๓. สตฺติวคฺโค

๑.สตฺติสุตฺตวณฺณนา

๒๑. เทสนาสีสนฺติ เทสนาปเทสลกฺขณวจนนฺติ อธิปฺปาโย. โอมฏฺโฐติ อโธมุขํ กตฺวา ทินฺนปฺปหาโร. อิมินา เอว ปสงฺเคน ปหาเร วิภาคโต ทสฺเสตุํ ‘‘จตฺตาโร หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อุปริ ฐตฺวาติ หตฺถิอาทีนํ อุปริ ฐตฺวา. อโธมุขํ ทินฺนปฺปหาโรติ ขคฺคกรวาลาทีนํ อโธมุขํ กตฺวา ปหตปหาโร. อุมฺมฏฺโฐ วุตฺตวิปริยาเยน เวทิตพฺโพ. วิวิธปฺปหาโร วิมฏฺโฐ. ‘‘โอมฏฺโฐ คหิโต’’ติ วตฺวา ตสฺเสว คหเณ การณํ ทสฺเสตุํ ‘‘โส หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ทุคฺคนฺธกิมิอาทีนํ วเสน อนฺโตโทโส. มญฺเจน สทฺธึ พนฺธิตฺวาติ ยสฺมึ มญฺเจ วณิกปุคฺคโล นิปนฺโน, ตตฺถ ตํ สุพนฺธํ กตฺวา ปาทฏฺฐานํ อุทฺธํ กโรนฺเตหิ สีสฏฺฐานํ อโธ กาตพฺพํ. เตนาห ‘‘อโธสิโร กาตพฺโพ’’ติ. ปริพฺพเชติ ปวตฺเตยฺย. สา ปน ปวตฺติ ภาวนาวิหาเรน ยุตฺตาติ อาห ‘‘วิหเรยฺยา’’ติ.

สลฺลสฺส อุพฺพหนํ สลฺลุพฺพหนํ. อตฺถํ ปริตฺตกํ คเหตฺวา ฐิตา อุปมาการสฺส วิกฺขมฺภนปฺปหานสฺส อธิปฺเปตตฺตา. เตนาห ‘‘ปุนปฺปุน’’นฺติอาทิ. อนุพนฺโธว โหติ สติ ปจฺจเย อุปฺปชฺชนารหโต เทวตาย กามราคปฺปหานสฺส โชติตตฺตา. นนุ ภควตา อนาคามิมคฺเคน เทสนา นิฏฺฐาเปตพฺพาติ? น, อิตริสฺสา ญาณพลานุรูปเทสนาย ปวตฺเตตพฺพโต. เวเนยฺยชฺฌาสยานุกุลญฺหิ ธมฺมํ ธมฺมสฺสามี เทเสตีติ.

สตฺติสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. ผุสติสุตฺตวณฺณนา

๒๒. กมฺมํ อผุสนฺตนฺติ กมฺมผสฺสํ อผุสนฺตํ, กมฺมํ อกโรนฺตนฺติ อตฺโถ. วิปาโก น ผุสตีติ วิปากผสฺโส น ผุสติ, วิปาโก น อุปฺปชฺชเตว การณสฺส อภาวโต. เอวํ พฺยติเรกมุเขน กมฺมวฏฺเฏน วิปากวฏฺฏํ สมฺพนฺธํ กตฺวา อตฺถํ วตฺวา อิทานิ เกวลํ กมฺมวฏฺฏวเสน อตฺถํ วทนฺโต ‘‘กมฺมเมวา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ นากโรโต กริยตีติ กมฺมํ อกุพฺพโต น กยิรติ, อนภิสนฺธิกตกมฺมํ นาม นตฺถีติ อตฺโถ. อิทานิ ตเมวตฺถํ อนฺวยโต ทสฺเสตุํ ‘‘ผุสนฺตญฺจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ตโตติ ผุสนเหตุ. เสสํ วุตฺตนยเมว. วุตฺตเมวตฺถํ สการณํ กตฺวา ปริเวฐิตวเสน วิภูตํ กตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘ตสฺมา ผุสนฺต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ธมฺมตาติ การกสฺเสว กมฺมวิปากานุพนฺโธ, นาการกสฺสาติ อยํ กมฺมวิปากานํ สภาโว.

