๒. อุปาสกวคฺโค

๑. กสิภารทฺวาชสุตฺตวณฺณนา

๑๙๗. ทกฺขิณาคิริสฺมินฺติ ทกฺขิณาคิริชนปเท, ตสฺมึ ทกฺขิณาคิริชนปเท ทกฺขิณาคิริวิหาเร. ขนฺเธสุ ฐเปตฺวา ยุเค โยตฺเตหีติ โยตฺตรชฺชูหิ ยุตฺตานิ ปโยชิตานิ อิจฺเจว อตฺโถ.

ปฐมทิวเสติ วปนทิวเสสุ ปฐมทิวเส อารทฺธทิวเส. ปญฺจงฺคานิปิ ปริปุณฺณานิ, ปเคว อิตรงฺคานีติ ทสฺเสตุํ ‘‘ปริปุณฺณปญฺจงฺคา’’อิจฺเจว วุตฺตํ. หริตาลมโนสิลาอญฺชเนหิ อุรตฺถนาทีสุ ฐปิตตฺตา อาภาย อุชฺชลคตฺตา. อวเสสา พลีพทฺทา. กิลนฺตโคณํ โมเจตฺวา อกิลนฺตสฺส โยชนํ กิลนฺตปริวตฺตนํ.

สีหกุณฺฑลานีติ สีหมุขกุณฺฑลานิ. พฺรหฺมเวฐนนฺติ พฺรหฺมุโน เวฐนสทิสํ, อสฺสนขเวฐนสทิสนฺติ อตฺโถ.

พุทฺธานํ กิจฺจานิ กาลวเสน วิภตฺตานิ ปญฺจ กิจฺจานิ ภวนฺติ. ปุเรภตฺตกิจฺจนฺติ ภตฺตโต ปุพฺเพ พุทฺเธน กาตพฺพกิจฺจํ. วีตินาเมตฺวาติ ผลสมาปตฺติยา กาลํ วีตินาเมตฺวา. กทาจิ เอโกติอาทิ เตสํ เตสํ วิเนยฺยานํ วินยนานุรูปปฏิปตฺติทสฺสนํ. ปกติยาติ ปกติพุทฺธเวเสน. พุทฺธานํ หิ รูปกายสฺส อสีติอนุพฺยญฺชนปฏิมณฺฑิต-พาตฺตึสมหาปุริส- ลกฺขณ-กายปฺปภา-พฺยามปฺปภา-เกตุมาลาวิจิตฺตตา พุทฺธเวโส. กทาจิ อเนเกหิ ปาฏิหาริเยหิ วตฺตมาเนหีติ อิมินา ปารมีนํ นิสฺสนฺทภูตานิ ปาฏิหาริยานิ รุจิวเสเนว ปกาสนกานิ ภวนฺติ, น สพฺพทาติ ทสฺเสติ. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘อินฺทขีลสฺส อนฺโต ฐปิตมตฺเต ทกฺขิณปาเท’’ติอาทิวจนํ สมตฺถิตํ โหติ. ภควโต กาเย ปีตรสฺมีนํ เยภุยฺยตาย ‘‘สุวณฺณรสสิญฺจนานิ วิยา’’ติ วตฺวา กายมฺหิ นีลาทิรสฺมีหิ ตหํ ตหํ ปีตมิสฺสิตํ สนฺธาย ‘‘วิจิตฺรปฏปริกฺขิตฺตานิ วิย จา’’ติ วุตฺตํ. มธุเรนากาเรน สทฺทํ กโรนฺติ ตุฏฺฐรวรวนโต.

ตตฺถาติ วิหาเร. คนฺธมณฺฑลมาเฬติ หตฺเถน กตปริภณฺเฑ สโมสริตคนฺธปุปฺผทาเม มณฺฑลมาเฬ.

อุปฏฺฐาเนติ ปมุเข. ‘‘โอวทตี’’ติ วตฺวา ตตฺโถวาทํ สามญฺญโต ทสฺเสตุํ, ‘‘ภิกฺขเว’’ติอาทิ วุตฺตํ. สมฺปตฺตีติ จกฺขาทิอินฺทฺริยปาริปูริ เจว หตฺถาทิสมฺปทา จ. สมสฺสาสิตกาโย กิลมถวิโนทเนน. ‘‘ตญฺจ โข สมาปชฺชเนนา’’ติ วทนฺติ. ทุติยภาเคติ อิมินา อปรภาคํ ตโย ภาเค กตฺวา ตตฺถ ปุริมภาคํ เสยฺยนิสชฺชาวเสน สมาปตฺตีหิ วีตินาเมตีติ ทสฺเสติ. โลกนฺติ ราชคหาทีสุ ยํ ตทา อุปนิสฺสาย วิหรติ, ตตฺถ อญฺญตฺถ วา พุชฺฌนกํ วิเนยฺยสตฺตโลกํ พุทฺธจกฺขุนา โวโลเกติ. กาลยุตฺตนฺติ เตสํ อินฺทฺริยปริปากกาลานุรูปํ. สมยยุตฺตนฺติ ตสฺเสว เววจนํ. สมยยุตฺตนฺติ วา เตหิ อาชานิตพฺพวิเสสปฏิลาภานุรูปํ.

ปฏิสลฺลีโนติ กาลปริจฺเฉทํ กตฺวา สมาปตฺตึ สมาปนฺโน. อธิปฺปายํ สมฺปาเทนฺโต ตํ อวิราเธนฺโต, อชฺฌาสยานุรูปนฺติ อตฺโถ.

สกล…เป… เทวตาโยติ เอตฺถ โลกธาตุสากลฺยํ ทฏฺฐพฺพํ, น เทวตาสากลฺยํ. น หิ มหาสมเย วิย สพฺพทา มชฺฌิมยาเม ทสสหสฺสจกฺกวาเฬ สพฺพตฺถ สพฺพา เทวตา สตฺถุ สมีปํ อุปคจฺฉนฺติ. กิลาสุภาโว กิลมโถ.

วิหารจีวรปริวตฺตนวเสนาติ วิหาเร นิวตฺถนิวาสนปริวตฺตนวเสน. อาทิยิตฺวาติ ปารุปนวเสน คเหตฺวา. เตนาห ‘‘ธาเรตฺวา’’ติ. ภิกฺขาจารนฺติ ภิกฺขตฺถํ จริตพฺพฏฺฐานํ.

อติโรจมานนฺติ ตํ ตํ อติกฺกมิตฺวา สมนฺตโต สพฺพทิสาสุ วิโรจมานํ. สรีรปฺปภนฺติ อตฺตโน สรีรปฺปภํ. ชงฺคมํ วิย ปทุมสรนฺติ รตนมยกิญฺชกฺขํ รชตมยกณฺณิกํ สมนฺตโต สมฺผุลฺลิตกญฺจนปทุมํ สญฺจาริมสรํ วิย. คคนตลนฺติ อพฺภมหิกาทิอุปกฺกิเลสวิคเมน สุวิสุทฺธอากาสตลํ วิย. ตมฺปิ หิ ตาราคณกิรณชาลสมุชฺชลตาย สมนฺตโต วิโรจติ. กนกสิขรนฺติ กนกคิริสิขรํ. สิริยา ชลมานนฺติ สพฺพโส อนวชฺชาย สพฺพากาเรน ปริปุณฺณกายตาย อนญฺญสาธารณาย รูปกายสิริยา สมุชฺชลํ, ยสฺสา รุจิรภาโว วิทฺเธ วิคตวลาหเก ปุณฺณมาสิยํ ปริปุณฺณกลมโนมมณฺฑลํ จนฺทมณฺฑลํ อติโรจติ, ปภสฺสรภาโว สหสฺสรํสิกิรณเตโชชาลสมุชฺชลํ สูริยมณฺฑลํ อภิภวติ, เหมสมุชฺชลภาโว ตทุภเย อภิภุยฺย ปวตฺตมานํ เอกกฺขเณ ทสสหสฺสิโลกธาตุวิชฺโชตนสมตฺถ-มหาพฺรหฺมุโน ปภาสมุทยํ อภิวิหจฺจ ภาสติ ตปติ วิโรจติ.

