๒. ทุติยวคฺโค
๑. สนงฺกุมารสุตฺตวณฺณนา
๑๘๒. โปราณกตฺตาติ นิพฺพตฺติตฺวา จิรกาลตฺตา. ชาตตฺตา ชโน, ตํ อิโต ชเนโต, ตสฺมึ. ขตฺติโย เสฏฺโฐ โลกมริยาทปริปาลนาทินา สมฺมาปฏิปตฺติยํ สตฺตานํ นิโยชเนน พหุการตฺตา. โส หิ ปเร ตถา ปฏิปาเทนฺโต สยมฺปิ ตตฺถ ปติฏฺฐิโตเยว โหตีติ เสฏฺโฐ วุตฺโต. ปฏิปกฺขวิชฺฌนฏฺเฐน ปุพฺเพนิวาสาทีนํ วิทิตกรณฏฺเฐน วิชฺชาติ. สทฺธาหิโรตฺตปฺปพาหุสจฺจวีริยสติปญฺญาติ อิเม สตฺต สทฺธมฺมา. จรนฺติ อคตปุพฺพํ ทิสํ เอเตหีติ จรณานิ, สีลาทโย ปนฺนรส ธมฺมา.
สนงฺกุมารสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. เทวทตฺตสุตฺตวณฺณนา
๑๘๓. อปฺปญฺญตฺเต เอว สิกฺขาปเท เฉชฺชคามิกมฺมสฺส กตตฺตา สลิงฺเคเนว จ ฐิตตฺตา ‘‘เทวทตฺโต สาสนโต ปกฺกนฺโต’’ติ น วตฺตพฺโพติ อจิรปกฺกนฺเตติ เอตฺถ ‘‘สาสนโต ปกฺกนฺเต’’ติ อวตฺวา ‘‘เวฬุวนโต คยาสีสํ คเต’’ติ วุตฺตํ. ปกตตฺโต หิ ภิกฺขุสงฺฆํ ภินฺเทยฺย, น อปกตตฺโตติ. วฬวายาติ วฬวาย กุจฺฉิยํ ชาตํ.
เทวทตฺตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. อนฺธกวินฺทสุตฺตวณฺณนา
๑๘๔. ชนตนฺติ ชนานํ สมูหํ, ชนสญฺจรณฏฺฐานนฺติ อตฺโถ. มนุสฺสานํ อนุปจาเรติ ยตฺตเก กสนาทิกิจฺจํ กโรนฺตานํ สญฺจาโร โหติ, เอตฺตกํ อติกฺกมิตฺวา อนุปจาเร. สํโยชนวิปฺปโมกฺขาติ สํโยชนวิโมกฺขเหตุ. วิเวกรตึ ปวิเวกสุขชฺฌานํ อลภนฺโต. จิตฺตานุรกฺขณตฺถนฺติ ปุพฺเพ มํ มนุสฺสา ‘‘อรญฺญวาเสน ปวิวิตฺโต อสํสฏฺโฐ อารทฺธวีริโย’’ติ มญฺญึสุ, อิทานิ คามนฺเต วสนฺตํ ทิสฺวา คณสงฺคณิกาย นิวุฏฺโฐติ อปฺปสาทํ อาปชฺชิสฺสนฺติ. ยทิปิ เม อิธ อภิรติ นตฺถิ, เอวํ สนฺเตปิ อิเธว วสิสฺสามีติ วิกฺขิตฺตจิตฺเตน หุตฺวา น วสิตพฺพํ, โก อตฺโถ จิตฺตวสํ คนฺตฺวาติ อธิปฺปาโย. สติปฏฺฐานปรายโณติ สติปฏฺฐานภาวนารโต. เอวํ หิสฺส คณวาโสปิ ปาสํโส วิเวกวาเสน วินา สมณกิจฺจสฺส อสิชฺฌนโต.
วฏฺฏภยโต ปมุตฺโต อชฺฌาสยวเสนาติ อธิปฺปาโย.
นิสีทิ ตตฺถ ภิกฺขูติ อิมินา สตฺตูปลทฺธิยา อนิสฺสิตตฺตา ยถารุจิยา เตสํ นิสชฺชํ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘อิมินา’’ติอาทิ.
อิมินา จ อิมินา จ อากาเรน ชาตนฺติ น อนุสฺสวทสฺสนเมตํ, น อนุสฺสวคฺคหณํ. ตกฺกเหตุ นยเหตุ วา น วทามีติ โยชนา. ปิฏกํ คนฺโถ สมฺปทียติ เอตสฺสาติ ปิฏกสมฺปทานํ, คนฺถสฺส อุคฺคณฺหนโต เตน ปิฏกสฺส อุคฺคณฺหนกภาเวน, เกนจิ คนฺถานุสาเรน เอวํ น วทามีติ อตฺโถ. พฺรหฺมสฺส เสฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส จริยํ วาจสิกํ ปวตฺตตีติ พฺรหฺมจริยํ, ธมฺมเทสนา. ภาวิเตน มรณสฺส สพฺพโส ภาเคน วิปฺปหาเนน มรณปริจฺจาคีนํ. เต จ ขีณชาติกาติ อาห ‘‘ขีณาสวาน’’นฺติ.
