฺคสมฺปตฺติยา ทุกฺกฏ’’นฺติ อิมินา ปาฬิอฏฺฐกถานเยน วิรุชฺฌตีติ เจ? น, ตทตฺถชานนโต. ผุฏฺฐภาวญฺหิ ปฏิวิชานนฺโตปิ ผสฺสํ ปฏิวิชานาติ นาม, อยเมโก อตฺโถ, ตสฺมา มาตุคามสฺส, อตฺตโน จ กายปริยาปนฺนานํ เกสาทีนํ อญฺญมญฺญํ ผุฏฺฐภาวํ ผุสิตฺวา ตํ สาทิยนํ ผสฺสํ ปฏิวิชานาติ นาม, น กายวิญฺญาณุปฺปตฺติยา เอว. อเนกนฺติกเญฺหตฺถ กายวิญฺญาณํ. มาตุคามสฺส อุปาทินฺนเกน กาเยน, อนุปาทินฺนเกน วา กาเยน ภิกฺขุโน อุปาทินฺนกกาเย ผุฏฺเฐ ปสนฺนกายินฺทฺริโย เจ โหติ, ตสฺส กายวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชติ, เตเนว ผสฺสํ ปฏิวิชานาติ นาม โส โหติ. อนุปาทินฺนกกาโย, โลลุปฺโป อปฺปสนฺนกายินฺทฺริโย วา โหติ, ติมิรวาเตน อุปหตกาโย วา ตสฺส กายวิญฺญาณํ นุปฺปชฺชติ. น จ เตน ผสฺสํ ปฏิวิชานาติ นาม, เกวลํ เสวนาธิปฺปาเยน วายมิตฺวา กายสํสคฺคํ สมาปชฺชนฺโต ผสฺสํ ปฏิวิชานาติ นาม มโนวิญฺญาเณน, เตน วุตฺตํ ‘‘กายสํสคฺคํ สมาปชฺเชยฺยาติ อิมินาสฺส วายมโต ผสฺสปฏิวิชานนา ทสฺสิตา’’ติ. อปโรปิ ภิกฺขุ มาตุคามสฺส กายปฏิพทฺเธน วา นิสฺสคฺคิเยน วา ผุฏฺโฐ กายวิญฺญาณํ อุปฺปาเทนฺเตน ผสฺสํ ปฏิวิชานาติ นาม, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อเนกนฺติกเญฺหตฺถ กายวิญฺญาณ’’นฺติ. อปโร วตฺถํ ปารุปิตฺวา นิทฺทายนฺตํ มาตุคามํ กายสํสคฺคราเคน วตฺถสฺส อุปริภาเค สณิกํ ผุสนฺโต วตฺถนฺตเรน นิกฺขนฺตโลมสมฺผสฺสํ อปฺปฏิวิชานนฺโตปิ เสวนาธิปฺปาโย กาเยน วายมิตฺวา ผสฺสํ ปฏิวิชานาติ นาม, สงฺฆาทิเสสํ อาปชฺชติ. ‘‘นีลํ ฆฏฺเฏสฺสามีติ กายํ ฆฏฺเฏติ, สงฺฆาทิเสโส’’ติ หิ วุตฺตํ. อยํ ทุติโย อตฺโถ. เอวํ อเนกตฺถตฺตา, เอวํ ทุวิญฺเญยฺยาธิปฺปายโต จ มาติกาฏฺฐกถายํ ผสฺสปฏิวิชานนํ องฺคนฺเตฺวว น วุตฺตํ. ตสฺมิญฺหิ วุตฺเต ฐานเมตํ วิชฺชติ, ยํ ภิกฺขุ สงฺฆาทิเสสํ อาปชฺชิตฺวาปิ นเขน โลเมน สํสคฺโค ทิฏฺโฐ, น จ เม โลมฆฏฺฏเนน กายวิญฺญาณํ อุปฺปนฺนํ, ติมิรวาตถทฺธคตฺโต จาหํ น ผสฺสํ ปฏิวิชานามีติ อนาปนฺนสญฺญี สิยาติ น วุตฺตํ, อปิจ ‘‘ผสฺสํ ปฏิวิชานาติ, น จ ผสฺสํ ปฏิวิชานาตี’’ติ จ เอเตสํ ปทานํ อฏฺฐกถายํ วุตฺตนยํ ทสฺเสตฺวา โส ปญฺญาเปตพฺโพ. เอตฺตาวตา น ตทตฺถชานนโตติ การณํ วิตฺถาริตํ โหติ.

