๗. สมยสุตฺตวณฺณนา
๓๗. อุทานํ ปฏิจฺจาติ อุกฺกากรญฺญา ชาติสมฺเภทปริหารนิมิตฺตํ อตฺตโน วํสปริสุทฺธํ นิสฺสาย วุตฺตํ ปีติอุทาหารํ ปฏิจฺจ โคตฺตวเสน ‘‘สกฺกา’’ติ ลทฺธนามานํ. ยทิ เอโกปิ ชนปโท, กถํ พหุวจนนฺติ อาห ‘‘รุฬฺหีสทฺเทนา’’ติ. อกฺขรจินฺติกา หิ อีทิเสสุ ฐาเนสุ ยุตฺเต วิย สลิงฺควจนานิ อิจฺฉนฺติ, อยเมตฺถ รุฬฺหี ยถา ‘‘อวนฺตี กุรู’’ติ, ตพฺพิเสสเน ปน ชนปทสทฺเท ชาติสทฺทตาย เอกวจนเมว. อโรปิเมติ เกนจิ น โรปิเม.
อาวรเณนาติ เสตุนา. พนฺธาเปตฺวาติ ปณฺฑุปลาสปาสาณมตฺติกขณฺฑาทีหิ อาลึ ถิรํ การาเปตฺวา. สสฺสานิ กาเรนฺตีติ เชฏฺฐมาเส กิร ฆมฺมสฺส พลวภาเวน หิมวนฺเต หิมํ วิลียิตฺวา สนฺทิตฺวา อนุกฺกเมน โรหิณึ นทึ ปวิสติ, ตํ พนฺธิตฺวา สสฺสานิ กาเรนฺติ. ‘‘ชาตึ ฆฏฺเฏตฺวา กลหํ วฑฺฒยึสู’’ติ สงฺเขเปน วุตฺตมตฺถํ ปากฏตรํ กาตุํ ‘‘โกลิยกมฺมกรา วทนฺตี’’ติ อาห. นิยุตฺตอมจฺจานนฺติ ตสฺมึ สสฺสปริปาลนกมฺเม นิโยชิตมหามตฺตานํ.
ตีณิ ชาตกานีติ ‘‘กุฐาริหตฺโถ ปุริโส’’ติอาทินา ผนฺทนชาตกํ (ชา. ๑.๑๓.๑๔ อาทโย) ‘‘ทุทฺทุภายติ ภทฺทนฺเต’’ติอาทินา ทุทฺทุภชาตกํ, (ชา. ๑.๔.๘๕ อาทโย) ‘‘วนฺทามิ ตํ กุญฺชรา’’ติอาทินา ลฏุกิกชาตกนฺติ (ชา. ๑.๕.๓๙ อาทโย) อิมานิ ตีณิ ชาตกานิ. เทฺว ชาตกานีติ –
‘‘สาธุ สมฺพหุลา ญาตี, อปิ รุกฺขา อรญฺญชา;
วาโต วหติ เอกฏฺฐํ, พฺรหนฺตมฺปิ วนปฺปติ’’นฺติ. –
อาทินา รุกฺขธมฺมชาตกํ (ชา. ๑.๑.๗๔).
‘‘สมฺโมทมานา คจฺฉนฺติ, ชาลมาทาย ปกฺขิโน;
ยทา เต วิวทิสฺสนฺติ, ตทา เอหินฺติ เม วส’’นฺติ. (ชา. ๑.๑.๓๓) –
อาทินา สมฺโมทมานชาตกนฺติ อิมานิ เทฺว ชาตกานิ.
‘‘อตฺตทณฺฑา ภยํ ชาตํ, ชนํ ปสฺสถ เมธคํ;
สํเวคํ กิตฺตยิสฺสามิ, ยถา สํวิชิตํ มยา’’ติ. (สุ. นิ. ๙๔๑) –
อาทินา อตฺตทณฺฑสุตฺตํ.
