๓. เทวหิตสุตฺตวณฺณนา
๑๙๙. อุทรวาเตหีติ วาตกตวิชฺฌนโตทนาทิวเสน อปราปรํ วตฺตมาเนหิ อุทรวาเตหิ, ตสฺส วา วิกาเรหิ. นิพทฺธุปฏฺฐากกาเล ปน ธมฺมภณฺฑาคาริโกว. อรญฺญนฺติ ภควโต ภิกฺขูนญฺจ วสนฏฺฐานภูตํ ตโปวนํ. ตํ นิทฺธูมํ โหติ อุทกตาปนสฺสปิ อกรณโต. ตสฺมาติ ยสฺมา ตสฺส อุโณฺหทกวิกฺกิณนจริยาย ชีวิกากปฺปนํ โหติ, ตสฺมา.
วตฺตเมตํ ตสฺส ปติการตฺถํ ปริกถาทีนมฺปิ กาตุํ ลพฺภนโต. อิทานิ ตตฺถ การณมฺปิ สวิสยํ ทสฺเสตุํ ‘‘วณฺณํ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ภควา หิ อายสฺมโต อุปวาณสฺส เทวหิตพฺราหฺมณสฺส ตํ สมฺภาวิตํ ภวิสฺสติ ติกิจฺฉาปฏิยตฺตํ, ตาย จ อตฺตโน โรคสฺส วูปสมนํ, ตปฺปสงฺเคน จ เทวหิตพฺราหฺมโณ มม สนฺติกํ อาคนฺตฺวา ธมฺมสฺสวเนน สรเณสุ สีเลสุ จ ปติฏฺฐหิสฺสตีติ สพฺพมิทํ ญตฺวา เอวํ ‘‘อิงฺฆ เม ตฺวํ, อุปวาณ, อุโณฺหทกํ ชานาหี’’ติ อโวจ. อาคมนียปฺปฏิปทํ ปุพฺพภาคปฺปฏิปทํ ปุพฺพภาคปฺปฏิปตฺตึ กเถตุํ วฏฺฏติ อนุตฺตริมนุสฺสธมฺมตฺตา. สเทวเกน โลเกนาติ อนวเสสโต โลกสฺส คหณํ. ผลวิเสสากงฺขาย ปูเชตพฺพาติ ปูชนียา, เต เอว อิธ ‘‘ปูชเนยฺยา’’ติ วุตฺตา. ตถา อาทเรน ปูเชตพฺพตาย สกฺการิยา, อา-การสฺส รสฺสตฺตํ, ริ-สทฺทสฺส จ เร-อาเทสํ กตฺวา ‘‘สกฺกเรยฺยา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘อปจเยยฺยา’’ติ วตฺตพฺเพ ย-การโลปํ กตฺวา ‘‘อปเจยฺยา’’ติ วุตฺตํ. เตสนฺติ สเทวเกน ปูชเนยฺยาทีนํ. หริตุนฺติ เนตุํ.
เอตฺตเกนปีติ อุปสงฺกมนาทินา เอตฺตเกน อปฺปมตฺตเกนปิ กตวตฺเตน อยํ กิตฺติ…เป… โสมนสฺสชาโต.
ยชมานสฺสาติ เทยฺยธมฺมํ เทนฺตสฺส. ทกฺขิณาย อิชฺฌนํ นาม วิปุลผลภาโวติ อาห ‘‘มหปฺผโล โหตี’’ติ. วิทิตนฺติ ปฏิวิทฺธปจฺจกฺขกตํ. อาชานาตีติ วุตฺถภวาทึ ปริยาทาย ชานาติ ปฏิวิชฺฌติ. ชานิตฺวาติ จตฺตาริ สจฺจานิ มคฺคปฏิปาฏิยา ปฏิวิชฺฌิตฺวา. อคฺคปฺปตฺตตาย กตกิจฺจตํ ปตฺโต. พฺราหฺมเณน อตฺตนา กโต กาโร จ ภควโต เอว ปจฺจุปฏฺฐาตีติ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิมินา ขีณาสเว ยชนากาเรน ยชนฺตสฺสา’’ติ วุตฺตํ.
เทวหิตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.