ปทภาชนียวณฺณนา

๒๗๑. ‘‘รตฺตํ จิตฺตํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปตํ วิปริณต’’นฺติ กิญฺจาปิ สามญฺเญน วุตฺตํ, วินีตวตฺถูสุ ‘‘มาตุยา มาตุเปเมน อามสติ…เป… อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ วุตฺตตฺตา กายสํสคฺคราเคเนว รตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ตถา ‘‘มาตุคาโม นาม มนุสฺสิตฺถี’’ติ กิญฺจาปิ อวิเสเสน วุตฺตํ, อถ โข อวินฏฺฐินฺทฺริยาว มนุสฺสิตฺถี อิธาธิปฺเปตา ‘‘มติตฺถิยา กายสํสคฺคํ สมาปชฺชิ…เป… อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ วุตฺตตฺตา. ‘‘มนุสฺสิตฺถี’’ติ เอตฺตาวตา สิทฺเธ ‘‘น ยกฺขี น เปตี น ติรจฺฉานคตา’’ติ วจนํ อวินฏฺฐินฺทฺริยาปิ น สพฺพา มนุสฺสวิคฺคหา อิตฺถี อิธ มนุสฺสิตฺถี นาม. ยกฺขิอาทโย หิ อตฺตโน ชาติสิทฺเธน อิทฺธิวิเสเสน อิชฺฌนฺติโย มนุสฺสวิคฺคหาปิ โหนฺตีติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ตาสุ ยกฺขี ถุลฺลจฺจยวตฺถุ โหติ วินีตวตฺถูสุ ยกฺขิยา กายสํสคฺเคน ถุลฺลจฺจยสฺส วุตฺตตฺตา. ตทนุโลมตฺตา เปติตฺถี, เทวิตฺถี จ ถุลฺลจฺจยวตฺถุ. ติรจฺฉานคติตฺถี ทุกฺกฏวตฺถุ. ติรจฺฉานคตมนุสฺสวิคฺคหิตฺถี จ ถุลฺลจฺจยวตฺถุเมวาติ เอเก. วิภงฺเค ปน ‘‘มนุสฺสิตฺถี จ โหติ มนุสฺสิตฺถิสญฺญี’’ติ ปาฬิยา อภาเวน ‘‘อิตฺถี จ โหติ ยกฺขิสญฺญี’’ติอาทิวจเน สติ ยกฺขิอาทีนํ อนิตฺถิตาปสงฺคโต, ‘‘อิตฺถี จ โหติ อิตฺถิสญฺญี’’ติอาทิมฺหิ ยกฺขิอาทีนํ อนฺโตกรเณ สติ ตาสํ สงฺฆาทิเสสวตฺถุภาวปฺปสงฺคโต จ ยกฺขิอาทโย น วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. เอเก ปน ‘‘วินีตวตฺถุมฺหิ ‘อญฺญตโร ภิกฺขุ ติรจฺฉานคติตฺถิยา กาย…เป… ทุกฺกฏสฺสา’ติ เอตฺถ อมนุสฺสวิคฺคหา ปากติกติรจฺฉานคติตฺถี อธิปฺเปตา, ตสฺมา ทุกฺกฏํ วุตฺตํ. ‘อิตฺถี จ โหติ ติรจฺฉานคตสญฺญีติ ติรจฺฉานคตา จ โหติ อิตฺถิสญฺญี’ติอาทิวาเรสุปิ ปากติกติรจฺฉานคโตว อธิปฺเปโต, โส จ ติรจฺฉานคตปุริโสว. เตเนว ทุฏฺฐุลฺลวาจาอตฺตกอามปาริจริยสิกฺขาปเทสุ มนุสฺสปุริสปฏิสํยุตฺตวารา วิย ติรจฺฉานปฏิสํยุตฺตวาราปิ นาคตา’’ติ วทนฺติ. ตถา ปณฺฑโกติ อิธ มนุสฺสปณฺฑโกว, ปุริโสติ จ อิธ มนุสฺสปุริโสว อาคโต, ตสฺมา อมนุสฺสิตฺถี อมนุสฺสปณฺฑโก อมนุสฺสปุริโส ติรจฺฉานคติตฺถี ติรจฺฉานคตปณฺฑโก มนุสฺสามนุสฺสติรจฺฉานคตอุภโตพฺยญฺชนกา จาติ อฏฺฐ ชนา อิธ นาคตา, เตสํ วเสน วตฺถุสญฺญาวิมติเภทวเสน อาปตฺติเภทาเภทวินิจฺฉโย, อนาคตวารคณนา จ อสมฺมุยฺหนฺเตน เวทิตพฺพา, ตถา เตสํ ทุกมิสฺสกาทิวารา, อาปตฺติอนาปตฺติเภทวินิจฺฉโย จ. ‘‘ตตฺถ อมนุสฺสปณฺฑกอมนุสฺสปุริสติรจฺฉานคติตฺถิติรจฺฉานคตปณฺฑกาติ จตฺตาโร ทุกฺกฏวตฺถุกา, อมนุสฺสิตฺถิมนุสฺสอุภโตพฺยญฺชนกา ถุลฺลจฺจยวตฺถุกา, อมนุสฺสอุภโตพฺยญฺชนกา ติรจฺฉานคตอุภโตพฺยญฺชนกา ทุกฺกฏวตฺถุกา, ปาฬิยํ ปน อมนุสฺสิตฺถิยา อนาคตตฺตา อมนุสฺสปณฺฑกา, อุภโตพฺยญฺชนกา ปุริสา จ นาคตา. ติรจฺฉานคติตฺถิปณฺฑกอุภโตพฺยญฺชนกา ติรจฺฉานคตปุริเสน สมานคติกตฺตา นาคตา, มนุสฺสอุภโตพฺยญฺชนโก มนุสฺสปณฺฑเกน สมานคติกตฺตา อนาคโต’’ติ วทนฺติ. อฏฺฐกถายํ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๘๑) ปน ‘‘นาคมาณวิกายปิ สุปณฺณมาณวิกายปิ กินฺนริยาปิ คาวิยาปิ ทุกฺกฏเมวา’’ติ วุตฺตตฺตา ตเทว ปมาณโต คเหตพฺพํ.