ทสธา ทสาติ ทสกฺขตฺตุํ ทส. อญฺญนฺติ ปญฺจสตาธิกสหสฺสโต อญฺญํ. ปุญฺญภาคิโนติ วิวฏฺฏนิสฺสิตปุญฺญสฺส ภาคิโน ตสฺสา เทสนาย เอตฺตกา สตฺตา ชาตาติ คเณตุํ อหํ น สกฺโกมีติ ทสฺเสติ. พฺรหฺมธมฺมเทสนนฺติ พฺรหฺมุนา วุตฺตํ อาห.
อนฺธกวินฺทสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. อรุณวตีสุตฺตวณฺณนา
๑๘๕. อภิภู สมฺภโวติ เตสํ ทฺวินฺนํ มหาเถรานํ นามานิ. เตสํ วิภาคํ ทสฺเสตุํ ‘‘เตสู’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอเต เทฺว ตสฺส ภควโต อคฺคสาวกาติ ทสฺเสติ. อวชฺฌายนฺตีติ เหฏฺฐา กตฺวา จินฺเตนฺติ. ขิยฺยนฺติ ตํ ลามกโต จินฺเตตพฺพตํ ปาเปนฺติ ปาปกตํ กโรนฺติ. วิตฺถารยนฺตาติ ตเมว ลามกโต จินฺเตตพฺพตํ เวปุลฺลํ ปาเปนฺตา. สพฺเพ ปาสณฺฑา อตฺตโน อตฺตโน สมเย สิทฺธนฺเต สพฺเพ เทวมนุสฺสา อตฺตโน อตฺตโน สมเย ปฏิลาเภ ปฏิลทฺธอตฺเถ ปุริสการํ วณฺณยนฺตีติ โยชนา.
อารมฺภวีริยนฺติ มจฺจุเสนาสงฺขาตกิเลสธุนเน อารมฺภวีริยํ, ยา ‘‘อารมฺภธาตู’’ติ วุจฺจติ. นิกฺกมวีริยนฺติ โกสชฺชปฏิปกฺขภูตํ วีริยํ, ยา ‘‘นิกฺกมธาตู’’ติ วุจฺจติ. ปโยคํ กโรถาติ ปรํ ปรํ ฐานํ อกฺกมนโต ตโตปิ พลวตรํ ภาวนาภิโยคํ ปวตฺเตถาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ปรกฺกมถา’’ติ. กิเลสเสนา นาม ราคาทิกิเลสสมูโห, โส มรณปจฺจยภาวโต ‘‘มจฺจุโน เสนา’’ติ วุจฺจติ. ตญฺหิ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘มหาเสเนน มจฺจุนา’’ติ (ม. นิ. ๓.๒๗๒, ๒๗๕, ๒๗๖). ขนฺธานํ ปฐมาภินิพฺพตฺติ ชาติ, ตทญฺญํ ปน เตสํ ปฏิปาฏิ ปวตฺตํ สํสาโรติ อธิปฺปาเยนาห ‘‘ชาติญฺจ สํสารญฺจา’’ติ. ยสฺมา ‘‘เอกมฺปิ ชาตึ เทฺวปิ ชาติโย’’ติอาทีสุ ตสฺมึ ตสฺมึ ภเว อาทานนิกฺเขปปริจฺฉินฺนขนฺธปฺปวตฺติ ‘‘ชาตี’’ติ วุจฺจติ, สา เอว ยาว ปรินิพฺพานา อปราปรํ ปวตฺตมาโน สํสาโร ‘‘อิโต จิโต สํสรณ’’นฺติ กตฺวา, ตสฺมา อาห ‘‘ชาติสงฺขาตํ วา สํสาร’’นฺติ. ปริจฺเฉทนฺติ ปริโยสานํ. โอภาสํ ผรีติ สมฺพนฺโธ. อาโลกฏฺฐาเนติ อตฺตนา กตอาโลกฏฺฐาเน. อาโลกกิจฺจํ นตฺถีติ อนฺธการฏฺฐาเน อาโลกทสฺสนํ วิย อาโลกฏฺฐาเน อาโลกทสฺสนกิจฺจํ นตฺถิ. ตสฺมา เตสํ สตฺตานํ ‘‘กึ อาโลโก อยํ, กสฺส นุ โข อยํ อาโลโก’’ติ? วิจินนฺตานํ จินฺเตนฺตานํ. สพฺเพติ สหสฺสิโลกธาตุยํ สพฺเพ เทวมนุสฺสา. โอสฏาย ปริสายาติ ธมฺมสฺสวนตฺถํ สพฺโพสฏาย ปริจิตปริจฺฉินฺนาย ปริสาย. สทฺทํ สุณึสูติ น เกวลํ สทฺทเมว สุณึสุ, อถ โข อตฺโถปีติ ยถาธิปฺเปโต เตสํ ปกติสวนุปจาเร วิย ปากโฏ อโหสิ, ติสหสฺสิโลกธาตุํ วิญฺญาเปสีติ.
อรุณวตีสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. ปรินิพฺพานสุตฺตวณฺณนา
๑๘๖. เอวํ ตํ กุสินาราย โหตีติ ยถา อนุโรธปุรสฺส ถูปาราโม ทกฺขิณปจฺฉิมทิสายํ, เอวํ ตํ อุยฺยานํ กุสินาราย ทกฺขิณปจฺฉิมทิสายํ โหติ. ตสฺมาติ ยสฺมา นครํ ปวิสิตุกามา อุยฺยานโต อุเปจฺจ วตฺตนฺติ คจฺฉนฺติ เอเตนาติ อุปวตฺตนนฺติ วุจฺจติ, ตสฺมา. ตนฺติ สาลปนฺติภาเวน ฐิตํ สาลวนํ. อนฺตเรนาติ เวมชฺเฌ. อปฺปมชฺชนํ อปฺปมาโท, โส ปน อตฺถโต ญาณูปสํหิตา สติ. ยสฺมา ตตฺถ สติยา พฺยาปาโร สาติสโย, ตสฺมา ‘‘สติอวิปฺปวาเสนา’’ติ วุตฺตํ. อปฺปมาทปเทเยว ปกฺขิปิตฺวา อภาสิ อตฺถโต ตสฺส สกลสฺส พุทฺธวจนสฺส สงฺคณฺหนโต.
ฌานาทีสุ จิตฺเต จ ปรมุกฺกํสคตวสีภาวตาย ‘‘เอตฺตเก กาเล เอตฺตกา สมาปตฺติโย สมาปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสามี’’ติ กาลปริจฺเฉทํ กตฺวา สมาปตฺติสมาปชฺชนํ ปรินิพฺพานปริกมฺมนฺติ อธิปฺเปตํ. เถโรติ อนุรุทฺธตฺเถโร.
อยมฺปิ จาติ ยถาวุตฺตปญฺจสฏฺฐิยา ฌานานํ สมาปนฺนกถาปิ สงฺเขปกถา เอว. กสฺมา? ยสฺมา ภควา ตทา เทวสิกํ วฬญฺชนสมาปตฺติโย สพฺพาปิ อปริหาเปตฺวา สมาปชฺชิ เอวาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘นิพฺพานปุรํ ปวิสนฺโต’’ติอาทิมาห. จตุวีสติ…เป… ปวิสิตฺวาติ เอตฺถ เกจิ ตาว อาหุ ‘‘ภควา เทวสิกํ ทฺวาทสโกฏิสตสหสฺสกฺขตฺตุํ มหากรุณาสมาปตฺตึ สมาปชฺชติ, ทฺวาทสโกฏิสตสหสฺสกฺขตฺตุเมว ผลสมาปตฺตึ สมาปชฺชติ, ตสฺมา ตทาปิ จตุวีสติโกฏิสตสหสฺสสงฺขา สมาปตฺติโย สมาปชฺชติ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา ‘ตถาคตํ, ภิกฺขเว, อรหนฺตํ สมฺมาสมฺพุทฺธํ เทฺว วิตกฺกา พหุลํ สมุทาจรนฺติ เขโม จ วิตกฺโก ปวิเวโก จ วิตกฺโก’ติ (อิติวุ. ๓๘). เขโม หิ วิตกฺโก ภควโต มหากรุณาสมาปตฺตึ ปูเรตฺวา ฐิโต, ปวิเวกวิตกฺโก อรหตฺตผลสมาปตฺตึ. พุทฺธานํ หิ ภวงฺคปริวาโส ลหุโก มตฺถกปฺปตฺโต สมาปตฺตีสุ วสีภาโว, ตสฺมา สมาปชฺชนวุฏฺฐานานิ กติปยจิตฺตกฺขเณเหว อิชฺฌนฺติ. ปญฺจ รูปาวจรสมาปตฺติโย จตสฺโส อรูปสมาปตฺติโย อปฺปมญฺญาสมาปตฺติยา สทฺธึ นิโรธสมาปตฺติ อรหตฺตผลสมาปตฺติ จาติ ทฺวาทเสตา สมาปตฺติโย ภควา ปจฺเจกํ ทิวเส ทิวเส โกฏิสตสหสฺสกฺขตฺตุํ ปุเรภตฺตํ สมาปชฺชติ, ตถา ปจฺฉาภตฺตนฺติ เอวํ จตุวีสติโกฏิสตสหสฺสสงฺขา เทวสิกํ วฬญฺชนกกสิณสมาปตฺติโย’’ติ.
