๕. นครสุตฺตวณฺณนา

๖๕. ปญฺจมสุตฺเต ‘‘ปุพฺเพว เม, ภิกฺขเว, สมฺโพธา’’ติอาทิ เหฏฺฐา สํวณฺณิตเมวาติ อวุตฺตเมว สํวณฺเณตุํ ‘‘นามรูเป โข สตี’’ติ อารทฺโธ. ตตฺถ ทฺวาทสปทิเก ปฏิจฺจสมุปฺปาเท อิมสฺมึ สุตฺเต ยานิ เทฺว ปทานิ อคฺคหิตานิ, เนสํ อคฺคหเณ การณํ ปุจฺฉิตฺวา วิสฺสชฺเชตุกาโม เตสํ คเหตพฺพการณํ ตาว ทสฺเสนฺโต ‘‘เอตฺถา’’ติอาทิมาห. ปจฺจกฺขภูตํ ปจฺจุปฺปนฺนํ ภวํ ปฐมํ คเหตฺวา ตทนนฺตรํ อนาคตสฺส ‘‘ทุติย’’นฺติ คหเณ อตีโต ตติโย โหตีติ อาห ‘‘อวิชฺชาสงฺขารา หิ ตติโย ภโว’’ติ. นนุ เจตฺถ อนาคตสฺส ภวสฺส คหณํ น สมฺภวติ ปจฺจุปฺปนฺนภววเสน อภินิเวสสฺส โชติตตฺตาติ? สจฺจเมตํ, การเณ ปน คหิเต ผลํ คหิตเมว โหตีติ ตถา วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อปิเจตฺถ อนาคโต อทฺธา อตฺถโต สงฺคหิโต เอว ยโต ‘‘นามรูปปจฺจยา สฬายตน’’นฺติอาทินา อนาคตทฺธสํคาหิตา เทสนา ปวตฺตา, จตุโวการวเสน วิญฺญาณปจฺจยา นามนฺติ วิเสโส อตฺถิ. ตสฺมา ‘‘ปญฺจโวการวเสนา’’ติ วุตฺตํ. เตหีติ อวิชฺชาสงฺขาเรหิ อารมฺมณภูเตหิ. อยํ วิปสฺสนาติ อทฺธาปจฺจุปฺปนฺนวเสน อุทยพฺพยํ ปสฺสนฺตสฺส ปวตฺตวิปสฺสนา. น ฆฏียตีติ น สมิชฺฌติ. มหา…เป… อภินิวิฏฺโฐติ น ฆฏเน การณมาห, เหฏฺฐา คหิตตฺตา ปาฏิเยกฺกํ สมฺมสนียํ น โหตีติ อธิปฺปาโย.

อทิฏฺเฐสูติ อนวพุทฺเธสุ. จตุสจฺจสฺส อนุโพเธน น ภวิตพฺพนฺติ อาห ‘‘น สกฺกา พุทฺเธน ภวิตุ’’นฺติ. อิมินาติ มหาสตฺเตน. เตติ อวิชฺชาสงฺขารา. ภวอุปาทานตณฺหาวเสนาติ ภวอุปาทานตณฺหาทสฺสนวเสน. ทิฏฺฐาว ‘‘ตํสหคตา’’ติ สมานโยคกฺขมตฺตา. น ปรภาคํ ขเนยฺย อตฺตนา อิจฺฉิตสฺส คหิตตฺตา ปรภาเค อญฺญสฺส อภาวโต จ. เตนาห ‘‘กสฺสจิ นตฺถิตายา’’ติ. ปฏินิวตฺเตสีติ ปฏิสํหริ. ปฏินิวตฺตเน ปน การณํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตเทต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. อภินฺนฏฺฐานนฺติ อขณิตฏฺฐานํ.

