๑. อาหารสุตฺตวณฺณนา

๑๑. อาหรนฺตีติ อาเนนฺติ อุปฺปาเทนฺติ, อุปตฺถมฺเภนฺตีติ อตฺโถ. นิพฺพตฺตาติ ปสุตา. ภูตา นาม ยสฺมา ตโต ปฏฺฐาย โลเก ชาตโวหาโร ปฏิสนฺธิคฺคหณโต ปน ปฏฺฐาย ยาว มาตุกุจฺฉิโต นิกฺขนฺโต, ตาว สมฺภเวสิโน, เอส ตาว คพฺภเสยฺยเกสุ ภูตสมฺภเวสิวิภาโค, อิตเรสุ ปน ปฐมจิตฺตาทิวเสน วุตฺโต. สมฺภว-สทฺโท เจตฺถ คพฺภเสยฺยกานํ วเสน ปสูติปริยาโย, อิตเรสํ วเสน อุปฺปตฺติปริยาโย. ปฐมจิตฺตปฐมอิริยาปถกฺขเณสุ หิ เต สมฺภวํ อุปฺปตฺตึ เอสนฺติ อุปคจฺฉนฺติ นาม, น ตาว ภูตา อุปปตฺติยา น สุปฺปติฏฺฐิตตฺตา, ภูตา เอว สพฺพโส ภเวสนาย สมุจฺฉินฺนตฺตา. น ปุน ภวิสฺสนฺตีติ อวธารเณน นิวตฺติตมตฺถํ ทสฺเสติ. โย จ ‘‘กาลฆโส ภูโต’’ติอาทีสุ ภูต-สทฺทสฺส ขีณาสววาจิตา ทฏฺฐพฺพา. วา-สทฺโท เจตฺถ สมฺปิณฺฑนตฺโถ ‘‘อคฺคินา วา อุทเกน วา’’ติอาทีสุ วิย.

ยถาสกํ ปจฺจยภาเวน อตฺตภาวสฺส ปฐปนเมเวตฺถ อาหาเรหิ กาตพฺพอนุคฺคโห โหตีติ อธิปฺปาเยนาห ‘‘วจนเภโท…เป… เอโก เยวา’’ติ. สตฺตสฺส อุปฺปนฺนธมฺมานนฺติ สตฺตสฺส สนฺตาเน อุปฺปนฺนธมฺมานํ. ยถา ‘‘วสฺสสตํ ติฏฺฐตี’’ติ วุตฺเต อนุปฺปพนฺธวเสน ปวตฺตตีติ วุตฺตํ โหติ, เอวํ ฐิติยาติ อนุปฺปพนฺธวเสน ปวตฺติยาติ อตฺโถ, สา ปน อวิจฺเฉโทติ อาห ‘‘อวิจฺเฉทายา’’ติ. อนุปฺปพนฺธธมฺมุปฺปตฺติยา สตฺตสนฺตาโน อนุคฺคหิโต นาม โหตีติ อาห ‘‘อนุปฺปนฺนานํ อุปฺปาทายา’’ติ. เอตานีติ ฐิติอนุคฺคหปทานิ. อุภยตฺถ ทฏฺฐพฺพานิ น ยถาสมฺพนฺธโต.

วตฺถุคตา โอชา วตฺถุ วิย เตน สทฺธึ อชฺโฌหริตพฺพตํ คจฺฉตีติ วุตฺตํ ‘‘อชฺโฌหริตพฺพโก อาหาโร’’ติ, นิพฺพตฺติตโอชํ ปน สนฺธาย ‘‘กพฬีกาโร อาหาโร โอชฏฺฐมกรูปานิ อาหรตี’’ติ วกฺขติ. โอฬาริกตา อปฺโปชตาย น วตฺถุโน ถูลตาย กถินตาย วา, ตสฺมา ยสฺมึ วตฺถุสฺมึ ปริตฺตา โอชา โหติ, ตํ โอฬาริกํ. สปฺปาทโย ทุกฺขุปฺปาทกตาย โอฬาริกา เวทิตพฺพา. วิสาณาทีนํ ติวสฺสฉฑฺฑิตานํ ปูติภูตตฺตา มุทุกตาติ วทนฺติ. ตรจฺฉเขฬเตมิตตาย ปน ตถาภูตานํ เตสํ มุทุกตา. ธมฺมสภาโว เหส. สสานํ อาหาโร สุขุโม ตรุณติณสสฺสขาทนโต. สกุณานํ อาหาโร สุขุโม ติณพีชาทิขาทนโต. ปจฺจนฺตวาสีนํ อาหาโร สุขุโม มาสมุคฺคกุราทิโภชนตฺตา. เตสนฺติ ปรนิมฺมิตวสวตฺตีนํ. สุขุโมเตฺววาติ น กิญฺจิ อุปาทาย, อถ โข สุขุโมอิจฺเจว นิฏฺฐํ ปตฺโต ตโต ปรมสุขุมสฺส อภาวโต.