สมนฺตปาสาทิเกติ สมนฺตโต ปสาทาวเห. ตญฺจ โข สพฺพโส สริตพฺพตายาติ อาห ‘‘ปสาทนีเย’’ติ. อุตฺตมทมถสมถมนุปฺปตฺเตติ กายวาจาหิ อนุตฺตรํ ทนฺตภาวญฺเจว อนุตฺตรํ จิตฺตวูปสมญฺจ สมฺปตฺเต. อปฺปสาเทนาติ ปสาทาภาเวน, ปสาทปฏิกฺเขเปน วา อสฺสทฺธิเยน. อุภยถาปิ โนติ อปฺปสาโท มจฺฉริยนฺติ อุภยถาปิ โน เอว, อถ โข อนตฺตมนตาย อุปารมฺภาธิปฺปาเยน อปสาเทนฺโต, ภควโต มุขโต กิญฺจิ เทเสตุกาโม วา เอวมาห. ตตฺถ การณํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ภควโต ปนา’’ติอาทิมาห. อติตฺตนฺติ ติตฺตึ อคจฺฉนฺตํ. กมฺมภงฺคนฺติ กมฺมหานึ.

ติกฺขปญฺโญ เอส พฺราหฺมโณ, ตถา หิ น จิรสฺเสว อรหตฺตํ สจฺฉิกริสฺสติ. กถาปวตฺตนตฺถมฺปิ เอวมาห – ‘‘เอวํ อหํ อิมสฺส กญฺจิ ธมฺมํ โสตุํ ลภิสฺสามี’’ติ. เวเนยฺยวเสนาติ อตฺตโน กสนการิภาวกิตฺตนมุเขน วิเนตพฺพปุคฺคลวเสน.

โอฬาริกานีติ ปากติกานิ. ‘‘เอส อุตฺตมทกฺขิเณยฺโย’’ติ สญฺชาตพหุมาโน. ปาฬิยํ ‘‘ยุคํ วา นงฺคลํ วา’’ติ วา-สทฺโท อวุตฺตวิกปฺปตฺโถ. เตน พีชาทึ สงฺคณฺหาติ, ตสฺมา พีชํ วา อีสํ วา ปริคฺคหโยตฺตานิ วาติ อยมตฺโถ ทสฺสิโต โหติ. ตถา หิ ภควา พฺราหฺมณสฺส ปฏิวจนํ เทนฺโต ‘‘สทฺธา พีช’’นฺติอาทิมาห. ปุพฺพธมฺมสภาคตายาติ ปฐมํ คหิตธมฺมสภาคตาย. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ อฏฺฐกถารุฬฺหเมว คเหตพฺพญฺจ สทฺทโต อตฺถาปตฺติโต วา อิธ ทฏฺฐพฺพํ. พุทฺธานํ อานุภาโว อยํ, ยทิทํ ปสงฺคาคตธมฺมมุเขน เทสนํ อารภิตฺวา เวเนยฺยวินยนํ.

อนนุสนฺธิกาติ ปุจฺฉานุสนฺธิวเสน อนนุสนฺธิกา. เอวนฺติ อิทานิ วุจฺจมานากาเรน. เอตฺถาติ เอติสฺสา เทสนาย. โสติ ภควา. ตสฺสาติ พฺราหฺมณสฺส. อนุกมฺปายาติ อสพฺพญฺญู หิ สติปิ อนุกมฺปาย ปุจฺฉิตมตฺเต ติฏฺเฐยฺย, ตถา ชานนฺโตปิ อนนุกมฺปโก, ภควา ปน อุภยธมฺมปาริปูริยา ‘‘อิทํ อปุจฺฉิต’’นฺติ อปริหาเปตฺวา กเถติ. สมูลนฺติอาทินา สงฺเขเปน วุตฺตมตฺถํ วิวรนฺโต ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ พีชสฺส กสิยา มูลภาโว นานนฺตริยโต ตปฺปมาณวิธานโต จาติ อาห ‘‘ตสฺมึ…เป… กตฺตพฺพโต’’ติ. เตน อนฺวยโต พฺยติเรกโต จ พีชสฺส กสิยา มูลภาวํ วิภาเวติ. กุสลาติ อิมินา อกุสลา ตโต อญฺญถาปิ กโรนฺติ, ตํ ปน อปฺปมาณนฺติ ทสฺเสติ.

ตสฺสาติ พฺราหฺมณสฺส พีชฏฺฐานิยสฺส ธมฺมสฺส จ อุปการภาวโต. ธมฺมสมฺพนฺธสมตฺถภาวโตติ ตถา วุตฺตธมฺมสฺส ผเลน สมฺพนฺธิตุํ โยเชตุํ สมตฺถภาวโต. ตโป วุฏฺฐีติ วุตฺตวจนํ สนฺธาย วุตฺตํ. สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ ปากฏํ กาตุํ ‘‘อยํ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. กสฺสกสฺส อุปการสฺส พีชสฺส อนนฺตรํ วุฏฺฐิ วุจฺจมานา อฏฺฐาเน วุตฺตา นาม น โหติ. กสฺมา? พีชสฺส วปฺปกาเล อนุรูปาย วุฏฺฐิยา อิจฺฉิตพฺพโต, ตสฺมา อวสาเน มชฺเฌ วา วุจฺจมานาย ธมฺมสมฺพนฺธสมตฺถตา ตสฺสา วิภาวิตา น สิยา. อตฺตโน อวิสเยติ ฌานาทิอุตฺตริมนุสฺสธมฺเม. ปจฺฉาปีติ กสิสมฺภารกถนโต ปจฺฉาปิ. วตฺตพฺโพติ เอกนฺเตน วตฺตพฺโพ. ตทนนฺตรํเยวาติ พีชานนฺตรํเยว. วุจฺจมานา วุฏฺฐิ สมตฺถา โหติ, พีชสฺส ผเลน สมฺพนฺธเน สมตฺถาติ ทีปิตา โหติ อนนฺตรวจเนเนว ตสฺสา อาสนฺนอุปการตฺตทีปนโต.

