๘. เชตวนสุตฺตวณฺณนา

๔๘. เอสิตคุณตฺตา เอสิยมานคุณตฺตา จ อิสี, อเสกฺขา เสกฺขกลฺยาณปุถุชฺชนา จ. อิสีนํ สงฺโฆ อิสิสงฺโฆ. อิสิสงฺเฆน นิเสวิตํ. เตนาห ‘‘ภิกฺขุสงฺฆนิเสวิต’’นฺติ.

ตํ กาเรนฺตสฺส คนฺธกุฏิปาสาทกูฏาคาราทิวเสน สินิทฺธสนฺทจฺฉายรุกฺขลตาวเสน ภูมิภาคสมฺปตฺติยา จ อนญฺญสาธารณํ อติรมณียํ ตํ เชตวนํ จิตฺตํ โตเสติ, ตถา อริยานํ นิวาสภาเวนปีติ อาห ‘‘เอวํ ปฐมคาถาย เชตวนสฺส วณฺณํ กเถตฺวา’’ติ. เตนาห ภควา – ‘‘ยตฺถ อรหนฺโต วิหรนฺติ, ตํ ภูมิรามเณยฺยก’’นฺติ (ธ. ป. ๙๘; เถรคา. ๙๙๑). อปจยคามิเจตนา สตฺตานํ วิสุทฺธึ อาวหติ กมฺมกฺขยาย สํวตฺตนโตติ อาห ‘‘กมฺมนฺติ มคฺคเจตนา’’ติ. จตุนฺนํ อริยสจฺจานํ วิทิตกรณฏฺเฐน กิเลสานํ วิชฺฌนฏฺเฐน จ วิชฺชา. มคฺคปญฺญา สมฺมาทิฏฺฐีติ อาห ‘‘วิชฺชาติ มคฺคปญฺญา’’ติ. สมาธิปกฺขิกา ธมฺมา สมฺมาวายามสติสมาธโย. ยถา หิ วิชฺชาปิ วิชฺชาภาคิยา, เอวํ สมาธิปิ สมาธิปกฺขิโก. สีลํ เอตสฺส อตฺถีติ สีลนฺติ อาห ‘‘สีเล ปติฏฺฐิตสฺส ชีวิตํ อุตฺตม’’นฺติ. ทิฏฺฐิสงฺกปฺปาติ สมฺมาทิฏฺฐิสงฺกปฺปา. ตตฺถ สมฺมาสงฺกปฺปสฺส สมฺมาทิฏฺฐิยา อุปการภาเวน วิชฺชาภาโว วุตฺโต. ตถา หิ โส ปญฺญากฺขนฺธสงฺคหิโตติ วุจฺจติ. ยถา จ สมฺมาสงฺกปฺปาทโย ปญฺญากฺขนฺธสงฺคหิตา, เอวํ วายามสติโย สมาธิกฺขนฺธสงฺคหิตาติ อาห ‘‘วายามสติสมาธโย’’ติ. ธมฺโมติ หิ อิธ สมาธิ อธิปฺเปโต ‘‘เอวํธมฺมา เต ภควนฺโต อเหสุ’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๑๓; ม. นิ. ๓.๑๙๗; สํ. นิ. ๕.๓๗๘) วิย. วาจากมฺมนฺตาชีวาติ สมฺมาวาจากมฺมนฺตาชีวา. มคฺคปริยาปนฺนา เอว เหเต สงฺคหิตา. เตนาห ‘‘เอเตน อฏฺฐงฺคิกมคฺเคนา’’ติ.

อุปาเยน วิธินา อริยมคฺโค ภาเวตพฺโพ. เตนาห ‘‘สมาธิปกฺขิยธมฺม’’นฺติ. สมฺมาสมาธิปกฺขิยํ วิปสฺสนาธมฺมญฺเจว มคฺคธมฺมญฺจ. ‘‘อริยํ โว, ภิกฺขเว, สมฺมาสมาธึ เทเสสฺสามิ สอุปนิสํ สปริกฺขาร’’นฺติ (ม. นิ. ๓.๑๓๖) หิ วจนโต สมฺมาทิฏฺฐิอาทโย มคฺคธมฺมา สมฺมาสมาธิปริกฺขารา. วิจิเนยฺยาติ วีมํเสยฺย, ภาเวยฺยาติ อตฺโถ. ตตฺถาติ เหตุมฺหิ ภุมฺมวจนํ. อริยมคฺคเหตุกา หิ สตฺตานํ วิสุทฺธิ. เตนาห ‘‘ตสฺมึ อริยมคฺเค วิสุชฺฌตี’’ติ. ปญฺจกฺขนฺธธมฺมํ วิจิเนยฺยาติ ปจฺจุปฺปนฺเน ปญฺจกฺขนฺเธ วิปสฺเสยฺย. เตสุ วิปสฺสิยมาเนสุ วิปสฺสนาย อุกฺกํสคตาย ยทคฺเคน ทุกฺขสจฺจํ ปริญฺญาปฏิเวเธน ปฏิวิชฺฌียติ, ตทคฺเคน สมุทยสจฺจํ ปหานปฏิเวเธน ปฏิวิชฺฌียติ, นิโรธสจฺจํ สจฺฉิกิริยาปฏิเวเธน, มคฺคสจฺจํ ภาวนาปฏิเวเธน ปฏิวิชฺฌียตีติ เอวํ เตสุ จตูสุ สจฺเจสุ วิสุชฺฌตีติ อิมสฺมึ ปกฺเข นิมิตฺตตฺเถ เอว ภุมฺมํ, เตสุ สจฺเจสุ ปฏิวิชฺฌิยมาเนสูติ อตฺโถ.

อวธารณวจนนฺติ ววตฺถาปนวจนํ, อวธารณนฺติ อตฺโถ. ‘‘สาริปุตฺโตวา’’ติ จ อวธารณํ สาวเกสุ สาริปุตฺโตว เสยฺโยติ อิมมตฺถํ ทีเปติ ตสฺเสวุกฺกํสภาวโต. กิเลสอุปสเมนาติ อิมินา มหาเถรสฺส ตาทิโส กิเลสวูปสโมติ ทสฺเสติ. ตสฺส สาวกวิสเย ปญฺญาย ปารมิปฺปตฺติ อโหสิ. ยทิ เอวํ ‘‘โยปิ ปารงฺคโต ภิกฺขุ, เอตาวปรโม สิยา’’ติ อิทํ เตสํ พุทฺธานํ ญาณวิสเย ปญฺญาปารมิปฺปตฺตานํ วเสเนว วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อวธารณมฺปิ วิมุตฺติยา นานตฺตา ตีหิ วิมุตฺตีหิ ปารงฺคเต สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. เตนาห – ‘‘ปารํ คโตติ นิพฺพานํ คโต’’ติอาทิ. น เถเรน อุตฺตริตโร นาม อตฺถิ ลพฺภติ, ลพฺภติ เจ, เอวเมว ลพฺเภยฺยาติ อธิปฺปาโย.

เชตวนสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.