วตฺถุวเสน ปเนตฺถ อาหารสฺส โอฬาริกสุขุมตา วุตฺตา, สา จสฺส อปฺโปชมโหชตาหิ เวทิตพฺพาติ ทสฺเสตุํ ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทิมาห. ปริสฺสยนฺติ ขุทาวเสน อุปฺปนฺนํ วิหึสํ สรีรทรถํ. วิโนเทตีติ วตฺถุ ตสฺส วิโนทนมตฺตํ กโรติ. น ปน สกฺโกติ ปาเลตุนฺติ สรีรํ ยาเปตุํ นปฺปโหติ นิโรชตฺตา. น สกฺโกติ ปริสฺสยํ วิโนเทตุํ อามาสยสฺส อปูรณโต.

ฉพฺพิโธปีติ อิมินา กสฺสจิ ผสฺสสฺส อนวเสสิตพฺพตมาห. เทสนกฺกเมเนเวตฺถ ผสฺสาทีนํ ทุติยาทิตา, น อญฺเญน การเณนาติ อาห ‘‘เทสนานโย เอว เจสา’’ติอาทิ. มนโส สญฺเจตนา น สตฺตสฺสาติ ทสฺสนตฺถํ มโนคหณํ ยถา ‘‘จิตฺตสฺส ฐิติ, เจโตวิมุตฺติ จา’’ติ อาห ‘‘มโนสญฺเจตนาติ เจตนาวา’’ติ. จิตฺตนฺติ ยํ กิญฺจิ จิตฺตเมว. เอกราสึ กตฺวาติ เอกชฺฌํ คเหตฺวา วิภาคํ อกตฺวา, สามญฺเญน คหิตาติ อตฺโถ. ตตฺถ ลพฺภมานํ อุปาทิณฺณกาทิวิภาคํ ทสฺเสตุํ ‘‘กพฬีกาโร อาหาโร’’ติอาทิ วุตฺตํ. อาหารตฺถํ น สาเธนฺตีติ ตาทิสสฺส อาหารสฺส อนาหรณโต. ตทาปีติ ภิชฺชิตฺวา วิคตกาเลปิ. อุปาทิณฺณกาหาโรติ วุจฺจนฺตีติ เกจิ. อิทํ ปน อาจริยานํ น รุจฺจติ ตทา อุปาทิณฺณกรูปสฺเสว อภาวโต. ปฏิสนฺธิจิตฺเตเนว สหชาตาติ ลกฺขณวจนเมตํ, สพฺพายปิ กมฺมชรูปปริยาปนฺนาย โอชาย อตฺถิภาวสฺส อวิจฺเฉทปฺปวตฺติสมฺภวทสฺสนตฺโถ. สตฺตมาติ อุปฺปนฺนทิวสโต ปฏฺฐาย ยาว สตฺตมทิวสาปิ. รูปสนฺตตึ ปาเลติ ปเวณิฆฏนวเสน. อยเมวาติ กมฺมชโอชา. กมฺมชโอชํ ปน ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนโอชา อกมฺมชตฺตา อนุปาทิณฺณอาหาโรเตฺวว เวทิตพฺโพ. อนุปาทิณฺณกา ผสฺสาทโย เวทิตพฺพาติ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ. โลกุตฺตรา ผสฺสาทโย กถนฺติ อาห ‘‘โลกุตฺตรา ปน รุฬฺหีวเสน กถิตา’’ติ. ยสฺมา เตสํ กุสลานํ อุเปตปริยาโย นตฺถิ, ตสฺมา วิปากานํ อุปาทิณฺณปริยาโย นตฺเถวาติ อนุปาทิณฺณปริยาโยปิ รุฬฺหีวเสน วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ.