เตนาติ ภควตา. กลหกรณภาโวติ กลหกรณสฺส อตฺถิภาโว. มหาปถวิยา มหคฺเฆ ขตฺติเย กสฺมา นาเสถาติ ทสฺเสตฺวา กลหํ วูปสเมตุกาโม ภควา ปถวึ นิทสฺสนภาเวน คณฺหีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปถวี นาม กึ อคฺฆตี’’ติอาทิมาห. อฏฺฐาเนติ อการเณ. เวรํ กตฺวาติ วิโรธํ อุปฺปาเทตฺวา. ตํตํปโลภนกิริยาย ปรกฺกมนฺติโย ‘‘อุกฺกณฺฐนฺตู’’ติ สาสนํ เปเสนฺติ. กุณาลทเหติ กุณาลทหตีเร ปติฏฺฐาย. ปุจฺฉิตํ กเถสิ อนุกฺกเมน กุณาลสกุณราชสฺส ปุจฺฉาปสงฺเคน กุณาลชาตกํ (ชา. ๒.๒๑.กุณาลชาตก) กเถสฺสามีติ. อนภิรตึ วิโนเทสิ อิตฺถีนํ โทสทสฺสนมุเขน กามานํ อาทีนโวการสํกิเลสวิภาวนวเสน. ปุริสปุริเสหีติ โกสชฺชํ วิทฺธํเสตฺวา ปุริสถามพฺรูหเนน อุตฺตมปุริเสหิ โน ภวิตุํ วฏฺฏตีติ อุปฺปนฺนจิตฺตา. อวิสฺสฏฺฐสมณกมฺมนฺตา อปริจฺจตฺตกมฺมฏฺฐานาภิโยคาติ อตฺโถ. นิสีทิตุํ วฏฺฏตีติ ภควา จินฺเตสีติ โยชนา.
ปทุมินิยนฺติ ปทุมวเน. วิกสึสุ คุณคณวิโพเธน. อยํอิมสฺส…เป… น กเถสีติ อิมินา สพฺเพปิ เต ภิกฺขู ตาวเทว ปฏิปาฏิยา อาคตตฺตา อญฺญมญฺญสฺส ลชฺชมานา อตฺตนา ปฏิลทฺธวิเสสํ ภควโต นาโรเจสุนฺติ ทสฺเสติ. ขีณาสวานนฺติอาทินา ตตฺถ การณมาห.
โอสฏมตฺเตติ ภควโต สนฺติกํ อุปคตมตฺเต. อริยมณฺฑเลติ อริยปุคฺคลสมูเห. ปาจีนยุคนฺธรปริกฺเขปโตติ ยุคนฺธรปพฺพตสฺส ปาจีนปริกฺเขปโต, น พาหิรเกหิ วุจฺจมานอุทยปพฺพตโต. รามเณยฺยกทสฺสนตฺถนฺติ พุทฺธุปฺปาทปฏิมณฺฑิตตฺตา วิเสสโต รมณียสฺส โลกสฺส รมณียภาวทสฺสนตฺถํ. อุลฺลงฺฆิตฺวาติ อุฏฺฐหิตฺวา. เอวรูเป ขเณ ลเย มุหุตฺเตติ ยถาวุตฺเต จนฺทมณฺฑลสฺส อุฏฺฐิตกฺขเณ อุฏฺฐิตเวลายํ อุฏฺฐิตมุหุตฺเตติ อุปรูปริกาลสฺส วฑฺฒิตภาวทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ.