ตตฺรายํ วิจารณา – ‘‘น, ภิกฺขเว, ติรจฺฉานคตสฺส นิสินฺนปริสาย ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตพฺพ’’นฺติ (มหาว. ๑๘๓) เอตฺถ ‘‘ติรจฺฉานคโตติ ยสฺส อุปสมฺปทา ปฏิกฺขิตฺตา’’ติ (กงฺขา. อฏฺฐ. นิทานวณฺณนา) อฏฺฐกถายํ วุตฺตตฺตา ติรจฺฉานคตมนุสฺสวิคฺคโห ปากติกติรจฺฉานคตโต วิสิฏฺโฐ, ตถา ยกฺขเปตติรจฺฉานคตมนุสฺสวิคฺคหานํ ‘‘ติรจฺฉานคตสฺส จ ทุกฺขุปฺปตฺติยํ อปิจ ทุกฺกฏเมวา’’ติ เอตฺถ วิเสเสตฺวา วุตฺตตฺตา จ ‘‘ปตนรูปํ ปมาณํ, น มรณรูป’’นฺติ เอตฺถ อาปตฺติวิเสสวจนโต จ ‘‘อุภโต อวสฺสุเต ยกฺขสฺส วา เปตสฺส วา ปณฺฑกสฺส วา ติรจฺฉานคตมนุสฺสวิคฺคหสฺส วา อธกฺขกํ อุพฺภชาณุมณฺฑลํ กาเยน กายํ อามสติ, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ (ปาจิ. ๖๖๑) สามญฺเญน วจนโต จ โส วิสิฏฺโฐติ สิทฺธํ. วิสิฏฺฐตฺตา จ ติรจฺฉานคตมนุสฺสวิคฺคหิตฺถิยา กายสํสคฺคํ สมาปชฺชนฺตสฺสาติ วิเสโส โหติ, ตสฺมา ตตฺถ อาปตฺติวิเสเสน ภวิตพฺพํ. ยทิ กายสํสคฺคสิกฺขาปเท ติรจฺฉานคตมนุสฺสวิคฺคหิตฺถีปิ อธิปฺเปตา, รูปสามญฺเญน สญฺญาวิราคตฺตาสมฺภวโต ทุฏฺฐุลฺลวาจาอตฺตกามปาริจริยสิกฺขาปเทสุปิ สา วตฺตพฺพา ภเวยฺย, สา จานาคตา. สรูเปน สํขิตฺตวารตฺตา นาคตาติ เจ? อิตฺถี จ โหติ ติรจฺฉานคโต จ อุภินฺนํ อิตฺถิสญฺญีติ อิธ อาคตตฺตา ปุริสลิงฺคนิทฺเทโส น ยุชฺชติ, ตสฺมา ติรจฺฉานคตปุริโส จ อิธ อาคโต, ติรจฺฉานคตมนุสฺสวิคฺคหิตฺถิยา ปาฬิยํ อนาคตายปิ ทุกฺกฏเมว อฏฺฐกถายํ วุตฺตตฺตาติ อิมสฺส วจนสฺส การณจฺฉายา ปริเยสิตพฺพาติ อธิปฺปาโย. อิทํ น ยุชฺชติ. กสฺมา? อิตฺถีนํ, ปุริสานญฺจ เอกโต วจเน ปุริสลิงฺคสพฺภาวโต. อิธ ติรจฺฉานคตปุริสปณฺฑกิตฺถิโย ติสฺโสปิ เอกโต สมฺปิณฺเฑตฺวา ‘‘ติรจฺฉานคโต’’ติ วุตฺตํ.