ปุพฺเพ ‘‘อาหาราติ ปจฺจยา’’ติ วุตฺตตฺตา ยทิ ปจฺจยฏฺโฐ อาหารฏฺโฐติอาทินา โจเทติ, อถ กสฺมา อิเม เอว จตฺตาโร วุตฺตาติ อถ กสฺมา จตฺตาโรว วุตฺตา. อิเม เอว จ วุตฺตาติ โยชนา. วิเสสปฺปจฺจยตฺตาติ เอเตน ยถา อญฺเญ ปจฺจยธมฺมา อตฺตโน ปจฺจยุปฺปนฺนสฺส ปจฺจยาว โหนฺติ, อิเม ปน ตถา จ โหติ อญฺญถา จาติ สมาเนปิ ปจฺจยตฺเต อติเรกปจฺจยา โหนฺติ, ตสฺมา ‘‘อาหาราติ วุตฺตา’’ติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ. อิทานิ ตํ อติเรกปจฺจยตํ ทสฺเสตุํ ‘‘วิเสสปจฺจโย หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. วิเสสปฺปจฺจโย รูปกายสฺส กพฬีกาโร อาหาโร อุปถมฺภกภาวโต. เตนาห อฏฺฐกถายํ ‘‘รูปารูปานํ อุปถมฺภกตฺเตน อุปการกา จตฺตาโร อาหารา อาหารปจฺจโย’’ติ (วิสุทฺธิ. ๒.๖๐๘; ปฏฺฐา. อฏฺฐ. ปจฺจยุทฺเทสวณฺณนา). อุปถมฺภกตฺตญฺหิ สตีปิ ชนกตฺเต อรูปีนํ อาหารานํ อาหารชรูปสมุฏฺฐานกรูปาหารสฺส จ โหติ, อสติ ปน อุปถมฺภกตฺเต อาหารานํ ชนกตฺตํ นตฺถีติ อุปถมฺภกตฺตํ ปธานํ. ชนยมาโนปิ หิ อาหาโร อวิจฺเฉทวเสน อุปถมฺภยมาโน เอว ชเนตีติ อุปถมฺภกภาโว เอว อาหารภาโว. เวทนาย ผสฺโส วิเสสปจฺจโย. ‘‘ผสฺสปจฺจยา เวทนา’’ติ หิ วุตฺตํ. ‘‘สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณ’’นฺติ วจนโต วิญฺญาณสฺส มโนสญฺเจตนา. ‘‘เจตนา ติวิธํ ภวํ ชเนตี’’ติ หิ วุตฺตํ. ‘‘วิญฺญาณปจฺจยา นามรูป’’นฺติ ปน วจนโต นามรูปสฺส วิญฺญาณํ วิเสสปจฺจโย. น หิ โอกฺกนฺตวิญฺญาณาภาเว นามรูปสฺส อตฺถิ สมฺภโว. ยถาห ‘‘วิญฺญาณญฺจ หิ, อานนฺท, มาตุกุจฺฉิสฺมึ น โอกฺกมิสฺสถ, อปิ นุ โข นามรูปํ มาตุกุจฺฉิสฺมึ สมุจฺจิสฺสถา’’ติอาทิ (ที. นิ. ๒.๑๑๕). วุตฺตเมวตฺถํ สุตฺเตน สาเธตุํ ‘‘ยถาหา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

เอวํ ยทิปิ ปจฺจยตฺโถ อาหารตฺโถ, วิเสสปจฺจยตฺตา ปน อิเมว อาหาราติ วุตฺตาติ ตํ เนสํ วิเสสปจฺจยตํ อวิภาคโต ทสฺเสตฺวา อิทานิ วิภาคโต ทสฺเสตุํ ‘‘โก ปเนตฺถา’’ติอาทิ อารทฺธํ. มุเข ฐปิตมตฺโต เอว อสงฺขาทิโต, ตตฺตเกนาปิ อพฺภนฺตรสฺส อาหารสฺส ปจฺจโย โหติ เอว. เตนาห ‘‘อฏฺฐ รูปานิ สมุฏฺฐาเปตี’’ติ. สุขเวทนาย หิโต สุขเวทนีโย. สพฺพถาปีติ จกฺขุสมฺผสฺสาทิวเสน. ยตฺตกา ผสฺสสฺส ปการเภทา, เตสํ วเสน สพฺพปฺปกาโรปิ ผสฺสาหาโร ยถารหํ ติสฺโส เวทนา อาหรติ, อนาหารโก นตฺถิ.