เตสํ ภิกฺขูนํ ชาติอาทิวเสน ภควโต อนุรูปปริวารภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิมาห. มหาสมฺมตสฺส วํเส อุปฺปนฺโนติอาทิ กุลวํสสุทฺธิทสฺสนํ. ขตฺติยคพฺเภ ชาโตติ อิทํ สติปิ ชาติวิสุทฺธิยํ มาตาปิตูนํ วเสน อวิสุทฺธตา สิยาติ เตสมฺปิ ‘‘อวิสุทฺธตา นตฺถิ อิเมส’’นฺติ วิสุทฺธิทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. สติปิ จ คพฺภวิสุทฺธิยํ กตโทเสน มิสฺสกตฺตา อรชฺชารหตาปิ สิยาติ ‘‘ตมฺปิ นตฺถิ อิเมส’’นฺติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘ราชปพฺพชิตา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
สามนฺตาติ สมีเป. จลึสูติ อุฏฺฐหึสุ. โกสมตฺตํ ฐานํ สทฺทนฺตรํ, ‘‘สทฺทสวนฏฺฐานเมว สทฺทนฺตร’’นฺติ อปเร. ติกฺขตฺตุํ เตสฏฺฐิยา นครสหสฺเสสูติ ชมฺพุทีเป กิร อาทิโต มหนฺตานิ เตสฏฺฐิ นครสหสฺสานิ อุปฺปนฺนานิ, ตถา ทุติยํ, ตถา ตติยํ. ตํ สนฺธายาห ‘‘ติกฺขตฺตุํ เตสฏฺฐิยา นครสหสฺเสสู’’ติ. ตานิ ปน สมฺปิณฺเฑตฺวา สตสหสฺสโต ปรํ นวสหสฺสาธิกานิ อสีติสหสฺสานิ. นวนวุติยา โทณมุขสตสหสฺเสสูติ นวสตสหสฺสาธิเกสุ นวุติสตสหสฺเสสุ โทณมุเขสุ. โทณมุขนฺติ จ มหานครสฺส อายุปฺปตฺติฏฺฐานภูตํ ปาทนครํ วุจฺจติ. ฉนวุติยา ปฏฺฏนโกฏิสตสหสฺเสสูติ ฉโกฏิสตสหสฺสอธิเกสุ นวุติโกฏิสตสหสฺสปฏฺฏเนสุ. ตมฺพปณฺณิทีปาทิฉปณฺณาสาย รตนากเรสุ. เอวํ ปน นคร-โทณมุขปฏฺฏน-รตนากราทิภาเวน กถนํ ตํตํอธิวตฺถาย วสนฺตีนํ ตาสํ เทวตานํ พหุภาวทสฺสนตฺถํ. ยทิ ทสสหสฺสจกฺกวาเฬสุ เทวตา สนฺนิปติตา. อถ กสฺมา ปาฬิยํ ‘‘ทสหิ จ โลกธาตูหี’’ติ? วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ทสสหสฺส…เป… อธิปฺเปต’’นฺติ. เตน สหสฺสิโลกธาตุ อิธ ‘‘เอกา โลกธาตู’’ติ เวทิตพฺพา.
โลหปาสาเทติ สพฺพปฐมกเต โลหปาสาเท. พฺรหฺมโลเกติ เหฏฺฐิเม พฺรหฺมโลเก. ยทิ ตา เทวตา เอวํ นิรนฺตรา หุตฺวา สนฺนิปติตา, ปจฺฉา อาคตานํ โอกาโส เอว น ภเวยฺยาติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘ยถา โข ปนา’’ติอาทิ.
สุทฺธาวาสกาเย อุปฺปนฺนา สุทฺธาวาสกายิกา. ตาสํ ปน ยสฺมา สุทฺธาวาสภูมิ นิวาสฏฺฐานํ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘สุทฺธาวาสวาสีน’’นฺติ. อาวาสาติ อาวาสฏฺฐานภูตา. เทวตา ปน โอรมฺภาคิยานํ อิตเรสญฺจ สํโยชนานํ สมุจฺฉินฺนฏฺเฐน สุทฺโธ อาวาโส วิหาโร เอเตสนฺติ สุทฺธาวาสา. มหาสมาคมํ ญตฺวาติ มหาสมาคมํ คตาติ ญตฺวา.
ปุรตฺถิมจกฺกวาฬมุขวฏฺฏิยํ โอตริ อญฺญตฺถ โอกาสํ อลภมาโน. เอวํ เสสาปิ. มณิวมฺมนฺติ อินฺทนีลมณิมยํ กวจํ. พุทฺธานํ อภิมุขภาโค พุทฺธวีถิ, สา ยาว จกฺกวาฬา อุตฺตริตุํ น สกฺกา. มหติยา พุทฺธวีถิยาวาติ พุทฺธานํ สนฺติกํ อุปสงฺกมนฺเตหิ เตหิ เทวพฺรเหฺมหิ วลญฺชิตพุทฺธวีถิยาว.