ปจฺเจติ อุปคจฺฉติ อนุพนฺธติ. ปาปนฺติ ปาปกํ กมฺมํ ผลญฺจ. อยญฺจ อตฺโถ อรญฺเญ ลุทฺทกสฺส อุยฺโยชนาย สุนเขหิ ปริวาริยมานสฺส ภิกฺขุโน ภเยน รุกฺขํ อารุฬฺหสฺส จีวเร ลุทฺทสฺส อุปริ ปติเต ตสฺส สุนเขหิ ขาทิตฺวา มาริตวตฺถุนา ทีเปตพฺโพติ.

ผุสติสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. ชฏาสุตฺตวณฺณนา

๒๓. เยน อตฺเถน ตณฺหา ‘‘ชฏา’’ติ วุตฺตา, ตเมวตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘ชาลินิยา’’ติ วุตฺตํ. สา หิ อฏฺฐสตตณฺหาวิจริตปเภทา อตฺตโน อวยวภูตา เอว ชาลา เอติสฺสา อตฺถีติ ชาลินีติ วุจฺจติ. อิทานิสฺสา ชฏากาเรน ปวตฺตึ ทสฺเสตุํ ‘‘สา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ รูปาทีสุ อารมฺมเณสูติ ตสฺสา ปวตฺติฏฺฐานมาห รูปาทิฉฬารมฺมณวินิมุตฺตสฺส ตณฺหาวิสยสฺส อภาวโต. เหฏฺฐุปริยวเสนาติ กทาจิ รูปารมฺมเณ กทาจิ ยาว ธมฺมารมฺมณา, กทาจิ ธมฺมารมฺมเณ กทาจิ ยาว รูปารมฺมณาติ เอวํ เหฏฺฐา จ อุปริ จ ปวตฺติวเสน. เทสนากฺกเมน เจตฺถ เหฏฺฐุปริยตา เวทิตพฺพา, กามราคาทิวเสนปิ อยมตฺโถ เวทิตพฺโพ. สงฺขารานํ ขณิกภาวโต อปราปรุปฺปตฺติ เอตฺถ สํสิพฺพนนฺติ อาห ‘‘ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชนโต สํสิพฺพนฏฺเฐนา’’ติ. อิทํ เยน สมฺพนฺเธน ชฏา วิยาติ ชฏาติ ชฏาตณฺหานํ อุปมูปเมยฺยตา, ตํทสฺสนํ. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – ยถา ชาลินี เวฬุคุมฺพสฺส สาขา, ตาสํ สญฺจยาทโย จ อตฺตโน อวยเวหิ สํสิพฺพิตา วินทฺธา ‘‘ชฏา’’ติ วุจฺจนฺติ, เอวํ ตณฺหาปิ สํสิพฺพนสภาเวนาติ.

อิเม สตฺตา ‘‘มม อิท’’นฺติ ปริคฺคหิตํ อตฺตนิพฺพิเสสํ มญฺญมานา อพฺภนฺตริมํ กโรนฺติ. อพฺภนฺตรฏฺโฐ จ อนฺโต-สทฺโทติ สกปริกฺขาเรสุ อุปฺปชฺชนมานาปิ ตณฺหา ‘‘อนฺโตชฏา’’ติ วุตฺตา. ปพฺพชิตสฺส ปตฺตาทิ, คหฏฺฐสฺส หตฺถิอาทิ สกปริกฺขาโร. อตฺตาติ ภวติ เอตฺถ อภิมาโนติ อตฺตภาโว, อุปาทานกฺขนฺธปญฺจกํ. สรีรนฺติ เกจิ. ‘‘มม อตฺตภาโว สุนฺทโร, อสุกสฺส วิย มม อตฺตภาโว ภเวยฺยา’’ติอาทินา สกอตฺตภาวาทีสุ ตณฺหาย อุปฺปชฺชนากาโร เวทิตพฺโพ. อตฺตโน จกฺขาทีนิ อชฺฌตฺติกายตนานิ, อตฺตโน จ ปเรสญฺจ รูปาทีนิ พาหิรายตนานิ, ปเรสํ สพฺพานิ วา. สปรสนฺตติปริยาปนฺนานิ วา จกฺขาทีนิ อชฺฌตฺติกายตนานิ, ตถา รูปาทีนิ พาหิรายตนานิ. ปริตฺตมหคฺคตภเวสุ ปวตฺติยาปิ ตณฺหาย อนฺโตชฏาพหิชฏาภาโว เวทิตพฺโพ. กามภโว หิ กสฺสจิปิ กิเลสสฺส อวิกฺขมฺภิตตฺตา กตฺถจิปิ อวิมุตฺโต อชฺฌตฺตคฺคหณสฺส วิเสสปจฺจโยติ ‘‘อชฺฌตฺตํ อนฺโต’’ติ จ วุจฺจติ, ตพฺพิปริยายโต รูปารูปภโว ‘‘พหิทฺธา พหี’’ติ จ. เตนาห ภควา – ‘‘อชฺฌตฺตสํโยชโน ปุคฺคโล, พหิทฺธาสํโยชโน ปุคฺคโล’’ติ (อ. นิ. ๒.๓๗).

