๑๐. สูริยสุตฺตวณฺณนา
๙๑. อนฺธภาวกรเณติ โลกสฺส อนฺธกรเณติปิ อปเร. เตนาห ‘‘ตมสี’’ติ. วิโรจตีติ วิชฺโชตติ. กามํ เทวปุตฺตวเสน ปฐมํ เทวตา อุทฺธฏา, ราหุโน ปน ปโยโค ตสฺส วิมาเนติ อาห ‘‘มณฺฑลีติ มณฺฑลสณฺฐาโน’’ติ. วทติ ตทา มุเขน คหิตตฺตา. มุเขน คหณญฺเจตฺถ ‘‘คิลี’’ติ อธิปฺเปตํ, น จ อชฺโฌหรณนฺติ อาห ‘‘คิลีติ วทตี’’ติ. อิทานิ ตสฺส มุเขน คหณสมตฺถตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ราหุสฺส หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. โสติอาทิ ตสฺส จนฺทิมสูริยานํ คหณการณทสฺสนํ. อธิวตฺถา เทวตาติ จนฺทิมสูริยานํ ปริจารกเทวตา. เวคนฺติ ชวํ. โส หิ เกนจิ อภิมุขํ อติทุนฺนิวาโร กมฺมนิยามสิทฺโธ. มตฺถกนฺติ กณฺฐสฺส อุปริมเทสํ. เกจิ ‘‘สีสมตฺถกเมวา’’ติ วทนฺติ. นิกฺขเมยฺย เวคสฺส ติกฺขสีฆถามภาวโต. อากฑฺฒิตฺวาติ อตฺตโน คมนทิสาภิมุขํ อากฑฺฒิตฺวา. นนฺติ ราหุํ. อุทฺธํ อุลฺลงฺเฆตุกามมฺปิ โอนเมยฺย. ปททฺวเยนปิ โส มหาสรีโร มหาพโล, จนฺทิมสูริยานํ ปน คมนเวโค เตน สพฺพถาปิ ทุนฺนิวาริโยวาติ ทสฺเสติ. วิมาเนนาติ จนฺทคฺคเห จนฺทวิมาเนน, สูริยคฺคเห สูริยวิมาเนน อุภินฺนมฺปิ วิมาเนน สเหว. อมาวาสิยญฺหิ เทฺว วิมานานิ โยชนมตฺตนฺตริตานิ หุตฺวา สเหว ปวตฺตนฺติ. ยทิ เทฺวปิ เทวปุตฺตา โสตาปตฺติผลํ ปตฺตา, อถ กสฺมา สูริยสุตฺเต เอว ‘‘ปชํ มม’’นฺติ วุตฺตํ, น จนฺทสุตฺเตติ? ‘‘โส จ กิร น จิรสฺเสว ตโต จวิตฺวา อญฺญตฺถ นิพฺพตฺโต, อญฺญา เอว จ เทวตา ตตฺถ วสิ, ยสฺมึ จนฺทคฺคเห ภควา ตํ คาถํ อภาสิ, น ตถา สูริโย, อปรภาเค ปน ตตฺถปิ กาเลน กาลํ ราหุคฺคโห โหตี’’ติ วทนฺติ.
สูริยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปฐมวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.