สมิติ สงฺคติ สนฺนิปาโต สมโย, มหนฺโต สมโย มหาสมโยติ อาห ‘‘มหาสมูโห’’ติ. ปวทฺธํ วนํ ปวนนฺติ อาห ‘‘วนสณฺโฑ’’ติ. เทวฆฏาติ เทวสมูหา. สมาทหํสูติ สมาหิตํ โลกุตฺตรสมาธึ สุฏฺฐุ อปฺปิตํ อกํสุ. ตถา สมาหิตํ ปน สมาธินา นิโยชิตํ นาม โหตีติ วุตฺตํ ‘‘สมาธินา โยเชสุ’’นฺติ. สพฺเพสํ โคมุตฺตวงฺกาทีนํ ทูรสมุสฺสาริตตฺตา อตฺตโน…เป… อกรึสุ. วินยติ อสฺเส เอเตหีติ เนตฺตานิ, โยตฺตานิ. อวีถิปฏิปนฺนานํ อสฺสานํ วีถิปฏิปาทนํ รสฺมิคฺคหเณน โหตีติ ‘‘โยตฺตานิ คเหตฺวา อโจเทนฺโต’’ติ วตฺวา ตํ ปน อโจทนํ อวารณเมวาติ อาห ‘‘อโจเทนฺโต อวาเรนฺโต’’ติ.
ยถา ขีลํ ภิตฺติยํ, ภูมิยํ วา อาโกฏิตํ ทุนฺนีหรณํ, ยถา จ ปลิฆํ นครปฺปเวสนิวารณํ, ยถา จ อินฺทขีลํ คมฺภีรเนมิ สุนิขาตํ ทุนฺนีหรณํ, เอวํ ราคาทโย สตฺตสนฺตานโต ทุนฺนีหรณา นิพฺพานนครปฺปเวสนิวารณา จาติ เต ‘‘ขีลํ ปลิฆํ อินฺทขีล’’นฺติ จ วุตฺตา. อูหจฺจาติ อุทฺธริตฺวา. ตณฺหาเอชาย อภาเวน อเนชา. ปรมสนฺตุฏฺฐภาเวน จาตุทฺทิสตฺตา อปฺปฏิหตจาริกํ จรนฺติ. พุทฺธจกฺขุ-ธมฺมจกฺขุ-ทิพฺพจกฺขุ-สมนฺตจกฺขุ-ปกติจกฺขูนํ วเสน ปญฺจหิ จกฺขูหิ. สุทนฺตา กุโตติ อาห ‘‘จกฺขุโตปี’’ติ. ฉนฺทาทีหีติ ฉนฺทาทีนํ วเสน น คจฺฉนฺติ น วตฺตนฺติ. น อาคจฺฉนฺติ อนุปฺปาทนโต. อาคุนฺติ อปราธํ.
สพฺพสํโยคาติ วิภตฺติโลเปน นิทฺเทโส, สพฺเพ สํโยเคติ อตฺโถ. วิสชฺชาติ วิสชฺชิตฺวา. เอวมฺปีติ อิมายปิ คาถาย วเสน ‘‘อาคุํ น กโรตี’’ติ ปเท.
คตาเสติ คตา เอว. น คมิสฺสนฺติ ปรินิฏฺฐิตสรณคมนตฺตา. โลกุตฺตรสรณคมนเญฺหตฺถ อธิปฺเปตํ. เตนาห ‘‘นิพฺเพมติกสรณคมเนน คตา’’ติ. เต หิ นิยเมน อปายํ น คมิสฺสนฺติ, เทวกายญฺจ ปริปูเรสฺสนฺติ. เย ปน โลกิเยน สรณคมเนน พุทฺธํ สรณํ คตา, น เต คมิสฺสนฺติ อปายํ, สติ จ ปจฺจยนฺตรสมวาเย ปหาย มานุสํ เทหํ เทวกายํ ปริปูเรสฺสนฺตีติ. เตนาห โส พฺรหฺมา ‘‘เย เกจิ พุทฺธํ…เป… ปริปูเรสฺสนฺตี’’ติ.
สมยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.