ปจฺจยโตติ เหตุโต, สงฺขารโตติ อตฺโถ. ‘‘กิมฺหิ นุ โข สติ ชรามรณํ โหตี’’ติอาทินา เหตุปรมฺปรวเสน ผลปรมฺปราย กิตฺตมานาย, กิมฺหิ นุ โข สติ วิญฺญาณํ โหตีติ จ วิจารณาย สงฺขาเร โข สติ วิญฺญาณสฺส วิเสสโต การณภูโต สงฺขาโร อคฺคหิโต, ตโต วิญฺญาณํ ปฏินิวตฺตติ นาม, น สพฺพปจฺจยโต. เตเนวาห ‘‘นามรูเป โข สติ วิญฺญาณํ โหตี’’ติ. กึ นาม เหตฺถ สหชาตาทิวเสเนว ปจฺจยภูตํ อธิปฺเปตํ, น กมฺมูปนิสฺสยวเสน ปจฺจุปฺปนฺนวเสน อภินิเวสสฺส โชติตตฺตา. อารมฺมณโตติ อวิชฺชาสงฺขารสงฺขาตอารมฺมณโต, อตีตภวสงฺขาตอารมฺมณโต. อตีตทฺธปริยาปนฺนา หิ อวิชฺชาสงฺขารา. ตโต ปฏินิวตฺตมานํ วิญฺญาณํ อตีตภโวปิ ปฏินิวตฺตติ นาม. อุภยมฺปีติ ปฏิสนฺธิวิญฺญาณํ วิปสฺสนาวิญฺญาณมฺปิ. นามรูปํ น อติกฺกมตีติ ปจฺจยภูตํ อารมฺมณภูตญฺจ นามรูปํ น อติกฺกมติ เตน วินา อวตฺตนโต. เตนาห ‘‘นามรูปโต ปรํ น คจฺฉตี’’ติ. วิญฺญาเณ นามรูปสฺส ปจฺจเย โหนฺเตติ ปฏิสนฺธิวิญฺญาเณ นามรูปสฺส ปจฺจเย โหนฺเต. นามรูเป วิญฺญาณสฺส ปจฺจเย โหนฺเตติ นามรูเป ปฏิสนฺธิวิญฺญาณสฺส ปจฺจเย โหนฺเต. จตุโวการปญฺจโวการภววเสน ยถารหํ โยชนา เวทิตพฺพา. ทฺวีสุปิ อญฺญมญฺญํ ปจฺจเยสุ โหนฺเตสูติ ปน ปญฺจโวการภววเสน. เอตฺตเกนาติ เอวํ วิญฺญาณนามรูปานํ อญฺญมญฺญํ อุปตฺถมฺภวเสน ปวตฺติยา. ชาเยถ วา อุปปชฺเชถ วาติ ‘‘สตฺโต ชายติ อุปปชฺชตี’’ติ สมญฺญา โหติ วิญฺญาณนามรูปวินิมุตฺตสฺส สตฺตปญฺญตฺติยา อุปาทานภูตสฺส ธมฺมสฺส อภาวโต. เตนาห ‘‘อิโต หี’’ติอาทิ. เอตเทวาติ ‘‘วิญฺญาณํ นามรูป’’นฺติ เอตํ ทฺวยเมว.

อปราปรจุติปฏิสนฺธีหีติ อปราปรจุติปฏิสนฺธิทีปเกหิ ‘‘จวติ, อุปปชฺชตี’’ติ ทฺวีหิ ปเทหิ. ปญฺจ ปทานีติ ‘‘ชาเยถ วา’’ติอาทีนิ ปญฺจ ปทานิ. นนุ ตตฺถ ปฐมตติเยหิ จตุตฺถปญฺจมานิ อตฺถโต อภินฺนานีติ? สจฺจํ, วิญฺญาณนามรูปานํ อปราปรุปฺปตฺติทสฺสนตฺถํ เอวํ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘อปราปรจุติปฏิสนฺธีหี’’ติ. เอตฺตาวตาติ วุตฺตเมวตฺถนฺติ โย ‘‘เอตฺตาวตา’’ติ ปเทน ปุพฺเพ วุตฺโต, ตเมว ยถาวุตฺตมตฺถํ ‘‘ยทิท’’นฺติอาทินา นิยฺยาเตนฺโต ปุน วตฺวา. อนุโลมปจฺจยาการวเสนาติ ปจฺจยธมฺมทสฺสนปุพฺพกปจฺจยุปฺปนฺนธมฺมทสฺสนวเสน. ปจฺจยธมฺมานญฺหิ อตฺตโน ปจฺจยุปฺปนฺนสฺส ปจฺจยภาโว อิทปฺปจฺจยตา ปจฺจยากาโร, โส จ ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติอาทินา วุตฺโต สงฺขารุปฺปตฺติยา อนุโลมนโต อนุโลมปจฺจยากาโร, ตสฺส วเสน.