วิสยเภเทน ปวตฺติอาการเภเทน อเนกเภทภินฺนมฺปิ ตณฺหํ ชฏาภาวสามญฺเญน เอกนฺติ คเหตฺวา ‘‘ตาย เอวํ อุปฺปชฺชมานาย ชฏายา’’ติ วุตฺตํ. สา ปน ปชาติ วุตฺตสตฺตสนฺตานปริยาปนฺนา เอว หุตฺวา ปุนปฺปุนํ ตํ ชเฏนฺตี วินนฺธนฺตี ปวตฺตตีติ อาห ‘‘ชฏาย ชฏิตา ปชา’’ติ. ตถา หิ ปรมตฺถโต ยทิปิ อวยวพฺยติเรเกน สมุทาโย นตฺถิ, เอกเทโส ปน สมุทาโย นาม น โหตีติ อวยวโต สมุทายํ ภินฺนํ กตฺวา อุปมูปเมยฺยํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถา นาม เวฬุชฏาทีหิ…เป… สํสิพฺพิตา’’ติ อาห. อิมํ ชฏนฺติ สมฺพนฺโธ. ตีสุ ธาตูสุ เอกมฺปิ อเสเสตฺวา สํสิพฺพเนน เตธาตุกํ ชเฏตฺวา ฐิตํ. เตนสฺสา มหาวิสยตํ วิชฏนสฺส จ สุทุกฺกรภาวมาห. วิชเฏตุํ โก สมตฺโถติ อิมินา ‘‘วิชฏเย’’ติ ปทํ สตฺติอตฺถํ, น วิธิอตฺถนฺติ ทสฺเสติ.

เอวํ ‘‘อนฺโตชฏา’’ติอาทินา ปุฏฺโฐ อถสฺส ภควา ตมตฺถํ วิสฺสชฺเชนฺโต ‘‘สีเล ปติฏฺฐายา’’ติอาทิมาห. เอตฺถ สีเลติ กุสลสีเล. ตํ ปน ปาติโมกฺขสํวราทิเภเทสุ ปริสุทฺธเมว อิจฺฉิตพฺพนฺติ อาห ‘‘จตุปาริสุทฺธิสีเล’’ติ.

นรติ เนตีติ นโร, ปุริโส. กามํ อิตฺถีปิ ตณฺหาชฏาวิชฏเน สมตฺถา อตฺถิ, ปธานเมว ปน สตฺตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘นโร’’ติ อาห ยถา ‘‘สตฺถา เทวมนุสฺสาน’’นฺติ, อฏฺฐกถายํ ปน อวิภาเคน ปุคฺคลปริยาโย อยนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘นโรติ สตฺโต’’ติ วุตฺตํ. วิปากภูตาย สห ปญฺญาย ภวตีติ สปญฺโญ. ตาย หิ อาทิโต ปฏฺฐาย สนฺตานวเสน พหุลํ ปวตฺตมานาย อยํ สตฺโต สวิเสสํ สปญฺโญติ วตฺตพฺพตํ อรหติ. วิปากปญฺญาปิ หิ สนฺตานวิเสเสน ภาวนาปญฺญุปฺปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจโย โหติ อเหตุกทฺวิเหตุกานํ ตทภาวโต. กมฺมชติเหตุกปฏิสนฺธิปญฺญายาติ กมฺมชาย ติเหตุกปฏิสนฺธิยํ ปญฺญายาติ เอวํ ติเหตุกสทฺโท ปฏิสนฺธิสทฺเทน สมฺพนฺธิตพฺโพ, น ปญฺญาสทฺเทน. น หิ ปญฺญา ติเหตุกา อตฺถิ. ปฏิสนฺธิโต ปภุติ ปวตฺตมานา ปญฺญา ‘‘ปฏิสนฺธิยํ ปญฺญา’’ติ วุตฺตา ตํมูลกตฺตา, น ปฏิสนฺธิกฺขเณ ปวตฺตา เอว.