ตตฺถ จ มนุสฺสวิคฺคหามนุสฺสวิคฺคเหสุ อิตฺถิปณฺฑกปุริสสญฺญิตา ยถาสมฺภวํ เวทิตพฺพา. ทุฏฺฐุลฺลวาจาทิสิกฺขาปททฺวเย วารานํ สํขิตฺตตฺตา ปุริสติรจฺฉานคตาทโย นาคตา. ยถาวุตฺเตสุ อาปตฺติ, ตถา ตตฺถาปิ. อญฺญถา ปุริสํ โอภาสนฺตสฺส จ อนาปตฺตีติ ปณฺฑกํ โอภาสนฺตสฺส จ ถุลฺลจฺจยนฺติ มาติกาฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. ตสฺมา เต วารา สํขิตฺตาติ ปญฺญายนฺตีติ. วิเสโส จ ปณฺฑเก, ปุริเส, ติรจฺฉานคเต จ อิตฺถิสญฺญิสฺส อตฺถิ, ตถาปิ ตตฺถ ทุกฺกฏํ วุตฺตํ, ตสฺมา อฏฺฐกถายํ วุตฺตเมว ปมาณนฺติ ทฺวินฺนเมเตสํ วาทานํ ยตฺถ ยุตฺติ วา การณํ วา อติเรกํ ทิสฺสติ, ตํ วิจาเรตฺวา คเหตพฺพนฺติ อาริจโย. เอวรูเปสุ ฐาเนสุ สุฏฺฐุ วิจาเรตฺวา กเถตพฺพํ.

ตตฺถ ปาฬิยํ อาคตวารคณนา ตาว เอวํ สงฺเขปโต เวทิตพฺพา – อิตฺถิมูลกา ปญฺจ วารา ปณฺฑกปุริสติรจฺฉานคตมูลกา จ ปญฺจ ปญฺจาติ วีสติ วารา เอกมูลกา, ตถา ทุมูลกา วีสติ, มิสฺสกมูลกา วีสตีติ สฏฺฐิ วารา, ตานิ ตีณิ วีสติกานิ โหนฺติ. เอเกกสฺมึ วีสติเก เอเกกมูลวารํ คเหตฺวา กาเยน กายปฏิพทฺธวารา ตโย วุตฺตา. เสสา สตฺตปญฺญาส วารา สํขิตฺตา, ตถา กายปฏิพทฺเธน กายวารา ตโย วุตฺตา, เสสา สํขิตฺตา, เอวํ กายปฏิพทฺเธน กายปฏิพทฺธวาเรปิ นิสฺสคฺคิเยน กายวาเรปิ นิสฺสคฺคิเยน กายปฏิพทฺธวาเรปิ นิสฺสคฺคิเยน นิสฺสคฺคิยวาเรปิ ตโย ตโย วารา วุตฺตา, เสสา สํขิตฺตา. เอวํ ฉนฺนํ ติกานํ วเสน อฏฺฐารส วารา อาคตาติ สรูปโต วุตฺตา, เสสา เทฺวจตฺตาลีสาธิกานิ ตีณิ วารสตานิ สํขิตฺตานิ. ตโต ปรํ มาตุคามสฺส สารตฺตปกฺเข กาเยน กายนฺติ เอกเมกํ วฑฺเฒตฺวา ปุพฺเพ วุตฺตา อฏฺฐารส วารา อาคตาติ เอกวีสติ วารา สรูเปน อาคตา, นวนวุตาธิกานิ ตีณิ วารสตานิ สํขิตฺตานิ. ตโต ปรํ อาปตฺตานาปตฺติทีปกา จตฺตาโร เสวนาธิปฺปายมูลกา จตฺตาโร โมกฺขาธิปฺปายมูลกาติ เทฺว จตุกฺกา อาคตา.