สมฺปสาทลกฺขณาติ ปสีทิตพฺเพ วตฺถุสฺมึ สมฺมเทว ปสีทนลกฺขณา. โอกปฺปนลกฺขณาติ สทฺเธยฺยวตฺถุโน เอวเมตนฺติ ปกฺขนฺทนลกฺขณา. มูลพีชนฺติอาทีสุ มูลเมว พีชํ มูลพีชํ. เอส นโย เสเสสุปิ พีชคามสฺส อธิปฺเปตตฺตา. ภูตคาโม ปน มูลํ พีชํ เอตสฺสาติ มูลพีชนฺติอาทินา เวทิตพฺโพ. พีชพีชนฺติ ปญฺจมํ ปน ปจฺจยนฺตรสมวาเย สทิสผลุปฺปตฺติยา วิเสสการณภาวโต วิรูหนสมตฺเถ สารผเล นิรุโฬฺห พีชสทฺโท ตทตฺถสิทฺธิยา มูลาทีสุปิ เกสุจิ ปวตฺตตีติ ตโต นิวตฺตนตฺถํ เอเกน พีช-สทฺเทน วิเสเสตฺวา วุตฺตํ ‘‘พีชพีช’’นฺติ ‘‘ทุกฺขทุกฺขํ รูปรูป’’นฺติ จ ยถา. เอวมฺปิ อิมินา อตฺเถน อิมสฺสปิ นิปฺปริยาโยว พีชภาโวติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ตํ สพฺพมฺปิ…เป… คจฺฉตี’’ติ.

อิทานิ กถญฺจิ วตฺตพฺเพ สทฺธาย โอปมฺมตฺเต พีเช สทฺธาย พีชภาวํ วิภาเวตุํ ‘‘ตตฺถ ยถา’’ติอาทิ อารทฺธํ. กามํ สทฺธูปนิสํ สีลํ, ตถาปิ สมาธิสฺส วิย สพฺเพสมฺปิ อนวชฺชธมฺมานํ อาทิมูลภาวโต สทฺธายปิ ปติฏฺฐา โหตีติ อาห ‘‘เหฏฺฐา สีลมูเลน ปติฏฺฐาตี’’ติ. ยสฺมา สพฺพสฺเสว ปุคฺคลสฺส สทฺธาวเสน สมถวิปสฺสนารมฺโภ, ตสฺมา สา ‘‘อุปริ สมถวิปสฺสนงฺกุรํ อุฏฺฐาเปตี’’ติ วุตฺตา. ตนฺติ ธญฺญพีชํ. ปถวิรสํ อาโปรสนฺติ สสมฺภารปถวีอาเปสุ ลพฺภมานํ รสํ. คเหตฺวาติ ปจฺจยปรมฺปราย คเหตฺวา. ธญฺญปริปากคหณตฺถนฺติ ธญฺญปริปากนิพฺพตฺติอตฺถํ. รสนฺติ สทฺธาสีลมูลเหตุสมถวิปสฺสนาภาวนารสํ อาทิยิตฺวา. อริยมคฺคนาเฬนาติ อริยมคฺคโสเตน อริยผลธญฺญปริปากคหณตฺถนฺติ อริยผลเมว ธนายิตพฺพโต ธญฺญํ ตสฺส นิพฺพตฺติอตฺถํ. ธญฺญนาฬํ นาม กณฺฑสฺส นิสฺสยภูโต ปจฺฉิมเทโส, กณฺโฑ ตพฺภนฺตโร ตํนิสฺสโยเยว ทณฺโฑ. ปสโว นาม ปุปฺผํ. วุทฺธินฺติ อวยวปาริปูริวเสน วุทฺธึ. วิรูฬฺหินฺติ มูลสนฺตานทฬฺหตาย วิรุฬฺหตํ. เวปุลฺลนฺติ ปตฺตนาฬาทีหิ วิปุลภาวํ. ขีรํ ชเนตฺวาติ ตรุณสลาฏุกภาวปฺปตฺติยา ตณฺฑุลสฺส พีชสฺส พีชภูตํ ขีรํ อุปฺปาเทตฺวา. เอสาติ สทฺธา. ปติฏฺฐหิตฺวาติ กมฺมปถากมฺมปถสมฺมาทิฏฺฐิสหิเตน อาทิโต ปวตฺตสีลมตฺเตน ปติฏฺฐหิตฺวา. วุทฺธินฺติอาทีสุ สุปริสุทฺธาหิ สีลจิตฺตวิสุทฺธีหิ วุทฺธึ, ทิฏฺฐิกงฺขาวิตรณวิสุทฺธีหิ วิรูฬฺหึ. มคฺคามคฺคปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธีหิ เวปุลฺลํ ปตฺวา. ญาณทสฺสนวิสุทฺธิขีรนฺติ สาทุรสสุวิสุทฺธิภาวโต ญาณทสฺสนวิสุทฺธิสงฺขาตํ ขีรํ ชเนตฺวา. อเนก…เป… ผลนฺติ อเนกปฏิสมฺภิทา-อเนกาภิญฺญาณปริปุณฺณํ อรหตฺตผลสีสํ นิปฺผาเทติ.

พีชกิจฺจกรณโตติ พีชกิจฺจสฺส กรณโต. ยญฺหิ ตํสทิสสฺส วิสทิสสฺส จ อตฺตโน ผลสฺส ปติฏฺฐาปนสมฺพนฺธนนิปฺผาทนสงฺขาตํ พีชสฺส กิจฺจํ, ตสฺส กรณโต นิพฺพตฺตนโต ‘‘เอวํ สทฺธา พีชกิจฺจ’’นฺติ วุตฺตํ. อิมินา อนญฺญสาธารณํ สทฺธาย กุสลธมฺมานํ พีชภาวํ ทสฺเสติ. สา จาติอาทินา ตเมวตฺถํ สมตฺเถติ. อิทานิ ตตฺถ อาคมํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สทฺธาชาโต’’ติอาทิมาห. เตน ยถา สปฺปุริสูปนิสฺสยสฺส สทฺธมฺมสฺสวนสฺส จ, เอวํ อนวเสสาย สมฺมาปฏิปตฺติยา สทฺธา มูลการณนฺติ ทสฺเสติ.

อินฺทฺริยสํวโร วีริยญฺจ อกุสลธมฺเม, ทุกฺกรการิกา ธุตงฺคญฺจ อกุสลธมฺเม เจว กายญฺจ ตปติ วิพาธตีติ ตโปติ วุจฺจติ. อินฺทฺริยสํวโร อธิปฺเปโต วีริยสฺส โธรยฺหภาเวน คยฺหมานตฺตา, อิตเรสํ วุฏฺฐิภาวสฺส อนุยุญฺชมานตฺตา. อาทิ-สทฺเทน กลลงฺคารวุฏฺฐิอาทีนํ สงฺคโห. สมนุคฺคหิตนฺติ อุปคตํ. วิรุหนามิลายนนิปฺผตฺติวจเนหิ ธญฺญพีชสนฺตานสฺส วิย เตสํ วุทฺธิยา สทฺธาพีชสนฺตานสฺส ตโปวุฏฺฐิยา อาทิมชฺฌปริโยสาเนสุ อุปการตํ ทสฺเสติ.

ปุริมปเทสุปีติ อปิ-สทฺเทน ปรปเทสุปีติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ ‘‘หิรี เม อีสา, มโน เม โยตฺต’’นฺติ อิจฺฉิตตฺตา, ‘‘สติ เม’’ติ เอตฺถ เม-สทฺโท อาเนตฺวา โยเชตพฺโพ. อุทกมฺปิ ตาว ทาตพฺพํ โหติ นทีตฬากาทิโต อาเนตฺวา. วีริยพลีพทฺเท จตุพฺพิเธ โยเชตฺวา. นิจฺจกาลํ อตฺถีติ วจนเสโส.