จินฺเตติ อารมฺมณํ อุปนิชฺฌายตีติ จิตฺตํ, สมาธิ. โส หิ สาติสยํ อุปนิชฺฌานกิจฺโจ. น หิ วิตกฺกาทโย วินา สมาธินา ตมตฺถํ สาเธนฺติ, สมาธิ ปน เตหิ วินาปิ สาเธตีติ. ปคุณพลวภาวาปาทเนน ปจฺจเยหิ จิตฺตํ, อตฺตสนฺตานํ จิโนตีติปิ จิตฺตํ, สมาธิ. ปฐมชฺฌานาทิวเสน จิตฺตวิจิตฺตตาย อิทฺธิวิธาทิจิตฺตกรเณน จ สมาธิ จิตฺตนฺติ วินาปิ ปโรปเทเสนสฺส จิตฺตปริยาโย ลพฺภเตว. อฏฺฐกถายํ ปน จิตฺต-สทฺโท วิญฺญาเณ นิรุโฬฺหติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘จิตฺตสีเสน เหตฺถ อฏฺฐ สมาปตฺติโย กถิตา’’ติ. ยถาสภาวํ ปกาเรหิ ชานาตีติ ปญฺญา. สา ยทิปิ กุสลาทิเภทโต พหุวิธา, ‘‘ภาวย’’นฺติ ปน วจนโต ภาเวตพฺพา อิธาธิปฺเปตาติ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปญฺญานาเมน วิปสฺสนา กถิตา’’ติ. ยทิปิ กิเลสานํ ปหานํ อาตาปนํ, ตํ สมฺมาทิฏฺฐิอาทีนมฺปิ อตฺเถว, อาตปฺปสทฺโท วิย ปน อาตาป-สทฺโท วีริเย เอว นิรุโฬฺหติ อาห ‘‘อาตาปีติ วีริยวา’’ติ. ยถา กมฺมฏฺฐานํ ตาย ปญฺญาย ปริโต หรียติ ปวตฺตียติ, เอวํ สาปิ ตทตฺถํ โยคินาติ อาห ‘‘ปาริหาริยปญฺญา’’ติ. อภิกฺกมาทีนิ สพฺพกิจฺจานิ สาตฺถกสมฺปชญฺญาทิวเสน ปริจฺฉิชฺช เนตีติ สพฺพกิจฺจปริณายิกา.

ยสฺมา ปุคฺคลาธิฏฺฐาเนน คาถา ภาสิตา, ตสฺมา ปุคฺคลาธิฏฺฐานเมว อุปมํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถา นาม ปุริโส’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สุนิสิตนฺติ สุฏฺฐุ นิสิตํ, อติวิย ติขิณนฺติ อตฺโถ. สตฺถสฺส นิสิตตรภาวกรณํ นิสานสิลายํ, พาหุพเลน จสฺส อุกฺขิปนนฺติ อุภยมฺเปตํ อตฺถาปนฺนํ กตฺวา อุปมา วุตฺตาติ ตทุภยํ อุปเมยฺยํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สมาธิสิลายํ สุนิสิตํ…เป… ปญฺญาหตฺเถน อุกฺขิปิตฺวา’’ติ อาห. สมาธิคุเณน หิ ปญฺญาย ติกฺขภาโว. ยถาห ‘‘สมาหิโต ยถาภูตํ ปชานาตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๕; ๔.๙๙; ๕.๑๐๗๑). วีริยญฺจสฺสา อุปตฺถมฺภกํ ปคฺคณฺหนโต. วิชเฏยฺยาติ วิชเฏตุํ สกฺกุเณยฺย. วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนาย หิ วตฺตมานาย โยคาวจโร ตณฺหาชฏํ วิชเฏตุํ สมตฺโถ นาม. วิชฏนญฺเจตฺถ สมุจฺเฉทวเสน ปหานนฺติ อาห – ‘‘สญฺฉินฺเทยฺย สมฺปทาเลยฺยา’’ติ.

