๔. อรุณวตีสุตฺตวณฺณนา

๑๘๕. อภิภู สมฺภโวติ เตสํ ทฺวินฺนํ มหาเถรานํ นามานิ. เตสํ วิภาคํ ทสฺเสตุํ ‘‘เตสู’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอเต เทฺว ตสฺส ภควโต อคฺคสาวกาติ ทสฺเสติ. อวชฺฌายนฺตีติ เหฏฺฐา กตฺวา จินฺเตนฺติ. ขิยฺยนฺติ ตํ ลามกโต จินฺเตตพฺพตํ ปาเปนฺติ ปาปกตํ กโรนฺติ. วิตฺถารยนฺตาติ ตเมว ลามกโต จินฺเตตพฺพตํ เวปุลฺลํ ปาเปนฺตา. สพฺเพ ปาสณฺฑา อตฺตโน อตฺตโน สมเย สิทฺธนฺเต สพฺเพ เทวมนุสฺสา อตฺตโน อตฺตโน สมเย ปฏิลาเภ ปฏิลทฺธอตฺเถ ปุริสการํ วณฺณยนฺตีติ โยชนา.

อารมฺภวีริยนฺติ มจฺจุเสนาสงฺขาตกิเลสธุนเน อารมฺภวีริยํ, ยา ‘‘อารมฺภธาตู’’ติ วุจฺจติ. นิกฺกมวีริยนฺติ โกสชฺชปฏิปกฺขภูตํ วีริยํ, ยา ‘‘นิกฺกมธาตู’’ติ วุจฺจติ. ปโยคํ กโรถาติ ปรํ ปรํ ฐานํ อกฺกมนโต ตโตปิ พลวตรํ ภาวนาภิโยคํ ปวตฺเตถาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ปรกฺกมถา’’ติ. กิเลสเสนา นาม ราคาทิกิเลสสมูโห, โส มรณปจฺจยภาวโต ‘‘มจฺจุโน เสนา’’ติ วุจฺจติ. ตญฺหิ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘มหาเสเนน มจฺจุนา’’ติ (ม. นิ. ๓.๒๗๒, ๒๗๕, ๒๗๖). ขนฺธานํ ปฐมาภินิพฺพตฺติ ชาติ, ตทญฺญํ ปน เตสํ ปฏิปาฏิ ปวตฺตํ สํสาโรติ อธิปฺปาเยนาห ‘‘ชาติญฺจ สํสารญฺจา’’ติ. ยสฺมา ‘‘เอกมฺปิ ชาตึ เทฺวปิ ชาติโย’’ติอาทีสุ ตสฺมึ ตสฺมึ ภเว อาทานนิกฺเขปปริจฺฉินฺนขนฺธปฺปวตฺติ ‘‘ชาตี’’ติ วุจฺจติ, สา เอว ยาว ปรินิพฺพานา อปราปรํ ปวตฺตมาโน สํสาโร ‘‘อิโต จิโต สํสรณ’’นฺติ กตฺวา, ตสฺมา อาห ‘‘ชาติสงฺขาตํ วา สํสาร’’นฺติ. ปริจฺเฉทนฺติ ปริโยสานํ. โอภาสํ ผรีติ สมฺพนฺโธ. อาโลกฏฺฐาเนติ อตฺตนา กตอาโลกฏฺฐาเน. อาโลกกิจฺจํ นตฺถีติ อนฺธการฏฺฐาเน อาโลกทสฺสนํ วิย อาโลกฏฺฐาเน อาโลกทสฺสนกิจฺจํ นตฺถิ. ตสฺมา เตสํ สตฺตานํ ‘‘กึ อาโลโก อยํ, กสฺส นุ โข อยํ อาโลโก’’ติ? วิจินนฺตานํ จินฺเตนฺตานํ. สพฺเพติ สหสฺสิโลกธาตุยํ สพฺเพ เทวมนุสฺสา. โอสฏาย ปริสายาติ ธมฺมสฺสวนตฺถํ สพฺโพสฏาย ปริจิตปริจฺฉินฺนาย ปริสาย. สทฺทํ สุณึสูติ น เกวลํ สทฺทเมว สุณึสุ, อถ โข อตฺโถปีติ ยถาธิปฺเปโต เตสํ ปกติสวนุปจาเร วิย ปากโฏ อโหสิ, ติสหสฺสิโลกธาตุํ วิญฺญาเปสีติ.

อรุณวตีสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.