๑. ปฐมวคฺโค
๑. ปฐมกสฺสปสุตฺตวณฺณนา
๘๒. เทวสฺส ปุตฺโต เทวปุตฺโต. เทวานํ ชนกชเนตพฺพสมฺพนฺธาภาวโต กถมยํ เทวปุตฺโตติ วุจฺจตีติ อาห ‘‘เทวานํ หี’’ติอาทิ. ‘‘อปากโฏ อญฺญตโรติ วุจฺจตี’’ติ อิทํ เยภุยฺยวเสน วุตฺตํ. ปากโฏปิ หิ กตฺถจิ ‘‘อญฺญตโร’’ติ วุจฺจติ. เหฏฺฐา เทวตาสํยุตฺเต ‘‘อปากฏา อญฺญตรา เทวตา’’ติ วตฺวา อิธ ‘‘ปากโฏ เทวปุตฺโต’’ติ วุตฺตํ. ตถา หิสฺส กสฺสโปติ โคตฺตนามํ คหิตํ, ตญฺจ โข ปุริมชาติสิทฺธสมญฺญาวเสน. อนุสาสนํ อนุสาโส, ตํ อนุสาสํ. ภิกฺขุนิทฺเทสนฺติ ภิกฺขุสทฺทสฺส นิทฺเทสํ. ภิกฺขุโอวาทนฺติ ภิกฺขุภาวาวหํ โอวาทํ. ยทิ ปน น อสฺโสสิ, กถมยํ ปญฺหํ กเถสีติ? อญฺญโต สุตํ นิสฺสาย ปญฺหํ กเถสิ, น ปน ภควโต สมฺมุขา สุตภาเวน.
เตสนฺติ ยถาวุตฺตานํ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ. ‘‘กเถตุกาโม เจวา’’ติอาทินา หิ จตุตฺถํ อิธ อุทฺธฏํ. ตตฺถ อาทิโต ติณฺณํ ภควา ปญฺหํ ภารํ น กโรติ เอเกกงฺคเวกลฺลโต เจว องฺคทฺวยเวกลฺลโต จ, จตุตฺถสฺส ปน อุภยงฺคปาริปูรตฺตา ภารํ กโรตีติ อาห ‘‘อยํ ปนา’’ติอาทิ.
คาถายํ ‘‘สุภาสิตสฺสา’’ติ อุปโยคตฺเถ สามิวจนนฺติ อาห ‘‘สุภาสิตํ สิกฺเขยฺยา’’ติ. จตุสจฺจาทินิสฺสิตํ พุทฺธวจนํ สิกฺขนฺโต จตุพฺพิธํ วจีสุจริตํ สิกฺขติ นามาติ อาห ‘‘จตุสจฺจนิสฺสิตํ…เป… สิกฺเขยฺยา’’ติ. อวธารเณน ตปฺปฏิปกฺขํ ปฏินิวตฺเตติ. อุปาสิตพฺพนฺติ อาเสวิตพฺพํ ภาเวตพฺพํ พหุลีกาตพฺพํ. อฏฺฐตึสเภทํ กมฺมฏฺฐานนฺติ อิทํ ตสฺส วิปสฺสนาปทฏฺฐานตํ หทเย ฐเปตฺวา วุตฺตํ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘ทุติยปเทน อธิปญฺญาสิกฺขา กถิตา’’ติ. เย ปน ‘‘ทุติยปเทน อธิจิตฺตสิกฺขา จิตฺตวูปสเมน อธิปญฺญาสิกฺขา’’ติ ปฐนฺติ, เตสํ ปเทน อฏฺฐตึสปฺปเภทกมฺมฏฺฐานํ สุทฺธสมถกมฺมฏฺฐานสฺเสว คหณํ ทฏฺฐพฺพํ. ยทิ เอวํ ‘‘อฏฺฐสมาปตฺติวเสนา’’ติ อิทํ กถนฺติ? ‘‘ตํ วิปสฺสนาธิฏฺฐานานํ สมาปตฺตีนํ วเสน กถิต’’นฺติ วทนฺติ. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘ทุติยปเทน อธิปญฺญาสิกฺขา’’ติ อิทํ วจนํ สมตฺถิตํ โหติ. สิกฺขนํ นาม อาเสวนนฺติ อาห ‘‘ภาเวยฺยาติ อตฺโถ’’ติ. อุปาสนนฺติ ปยิรุปาสนํ. ตญฺจ โข อสฺสุตปริยาปุณนกมฺมฏฺฐานุคฺคหาทิวเสน ทสฺเสนฺโต ‘‘ตมฺปี’’ติอาทิมาห. อธิสีลสิกฺขา กถิตา ลกฺขณหารนเยน. วจีสุจริตสฺส หิ สีลสภาวตฺตา ตคฺคหเณเนว ตเทกลกฺขณํ กายสุจริตมฺปิ อิตรมฺปิ คหิตเมวาติ. เอตฺถ จ อธิสีลสิกฺขาย จิตฺตวิเวโก, อธิปญฺญาสิกฺขาย อุปธิวิเวโก, อธิจิตฺตสิกฺขาย กายวิเวโก กถิโต, กายวิเวโก ปน สรูเปเนว ปาฬิยํ คหิโตติ ติวิธสฺสปิ วิเวกสฺส ปกาสิตตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
ปฐมกสฺสปสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. ทุติยกสฺสปสุตฺตวณฺณนา
๘๓. ทฺวีหิ ฌาเนหีติ อารมฺมณลกฺขณูปนิชฺฌานลกฺขเณหิ ทฺวีหิ ฌาเนหิ. กมฺมฏฺฐานวิมุตฺติยาติ กมฺมฏฺฐานานุโยคลทฺธาย วิมุตฺติยา. เตน ตทงฺควิกฺขมฺภนวิมุตฺติโย วทติ. สตฺถุสาสนสฺส หทยตฺตา อพฺภนฺตรตฺตา หทยสฺส มานสสฺส, อนุปตฺตึ ปฏิลาภมานสํ. ตํ ปน อตฺถโต อญฺญา เอวาติ อาห ‘‘อรหตฺต’’นฺติ. ตํ ปตฺตุกาเมน เอกนฺตโต วชฺเชตพฺพตณฺหาทิฏฺฐีนํ ภาเว ตสฺส อนิชฺฌนโต, ตทภาเว อิชฺฌนโต จ เต อุปฺปาทนวเสน ยทคฺเคน นิสฺสิโต, ตทคฺเคน ปนายมฺปิ เตหิ นิสฺสิโต นาม โหตีติ อาห ‘‘อนิสฺสิโต’’ติอาทิ. อรหตฺตํ อานิสํสิตพฺพฏฺเฐน อานิสํสํ เอตสฺสาติ อรหตฺตานิสํโส. อรหตฺตํ ปตฺตุกามสฺส ปุพฺพภาคปฏิปทา อิจฺฉิตพฺพา. ตตฺถ จ สพฺพปฐโม กมฺมฏฺฐานอตฺตานุโยโค, โส อิธ น คหิโตติ อาห ‘‘ตนฺติธมฺโม ปุพฺพภาโค’’ติ. ตตฺถ ตนฺติธมฺโมติ ปริยตฺติธมฺโม.
ทุติยกสฺสปสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. มฆสุตฺตวณฺณนา
๘๔. มโฆติ สกฺกสฺเสตํ นามํ ปุริมชาติอนุคตํ. เสฺววาติ สกฺโก เอว. วเตนาติ มาตาปิตุอุปฏฺฐานาทิจาริตฺตธมฺเมน. อญฺเญติ อุปธิเวปกฺกปาปธมฺเม อภิภวิตฺวา. อสุรนฺติ อินฺทสตฺตุภูตํ อสุรํ.
มฆสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. มาคธสุตฺตวณฺณนา
๘๕. จตุตฺถสุตฺตํ วุตฺตตฺถเมวาติ เทวตาสํยุตฺเต สํวณฺณิตตฺถเมว, ตสฺมา อิธ น วตฺตพฺโพ อตฺโถติ อธิปฺปาโย.
มาคธสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา
๕. ทามลิสุตฺตวณฺณนา
๘๖. เตน การเณนาติ เตน ปธาเนน การณภูเตน, ปธานกรณนิมิตฺตนฺติ อตฺโถ. ยํ กิญฺจิ ขุทฺทกมฺปิ มหนฺตมฺปิ หีนมฺปิ ปณีตมฺปิ ภวํ. อายตปคฺคโหติ ทีฆรตฺตสฺส วีริยารมฺโภ. กิจฺจโวสานนฺติ กิจฺจนิฏฺฐานํ. ตเถวาติ ยถา อรหตฺตุปฺปตฺติโต ปุพฺเพ, ตโต ปจฺฉาปิ ตเถว ‘‘พุทฺธิปคฺคโห’’ติ วีริยํ ทฬฺหํ กโรตูติ กุปฺปธมฺมํ วิย มญฺญมาโน วทติ. ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหาราทิอตฺถํ ปน วีริยกรณํ อิจฺฉิตพฺพเมว.
อสํกิณฺณาติ อโวมิสฺสา เอวํ อญฺญตฺถ อนาคตตฺตา. เตนาห ‘‘ภควตา หี’’ติอาทิ. ยทิ เอวํ อิเธว กสฺมา เอตํ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘อิธ ปนา’’ติอาทิ. ปติฏฺฐนฺติ นที นาม อนวฏฺฐิตตีรา, ตตฺถ ปติฏฺฐาตพฺพฏฺฐานํ.
ทามลิสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. กามทสุตฺตวณฺณนา
๘๗. ปุพฺพโยคาวจโรติ ปุพฺเพ โยคาวจโร ปุริมตฺตภาเว ภาวนมนุยุตฺโต. อยํ กิร กสฺสปสฺส ภควโต สาสเน ปพฺพชิตฺวาว พหูนิ วสฺสสหสฺสานิ สมณธมฺมํ อกาสิ, น ปน วิเสสํ นิพฺพตฺเตสิ. ตมตฺถํ การเณน สทฺธึ ทสฺเสตุํ ‘‘พหลกิเลสตายา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอกนฺตปริสุทฺธสฺสาติ ยถา วิเสสาวโห โหติ, เอวํ เอกนฺเตน ปริสุทฺธสฺส สพฺพโส อนุปกฺกิลิฏฺฐสฺส. สีเลน สมาหิตาติ ยถา สีลํ อุปรูปริ วิเสสาวหํ นิพฺเพธภาคิยญฺจ โหติ, เอวํ สมฺมเทว อาหิตจิตฺตา สุฏฺฐุ สมฺปนฺนจิตฺตา. ตถาภูตา เตน สมนฺนาคตา โหนฺตีติ อาห ‘‘สมุเปตา’’ติ. ปติฏฺฐิตสภาวาติ เสกฺขตฺตา เอว ยถาธิคตธมฺเมน นิจฺจลภาเวน อธิฏฺฐิตสภาวา. มยา ตุฏฺฐิยา คหิตาย เทวปุตฺโต ‘‘ทุลฺลภา ตุฏฺฐี’’ติ วกฺขตีติ ภควา ‘‘ตุฏฺฐิ โหติ สุขาวหา’’ติ อโวจาติ อาห ‘‘อุปริ ปญฺหสมุฏฺฐาปนตฺถ’’นฺติ. ปพฺพชิโต รุกฺขมูลิโก อพฺโภกาสิโก วา อนคาริยุเปโต นาม โหติ, เสนาสเน ปน วสนฺโต กถนฺติ อาห ‘‘สตฺตภูมิเก’’ติอาทิ. จตุปจฺจยสนฺโตโสติ ภาวนาภิโยคสิทฺโธ จตูสุ ปจฺจเยสุ สนฺโตโส. เตน จิตฺตวูปสเมน ตุฏฺฐิ ลทฺธาติ ทสฺเสติ. จิตฺตวูปสมภาวนายาติ จิตฺตกิเลสานํ วูปสมกรภาวนาย, มนจฺฉฏฺฐานํ อินฺทฺริยานํ นิพฺพิเสวนภาวกรเณน สวิเสสํ จิตฺตสฺส วูปสมกรภาวนาย รโต มโนติ โยชนา.