อาปโตติ ปริขาคตอุทกโต. ทฺวารสมฺปตฺติยา ตตฺถ วสนฺตานํ ปเวสนนิคฺคมนผาสุตาย อุปโภคปริโภควตฺถุสมฺปตฺติยา สรีรจิตฺตสุขตาย นครสฺส มนุญฺญตาติ วุตฺตํ ‘‘สมนฺตา …เป… รมณีย’’นฺติ. ปุพฺเพ สุญฺญภาเวน อรญฺญสทิสํ หุตฺวา ฐิตํ ชนวาสํ กโรนฺเต นครสฺส ลกฺขณปฺปตฺตํ โหตีติ วุตฺตํ ‘‘ตํ อปเรน สมเยน อิทฺธญฺเจว อสฺส ผีตญฺจา’’ติ.

‘‘ปุพฺเพว โข ปนสฺส กายกมฺมํ วจีกมฺมํ อาชีโว จ สุปริสุทฺโธ’’ติ วจนโต ตีหิ วิรตีหิ สทฺธึ ปุพฺพภาคมคฺโคปิ อฏฺฐงฺคิกโวหารํ ลทฺธุํ อรหตีติ วุตฺตํ ‘‘อฏฺฐงฺคิกสฺส วิปสฺสนามคฺคสฺสา’’ติ. วิปสฺสนาย จิณฺณนฺเตติ วิปสฺสนาย สญฺจริตตาย ตตฺถ ตตฺถ ตาย วิปสฺสนาย ตีริเต ปริเยสิเต. โลกุตฺตรมคฺคทสฺสนนฺติ อนุมานาทิวเสน โลกุตฺตรมคฺคสฺส ทสฺสนํ. ตถา หิ นิพฺพานนครสฺส ทสฺสนํ ทฏฺฐพฺพํ. ทิฏฺฐกาโลติ อธิคมวเสน ทิฏฺฐกาโล. มคฺคผลวเสน อุปฺปนฺนา ปโรปณฺณาส อนวชฺชธมฺมา, ปจฺจเวกฺขณญาณํ ปน เตสํ ววตฺถาปกํ. ยาเปตฺวาติ จราเปตฺวา.

อวตฺตมานกฏฺเฐนาติ พุทฺธสุญฺเญ โลเก กสฺสจิ สนฺตาเน อปฺปวตฺตนโตว อุปฺปาทาทิวเสน วตฺตมานวเสน. ตถา หิ ภควา ‘‘อนุปฺปนฺนสฺส มคฺคสฺส อุปฺปาเทตา, อสญฺชาตสฺส สญฺชเนตา’’ติอาทิเกหิ โถมิโต. ปุพฺพเกหิ มเหสีหิ ปฏิปนฺโน หิ อริยมคฺโค อิตเรหิ อนฺตรา เกหิจิ อวฬญฺชิโตติ วุตฺตํ ‘‘อวฬญฺชนฏฺเฐน ปุราณมคฺโค’’ติ. ฌานสฺสาเทนาติ ฌานสุเขน ฌานปีติยา. สุภิกฺขํ ปณีตธมฺมามตตาย ติตฺติอาวหํ. ปุปฺผิตํ อุปโสภิตํ. ยาว ทสสหสฺสจกฺกวาเฬติ วุตฺตํ ‘‘เอกิสฺสา โลกธาตุยา’’ติ ปริจฺฉินฺนพุทฺธเขตฺตตฺตา. ตสฺส อตฺถิตาย หิ ปริจฺเฉโท อตฺถิ. เอตสฺมึ อนฺตเรติ เอตสฺมึ โอกาเส.

นครสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.