ตตฺถายํ วิเสโส – ยทิทํ มาติกาย ปรามสนปทํ, เตน ยสฺมา อามสนาทีนิ ฉุปนปริโยสานานิ ทฺวาทสปิ ปทานิ คหิตานิ, ตสฺมา ปทุทฺธารํ อกตฺวา ‘‘อามสนา ปรามสนํ ฉุปน’’นฺติ อาห. ปรามสนํ นาม อามสนา. ‘‘ฉุปน’’นฺติ หิ วุตฺเต ปรามสนมฺปิ วิสุํ เอกตฺตํ ภเวยฺยาติ เวทิตพฺพํ. อิตฺถี จ โหติ อิตฺถิสญฺญี จาติ อิมสฺมึ ปฐมวาเร เอว ทฺวาทสปิ อามสนาทีนิ โยเชตฺวา ทสฺสิตานิ. ตโต ปรํ อาทิมฺหิ เทฺว ปทานีติ จตฺตาริ ปทานิ อาคตานิ, อิตรานิ สํขิตฺตานีติ เวทิตพฺพานิ. นิสฺสคฺคิเยน กายวาราทีสุ ปน สพฺพากาเรน อลาภโต อามสนเมเวกํ อาคตํ, เนตรานิ. ‘‘สญฺโจเปติ หรตี’’ติ ปาโฐ, สญฺโจเปติ จ. คณฺฐิปเทสุ ปน ‘‘ปุริมนเยเนวาติ รชฺชุวตฺถาทีหิ ปริกฺขิปเน’’ติ จ ปจฺฉา ‘‘ปุริมนเยเนวาติ สมฺมสนา โหตี’’ติ จ ‘‘เวณิคฺคาเห อาปตฺติยา ปญฺญตฺตตฺตา โลมผุสเนปิ สงฺฆาทิเสโส’’ติ จ ‘‘ตํ ปกาเสตุํ อุปาทินฺนเกน หีติอาทิ วุตฺต’’นฺติ จ ลิขิตํ.