อปเร ปนาหุ ‘‘ยํ ตํ ภควตา อภิสมฺโพธิทิวเส ปจฺฉิมยาเม ปฏิจฺจสมุปฺปาทงฺคมุเขน ปฏิโลมนเยน ชรามรณโต ปฏฺฐาย ญาณํ โอตาเรตฺวา อนุปทธมฺมวิปสฺสนํ อารภนฺเตน ยถา นาม ปุริโส สุวิทุคฺคํ มหาคหนํ มหาวนํ ฉินฺทนฺโต อนฺตรนฺตรา นิสานสิลายํ ผรสุํ นิสิตํ กโรติ, เอวเมวํ นิสานสิลาสทิสิโย สมาปตฺติโย อนฺตรนฺตรา สมาปชฺชิตฺวา ญาณสฺส ติกฺขวิสทภาวํ สมฺปาเทตุํ อนุโลมปฏิโลมโต ปจฺเจกํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทงฺเคสุ ลกฺขโกฏิสมาปตฺติสมาปชฺชนวเสน สมฺมสนญาณํ ปวตฺเตติ, ตทนุสาเรน ภควา พุทฺธภูโตปิ อนุโลมปฏิโลมโต ปฏิจฺจสมุปฺปาทงฺคมุเขน วิปสฺสนาวเสน ทิวเส ทิวเส ลกฺขโกฏิผลสมาปตฺติโย สมาปชฺชติ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ, ‘จตุวีสติโกฏิสตสหสฺสสงฺขา สมาปตฺติโย ปวิสิตฺวา’’’ติ.
อิมานิ เทฺวปิ สมนนฺตราเนว ปจฺจเวกฺขณายปิ เยภุยฺเยน นานนฺตริยกตาย ฌานปกฺขิกภาวโต. ยสฺมา สพฺพปจฺฉิมํ ภวงฺคจิตฺตํ ตโต ตโต จวนโต ‘‘จุตี’’ติ วุจฺจติ, ตสฺมา น เกวลํ อยเมว ภควา, อถ โข สพฺเพปิ สตฺตา ภวงฺคจิตฺเตเนว จวนฺตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘เย หิ เกจี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ทุกฺขสจฺเจนาติ ทุกฺขสจฺจปริยาปนฺเนน จุติจิตฺเตน กาลํ กาลกิริยํ กโรนฺติ ปาปุณนฺติ, กาลคมนโต วา กโรนฺติ เปจฺจาติ.
ปฏิภาคปุคฺคลวิรหิโต สีลาทิคุเณหิ อสทิสตาย สทิสปุคฺคลรหิโต. สงฺขารา วูปสมฺมนฺติ เอตฺถาติ วูปสโมติ เอวํ สงฺขาตํ ญาตํ กถิตํ นิพฺพานเมว สุขนฺติ. โลมหํสนโกติ โลมานํ หฏฺฐภาวาปาทโน. ภึสนโกติ อวีตราคานํ ภยชนโก อาสิ อโหสิ. สพฺพาการวรคุณูเปเตติ สพฺเพหิ อาการวเรหิ อุตฺตมการเณหิ สีลาทิคุเณหิ สมนฺนาคเต. อสงฺกุฏิเตนาติ อกุฏิเตน วิปฺผาริกาภาวโต. สุวิกสิเตเนวาติ ปีติโสมนสฺสโยคโต สุฏฺฐุ วิกสิเตน. เวทนํ อธิวาเสสิ สภาวสมุทยาทิโต สุฏฺฐุ ปญฺญาตตฺตา. อนาวรณวิโมกฺโข สพฺพโส นิพฺพิทภาโว. เตนาห ‘‘อปญฺญตฺติภาวูปคโม’’ติ. ปชฺโชตนิพฺพานสทิโสติ ปทีปสฺส นิพฺพานสทิโส ตตฺถ วิลียิตฺวา อวฏฺฐานาภาวโต.
ปรินิพฺพานสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ทุติยวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สารตฺถปฺปกาสินิยา สํยุตฺตนิกาย-อฏฺฐกถาย
พฺรหฺมสํยุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา สมตฺตา.