๓. ชฏาสุตฺตวณฺณนา

๒๓. เยน อตฺเถน ตณฺหา ‘‘ชฏา’’ติ วุตฺตา, ตเมวตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘ชาลินิยา’’ติ วุตฺตํ. สา หิ อฏฺฐสตตณฺหาวิจริตปเภทา อตฺตโน อวยวภูตา เอว ชาลา เอติสฺสา อตฺถีติ ชาลินีติ วุจฺจติ. อิทานิสฺสา ชฏากาเรน ปวตฺตึ ทสฺเสตุํ ‘‘สา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ รูปาทีสุ อารมฺมเณสูติ ตสฺสา ปวตฺติฏฺฐานมาห รูปาทิฉฬารมฺมณวินิมุตฺตสฺส ตณฺหาวิสยสฺส อภาวโต. เหฏฺฐุปริยวเสนาติ กทาจิ รูปารมฺมเณ กทาจิ ยาว ธมฺมารมฺมณา, กทาจิ ธมฺมารมฺมเณ กทาจิ ยาว รูปารมฺมณาติ เอวํ เหฏฺฐา จ อุปริ จ ปวตฺติวเสน. เทสนากฺกเมน เจตฺถ เหฏฺฐุปริยตา เวทิตพฺพา, กามราคาทิวเสนปิ อยมตฺโถ เวทิตพฺโพ. สงฺขารานํ ขณิกภาวโต อปราปรุปฺปตฺติ เอตฺถ สํสิพฺพนนฺติ อาห ‘‘ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชนโต สํสิพฺพนฏฺเฐนา’’ติ. อิทํ เยน สมฺพนฺเธน ชฏา วิยาติ ชฏาติ ชฏาตณฺหานํ อุปมูปเมยฺยตา, ตํทสฺสนํ. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – ยถา ชาลินี เวฬุคุมฺพสฺส สาขา, ตาสํ สญฺจยาทโย จ อตฺตโน อวยเวหิ สํสิพฺพิตา วินทฺธา ‘‘ชฏา’’ติ วุจฺจนฺติ, เอวํ ตณฺหาปิ สํสิพฺพนสภาเวนาติ.

อิเม สตฺตา ‘‘มม อิท’’นฺติ ปริคฺคหิตํ อตฺตนิพฺพิเสสํ มญฺญมานา อพฺภนฺตริมํ กโรนฺติ. อพฺภนฺตรฏฺโฐ จ อนฺโต-สทฺโทติ สกปริกฺขาเรสุ อุปฺปชฺชนมานาปิ ตณฺหา ‘‘อนฺโตชฏา’’ติ วุตฺตา. ปพฺพชิตสฺส ปตฺตาทิ, คหฏฺฐสฺส หตฺถิอาทิ สกปริกฺขาโร. อตฺตาติ ภวติ เอตฺถ อภิมาโนติ อตฺตภาโว, อุปาทานกฺขนฺธปญฺจกํ. สรีรนฺติ เกจิ. ‘‘มม อตฺตภาโว สุนฺทโร, อสุกสฺส วิย มม อตฺตภาโว ภเวยฺยา’’ติอาทินา สกอตฺตภาวาทีสุ ตณฺหาย อุปฺปชฺชนากาโร เวทิตพฺโพ. อตฺตโน จกฺขาทีนิ อชฺฌตฺติกายตนานิ, อตฺตโน จ ปเรสญฺจ รูปาทีนิ พาหิรายตนานิ, ปเรสํ สพฺพานิ วา. สปรสนฺตติปริยาปนฺนานิ วา จกฺขาทีนิ อชฺฌตฺติกายตนานิ, ตถา รูปาทีนิ พาหิรายตนานิ. ปริตฺตมหคฺคตภเวสุ ปวตฺติยาปิ ตณฺหาย อนฺโตชฏาพหิชฏาภาโว เวทิตพฺโพ. กามภโว หิ กสฺสจิปิ กิเลสสฺส อวิกฺขมฺภิตตฺตา กตฺถจิปิ อวิมุตฺโต อชฺฌตฺตคฺคหณสฺส วิเสสปจฺจโยติ ‘‘อชฺฌตฺตํ อนฺโต’’ติ จ วุจฺจติ, ตพฺพิปริยายโต รูปารูปภโว ‘‘พหิทฺธา พหี’’ติ จ. เตนาห ภควา – ‘‘อชฺฌตฺตสํโยชโน ปุคฺคโล, พหิทฺธาสํโยชโน ปุคฺคโล’’ติ (อ. นิ. ๒.๓๗).