สพฺพถาปีติ อิธาปิ ผสฺสาหาเร วุตฺตนยานุสาเรน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ติสนฺตติวเสนาติ กายทสกํ ภาวทสกํ วตฺถุทสกนฺติ ติวิธสนฺตติวเสน. สหชาตาทิปจฺจยนเยนาติ สหชาตาทิปจฺจยวิธินา. ปฏิสนฺธิวิญฺญาณญฺหิ อตฺตนา สหชาตนามสฺส สหชาตอญฺญมญฺญวิปากินฺทฺริยสมฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตปจฺจเยหิ ปจฺจโย โหนฺโตเยว อาหารปจฺจยตาย ตํ อาหาเรติ วุตฺตํ, สหชาตรูเปสุ ปน วตฺถุโน สมฺปยุตฺตปจฺจยํ ฐเปตฺวา วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน, เสสรูปานํ อญฺญมญฺญปจฺจยญฺจ ฐเปตฺวา อิตเรสํ ปจฺจยานํ วเสน โยชนา กาตพฺพา. ตานีติ นปุํสกนิทฺเทโส อนปุํสกานมฺปิ นปุํสเกหิ สห วจนโต. สาสวกุสลากุสลเจตนาว วุตฺตา วิเสสปจฺจยภาวทสฺสนํ เหตนฺติ, เตนาห ‘‘อวิเสเสน ปนา’’ติอาทิ. ปฏิสนฺธิวิญฺญาณเมว วุตฺตนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ยถา ตสฺส ตสฺส ผลสฺส วิเสสโต ปจฺจยตาย เอเตสํ อาหารตฺโถ, เอวํ อวิเสสโตปีติ ทสฺเสตุํ ‘‘อวิเสเสนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ตํสมฺปยุตฺตตํสมุฏฺฐานธมฺมานนฺติ เตหิ ผสฺสาทีหิ สมฺปยุตฺตธมฺมานญฺเจว ตํสมุฏฺฐานรูปธมฺมานญฺจ. ตตฺถ สมฺปยุตฺตคฺคหณํ ยถารหโต ทฏฺฐพฺพํ, สมุฏฺฐานคฺคหณํ ปน อวิเสสโต.

อุปตฺถมฺเภนฺโต อาหารกิจฺจํ สาเธตีติ อุปตฺถมฺเภนฺโต เอว รูปํ สมุฏฺฐาเปติ, โอชฏฺฐมกสมุฏฺฐาปเนเนว ปนสฺส อุปถมฺภนกิจฺจสิทฺธิ. ผุสนฺโตเยวาติ ผุสนกิจฺจํ กโรนฺโต เอว. อายูหมานาวาติ เจตยมานา เอว อภิสนฺทหนฺตี เอว. วิชานนฺตเมวาติ อุปปตฺติปริกปฺปนวเสน วิชานนฺตเมว อาหารกิจฺจํ สาเธตีติ โยชนา. สพฺพตฺถ อาหารกิจฺจสาธนญฺจ เตสํ เวทนาทิอุปฺปตฺติเหตุตาย อตฺตภาวสฺส ปวตฺตนเมว. กายฏฺฐปเนนาติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ กมฺมชาทิรูปํ กมฺมาทินาว ปวตฺตตีติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘กมฺมชนิโตปี’’ติอาทิ.

อุปาทิณฺณรูปสนฺตติยา อุปตฺถมฺภเนเนว อุตุจิตฺตชรูปสนฺตตีนมฺปิ อุปตฺถมฺภนสิทฺธิ โหตีติ ‘‘ทฺวินฺนํ รูปสนฺตตีน’’นฺติ วุตฺตํ. อุปตฺถมฺภนเมว สนฺธาย ‘‘อนุปาลโก หุตฺวา’’ติ จ วุตฺตํ. รูปกายสฺส ฐิติเหตุตา หิ ยาปนา อนุปาลนา. สุขาทิวตฺถุภูตนฺติ สุขาทีนํ ปวตฺติฏฺฐานภูตํ. อารมฺมณมฺปิ หิ วสติ เอตฺถ อารมฺมณกรณวเสน ตทารมฺมณา ธมฺมาติ วตฺถูติ วุจฺจติ. ผุสนฺโตเยวาติ อิทํ ผสฺสสฺส ผุสนสภาวตฺตา วุตฺตํ. น หิ ธมฺมานํ สภาเวน วินา ปวตฺติ อตฺถิ, เวทนาปวตฺติยา วินา สตฺตานํ สนฺธาวนตา นตฺถีติ อาห ‘‘สุขาทิ…เป… โหตี’’ติ. น เจตฺถ สญฺญีภวกถายํ อสญฺญีภโว ทสฺเสตพฺโพ, ตสฺสาปิ วา การณภูตเวทนาปวตฺติวเสเนว ฐิติยา เหตุโน อพฺยาปิตตฺตา, ตถา หิ ‘‘มโนสญฺเจตนา…เป… ภวมูลนิปฺผาทนโต สตฺตานํ ฐิติยา โหตี’’ติ วุตฺตา. ตโต เอว วิญฺญาณํ วิชานนฺตเมวาติ อุปปตฺติปริกปฺปนวเสน วิชานนฺตเมวาติ วุตฺโตวายมตฺโถ.

