๒. อนาถปิณฺฑิกวคฺโค

๑. จนฺทิมสสุตฺตวณฺณนา

๙๒. ปพฺพตตฏา สนฺทมาโน ตถารูโป นทีนิวตฺตนปเทโสปิ สมฺพาธฏฺฐานตาย กจฺโฉ วิยาติ อาห ‘‘ปพฺพตกจฺเฉปี’’ติ. ปฏิปกฺขทูรีภาเวน เสฏฺฐฏฺเฐน จ เอโก อุเทตีติ เอโกทิ, เอกคฺคตา. ตสฺมึ โยคโต เอกคฺคจิตฺตา อิธ เอโกที. ปฏิปกฺขโต อตฺตานํ นิปยนฺติ วิโสเธนฺตีติ นิปกา, ปญฺญวนฺโต. เตนาห ‘‘เอกคฺคจิตฺตา เจวา’’ติอาทิ. กายาทิเภทํ อารมฺมณํ สาติสยาย สติยา สรนฺตีติ สตา. เตนาห ‘‘สติมนฺโต’’ติ. โสตฺถึ คมิสฺสนฺตีติ ยถาวุตฺตปเทเส มคา โสตฺถิมนุปทฺทเวน วตฺติสฺสนฺติ, เอวํ ฌานลาภิโน โสตฺถึ กิเลเสหิ อนุปทฺทุตา วตฺติสฺสนฺติ. อยํ กิร เทวปุตฺโต พฺรหฺมโลเก นิพฺพานสญฺญี, ตสฺมา เอวมาห. ภควา ‘‘อยํ เทวปุตฺโต อนิพฺพานคามี สมาโน นิพฺพานคามิสญฺญี, หนฺทสฺส นิพฺพานคามิโน ทสฺเสมี’’ติ ทุติยํ คาถมาห. จตุนฺนํ โอฆานํ, สํสารมโหฆสฺเสว วา ปรตีรภาวโต ปรตีรนฺติ นิพฺพานํ. อมฺพุนิ ชาโต อมฺพุโช, มจฺโฉ. สุตฺตชาลํ ฉินฺทิตฺวา มจฺฉา วิย กิเลสชาลํ ภินฺทิตฺวา คมิสฺสนฺตีติ.

จนฺทิมสสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. เวณฺฑุสุตฺตวณฺณนา

๙๓. ปยิรุปาสิยาติ ปยิรุปาสเหตุ. สิกฺขนฺตีติ ติสฺโสปิ สิกฺขา สิกฺขนฺติ. สิฏฺฐิปเทติ กิเลสานํ สาสนโต วฏฺฏทุกฺขปริตฺตาสนโต จ สิฏฺฐิสญฺญิเต ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชิตพฺพโต ปเท, สทฺธมฺเมติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อนุสิฏฺฐิปเท’’ติ. ตตฺถ อนุสิฏฺฐีติ สทฺธมฺโม. กาเลติ ยุตฺตปตฺตกาเล. อปฺปมาโทนาม สมถวิปสฺสนาภาวนา.

เวณฺฑุสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. ทีฆลฏฺฐิสุตฺตวณฺณนา

๙๔. ตเถว ปญฺญายีติ ทีฆลฏฺฐิเตฺวว ปญฺญายิ, ตถาสมญฺญา เอว อโหสิ.

ทีฆลฏฺฐิสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. นนฺทนสุตฺตวณฺณนา

๙๕. นตฺถิ เอตสฺส อาวฏฺฏํ อาวรณนฺติ อนาวฏํ. รุกฺโข วา ปพฺพโต วาติ สตฺตานํ ปกติจกฺขุสฺส อาวรณภูโต รุกฺโข วิย ปพฺพโต วิย จ อภิภวิตุํ สมตฺโถ เญยฺยาวรโณ นตฺถิ. กถํวิธนฺติ กถํสณฺฐิตํ, กถํปการํ วา. ทุกฺขนฺติ วฏฺฏทุกฺขํ.

นนฺทนสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. จนฺทนสุตฺตวณฺณนา

๙๖. เหฏฺฐาติ กามภเว. ตตฺถ หิ ปริพฺภมนฺตสฺส ปติฏฺฐา ทุลฺลภา เยภุยฺเยน ตตฺถ สตฺตา นิมุคฺคา เอว โหนฺติ, ตสฺมา เหฏฺฐา อปฺปติฏฺโฐ สํสาโร. อุปรีติ มหคฺคตภเว. ตตฺถ หิ นิพฺพตฺตสฺส นิพฺพานํ อารุหิตุํ อาลมฺพนา ทุลฺลภา, ฌานาภิรติยา ตตฺเถว นิกนฺติ เตสํ พลวตี โหติ, ตสฺมา อุปริ อนาลมฺพโน สํสาโร. เปสิตตฺโตติ นิพฺพานํ ปติ เปสิตจิตฺโต. ตโย กมฺมาภิสงฺขาราติ ปุญฺญาภิสงฺขาราทโย ตโย อภิสงฺขารา. เตน ‘‘นนฺทีปุพฺพโก กมฺมภโว’’ติ วตฺวา ‘‘นนฺทึ ชเนตฺวา’’ติ วุตฺโต. กามสญฺญาสีเสน กามจฺฉนฺทสฺส คหณํ, กามจฺฉนฺทปมุขานิ จ โอรมฺภาคิยสํโยชนานิ คหิตานีติ อาห ‘‘กามสญฺญาคหเณน ปญฺโจรมฺภาคิยสํโยชนานี’’ติ. รูปภโว รูปํ ภวปทโลเปน. รูปภวคฺคหเณน เจตฺถ เสสภวสฺสปิ คหณํ. ตสฺส สํโยชนคฺคหเณน ปญฺจ อุทฺธมฺภาคิยสํโยชนานิ คหิตานิ. มโหเฆติ สํสารมโหเฆ. เตสนฺติ กามภวาทีนํ คหเณน ภวภาเวน ตเทกลกฺขณตาย. อรูปภโว คหิโต ลกฺขณหารนเยน. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

จนฺทนสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. วาสุทตฺตสุตฺตวณฺณนา

๙๗. ฉฏฺฐํ เหฏฺฐา เทวตาสํยุตฺตวณฺณนายํ วุตฺตตฺถเมว.

วาสุทตฺตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. สุพฺรหฺมสุตฺตวณฺณนา

๙๘. สุพฺรหฺมาติ ตสฺส เทวปุตฺตสฺส นามํ. ตสฺส สตฺถุ สนฺติกูปสงฺกมนสฺส การณํ ทสฺเสนฺโต ‘‘โส กิรา’’ติอาทิมาห. ตเทว โสกํ ตสฺส เทวปุตฺตสฺส อฏฺฐุปฺปตฺติ. อจฺฉราสงฺฆปริวุโตติ สหสฺสมตฺเตน อจฺฉราสงฺเฆน ปริวุโต. นนฺทนกีฬิกนฺติ นนฺทนวนกีฬิกํ. หตฺถํ อาคจฺฉตีติ หตฺถคยฺหุปโค โหติ. คนฺเถนฺตีติ เอตฺถ มาลาเวฐนมฺปิ ขิฑฺฑาปสุตตายาติ ทฏฺฐพฺพํ. อญฺญถา ปุปฺผานิเยว ตาย ตาย จิตฺตสฺส วเสน มาลาภาเวน หตฺถํ อุปคจฺฉนฺตีติ. อุปจฺเฉทกกมฺมวเสนาติ ตสฺมึ เทวโลเก อายุเสเส สติ เอว ตสฺส ปน อุปฆาตกสฺส ลทฺโธกาสสฺส ปาปกมฺมสฺส วเสน. ‘‘ปหาโร’’ติ ทิวสสฺส ตติโย ภาโค วุจฺจติ, ตสฺมา เอกปฺปหาเรเนวาติ เอกเวลายเมวาติ อตฺโถ.

ปิยวตฺถุกโสเกนาติ ปิยวตฺถุนิมิตฺตเกน โสเกน. รุปฺปมาโนติ ปีฬิยมาโน. สตฺตเม ทิวเสติ มนุสฺสคณนาย สตฺตเม ทิวเส. ตตฺเถวาติ ตสฺมึเยว นิรเย นิพฺพตฺติตพฺพํ อิมินา ตาหิ จ สเหว ปุพฺเพ ตสฺส ปาปกมฺมสฺส กตตฺตา. รุปฺปีติ จิตฺตสนฺตาสํ อาปชฺชิ. นิทฺธมิตุนฺติ นีหริตุํ อปเนตุํ. สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวาติ ตาหิ ปญฺจสตาหิ อจฺฉราหิ สทฺธึ ภควโต สนฺติกํ คนฺตฺวา.

