๓. อนฺธกวินฺทสุตฺตวณฺณนา

๑๘๔. ชนตนฺติ ชนานํ สมูหํ, ชนสญฺจรณฏฺฐานนฺติ อตฺโถ. มนุสฺสานํ อนุปจาเรติ ยตฺตเก กสนาทิกิจฺจํ กโรนฺตานํ สญฺจาโร โหติ, เอตฺตกํ อติกฺกมิตฺวา อนุปจาเร. สํโยชนวิปฺปโมกฺขาติ สํโยชนวิโมกฺขเหตุ. วิเวกรตึ ปวิเวกสุขชฺฌานํ อลภนฺโต. จิตฺตานุรกฺขณตฺถนฺติ ปุพฺเพ มํ มนุสฺสา ‘‘อรญฺญวาเสน ปวิวิตฺโต อสํสฏฺโฐ อารทฺธวีริโย’’ติ มญฺญึสุ, อิทานิ คามนฺเต วสนฺตํ ทิสฺวา คณสงฺคณิกาย นิวุฏฺโฐติ อปฺปสาทํ อาปชฺชิสฺสนฺติ. ยทิปิ เม อิธ อภิรติ นตฺถิ, เอวํ สนฺเตปิ อิเธว วสิสฺสามีติ วิกฺขิตฺตจิตฺเตน หุตฺวา น วสิตพฺพํ, โก อตฺโถ จิตฺตวสํ คนฺตฺวาติ อธิปฺปาโย. สติปฏฺฐานปรายโณติ สติปฏฺฐานภาวนารโต. เอวํ หิสฺส คณวาโสปิ ปาสํโส วิเวกวาเสน วินา สมณกิจฺจสฺส อสิชฺฌนโต.

วฏฺฏภยโต ปมุตฺโต อชฺฌาสยวเสนาติ อธิปฺปาโย.

นิสีทิ ตตฺถ ภิกฺขูติ อิมินา สตฺตูปลทฺธิยา อนิสฺสิตตฺตา ยถารุจิยา เตสํ นิสชฺชํ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘อิมินา’’ติอาทิ.

อิมินา จ อิมินา จ อากาเรน ชาตนฺติ น อนุสฺสวทสฺสนเมตํ, น อนุสฺสวคฺคหณํ. ตกฺกเหตุ นยเหตุ วา น วทามีติ โยชนา. ปิฏกํ คนฺโถ สมฺปทียติ เอตสฺสาติ ปิฏกสมฺปทานํ, คนฺถสฺส อุคฺคณฺหนโต เตน ปิฏกสฺส อุคฺคณฺหนกภาเวน, เกนจิ คนฺถานุสาเรน เอวํ น วทามีติ อตฺโถ. พฺรหฺมสฺส เสฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส จริยํ วาจสิกํ ปวตฺตตีติ พฺรหฺมจริยํ, ธมฺมเทสนา. ภาวิเตน มรณสฺส สพฺพโส ภาเคน วิปฺปหาเนน มรณปริจฺจาคีนํ. เต จ ขีณชาติกาติ อาห ‘‘ขีณาสวาน’’นฺติ.

ทสธา ทสาติ ทสกฺขตฺตุํ ทส. อญฺญนฺติ ปญฺจสตาธิกสหสฺสโต อญฺญํ. ปุญฺญภาคิโนติ วิวฏฺฏนิสฺสิตปุญฺญสฺส ภาคิโน ตสฺสา เทสนาย เอตฺตกา สตฺตา ชาตาติ คเณตุํ อหํ น สกฺโกมีติ ทสฺเสติ. พฺรหฺมธมฺมเทสนนฺติ พฺรหฺมุนา วุตฺตํ อาห.

อนฺธกวินฺทสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.