เอตฺถ จ อินฺทฺริยูปสเมน จิตฺตสมาธานํ ปริปุณฺณํ โหติ อินฺทฺริยภาวนาย จิตฺตสมาธานสฺส อการกานํ ทูรีกรณโต. อธิจิตฺตสมาธาเนน จตุปจฺจยสนฺโตโส สวิเสสํ ปริสุทฺโธ ปริปุณฺโณ จ โหติ ปจฺจยานํ อลาภลาเภสุ ปริจฺจาคสภาวโต. วุตฺตนเยน ปน สนฺตุฏฺฐสฺส ยถาสมาทินฺนํ สีลํ วิสุชฺฌติ ปาริปูริญฺจ อุปคจฺฉติ, ตถาภูโต จตุสจฺจกมฺมฏฺฐาเน ยุตฺโต มคฺคปฏิปาฏิยา สพฺพโส กิเลเส สมุจฺฉินฺทนฺโต นิพฺพานทิฏฺโฐ โหตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ ‘‘เย รตฺตินฺทิว’’นฺติอาทินา. กึ น คจฺฉิสฺสนฺติ? คมิสฺสนฺเตวาติ อริยมคฺคภาวนํ ปหาย สมฺมาปฏิปตฺติยา ทุกฺกรภาวํ สนฺธาย สาสงฺกํ วทติ. เตนาห ‘‘อยํ ปน ทุคฺคโม ภควา วิสโม มคฺโค’’ติ.
ตตฺถ เกจิ ‘‘อยํ ปนาติ เทวปุตฺโต. โส หิ ภควโต ‘อริยา คจฺฉนฺตี’ติ วจนํ สุตฺวา ‘ทุคฺคโม ภควา’ติอาทิมาหา’’ติ วทนฺติ, ตํ น ยุชฺชติ. ยสฺมา ‘‘สจฺจเมต’’นฺติ เอวมาทิปิ ตสฺเสว เววจนํ กตฺวา ทสฺสิตํ, ตสฺมา ‘‘เยน มคฺเคน อริยา คจฺฉนฺตี’’ติ ตุเมฺหหิ วุตฺตํ, อยํ ปน ‘‘ทุคฺคโม ภควา วิสโม มคฺโค’’ติ อาห เทวปุตฺโต. อริยมคฺโค กามํ กทาจิ อติทุกฺขา ปฏิปทาติปิ วุจฺจติ, ตญฺจ โข ปุพฺพภาคปฏิปทาวเสน, อยํ ปน อตีว สุคโม สพฺพกิเลสทุคฺควิวชฺชนโต กายทุจฺจริตาทิวิสมสฺส ราคาทิวิสมสฺส จ ทูรีกรณโต น วิสโม. เตนาห ‘‘ปุพฺพภาคปฏิปทายา’’ติอาทิ. อสฺสาติ อริยมคฺคสฺส. อริยมคฺคสฺส หิ อธิสีลสิกฺขาทีนํ ปริพุนฺธิตพฺพภาเคน พหู ปริสฺสยา โหนฺตีติ. เอวํ วุตฺโตติ ‘‘ทุคฺคโม วิสโม’’ติ จ เอวํ วุตฺโต.
อวํสิราติ อนุฏฺฐหเนน อโธภูตอุตฺตมงฺคา. กุสลงฺเคสุ หิ สมฺมาทิฏฺฐิ อุตฺตมงฺคา สพฺพเสฏฺฐตฺตา, ตญฺจ อนริยา ปตนฺติ น อุฏฺฐหนฺติ มิจฺฉาปฏิปชฺชนโต. เตนาห ‘‘ญาณสิเรนา’’ติอาทิ. อนริยมคฺเคติ มิจฺฉามคฺเค. เตนาห ‘‘วิสเม มคฺเค’’ติ. ตํ มคฺคนโต อนริยา อริยานํ มคฺคโต อปาปุณเนน ปริจฺจตฺตา หุตฺวา อปาเย สกลวฏฺฏทุกฺเข จ ปตนฺติ. เสฺววาติ สฺวายํ อนริเยหิ กทาจิปิ คนฺตุํ อสกฺกุเณยฺโย มคฺโค อริยานํ วิสุทฺธสตฺตานํ สพฺพโส สมธิคเมน สโม โหติ. กายวิสมาทีหิ สมนฺนาคตตฺตา วิสเม สตฺตกาเย เตสํ สพฺพโสว ปหาเนน สพฺพตฺถ สมาเยว.
กามทสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. ปญฺจาลจณฺฑสุตฺตวณฺณนา
๘๘. สมฺพาเธติ สมฺปีฬิตตณฺหากิเลสาทินา สอุปฺปีฬตาย ปรมสมฺพาเธ. อติวิย สงฺการฏฺฐานภูโต หิ นีวรณสมฺพาโธ อธิปฺเปโต. โส หิ ทุคฺคหโน ตสฺมึ อสติ กามคุณสมฺพาโธ อนวสโร เอว เสยฺยถาปิ มหากสฺสปาทีนํ. โอกาสนฺติ ฌานสฺเสตํ นามํ นีวรณสมฺพาธาภาวโต. อสมฺพาธภาเวน หิ ฌานํ อิธ ‘‘โอกาโส’’ติ วุตฺตํ, ตญฺจ โข อจฺจนฺตาสมฺพาธฏฺฐานตาย วิปสฺสนาปาทกตาย. ตถา หิ ปาฬิยํ ‘‘อวินฺที’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อวินฺทีติ วินฺทิ ปฏิลภิ. ภูริเมธโสติ มหาปญฺโญ, สปญฺโญติ อตฺโถ. อพุชฺฌีติ พุชฺฌิ ปฏิวิชฺฌิ. ปฏิลีโน หุตฺวา เสฏฺโฐ, ปฏิลีนานํ วา เสฏฺโฐติ ปฏิลีนเสฏฺโฐ. มานุสฺสยวเสน อุนฺนตภาวโต ปฏิลีโน นาม ปหีนมาโน. ปฏิลภึสูติ กามคุณสมฺพาเธปิ ‘‘อิเม กามคุณา มาทิสานํ กึ กริสฺสนฺตี’’ติ? เต อภิภุยฺย นิพฺพานปฺปตฺติยา สมฺมาสตึ ปฏิลภึสุ. เตน สมฺปยุตฺเตน โลกุตฺตรสมาธินาปิ สุฏฺฐุ สมาหิตา.
อยํ กิร เทวปุตฺโต อิโต ปุริมวาเร อตฺตภาเว ปฐมชฺฌานลาภี หุตฺวา ตโต จวิตฺวา พฺรหฺมกายิกาสุ นิพฺพตฺติตฺวา ตตฺถ ฌานสุขํ อนุภวิตฺวา ตโต จุโต อิทานิ กามภเว นิพฺพตฺโต, ตสฺมา ตํ ฌานํ สมฺภาเวนฺโต ‘‘ตาทิสสฺส นาม ฌานสุขสฺส ลาภี ภควา’’ติ เตน คุเณน ภควนฺตํ อภิตฺถวนฺโต ‘‘สมฺพาเธ วตา’’ติ คาถํ อภาสิ. อถสฺส ภควา ยถา นาม อฏฺฐสฏฺฐิโยชนสตสหสฺสุพฺเพธสิเนรุปพฺพตราชํ อุปาทาย สาสโป น กิญฺจิ โหติ, เอวํ อนนฺตาปริเมยฺยพุทฺธคุเณ อุปาทาย รูปาวจรปฐมชฺฌานํ น กิญฺจิ โหตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เย สติ’’นฺติอาทินา อนุตฺตรคุณาธิคมํ ปเวเทสิ. ตตฺถ สตินฺติ วิปสฺสนาสติยา สทฺธึ อริยมคฺคสตึ. สุสมาหิตาติ โลกิยสมาธินา เจว โลกุตฺตรสมาธินา จ สุฏฺฐุ สมาหิตา. เต หิ อจฺจนฺตํ สุสมาหิตา, น ฌานมตฺตลาภิโน อกุปฺปธมฺมตฺตา. เกจิ ‘‘กมฺมนฺเต สุสมาหิตา’’ติ ปาฐํ วตฺวา ‘‘มคฺคสมาหิตา’’ติ อตฺถํ วทนฺติ.
ปญฺจาลจณฺฑสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. ตายนสุตฺตวณฺณนา
๘๙. อตีตชาติยํ สยํการวเสน ตาย ทิฏฺฐิยา อุปฺปาทิตตฺตา ปุพฺเพ ติตฺถกโร. เตนาห ‘‘ทิฏฺฐิ อุปฺปาเทตฺวา’’ติ. อปเร อาหุ ‘‘อยํ เม สตฺถาติ คหณวเสน ติตฺถกโร อสฺส อตฺถีติ ปุพฺเพ ติตฺถกโร, อตีตตฺตภาเว ติตฺถกรสาวโก’’ติ. เต ‘‘ทิฏฺฐึ อุปฺปาเทตฺวาติ ตสฺส สตฺถุโน ทิฏฺฐึ อาทาย คเหตฺวาติ อตฺโถ’’ติ วทนฺติ. ติตฺถํ นาม ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิโย ตพฺพินิมุตฺตสฺส มิจฺฉาวาทสฺส อภาวโต. ติตฺเถ นิยุตฺตาติ ติตฺถิกา, เต เอว ติตฺถิยาติ วุตฺตา ก-การสฺส ย-การํ กตฺวา. ตสฺสาติ ยถาวุตฺตสฺส กลฺยาณกมฺมสฺส. นิสฺสนฺเทนาติ ผลภาเวน. วีริยปฺปฏิสํยุตฺตาติ วีริยทีปนาติ อตฺโถ.
อนิยมิตอาณตฺตีติ อนิยมวิธานํ อนิยมวเสน วิธิวจนํ. ตณฺหาโสตนฺติ ตณฺหาปฺปพนฺธนํ. นีหราติ สเมหิ ปชห. เอกตฺตนฺติ เอกคฺคํ. เตนาห ‘‘ฌาน’’นฺติ. อุปปชฺชตีติ น อุปฺปชฺชติ น ปาปุณาตีติ อาห ‘‘น ปฏิลภตี’’ติ. น โอสกฺเกยฺยาติ น สงฺโกจํ อาปชฺเชยฺย. ฆราวาสโต ปริพฺพชนํ ปริโต อปคโมติ ปริพฺพโช. ปพฺพชิตวตสมาทานสฺส อทฬฺหตาย จ ตตฺถ จ อสกฺกจฺจกิริยาย สิถิลคหิตา. อติเรกนฺติ ปพฺพชฺชาย ปุริมกาลโตปิ อธิกํ. อุปรีติ อุปรูปริ. ทุกฺกฏํ อกตเมว เสยฺโยติ ทุจฺจริตํ นาม สพฺเพน สพฺพํ อกตเมว หิตาวหํ.
ยํ กิญฺจีติ ยํ กิญฺจิ กมฺมํ. สิถิลํ กตนฺติ อสกฺกจฺจการิตาย สิถิลํ กตฺวา ปวตฺติตํ. เอวรูปเมวาติ เอวรูปํ ปรามฏฺฐสามญฺญสทิสเมว ปจฺฉานุตาปจริยาทิปฏิภาคโต. สํกิลิฏฺฐเมว ตณฺหาสํกิเลสอุปกฺกิลิฏฺฐตฺตา. อาสงฺกิตปริสงฺกิตนฺติอาทิโต สมนฺตโตปิ ปเรหิ สงฺกิตํ. พฺรหฺมจริยสฺส อาทิ อาทิพฺรหฺมจริยํ, ตตฺถ นิยุตฺตาติ อาทิพฺรหฺมจริยิกา, มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส ปุพฺพภาคปฏิปทาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส อาทิภูตา’’ติ. ปุพฺพปธานภูตาติ ปฐมารมฺภภูตา.
ตายนสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. จนฺทิมสุตฺตวณฺณนา
๙๐. วิมาเน คหิเต ตํนิวาสีปิ คหิโต โหตีติ วุตฺตํ ‘‘จนฺทวิมานวาสี เทวปุตฺโต’’ติ. สพฺพธีติ สพฺพสฺมา ทุคฺคฏฺฐานา วิปฺปมุตฺโตสิ ภควา ตฺวํ, ตสฺมา มยฺหมฺปิ อิโต สมฺพาธฏฺฐานโต วิปฺปโมกฺขํ กโรหีติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘ตสฺส เม สรณํ ภวา’’ติ. โลกานุกมฺปกาติ สพฺพสฺส โลกสฺส อนุคฺคหา, ตสฺมา ตุยฺหมฺปิ เอตสฺสปิ จนฺทสฺส. ตาทิสา เอวาติ สมานา เอว. ปมุญฺจสีติ ปมุญฺจิตฺถ. เตนาห ‘‘อตีตตฺเถ วตฺตมานวจน’’นฺติ.
จนฺทิมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. สูริยสุตฺตวณฺณนา
๙๑. อนฺธภาวกรเณติ โลกสฺส อนฺธกรเณติปิ อปเร. เตนาห ‘‘ตมสี’’ติ. วิโรจตีติ วิชฺโชตติ. กามํ เทวปุตฺตวเสน ปฐมํ เทวตา อุทฺธฏา, ราหุโน ปน ปโยโค ตสฺส วิมาเนติ อาห ‘‘มณฺฑลีติ มณฺฑลสณฺฐาโน’’ติ. วทติ ตทา มุเขน คหิตตฺตา. มุเขน คหณญฺเจตฺถ ‘‘คิลี’’ติ อธิปฺเปตํ, น จ อชฺโฌหรณนฺติ อาห ‘‘คิลีติ วทตี’’ติ. อิทานิ ตสฺส มุเขน คหณสมตฺถตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ราหุสฺส หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. โสติอาทิ ตสฺส จนฺทิมสูริยานํ คหณการณทสฺสนํ. อธิวตฺถา เทวตาติ จนฺทิมสูริยานํ ปริจารกเทวตา. เวคนฺติ ชวํ. โส หิ เกนจิ อภิมุขํ อติทุนฺนิวาโร กมฺมนิยามสิทฺโธ. มตฺถกนฺติ กณฺฐสฺส อุปริมเทสํ. เกจิ ‘‘สีสมตฺถกเมวา’’ติ วทนฺติ. นิกฺขเมยฺย เวคสฺส ติกฺขสีฆถามภาวโต. อากฑฺฒิตฺวาติ อตฺตโน คมนทิสาภิมุขํ อากฑฺฒิตฺวา. นนฺติ ราหุํ. อุทฺธํ อุลฺลงฺเฆตุกามมฺปิ โอนเมยฺย. ปททฺวเยนปิ โส มหาสรีโร มหาพโล, จนฺทิมสูริยานํ ปน คมนเวโค เตน สพฺพถาปิ ทุนฺนิวาริโยวาติ ทสฺเสติ. วิมาเนนาติ จนฺทคฺคเห จนฺทวิมาเนน, สูริยคฺคเห สูริยวิมาเนน อุภินฺนมฺปิ วิมาเนน สเหว. อมาวาสิยญฺหิ เทฺว วิมานานิ โยชนมตฺตนฺตริตานิ หุตฺวา สเหว ปวตฺตนฺติ. ยทิ เทฺวปิ เทวปุตฺตา โสตาปตฺติผลํ ปตฺตา, อถ กสฺมา สูริยสุตฺเต เอว ‘‘ปชํ มม’’นฺติ วุตฺตํ, น จนฺทสุตฺเตติ? ‘‘โส จ กิร น จิรสฺเสว ตโต จวิตฺวา อญฺญตฺถ นิพฺพตฺโต, อญฺญา เอว จ เทวตา ตตฺถ วสิ, ยสฺมึ จนฺทคฺคเห ภควา ตํ คาถํ อภาสิ, น ตถา สูริโย, อปรภาเค ปน ตตฺถปิ กาเลน กาลํ ราหุคฺคโห โหตี’’ติ วทนฺติ.
สูริยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปฐมวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.