อิทนฺติ อตฺตโน จิตฺตํ ทสฺเสติ อาสนฺนปจฺจกฺขภาวโต. นิจฺจนฺติ สทา. สฺวายํ นิจฺจตฺโถ อธิปฺปายวเสน คเหตพฺโพติ ตตฺถ ปหาตพฺพํ คเหตพฺพญฺจ ทสฺเสนฺโต ‘‘เทวโลเก’’ติอาทิมาห. น คเหตพฺโพ เหตุปวตฺติโต ปุพฺเพ ตสฺส อุตฺราสสฺส อภาวโต. เตสูติ ทุกฺเขสุ. ตานิ หิ เหตุปจฺจเยหิ กตฺตพฺพโต คาถายํ ‘‘กิจฺเฉสู’’ติ วุตฺตานิ. กิจฺเฉสูติ วา กิจฺฉนิมิตฺตํ. ยาสญฺหิ ปโยควิปตฺตีนํ วเสนสฺส ตานิ ทุกฺขานิ อุปฺปชฺเชยฺยุํ, ตํนิมิตฺตนฺติ อตฺโถ. ตา หิ อสฺส ปโยควิปตฺติโย คติวิปตฺติโย สตฺถุ สนฺติกํ อุปคมเนน หาเยยฺยุํ. นิพฺพตฺตานํ ทิฏฺฐานีติ นิพฺพตฺตานํ วเสน ทิฏฺฐานิ ทุกฺขานิ. เตสุ จ ทุกฺเขสุ. สพฺพตฺถ นิมิตฺตตฺเถ ภุมฺมํ. ฑยฺหมาโน วิย จิตฺตสนฺตาเปน.

จตฺตาริปิ สจฺจานิ พุชฺฌติ ปฏิวิชฺฌตีติ โพธิ, สติอาทิธมฺมสามคฺคี, ตสฺมา โพชฺฌา โพธิโต. สา ปน โพธิ ภาวนากาเรเนว ปวตฺตติ, อญฺญตฺรสทฺทโยเคน จ ‘‘โพชฺฌา’’ติ นิสฺสกฺกวจนนฺติ ตทตฺถํ ทสฺเสนฺโต มุญฺจิตฺวาปทํ อเปกฺขิตฺวา ‘‘โพชฺฌงฺคภาวน’’นฺติ อาห. ตโปคุณนฺติ ธุตธมฺมมาห. โส หิ ตณฺหาโลลุปฺปสฺส ตปนโต ตโป, สยํ คุณสภาวตฺตา คุณสนฺนิสฺสยโต จ คุณนฺติ. เตนาห ‘‘ธุตงฺคสงฺขาตํ ตโปคุณ’’นฺติ. สพฺเพ สงฺขารคตา นิสฺสชฺชียนฺติ เอตฺถาติ สพฺพนิสฺสคฺโค, อสงฺขตธาตูติ อาห ‘‘สพฺพนิสฺสคฺคาติ นิพฺพานโต’’ติ.

อินฺทฺริยสํวโรว ปฐมํ เวทิตพฺโพ ปฏิปตฺติกฺกมวเสน ตสฺเสว ปฐมตฺตา. ตํ ปน ปฏิปตฺติกฺกมํ ทสฺเสตุํ ‘‘อินฺทฺริยสํวเร หี’’ติอาทิมาห. นิปฺปริยายโต มคฺคปริยาปนฺนา เอว โพชฺฌงฺคาติ อาห ‘‘สหวิปสฺสนาย โพชฺฌงฺเค’’ติ. ตสฺสาติ ตถาภาเวน ตสฺส โยคิโน. ยสฺมา เทวปุตฺตสฺส สตฺถา ตํ คาถํ วตฺวา อุปริ จ สจฺจานิ ปกาเสสิ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ภควา จตุสจฺจวเสน เทสนํ วินิวตฺเตสี’’ติ. เทวปุตฺโต โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหีติ กามํ ตสฺเสว วิเสสาธิคโม อิธาคโต, ปญฺจสตมตฺตาหิ ปน อจฺฉราหิ สทฺธึ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหีติ เวทิตพฺพํ. เตนาห มหาสติปฏฺฐานสุตฺตวณฺณนายํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๗๓; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๐๖) ‘‘โส เทสนาปริโยสาเน ปญฺจหิ อจฺฉราสเตหิ สทฺธึ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาย ตํ สมฺปตฺตึ ถาวรํ กตฺวา เทวโลกเมว อคมาสี’’ติ.

สุพฺรหฺมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. กกุธสุตฺตวณฺณนา

๙๙. ‘‘นนฺทามี’’ติ วุตฺเต นนฺที นาม ปพฺพชิตสฺส มลนฺติ โจเทตุกาโม เทวปุตฺโต ‘‘นนฺทสี’’ติ ปุจฺฉิ. อถสฺส ภควา ตํ ปฏิกฺขิปนฺโต ‘‘กึ ลทฺธา’’ติ? อาห. เตน ‘‘ตยา มม อธิปฺเปตนนฺทิยา อิธ ปจฺจโย เอว นตฺถิ, กุโต สา นนฺที’’ติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘ตุฏฺฐิ นามา’’ติอาทิ. อถ เทวปุตฺโต นนฺทิยา อสติ โสเกน ภวิตพฺพํ, โสโก จ ปพฺพชิตสฺส มลนฺติ โจเทนฺโต อาห ‘‘เตน หิ, สมณ, โสจสี’’ติ. ภควา ตมฺปิ ปฏิกฺขิปนฺโต ‘‘กึ ชียิตฺถา’’ติอาทิมาห. กึ มํ ชินาตีติ อตฺโถ?

ยทิ เต นนฺทิโสกา น สนฺติ หาสวตฺถุโน ลาภสฺส ชานิยา จ อภาวโต, เอกวิหาริโน ปน อรติยา ภวิตพฺพนฺติ อาห – ‘‘กจฺจิ ตํ เอกมาสีนํ, อรตี นาภิกีรตี’’ติ. ตสฺมิมฺปิ ภควตา ปฏิกฺขิตฺเต อถ เนสมฺปิ นนฺทิโสการตีนํ อภาเว การณํ ปุจฺฉนฺโต ‘‘กถํ ตฺว’’นฺติ คาถมาห? อถสฺส ภควา ตํ การณํ ปเวเทนฺโต ‘‘อฆชาตสฺสา’’ติ คาถมาห. ตตฺถ อฆชาตสฺสาติ อเฆ ชาตสฺส. เตนาห ‘‘วฏฺฏทุกฺเข ฐิตสฺสา’’ติ. ชาตตณฺหสฺส อปฺปหีนตณฺหสฺส วฏฺฏทุกฺขํ อาคตเมว การณสฺส อปฺปหีนตฺตา. ตสฺเสว หิ การณสฺส อปฺปหีนตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ทุกฺขี สุขํ ปตฺถยตีติ หิ วุตฺต’’นฺติ อาห. ทุกฺขปฺปวตฺติยา สาปิ ตณฺหาปฺปวตฺติ เตน ทสฺสิตา. อิตีติอาทินา วุตฺตเมวตฺถํ นิคมนวเสน ทสฺเสติ.

กกุธสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. อุตฺตรสุตฺตวณฺณนา

๑๐๐. นวมนฺติ อุตฺตรสุตฺตํ เหฏฺฐา เทวตาสํยุตฺตวณฺณนายํ วุตฺตตฺถเมว.

อุตฺตรสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. อนาถปิณฺฑิกสุตฺตวณฺณนา

๑๐๑. ทสเม กามํ เทวตาสํยุตฺเตปิ ‘‘อิทํ หิ ตํ เชตวน’’นฺติอาทินา อิมา เอว คาถา อาคตา. ตตฺถ ‘‘อญฺญตรา เทวตา’’ติ นิทานํ อาโรปิตํ. เหฏฺฐา อาคตนยตฺตา เอว หิ โปตฺถเกสุ น ลิขิตํ, อิธ ปน เทวปุตฺตสํยุตฺเต ‘‘อนาถปิณฺฑิโก เทวปุตฺโต’’ติ นิทาเน นิคเม จ อาคตํ, ตตฺถ เทวปุตฺเตน สตฺถุ วุตฺตปฺปการคุณปเวทนวเสน วุตฺตํ. สตฺถา ปน ภิกฺขูนํ ตมตฺถํ ปเวเทนฺโต ‘‘อญฺญตโร เทวปุตฺโต’’ติ อาห. ตถา ปเวทเน ปน การณํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อานนฺทตฺเถรสฺสา’’ติอาทิมาห. อนุมานพุทฺธิยาติ อนุมานญาณสฺส. อานุภาวปฺปกาสนตฺถนฺติ พลทีปนตฺถํ.

อนาถปิณฺฑิกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ทุติยวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.