สห วิปสฺสนาย มคฺคปญฺญา อธิปฺเปตา อมตปฺผลาย กสิยา อธิปฺเปตตฺตา. วิปสฺสนา ปญฺญา จาติ ทุวิธาปิ ปญฺญา อุปนิสฺสยา โหติ วิสิฏฺฐภาวโต. เตนาห ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ. ปญฺญาติ ปกาเรหิ ชานาตีติ ปญฺญา. ปญฺญวตํ ปญฺญา ปุรโต โหติ โยนิโสมนสิการสฺส วิเสสปจฺจยภาวโต, สหชาตาธิปตีสุ จ อุกฺกฏฺฐภาวโต. สิรีติ โสภคฺคํ. สตํ ธมฺมา สทฺธาทโย, อนฺวายิกาติ อนุคามิโน. อีสาพทฺธา โหตีติ หิริสงฺขาตอีสาย พทฺธา โหติ, ปญฺญาย กทาจิ อปฺปโยคโต มโนสีเสน สมาธิ อิธ วุตฺโตติ อาห ‘‘มโนสงฺขาตสฺส สมาธิโยตฺตสฺสา’’ติ. สมํ อุปเนตฺวา พนฺธิตฺวา พทฺธรชฺชุกตฺตา สมาธิโยตฺตํ. เอกโต คมนนฺติ ลีนจฺจารทฺธสงฺขาตํ เอกปสฺสโต คมนํ วาเรติ. มชฺฌิมาย วิปสฺสนาวีถิยา ปฏิปาทนโต กายาทีสุ สุภสุขนิจฺจตฺตภาววิคมเน ปญฺญาย วิเสสปจฺจยา สตีติ วุตฺตํ – ‘‘สติยุตฺตา ปญฺญา’’ติ ตสฺสา สติวิปฺปโยคาสพฺภาวโต. สนฺตติฆนาทีนํ อยํ วิเสโส – ปุริมปจฺฉิมานํ ธมฺมานํ นิรนฺตรตาย เอกีภูตานํ วิย ปวตฺติ สนฺตติฆนตา, เอกสมูหวเสน เอกีภูตานมิว ปวตฺติ สมูหฆนตา, ทุพฺพิญฺเญยฺยกิจฺจเภทวเสน เอกีภูตานมิว ปวตฺติ. กิจฺจฆนตา, เอการมฺมณวเสน เอกีภูตานมิว ปวตฺติ อารมฺมณฆนตา. สพฺเพสํ, สพฺพานิ วา กิเลสานํ มูลสนฺตานกานิ สพฺพ…เป… สนฺตานกานิ. อนุปฺปโยโค หิ อตฺโถ. ปทาเลตีติ ภินฺทติ สมุจฺฉินฺทติ. สา จ โข ‘‘ปทาเลตี’’ติ วุตฺตา โลกุตฺตราว ปญฺญา อนุสยปฺปหานสฺส อธิปฺเปตตฺตา. สนฺตติฆนาทิเภทนา ปน โลกิยาปิ โหติ วิปสฺสนาวเสน ฆนวินิพฺโภคสฺส นิปฺผาทนโต. เตนาห ‘‘อิตรา ปน โลกิกาปิ สิยา’’ติ.

หิรียตีติ ลชฺชติ, ชิคุจฺฉตีติ อตฺโถ. ตสฺมา ‘‘ปาปเกหิ ธมฺเมหี’’ติ นิสฺสกฺกวจนํ ทฏฺฐพฺพํ, เหตุมฺหิ วา กรณวจนํ. โอตฺตปฺปมฺปิ คหิตเมว, น หิ ลชฺชนํ นิพฺภยํ ปาปภยํ วา อลชฺชนํ อตฺถีติ. รุกฺขลฏฺฐีติ รุกฺขทณฺโฑ. เตน ปเทเสน กสนโต วิเสสโต นงฺคลนฺติ วุจฺจตีติ อาห ‘‘อีสา ยุคนงฺคลํ ธาเรตี’’ติ. กามํ ปญฺญารหิตา หิรี อตฺถิ, หิริรหิตา ปน ปญฺญา นตฺเถวาติ อาห ‘‘หิริ…เป… อภาวโต’’ติ. สนฺธิฏฺฐาเน กมฺปนาภาวโต อจลํ. ถิรภาเวน อสิถิลํ. หิริปฏิพทฺธปญฺญา ปฏิปกฺขวเสน จ อสิถิลภาเวน จ อจลา อสิถิลาติ อาห ‘‘อพฺโพกิณฺณา อหิริเกนา’’ติ. นาฬิยา มินมานปุริโส วิย อารมฺมณํ มุนาติ ปริจฺเฉทโต ชานาตีติ มโน. มโนสีเสนาติ มนโส อปเทเสน. ตํสมฺปยุตฺโตติ อิมินา กุนฺตสหจรณโต ปุริโส กุนฺโต วิย มนสหจรณสมาธิ ‘‘มโน’’ติ วุตฺโตติ ทสฺเสติ. สารถินาติ กสฺสเกน. โส หิ อิธ พลีพทฺทานํ สารณโต ปาจนโต ‘‘สารถี’’ติ อธิปฺเปโต. เอกาพนฺธนนฺติ เอกาพทฺธกรณํ. สกกิจฺเจติ สกกิจฺเจน ยุตฺเต. เตน หิ อีสาทีสุ ยถารหํ พนฺธิตฺวา เอกาพทฺเธสุ กเตสุ นงฺคเลสุ กิจฺจํ อิชฺฌติ, โน อญฺญถาติ ตํ ‘‘สกกิจฺเจ ปฏิปาเทตี’’ติ วุตฺตํ. อวิกฺเขปสภาเวนาติ อตฺตโน อวิกฺเขปสภาเวน. พนฺธิตฺวาติ สหชาตาทิปจฺจยภาเวน อตฺตนา สมฺพนฺธิตฺวา. สกกิจฺเจติ หิรีอาทีหิ ยถาสกํ กตฺตพฺเพ กิจฺเจ.

จิรกตาทิมตฺถนฺติ จิรภาสิตมฺปิ อตฺถํ. สรติ อนุสฺสรติ กายาทึ อสุภาทิโต นิชฺฌายติ. ผาเลตีติ ปทาเลติ. ปาเชนฺติ คเมนฺตีติ ตํ ปาชนํ. อิธ อิมสฺมึ สุตฺเต ‘‘ปาจน’’นฺติ วุตฺตํ ช-การสฺส จ-การํ กตฺวา. ผาลปาจนนฺติ อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา หิ พฺราหฺมณ…เป… สตี’’ติ วุตฺตํ. อิทานิ ตมตฺถํ วิตฺถารโต ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺถ ยถา’’ติอาทิมาห. นงฺคลํ อนุรกฺขติ ภิชฺชนผาลนโต. ปุรโต จสฺส คจฺฉตีติ อสฺส นงฺคลสฺส กสฺสเน ภูมิยา วิลิขเน ปุรโต คจฺฉติ ปุพฺพงฺคมา โหติ. คติโยติ ปวตฺติโย. สมเนฺวสมานาติ สรณวเสน คเวสมานา. อารมฺมเณ วา กายาทิเก อุปฏฺฐาปยมานา อสุภาทิวเสน ปญฺญานงฺคลํ รกฺขติ. สภาวาสภาวูปคเม ผาโล วิย นงฺคลสฺส ‘‘อารกฺขา’’ติ วุตฺตา ‘‘สพฺพานตฺถโต สติ รกฺขตี’’ติ กตฺวา. ตถา เหสา อารกฺขปจฺจุปฏฺฐานา. จิรกตจิรภาสิตานํ อสมฺมุสฺสนวเสน สติ ปญฺญานงฺคลสฺส ปุรโต โหตีติ วตฺวา ตสฺส ปุรโตภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘สติ…เป… โน ปมุฏฺเฐ’’ติ อาห. สติปริจิเตติ สติยา ปฏฺฐาปิเต. ‘‘อุปฏฺฐาปิเต’’ติปิ ปาโฐ, อยเมวตฺโถ. สํสีทิตุํ น เทตีติ สกิจฺจกิริยาย สํสีทนํ กาตุํ น เทติ. โกสชฺชสงฺขาตํ สํสีทนํ โกสชฺชสํสีทนํ.

