๔. มหาสาลสุตฺตวณฺณนา

๒๐๐. ยสฺมา ตสฺส พฺราหฺมณสฺส อนิสฺสยสฺส ชิณฺณภาเวน วิเสสโต กาโย ลูโข ชาโต, ชิณฺณปิโลติกขณฺเฑหิ สงฺฆฏิตํ ปาวุรณํ, ตสฺมา ‘‘ลูขปาวุรโณ’’ติ ปทสฺส ‘‘ชิณฺณปาวุรโณ’’ติ อตฺโถ วุตฺโต. ปาฏิเยกฺกนฺติ ปุตฺเตสุ เอกเมโก เอกเมกาย วาจาย วิสุํ วิสุํ.

สมฺปุจฺฉนํ นาม อิธ สมฺมนฺตนนฺติ อาห ‘‘สทฺธึ มนฺตยิตฺวา’’ติ. นนฺทิสฺสนฺติ อภินนฺทึ. อตีตตฺเถ หิ อิทํ อนาคตวจนํ. เตนาห ‘‘นนฺทิชาโต…เป… อโหสิ’’นฺติ. ภุสฺสนฺตาติ นิพฺภุสฺสนวเสน รวนฺตา.

วโยคตนฺติ ปจฺฉิมวยํ อุปคตํ. โส ปน ยสฺมา ปุริเม เทฺว วเย อติกฺกมวเสน คโต. ปจฺฉิมํ เอกเทสโต อติกฺกมนวเสน, ตสฺมา วุตฺตํ – ‘‘ตโย วเย คตํ อติกฺกนฺตํ ปจฺฉิมวเย ฐิต’’นฺติ.

นิปฺปริโภโคติ ชิณฺณภาเวน ชวปรกฺกมหานิยา อปริโภโค น ภุญฺชิตพฺโพ. ขาทนา อปนียตีติ ยวสํ อททนฺตา ตโต นีหรนฺติ นาม. เถโรติ วุฑฺโฒ.

อนสฺสวาติ น วจนกรา. อปฺปติสฺสาติ ปติสฺสยรหิตา. อวสวตฺติโนติ น มยฺหํ วเสน วตฺตนกา. สุนฺทรตโรติ อุปตฺถมฺภการิภาเวน สุนฺทรตโร.

ปุรโตติ อุปตฺถมฺภกภาเวน ปุรโต กตฺวา. อุทเก ปติฏฺฐํ ลภติ ตตฺถ ปติฏฺฐโต ถิรปติฏฺฐภาวโต. อทฺธปติฏฺโฐ หิ ทณฺโฑ ทณฺฑธรปุริสสฺส ปติฏฺฐํ ลภาเปติ.

พฺราหฺมณิโยติ อตฺตโน พฺราหฺมณิโย. ปาฏิเยกฺกนฺติ ‘‘อสุกสฺส เคเห อสุกสฺส เคเห’’ติ เอวํ อุทฺเทสิกํ กตฺวา วิสุํ วิสุํ. มา นิยฺยาเทหิ, อมฺหากํ รุจฺจนฏฺฐานเมวาติ ตว ปุตฺตานํ เคเหสุ ยํ อมฺหากํ รุจฺจนฏฺฐานํ. ตตฺถเมว คมิสฺสามาติ สพฺเพสมฺปิ เอเตสํ อนุคฺคหํ กาตุกาโม ภควา เอวมาห.

ตโต ปฏฺฐายาติ โสตาปตฺติผลปฏิลาภโต ปฏฺฐาย. ยทตฺถํ มยํ อิมสฺส พฺราหฺมณสฺส มหาสมฺปตฺติทานาทินา อนุคฺคโห กโต, โส จสฺส ปุตฺตปริชนสฺสปิ อตฺโถ สิทฺโธติ สตฺถา น สพฺพกาลํ ตสฺส พฺราหฺมณสฺส ปุตฺตานํ เคหํ อคมาสิ, เต เอว ปน กาเลน กาลํ สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ยถาวิภวํ สกฺการสมฺมานํ อกํสูติ อธิปฺปาโย.

มหาสาลสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.