มคฺคกฺขเณ ปเนส วิชเฏติ นาม, อคฺคผลกฺขเณ สพฺพโส วิชฏิตชโฏ นาม. เตนาห ‘‘อิทานี’’ติอาทิ. ยสฺมา ชฏาย วิชฏนํ อริยมคฺเคน, ตญฺจ โข นิพฺพานํ อาคมฺม, ตสฺมา ตํ สนฺธายาห ‘‘ชฏาย วิชฏโนกาส’’นฺติ. ยตฺถ ปน สา วิชฏียติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยตฺถ นามญฺจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘ปฏิฆํ รูปสญฺญา จา’’ติ คาถาสุขตฺถํ สานุนาสิกํ กตฺวา นิทฺเทโส, ‘‘ปฏิฆรูปสญฺญา’’ติ วุตฺตํ โหติ. ปฏิฆสญฺญาวเสน กามภโว คหิโต กามภวปริยาปนฺนตฺตา ตาย. ปถวีกสิณาทิรูเป สญฺญา รูปสญฺญา. อุภยตฺถาปิ สญฺญาสีเสน จิตฺตุปฺปาทสฺเสว คหณํ. ภวสงฺเขเปนาติ ภวภาเวน สงฺขิปิตพฺพตาย, ภวลกฺขเณน เอกลกฺขณตฺตาติ อตฺโถ. รูเป วา วิรชฺชนวเสน จ วตฺตุํ สกฺกุเณยฺยา อิธ รูปสญฺญาติ วุตฺตา, เอวมฺเปตฺถ อรูปภวสฺส จ คหิตตา เวทิตพฺพา. ‘‘นามญฺจ รูปญฺจา’’ติ อนวเสสโต นามรูปํ คหิตนฺติ อรูปภว-อสญฺญภวานมฺเปตฺถ คหณํ สิทฺธนฺติ อปเร. ปริยาทิยนฏฺฐาเนติ ปริยาทิยนการเณ สพฺพโส เขปนนิมิตฺเต นิพฺพาเน. เตนาห ‘‘นิพฺพานํ…เป… ทสฺสิโต โหตี’’ติ.

ชฏาสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. มโนนิวารณสุตฺตวณฺณนา

๒๔. เอวํลทฺธิกาติ สพฺพถาปิ จิตฺตุปฺปตฺติ สทุกฺขา, สพฺพถาปิ อจิตฺตกภาโว เสยฺโย, ตสฺมา ยโต กุโตจิ จิตฺตํ นิวาเรตพฺพนฺติ เอวํทิฏฺฐิกา. โสติ สตฺโต. อนิยฺยานิกกถํ กเถติ อโยนิโส จิตฺตนิวารณํ วทนฺตี. สํยตภาวํ อาคตนฺติ ราควิเสวนาทิโต สมฺมเทว สํยตภาวํ โอตรภาวํ. ธมฺมจริยาวเสน หิ ปวตฺตมาเน จิตฺเต นตฺถิ อีสกมฺปิ ราคาทิวิเสวนํ, น ตสฺส สมฺปติ อายติญฺจ โกจิ อนตฺโถ สิยา, ตสฺมา ตํ มโน สพฺพโต อนวชฺชวุตฺติโต น นิวาเรตพฺพํ. เตนาห ‘‘ทานํ ทสฺสามี’’ติอาทิ. ยโต ยโตติ ยโต ยโต สาวชฺชวุตฺติโต อโยนิโสมนสิการโต. ตนฺติ มโน นิวาเรตพฺพํ อนตฺถาวหตฺตา.

มโนนิวารณสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. อรหนฺตสุตฺตวณฺณนา

๒๕. กตาวีติ กตวา, ปริญฺญาทิกิจฺจํ กตฺวา นิฏฺฐเปตฺวา ฐิโตติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘จตูหิ มคฺเคหิ กตกิจฺโจ’’ติ. สฺวายมตฺโถ อรหนฺติอาทิสทฺทสนฺนิธานโต วิญฺญายติ. เอวํ ‘‘อหํ วทามี’’ติอาทิอากาเรน ปุจฺฉติ.

ขนฺธาทีสุ กุสโลติ ขนฺธายตนาทีสุ สลกฺขณาทีสุ จ สมูหาทิวเสน ปวตฺติยญฺจ เฉโก ยถาภูตเวที. อุปลทฺธินิสฺสิตกถนฺติ อตฺตุปลทฺธินิสฺสิตกถํ หิตฺวา. โวหารเภทํ อกโรนฺโตติ ‘‘อหํ ปรมตฺถํ ชานามี’’ติ โลกโวหารํ ภินฺทนฺโต อวินาเสนฺโต โลเก โลกสมญฺญเมว นิสฺสาย ‘‘อหํ, มมา’’ติ วเทยฺย. ขนฺธา ภุญฺชนฺตีติอาทินา โวหารเภทํ, ตตฺถ จ อาทีนวํ ทสฺเสติ.