ปาติโมกฺขสํวรสีลํ วุตฺตํ กายิกวาจสิกสํยมสฺส กถิตตฺตา. อาหาเร อุทเร ยโตติ ปริภุญฺชิตพฺพอาหาเร สํยตภาวทสฺสเนน ปริภุญฺชิตพฺพตาย จตูสุปิ ปจฺจเยสุ สํยตภาโว ทีปิโตติ อาห ‘‘อาหารมุเขนา’’ติอาทิ. สํยตภาโว เจตฺถ ปจฺจยเหตุ อเนสนาภาโวติ วุตฺตํ ‘‘นิรุปกฺกิเลโสติ อตฺโถ’’ติ. โภชนสทฺโท อาหารปริโภเค นิรุโฬฺหติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘โภชเน มตฺตญฺญุตามุเขนา’’ติ. ปริภุญฺชนฏฺเฐน ปน โภชนสทฺทมุเขนาติ วุตฺเต อธิปฺเปตตฺโถ ลพฺภเตว. เตนาติ กายคุตฺตาติอาทิวจเนน. น วิลุมฺปนฺตีติ ‘‘ทีเปตี’’ติ ปทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ.

ทฺวีหากาเรหีติ อทิฏฺฐาทีนํ อทิฏฺฐาทิวเสน ทิฏฺฐาทีนญฺจ ทิฏฺฐาทิวเสนาติ เอวํ ทฺวิปฺปกาเรหิ. อวิสํวาทนํ อวิตถกถนํ. เฉทนํ มูลปฺปเทเส นิกนฺตนํ. ลุนนํ ยตฺถ กตฺถจิ เฉทนํ. อุปฺปาฏนํ อุมฺมูลนํ. อสิเตนาติ ทตฺเตน, ลายิเตนาติ อตฺโถ. วิสํวาทนสงฺขาตานํ ติณานํ, อฏฺฐนฺนํ อนริยโวหารานนฺติ อตฺโถ. ยถาภูตญาณนฺติ นาม รูปปริจฺเฉทกญาณํ. สจฺจนฺติ เวทิตพฺพํ อวิปรีตวุตฺติกตฺตา ‘‘เฉทกํ’’ ฉินฺทนกํ. นิทฺทานนฺติ นิทฺทายกํ. อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ ทิฏฺฐิ ‘‘ทิฏฺฐิสจฺจ’’นฺติ วุจฺจติ. ทฺวีสุ วิกปฺเปสูติ ภาวกตฺตุสาธนวเสน ทฺวีสุ วิกปฺเปสุ. ‘‘นิทฺทาน’’นฺติ อุปโยควเสเนว อตฺโถ.

สีลเมว ‘‘โสรจฺจ’’นฺติ วุตฺตํ ‘‘ปาณาติปาตาทีหิ สุฏฺฐุ โอรตสฺส กมฺม’’นฺติ กตฺวา. สงฺขารทุกฺขาทีนํ อภาวโต สุนฺทรภาวโต สุนฺทเร นิพฺพาเน อารมฺมณกรณวเสน รตตฺตา สุรโต, อรหา. ตสฺส ภาโว โสรจฺจํ, อรหตฺตํ. อปฺปโมจนเมว อจฺจนฺตาย ปโมจนํ น โหติ.

ยทคฺเคน วิปสฺสนาย ปญฺญาย ตํสหคตวีริยสฺส จ นงฺคลโธรยฺหตา, ตถาปวตฺตกุสลภาวนาย จ กสิภาโว จ, ตทคฺเคน ตโต ปุเรตรํ ปวตฺตปญฺญาวีริยปารมีนํ นงฺคลโธรยฺหตา, ตถาปวตฺตกุสลภาวนาย จ กสิภาโว เวทิตพฺโพติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถา หี’’ติอาทิมาห. ธุรํ วหตีติ โธรยฺหํ. ยถาวุตฺตํ ฆนนฺติ อสฺมิมานาทิเภทํ ฆนํ. วหิตพฺพา อาทิภูตา ธุรา เอเตสํ อตฺถีติ ธุรา, ปุริมธุรวาหกา. ตํมูลกา อปรํ ธุรํ วหนฺตา โธรยฺหา. ธุรา จ โธรยฺหา จ ธุรโธรยฺหํ เอกตฺตวเสน. วหนฺตนฺติ กสเนน ปวตฺตนฺตํ.

กามโยคาทีหิ โยเคหิ เขมตฺตา อนุปทฺทวตฺตา. ตํ นิพฺพานํ อธิกิจฺจ อุทฺทิสฺส. วาหียติ วิปสฺสนาย สหคตํ. อภิมุขํ วาหียติ มคฺคปริยาปนฺนํ. เขตฺตโกฏินฺติ เขตฺตมริยาทํ. ทิฏฺเฐกฏฺเฐติ ทิฏฺฐิยา สหชาเตกฏฺเฐ ปหาเนกฏฺเฐ จ. โอฬาริเกติ อุปริมคฺควชฺเฌ อุปาทาย วุตฺตํ, อญฺญถา ทสฺสนปหาตพฺพาปิ ทุติยมคฺควชฺเฌหิ โอฬาริกาติ. อณุสหคเตติ อณุภูเต. อิทํ เหฏฺฐิมมคฺควชฺเฌ อุปาทาย วุตฺตํ. สพฺพกิเลเส อวสิฏฺฐสพฺพกิเลเส ปชหนฺตํ อนิวตฺตนฺตํ คจฺฉติ ปุน ปหาตพฺพตาย อภาวโต. อนิวตฺตนฺตนฺติ น นิวตฺตนฺตํ, ยถา นิวตฺตนํ น โหติ, เอวํ คจฺฉตีติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘นิวตฺตนรหิต’’นฺติอาทิ. เอตํ ปน ตว ธุรโธรยฺหํ.

เอวเมสา กสีติ ยถาวุตฺตสฺส ปจฺจามสนํ. เตนาห ‘‘นิคมนํ กโรนฺโต’’ติ. วุตฺตสฺเสว หิ อตฺถสฺส ปุน วจนํ. ปญฺญานงฺคเลน สติผาลํ อาโกเฏตฺวาติ ปญฺญาสงฺขาเตน นงฺคเลน สทฺธึ สติผาลสฺส เอกาพทฺธภาวกรเณน อาโกเฏตฺวา. กฏฺฐาติ เอตฺถ ‘‘กสี’’ติ ปทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ ‘‘กฏฺฐา กสี’’ติ. กมฺมปริโยสานนฺติ ยถาวุตฺตกสิกมฺมสฺส ปริโยสานภูตํ. ยทิปิ ปุพฺเพ ‘‘ปญฺญา เม ยุคนงฺคล’’นฺติอาทินา อตฺตุทฺเทสิกวเสนายํ อมตปฺผลา กสิ ทสฺสิตา, มหาการุณิกสฺส ปน ภควโต เทสนา สพฺพสฺสปิ สตฺตนิกายสฺส สาธารณา เอวาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สา โข ปเนสา’’ติอาทิมาห.