ยถานิทฺทิฏฺฐนิทฺเทเสติ อิมสฺมึเยว ยถานิทฺทิฏฺเฐ นิทฺเทเส. ‘‘สทิสํ อคฺคเหสี’’ติ วุตฺเต ตาทิสํ อคฺคเหสีติ ครุกํ ตตฺถ การเยติ อตฺโถ, กายสํสคฺควิภงฺเค วาติ อตฺโถ. อิตโรปิ กายปฏิพทฺธฉุปนโก. คหเณ จาติ คหณํ วา. วิราคิเตติ วิรทฺเธ. สารตฺตนฺติ กายสํสคฺคราเคน รตฺตํ, อตฺตนา อธิปฺเปตนฺติ อตฺโถ. ‘‘มาตุภคินิอาทิวิรตฺตํ คณฺหิสฺสามี’’ติ วิรตฺตํ ญาติเปมวเสน คณฺหิ, เอตฺถ ทุกฺกฏํ ยุตฺตํ. ‘‘กายสํสคฺคราคํ วา สารตฺตํ คณฺหิสฺสามี’’ติ วิรตฺตํ มาตรํ คณฺหิ, อนธิปฺเปตํ คณฺหิ. เอตฺถ มหาสุมตฺเถรวาเทน ถุลฺลจฺจยํ ‘‘กายํ คณฺหิสฺสามี’’ติ กายปฺปฏิพทฺธํ คณฺหาติ, ถุลฺลจฺจยนฺติ ลทฺธิกตฺตา. ‘‘อิตฺถี จ โหติ อิตฺถิสญฺญี สารตฺโต จ, ภิกฺขุ จ นํ อิตฺถิยา กาเยน กายํ อามสติ, อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺสา’’ติ (ปารา. ๒๗๓) วจนโต สงฺฆาทิเสโสปิ ขายติ. ‘‘วิรตฺตํ คณฺหิสฺสามี’’ติ สารตฺตํ คณฺหาติ, เอตฺถปิ สงฺฆาทิเสโสว ขายติ ‘‘นีลํ ฆฏฺเฏสฺสามี’ติ กายํ ฆฏฺเฏติ, สงฺฆาทิเสโส’’ติ วจนโต. เอตฺถ ปน ‘‘น ปุพฺพภาเค กายสํสคฺคราคตฺตา’’ติ อนุคณฺฐิปเท การณํ วุตฺตํ. เกจิ ปน ‘‘ครุกาปตฺติภเยน ‘นีลเมว ฆฏฺเฏสฺสามี’ติ วายามนฺโต กายํ ฆฏฺเฏติ, ปุพฺพภาเค ตสฺส ‘กายปฏิพทฺธํ ฆฏฺเฏสฺสามี’ติ ปวตฺตตฺตา ทุกฺกเฏน ภวิตพฺพ’’นฺติ วทนฺติ. ธมฺมสิริตฺเถโร ‘‘เอวรูเป สงฺฆาทิเสโส’’ติ วทติ กิร. ‘‘อิตฺถิอุภโตพฺยญฺชนกอิตฺถิยา ปุริสอุภโตพฺยญฺชนกปุริเส วุตฺตนเยน อาปตฺติเภโท, อิตฺถิลิงฺคสฺส ปฏิจฺฉนฺนกาเลปิ อิตฺถิวเสเนว อาปตฺตี’’ติ วทนฺติ.

วินีตวตฺถุวณฺณนา

๒๘๑. ติณณฺฑุปกนฺติ หิริเวราทิมูลานิ คเหตฺวา กตฺตพฺพํ. ตาลปณฺณมุทฺทิกนฺติ ตาลปณฺณมยํ องฺคุลิมุทฺทิกํ, เตน ตาลปณฺณมยํ กฏํ, กฏิสุตฺตกํ, กณฺณปิฬนฺธนาทิ สพฺพํ น วฏฺฏตีติ สิทฺธํ. ตมฺพปณฺณิวาสิโน อิตฺถิรูปํ ลิขิตํ, กฏิกปฏญฺจ น ฉุปนฺติ กิร. อากรโต มุตฺตมตฺโต. รตนมิสฺโสติ อลงฺการตฺถํ กโต กญฺจนลตาทิวินทฺโธ. สุวณฺเณน สทฺธึ โยเชตฺวา ปจิตฺวาติ สุวณฺณรสํ ปกฺขิปิตฺวา ปจิตฺวา. พีชโต ธาตุปาสาณโต ปฏฺฐาย. เถโร น กปฺปตีติ ‘‘ตุมฺหากํ เปสิต’’นฺติ วุตฺตตฺตา. ‘‘เจติยสฺส ปูชํ กโรถา’’ติ วุตฺเต วฏฺฏติ กิร. พุพฺพุฬกํ ตารกํ. อารกูฏโลหมฺปิ ชาตรูปคติกเมว.

วุตฺตเญฺหตํ อนฺธกฏฺฐกถายํ –

‘‘อารกูฏโลหํ สุวณฺณสทิสเมว, สุวณฺณํ อนุโลเมติ, อนามาส’’นฺติ.

‘‘เภสชฺชตฺถาย ปน วฏฺฏตี’’ติ วจนโต มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺตนเยกเทโสปิ อนุญฺญาโต โหตีติ ตตฺถ ตตฺถ อธิปฺปายํ ญตฺวา วิภาเวตพฺพํ.

กายสํสคฺคสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.