๑. สพฺภิสุตฺตวณฺณนา
๓๑. สตํ สาธูนํ สรณคมนสีลาทิเภทสฺส ธมฺมสฺส อุลฺลปนโต, อตฺตโน วา ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติยา ตสฺส ธมฺมสฺส อุลฺลปนโต กถนโต สตุลฺลปา, เทวตา, ตาสํ กาโย สมูโห, ตตฺถ ภวาติ สตุลฺลปกายิกา. เตนาห ‘‘สตํ ธมฺม’’นฺติอาทิ. สมาทานวเสน อุลฺลเปตฺวา, น วณฺณนากถนมตฺเตน ตตฺราติ ตสฺมึ ตาสํ เทวตานํ สตุลฺลปกายิกภาเว. อิทํ วตฺถูติ อิทํ การณํ. สมุทฺทวาณิชาติ สํยตฺติกา. ขิตฺตสรเวเคนาติ ชิยามุตฺตสรสทิสเวเคน, สีฆโอเฆนาติ อตฺโถ. อุปฺปตตีติ อุปฺปาโต. อุปฺปาเต ภวํ พฺยสนํ อุปฺปาติกํ. ปติฏฺฐาติ หิตปติฏฺฐา. ปรโลเก หิตสุขาวหํ อภยการณํ. ชงฺฆสตนฺติ มนุสฺสสตํ. ชงฺฆาสีเสน หิ มนุสฺเส วทติ สหจาริภาวโต. อคฺคเหสิ ปญฺจสีลานิ. อาสนฺนานาสนฺเนสุ อาสนฺนสฺเสว ปฐมํ วิปจฺจนโต ‘‘อาสนฺนกาเล คหิตสีลํ นิสฺสายา’’ติ วุตฺตํ. ฆฏาวเสนาติ สมูหวเสน.
สพฺภีติ สาธูหิ. เต หิ สปรหิตสาธนโต ปาสํสตาย สนฺตคุณตาย จ สนฺโตติ วุจฺจติ. เต ปน ยสฺมา ปณฺฑิตลกฺขเณหิ สมนฺนาคตา โหนฺติ, ตสฺมา ‘‘ปณฺฑิเตหี’’ติ อาห. สมาเสถาติ สํวเสถาติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโยติ อาห ‘‘สพฺพอิริยาปเถ’’ติอาทิ. มิตฺตสนฺถวนฺติ เมตฺติสนฺธานํ. สตฺตานํ หิเตสิตาลกฺขณา หิ เมตฺติ, สา จ ญาณสหิตา ญาณปุพฺพงฺคมาวาติ มิตฺตสนฺถโว อสํกิลิฏฺโฐ, อิตโร สํกิลิฏฺโฐติ อาห ‘‘น เกนจิ สทฺธึ กาตพฺโพ’’ติ. สทฺธมฺมนฺติ ทิฏฺฐธมฺมิกาทิหิตาวหํ สุนฺทรธมฺมํ. เสยฺโยติ หิตวฑฺฒนตาทิ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘วฑฺฒี’’ติ.
สตํ สาธูนํ, ปณฺฑิตานนฺติ อยเมตฺถ อตฺโถ. ตปฺปฏิโยควิสยตฺตา อญฺญ-สทฺทสฺส วุตฺตํ ‘‘อญฺญโต อนฺธพาลโต’’ติ. โสกนิมิตฺตํ โสกการณํ อุตฺตรปทโลเปน อิธ โสกสทฺเทน คหิตนฺติ อาห ‘‘โสกวตฺถูน’’นฺติอาทิ. โสกวตฺถูนิ นาม โจราทโย อจฺฉินฺทนาทิวเสน ปเรสํ โสกกรณโต. โสกานุคตา โสกปฺปตฺตา.
เถรสฺสาติ สํกิจฺจตฺเถรสฺส. อตฺตโน ภคินิยา เชฏฺฐตฺตา ‘‘ตุเมฺห’’ติ อาห. อยํ ‘‘อิธ โจรา ปฏิปชฺชึสู’’ติ อเมฺห ติณายปิ น มญฺญตีติ จินฺเตตฺวา เอกจฺเจ ‘‘มาเรม น’’นฺติ อาหํสุ. กรุณาย เอกจฺเจ ‘‘วิสฺสชฺเชมา’’ติ อาหํสุ. มนฺเตตฺวาติ ภาเสตฺวา.
อหุ อโหสิ, ภูตปุพฺพนฺติ อตฺโถ. อรญฺญสฺมึ พฺรหาวเนติ ตาทิเส พฺรหาวเน, มหารญฺเญ นิวาสีติ อตฺโถ เจโตติ พฺยาโธ. กูฏานีติ วากุราทโย. โอฑฺเฑตฺวาติ สชฺเชตฺวา. สสกนฺติ เปลกํ อุพฺพิคฺคาติ ภีตตสิตา. เอกรตฺตินฺติ เอกรตฺเตเนว. ธนชานีติ ปริพฺพยวเสน อทฺธิเกหิ ลทฺธพฺพธนโต หานิ, ‘‘สมณมฺปิ นาม หนฺติ, กึ อเมฺหสุ ลชฺชิสฺสตี’’ติ อทฺธิกานํ อนาคมนโต เอกทิวสํ ลทฺธพฺพปริพฺพยมฺปิ น ลภิสฺสนฺตีติ อธิปฺปาโย.
ญาตโยปิ มาตาปิตุภาตุภคินิอาทิเก ญาตเก. เต กิร อธิมุตฺตสฺส ภคินิยา สนฺติกํ อุปคจฺฉนฺตา อนฺตรามคฺเค เตน สมาคตา, อธิมุตฺโต สจฺจวาจํ อนุรกฺขนฺโต โจรภยํ เตสํ นาโรเจสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘เตสมฺปี’’ติอาทิ. ตํ นิสฺสาย ปพฺพชิตตฺตา ‘‘อธิมุตฺตสามเณรสฺส สนฺติเก’’ติ วุตฺตํ, น อุปสมฺปทาจริโย หุตฺวา. เตนาห ‘‘อตฺตโน อนฺเตวาสิเก กตฺวา’’ติ. สจฺจานุรกฺขเณน อนุตฺตรคุณาธิคเมน จ ญาติมชฺเฌ วิโรจติ.
สาตตนฺติ สตตํ. ส-สทฺทสฺส หิ อิธ สาภาโว ยถา ‘‘สาราโค’’ติอาทีสุ. สาตภาโว วา สาตตนฺติ อาห ‘‘สุขํ วา’’ติ. การเณนาติ เตน เตน การเณน. สพฺพาสํ ตาสํ วจนํ สุภาสิตํ, ภควโต ปน อุกฺกํสคตํ สุภาสิตเมว. สฺวายมตฺโถ ตํตํคาถาปเทเนว วิญฺญายตีติ ตํ นีหริตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘น เกวล’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. เตน สปฺปุริสูปสํเสวสทฺธมฺมาภิโยโค ยถา สตฺตานํ วฑฺฒิยา ปญฺญาปฏิลาภสฺส เอกนฺติกํ การณํ, เอวํ โสกปจฺจเย สติ วิโสกภาวสฺส, ญาติมชฺเฌ โสภาย, สุคติคมนสฺส, จิรํ สุขฏฺฐานสฺส, วฏฺฏทุกฺขโมจนสฺสปิ อญฺญาสาธารณํ โหตีติ วุตฺตเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ.
สพฺภิสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.