วิสยเภเทน ปวตฺติอาการเภเทน อเนกเภทภินฺนมฺปิ ตณฺหํ ชฏาภาวสามญฺเญน เอกนฺติ คเหตฺวา ‘‘ตาย เอวํ อุปฺปชฺชมานาย ชฏายา’’ติ วุตฺตํ. สา ปน ปชาติ วุตฺตสตฺตสนฺตานปริยาปนฺนา เอว หุตฺวา ปุนปฺปุนํ ตํ ชเฏนฺตี วินนฺธนฺตี ปวตฺตตีติ อาห ‘‘ชฏาย ชฏิตา ปชา’’ติ. ตถา หิ ปรมตฺถโต ยทิปิ อวยวพฺยติเรเกน สมุทาโย นตฺถิ, เอกเทโส ปน สมุทาโย นาม น โหตีติ อวยวโต สมุทายํ ภินฺนํ กตฺวา อุปมูปเมยฺยํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถา นาม เวฬุชฏาทีหิ…เป… สํสิพฺพิตา’’ติ อาห. อิมํ ชฏนฺติ สมฺพนฺโธ. ตีสุ ธาตูสุ เอกมฺปิ อเสเสตฺวา สํสิพฺพเนน เตธาตุกํ ชเฏตฺวา ฐิตํ. เตนสฺสา มหาวิสยตํ วิชฏนสฺส จ สุทุกฺกรภาวมาห. วิชเฏตุํ โก สมตฺโถติ อิมินา ‘‘วิชฏเย’’ติ ปทํ สตฺติอตฺถํ, น วิธิอตฺถนฺติ ทสฺเสติ.

เอวํ ‘‘อนฺโตชฏา’’ติอาทินา ปุฏฺโฐ อถสฺส ภควา ตมตฺถํ วิสฺสชฺเชนฺโต ‘‘สีเล ปติฏฺฐายา’’ติอาทิมาห. เอตฺถ สีเลติ กุสลสีเล. ตํ ปน ปาติโมกฺขสํวราทิเภเทสุ ปริสุทฺธเมว อิจฺฉิตพฺพนฺติ อาห ‘‘จตุปาริสุทฺธิสีเล’’ติ.

นรติ เนตีติ นโร, ปุริโส. กามํ อิตฺถีปิ ตณฺหาชฏาวิชฏเน สมตฺถา อตฺถิ, ปธานเมว ปน สตฺตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘นโร’’ติ อาห ยถา ‘‘สตฺถา เทวมนุสฺสาน’’นฺติ, อฏฺฐกถายํ ปน อวิภาเคน ปุคฺคลปริยาโย อยนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘นโรติ สตฺโต’’ติ วุตฺตํ. วิปากภูตาย สห ปญฺญาย ภวตีติ สปญฺโญ. ตาย หิ อาทิโต ปฏฺฐาย สนฺตานวเสน พหุลํ ปวตฺตมานาย อยํ สตฺโต สวิเสสํ สปญฺโญติ วตฺตพฺพตํ อรหติ. วิปากปญฺญาปิ หิ สนฺตานวิเสเสน ภาวนาปญฺญุปฺปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจโย โหติ อเหตุกทฺวิเหตุกานํ ตทภาวโต. กมฺมชติเหตุกปฏิสนฺธิปญฺญายาติ กมฺมชาย ติเหตุกปฏิสนฺธิยํ ปญฺญายาติ เอวํ ติเหตุกสทฺโท ปฏิสนฺธิสทฺเทน สมฺพนฺธิตพฺโพ, น ปญฺญาสทฺเทน. น หิ ปญฺญา ติเหตุกา อตฺถิ. ปฏิสนฺธิโต ปภุติ ปวตฺตมานา ปญฺญา ‘‘ปฏิสนฺธิยํ ปญฺญา’’ติ วุตฺตา ตํมูลกตฺตา, น ปฏิสนฺธิกฺขเณ ปวตฺตา เอว.

จินฺเตติ อารมฺมณํ อุปนิชฺฌายตีติ จิตฺตํ, สมาธิ. โส หิ สาติสยํ อุปนิชฺฌานกิจฺโจ. น หิ วิตกฺกาทโย วินา สมาธินา ตมตฺถํ สาเธนฺติ, สมาธิ ปน เตหิ วินาปิ สาเธตีติ. ปคุณพลวภาวาปาทเนน ปจฺจเยหิ จิตฺตํ, อตฺตสนฺตานํ จิโนตีติปิ จิตฺตํ, สมาธิ. ปฐมชฺฌานาทิวเสน จิตฺตวิจิตฺตตาย อิทฺธิวิธาทิจิตฺตกรเณน จ สมาธิ จิตฺตนฺติ วินาปิ ปโรปเทเสนสฺส จิตฺตปริยาโย ลพฺภเตว. อฏฺฐกถายํ ปน จิตฺต-สทฺโท วิญฺญาเณ นิรุโฬฺหติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘จิตฺตสีเสน เหตฺถ อฏฺฐ สมาปตฺติโย กถิตา’’ติ. ยถาสภาวํ ปกาเรหิ ชานาตีติ ปญฺญา. สา ยทิปิ กุสลาทิเภทโต พหุวิธา, ‘‘ภาวย’’นฺติ ปน วจนโต ภาเวตพฺพา อิธาธิปฺเปตาติ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปญฺญานาเมน วิปสฺสนา กถิตา’’ติ. ยทิปิ กิเลสานํ ปหานํ อาตาปนํ, ตํ สมฺมาทิฏฺฐิอาทีนมฺปิ อตฺเถว, อาตปฺปสทฺโท วิย ปน อาตาป-สทฺโท วีริเย เอว นิรุโฬฺหติ อาห ‘‘อาตาปีติ วีริยวา’’ติ. ยถา กมฺมฏฺฐานํ ตาย ปญฺญาย ปริโต หรียติ ปวตฺตียติ, เอวํ สาปิ ตทตฺถํ โยคินาติ อาห ‘‘ปาริหาริยปญฺญา’’ติ. อภิกฺกมาทีนิ สพฺพกิจฺจานิ สาตฺถกสมฺปชญฺญาทิวเสน ปริจฺฉิชฺช เนตีติ สพฺพกิจฺจปริณายิกา.