จตฺตาริ ภยานิ ทฏฺฐพฺพานิ อาทีนววิภาวนโต. นิกนฺตีติ นิกามนา, รสตณฺหํ สนฺธาย วทติ. สา หิ กพฬีกาเร อาหาเร พลวตี, เตเนเวตฺถ อวธารณํ กตํ. ภายติ เอตสฺมาติ ภยํ, นิกนฺติเยว ภยํ มหานตฺถเหตุโต. อุปคมนํ วิสยินฺทฺริยวิญฺญาเณสุ วิสยวิญฺญาเณสุ จ สงฺคติวเสน ปวตฺติ, ตํ เวทนาทิอุปฺปตฺติเหตุตาย ‘‘ภย’’นฺติ วุตฺตํ. อวธารเณ ปโยชนํ วุตฺตนยเมว. เสสทฺวเยปิ เอเสว นโย. อายูหนํ อภิสนฺทหนํ, สํวิธานนฺติปิ วทนฺติ. ตํ ภวูปปตฺติเหตุตาย ‘‘ภย’’นฺติ วุตฺตํ. อภินิปาโต ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปฏิสนฺธิคฺคหณวเสน วิญฺญาณสฺส นิพฺพตฺติ. โส ภวูปปตฺติเหตุกานํ สพฺเพสํ อนตฺถานํ มูลการณตาย ‘‘ภย’’นฺติ วุตฺตํ. อิทานิ นิกนฺติอาทีนํ สปฺปฏิภยตํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘กึ การณา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ นิกนฺตึ กตฺวาติ อาลยํ ชเนตฺวา, ตณฺหํ อุปฺปาเทตฺวาติ อตฺโถ. สีตาทีนํ ปุรกฺขตาติ สีตาทีนํ ปุรโต ฐิตา, สีตาทีหิ พาธิยมานาติ อตฺโถ.

ผสฺสํ อุปคจฺฉนฺตาติ จกฺขุสมฺผสฺสาทิเภทํ ผสฺสํ ปวตฺเตนฺตา. ผสฺสสฺสาทิโนติ กายสมฺผสฺสวเสน โผฏฺฐพฺพสงฺขาตสฺส อสฺสาทนสีลา. กายสมฺผสฺสวเสน หิ สตฺตานํ โผฏฺฐพฺพตณฺหา ปวตฺตตีติ ทสฺเสตุํ ผสฺสาหาราทีนวทสฺสเน โผฏฺฐพฺพารมฺมณํ อุทฺธฏํ ‘‘ปเรสํ รกฺขิตโคปิเตสู’’ติอาทินา. ผสฺสสฺสาทิโนติ วา ผสฺสาหารสฺสาทิโนติ อตฺโถ. สติ หิ ผสฺสาหาเร สตฺตานํ ผสฺสารมฺมเณ อสฺสาโท, นาสติ, เตนาห ‘‘ผสฺสสฺสาทมูลก’’นฺติอาทิ.

ชาตินิมิตฺตสฺส ภยสฺส อภินิปาตสภาเวน คหิตตฺตา ‘‘ตมฺมูลก’’นฺติ วุตฺตํ. กมฺมายูหนนิมิตฺตนฺติ อตฺโถ. ภยํ สพฺพนฺติ ปญฺจวีสติ, ติวิธมหาภยํ, อญฺญญฺจ สพฺพภยํ อาคตเมว โหติ ภยาธิฏฺฐานสฺส อตฺตภาวสฺส นิปฺผาทนโต.