มาโน นาม ทิฏฺฐิยา สมธุโร. ตถา หิ ทุติยมคฺคาทีสุ สมฺมาทิฏฺฐิยา ปหานาภิสมยสฺส ปฏิวิปจฺจนีเก ปฏิปตฺติสิทฺธิ. เตนาห ‘‘ยทิ ทิฏฺฐิยา วเสน น วทติ, มานวเสน นุ โข วทตีติ จินฺเตตฺวา’’ติ. วิธูปิตาติ สนฺตาปิตา ญาณคฺคินา ทฑฺฒา. เต ปน วิทฺธํสิตา นาม โหนฺตีติ อาห ‘‘วิธมิตา’’ติ. มมงฺการาทโย มยนฺติ สตฺตสนฺตาเน สติ ปวตฺตนฺติ เอเตนาติ มโย, มญฺญนา. มโย เอว มยตาติ อาห ‘‘มยตนฺติ มญฺญน’’นฺติ.

อรหนฺตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. ปชฺโชตสุตฺตวณฺณนา

๒๖. ทิวารตฺตินฺติ น อาทิจฺโจ วิย ทิวา เอว, น จนฺทิมา วิย รตฺตึ เอว, อถ โข ทิวา จ รตฺติญฺจ. ตตฺถ ตตฺถาติ ยตฺถ ยตฺถ สมฺปชฺชลิโต, ตตฺถ ตตฺเถว ปเทเส, น อาทิจฺโจ วิย จนฺทิมา วิย สกลํ มหาทิสํ ทิสนฺตราฬญฺจ. ญาณานุภาเวน อุปฺปนฺนาโลโก ญาณาโลโกติ วทนฺติ. ‘‘อิทํ ทุกฺขํ อริยสจฺจนฺติ ปุพฺเพ เม, ภิกฺขเว, อนนุสฺสุเตสุ ธมฺเมสุ จกฺขุํ อุทปาทิ ญาณํ อุทปาทิ ปญฺญา อุทปาทิ วิชฺชา อุทปาทิ อาโลโก อุทปาที’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๕; ปฏิ. ม. ๒.๓๐) ปน วจนโต มคฺโค ญาณาโลโก. ‘‘ตโม วิหโต, อาโลโก อุปฺปนฺโน’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๘๖; ปารา. ๑๒) วา วจนโต วิชฺชตฺตยาโลโก ญาณาโลโก. ปฐมาภิสมฺโพธิยํ วิย สญฺชาตปีติวิปฺผาโร, วิเสสโต รตนฆเร สมนฺตปฏฺฐานวิจินเน สญฺชาตปีติวเสน อุปฺปนฺนสรีโรภาโส วา ปีติอาโลโก. ตตฺเถว อุปฺปนฺนปสาทวเสน สญฺชาตอาโลโกว ปสาทาโลโก. ธมฺมจกฺกปวตฺตเน ‘‘อญฺญาสิ วต, โภ, โกณฺฑญฺโญ’’ติ อุปฺปนฺนปสาทาโลโกติ จ วทนฺติ. สพฺพตฺเถว สตฺถุ ธมฺมเทสนา สตฺตานํ หทยตมํ วิธมนฺตี ธมฺมกถาอาโลโก. สพฺโพปิ พุทฺธานํ ปาตุภาวา อุปฺปนฺโน อาโลโกติ อิมินา สาวกานํ เทสนาย สญฺชาตธมฺมาโลโกปิ พุทฺธานุภาโวติ ทสฺเสติ.

ปชฺโชตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. สรสุตฺตวณฺณนา

๒๗. สรณโต อวิจฺเฉทวเสน ปวตฺตนโต ขนฺธาทีนํ ปฏิปาฏิ สรา. เตนาห ‘‘อิเม สํสารสรา’’ติ. กุโตติ เกน การเณน, กิมฺหิ วา? เตนาห ‘‘กึ อาคมฺมา’’ติ? น ปติฏฺฐาติ ปจฺจยาภาวโต. อาโปติอาทินา ปาฬิยํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อปฺปติฏฺฐานาปเทเสน ตตฺถ กามรูปภวานํ อภาโว ทสฺสิโต. ตทุภยาภาวทสฺสเนน เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว อรูปภวสฺสปิ อภาโว ทสฺสิโตว โหติ, ยถารุตวเสน วา เอตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ยสฺมา ปุริมา เทฺว คหิตา, คหิตญฺจ อตฺถํ ปริคฺคเหตฺวาว ปจฺฉิมตฺโถ ปวตฺโตติ.

สรสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. มหทฺธนสุตฺตวณฺณนา

๒๘. นิธียตีติ นิธานํ. นิธาตพฺพตํ คตํ นิหิตนฺติ อตฺโถ. มุตฺตสาราทีติ มุตฺตามณิเวฬุริยปวาฬรชตชาตรูปาทิ. สุวณฺณรชตภาชนาทีติ อาทิ-สทฺเทน กหาปณ-ธญฺญโกฏฺฐภณฺฑาทึ สงฺคณฺหาติ. ตมฺปิ หิ นิจฺจปริพฺพยวเสน ภุญฺชียตีติ ‘‘โภโค’’ติ วุจฺจติ. อญฺญมญฺญํ อภิคิชฺฌนฺตีติ อญฺญมญฺญสฺส สนฺตกํ อภิคิชฺฌนฺติ. เตนาห ‘‘ปตฺเถนฺตี’’ติ. อนลงฺกตาติ น อลํ ปริยตฺตนฺติ เอวํ กตจิตฺตา, อตฺริจฺฉตามหิจฺฉตาหิ อภิภูตา. เตนาห ‘‘อติตฺตา อปริยตฺตชาตา’’ติ. อุสฺสุกฺกชาเตสูติ ตํตํกิจฺเจ สญฺชาตอุสฺสุกฺเกสุ. นานากิจฺจชาเตสูติ นานาวิธกิจฺเจสุ, สญฺชาตนานากิจฺเจสุ วา. วฏฺฏคามิกปสุเตน วฏฺฏโสตํ อนุสรนฺเตสุ. ตณฺหานิวาสตาย เคหนฺติปิ อคารนฺติปิ วุจฺจตีติ อาห ‘‘มาตุคาเมน สทฺธึ เคห’’นฺติ. วิราชิยาติ เหตุอตฺถทีปกํ ปทนฺติ อาห ‘‘วิราเชตฺวา’’ติ, ตฺวา-สทฺโทปิ จายํ เหตุอตฺโถติ.

มหทฺธนสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. จตุจกฺกสุตฺตวณฺณนา

๒๙. อิริยา วุจฺจติ กาเยน กตฺตพฺพกิริยา, ตสฺสา ปวตฺติฏฺฐานภาวโต อิริยาปโถ, คมนาทิ. ตํ อปราปรปฺปวตฺติยา จกฺกํ. เตนาห ‘‘จตุจกฺกนฺติ จตุอิริยาปถ’’นฺติ. นวทฺวารนฺติ กรชกาโย อธิปฺเปโต. โส จ เกสาทิอสุจิปริปูโรติ อาห ‘‘ปุณฺณนฺติ อสุจิปูร’’นฺติ. ตณฺหาย สํยุตฺตนฺติ ตณฺหาสหิตํ. เตน น เกวลํ สภาวโต เอว, อถ โข นิสฺสิตธมฺโม จ อสุจึ ทสฺเสติ. มาตุกุจฺฉิสงฺขาเต อสุจิปงฺเก ชาตตฺตา ปงฺกชาตํ, เกสาทิอสุจิปงฺกชาตตฺตา จ ปงฺกชาตํ. ยาตฺราติ อปคโม. เตน สภาวโต นิสฺสิตธมฺมโต จ อสุจิสภาวโต กายโต กถํ อปคโม สิยาติ ปุจฺฉติ. เตนาห ‘‘เอตสฺสา’’ติอาทิ.

นหนฏฺเฐน พนฺธนฏฺเฐน นทฺธีติ อุปนาโห อิธาธิปฺเปโตติ อาห ‘‘นทฺธินฺติ อุปนาห’’นฺติ. โส ปน อิโต ปุพฺพกาเล โกโธติ อาห ‘‘ปุพฺพกาเล’’ติอาทิ. ปาฬินิทฺทิฏฺเฐติ อุปนาหอิจฺจาทิเก อิธ ปาฬิยํ นิทฺทิฏฺเฐ กิเลเส ฐเปตฺวา อวเสสา ทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉาทโย สตฺต กิเลสา ทุมฺโมจยตาย วรตฺตา วิยาติ วรตฺตาติ เวทิตพฺพา. อารมฺมณคฺคหณสภาวโต เอโก เอเวส ธมฺโม, ปวตฺติ-อาการเภเทน ปน อิจฺฉนฏฺเฐน ปตฺถนฏฺเฐน อิจฺฉา, ลุพฺภนฏฺเฐน คิชฺฌนฏฺเฐน โลโภติ วุตฺโต. ปฐมุปฺปตฺติกาติ เอกสฺมึ อารมฺมเณ, วาเร วา ปฐมํ อุปฺปนฺนา. อปราปรุปฺปตฺติโกติ ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชมานโก. อลทฺธปตฺถนา อปฺปฏิลทฺธวตฺถุมฺหิ อาสตฺติ โลโภ. อุปฺปาเฏตฺวาติ สสนฺตานโต อุทฺธริตฺวา.

จตุจกฺกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. เอณิชงฺฆสุตฺตวณฺณนา

๓๐. เอณิมิคสฺส วิยาติ เอณิมิคสฺส ชงฺฆา วิย. อวยวีสมฺพนฺเธ หิ อิทํ สามิวจนํ. ปิณฺฑิมํสสฺส ปริโต สมสณฺฐิตตฺตา สุวฏฺฏีตชงฺโฆ. กิสนฺติ ถูลภาวปฏิกฺเขปปราโชตนา, น สุฏฺฐุ กิสภาวทีปนปราติ อาห ‘‘อถูลํ สมสรีร’’นฺติ. อาตเปน มิลาตนฺติ ตปสา มิลาตกายํ อินฺทฺริยสนฺตาปนภาวโต. เตเนวาห – ‘‘ตโป มิลาต’’นฺติอาทิ, ตถา จาห ปาฬิยํ ‘‘อปฺปาหารํ อโลลุป’’นฺติ. ยถา ‘‘วีรสฺส ภาโว วีริย’’นฺติ วีรภาเวน วีริยํ ลกฺขียติ, เอวํ วีริยสมฺภเวน วีรภาโวติ อาห ‘‘วีรนฺติ วีริยวนฺต’’นฺติ. ‘‘จตฺตาโร ปญฺจ อาโลเป, อภุตฺวา อุทกํ ปิเว’’ติ (เถรคา. ๙๘๓; มิ. ป. ๖.๕.๑๐) ธมฺมเสนาปติวุตฺตนิยาเมน ปริมิตโภชิตาย อปฺปาหารตา โภชเน มตฺตญฺญุตา. ‘‘มิตาหาร’’นฺติ วตฺวา ปุน ปริจฺฉินฺนกาลโภชิตายปิ อปฺปาหารตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘วิกาล…เป… ปริตฺตาหาร’’นฺติ อาห. จตูสุ ปจฺจเยสุ โลลุปฺปวิรหิตํ โพธิมูเล เอว สพฺพโส โลลุปฺปสฺส ปหีนตฺตา. ‘‘จตูสุ ปจฺจเยสู’’ติ หิ อิมินาว สพฺพตฺถ โลลุปฺปวิคโม ทีปิโตวาติ. รสตณฺหาปฏิกฺเขโป วา เอส ‘‘อปฺปาหาร’’นฺติ วตฺวา ‘‘อโลลุป’’นฺติ วุตฺตตฺตา. ‘‘สีหํ วา’’ติ เอตฺถ เอกจรสทฺโท วิย อิว-สทฺโท อตฺถโต ‘‘นาค’’นฺติ เอตฺถาปิ อาเนตฺวา, สมฺพนฺธิตพฺโพติ อาห – ‘‘เอกจรํ สีหํ วิย, เอกจรํ นาคํ วิยา’’ติ. เอกจรา อปฺปมตฺตา เอกีกตาย.

ปญฺจกามคุณวเสน รูปํ คหิตํ เตสํ รูปสภาวตฺตา. มเนน นามํ คหิตํ มนสฺส นามสภาวตฺตา. อวินิภุตฺตธมฺเมติ อวินาภาวธมฺเม คเหตฺวา. อาทิ-สทฺเทน อายตนธาตุอาทโย คหิตา. กามคุณคฺคหเณน เหตฺถ รูปภาวสามญฺเญน ปญฺจ วตฺถูนิ คหิตาเนว โหนฺติ, มโนคหเณน ธมฺมายตนํ, เอวํ ทฺวาทสายตนานิ คหิตานิ โหนฺติ. อิมินา นเยน ธาตุอาทีนมฺปิ คหิตตา โยเชตพฺพา. เตนาห ‘‘ปญฺจกฺขนฺธาทิวเสนเปตฺถ ภุมฺมํ โยเชตพฺพ’’นฺติ. เอตฺถาติ ปาฬิยํ. กามวตฺถุ ภุมฺมํ.

เอณิชงฺฆสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สตฺติวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.