ยสฺมา ปุคฺคลาธิฏฺฐาเนน คาถา ภาสิตา, ตสฺมา ปุคฺคลาธิฏฺฐานเมว อุปมํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถา นาม ปุริโส’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สุนิสิตนฺติ สุฏฺฐุ นิสิตํ, อติวิย ติขิณนฺติ อตฺโถ. สตฺถสฺส นิสิตตรภาวกรณํ นิสานสิลายํ, พาหุพเลน จสฺส อุกฺขิปนนฺติ อุภยมฺเปตํ อตฺถาปนฺนํ กตฺวา อุปมา วุตฺตาติ ตทุภยํ อุปเมยฺยํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สมาธิสิลายํ สุนิสิตํ…เป… ปญฺญาหตฺเถน อุกฺขิปิตฺวา’’ติ อาห. สมาธิคุเณน หิ ปญฺญาย ติกฺขภาโว. ยถาห ‘‘สมาหิโต ยถาภูตํ ปชานาตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๕; ๔.๙๙; ๕.๑๐๗๑). วีริยญฺจสฺสา อุปตฺถมฺภกํ ปคฺคณฺหนโต. วิชเฏยฺยาติ วิชเฏตุํ สกฺกุเณยฺย. วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนาย หิ วตฺตมานาย โยคาวจโร ตณฺหาชฏํ วิชเฏตุํ สมตฺโถ นาม. วิชฏนญฺเจตฺถ สมุจฺเฉทวเสน ปหานนฺติ อาห – ‘‘สญฺฉินฺเทยฺย สมฺปทาเลยฺยา’’ติ.

มคฺคกฺขเณ ปเนส วิชเฏติ นาม, อคฺคผลกฺขเณ สพฺพโส วิชฏิตชโฏ นาม. เตนาห ‘‘อิทานี’’ติอาทิ. ยสฺมา ชฏาย วิชฏนํ อริยมคฺเคน, ตญฺจ โข นิพฺพานํ อาคมฺม, ตสฺมา ตํ สนฺธายาห ‘‘ชฏาย วิชฏโนกาส’’นฺติ. ยตฺถ ปน สา วิชฏียติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยตฺถ นามญฺจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘ปฏิฆํ รูปสญฺญา จา’’ติ คาถาสุขตฺถํ สานุนาสิกํ กตฺวา นิทฺเทโส, ‘‘ปฏิฆรูปสญฺญา’’ติ วุตฺตํ โหติ. ปฏิฆสญฺญาวเสน กามภโว คหิโต กามภวปริยาปนฺนตฺตา ตาย. ปถวีกสิณาทิรูเป สญฺญา รูปสญฺญา. อุภยตฺถาปิ สญฺญาสีเสน จิตฺตุปฺปาทสฺเสว คหณํ. ภวสงฺเขเปนาติ ภวภาเวน สงฺขิปิตพฺพตาย, ภวลกฺขเณน เอกลกฺขณตฺตาติ อตฺโถ. รูเป วา วิรชฺชนวเสน จ วตฺตุํ สกฺกุเณยฺยา อิธ รูปสญฺญาติ วุตฺตา, เอวมฺเปตฺถ อรูปภวสฺส จ คหิตตา เวทิตพฺพา. ‘‘นามญฺจ รูปญฺจา’’ติ อนวเสสโต นามรูปํ คหิตนฺติ อรูปภว-อสญฺญภวานมฺเปตฺถ คหณํ สิทฺธนฺติ อปเร. ปริยาทิยนฏฺฐาเนติ ปริยาทิยนการเณ สพฺพโส เขปนนิมิตฺเต นิพฺพาเน. เตนาห ‘‘นิพฺพานํ…เป… ทสฺสิโต โหตี’’ติ.

ชฏาสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.