อภินิปตตีติ อภินิพฺพตฺตติ. ปฐมาภินิพฺพตฺติ หิ สตฺตานํ ตตฺถ ตตฺถ องฺคารกาสุสทิเส ภเว อภินิปาตสทิสี. ตมฺมูลกตฺตาติ นามรูปนิพฺพตฺติมูลกตฺตา. สพฺพภยานํ อภินิปาโตเยว ภยํ ภายติ เอตสฺมาติ กตฺวา.

อปฺเปติ วิยาติ ผลสฺส อตฺตลาภเหตุภาวโต การณํ, ตํ นิยฺยาเทติ วิย. ตนฺติ ผลํ. ตโตติ การณโต. เอเตสนฺติ อาหารานํ. ยถาวุตฺเตนาติ ‘‘ผลํ นิเทตี’’ติอาทินา วุตฺตปฺปกาเรน อตฺเถน. สพฺพปเทสูติ ‘‘เวทนานิโรเธนา’’ติอาทีสุ สพฺเพสุ ปเทสุ.

ปฏิสนฺธึ อาทึ กตฺวาติ ปฏิสนฺธิกฺขณํ อาทึ กตฺวา. อุปาทิณฺณกอาหาเร สนฺธาย ‘‘อตฺตภาวสงฺขาตานํ อาหาราน’’นฺติ วุตฺตํ. เต หิ นิปฺปริยายโต ตณฺหานิทานา. ปริปุณฺณายตนานํ สตฺตานํ สตฺตสนฺตติวเสนาติ ปริปุณฺณายตนานํ สภาวกานํ จกฺขุ โสตํ ฆานํ ชิวฺหา กาโย ภาโว วตฺถูติ อิเมสํ สตฺตนฺนํ สนฺตตีนํ วเสน. เสสานํ อปริปุณฺณายตนานํ อนฺธพธิรอภาวกานํ. อูนอูนสนฺตติวเสนาติ จกฺขุนา, โสเตน, ตทุภเยน, ภาเวน จ อูนอูนสนฺตติวเสน. ปฏิสนฺธิยํ ชาตา ปฏิสนฺธิกา. ปฐมภวงฺคจิตฺตกฺขณาทีติ อาทิ-สทฺเทน ตทารมฺมณจิตฺตสฺส สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ.

ตณฺหายปิ นิทานํ ชานาตีติ โยชนา. ตณฺหานิทานนฺติปิ ปาโฐ. วฏฺฏํ ทสฺเสตฺวาติ สรูปโต นยโต จ สกลเมว วฏฺฏํ ทสฺเสตฺวา. อิทานิ ตมตฺถํ วิตฺถารโต วิภาเวตุํ ‘‘อิมสฺมิญฺจ ปน ฐาเน’’ติอาทิมาห. อตีตาภิมุขํ เทสนํ กตฺวาติ ปจฺจุปฺปนฺนภวโต ปฏฺฐาย อตีตธมฺมาภิมุขํ ตพฺพิสยํ เทสนํ กตฺวา ตถาการเณน. อตีเตน วฏฺฏํ ทสฺเสตีติ อตีตภเวน กมฺมกิเลสวิปากวฏฺฏํ ทสฺเสติ. อตฺตภาโวติ ปจฺจุปฺปนฺโน อตฺตภาโว. ยทิ เอวํ กสฺมา ‘‘อตีเตน วฏฺฏํ ทสฺเสตี’’ติ วุตฺตนฺติ? นายํ โทโส ‘‘อตีเตเนวา’’ติ อนวธารณโต, เอวญฺจ กตฺวา อตีตาภิมุขคฺคหณํ ชนกกมฺมํ คหิตํ, ตณฺหาสีเสน นานนฺตริยภาวโต. น หิ กมฺมุนา วินา ตณฺหา ภวเนตฺติ ยุชฺชติ.