ทิวเสเยวาติ ตํทิวเส เอว. อาทิมาหาติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน กถาปริโยสาเน ปาฐปเทโส คหิโตติ ตทญฺญํ ‘‘เอวํ วุตฺเต’’ติอาทิปาฐํ สนฺธาย ‘‘ตโต ปรญฺจา’’ติ อาห.

กสิภารทฺวาชสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. อุทยสุตฺตวณฺณนา

๑๙๘. เอตํ วุตฺตนฺติ ‘‘โอทเนน ปูเรสี’’ติ เอตํ วจนํ วุตฺตํ. ‘‘คเหตุํ สมตฺโถ นาม นาโหสีติ ภควโต อธิฏฺฐานพเลนา’’ติ วทนฺติ. ตํ พฺราหฺมณํ วิเนตุกามตาย กิร ภควา ตถา อกาสิ.

อุปารมฺภภเยนาติ ปรูปวาทภเยน. อวตฺวาว นิวตฺโต ‘‘อพฺภาคโตปิ ปาสณฺโฑ วาจามตฺเตนปิ น ปูเชตพฺโพ’’ติ พฺราหฺมณธมฺเม วุตฺตตฺตา. ปกฺกนฺโตติ พฺราหฺมณสฺส ธมฺมํ อวตฺวา ปกฺกนฺโต พฺราหฺมณสฺส น ตาว ญาณํ ปริปกฺกนฺติ. เอตํ วจนํ…เป… มคมาสิ ‘‘ปุนปฺปุนญฺเจว วปนฺติ พีช’’นฺติอาทินา ธมฺมํ กเถตุํ อวสฺสํ อากงฺขนฺโต. ปการโต กสฺสตีติ ปกฏฺฐโก, รสตณฺหาย ปกฏฺโฐติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘รสคิทฺโธ’’ติ.

‘‘ปุนปฺปุนญฺเจว วปนฺติ พีช’’นฺติ อิมํ เทสนํ อารภีติ สมฺพนฺโธ. พีชนฺติ จ อิติ-สทฺโท นิทสฺสนตฺโถ วา. เตน อวยเวน สมุทายํ นิทสฺเสติ. โอสกฺกสีติ สงฺโกจสิ. วุตฺตนฺติ วปนํ กตํ. ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อลเมตฺตาวตา’’ติ. ‘‘วสฺสิตฺวา’’ติ วุฏฺฐึ ปวตฺเตตฺวา.

เทสนา…เป… ทสฺเสติ พฺราหฺมเณน วุตฺตํ อยุตฺตวจนํ ปริวฏฺเฏนฺโตปิ ทิวเส ทิวเส ภิกฺขาจริยา นาม ภิกฺขูนํ กายคตา วุตฺตีติ. ขีรํ หตฺเถน นยนฺตีติ วา ขีรนิกา. กิลมตีติ ตํตํกิจฺจกรณวเสน ขิชฺชติ. ผนฺทตีติ อนตฺถสมาโยควเสน วิปฺผนฺทติ. อปุนพฺภวายาติ อายตึ อนุปฺปตฺติยา. มคฺโค นามาติ อุปาโย นาม นิพฺพานํ, ตสฺมึ ลทฺเธ ปุนพฺภวาภาวโต. ‘‘ปุนปฺปุน’’นฺติ วจนํ อุปาทาย พีชวปนาทโย ปุนปฺปุนธมฺมา นาม ชาตาติ อาห ‘‘โสฬส ปุนปฺปุนธมฺเม เทเสนฺเตนา’’ติ.

อุทยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. เทวหิตสุตฺตวณฺณนา

๑๙๙. อุทรวาเตหีติ วาตกตวิชฺฌนโตทนาทิวเสน อปราปรํ วตฺตมาเนหิ อุทรวาเตหิ, ตสฺส วา วิกาเรหิ. นิพทฺธุปฏฺฐากกาเล ปน ธมฺมภณฺฑาคาริโกว. อรญฺญนฺติ ภควโต ภิกฺขูนญฺจ วสนฏฺฐานภูตํ ตโปวนํ. ตํ นิทฺธูมํ โหติ อุทกตาปนสฺสปิ อกรณโต. ตสฺมาติ ยสฺมา ตสฺส อุโณฺหทกวิกฺกิณนจริยาย ชีวิกากปฺปนํ โหติ, ตสฺมา.

วตฺตเมตํ ตสฺส ปติการตฺถํ ปริกถาทีนมฺปิ กาตุํ ลพฺภนโต. อิทานิ ตตฺถ การณมฺปิ สวิสยํ ทสฺเสตุํ ‘‘วณฺณํ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ภควา หิ อายสฺมโต อุปวาณสฺส เทวหิตพฺราหฺมณสฺส ตํ สมฺภาวิตํ ภวิสฺสติ ติกิจฺฉาปฏิยตฺตํ, ตาย จ อตฺตโน โรคสฺส วูปสมนํ, ตปฺปสงฺเคน จ เทวหิตพฺราหฺมโณ มม สนฺติกํ อาคนฺตฺวา ธมฺมสฺสวเนน สรเณสุ สีเลสุ จ ปติฏฺฐหิสฺสตีติ สพฺพมิทํ ญตฺวา เอวํ ‘‘อิงฺฆ เม ตฺวํ, อุปวาณ, อุโณฺหทกํ ชานาหี’’ติ อโวจ. อาคมนียปฺปฏิปทํ ปุพฺพภาคปฺปฏิปทํ ปุพฺพภาคปฺปฏิปตฺตึ กเถตุํ วฏฺฏติ อนุตฺตริมนุสฺสธมฺมตฺตา. สเทวเกน โลเกนาติ อนวเสสโต โลกสฺส คหณํ. ผลวิเสสากงฺขาย ปูเชตพฺพาติ ปูชนียา, เต เอว อิธ ‘‘ปูชเนยฺยา’’ติ วุตฺตา. ตถา อาทเรน ปูเชตพฺพตาย สกฺการิยา, อา-การสฺส รสฺสตฺตํ, ริ-สทฺทสฺส จ เร-อาเทสํ กตฺวา ‘‘สกฺกเรยฺยา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘อปจเยยฺยา’’ติ วตฺตพฺเพ ย-การโลปํ กตฺวา ‘‘อปเจยฺยา’’ติ วุตฺตํ. เตสนฺติ สเทวเกน ปูชเนยฺยาทีนํ. หริตุนฺติ เนตุํ.

เอตฺตเกนปีติ อุปสงฺกมนาทินา เอตฺตเกน อปฺปมตฺตเกนปิ กตวตฺเตน อยํ กิตฺติ…เป… โสมนสฺสชาโต.