ตํ กมฺมนฺติ ตณฺหาสีเสน วุตฺตกมฺมํ. ทสฺเสตุนฺติ ตํ อตีตํ อตฺตภาวํ ทสฺเสตุํ. ตสฺสตฺตภาวสฺส ชนกํ กมฺมนฺติ ตสฺส ยถาวุตฺตสฺส อตฺตภาวสฺส ชนกํ. ตโต ปรมฺปิ อตฺตภาวํ อายูหิตํ กมฺมํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. อวิชฺชา จ นาม ตณฺหา วิย กมฺมตฺตาติ กมฺมสฺเสว คหณํ. ทฺวีสุ ฐาเนสูติ อาหารคฺคหเณน เวทนาทิคฺคหเณนาติ ทฺวีสุ ฐาเนสุ. อตฺตภาโวติ ปจฺจุปฺปนฺนกาลิโก อตีตกาลิโก จ อตฺตภาโว. ปุน ทฺวีสูติ ตณฺหาคฺคหเณ อวิชฺชาสงฺขารคฺคหเณติ ทฺวีสุ ฐาเนสุ. ตสฺส ชนกนฺติ ปจฺจุปฺปนฺนสฺส เจว อตีตสฺส จ อตฺตภาวสฺส ชนกํ กมฺมํ วุตฺตนฺติ โยชนา. กมฺมคฺคหเณน เจตฺถ ยตฺถ ตํ กมฺมํ อายูหิตํ, สา อตีตา ชาติ อตฺถโต ทสฺสิตา โหติ. เตน สํสารวฏฺฏสฺส อนมตคฺคตํ ทีเปติ. สงฺเขเปนาติ สงฺเขเปน เหตุปญฺจกผลปญฺจกคฺคหณมฺปิ หิ สงฺเขโป เอว เหตุผลภาเวน สงฺคเหตพฺพธมฺมานํ อเนกวิธตฺตา.

ยทิ อตีเตน วฏฺฏํ ทสฺสิตํ, เอวํ สติ สปฺปเทสา ปฏิจฺจสมุปฺปาทธมฺมเทสนา โหตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺราย’’นฺติอาทิมาห. เตน หิ ยทิปิ สรูปโต อนาคเตน วฏฺฏํ อิธ น ทสฺสิตํ, นยโต ปน ตสฺสปิ ทสฺสิตตฺตา นิปฺปเทสา เอว ปฏิจฺจสมุปฺปาทเทสนาติ ทสฺเสติ. อิทานิ ตมตฺถํ อุปมาย วิภาเวตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อุทกปิฏฺเฐ นิปนฺนนฺติ อุทกํ ปริปฺลววเสน นิปนฺนํ. ปรภาคนฺติ ปรอุตฺตมงฺคภาคํ. โอรโตติ ตโต อปรภาคโต โอโลเกนฺโต. อปริปุณฺโณติ วิกลาวยโว. เอวํสมฺปทนฺติอาทิ อุปมาย สํสนฺทนํ.

ยถา หิ คีวา สรีรสนฺธารกกณฺฑรานํ มูลฏฺฐานภูตา, เอวํ อตฺตภาวสนฺธารกานํ สงฺขารานํ มูลภูตา ตณฺหาติ วุตฺตํ ‘‘คีวาย ทิฏฺฐกาโล’’ติ. ยถา เวทนาทิอเนกาวยวสมุทายภูโต อตฺตภาโว, เอวํ ผาสุกปิฏฺฐิกณฺฑกาทิอเนกาวยวสมุทายภูตา ปิฏฺฐีติ ‘‘ปิฏฺฐิยา…เป… ตสฺส ทิฏฺฐกาโล’’ติ วุตฺตํ. ตณฺหาสงฺขาตนฺติ ตณฺหาย กถิตํ. อิธ เทสนาย ปจฺจยา อวิชฺชาสงฺขารา เวทิตพฺพาติ ‘‘นงฺคุฏฺฐมูลสฺส ทิฏฺฐกาโล วิยา’’ติ วุตฺตํ. ตถา หิ ปริโยสาเน ‘‘นงฺคุฏฺฐมูลํ ปสฺเสยฺยา’’ติ อุปมาทสฺสนํ กตํ. นยโต ปริปุณฺณภาวคฺคหณํ เวทิตพฺพํ. ปาฬิยํ อนาคตสฺสาปิ ปจฺจยวฏฺฏสฺส เหตุวเสน ผลวเสน วา ปริปุณฺณภาวสฺส มุขมตฺตทสฺสนียตฺตา อาทิโต ผลเหตุสนฺธิ, มชฺเฌ เหตุผลสนฺธิ, อนฺเตปิ ผลเหตุสนฺธีติ เอวํ ติสนฺธิกตฺตา จตุสงฺเขปเมว วฏฺฏํ ทสฺสิตนฺติ.

อาหารสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.