ยชมานสฺสาติ เทยฺยธมฺมํ เทนฺตสฺส. ทกฺขิณาย อิชฺฌนํ นาม วิปุลผลภาโวติ อาห ‘‘มหปฺผโล โหตี’’ติ. วิทิตนฺติ ปฏิวิทฺธปจฺจกฺขกตํ. อาชานาตีติ วุตฺถภวาทึ ปริยาทาย ชานาติ ปฏิวิชฺฌติ. ชานิตฺวาติ จตฺตาริ สจฺจานิ มคฺคปฏิปาฏิยา ปฏิวิชฺฌิตฺวา. อคฺคปฺปตฺตตาย กตกิจฺจตํ ปตฺโต. พฺราหฺมเณน อตฺตนา กโต กาโร จ ภควโต เอว ปจฺจุปฏฺฐาตีติ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิมินา ขีณาสเว ยชนากาเรน ยชนฺตสฺสา’’ติ วุตฺตํ.

เทวหิตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. มหาสาลสุตฺตวณฺณนา

๒๐๐. ยสฺมา ตสฺส พฺราหฺมณสฺส อนิสฺสยสฺส ชิณฺณภาเวน วิเสสโต กาโย ลูโข ชาโต, ชิณฺณปิโลติกขณฺเฑหิ สงฺฆฏิตํ ปาวุรณํ, ตสฺมา ‘‘ลูขปาวุรโณ’’ติ ปทสฺส ‘‘ชิณฺณปาวุรโณ’’ติ อตฺโถ วุตฺโต. ปาฏิเยกฺกนฺติ ปุตฺเตสุ เอกเมโก เอกเมกาย วาจาย วิสุํ วิสุํ.

สมฺปุจฺฉนํ นาม อิธ สมฺมนฺตนนฺติ อาห ‘‘สทฺธึ มนฺตยิตฺวา’’ติ. นนฺทิสฺสนฺติ อภินนฺทึ. อตีตตฺเถ หิ อิทํ อนาคตวจนํ. เตนาห ‘‘นนฺทิชาโต…เป… อโหสิ’’นฺติ. ภุสฺสนฺตาติ นิพฺภุสฺสนวเสน รวนฺตา.

วโยคตนฺติ ปจฺฉิมวยํ อุปคตํ. โส ปน ยสฺมา ปุริเม เทฺว วเย อติกฺกมวเสน คโต. ปจฺฉิมํ เอกเทสโต อติกฺกมนวเสน, ตสฺมา วุตฺตํ – ‘‘ตโย วเย คตํ อติกฺกนฺตํ ปจฺฉิมวเย ฐิต’’นฺติ.

นิปฺปริโภโคติ ชิณฺณภาเวน ชวปรกฺกมหานิยา อปริโภโค น ภุญฺชิตพฺโพ. ขาทนา อปนียตีติ ยวสํ อททนฺตา ตโต นีหรนฺติ นาม. เถโรติ วุฑฺโฒ.

อนสฺสวาติ น วจนกรา. อปฺปติสฺสาติ ปติสฺสยรหิตา. อวสวตฺติโนติ น มยฺหํ วเสน วตฺตนกา. สุนฺทรตโรติ อุปตฺถมฺภการิภาเวน สุนฺทรตโร.

ปุรโตติ อุปตฺถมฺภกภาเวน ปุรโต กตฺวา. อุทเก ปติฏฺฐํ ลภติ ตตฺถ ปติฏฺฐโต ถิรปติฏฺฐภาวโต. อทฺธปติฏฺโฐ หิ ทณฺโฑ ทณฺฑธรปุริสสฺส ปติฏฺฐํ ลภาเปติ.

พฺราหฺมณิโยติ อตฺตโน พฺราหฺมณิโย. ปาฏิเยกฺกนฺติ ‘‘อสุกสฺส เคเห อสุกสฺส เคเห’’ติ เอวํ อุทฺเทสิกํ กตฺวา วิสุํ วิสุํ. มา นิยฺยาเทหิ, อมฺหากํ รุจฺจนฏฺฐานเมวาติ ตว ปุตฺตานํ เคเหสุ ยํ อมฺหากํ รุจฺจนฏฺฐานํ. ตตฺถเมว คมิสฺสามาติ สพฺเพสมฺปิ เอเตสํ อนุคฺคหํ กาตุกาโม ภควา เอวมาห.

ตโต ปฏฺฐายาติ โสตาปตฺติผลปฏิลาภโต ปฏฺฐาย. ยทตฺถํ มยํ อิมสฺส พฺราหฺมณสฺส มหาสมฺปตฺติทานาทินา อนุคฺคโห กโต, โส จสฺส ปุตฺตปริชนสฺสปิ อตฺโถ สิทฺโธติ สตฺถา น สพฺพกาลํ ตสฺส พฺราหฺมณสฺส ปุตฺตานํ เคหํ อคมาสิ, เต เอว ปน กาเลน กาลํ สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ยถาวิภวํ สกฺการสมฺมานํ อกํสูติ อธิปฺปาโย.

มหาสาลสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. มานตฺถทฺธสุตฺตวณฺณนา

๒๐๑. มาเนน ถทฺโธติ ‘‘อยํ โข’’ติอาทินา ปคฺคหิเตน มาเนน ถทฺโธ พชฺฌิตจิตฺโต ถทฺธอโยสลาโก วิย กสฺสจิปิ อโนนโต. น กิญฺจิ ชานาติ โลเก ปฏิสนฺถารมตฺตสฺสปิ อชานนโต.

อพฺภุตวิตฺตชาตาติ สญฺชาตอพฺภุตวิตฺตา. วิตฺตํ วิตฺตีติ จ ตุฏฺฐิปริยายา. อภูตปุพฺพายาติ ยา ตสฺสา ปริสาย วิตฺติ ตทา ภูตา, สา อิโต ปุพฺเพ อภูตา. เตนาห ‘‘อภูต…เป… สมนฺนาคตา’’ติ. อสฺส ปุคฺคลสฺสาติ อเนน ปุคฺคเลน. อปจิตาติ ปรมนิปจฺเจน ปูชนียสามญฺญโต ตตฺถ อตฺตโน ปกฺขิปนํ อิธ เทสนาโกสลฺลํ.

มานตฺถทฺธสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. ปจฺจนีกสุตฺตวณฺณนา

๒๐๒. ‘‘สพฺพํ เสต’’นฺติ เกนจิ วุตฺเต ตสฺส ปจฺจนีกํ กโรนฺตสฺเสว อสฺส พฺราหฺมณสฺส. วิเนตฺวาติ วินาเสตฺวา. สุณาตีติ อตฺโถติ ‘‘สุณาตี’’ติ กิริยาปทํ อาหริตฺวา คาถาย อตฺโถ เวทิตพฺโพ ‘‘ชญฺญา สุภาสิต’’นฺติ วุตฺตตฺตา. น หิ อสุตฺวา เทสิตํ ชานิตุํ สกฺโกนฺติ.

ปจฺจนีกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. วนกมฺมิกสุตฺตวณฺณนา

๒๐๓. วนกมฺเม นิยุตฺโต, กิริยมาเนน วนกมฺมํ เอตสฺส อตฺถีติ วนกมฺมิโก. อิมสฺมึ วนสณฺเฑติ อิมสฺมึ เอวํมหนฺเต วนสณฺเฑ. น เม วนสฺมึ กรณียมตฺถิ ยถา, ‘‘พฺราหฺมณ, ตุยฺห’’นฺติ อธิปฺปาโย. อิตรํ ปน ยํ มหากิเลสวนํ, ตํ มคฺคญาณผรสุนา สมาธิมยสิลายํ สุนิสิเตน สพฺพโส อุจฺฉินฺนมูลํ, ตโต เอว นิพฺพนโถ นิกฺกิเลสคหโน. วิเวกาภิรติยา เอกโก อภิรโต ปฏิปกฺขวิคเมน. เตนาห ‘‘อรตึ…เป… ชหิตฺวา’’ติ.

วนกมฺมิกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. กฏฺฐหารสุตฺตวณฺณนา

๒๐๔. ธมฺมนฺเตวาสิกาติ กิญฺจิปิ ธนํ อทตฺวา เกวลํ อนฺเตวาสิกา. เตนาห ‘‘เวยฺยาวจฺจํ กตฺวา สิปฺปุคฺคณฺหนกา’’ติ. คมฺภีรสภาเวติ สมนฺตโต ทูรโต คหนสจฺฉนฺนวิปุลตรรุกฺขคจฺฉลตาย จ, ตทา หิมปิณฺฑสินฺนภาเวน มยูรยาเนหิ ปติฏฺฐาตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย จ คมฺภีรภาเว.

พหุเภรเวติ พหุภยานเก. อนิญฺชมาเนนาติ อิตฺถมฺภูตตฺเถ กรณวจนํ. อติสุนฺทรํ วตาติ เอวํ สนฺเต นาม อรญฺเญ เอวํ นิจฺจลกาโย นิสินฺโน ฌายนฺโต อติวิย สุนฺทรญฺจ ฌานํ ฌายสีติ วทติ.

อจฺเฉรรูปนฺติ อจฺฉริยภาวํ. เสฏฺฐปฺปตฺติยาติ เสฏฺฐภาวปฺปตฺติยา.

‘‘โลกาธิปติสหพฺยตํ อากงฺขมาโน’’ติ อิมินา พฺราหฺมโณ โลกาธิปติสหโยคํ ปุจฺฉติ, ‘‘กสฺมา ภว’’นฺติอาทินา ปน ตทญฺญวิเสสากงฺขํ ปุจฺฉตีติ อาห ‘‘อปเรนปิ อากาเรน ปุจฺฉตี’’ติ.

กงฺขาติ ตณฺหา อภิกฺขณวเสน ปวตฺตา. อเนกสภาเวสูติ รูปาทิวเสน อชฺฌตฺติกาทิวเสน เอวํ นานาสภาเวสุ อารมฺมเณสุ. อสฺสาทราโค โลโภ อภิชฺฌาติ นานปฺปการา. เสสกิเลสา วา ทิฏฺฐิมานโทสาทโย. นิจฺจกาลํ อวสฺสิตา สตฺตานํ อวสฺสยภาวตฺตา. ปชปฺปาปนวเสนาติ ปกาเรหิ ตณฺหายนวเสน. นิรนฺตาติ อนฺตรหิตา นิรวเสสา.

อนุปคมโนติ อนุปาทาโน. สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ทีเปติ, ตสฺส หิ วเสน เอว นานาสภาเวสุ ภควา สมนฺตจกฺขุนา ปสฺสตีติ ‘‘สพฺเพ…เป… ทสฺสโน’’ติ วุจฺจติ. อรหตฺตํ สนฺธายาห, ตญฺหิ นิปฺปริยายโต ‘‘อนุตฺตร’’นฺติ วุจฺจติ.

กฏฺฐหารสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. มาตุโปสกสุตฺตวณฺณนา

๒๐๕. อิโตติ มนุสฺสตฺตภาวโต. ปฏิคนฺตฺวาติ อภิคนฺตฺวา. สคฺเค หิ นิพฺพตฺตนฺโต กมฺมผเลน ธมฺมตาวเสน ปฏิสนฺธิกาลโต ปฏฺฐาย อภิรติวเสน อภิรมติ เอว นามาติ.

มาตุโปสกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. ภิกฺขกสุตฺตวณฺณนา

๒๐๖. วิรูปํ คนฺธํ ปสวตีติ วิสฺโส, ทุคฺคนฺโธ. พาหิตฺวาติ อตฺตโน สนฺตานโต พหิกตฺวา นีหริตฺวา. ตํ ปน อนวเสสโต ปชหนนฺติ อาห ‘‘อคฺคมคฺเคน ชหิตฺวา’’ติ. สงฺขายติ สมฺมเทว ปริจฺฉินฺทติ เอตายาติ สงฺขา, ญาณนฺติ อาห ‘‘สงฺขายาติ ญาเณนา’’ติ. ภินฺนกิเลสตฺตาติ นิรุตฺตินเยน ภิกฺขุสทฺทสิทฺธิมาห.

ภิกฺขกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๑. สงฺคารวสุตฺตวณฺณนา

๒๐๗. ปจฺเจตีติ ปตฺติยายติ สทฺทหติ. ตถาภูโต จ ตมตฺถํ นิกาเมนฺโต นาม โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อิจฺฉติ ปตฺเถตี’’ติ. สาธุ, ภนฺเตติ เอตฺถ สาธุ-สทฺโท อายาจนตฺโถ, น อภินนฺทนตฺโถติ ‘‘อายาจมาโน อาหา’’ติ วตฺวา อายาจเน การณํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เถรสฺส กิรา’’ติอาทิมาห. อุทกสุทฺธิโก น เอกํเสน อปายูปโค, ลทฺธิยา ปน สาวชฺชกิเลสภูตภาวโต อายาจติ. อญฺญํ การณํ อปทิสนฺโต ‘‘อปิจา’’ติอาทิมาห. ผลภูโต อตฺโถ เอตสฺสาติ อตฺถวสํ, การณนฺติ อาห ‘‘อตฺถานิสํสํ อตฺถการณ’’นฺติ. ปปญฺจสูทนิยํ ปน ผเลเนว อรณียโต อตฺโถ, การณนฺติ กตฺวา ‘‘อตฺโถ เอว อตฺถวโส, ตสฺมา เทฺว อตฺถวเสติ เทฺว อตฺเถ เทฺว การณานี’’ติ วุตฺตํ.

สงฺคารวสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๒. โขมทุสฺสสุตฺตวณฺณนา

๒๐๘. เอวํลทฺธนามํ ปิณฺฑาย ปาวิสีติ โยชนา. เอวเมวนฺติ เกนจิ อนิมนฺติเตน สยเมว อุปสงฺกมนฺเต. อผาสุกธาตุกนฺติ อยุตฺตรูปํ. สภาธมฺมนฺติ สภาย จริตพฺพํ จาริตฺตธมฺมํ. อสญฺจาเลตฺวาติ อาสนโต อวุฏฺฐาเปตฺวา. อุชุกเมว อาคจฺฉติ โลกคฺคนายโก ภควา สพฺพสตฺตุตฺตโม อตฺตโน อุตฺตริตรสฺส อภาวโต โลกสฺส อปจิตึ น ทสฺเสติ. เย สพฺพโส สํกิเลเส ปชหนฺติ, เตว ปณฺฑิเต ‘‘สนฺโต’’ติ ทสฺเสติ ‘‘เอเต’’ติอาทินา.

โขมทุสฺสสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ทุติยวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สารตฺถปฺปกาสินิยา สํยุตฺตนิกาย-อฏฺฐกถาย

พฺราหฺมณสํยุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.